Se connecterตอนที่ 4 ไปรู้จักกันตอนไหน
วันเสาร์ วันที่คนส่วนใหญ่ใช้พักผ่อน แต่สำหรับกั้ง มันกลับเป็นวันที่โคตรจะน่าเบื่อ เพราะเธอไม่มีอะไรทำ
เธอนั่งถอนหายใจรอบที่สิบในห้องตัวเอง ก่อนจะลุกขึ้น แล้วคว้ากุญแจรถมอเตอร์ไซค์กับกระเป๋าสตางค์ แล้วเดินออกจากคอนโดอย่างไม่มีจุดหมาย แต่พอนึกได้ว่ารถก็ยังอยู่ร้านแต่ง เพราะส่งไปเปลี่ยนล้อแม็กกับทำสีใหม่ เธอเลยได้แต่บ่นพึมพำอย่างหงุดหงิด “ชีวิตกูมันจะน่าเบื่ออะไรขนาดนี้วะ”
สุดท้ายเพราะไม่รู้จะไปไหนเธอเลยมาจบที่หน้าห้องของ กวิน กับ ณิชา กั้งยกมือขึ้นเคาะประตู ไม่นาน ประตูห้องก็เปิดออก พร้อมใบหน้าของกวินที่ทำหน้ายุ่งราวกับถูกปลุกตอนฝันดี พร้อมกับถามอย่างหงุดหงิด
“เชี่ยกั้ง มึงมาห้องกูทำไม”
“มาหาเมียมึงไง” กั้งตอบหน้าตาย พร้อมดันตัวเองเข้าไปในห้องทันที
ณิชาที่กำลังนั่งดูทีวีอยู่หันมามองกั้ง ก่อนที่เธอจะส่งยิ้มหวานให้ “พี่กั้ง มาไงคะ”
“เบื่อ อยู่ห้องเฉย ๆ จะลงแดงตายแล้ว รถก็อยู่ที่ร้าน ไอ้ลมก็ออกไปกับแม่ ส่วนไอ้ดิวกับไอ้โด้ก็เอาแต่เล่นเกมส์”
กวินถอนหายใจพลางพิงประตู “แล้วทำไมต้องมาหากู ไม่คิดบ้างเหรอว่ามึงกำลังมาขัดเวลาคนอื่นเขาอยู่ด้วยกัน”
“คิดทำไม พวกมึงก็อยู่ด้วยกันทุกวันอยู่แล้ว แล้วอีกอย่างกูมาหาณิชา ไม่ได้มาหามึง” กั้งตอบหน้าตาย ก่อนจะนั่งลงที่โซฟา พร้อมกับถอนหายใจออกมา “วันนี้กูเบื่อจริง ๆ วะ ไม่มีอะไรทำเลย”
“ถ้าเบื่อมากก็ไปหาผัวสิ” กวินพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ไม่ได้มีแววล้อเล่น “ถ้ามึงมีผัวจะได้มีอะไรทำ จะได้ไม่ต้องมานั่งทำหน้าเซ็งอยู่แบบนี้”
“ไอ้เชี่ยกวิน” กั้งคว้าหมอนอิงบนโซฟาฟาดเข้าเต็มแรง “กูไม่ใช่มึงนะ จะได้ทำเรื่องแบบนั้นได้ตลอดเวลา”
กวินหยักไหล่เหมือนเป็นเรื่องธรรมดา ก่อนตอบ “มันก็เรื่องธรรมดามั้ย ยิ่งรักมากก็ยิ่งอยากทำมาก แล้วอีกอยากกูยังไม่ได้บอกเลย ว่าเรื่องที่ทำคือเรื่องอะไร มึงคิดทะลึ่งเองแล้วยังมาว่ากูอีก”
“แต่ฉันว่าที่พี่วินพูดมาก็ถูกนะคะพี่กั้ง” ณิชาพูด “พี่เองก็น่าจะลองเปิดใจบ้าง ช่วงนี้มีหนุ่ม ๆ เข้ามาจีบพี่ตั้งหลายคน ไม่มีใครที่พี่รู้สึกดีด้วยเลยเหรอคะ”
กั้งถอนหายใจแรงก่อนจะส่ายหน้า “ไม่มีอ่ะ”
“ทำไมล่ะคะ” ณิชายังถามต่อ
“อาจจะเพราะอยู่กับผู้ชายมามากจนเอียนแล้วมั้ง” เธอตอบหน้าตาย พลางปรายตามองไปทางกวิน “ผู้ชายรอบตัวพี่น่ะมีแต่ผู้ชายดี๊ดี ทั้งนั้นเลย”
“เชี่ยกั้ง มึงแอบด่ากูป่ะเนี่ย” กวินถามขึ้นอย่างระแวง
“ไม่ได้แอบด่า แต่กูพูดความจริง” กั้งยักไหล่อย่างไม่สนใจ
ณิชาเองพยักหน้าเห็นด้วย “จริงค่ะ ฉันอยู่กับพวกพี่ ๆ ทุกวัน ยังเข้าใจเลยว่ามันเหนื่อยใจขนาดไหน”
“ณิชา เธอจะเห็นด้วยกับมันทำไมวะ” กวินโวย
ณิชาอมยิ้ม “ก็ฉันเข้าใจไงคะ ว่าอยู่กับพวกผู้ชายแบบพวกพี่มันเหนื่อยยังไง”
กั้งหัวเราะจนต้องจับท้อง “สมน้ำหน้า น้องเข้าข้างกูเว้ย”
