แชร์

บทที่ 2

last update วันที่เผยแพร่: 2025-04-01 10:52:54

เยว่อวิ๋นมั่นใจว่าตัวเองนั้นตายไปแล้ว…

แน่นอนว่าคนที่ถูกตัดคอขาดในดาบเดียวเช่นนาง คงไม่คิดหรอกว่าตัวเองจะยังมีชีวิตอยู่ดี

ความรู้สึกยามศีรษะหลุดกระเด็นแยกจากร่าง เวลาชั่วขณะนั้นยากนักที่จะอธิบาย แถมยังไม่น่าหวนนึกถึงเท่าใด เพียงแต่นางไม่คาดคิดเลยว่าความรู้สึกหลังความตายกลับย่ำแย่ยิ่งกว่า

ก่อนตายไม่ปวดหัว เหตุใดหลังตายแล้วจึงปวดนัก ก่อนตายยังไม่ทรมาน ไฉนนางตายแล้วจึงรู้สึกไม่สบายไปทั่วทั้งร่าง

ในอดีตเยว่อวิ๋นถือเป็นผู้รอบรู้คนหนึ่ง เคยพูดคุยถกความรู้กับฉงอวิ๋นตั้งมากมาย นางจดจำได้ว่ามีประโยคหนึ่งในเกร็ดพงศาวดารเรื่องเล่า เขียนบอกไว้ว่าความตายคือการหลุดพ้น ถือเป็นจุดสิ้นสุดของทุกสิ่ง มนุษย์เราเมื่อตายไปแล้วก็กลับคืนสู่เถ้าธุลีไม่เหลืออะไรมิใช่หรือ

แล้วทำไมสภาพนางตอนนี้ถึงสภาพย่ำแย่ยิ่งกว่ายามมีชีวิตอยู่อีกเล่า!

“แม่เฒ่าเยว่ อันที่จริงแล้วเจ้าทำแบบนี้มันก็ไม่ถูกต้องนะ เยส่เจินเจินเป็นลูกสาวเจ้า แล้วยายหนูอวิ๋นไม่ใช่หลานสาวเจ้าหรือไง เดิมทีการแต่งงานนี้ก็เป็นของนางหนูเจินเจิน ทำไมต้องบีบบังคับให้หลานสาวเป็นคนมารับผิดชอบแทนด้วยละ”

เสียงหญิงสูงวัยนางหนึ่งพูดขึ้น ในน้ำเสียงเนิบช้าแฝงด้วยอารมณ์สงสารจนเยว่อวิ๋นที่กำลังนอนหลับตาอยู่สัมผัสได้ หญิงสาวไล่เรียงความคิดอยู่สักพักใหญ่ ทว่ากลับนึกไม่ออกแม้แต่น้อยว่าคนที่กำลังพูดอยู่นั้นเป็นใคร

“ยายจาง ท่านพูดอย่างนี้มันก็ไม่ถูกนะ การแต่งงานถือเป็นเรื่องของครอบครัว ท่านแม่ข้าเป็นผู้อาวุโสจัดการงานแต่งงานให้หลานสาวมีอะไรผิดกัน” เยว่เจินเจินที่กำลังยืนชมเหตุการณ์วุ่นวายตรงหน้าอย่างอารมณ์ดี นึกไม่ถึงว่าจะถูกพาดพิงมาถึงตนเอง ตีให้ตายหม้อดำ [1] ใบนี้อย่างไรนางก็ไม่ยอมแบกรับไว้เป็นแน่

“คนเป็นอายังไม่ทันได้หมั้นหมายออกเรือน ก็รีบร้อนจัดแจงงานแต่งให้หลานสาวที่อายุน้อยกว่าเสียแล้ว ข้าเองอายุปูนนี้ก็เพิ่งจะเคยเจอ” แม่เฒ่าจางพูดพลางแสยะยิ้ม “อีกอย่าง มันคงไม่ผิดหรอก ถ้าหากการแต่งงานครั้งนี้แต่เดิมไม่ใช่ของเจ้า”

“ท่าน!” เยว่เจินเจินเถียงไม่ออก นางถลึงตาจ้องอีกฝ่ายอย่างขุ่นเคือง "อย่ามาพูดมั่วๆ นะ"

