แชร์

7

last update วันที่เผยแพร่: 2026-04-28 10:23:38

“เอ่อ น้องเรย์คะ พี่ว่า...” ผู้จัดการส่วนตัวของเรนิตา ได้พยายามที่จะทำหน้าที่ของเธออย่างดีที่สุดโดยการห้ามปรามไม่ให้เกิดเรื่องขึ้น

“ผมพูดอะไรผิดเหรอครับ แค่สงสัยว่า...เป็นดารานี่แซงคิวคนอื่นได้ด้วยงั้นเหรอ?” ภาสกรพูดต่อไปด้วยน้ำเสียงกวน ยกแขนขึ้นกอดอกพลางปรายตามองหญิงสาวด้วยสายตาเย้ยหยัน แล้วยกคิ้วข้างหนึ่งขึ้นด้วยท่าทางกวนๆ

“คุณคะ ฉันไม่ได้จะแซงคิวอย่างที่คุณเข้าใจค่ะ” เธอตอบกลับเสียงแข็ง รู้สึกหมั่นไส้ผู้ชายตรงหน้า แต่นั่นก็ไม่ทำให้ชายหนุ่มหยุดแต่เพียงเท่านี้

‘หน้าตาดี พอๆ กับปากดี ไม่สิ น่าจะปากหมา’

เรนิตาลอบถอนใจแต่คู่กรณีก็ยังไม่หยุด

“ก็เห็นๆ อยู่ว่าเจ้าของร้านเตรียมพาคุณเข้าร้านทั้งที่มีคนยืนรอก่อนหน้าคุณเกือบยี่สิบคนเลยนะ คุณนี่ไม่ใช่เด็กเส้นธรรมดา คงจะเส้นก๋วยจั๊บเลยสิ” ภาสกรแกล้งพูดเสียงดังขึ้นอีกระดับแล้วสังเกตว่าดาราสาวหน้าแดงขึ้นเพราะรู้สึกอับอาย

“ผมเป็นเจ้าของร้าน จะขายใครก่อนทานหลังก็ได้ คุณเรย์ ดาราชื่อดังอุตส่าห์มาทานอาหารร้านผม ผมต้องต้อนรับเป็นพิเศษอยู่แล้ว ให้ปิดร้านต้อนรับคุณเรย์คนเดียวก็ทำได้” เจ้าของร้านเองก็รีบออกตัวปกป้องเรนิตา

“พี่คะ อย่าพูดอย่างนั้นสิคะ” เรนิตาหันไปพูดกับเจ้าของร้านด้วยน้ำเสียงปนตำหนิ “เรย์รอคิวได้ ให้เรย์เข้าร้านตามคิวดีกว่าค่ะ”

“ไม่ครับ ผมเป็นเจ้าของร้าน จะให้อภิสิทธิ์พิเศษกับคุณเรย์ยังไงก็ได้ ใครมีปัญหาก็ไม่ต้องมากินร้านนี้”

“หึ โอเค ถ้าอย่างนั้น ผมคงต้องไปหาร้านอื่นกินแล้วละ ถ้ารู้ว่าเจ้าของร้านมีทัศนคติในการให้บริการลูกค้าแย่ๆ แบบนี้ ผมคงไม่มาแต่แรก ไม่เข้าใจเลยเนอะว่าทำไมร้านคุณถึงดัง สงสารร้านเล็กๆ ที่เจ้าของอาจจะมีความคิดดีๆ มากกว่าคุณ” ภาสกรสาดคำด่าออกมาน้ำเสียงนิ่งๆ เขาคิดว่าป่วยการที่จะพูดอะไรกับเจ้าของร้านดังกล่าวอีกต่อไป เขาไม่ชอบคนนิสัยแบบนี้เป็นทุนเดิม

“นี่คุณ! ใจเย็นสิคะ คุณเองก็ไม่มีสิทธิ์มายืนต่อว่าคนอื่นแบบนี้นะคะ ก่อนจะพูดอะไรควรให้คนอื่นได้อธิบายบ้าง” แต่ก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินออกจากร้านไปเพราะไม่ชอบทัศนคติเจ้าของร้าน เสียงของเรนิตาก็ดังขึ้น เขาลอบยิ้มมุมปากหนึ่งครั้งก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับเธอ

