Masuk
นานนับหนึ่งพันห้าร้อยปีที่ต้องเฝ้ามองคนรัก คนสนิทตายจากไปคนแล้วคนเล่า พันภพ เทพสิงห์ขร หรือนายท่านของคฤหาสน์แดงนอกเมืองห่างไกลความเจริญ คฤหาสน์หลังใหญ่ตั้งอยู่นอกเมือง และน้อยคนจะกล้าเฉียดใกล้คฤหาสน์แดงลึกลับหลังนี้ และเจ้าของที่แห่งนี้ก็ต่างจากผู้คน และไม่มีผู้ใดเคยพบเห็นเขาและไม่มีคนข้างนอกย่างกายเข้ามาเช่นกัน
“คงถึงเวลาแล้วสินะชม” เสียงทุ่มห้าวเอ่ยขึ้นมองไปนอกหน้าต่างของค่ำคืนวันพระใหญ่ที่ต่างไปจากทุกครั้งเวลาถึงวันพระใหญ่เขาจะกลายร่างเป็นร่างที่ต้องคำสาป ซึ่งมีแค่ชมผู้ดูแลของเขาที่สืบทอดมาตั้งแต่รุ่นสู่รุ่น
“ขอรับนายท่าน” ชายวัยหกสิบเอ่ยตอบเสียงแหบพร่า
“เด็กคนนั้นคงจะอายุครบสิบแปดแล้วสินะ ถึงเวลาที่เด็กนั่นจะได้แก้คำสาปให้ฉันแล้ว ฉันเบื่อเต็มทนกับชีวิตอมตะ”
พันภพหันมาทางคนสนิทของตัวเอง แต่ช้านานบรรพบุรุษของเขาได้ก่อปัญหาครั้งยิ่งใหญ่ขึ้นจึงโดยพญานาคสาปให้เป็นงูที่ไม่มีวันตาย และจะแก้คำสาปของตระกูลได้ก็คือสาวพรหมจรรย์ ที่เกิดวันขึ้นสิบห้าค่ำเดือนสิบเอ็ด และตอนนี้เขาก็ได้เจอเด็กนั่นแล้ว เขาต้องสมสู่กับหล่อนเพื่อให้มีทายาทถึงจะแก้คำสาปให้เขากลับมาเป็นมนุษย์ปกติและแก่ตายเหมือนคนทั่วไป ส่วนบรรพบุรุษของเขาตอนนี้พวกท่านสิ้นหวังหนีเข้าไปอยู่ในป่า พ่อของเขาก็เช่นกันเมื่อแม่ได้จากไปท่านก็หายเงียบไปในป่าลึก แลด้วยพวกท่านตามหาเด็กสาวที่เกิดวันขึ้นสิบห้าค่ำเดือนสิบเอ็ดไม่เจอ จนกระทั่งเขาได้พบกับเด็กที่หน้าคฤหาสน์เมื่อสิบแปดปีก่อน อยู่ๆ ก็มีคนนำเด็กมาทิ้งไว้ที่หน้าคฤหาสน์แดงพร้อมกับวันเกิดและชื่อติดอยู่ที่ตะกร้าเด็กผู้หญิงตัวแดงคนนั่น
“ครับนายท่าน ตอนนี้เดือนดาราพร้อมจะแก้คำสาปให้นายท่านแล้วขอรับ” นายชมเอ่ยบอกนายท่านของตน เพราะก่อนจะเข้ามาหานายท่าน นายชมได้จัดการนำพาเดือนดาราไปนอนรอบนเตียงนอนของนายท่านเรียบร้อยแล้ว
“อืม! คืนนี้คืนแรกที่ฉันจะได้แก้คำสาปและเป็นวันพระใหญ่แรกที่ฉันไม่กลายร่างเป็นงูที่น่ารังเกียจ” แล้วตามลำคอหนาของเขาก็มีเกล็ดงูสีเหลืองทองปรากฎขึ้น
“นายท่าน...” นายชมชี้มือไปที่คอของนายท่านของตนเมื่อลำคอของนายท่านเปลี่ยนเป็นเกล็ดงูสีเหลือง
“ไม่เป็นไรหรอก มันจะอยู่กับฉันไม่นานแล้วนายชม เมื่อไหร่ที่เดือนดาราคลอดลูกให้ฉันเมื่อนั่นคำสาปจะหายไปและฉันก็จะเป็นมนุษย์ปกติเหมือนคนทั่วไป” พันภพตอบเสียงเรียบ