“นี่เป็นเรื่องภายในของครอบครัวข้า ไม่ใช่เรื่องที่คนนอกจะมาวิจารณ์ได้ อีกอย่างตอนที่ตาเฒ่าจัดการให้มีการหมั้นหมายนี้ ก็ไม่ได้เอ่ยเจาะจงเอาไว้ว่าเป็นใครสักหน่อย แล้วทำไมจะเป็นนางเด็กอวิ๋นนี่ไม่ได้กัน” แม่เฒ่าเยว่เห็นลูกสาวถูกไล่ต้อนก็ตวาดเสียงลั่น

เดิมแม่เฒ่าจางยังอยากช่วยพูดให้เด็กสาวที่นอนหน้าซีดอยู่อีกเสียหน่อย แต่ลูกสะใภ้ที่มาด้วยกันจับมือห้ามไว้เสียก่อน นางมองอีกฝ่ายส่งสายตาพลางส่ายศีรษะแล้วจึงถอนหายใจไม่กล่าวอะไรอีก

แม่เฒ่าเยว่เห็นแม่เฒ่าจางเงียบไม่เอ่ยวาจาต่อ ก็เผยสีหน้าผยองออกมาอย่างได้ใจ นางยืนมือเท้าสะเอวถลึงตาข่มขวัญผู้คนจนไม่มีใครกล้าสบตา

“ท่านแม่ ท่านคิดว่ามีอะไรแปลกๆ ไหมเจ้าคะ ปกตินางเด็กอวิ๋นนี่ก็ไม่ใช่คนมีความคิดอะไร แล้วทำไมวันนี้ถึงได้ลุกขึ้นมาเอะอะโวยวายสร้างเรื่องใหญ่โตกัน ข้าว่า… เรื่องนี้เราคงต้องถามน้องสะใภ้รองแล้วกระมั้ง” จางชุ่ยสะใภ้คนโตกล่าวพลางปรายตามองไปยังสตรีร่างผอมบางที่ยืนด้านข้างตนเองอย่างมีเลศนัย

แม่เฒ่าเยว่ได้ยินดังนั้น สายตาที่มองถลึงใส่แม่เฒ่าจางจึงถูกเบนไปยังร่างผอมแห้งของหญิงวัยกลางคนที่ยืนอยู่ข้างจางชุ่ยทันที ก่อนที่นางจะเปิดปากก่นด่าอีกฝ่ายด้วยท่าทีดุร้าย

“ตระกูลเยว่เราเลี้ยงตัวขาดทุนอย่างพวกเจ้าสองคนแม่ลูกมาตั้งนานไม่เคยปริปาก มาวันนี้เจินเอ๋อร์มีภาระที่ต้องกระทำ สัญญาหมั้นหมายที่บิดาเจ้าเคยตกลงไว้จึงต้องให้ลูกสาวเจ้ารับผิดชอบแทน แล้วดูสิ่งที่นางทำลงไปสิ ช่างเป็นหมาป่าตาขาว [2] จริงๆ หรือว่าเป็นเพราะเจ้าไม่พอใจที่ข้าจัดการแบบนี้ เลยแอบสั่งให้นางทำเช่นนี้ใช่ไหม”

หลิวอิงสะใภ้รองมีสถานะความเป็นอยู่ต่ำสุดในบ้าน นางไม่มีปากเสียงทั้งยังหวาดกลัวแม่สามีตัวเองที่สุด รีบร้อนปฏิเสธแทบจะร่ำไห้ว่าไม่ใช่อย่างนั้น “ท่านแม่ ข้าไม่เคยคิดอย่างนั้นเลยนะเจ้าคะ เป็นนางที่ทำของนางเองไม่เกี่ยวอะไรกับข้าเลย”

เพื่อนบ้านหลายคนที่มาชมดูความสนุกต่างแสดงสีหน้าเหยียดหยาม เสือที่ว่าร้ายยังไม่คิดกินลูกตัวเอง ทว่าสะใภ้รองเยว่ผู้นี้ถึงกับผลักบุตรสาวที่ยังสลบไสลไม่ได้สติออกมารับหน้าแม่สามี นับว่ามีจิตใจเลวร้ายยิ่งกว่าเดรัจฉานชั้นต่ำเสียอีก

เยว่อวิ๋นนอนหลับตานิ่งไม่ไหวติง นางฟังเสียงพูดคุยที่ไม่คุ้นเคยรอบตัวแล้วรู้สึกยิ่งปวดศีรษะ ทำไมนางถึงมีความรู้สึกว่าคนที่พวกนั้นกำลังพูดถึงอยู่ก็คือนางกันเล่า

