LOGINงานแถลงข่าวเปิดตัวแฟนสาวของซุปเปอร์สตาร์อันดับหนึ่งของเมืองไทย ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนทุกแขนง ซึ่งขณะนี้นักข่าวจากทุกสำนักได้มารวมตัวกันอยู่ที่ห้องแถลงข่าว ของโรงแรมซันสวีทจนแน่นขนัด ระหว่างนั่งรอเวลา บรรดานักข่าวต่างก็จับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์เสียงดังเซ็งแซ่ ราวนกกระจอกแตกรัง แต่เสียงเหล่านั้นก็เงียบกริบลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อประตูด้านข้าง ของห้องแถลงข่าวถูกเปิดออก จากนั้นร่างสูงของจักรวาล ก็ปรากฏแก่สายตาทุกคู่ที่กำลังเฝ้ารอ ตามด้วยเฌอปรางค์ และรั้งท้ายด้วยเรืองฤทธิ์
จักรวาลเดินไปนั่งที่ชุดโซฟาบนเวทีเตี้ยๆ หน้าห้องซึ่งทางโรงแรมเตรียมไว้ให้ ซุปเปอร์สตาร์หนุ่มนั่งเก้าอี้ตัวกลาง เฌอ-ปรางค์นั่งด้านซ้าย และเรืองฤทธิ์นั่งประกบด้านขวา ระหว่างทางที่เดิน มีเสียงชัตเตอร์ดังระรัว พร้อมกับแสงแฟลชที่สว่างวูบวาบตามไปตลอดทาง จนกระทั่งบุคคลทั้งสามเดินไปนั่งบนเวทีหน้าห้องเป็นที่เรียบร้อย ทุกย่างก้าวของจักรวาล ถูกประทับไว้ด้วยสายตาเยียบเย็นของ ‘วันชัย’ ซึ่งนั่งอยู่ด้านหน้าสุด ติดขอบเวที โดยที่เขาไม่รู้ตัวเลย
“สวัสดีค่ะ พี่ๆ น้องๆ สื่อมวลชนทุกท่าน พี่จะไม่พูดพล่ามทำเพลงให้เสียเวลานะคะ เพราะทราบดีว่า พวกเราทุกคนกำลังอยากรู้เรื่องอะไรมากที่สุด” เรืองฤทธิ์กล่าวทักทายสื่อมวลชน ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ซึ่งผิดจากยามปกติ ที่เขามักจะพูดจาหยอกล้อกับสื่อมวลชนอย่างเป็นกันเองอยู่เสมอ
“ผู้หญิงคนนี้ใช่มั้ยคะ ที่เป็นแฟนคุณจักร” นักข่าวคนหนึ่ง ยิงคำถามเข้าประเด็นอย่างว่องไว
เรืองฤทธิ์ฝืนยิ้มเพื่อไม่ให้บรรยากาศเคร่งเครียดจนเกินไป แล้วตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “ใช่ค่ะ พี่ขอแนะนำให้ทุกคนรู้จักแฟนจักร อย่างเป็นทางการเลยก็แล้วกันนะคะ เธอชื่อเฌอปรางค์ หรือจะเรียกว่า มะปรางก็ได้ค่ะ ผู้หญิงคนนี้แหละ ที่เป็นแฟนตัวจริงของจักร จักรไม่ได้ชอบผู้ชายอย่างที่มีข่าวโคมลอยออกมาจากบางสำนักหรอกนะคะ” เรืองฤทธิ์พูดเหน็บ พลางปรายตาไปยังวันชัย ที่จ้องเขม็งมาที่จักรวาล
กล้องทุกตัวในมือสื่อมวลชน โฟกัสไปยังเฌอปรางค์อย่างพร้อมเพรียงกัน โดยไม่ได้นัดหมาย จนหญิงสาวต้องหยีตา เพื่อหลบแสงแฟลชที่สว่างวูบวาบกระทบม่านตา
“คุณมะปรางรู้จักกับคุณจักรได้ยังไงครับ” นักข่าวหนุ่มเอ่ยถาม