“ครับนายท่าน ตอนนี้ได้เวลาแล้วครับ” เมื่อก้มมองดูนาฬิกาที่ข้อมือตัวเองเป็นเวลาเที่ยงคืนพอดี
“อืม ห้ามรบกวนฉันจนกว่าจะเย็นพรุ่งนี้” สั่งเสียงเข้มแล้วหมุนตัวเดินจากไปจากห้องหนังสือลับตัวเองทันที ส่วนชมก็ได้แต่หวังว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยและได้ผล
ดวงตาสีเหลืองทองประกายวาววับเมื่อมองไปยังเตียงนอนหนานุ่มของตัวเองที่มีร่างเปลื่อยเปล่าผิวสีน้ำผึ้งนอนบิดเร่าครวญครางอยู่บนเตียง ชมคงให้ยาหล่อนถึงได้ดิ้นเร่ากระสับกระส่ายเช่นนี้ เท้าใหญ่สาวก้าวยาวๆ ไปหาเจ้าหล่อนพร้อมกับถอดเปลื้องเสื้อผ้าตัวเองออกแล้วร่างกายกำยำสีทองแดงก็ปรากฏเกล็ดงูสีเหลืองทองขึ้นตามตัว เขายังคงเป็นงูแม้จะไม่ได้กลายร่างเป็นงูเหมือนทุกครั้ง
“อ่า อีกไม่นานมันก็จะหายไปจากตัวฉันแล้วความน่ารังเกียจ” พึมพำบอกตัวเองแล้วก้าวคลานขึ้นไปยังเตียงหาเดือนดาราที่ครวญครางบิดเร่าซ่านเสียวรอท่าตัวเองอยู่บนเตียง
“อือ นายท่าน...” เดือนดาราร้องครางเรียกชื่อของนายท่านผู้มีพระคุณที่เปรียบเหมือนพ่อตัวเองเมื่อเห็นว่าท่านเคลื่อนตัวมาคร่อมทับตัวเอง ตอนนี้สาวน้อยไม่อาจควบคุมตัวเองได้หรือแม้จะผลักไสก็ทำไม่ได้เช่นกัน สิ่งที่ทำตอนนี้คือตวัดเรียวแขนเล็กโอบกอดคนเหนือร่างไว้
“อ่า เป็นของฉันเดือนดารา วันนี้เธอต้องเป็นของฉันเด็กน้อย อ่า” เขาครางพร่ารดใบหน้าชื้นเหงื่อของเจ้าหล่อนพร้อมกับเริ่มรุกไร้ซุกไซ้ปลายจมูกโด่งเข้าหาดวงหน้างามที่ยกขึ้นหาตัวเอง สองแขนแข็งแรงตวัดโอบรัดคลึงร่างของหล่อนยกขึ้นหาตัวเองจนสองเต้าเบียดแนบเสียดสีถูไถกับหน้าอกกำยำของตัวเอง
“อ่า นายท่านทำไม...อ่ะ อื้อ”
แล้วเสียงก็กลืนหายเข้าไปในลำคอเมื่อปากหนาทาบทับบดขยี้กลีบปากอวบอิ่มสีระเรื่อของหล่อน เดือนดารามองเห็นผิวสีทองแดงที่เต็มไปด้วยสีเหลืองทองและเกล็ดเหมือนงู เธอตกใจและหวาดกลัวแต่เขาก็ปลอบประโลมด้วยจูบเอาแต่ใจ นายท่านของเธอเป็นคนลึกลับนี่คือสิ่งที่รู้มาตลอด และไม่เคยคิดว่าจะต้องมานอนเปลือยใต้ร่างของนายท่านแบบนี้
“อ่า อื้ม” ความหวานของโพรงปากสาวน้อยที่เฝ้าเลี้ยงมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอยกลับถูกเขากลืนกิน เรียวลิ้นร้อนของพันภพสอดเร่าดูดคลึงลิ้นไร้เดียงสาของเด็กสาวใต้ร่างพร้อมสองแขนกอดรัดร่างเธอขึ้นหาแน่นและท่อนเนื้อกลางหว่างขาก็แข็งขึงปวดร้าวอยากกระแทกตัวฝากฝั่งในตัวเล็กๆ ของหล่อน