เสียงตวาดด่าทอของแม่เฒ่าเยว่ยังคงดังต่อเนื่อง ผสานกับเสียงร่ำไห้ของหลิวอี้และคำพูดซุบซิบของชาวบ้าน ความจอแจนี้รบกวนความคิดของเยว่อวิ๋นจนไม่สามารถไปต่อได้ หญิงสาวผ่อนลมหายใจพรูหนึ่ง ก่อนจะกลั้นลมหายใจลืมตาขึ้นช้าๆ

เงาภาพพร่าเลือนค่อยๆ ปรากฏสู่สายตา เบื้องหน้าคือกลุ่มคนกลุ่มใหญ่ที่มีใบหน้าไม่คุ้นเคย เยว่อวิ๋นเหม่อมองผนังห้องที่กระดำกระด่าง ตลอดจนเตียงนอนที่ปูด้วยผ้าเก่าๆ มอซอจนดูสีเดิมไม่ออก แล้วถามตัวเองซ้ำๆ

ที่นี่คือที่ไหน?

“ฟื้นแล้วรึ นางตัวดี ตัวอัปมงคล หมาป่าตาขาวเลี้ยงไม่เชื่อง” แม่เฒ่าเยว่ร้องก่นด่าทันทีเมื่อเห็นคนบนเตียงขยับตัวลุก นางถลาเข้าประชิดเยว่อวิ๋นพลางพ่นวาจาดุร้ายใส่หน้าไม่หยุด “ทำไม! หรือพวกเราสกุลเยว่เลี้ยงตัวชั่วร้ายอย่างเจ้ามาจนโต ไม่มีสิทธิ์จัดการงานแต่งงานให้เจ้าหรืออย่างไร”

แม่เฒ่าเยว่ขยับปากด่าทอ มือก็ไม่ได้อยู่เฉย นางทั้งทุบตีทั้งหยิกเยว่อวิ๋นไม่หยุด โดยเฉพาะบริเวณผิวเนื้อที่อยู่ใต้ร่มผ้า

เยว่อวิ๋นเพิ่งลืมตาขึ้น อาการปวดวิงเวียนศีรษะก็พุ่งจู่โจม ร่างกายสั่นเทาไร้เรี่ยวแรงจะขยับ นางจึงไม่อาจต้านทานหรือขัดขืนการกระทำของหญิงชราตรงหน้าได้

นางได้แต่นอนตัวอ่อนปวกเปียกให้อีกฝ่ายเล่นงาน โดยไม่หลุดเสียงร้องสักแอะ ทว่าในแววตาดำขลับคู่นั้นทอประกายเย็นเยียบ

ยายเฒ่าสารเลวนี่รอให้นางดีขึ้นก่อนเถอะ!

ถ้าไม่เพราะร่างกายย่ำแย่จนขยับไม่ไหว นางมีหรือจะยอมถูกรังแกอยู่ฝ่ายเดียวแบบนี้ ในอดีตฉายาแม่ทัพใหญ่ของนางเองก็หาได้มาเพราะโชคช่วย เพียงแต่แม่ครัวเก่งกาจมิอาจปรุงอาหารหากขาดวัตถุดิบ [3] เช่นเดียวกับนางที่แม้มีใจคิดสู้แต่ถ้าร่างกายไม่เอื้ออำนวยก็ไร้ประโยชน์

“นางตัวดี สำนึกผิดหรือยัง” แม่เฒ่าเยว่อาละวาดทุบตีคนบนเตียงจนเหนื่อยหอบถึงสัมผัสได้ว่ามีบางอย่างไม่ปกติ นางสบสายตาราบเรียบดุจผิวน้ำไร้ระลอกคลื่นของเด็กสาวตรงหน้าแล้วพลันเกิดความรู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

ปกติแค่ตนส่งเสียงดังหน่อย นางเด็กน่าชังนี่ก็จะก้มหน้าตัวสั่นงกแล้ว ทำไมวันนี้ทั้งถูกหยิกถูกตียังนิ่งเฉยได้อีกเล่า

ไหนจะแววตาเย็นชาไร้ความรู้สึกนั่นอีก…

“อย่าทำมาเป็นมองข้าด้วยสายตาแบบนั้นนะ นางเด็กน่ารังเกียจ ข้าขอพูดเอาไว้ตรงนี้เลย ไม่ว่าวันนี้จะเป็นหรือตายเจ้าก็ต้องแต่งไปบ้านสกุลเซี่ย” แม่เฒ่าเยว่พยายามข่มอารมณ์หวาดกลัวของตน พลางแสร้งโมโหตวาดด่าทอกลบเกลื่อน “หากเจ้ากล้า…”