“มะปรางรู้จักกับคุณจักรเมื่อสองปีที่แล้ว ตอนที่คุณจักรไปเที่ยวเชียงใหม่ค่ะ” หญิงสาวตอบฉะฉานเพราะท่องสคริปต์มาอย่างดี
“คุณมะปรางไปทำอะไรที่นั่นคะ ไปเที่ยวเหมือนกันหรือเปล่าคะ” นักข่าวอีกคนหนึ่งถามต่อ
“บ้านมะปรางอยู่เชียงใหม่ค่ะ” เฌอปรางค์ตอบสั้นๆ เพราะไม่อยากกล่าวถึง ‘บ้าน’ เท่าใดนัก ด้วยเกรงว่าจะเกิดการซักถาม และเลยเถิดไปถึงบุคคลในครอบครัว
“เล่าให้ฟังหน่อยได้มั้ยคะ ว่าคุณจักรกับคุณมะปรางปิ๊งกันได้ยังไง”
“มะปรางว่าคำถามนี้ ให้คุณจักรเป็นคนตอบดีกว่านะคะ เพราะมะปรางก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าคุณจักรชอบอะไรในตัวมะปราง” หญิงสาวกล่าวพลางหันไปสบตาจักรวาล แล้วแสร้งยิ้มหวานให้เขา
จักรวาลหรี่ตามองเฌอปรางค์ ประหนึ่งต้องการที่จะบอกว่า ‘โยนกันดื้อๆ อย่างนี้เลยเหรอยายตัวแสบ’ จากนั้นชายหนุ่มจึงหันกลับไปตอบผู้สื่อข่าว ที่ต่างก็รอฟังคำตอบกันอย่างใจจดใจจ่อว่า “ผมขอไม่ตอบคำถามนี้”
คำตอบของจักรวาลทำให้ผู้สื่อข่าวอึ้งกันไปเป็นแถบ ไม่เว้นแม้กระทั่งเรืองฤทธิ์ที่ตกใจจนหันขวับไปมองซุปเปอร์สตาร์หนุ่มอย่างรวดเร็วจนคอแทบหัก จากนั้นผู้จัดการส่วนตัวร่างอวบ จึงรีบแก้สถานการณ์ว่า
“ทุกคนก็รู้ว่าจักรไม่ค่อยชอบพูดเรื่องส่วนตัว พี่ว่าเราผ่านคำถามนี้ไปดีกว่านะคะ ใครมีคำถามอื่นถามได้เลยค่ะ...ถามเลย” เรืองฤทธิ์พยายามเร่งเร้า เพื่อที่จะได้ผ่านนาทีวิกฤตินี้ไปโดยไว ทว่านักข่าวตัวร้ายอย่างวันชัย ก็ไม่ยอมปล่อยให้คำถามนี้ผ่านไปง่ายๆ ยิ่งจักรวาลไม่อยากตอบ เขาก็ยิ่งอยากเอาชนะ
“ในเมื่อนักข่าวเขาอยากรู้ คุณก็น่าจะตอบให้ทุกคนหายข้องใจนะ หรือว่าคำถามนี้ไม่ได้อยู่ในสคริปต์ ก็เลยตอบไม่ถูก” วันชัยกล่าวท้าทาย
กลุ่มผู้สื่อข่าวต่างหันหน้าเข้าหากัน แล้วซุบซิบด้วยความสงสัย เมื่อได้ยินวันชัยเอ่ยถึง ‘สคริปต์’
เฌอปรางค์หันไปสบตากับเรืองฤทธิ์เป็นเชิงปรึกษาว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี ซึ่งเพื่อนรุ่นพี่ก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วยิ้มทำใจดีสู้เสือ ก่อนจะพูดว่า “ไม่มีสคริปต์อะไรทั้งนั้นแหละ จักรคงเขิน ที่ต้องพูดถึงเรื่องความรักออกสื่อ แต่ถ้าทุกคนอยากรู้เรื่องนี้จริงๆ พี่ขอเป็นคนเล่าให้ฟังเองนะคะ เพราะพี่อยู่กับสองคนนี้ตลอดเวลา พี่รู้ดีค่ะ”