“อ่า...ท่านงดงามยิ่งนักเจ้าหญิงนาเดียร์ อื้ม...” อีรอสผละปากที่ปิดปากน้อยกลืนเสียงลมหายใจและเสียงหอบหายใจของนางมาลากลิ้นตวัดเลียลำคอระหงของเจ้าหญิงเผ่ามนุษย์ที่อ่อนระทวยรวยแรงเพราะสัมผัสปรารถนาของตนเองที่กำลังจะยัดเยียดให้นาง “อะ...อีรอส เจ้ามันเป็นอสูรชั้นต่ำ ข้าเกลียดเจ้า อะ...อื้อ” วาจาแผ่วเบาดังลอดจากริมฝีปากบวมเจ่อเพราะรสจูบดุดันของจอมอสูร มืออ่อนแรงทั้งสองพยายามผลักไสหัวของอีรอสออกจากซอกคอระหงของตนพร้อมบิดส่ายดิ้นหนีจากใต้ร่างใหญ่ แม้จะรู้ว่าพยายามไปก็ไร้ประโยชน์ “อ่า...หอมเหลือเกิน ท่านหอมเหลือเกินเจ้าหญิง อูว์...งั้นก็เป็นเมียอสูรชั้นต่ำหน่อยเป็นเช่นไรท่าน อื้ม...อ่า...”อีรอสขบกัดซอกคอระหงฝากฝังรอยเขี้ยวฟันคมของตัวเองแล้วก็ผละเคลื่อนมายังอกอวบอูม ยิ่งเจ้าหญิงนาเดียร์พยายามผลักไสดิ้นส่ายขัดขืนก็ยิ่งเป็นการขยับตัวยั่วยวนให้อีรอสตะกละในกายของนาง&
เสียงหอบหายใจของทั้งสองดังประสานกัน แต่รู้สึกแตกต่างกัน คนหนึ่งหอบซ่านด้วยความปรารถนา อีกคนหอบเหนื่อยด้วยความโกรธชังคนเหนือร่างและขยะแขยงสัมผัสของจอมอสูร เจ้าหญิงนาเดียร์มองจ้องดวงตาสีแดงของอีรอสแล้วก็ถุยน้ำลายใส่หน้าคนเหนือร่าง ไม่สนว่ามันจะกระเด็นตกกลับมาใส่หน้าตัวเอง ถุย! “อสูรชั้นต่ำอย่างเจ้า กล้าดีเช่นไรมาทำเช่นนี้กับเจ้าหญิงอย่างข้า อีรอส!” หึหึ อีรอสหาได้โกรธและขยะแขยงน้ำลายของเจ้าหญิงไม่ เขาทำเพียงแค่ตวัดลิ้นเลียคราบน้ำลายของนางที่ติดปลายจมูกตัวเองแล้วก็เอ่ยกับนางใต้ร่าง “หวานดี” แล้วอีรอสก็ตอบเจ้าหญิงคนงามของเผ่ามนุษย์ที่ตนกำลั
“กลับไปซะ!” เสียงห้าวแข็งตะโกนตอบกลับสาวใช้หน้ากระโจมแล้วสาวใช้ก็รีบขอลาทันที ด้วยรู้ดีว่าน้ำเสียงเช่นนี้นายเหนือหัวกำลังอารมณ์เดือดดาล ทำเอาเจ้าหญิงนาเดียร์สะดุ้งตกใจกับน้ำเสียงห้วนแข็งที่ตะโกนตอบกลับผู้มาใหม่ที่หน้ากระโจม ตอนนี้เจ้าหญิงนาเดียร์พยายามดิ้นรนคลานหนีจากเตียงนอนแข็งๆ แต่ก็ไร้ประโยชน์ เมื่อร่างใหญ่ของจอมอสูรโถมตัวลงมาคร่อมทับกักกดร่างเล็กตนไว้ใต้ร่างหนาของเขา “เจ้าจักทำอันใดข้า เจ้าอสูรชั้นต่ำ!” “ข้ามิปล่อยให้คนที่ตบข้าลอยนวลดอกเจ้าหญิงนาเดียร์ แต่สำหรับมือตบเช่นท่าน ข้าจักลงโทษด้วยวิธีของข้าเองและมันจะเป็นวิธีที่ทำให้ท่านจดจำข้าไปตลอดกาล มิว่าจักอยู่ที่ใดในโลกานี้ ท่านก็จักจดจำได้แต่เพียงสัมผัสของอสูรชั้นต่ำเยี่ยงข้า...หึหึ” อีรอสเอื้อนเอ่ยวาจาจบก็แค่นขำตามมาในท้ายประโยคทำเอาใจของเจ้าหญิงผู้เลอโฉมต้องเอ่ยตอบสวนกลับ