 “งั้นคุณก็เชิญอธิบายมาสิครับ คุณดาราดัง” ชายหนุ่มมองหญิงสาวอย่างท้าทาย

 เรนิตาไม่ทำให้เขาผิดหวังจริงๆ  เหมือนเธอจะลืมหรือวางทิ้งความเป็นดาราไว้ชั่วครู่ “ได้ ฉันจะอธิบายให้ฟัง ร้านนี้มีกล้องวงจารปิด ถ้าเปิดมาดูแล้วฉันไม่ได้ใช้อภิสิทธิ์เหนือใคร คุณจะขอโทษฉันไหม”

“พอเถอะค่ะน้องเรย์” เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ไม่สู้ดีนัก ผู้จัดการสาวก็รีบเข้ามาห้ามปรามอีกครั้ง

“พี่เรย์คะ อย่าสนใจเลยค่ะ พวกหนูว่า เขาอาจจะเป็นพวกบ้าดารา แต่เข้าหาไม่เป็น เลยชวนทะเลาะเพื่อหาเรื่องคุยกับพี่เรย์ก็ได้” กลุ่มเด็กสาวที่เป็นแฟนคลับเรนิตาออกปากช่วยเหลือทันที

“จริงค่ะพี่เรย์ หนูอุตส่าห์คิดว่าพี่เขาดูหล่อเท่ดี นึกว่าเป็นพระเอกใหม่ ไม่คิดเลยว่าจะปากเสียใส่พี่เรย์แบบนี้ คนอะไรหน้าตาก็ดี แต่ท่าทางเถื่อนชะมัด” เด็กสาวอีกคนรีบช่วยพูดทันทีก่อนจะหันไปมองทางภาสกรปนตำหนิ นั่นยิ่งทำให้ภาสกรรู้สึกท้อใจกับค่านิยมของคนในประเทศนี้ ยิ่งเห็นว่าชุดความคิดนี้มาจากคนรุ่นใหม่เขาก็ยิ่งรู้สึกสิ้นหวังกับอนาคตของประเทศ เพราะหากทุกคนยังปฏิบัติต่อกันไม่เท่าเทียม แบบนี้คนจนหรือคนที่ไม่ได้มีชื่อเสียงก็คงไม่ได้รับความยุติธรรมไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม

“โอ้โห ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าโลกกลายเป็นแบบนี้ไปแล้ว เป็นคนดังทำอะไรแล้วถูกเสมอ” ภาสกรบ่นลอยๆ พลางกลอกตามองบน ป่วยการที่จะไปโต้เถียงกับเด็กๆ เหล่านี้

“ฉันแค่อยากจะอธิบายว่า ฉันไม่คิดจะแซงคิวคุณหรือว่าใครทั้งนั้น ถึงจะเป็นดารา แต่ฉันก็มีมารยาทมากพอ ฉันรู้ค่ะว่าอะไรควรอะไรไม่ควรค่ะ” เรนิตาตอบกลับคนตัวสูงตรงหน้านิ่งๆ ในขณะที่ภาสกรรับฟังคำอธิบายจากเธอด้วยความพึงพอใจ เขาดูคนไม่ผิดจริงๆ…ชายหนุ่มยักไหล่เล็กน้อย และแสร้งทำทีเหมือนไม่เชื่อเธอ ก่อนจะเดินจากไป