“นี่มันเป็นเรื่องของคุณจักรวาล ก็ให้เจ้าตัวเขาเป็นคนเล่าเองไม่ดีกว่าเหรอคุณเรืองฤทธิ์” วันชัยยังคงกัดไม่ปล่อย
“ริชชี่ย่ะ” เรืองฤทธิ์สวนกลับทันควัน แล้วสะบัดหน้าพรืดอย่างไม่สบอารมณ์
จักรวาลกำหมัดแน่น พยายามระงับโทสะที่กำลังพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ทุกกิริยาของชายหนุ่มอยู่ในสายตาของเฌอปรางค์ตลอดเวลา และในที่สุดหญิงสาวก็ตัดสินใจออกหน้ากอบกู้สถานการณ์ ก่อนที่ซุปเปอร์สตาร์หนุ่มจะตบะแตก
“คุณจักรก็เป็นคนแบบนี้ล่ะค่ะ แข็งกระด้าง เย็นชา ไม่น่ารัก ให้เขาพูดเรื่องหวานๆ เขาคงพูดไม่เป็นหรอกค่ะ เอาเป็นว่า มะปรางขอเล่าเรื่องนี้เองนะคะ” เฌอปรางค์อดที่จะประชด ซุปเปอร์สตาร์หนุ่มเจ้าอารมณ์ ที่นั่งคิ้วชนกันไม่ได้
“ถ้าอย่างนั้นคุณมะปรางช่วยเล่าให้พวกเราฟังหน่อยนะคะ ว่ารู้จักกับคุณจักรวาลได้ยังไง แล้วทำไมถึงรักกันได้ เพราะที่ผ่านคุณจักรวาลไม่ค่อยคบใครนานๆ แบบนี้สักที” นักข่าวสาวแอบเสียดสีพฤติกรรมการเปลี่ยนคู่ควงบ่อยๆ ของจักรวาลเล็กน้อย
“เราสองคนรู้จักกันเพราะมะปรางเป็นเพื่อนกับพี่ริชชี่ค่ะ เลยมีโอกาสได้พบกัน มะปรางกับพี่ริชชี่เป็นรุ่นพี่ รุ่นน้อง มหาวิทยาลัยเดียวกันค่ะ” เฌอปรางค์ลอบระบายลมหายใจออกมานิดหนึ่ง ที่อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้พูดปดไปเสียทั้งหมด เธอเป็นศิษย์มหาวิทยาลัยเดียวกับเรืองฤทธิ์จริง ทว่าห่างกันหลายปี และที่รู้จักกันได้ เพราะเรืองฤทธิ์มักจะกลับไปช่วยกิจกรรมของมหาวิทยาลัยอยู่เสมอ
“ทำไมคุณสองคนถึงปิดเรื่องนี้ไว้ตั้งสองปีกว่า” นักข่าวสาวคนเดิมเอ่ยถาม
“ผมจะคบใคร ก็ไม่จำเป็นต้องประกาศให้โลกรู้ไม่ใช่เหรอ” จักรวาลแสดงอาการหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด จนเรืองฤทธิ์ต้องสะกิดเตือนให้ใจเย็น
“คุณเป็นคนของประชาชน เป็นบุคคลสาธารณะ เพราะฉะนั้นเรื่องของคุณ ก็คือเรื่องของทุกคน” วันชัยแย้ง ด้วยท่าทียียวนอย่างคงเส้นคงวา
“แบบนั้นมันไม่มากไปหน่อยเหรอ” จักรวาลสวนออกไปทันควัน
เฌอปรางค์รีบใช้ข้อศอกกระทุ้งสีข้างของคนเลือดร้อนอย่างรวดเร็ว เพื่อหยุดคำพูดรุนแรงของเขา แล้วชิงพูดออกไปด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานว่า “ดาราก็เป็นปุถุชน คนธรรมดา ย่อมต้องการมีมุมส่วนตัวบ้าง ถูกมั้ยคะ คุณจักรก็เหมือนกันค่ะ เขาเป็นคนของประชาชนก็จริง แต่บางครั้งเขาก็อยากอยู่เงียบๆ ในโลกส่วนตัวบ้าง ถึงแม้ว่าบางครั้ง เขาอาจจะมีโลกส่วนตัวมากไปหน่อยก็ตาม แต่นั่นก็เป็นปกตินิสัยของเขาอยู่แล้วนี่ค่ะ”