“เจ้าคือจอมอสูร แล้วทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่เล่า” มิมีมนุษย์ผู้ใดเห็นร่างอสูรของตนแล้วมิตกใจกรีดร้องเป็นลมหมดสติ ไม่ก็เสียสติ แต่กับเจ้าหญิงนาเดียร์ นางที่อยู่ตรงหน้าของอีรอสตอนนี้นางหาได้มีความหวาดกลัวตนไม่ และนี่แหละที่ทำให้หัวใจที่มิเคยเต้นไหวมานานนับแสนปีกระตุกไหวจนแทบจะเด้งออกมาด้านนอก “เจ้าคือจอมอสูรอีรอสใช่รึไม่ แล้วเจ้ามาอยู่ที่นี่ได้เช่นไรเล่า” นางพยายามบังคับน้ำเสียงตัวเองให้หนักแน่นดุดันแล้วขยับตัวลุกขึ้นลงจากเตียงมองไปยังดาบของเจ้าอสูรที่อยู่ใกล้ตัวเองเพียงสามก้าวเดิน แต่มองขนาดของดาบแล้วนางยกมิขึ้นแน่นอน หึหึ “ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งเจ้าหญิงนาเดียร์ผู้เลอโฉมทั้งในแดนมนุษย์แดนอสูร ที่นี่คือเขตแดนของอสูร เป็นเจ้าหญิงนาเดียร์ต่างหากเล่าที่บุกรุ
ด้านคาร์สัน พอพาสาวใช้ของเจ้าหญิงนาเดียร์มายังกระโจมที่ใช้สำหรับกักขังเชลย พอมาถึงก็มัดรวบนางไว้กับเสากลางกระโจมแล้วก็เดินออกมาสั่งเวรยามด้านนอกให้เฝ้านางเป็นอย่างดี อย่าให้หนีเล็ดรอดออกจากกระโจมนี้ได้เป็นอันขาด เมื่อจัดการได้แล้วก็กลับกระโจมของตนเอง “ข้าได้ยินว่าเจ้าพามนุษย์เข้ามาในค่ายของเรา” เสียงเข้มห้าวของน้องชายเอ่ยดังขึ้นเมื่อเขาเดินพ้นม่านของกระโจมเข้ามาข้างใน “ข่าวของเจ้าช่างไวนักคาร์เตอร์” “แน่นอนท่านพี่ ว่าแต่ผู้ใดเล่าที่ท่านพาเข้ามาในแดนอสูรของเรา” “จักใครซะอีกเล่า ก็สตรีที่งามเลิศในเผ่ามนุษย์น่ะสิ” “เจ้าหญิงนาเดียร์รึ” คาร์เตอร์รู้
“ครั้งก่อนเจ้าก็พูดเช่นนี้ มิได้พาเราหลงทางหรอกนะซันนี่” “เจ้าหญิงถามหม่อมฉันแบบนี้แล้วหม่อมฉันชักไม่แน่ใจแล้วเพคะว่ามาถูกทางไหม แต่แผนที่ที่หม่อมฉันได้มาก็บอกว่าทางนี้นะเพคะ” “ไหนเอามาให้เราดูสิว่าเรามาถูกทางจริงรึไม่” แล้วนางก็ยื่นมือไปรับแผนที่จากสาวใช้ข้างกายมาดู แม้จะเป็นเวลากลางคืน แต่ตรงที่อยู่ติดกับแดนอสูรจึงทำให้ได้รับแสงไฟจากเผ่าอสูรสาดส่องมองเห็นอะไรชัดเจน เจ้าหญิงนาเดียร์มองดูแผนที่ที่รับมาพร้อมขมวดคิ้วแล้วมองดูไปรอบๆ ตัวเองอยู่กับถนนเล็กๆ ที่ตนกับซันนี่ควบม้ามา แล้วก็ต้องนิ่วหน้าเมื่อรู้ว่าตนกับซันนี่มากันผิดทาง นางมิน่าให้ซันนี่เป็นคนดูแผนที่เลย “เรามากันผิดทางแล้วซันนี่ ทางนี้มิใช่ทางไปป้อมทหาร เราต้องย้อนกลับไป”&nbs