[1] หมายถึงรับความผิด

[2] หมายถึงคนเนรคุณ

[3] หมายถึง ต่อให้เชี่ยวชาญหรือชำนาญการแค่ไหน ถ้าไม่มีอุปกรณ์หรือเครื่องมือสิ่งของที่จำเป็น ก็ไม่อาจแสดงฝีมือออกมาได้
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ซาลาเปาบ้านข้านั้นทั้งขาวทั้งนุ่ม   บทที่ 387

    เสี่ยวอวี้ตัวน้อยถูกการกระทำของอาจารย์ทำให้หมดความมั่นใจ คิดถึงว่าขนาดอาจารย์ที่เป็นคนอื่นยังเชื่อคำพูดของเยว่เสี่ยวซู เจ้าตัวเล็กก็ไม่กล้าบอกกล่าวเรื่องที่เกิดขึ้นกับตนให้เยว่อวิ๋นฟังเยว่เสี่ยวซูบอกว่าเขาคือหลานชายแท้ๆ ของท่านแม่ ส่วนนางนั้นเป็นเพียงลูกเลี้ยงที่ไม่มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือด หากพู

  • ซาลาเปาบ้านข้านั้นทั้งขาวทั้งนุ่ม   บทที่ 386

    ดังนั้นเมื่อถูกส่งมาที่สำนักศึกษาตะวันตก ซูจี๋จึงพุ่งเป้าไปยังเซี่ยฉงอวิ๋นเป็นพิเศษ คิดจะถ่ายทอดความรู้ที่มีให้แก่อีกฝ่ายทั้งหมด ว่าน่าเสียดายที่หลังจากสอนไปไม่นาน อาจารย์ซูก็สัมผัสได้ว่าความรู้ความสามารถของเซี่ยฉงอวิ๋นที่เป็นแค่คนธรรมดานั้นกลับล้ำหน้าตนไปมากแม้แต่บุตรฝาแฝดที่ยังอายุน้อยของเขานั้นก

  • ซาลาเปาบ้านข้านั้นทั้งขาวทั้งนุ่ม   บทที่ 385

    เยว่เสี่ยวซูคือแก้วตาดวงใจของแม่เฒ่าเยว่กับจางซื่อ ที่ผ่านมาแม้ฐานะของครอบครัวจะอัตคัดขัดสนแค่ไหน แต่ทั้งคู่ก็ไม่เคยละเลยเขา ถึงจะไม่สามารถส่งเยว่เสี่ยวซูไปเรียนสถานศึกษาในตำบลเหมือนบรรดาลูกหลานตระกูลมั่งมีได้ ทว่าพวกนางก็ยอมทุ่มเงินก้อนใหญ่ซื้อของขวัญฝากตัวให้เขาเป็นลูกศิษย์หลี่ซื่อของหมู่บ้านหลี่

  • ซาลาเปาบ้านข้านั้นทั้งขาวทั้งนุ่ม   บทที่ 384

    มาถึงตอนนี้มีหรือเยว่อวิ๋นจะยังมองไม่ออกว่าเจ้าซาลาเปาของตนมีบางอย่างที่ผิดปกติ หญิงสาวก้มลงไปสอดมืออุ้มร่างเล็กขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน พลางตบหลังปลอมประโลมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“แม่ได้ยินแล้ว เสี่ยวอวี้ของเราจำได้ทั้งหมดจริงๆ ลูกของแม่เก่งกาจอัจฉริยะที่สุด แล้วจะต้องมาโกหกด้วยเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ทำไมกัน

  • ซาลาเปาบ้านข้านั้นทั้งขาวทั้งนุ่ม   บทที่ 383

    เข้าสู่เดือนสิบปลายฤดูใบไม้ร่วง อากาศที่เคยร้อนชื้นก็เริ่มเย็นลง น้ำค้างยามค่ำคืนจับตัวกลายเป็นผนึกน้ำแข็งในตอนเช้า เป็นสัญญาณบ่งบอกให้รู้ว่าเหมันตร์กำลังย่างกรายมาเยือนแล้วทว่าสัญญาณนี้กลับไม่ได้รับความสนใจจากผู้คนเท่าใดนัก เพราะเมื่อไม่กี่วันก่อนฮ่องเต้ได้ออกราชโองการประกาศแก่ทั่วแคว้น ว่าให้มีกา