สื่อมวลชนน้อยใหญ่ พากันพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของเฌอปรางค์ เพราะเป็นที่รู้กันทั่ววงการบันเทิงว่า จักรวาลเป็นนักแสดงที่มีโลกส่วนตัวสูงลิบลิ่ว การให้สัมภาษณ์แต่ละครั้ง มีเพียงเรื่องงานเท่านั้นที่เขายอมตอบแต่โดยดี หากถูกถามถึงเรื่องส่วนตัวเมื่อใด เขาก็พร้อมจะเดินหนีอย่างไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหมใดๆ ทั้งสิ้น
“แปลกนะครับ คนที่มีโลกส่วนตัวสูงอย่างคุณ อยู่ๆ ก็ลุกขึ้นมาเปิดตัวแฟน ทั้งๆ ที่ปกปิดเอาไว้ตั้งสองปีกว่า แล้วอย่างนี้พวกเราจะมั่นใจได้ยังไง ว่าสิ่งที่พวกคุณกำลังพูดคือความจริง และคุณมะปรางไม่ใช่คนที่คุณอุปโลกน์ขึ้นมา เพื่อกลบข่าวเกย์ของคุณ” วันชัยดักทางอย่างรู้ทัน
จักรวาลกำหมัดไว้แน่นบนหน้าขาของตน แล้วตั้งท่าจะลุกออกจากที่นั่ง แต่ก็ช้ากว่าเฌอปรางค์ที่เอื้อมมือไปกดหลังมือของเขาเอาไว้ หญิงสาวหันไปสบตาคนอารมณ์ร้อน แล้วยิ้มหวานให้เขา ก่อนจะโน้มตัวเข้าไปกระซิบที่ข้างหูเขาว่า “ฉันจัดการเอง”
เฌอปรางค์หันกลับไปเผชิญหน้ากับกองทัพนักข่าวอีกครั้ง แล้วพูดว่า “ที่มะปรางกับคุณจักร เพิ่งจะออกมาเปิดเผยเรื่องของเรา ก็เพราะต้องการหยุดกระแสข่าว ที่ว่าคุณจักรวาลเป็นพวกรักป่าเดียวกัน อย่างที่คุณนักข่าวคนนั้นพูดจริงๆ ค่ะ” หญิงสาวพูดพลางมองหน้าวันชัย ราวกับต้องการบอกว่า ไม่ว่าเขาจะมาไม้ไหน เธอก็รับมือได้
จักรวาลและเรืองฤทธิ์หันไปมองเฌอปรางค์อย่างเอาใจช่วย
“มะปรางกับคุณจักรวาลคบกันมาสองปีแล้วจริงๆ และที่ผ่านเราก็ไม่ได้ปิดบังอะไร เพียงแค่พี่ๆ นักข่าวไม่ทราบเท่านั้นเองค่ะ เราไม่ได้ปิดบัง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องเปิดทั้งหมดนี่คะ” เฌอปรางค์ทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มหวานหยด ทว่าแววตานั้นเชือดเฉือนท้าทาย
“แต่มันก็น่าแปลกนะครับ ที่คุณสองคนคบกันมานานขนาดนี้ แต่กลับไม่มีใครระแคะระคายเรื่องนี้เลย” นักข่าวหนุ่มหน้าอ่อน ตั้งข้อสังเกต
“นู่นก็ไม่เชื่อ นี่ก็ไม่เชื่อ พวกคุณจะเอายังไง!” จักรวาลกระชากเสียงต่อว่า จนนักข่าวคนนั้นหน้าเจื่อนไปถนัดตา
เฌอปรางค์เอื้อมมือไปหยิกต้นขาคนอารมณ์ร้อนอย่างแรง จนคนถูกหยิกสะดุ้งโหยง จากนั้นหญิงสาวจึงกัดฟันกระซิบกับคนขี้โมโหว่า “ถ้าไม่คิดจะช่วย ก็อยู่เฉยๆ เข้าใจมั้ย !”