“มึงกลับไปเลยกั้ง กูไล่มึงแล้ว” กวินบอกพร้อมกับผลักไหล่กั้งจนเธอตัวเอียง
“ไม่โว้ย กูไม่กลับ” กั้งบอกพร้อมกับปัดมือกวินออก “กูกลับไปก็ไม่รู้จะกลับไปทำอะไร อยู่กวนตีนมึงแบบนี้ดีกว่าสนุกดี”
“เชี่ยกั้ง มึงไม่รู้จะไปไหน มึงก็ไปหาไอ้ไผ่ดิ กูว่ามันน่าจะเต็มใจอยู่เป็นเพื่อนมึงมากกว่าพวกกูนะ”
“ทำไมกูต้องไปหามันด้วย”
“อ้าว ก็มันกำลังจีบมึงไง”
“มึงอย่าพูดมั่ว มึงกะจะไล่กูออกไปให้พ้นเร็ว ๆ จะได้อยู่กับน้องแค่สองคนใช่มั้ย กูรู้ทันมึงนะ”
“เออ รู้แล้วก็ไปสิ ยังจะอยู่ทำไม”
“กูไม่ไป กูจะอยู่เป็นก้างขวางคอพวกมึงแบบนี้แหละ”
ณิชาหัวเราะกับการตีกันของกวินและกั้ง ก่อนที่เธอจะถามกั้งอย่างสงสัย “ว่าแต่พี่กั้งไปรู้จักพี่ไผ่ได้ยังไงเหรอคะ ฉันเห็นพี่สองคนดูสนิทกันดี ทั้งที่เรียนกันคนละคณะ แถมตอนมัธยมก็เรียนคนละที่อีก”
กั้งหยุดคิดก่อนจะตอบ “ตอนปีหนึ่งมั้ง”
แต่กั้งยังไม่ทันเล่า กวินก็พูดแทรกขึ้นมา “ใช่ ตอนนั้นที่มึงขับรถชนหมา แล้วไอ้ไผ่มันเห็นพอดีเลยช่วยพาหมาไปคลินิก”
“ชนหมา” ณิชาตกใจ
“กูไม่ได้ชน หมามันตัดหน้ากูเองต่างหาก” กั้งเถียงเสียงดัง “แล้วพวกมึงก็ไม่มีใครช่วยกูสักคน เอาแต่หัวเราะ จนไอ้ไผ่ที่มันเห็นพอดีเข้ามาช่วยกู แถมยังพาหมาไปหาหมออีก”
“ก็มันตลก จะไม่ให้หัวเราะได้ยังไง” กวินพูดอย่างขำ ๆ “แล้วอีกอย่างไม่ใช่ว่าจะไม่ช่วย แต่ขอหัวเราะก่อนช่วยไม่ได้เหรอ”
“เป้นคนดีกันจริงนะพวกมึง” กั้งด่าอย่างหมั่นใส้
“แล้วหมาตัวนั้นเป็นยังไงบ้างคะ” ณิชาถาม
“ก็ไม่เป็นอะไรมากหรอก แค่ขาหัก” กั้งตอบเสียงเรียบ “ตอนนี้มันหายดีแล้ว และก็ไปอยู่ที่บ้านไอ้ไผ่นั่นแหละ มันรับไปเลี้ยง”
“เพราะเหตุการณ์ตอนนั้นแหละ ที่พี่ได้รู้จักกับมัน แต่ก็ไม่ได้สนิทอะไรกันหรอก เพราะหลังจากนั้นก็ไม่ได้เจอหรือคุยกันอีกเลย”
“อ้าว แล้วทำไมถึงได้กลับมาคุยกันอีกล่ะคะ”
กั้งหันไปมองหน้ากวิน “ช่วงปีสองมั้ง ไอ้ไผ่มันไปแข่งรถที่สนามเดียวกันกับพวกพี่นะ แถมครั้งแรกที่มันลงแข่งยังเอาชนะไอ้วินได้ด้วย”
กั้งพูดพร้อมกับมองหน้ากวินพร้อมกับยิ้มเยาะเขา ส่วนกวินเองก็แสดงสีหน้าหงุดหงิดออกมา ที่ถูกขุดเรื่องแพ้ในอดีต
“อ้อ...แบบนี้นี่เอง พี่วินถึงได้ไม่ค่อยชอบหน้าพี่ไผ่”
“อืม...หลังจากแข่งครั้งนั้นพี่เลยไปชวนไผ่มันเข้ากลุ่มนะ ก็ไม่คิดหรอกนะว่ามันจะเข้า แต่มันก็เข้าจริง ๆ ก็เลยเริ่มสนิทกัน”
“พี่ไผ่นี่ดีจริง ๆ นะคะ” ณิชาพูด พร้อมกับมองหน้ากั้ง “ทั้งรักสัตย์ ทั้งใจดี แถมยังสุภาพมาก ๆ ด้วย”
“อืม ก็ดีจริงแหละ”
“แล้วแบบนี้ พี่ไผ่นี่พอได้หรือเปล่าคะ”
“พอได้ พอได้อะไร”
“ก็...พอจะได้รับการพิจารณาให้เป็นแฟนพี่กั้งบ้างหรือเปล่าไงคะ”
“อย่ามาพูดอะไรบ้า ๆ น่าณิชา พี่กับมันนี่นะ ไม่มีทางหรอก” กั้งปฏิเสธเสียงแข็ง
“ไม่มีทางยังไงค่ะ พี่โสด พี่ไผ่ก็โสด แถมพี่ทั้งสองคนก็รู้จักกัน มันก็ไม่เห็นจะมีปัญหาตรงไหนเลยนี่คะ”
“ก็เป็นเพื่อนกันมาตั้งนาน จะให้คิดอะไรแบบนั้นมันไม่ได้ป่ะ”