  • ซาลาเปาบ้านข้านั้นทั้งขาวทั้งนุ่ม   บทที่ 382

    “ข้าหรือ” คำว่าอาจารย์ปู่ทำเอาผู้เฒ่าฝูที่กำลังนั่งละเมียดสุราถึงกับมีสีหน้าเหลอหลาขึ้นมา “ทำไมต้องวุ่นวายด้วยเล่า ให้พวกเขาไปเรียนที่สำนักศึกษาก็ดีอยู่แล้วนี่นา” ถึงอย่างไรที่สถานศึกษาก็มีอาจารย์คนใหญ่ที่ฮ่องเต้ส่งมาคอยทำหน้าที่สอนองค์ชาย เรื่องอะไรต้องให้ตาแก่อย่างเขาลำบากเหน็ดเหนื่อยด้วยเห็นผู้เ

  • ซาลาเปาบ้านข้านั้นทั้งขาวทั้งนุ่ม   บทที่ 40

    “น่ะ…นี่” คนจัดยาแสดงความลังเล มองเยว่อวิ๋นที มองท่านหมอของร้านที ตั้งแต่แม่นางผู้นี้เข้ามา ก็สั่งให้เขาจัดยาเป็นรายการยาว แต่ละชื่อที่เอ่ยออกมาล้วนไม่มีผิดเพี้ยน แสดงให้เห็นชัดเจนว่านางมีความรู้และเชี่ยวชาญในด้านนี้“ผู้หญิงคนนี้เจ้าพูดอะไรของเจ้า” คนจัดยายังไม่ทันจะพูดอะไรต่อ เสียงตะคอกดุดันของหมอ

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-18
  • ซาลาเปาบ้านข้านั้นทั้งขาวทั้งนุ่ม   บทที่ 51

    อู๋ซื่อเสแสร้งเสียจนเคยชิน ยามนี้ถูกเยว่อวิ๋นเอาความจริงมาพูดแบบตรงไปตรงมา นางพลันพูดไม่ออกได้แต่ยืนบื้อใบ้ไร้คำกล่าว ใบหน้าเห่อร้อนราวกับถูกคนตบก็ไม่ปานแน่นอนว่าอู๋ซื่อย่อมนึกอยากโต้แย้งเพื่อแก้ต่างให้ตัวเอง ว่าสิ่งที่เยว่อวิ๋นเอ่ยมานั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ทว่านางกลับคิดไม่ออกว่าควรจะเริ่มจา

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-18
  • ซาลาเปาบ้านข้านั้นทั้งขาวทั้งนุ่ม   บทที่ 43

    เยว่อวิ๋นไม่สนใจท่าทางโศกเศร้าอันไม่รู้ที่มาของชิงหลัว นางสอดส่ายสายตามองหาร้านของกิน ก่อนจะสะดุดตาเข้ากับแผงขายเกี๊ยวน้ำด้านข้าง“ไปเถอะน้องสะใภ้ ข้าจะเลี้ยงอาหารเช้าเจ้า” พูดจบไม่รอให้ชิงหลัวตอบ ก็เดินนำหน้าไปยังเก้าอี้ตัวเตี้ยด้านหน้าร้านทันที“เถ้าแก่ เกี๊ยวน้ำสองชาม” เยว่อวิ๋นร้องสั่ง เถ้าแก่วั

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-18
  • ซาลาเปาบ้านข้านั้นทั้งขาวทั้งนุ่ม   บทที่ 33

    “ตกลง ต้องรบกวนท่านแล้ว” เยว่อวิ๋นพลันโล่งอกเล็กน้อย รีบตอบตกลงกับคำพูดของหมอจางในทันทีบ้านของนางเล็ก อีกทั้งเซี่ยฉงอวิ๋นก็ยังนอนป่วย หากนางให้พวกจี้จิ่งชวนมานอนค้างย่อมไม่เหมาะสม เดิมนางคิดว่าจะให้ลู่จิ่วพาเจ้านายเขาไปนอนที่คอกไก่ร้างตรงลานด้านหลังโน้นด้วยซ้ำจี้จิ่งชวนกับลู่จิ่วที่เกือบถูกไล่ไปนอ

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-18
บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status