จักรวาลจำใจต้องสงบนิ่ง และปล่อยให้เฌอปรางค์จัดการกับวันชัย และกองทัพนักข่าวต่อไป
“มะปรางคิดอยู่แล้วว่าพี่ๆ นักข่าวต้องสงสัยเรื่องนี้ วันนี้มะปรางก็เลยเอารูปถ่ายตอนที่เราสองคนไปเที่ยวด้วยกันตามสถานที่ต่างๆ มาให้ทุกคนดูด้วยค่ะ” พูดจบเฌอปรางค์ก็หันไปส่งสัญญาณให้เรืองฤทธิ์
เรืองฤทธิ์หยิบซองเอกสารสีน้ำตาลมาเปิดออก แล้วดึงรูปถ่ายปึกหนึ่งออกมาโชว์หราต่อหน้านักข่าว ซึ่งเป็นรูปที่ตัดต่อเสียจนเนียน ชนิดที่ถ้าไม่สังเกตดีๆ ก็จะมองไม่ออกว่าเป็นรูปตัดต่อ
“นี่เป็นรูปถ่ายของจักรกับมะปราง ตอนที่ไปเที่ยวด้วยกัน เอาไปแบ่งกันดูให้ทั่วนะคะ” เรืองฤทธิ์ยื่นรูปถ่ายให้บรรดาผู้สื่อข่าวตรงหน้า ซึ่งแต่ละคนก็ยื้อแย่งกันโกลาหล
“ใจเย็นๆ ค่ะ ไม่ต้องแย่งกันค่ะ พี่ไรท์รูปใส่แผ่นซีดีมาแจกทุกคนแล้วค่ะ นี่ค่ะ” เรืองฤทธิ์พูดพลางส่งซองเอกสารซองใหญ่ส่งตามไปอีกระรอก
“ขอบคุณค่ะพี่ริชชี่ พรุ่งนี้หนูจะลงข่าวหน้าหนึ่งกรอบใหญ่ให้เลยค่ะ” นักข่าวสาวจากหนังสือพิมพ์รายวันชื่อดังบอกอย่างลิงโลด
เฌอปรางค์หน้าซีดเผือดเมื่อได้ยินว่า เรื่องนี้กำลังจะเป็นข่าวใหญ่ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า และในเวลาอีกไม่นานเช่นกัน ที่ข่าวนี้จะเดินทางไปถึงเชียงใหม่ และเข้าหู เข้าตาคุณยายเสาวรส แต่ในเมื่อการแสดงได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว นักแสดงที่ดีก็ต้องเล่นต่อให้จบ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม ดังสุภาษิตต่างประเทศที่ว่า The show must go on
วันชัยเห็นนักข่าวส่วนใหญ่กำลังจะคล้อยตามเฌอปรางค์ เขาจึงหาทางดึงสถานการณ์ให้กลับมายังจุดเดิมอีกครั้ง
“รูปนี้เป็นรูปจริงหรือรูปตัดต่อก็ไม่รู้นะ”
เรืองฤทธิ์หันขวับไปมองหน้าวันชัย แล้วพูดด้วยน้ำเสียงแดกดันว่า “ก็คงเหมือนกับรูปเปลือยของจักร ที่ถูกมือดีเอาไปปล่อยในอินเทอร์เน็ตนั่นล่ะ รูปนั้นก็ไม่มีใครรู้ว่าเป็นรูปจริง หรือรูปตัดต่อ ไม่ใช่เหรอ“
นักข่าวหลายคนพยักหน้าเห็นด้วยกับเรืองฤทธิ์
“คุณจักรวาลกับคุณมะปรางมีแพลนจะแต่งงานเมื่อไรคะ” นักข่าวคนหนึ่ง ซึ่งเริ่มคล้อยตามว่าทั้งคู่เป็นคนรักกันจริงๆ เอ่ยถาม
จักรวาลและเฌอปรางค์มองหน้ากันเลิกลัก เกี่ยงกันตอบ แต่ในที่สุดจักรวาลก็เป็นฝ่ายตอบคำถามนี้
“ผมยังไม่คิดจะแต่งงานตอนนี้หรอก”
วันชัยแสยะยิ้มที่มุมปาก แล้วพูดสวนออกไปด้วยน้ำเสียงเยาะหยันว่า “ยังไม่แน่ใจตัวเองรึไง ว่าชอบแบบไหนกันแน่ ก็ดีเหมือนกัน ผู้หญิงจะได้ไม่เสียใจทีหลัง อย่างนี้ค่อยดูเป็น ‘ลูกผู้ชาย’ หน่อย”
จักรวาลฟิวส์ขาด ลุกพรวดพราดขึ้น แล้วมองหน้านักข่าวจอมก่อกวนอย่างเอาเรื่อง แต่ก่อนที่จะมีเหตุปะทะ เฌอปรางค์ก็กระชากตัวซุปเปอร์สตาร์เลือดร้อนให้นั่งลงที่เดิม แล้วพูดกับผู้สื่อข่าวว่า