“ทำไมจะไม่ได้ค่ะ ฉันกับพี่วินก็รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กด้วยซ้ำ ตอนนี้ยังเป็นคู่หมั้นกันได้เลย แล้วพี่ไผ่เองก็บอกว่าจะจีบพี่ พี่ไม่ลองดูหน่อยเหรอคะ”
ณิชาถาม พร้อมกับมองหน้ากั้งอย่างต้องการคำตอบ แต่กั้งไม่ยอมตอบ เธอกลับลุกขึ้นแล้วหยิบกระเป๋า
“พูดอะไรไร้สาระณิชา พี่ไม่คุยด้วยแล้ว กลับห้องไปนอนดูกาตูนดีกว่า” กั้งบอกก่อนจะหันหลังแล้วเดินไปทางประตู
“อ้าว รีบกลับไปไหนล่ะ มาคุยกันก่อนดิ กูยังไม่ได้ฟังคำตอบเลย มึงกลับมาตอบก่อน” กวินตะโกนถามอย่างล้อเลียน
กั้งเลยหันกลับมา ก่อนจะด่ากวิน “มึงหุบปากไปไอ้วิน ไม่งั้นกูจะยุณิชาให้หาผัวใหม่”
“เชี่ยกั้ง มึงรีบกลับไปเลย” กวินรีบไล่กั้งกลับไปทันที
กั้งเองก็เปิดประตูก่อนจะออกจากห้องของกวินไป พร้อมกับคิดถึงคำพูดของณิชาไปด้วย ก่อนจะสะบัดหัวแรง ๆ เพื่อไล่ความคิดไร้สาระนั่นออกไป
แต่เหมือนคนที่ถูกคิดถึงจะรู้ เพราะไผ่โทรมาหาเธอพอดี เธอมองเบอร์ที่โทรเข้ามาก่อนจะกดรับสายแล้วกรอกเสียงลงไปอย่างหงุดหงิด
“มีอะไร”
“ทำไมเสียงหงุดหงิดแบบนั้น พึ่งตื่นเหรอ” ไผ่ถามกลับมา
“เปล่า กูพึ่งออกมาจากห้องไอ้วิน”
“ไปห้องกวินทำไม”
“เรื่องของกูป่ะ มึงเถอะ โทรหากูมีอะไรหรือเปล่า” กั้งตัดบทเพราะไม่อยากเล่า
ไผ่เองก็ไม่ได้ถามซ้ำ ก่อนจะเข้าเรื่องที่เขาโทรหา “ตอนนี้ว่างมั้ย ไปที่หนึ่งด้วยกันหน่อยสิ”
“ไปที่ไหน” กั้งถามอย่างสงสัย เพราะปกติเธอกับไผ่ ไม่ค่อยได้ไปไหนมาไหนด้วยกันเท่าไร ส่วนใหญ่จะเจอกันที่สนามแข่ง ไม่ก็นาน ๆ ทีถึงออกไปด้วยกัน
“ไว้ถึงที่เดี๋ยวก็รู้ ตอนนี้เธออยู่ที่คอนโดกวินใช่มั้ยเดี๋ยวอีกสิบนาทีฉันไปรับ รออยู่ที่นั่นแหละ” ไผ่บอกก่อนจะวางสายไป
กั้งเลยมองมือถืออย่างสงสัยว่าเธอตอบตกลงที่จะไปกับไผ่แล้วเหรอ “ช่างเถอะ ยังไงวันนี้ก็ว่างอยู่แล้ว ไปกับมันก็แล้วกัน”
กั้งพูดกับตัวเองก่อนจะเก็บมือถือใส่กระเป๋า แล้วเดินไปนั่งรอไผ่ที่ล๊อบบี้ของคอนโด ไม่ถึงสิบนาทีรถที่เธอจำได้ว่าเป็นของไผ่ก็ขับเข้ามาจอดที่หน้าคอนโด เธอเลยลุกขึ้นแล้วเดินไปเปิดประตู ก่อนที่จะขึ้นไปนั่งข้างหน้า
“คาดเข็มขัดด้วย” ไผ่บอก
“รู้แล้ว สั่งเก่งจริงนะมึง สั่งเป็นพ่อเลย” กั้งบ่น แต่เธอก็คาดเข็มขัดตามที่ไผ่บอก ก่อนที่ไผ่จะออกรถ
กั้งกำลังจะถามว่าไผ่จะพาเธอไปไหน แต่ก็มีเสียงดังมาจากเบาะหลังก่อน
“หวัดดี”
“เชี่ย” กั้งอุทานออกมาอย่างตกใจ ก่อนจะหันไปมองข้างหลังรถ แล้วเธอก็พบกับผู้ชายอีกสามคนนั่งอยู่
กั้งหันไปมองไผ่ที่กำลังขับรถอยู่ “สามคนนั้นใคร คนหรือว่าผี”
ไผ่หัวเราะกับคำถามของเธอเบา ๆ ก่อนจะมองหน้าของเพื่อนเขาผ่านกระจกมองหลัง “เพื่อนฉันเอง”
“อ่อ...อืม” กั้งหันกลับไปมองข้างหลังอีกครั้ง ก่อนจะทักทายทั้งสามคน “หวัดดี”
“แล้ว จะบอกได้หรือยังว่าจะพากูไปไหน” กั้งหันกลับมาถามไผ่อีกครั้ง
“จะถามทำไม เดี๋ยวถึงก็รู้เอง” ไผ่บอก ก่อนจะหันไปตั้งใจขับรถ กั้งเลยได้แต่นั่งด่าเขาในใจไม่กล้าด่าออกเสียง เพราะเกรงใจเพื่อนเขาที่นั่งอยู่ด้วย