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ซุป’ตาร์คนนี้ผมจอง   41

    เมื่อคิดถึงเรื่องจูบ เรนิตาก็อดที่จะเอามือมาแตะที่ริมฝีปากตนเองไม่ได้ เธอเคยทะนุถนอมทุกสิ่งอย่างของร่างกายเพื่อให้พายุคนเดียวในวันแต่งงาน แต่แล้ว มันกลับถูกชายหนุ่มผู้ได้ชื่อว่าเป็นคนที่ตนเองหมั่นไส้ที่สุดทำลายไป ที่น่าแปลกคือเธอกลับไม่รู้สึกรังเกียจ หากสติสุดท้ายไม่บอกให้ผลักไสเขา ตนเองก็คงหลงละเมอไปกับรสจูบและประสบการณ์แปลกใหม่ที่อีกฝ่ายมอบให้เช่นกัน“เลิกคิดได้แล้วเรย์ เขาก็บอกอยู่ว่าอารมณ์ชั่ววูบ”หญิงสาวสะบัดความคิดต่างๆ ออกไป แล้วพยายามจดจำคำพูดของชายหนุ่มที่บอกว่าทั้งหมดมันเป็นเพียงแค่อารมณ์ชั่ววูบ คงเป็นธรรมดาของหญิงชายที่อยู่ใกล้กัน แต่ถึงอย่างไร เรื่องแบบนั้นระหว่างเธอกับภาสกรมันจะไม่มีวันเกิดขึ้นอีกครั้งเป็นเด็ดขาด!เช้าวันรุ่งขึ้น เพ็ญศรีมาทำอาหารเช้าให้กับพ่อเลี้ยงภาสกรเหมือนเช่นทุกวัน โดยมีเรนิตาเป็นลูกมือคอยเตรียมวัตถุดิบและเครื่องปรุง ใจจริง เธออยากจะเป็นคนลงมือช่วยเพ็ญศรีทำอาหารมากกว่านี้ แต่ด้วยรสมือที่ต่างกันสิ้นเชิง และก็ยอมรับว่าแม่ครัวเก่าแก่มีฝีมือการทำอาหารที่เยี่ยมยอดจริงๆ ดาราสาวจึงคิดว่าคงต้อง

  • ซุป’ตาร์คนนี้ผมจอง   40

    ออกมาเสียดีกว่าริมฝีปปากหนาขยับเป็นรอยยิ้ม“มันจะไม่เกิดเรื่องแบบนี้อีก ผมสัญญา”ภาสกรหลับตาลง หัวคิ้วเข้มขมวดนิดๆ โทษตัวเองที่แหวกหญ้าให้งูตื่นเสียได้ หากเป็นเวลาปกติ เขาคงไม่ยอมให้หญิงสาวมาตะโกนด่าปาวๆ แบบนี้แน่นอน แต่ลูกผู้ชาย แต่ครั้งนี้เขาก็ผิดเพราะเรนิตาไม่ได้เต็มใจเขาจึงขอโทษเธอ อย่างไม่มีข้อแก้ตัวใดๆคนเริ่มระแวงมีคำถามขึ้นมา“ช่วยบอกเหตุผลที่ฉันควรจะอยู่ที่บ้านนายให้รู้สักข้อได้ไหม ในเมื่อฉันสามารถอยู่ที่ห้องพักคนงานเหมือนเดิมก็ได้ พอมีงานอะไร ก็เรียกใช้ฉันได้ปกติ” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ และนี่ก็เป็นสิ่งที่สงสัยตั้งแต่วันแรกที่เขาสั่งให้เธอย้ายไปอยู่ที่บ้านด้วย“ก่อนหน้านี้ คุณได้สังเกตบ้างไหมว่ามีคนงานกลุ่มหนึ่งหายไปจากไร่” พ่อเลี้ยงหนุ่มถอนหายใจ ทีแรกไม่คิดจะเล่าเรื่องนี้ให้เรนิตาฟัง แต่หากเธอยังดื้อและอยากกลับไปอยู่ที่ห้องพักคนงานอีก เขาก็ควรจะเล่าเรื่องนี้ให้เธอรับรู้“ก็ถูกนายไล่ออกไม่ใช่หรือไง จะมาพูดเรื่องนี้ทำไมกัน”เรนิตาไม่เห็นว่าเรื่องคนงานจะเกี่ยวกับเรื่องของตนเองตร

  • ซุป’ตาร์คนนี้ผมจอง   39

    “ผมไม่หิว แล้วก็ไม่ได้บอกให้คุณทำด้วย” ภาสกรพูดด้วยความงุนงง เรนิตาคงไม่พอใจที่ถูกเขาต่อว่าเมื่อครู่ และชายหนุ่มก็รู้ดีว่าตนเองเป็นพวกชวนใครคุยไม่เก่ง แต่ถ้าหาเรื่องทะเลาะนั้นเก่งกว่าใครทุกคน“ก็ดี เพราะฉันก็อยากพักแล้ว ปล่อย!” เรนิตาพยายามสะบัดแขนอีกครั้ง แต่ก็ไม่สำเร็จอีกตามเคย“โกรธเรื่องอะไร เรื่องเมื่อกี้ หรือเรื่องเมื่อคืน?”ภาสกรจ้องใบหน้าสวยด้วยแววตาอ่อนโยนกว่าทุกครั้ง เขารู้ตัวว่าตนเองคงจะรุนแรงและพูดจาไม่ดีกับเธอมากเกินไป และคำถามนั้นก็ทำให้เรนิตาหน้าแดงขึ้นมาอย่างอัตโนมัติ“ฉันไม่โกรธ ทำไมต้องโกรธด้วย คุณจะซื้ออะไรให้ใครก็ซื้อไปสิ ฉันไม่อยากได้”หญิงสาวพูดตะกุกตะกักออกไป หากเป็นเรื่องเมื่อกี้เธอเองก็รู้สึกน้อยใจอยู่บ้าง แต่หากเป็นเรื่องเมื่อคืน เธอไม่ได้โกรธ ไม่ได้น้อยใจ แต่แค่ไม่พร้อมจะเห็นหน้าเขาเท่านั้นเองแต่ก็แปลก ทำไมเมื่อกี้ที่เขาพูดจาไม่ดีกับเธอ ในอกถึงรู้สึกเจ็บจี๊ดเล็กๆ และรู้สึกน้อยใจขึ้นมาล่ะ? ก่อนหน้า พ่อเลี้ยงภาสกรพูดจาประสาสุนัขไม่รับประทานใส่ เธอกลับรู้สึกโมโห อยากเอา

  • ซุป’ตาร์คนนี้ผมจอง   38

    “คุณภาค?” แม่ครัวเก่าแก่เอ่ยถามด้วยความสงสัย ปกติแล้วแทบไม่มีใครเรียกพ่อเลี้ยงด้วยชื่อเล่นมาก่อน นางจึงไม่ชินนัก“ก็พ่อเลี้ยงของป้าเพ็ญชื่อ ‘ภาค’ ไม่ใช่เหรอคะ” ดาราสาวเอ่ยถามขึ้น เธอจำได้ว่าเมญ่าเคยบอกว่า พ่อเลี้ยงของที่นี่ชื่อ ‘ภาค ภาสกร’ แล้วทำไมเพ็ญศรีถึงทำหน้าตาประหลาดใจเช่นนี้“ใช่ค่ะ เพียงแต่ป้าแค่ไม่ชิน เพราะคนที่นี่ไม่เคยมีใครเรียกชื่อเล่นพ่อเลี้ยงเลย มีแค่หนูเรย์กับ…” กำลังนึกถึงหญิงสาวคนหนึ่ง แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าไม่ควรพูด เพ็ญศรีเลยเงียบไปเสียอย่างนั้น“ใครเหรอคะ?” เรนิตาเอ่ยถามด้วยความอยากรู้“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ หนูเรย์ปวดหัวใช่ไหม งั้นไปพักเถอะ เดี๋ยวป้าบอกพ่อเลี้ยงให้” หญิงสูงวัยรีบเปลี่ยนเรื่องทันทีด้วยไม่อยากให้หญิงสาวซักถามเรื่องนั้นต่อ“ขอบคุณค่ะ และก็ขอโทษด้วยนะคะป้าเพ็ญ”เรนิตาพูดด้วยสีหน้ารู้สึกผิด ก่อนจะรีบเดินเลี่ยงไปทันที เธอรู้ดีว่าตนเองไม่ได้ป่วยจึงเลือกที่จะเข้าห้องไปนอนพักครู่เดียวเท่านั้นเพื่อไม่ให้เพ็ญศรีสงสัย แล