ตอนที่ 4 ที่ประจำของพี่
ณิชาที่กลับมาถึงตึกของบัญชีสาขาที่เธอเรียนโดยมีกั้งเป็นคนมาส่ง เธอเดินขึ้นไปบนอาคารเรียน ก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะที่เพื่อนเธอ ที่พึ่งรู้จักกันวันรายงานตัวช่วยจองไว้ให้
“รถติดเหรอณิชา ถึงได้มาช้าจัง” ผักกาด เพื่อนของเธอถามขึ้น
“ก็ติดแหละ ฉันต้องลงเดินจากยูเทิร์นก่อนถึงมอ จนมาถึงหน้ามหาลัยเลยนะ” เธอบอกพร้อมกับถอนหายใจออกมา พร้อมกับคิดว่าเมื่อกี้ลืมดูไปเลยแฮะ ว่ารถคันนั้นที่เกือบเฉี่ยวเธอจอดอยู่ที่นั่นหรือเปล่า
“เธอเดินมาไกลมาเลยนะนั่น แล้วอย่าบอกนะ ว่าเดินต่อจากหน้ามหาลัยจนมาถึงคณะอีก” ผักกาดถามด้วยสายตาทึ่ง ๆ
“เปล่าหรอก ถ้าเดินต่อมาถึงคณะ ฉันได้ตายก่อนพอดี ฉันโทรตามพี่ที่รู้จักกันให้ไปรับนะ”
“อ่อ ตกใจหมดนึกว่าเธอเดินมา” ผักกาดพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะหันไปทางหน้าห้องเพราะอาจารย์เข้าสอนแล้ว ทั้งสองคนเลยหยุดคุยก่อนจะหันไปตั้งใจเรียน
หลังหมดคาบเรียน ณิชาก็ได้เพื่อนใหม่มาอีกคน เธอคนนี้ชื่อมีนาเป็นเพื่อนของผักกาดตั้งแต่สมัยเรียนมอปลาย
“ไปกินข้าวที่โรงอาหารไหนดี” เสียงของมีนาถามขึ้น
“ถ้าใกล้ที่สุดก็ของบริหาร แต่พี่ชายฉันบอกว่าถ้าอร่อยที่สุดก็ต้องคณะวิศวะ แถมมีแต่คนหล่อ ๆ ให้ส่องด้วย” ผักกาดเสนออย่างอารมณ์ดี
“งั้นไปคณะวิศวะมั้ย แต่ต้องรีบไปนะ เพราะเดี๋ยวโต๊ะเต็ม เธอว่าไงณิชา” มีนาหันไปถามณิชา ที่ไม่ออกความเห็นอะไรเลย
“ฉันยังไงก็ได้”
“โอเค งั้นไปโรงอาหารคณะวิศวะกัน” หลังสรุบได้ ทั้งสามก็รีบขึ้นรถบัสของมหาลัยเพื่อไปที่โรงอาหารของตึกวิศวะ
ภายในโรงอาหารของตึกวิศวะเต็มไปด้วยผู้คน ที่ต่างพากันมากินข้าวเที่ยง เสียงพูดคุย เสียงช้อนกระทบจานดังแข่งกันจนดูวุ่นวายไปหมด
“โห ไม่คิดว่าคนจะเยอะขนาดนี้ แล้วยังจะเหลือโต๊ะให้พวกเรานั่งมั้ยเนี่ย” ผักกาดถามพลางมองสำรวจรอบ ๆ เพื่อหาโต๊ะว่าง
ก่อนที่ณิชาจะชี้ไปที่โต๊ะ ๆ หนึ่งที่ว่างอยู่ “นั่งไง โต๊ะนั้นว่าง” เธอบอกพร้อมกับเดินไปที่โต๊ะนั้นทันทีเพราะกลัวจะโดนตัดหน้า แล้วนั่งลงก่อนจะหันไปบอกผักกาดกับมีนา
“พวกเธอไปซื้อข้าวก่อนก็ได้นะ เดี๋ยวฉันจองที่ไว้ให้ ทั้งสองสาวพากันพยักหน้า ก่อนจะเดินแยกออกไปเพื่อซื้อข้าว ส่วนณิชาก็นั่งรอที่โต๊ะแค่คนเดียว
แต่ระหว่างที่เธอกำลังนั่งรอเพื่อน ๆ ของเธออยู่ ไหล่ของเธอก็ถูกสะกิดเบา ๆ เธอหันกลับไปก่อนจะพบกับหญิงสาวที่แต่งตัวจัด เสื้อนักศึกษาที่รัดเปรี๊ยะจนกระดุมแทบจะหลุด แถมกระโปรงที่สั้นแทบจะปิดก้นไม่มิด ณิชาพยายามนึกว่าเธอรู้จักเธอคนนั้นหรือเปล่าแต่ก็คิดว่าไม่น่าจะรู้จัก เธอเลยถามออกไป
“มีอะไรหรือเปล่า”
“เธอเด็กใหม่สินะ ฉันรุ่นพี่ปีสอง ในฐานะรุ่นพี่ฉันขอเตือนเธอให้ลุกจากโต๊ะนี้ดีกว่านะ เพราะโต๊ะนี้เป็นโต๊ะประจำของพวกรุ่นพี่ปีสามนะ” เธอคนนั้นบอก แต่น้ำเสียงฟังดูไม่ได้หวังดีเท่าไร
“แต่นี่โรงอาหารรวมไม่ใช่เหรอ จะนั่งตรงไหนก็น่าจะได้นี่” ณิชาถามกลับ
“ใช่ เธอจะนั่งตรงไหนก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่ที่ตรงนี้ ลุกไปซะ” เธอคนนั้นบอกเสียงแข็ง แต่ณิชาก็ยังไม่ยอมลุก
“ณิชา มีอะไรเหรอ” เสียงของมีนาถามขึ้น หลังจากที่เธอกลับมาจากซื้อข้าวพอดี
“รุ่นพี่คนนี้สั่งให้ฉันลุกไปนั่งที่อื่นนะ เธอบอกว่าโต๊ะนี้มีเจ้าของแล้ว” ณิชาเล่าให้มีนาฟัง
มีนาหันไปมองรุ่นพี่คนนั้นที่ยืนกอดอกก่อนเธอจะทำสีหน้าเกรงใจ แล้วหันกลับมามองณิชา
“ณิชา ฉันเราก็ไปนั่งโต๊ะอื่นกันเถอะ”
“แต่มันไม่มีโต๊ะว่างแล้วนะ”
“เราลองเดินหากันอีกรอบก็ได้ ไม่ก็ยืนรอ เดี๋ยวก็มีโต๊ะว่างเองแหละ หรือไม่ก็เปลี่ยนไปกินที่โรงอาหารคณะก็ได้” มีนาพยายามโน้มน้าวณิชา “นั่น ผักกาดมาพอดี เราไปหาที่นั่งใหม่กันเถอะ”
“ก็ได้นะ” ผักกาดที่พอจะรู้เรื่องอยู่แล้วเห็นด้วยกับมีนา แต่ณิชากลับรู้สึกไม่ค่อยพอใจ เธอเห็นโต๊ะนี่ก่อน เธอก็ต้องมีสิทธิที่จะนั่งสิ แต่ยังไม่ทันทีเธอจะได้เถียงกลับ ก็มีเสียงของผู้ชายที่ณิชาจำได้ทันทีว่าเป็นเสียงของกวินดังขึ้น
“มายืนมุงอะไรที่โต๊ะนี้กันวะ” เขาถามขึ้นด้วยเสียงนิ่ง ๆ ดุ ๆ พร้อมกับเดินมาที่โต๊ะประจำของเขา โดยมีกั้งกับลมเดินตามหลังมา
“พี่กวิน พอดีมีรุ่นน้องไม่รู้ว่านี่เป็นโต๊ะประจำของพี่กวินนะคะ ต้าเลยกำลังบอกให้รุ่นน้องย้ายไปนั่งที่อื่น” เธอคนนั้นหันไปพูดกับกวินเสียงหวาน ต่างกับตอนที่พูดกับพวกณิชาลิบลับ
กวินมองมาที่ณิชา ก่อนจะเห็นเธอทำสีหน้าหงุดหงิดใส่เขา ส่วนกั้งกับลมแค่เลิกคิ้วอย่างแปลกใจที่เห็นณิชาอยู่ที่นี่
“ณิชาไปเถอะ พี่ ๆ เจ้าของโต๊ะมาแล้ว” ผักกาดบอก
แต่ณิชาก็ยังไม่ลุก เธอกลับมองตรงไปที่กวิน ก่อนจะพูดขึ้นด้วยเสียงที่ฟังออกชัดเลยว่าอารมณ์ไม่ดี
“นี่โต๊ะพี่เหรอ” เธอถามเสียงห้วน ๆ
“ถ้าใช่แล้วจะทำไม” กวินตอบอย่างกวน ๆ
“ก็ไม่ทำไม” เธอบอกก่อนจะลุกขึ้น ทุกคนคิดว่าเธอจะเปลี่ยนใจไปหาโต๊ะนั่งใหม่ แต่เปล่าเลย ณิชากลับเดินไปหยิบจานข้าวของเพื่อนเธอจากมือ แล้วมาวางลงที่โต๊ะ “ฉันจะนั่งโต๊ะนี้ เพราะฉันเจอก่อน พวกพี่มาทีหลังก็ไปหาโต๊ะอื่นนั่งสิ”
คำพูดของณิชาทำเอาคนที่อยู่แถวนั้นถึงกับเงียบ เพราะคนที่เธอกำลังสั่งให้ไปหาที่นั่งใหม่คือกวิน พี่ว๊ากจอมโหดแถมปากร้ายของคณะวิศวะ ทั้งหมดต่างพากันคิดในใจว่าน้องใหม่คนนี้ต้องโดนพี่ว๊ากอย่างกวินด่าจนร้องไห้แน่ ๆ
แต่กวินกลับแค่เลิกคิ้วมองเธอนิ่ง ๆ ไม่พูดอะไร แต่เป็นกั้ง เพื่อนในกลุ่มของกวินพูดขึ้นมาแทน
“ไม่ต้องไปหาโต๊ะใหม่อะไรทั้งนั้นแหละ ก็นั่งมันด้วยกันนี่แหละ โต๊ะออกจะใหญ่” พูดจบก็เดินไปผลักหลังของผักกาดกับมีนาให้นั่งลง ฝั่งเดียวกับณิชา “นั่ง ๆ พวกเธอก็นั่งฝั่งนี้ เดี๋ยวพวกพี่นั่งอีกฝั่งเอง ขอไปซื้อข้าวก่อน แล้วจะกลับมานั่ง”
“พวกมึงก็ไปซื้อข้าวได้แล้ว กูหิวแล้วเนี่ย” กั้งบอกก่อนจะไล่กวินกับลมให้ไปซื้อข้าว
ลมที่กำลังหันหลังเดินออกไปหยุดเท้าก่อนจะหันกลับมามองณิชาที่กำลังนั่งกอดอกอย่างหงุดหงิดแล้วถามเธอ “ณิชา ซื้อข้าวยัง” คำถามของลมทำเอาทุกคนถึงกับมองมาที่หญิงสาว แม้แต่ผักกาดกับมีนาก็หันมามองด้วยความสงสัย
“ยังค่ะ” ณิชาตอบ
“งั้นจะกินอะไร เดี๋ยวพี่ซื้อมาให้” ลมถาม
“ไม่กินแล้วค่ะ ไม่มีอารมณ์” เธอตอบ ลมเลยได้แต่ส่ายหน้าแล้วเดินไปที่ร้านข้าว
“เธอรู้จักพวกรุ่นพี่ด้วยเหรอ” ผักกาดถามขึ้นทันทีที่พวกกวินเดินออกไป
“อืม ผู้ใหญ่รู้จักกันนะ เลยรู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก” คำตอบของเธอทำเอาผักกาดกับมีนาถอนหายใจ
“มิน่าล่ะ เธอถึงไม่กลัวพวกรุ่นพี่เลย” มีนาพูด
“พวกพี่เขาก็คน มีอะไรน่ากลัวกัน”
“แต่นั่นพี่ปีสามเลยนะ แถมเป็นพี่ว๊ากด้วย ถึงจะคนล่ะคณะก็เถอะ แต่ก็น่ากลัวอยู่ดี” ผักกาดพูดเสียงเบา เพราะกลัวพวกรุ่นพี่ได้ยิน
แต่ณิชายังคงทำหน้านิ่ง ๆ ก่อนจะพูดกับเพื่อนเธอ “พวกเธอเลิกกลัวได้แล้ว ไม่มีใครกินพวกเธอหรอกน่า”
ทั้งสองคนถอนหายใจออกมาอย่างโล่งใจ ก่อนจะลงมือกินข้าวของตัวเอง
แต่ณิชากลับมองตรงไปที่กวินที่กำลังยืนต่อแถวซื้อข้าวอย่างหงุดหงิด เขาเองก็หันมาสบตาเธอก่อนที่จะเลิกคิ้วให้อย่างท้าทาย โดยที่ยังมีผู้หญิงที่ไล่เธอเมื่อกี้เกาะติดอยู่
“เกาะติดเป็นเห็บไปได้ คงต้องพาไปฉีดยากันเห็บสักหน่อยแล้ว”
ตอนที่ 6 แค่คิดถึงเลยมาหาที่โต๊ะนั่งหน้าตึกวิศวะ กั้งนั่งเล่นเกมส์มือถืออยู่กับลมสองคน เพราะเพื่อนคนอื่น ๆ ยังไม่มา“ไอ้วินไปไหนของมันวะ ทำไมยังไม่มา” กั้งถามขึ้นพลางดูเวลาในโทรศัพท์ “อีกสิบนาทีจะเข้าเรียนแล้วนะ”ลมหันมามองก่อนตอบเสียงนิ่ง “มันก็อยู่ตึกบัญชีไง คงรอน้องขึ้นเรียนก่อนถึงค่อยมาเหมือนทุกที”“เออ…ลืมไปว่าเดี๋ยวนี้มันติดณิชาจะตาย” กั้งพูดพร้อมถอนหายใจ “แทบไม่ห่างน้อง กูว่าถ้ามันเข้าไปนั่งเรียนกับน้องได้มันคงเข้าไปเรียนด้วยแล้ว”“แล้วไม่ดีเหรอ” ลมถามพลางเลิกคิ้ว“ก็ดีสิ” กั้งตอบทันที “เห็นณิชากับมันมีความสุขแบบนี้กูก็ดีใจ”“แล้วมึงอยากมีมั้ยล่ะ ความรักดี ๆ แบบนั้น” ลมถามต่อด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆกั้งหันมามองลมทันที “ทำอย่างกับมันมีได้ง่าย ๆ งั้นแหละ มึงพูดเหมือนมันมีขายตามเซเว่นอ่ะ”“หาง่ายสิ” ลมยักไหล่ ก่อนพูดต่อ “ก็ไอ้ไผ่ไง”กั้งชะงักไปนิดนึงกับชื่อที่ได้ยิน “มึงโดนมันจ้างมาหรือไง ถึงได้ชงให้มันจังเลยช่วงนี้”ลมเลยหัวเราะเบา ๆ “มันไม่ได้จ้าง กูแค่เห็นมันเป็นคนดี ก็เลยอยากให้มึงได้กับคนดี ๆ แค่นั้น”กั้งกลอกตาใส่ แต่ยังไม่ทันจะได้พูดต่อ เสียงตะโกนจากทางหน้าคณะก็ดังขึ้น“เชี่ยกั