  • ซุป’ตาร์คนนี้ผมจอง   37

    “แล้วคุณอยากดูอะไร” ภาสกรหันมามองหน้าคนข้างกาย ยามที่เธอทำแววตาสนใจใคร่รู้ พร้อมกับนั่งกินอะไรสบายๆ แบบนี้ก็ดูเรียบๆ ง่ายๆ เหมือนผู้หญิงธรรมดาทั่วไป แต่ไม่รู้เพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์หรือไม่จึงทำให้ชายหนุ่มรู้สึกว่าเรนิตามีเสน่ห์เหลือเกิน“ก็ดูละครที่ฉันเล่นนี่แหละ”หญิงสาวพูดยิ้มๆ เมื่อเขายื่นรีโมตเป็นเชิงอนุญาตให้เลือกเองตามสบาย เธอจึงเลือกเปิดดูละครของตนเองทันที“ไอ้พระเอกคนนี้ไม่เห็นจะหล่อตรงไหน”ภาสกรพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ เมื่อเห็นว่าเปิดมาเป็นฉากที่พระนางกำลังจะเข้าห้องหอด้วยกัน แม้ว่าเรนิตาจะสวยหยาดเยิ้มสมกับเป็นเจ้าสาวในเรื่อง แต่เจ้าบ่าวที่กำลังโอบกอดเธอจากด้านหลังนั้น มันทำให้เขารู้สึกโมโหขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก“คุณนี่ตาไม่ถึงจริงๆ คนนี้เขาเป็นพระเอกเบอร์หนึ่งของช่องเลยนะ ตัวจริงหล่อมาก หล่อกระแทกตาเลย”เรนิตาคัดค้านอย่างไม่ใส่ใจมากนัก เพราะสายตากำลังกำลังจดจ่อกับฉากต่อไปที่พระเอกจะดึงตัวเธอเข้ามาหอมแก้ม และเข้าฉากเลิฟซีนโดยที่ผู้กำกับใช้เทคนิคมุมกล้องให้เป็นฉากจูบปลอมเข้าช่วยภาสก

  • ซุป’ตาร์คนนี้ผมจอง   36

    “พอกันได้แล้วค่ะทั้งสองคน ทะเลาะกันเป็นเด็กๆ เลยค่ะ” เพ็ญศรีรีบพูดแทรกทันทีเมื่อเห็นว่าตอนนี้ทั้งคู่เริ่มเปิดศึกกันอีกครั้ง“ก็ป้าเพ็ญดูยัยดาราคนสวยของป้าสิครับ เถียงเก่งเป็นที่สุด” ภาสกรพูดพร้อมกับมองหน้าเรนิตาอย่างเอาเรื่องไม่แพ้กัน แต่มีหรือหญิงสาวจะเกรงกลัว เธอสวนกลับทันทีด้วยแววตากรุ่นโกรธ“ก็คุณพูดจายั่วโมโหฉันก่อนทำไมล่ะ!” ใช่ เขาเรียกเธอ ‘หนูเรย์’ ชัดๆ ฟังดูก็รู้ว่าเขาหมายถึงเธอน่ะเป็นเด็ก! และสำหรับตาขี้เก๊กนี่อาจจะหมายถึง ‘เด็กไม่ยอมโต’ ด้วยซ้ำ!“ผมพูดยั่วโมโหคุณตอนไหนมิทราบครับ หือ?” เข้าทางคนตัวสูงทันที เขายกยิ้มอย่างคนชนะ แล้วเล่นเกมแมวหยอกหนูทันทีที่เรนิตาติดกับดัก และที่หญิงสาวออกอาการหัวฟัดหัวเหวี่ยงแบบนี้อาจเพราะรู้ว่าเขาจงใจใช้สรรพนามบอกว่าเธอน่ะดื้อรั้นเหมือนเด็ก ทั้งที่อายุอานามก็ปาไป 20 ปีเศษแล้ว“ก็คุณเรียก...” ฉุกคิดขึ้นได้ว่าอาจหลงกลภาสกรเข้าให้แล้ว เมื่อเห็นเขาเผยรอยยิ้มยียวนกวนประสาทชัดเจน แถมยังเลิกคิ้วรอให้เธอพูดต่อแบบนี้ ขืนเผยไ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status