ตอนที่ 5 ช่วยงานไผ่เลี้ยวรถเข้าไปจอดในวัดแห่งหนึ่ง ด้านในมีรถหลายคันจอดเรียงอยู่ และมีกลุ่มคนแต่งตัวคล้าย ๆ แพทย์กำลังช่วยกันยกกรงแมวและหมาอยู่เต็มไปหมด“มึงพากูมาวัดทำไมวะ จะให้กูมาทำบุญเหรอ” กั้งถามทันทีที่ไผ่จอดรถ ใกล้กับรถพวกนั้น“เปล่า” ไผ่ตอบเรียบ ๆ ก่อนดับเครื่องแล้วหันมามองเธอ “วันนี้กลุ่มฉันมาทำงานกลุ่ม ช่วยรุ่นพี่ทำหมันหมาแมวจรจัดที่วัดนี้”“หืม” กั้งทำหน้างง “ทำหมันหมาแมว”“อืม” ไผ่พยักหน้า “ที่นี่มีคนเอาหมาแมวมาปล่อยเยอะ ทางวัดเลยขอให้คลินิกอาสามาช่วยทำหมัน เพื่อลดการเพิ่มจำนวนประชากรของหมาแมวจรจัดนะ”กั้งพยักหน้าเข้าใจ แต่ก็ยังคงขมวดคิ้วอยู่ “แล้วมึงพากูมาด้วยทำไม กูเรียนวิศวะนะ ไม่ได้เรียนหมอหมาเหมือนมึง”ไผ่หันมามองเธอ เขายิ้มมุมปากบาง ๆ ก่อนตอบ “กลัวเธอเหงา เลยชวนมาด้วย”“เหงา” เธอถามกลับทันที “แล้วมึงคิดว่ากูจะทำอะไรได้บ้างวะ จะให้กูจับหมาเหรอ หรือว่ามากัดกับหมา”คำถามกวน ๆ ของกั้งเรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อน ๆ ของไผ่ที่นั่งอยู่ข้างหลัง จนกั้งต้องหันไปมองอย่างเขิน ๆ เพราะเธอดันลืมตัวเถียงกับไผ่เหมือนอยู่กันตามลำพังแต่ไผ่กลับยิ้มอย่างนึกสนุก ที่เห็นเธอเขิน “ทำอะไรไม่เป
ตอนที่ 4 ไปรู้จักกันตอนไหนวันเสาร์ วันที่คนส่วนใหญ่ใช้พักผ่อน แต่สำหรับกั้ง มันกลับเป็นวันที่โคตรจะน่าเบื่อ เพราะเธอไม่มีอะไรทำเธอนั่งถอนหายใจรอบที่สิบในห้องตัวเอง ก่อนจะลุกขึ้น แล้วคว้ากุญแจรถมอเตอร์ไซค์กับกระเป๋าสตางค์ แล้วเดินออกจากคอนโดอย่างไม่มีจุดหมาย แต่พอนึกได้ว่ารถก็ยังอยู่ร้านแต่ง เพราะส่งไปเปลี่ยนล้อแม็กกับทำสีใหม่ เธอเลยได้แต่บ่นพึมพำอย่างหงุดหงิด “ชีวิตกูมันจะน่าเบื่ออะไรขนาดนี้วะ”สุดท้ายเพราะไม่รู้จะไปไหนเธอเลยมาจบที่หน้าห้องของ กวิน กับ ณิชา กั้งยกมือขึ้นเคาะประตู ไม่นาน ประตูห้องก็เปิดออก พร้อมใบหน้าของกวินที่ทำหน้ายุ่งราวกับถูกปลุกตอนฝันดี พร้อมกับถามอย่างหงุดหงิด “เชี่ยกั้ง มึงมาห้องกูทำไม”“มาหาเมียมึงไง” กั้งตอบหน้าตาย พร้อมดันตัวเองเข้าไปในห้องทันทีณิชาที่กำลังนั่งดูทีวีอยู่หันมามองกั้ง ก่อนที่เธอจะส่งยิ้มหวานให้ “พี่กั้ง มาไงคะ”“เบื่อ อยู่ห้องเฉย ๆ จะลงแดงตายแล้ว รถก็อยู่ที่ร้าน ไอ้ลมก็ออกไปกับแม่ ส่วนไอ้ดิวกับไอ้โด้ก็เอาแต่เล่นเกมส์”กวินถอนหายใจพลางพิงประตู “แล้วทำไมต้องมาหากู ไม่คิดบ้างเหรอว่ามึงกำลังมาขัดเวลาคนอื่นเขาอยู่ด้วยกัน”“คิดทำไม พวกมึงก็อยู่ด้
ตอนที่ 3 ไม่อยากมีแฟนหรือยังไม่เจอใครช่วงพักเที่ยงที่โรงอาหารวิศวะ กั้งถือจานข้าวในมือกำลังจะเดินไปที่โต๊ะนั่งประจำของพวกเธอ แต่เธอยังไม่ทันจะนั่งดี เสียงของเพื่อนร่วมรุ่นก็เรียกเธอเสียงดัง“กั้ง”เธอเลยหันไปมอง แล้วก็เห็นเพื่อนชายในคณะเดินถือโทรศัพท์มาหยุดตรงหน้า ก่อนจะยื่นให้เธอ“มีคนฝากมาขอเบอร์มึงอ่ะ จะให้มั้ย”“ไม่ให้” เธอตอบสั้น ๆ อย่างไม่ต้องเสียเวลาคิด ก่อนจะหันกลับไปสนใจจานข้าวของตัวเองต่อเพื่อนคนนั้นเลยหัวเราะ “มึงตอบไม่คิดเลยนะ ไม่อยากรู้หน่อยเหรอว่าใครเป็นคนขอ”“ไม่อยากรู้” กั้งตอบ พลางตักข้าวเข้าปากอย่างไม่สนใจ เธอไม่แม้แต่จะเงยหน้ามองเพื่อนคนนั้นที่ยืนรอ“เออ ๆ ไม่ให้ก็ไม่ให้ งั้นมึงกินข้าวไปเถอะ กูไปก่อน” พูดจบเพื่อนของเธอคนนั้นก็เดินจากไปแต่ไม่ถึงห้านาทีต่อมา ขณะที่เธอกำลังเคี้ยวข้าวอยู่ ก็มีผู้ชายอีกคนเดินตรงเข้ามา“เอ่อ…กั้งใช่มั้ย เราอยู่ปีสามเหมือนกัน ฉันอยากขอไลน์เธอหน่อยได้มั้ย”กั้งวางช้อนลง ก่อนจะหันไปมองเขานิ่ง ๆ แล้วตอบอย่างอารมณ์เสียที่ถูกขัดจังหวะกินข้าว“ไม่ได้”“อ้าว ทำไมอ่ะ แค่ไลน์เอง”“ก็ไม่อยากให้ไง” เธอตอบเรียบ ๆ ก่อนจะหันกลับไปกินข้าวต่อเหมือนไม่ม
ตอนที่ 2 กัดปาก“กั้ง”เสียงหนึ่งเรียกกั้งจากข้างหลัง เธอเลยหันกลับไปมอง แล้วก็เจอกับผู้ชายคนหนึ่ง ที่เธอจำได้ว่าเขาเป็นหนึ่งในนักแข่ง ที่แข่งรถกับไผ่เมื่อสักครู่“มีอะไร” กั้งถามเสียงห้วน ๆ“ฉันขอเบอร์ไว้หน่อยได้มั้ย ฉันอยากทำความรู้จักเธอนะ” น้ำเสียงของอีกฝ่ายพยายามจะเป็นมิตร แต่สายตากั้งกลับแข็งขึ้นทันที“ไม่ได้ เพราะกูไม่อยากรู้จักมึง” เธอตอบทันทีโดยไม่ลังเล ก่อนจะหมุนตัวเดินหนีไปอย่างไม่สนใจ ปล่อยให้ชายหนุ่มคนนั้นยืนอึ้งกับคำปฏิเสธอย่างไม่ใยดีของเธอ“เชี่ยกั้ง” โด้ถามขึ้นทันทีที่ทุกคนเดินพ้นมาได้ระยะหนึ่ง “มึงไม่สนใจหน่อยเหรอวะ หมอนั่นหน้าตาก็ไม่ได้แย่นะเว้ย”“เออ นั่นดิ” ดิวเสริมพร้อมหัวเราะ “มึงไม่ให้โอกาสมันหน่อยเหรอวะ มันอุตส่าห์กล้าเข้ามาขอเบอร์มึงเลยนะเว้ย นาน ๆ ทีจะมีคนกล้า”กั้งเหล่มองดิวกับโด้แปบนึงก่อนจะตอบ “ถ้าพวกมึงชอบก็ให้เบอร์พวกมึงไปสิ” พูดจบเธอก็เร่งความเร็วให้เดินไปทันกวินกับณิชาที่เดินนำหน้าไปหลังจากออกจากที่สนาม ตอนนี้พวกเขากำลังนั่งล้อมวงที่ร้านหมูกะทะตามที่คุยกันในตอนแรก“ไอ้ดิว สั่งหมูสามชั้นมาอีกดิ” กั้งสั่งดิว“น้องเอาหมูสามชั้นอีกสองจาน” ดิวตะโกนสั่งพนัก
ตอนที่ 1 สนามแข่งณ.สนามแข่งรถที่เป็นศูนย์รวมของบรรดานักซิ่งทั้งหลาย ในโซนที่นั่งทางฝั่งอัฒจรรย์ มีคนกลุ่มหนึ่งที่โดดเด่นจนทุกคนต้องหันมามอง นั่งรวมตัวกันอยู่กลางกลุ่มนั้นคือ กวิน กับ ณิชา คู่รักสุดฮ็อต* ที่ถึงแม้จะแค่นั่งเฉย ๆ ใบหน้าหล่อสวยของทั้งสอง ก็เด่นสะดุดตาจนทุกคนในสนามต่างมอง ข้าง ๆ ณิชามี กั้ง สาวห้าวประจำกลุ่มสุดเท่ แต่ถึงเธอจะดูห้าวแค่ไหนก็มีหนุ่ม ๆ หลายคนในสนามแอบเหลียวมองเธอ แต่เธอกลับไม่สนใจใคร ส่วนฝั่งของกวินมี ลม หนุ่มหล่อหน้านิ่ง ที่นั่งทำหน้านิ่งอยู่ข้าง ๆ ถัดลงไปอีกหน่อยก็เป็น ดิว กับ โด้ สองคู่ซี้ที่เอาแต่กระซิบกระซาบ มองสาว ๆ ที่เดินผ่านไปมาด้วยสายตาเจ้าเล่ห์“กั้ง มึงจะไม่ลงไปดูไอ้ไผ่มันหน่อยเหรอวะ” โด้ที่เลิกสนใจสาว ๆ หันมาถามกั้งที่นั่งถัดขึ้นไปจากเขา“ทำไมกูต้องลงไปดูมันด้วย” กั้งถามเสียงห้วน“มึงนี่โคตรใจดำเลยว่ะ” ดิวเองก็หันมาร่วมวงต่อว่าเธอ “มึงใช้มันให้ลงแข่งให้ แต่ตัวเองกลับนั่งสบายอยู่ข้างบนเนี่ยนะ เป็นกูนี่ กูแกล้งแพ้ให้มึงเสียเงินแล้ว”“ไอ้เชี่ยดิว ปากมึงนี่มันน่าตบให้ฟันร่วงจริง ๆ นะ” กั้งหันไปด่าดิวอย่างเอาเรื่อง“เอ้า...ก็กูพูดความจริง มันอุตส่าห์