“ที่เรายังไม่แต่งงานกัน เป็นเพราะมะปรางยังไม่พร้อมค่ะ มะปรางเพิ่งเรียนจบได้ไม่นาน ยังอยากทำงาน และใช้ชีวิตโสดให้คุ้มค่าก่อนค่ะ” หญิงสาวกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“วันนี้ผมพูดความจริงไปหมดแล้ว พวกคุณจะเชื่อหรือไม่ ก็ตามใจ” จักรวาลกระชากเสียงใส่นักข่าว แล้วพรวดพราดลุกขึ้นจะเดินออกจากโต๊ะ แต่ก็ถูกเฌอปรางค์รั้งแขนเอาไว้เสียก่อน และในจังหวะนั้น นักข่าวคนหนึ่งก็ร้องขอขึ้นมาอย่างกระทันหันว่า
“ขอถ่ายรูปคู่หน่อยนะครับ”
“ใช่ค่ะ ขอถ่ายรูปคู่แบบสวีทๆ นิดนึงนะคะ” นักข่าวสาวอีกคนหนึ่งกล่าวสำทับ
“ช่วยยืนชิดๆ กันหน่อยค่ะ”
จักรวาลชักสีหน้าหงุดหงิดแล้วยืนนิ่งไม่ยอมทำตามที่นักข่าวร้องขอ จนเรืองฤทธิ์ต้องปราดเข้าไปจับตัวหนุ่มสาวทั้งสองคนให้ขยับเข้าใกล้กัน และดึงมือของจักรวาลมาโอบไว้รอบเอวของเฌอปรางค์
“จักรโอบมะปรางหน่อยนะ ยอมให้นักข่าวถ่ายรูปสักสองสามรูป มันจะได้จบสักที” เรืองฤทธิ์กระซิบบอก
จักราวาลแกล้งกระชากเอวของเฌอปรางค์เข้าหาตัวเองอย่างแรง จนร่างบางกระแทกกับแผงอกของเขาอย่างจัง หญิงสาวอยากจะขย้ำซุปเปอร์สตาร์จอมเอาแต่ใจตัวเองคนนี้เหลือเกิน แต่ในตอนนี้เธอทำได้เพียงฝืนยิ้มให้กล้องเท่านั้น
“คุณจักรหอมแก้มคุณมะปรางให้พวกเราสักรูปได้มั้ยคะ” นักข่าวสาวจากรายการดาวประกายร้องขอ
จักรวาลพยายามอดทนให้กับความต้องการที่ไม่มีที่สิ้นสุดของนักข่าวกลุ่มนี้ ในขณะที่เฌอปรางค์ก็รู้สึกกระอักกระอ่วนใจเหลือเกิน
“ถ้าได้รูปคุณจักรหอมแก้มคุณมะปรางแบบสวีทๆ รับรองว่าข่าวเกย์ของคุณต้องหายไปในพริบตาแน่ๆ ค่ะ” นักข่าวสาวคนเดิมบอก
จักรวาลและเฌอปรางค์มองหน้ากันแบบตัดสินใจไม่ถูก ว่าจะทำตามที่สื่อมวลชนร้องขอหรือไม่ และในวินาทีที่หญิงสาวไม่ทันระวังตัว ซุปเปอร์สตาร์หนุ่มก็โน้มกายลงไปฉกพวงแก้มของเฌอปรางค์อย่างรวดเร็ว จนนักข่าวกดชัตเตอร์บันทึกภาพแทบไม่ทัน เมื่อจักรวาลถอนใบหน้าออกจากแก้มของเฌอปรางค์ เขาก็ลากตัวเธอออกจากห้องแถลงข่าวทันที
บทที่ 42เมษิตาและนันทลียืนอยู่บนระเบียงบังกะโลหลังเล็กกะทัดรัดริมชายหาดที่หัวหิน บ้านหลังนี้เป็นบ้านพักหลังเดียวกับที่ทั้งสองเคยมาพักเมื่อคราวก่อน จะต่างกันอยู่นิดหนึ่งก็ตรงคนที่มาพักใจให้หายเศร้าในครั้งนี้ไม่ใช่นันทลี หากแต่เป็นเมษิตา การกลับมาพักที่สถานที่เดิมและเป็นสถานที่ที่เมษิตาได้พบกับอธินครั้งแรกด้วยแล้วนั้น ราวกับจะเป็นการตอกย้ำความทรงจำเก่าๆ ของหญิงสาวให้แจ่มชัดขึ้นมาอีกครานานร่วมเดือน ที่เมษิตาและอธินไม่ได้พบหน้ากัน แม้ว่าหญิงสาวจะปากแข็งว่าไม่ได้รัก ไม่ได้คิดถึงเขา แต่อย่างไรก็ตามความรู้สึกเหล่านั้นมันก็เต้นเร่าๆ และเผยตัวเองออกมาทางแววตาจนเพื่อนสนิทอย่างนันทลีมองเห็นชัดเจน“บรรยากาศดีมากเลยนะเม” นันทลีเป็นผู้เอ่ยขึ้นก่อนเมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวเอาแต่เหม่อมองทะเลแล้วนิ่งเงียบ“ใช่ ทะเลก็ยังสวยเหมือนเคย” เมษิตาตอบเบาๆ“ทะเลไม่เคยเปลี่ยน แต่ใจคนสิเปลี่ยนได้ทุกเวลา ครั้งก่อนที่เมพาลีมาที่นี่ ลีมาพร้อมกับเจ็บปวดและผิดหวังแต่วันนี้ลีไม่เหมือนเดิมแล้วนะ” นันทลีหันหน้าไปมองเพื่อนแล้วยิ้มอย่างสดใส เพราะบทเรียนความรักหลายครั้งที่ผ่านมาสอนให้เธอเข้มแข็งและเข้าใจมันมากขึ้น“เมดีใจนะที
บทที่ 41เสียงกริ่งหน้าประตูคอนโดมิเนียมหรูกลางกรุงของนันทลีดังขึ้นในเวลาสามทุ่มเศษ เจ้าของห้องที่กำลังสาละวนอยู่กับการพอกครีมมาร์กหน้ารีบวางมือแล้ววิ่งไปส่องดูว่าใครที่มาหาเธอในยามที่ไม่คิดว่าจะมีใครมาหาอีกแล้วเช่นนี้ ภาพของเมษิตาที่ยื่นหน้าตึงอยู่หน้าประตูก็ทำให้เจ้าของห้องต้องทำใจดีสู้เสือแล้วกลั้นใจเปิดประตูให้เพื่อนเข้ามาข้างใน“เมมีอะไรหรือเปล่า ถึงได้มาหาลีซะดึกเลย” นันทลีถามพลางใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เพราะพอจะเดาได้ว่าน่าจะเป็นเพราะเหตุการณ์วุ่นๆ ที่ร้านอาหารเมื่อตอนหัวคำแน่นนอน ที่ให้เพื่อนรักมายืนหน้าตึงอยู่ที่หน้าห้องของเธอขณะนี้“ลีทำแบบนั้นทำไม” เมษิตาเข้าประเด็นโดยไม่รีรอ แล้วเดินเลยเจ้าของห้องไปนั่งแหมะลงที่โซฟาตัวใหญ่นุ่มนิ่ม“ทำอะไร?” เจ้าของห้องแกล้งตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่องแล้วเดินตามไปนั่งข้างเพื่อน“ไม่ต้องมาทำเป็นไม่รู้เรื่องเลยนะ เรื่องวันนี้เป็นแผนของลีใช่มั้ย ลีหลอกให้เมไปเจอกับคุณอธิน ลีทำแบบนั้นทำไม”“ก็ลีอยากให้เมกับคุณอธินได้ปรับความเข้าใจกันนี่นา ในเมื่อคนสองคนรักกันแล้วทำไมถึงต้องหลบหน้ากันอย่างนี้ด้วยล่ะ” นันทลีพูดเสียงอ่อยเมษิตาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ในขณะที่
บทที่ 40“ผมนึกว่าคุณจะลืมผมซะแล้ว” อธินตอบยิ้มๆ อย่างอารมณ์ดีเหมือนเคย แล้วก้าวเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงกันข้ามกับเธอ“คุณมาที่นี่ได้ยังไง” ถามออกไปแล้วเมษิตาก็นึกเอะใจ “หรือว่าคุณร่วมมือกับลีหลอกให้ฉันมาที่นี่”“เพื่อนคุณอยากให้เราได้คุยกัน ก็คุณเอาแต่หลบหน้าผม โทรไปก็ไม่รับสาย ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ” อธินพูดเบาๆ แล้วแกล้งทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมเพื่อเรียกร้องความเห็นใจ แต่ดูเหมือนมันจะไม่มีผลอะไรเลย“ฉันจะกลับ” เมษิตาลุกพรวดขึ้นทันทีและไวเท่าๆ กันมือหนาของอธินก็เอื้อมไปฉุดข้อมือบอบบางคนคนตรงหน้าเอาไว้“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้” คนถูกฉุดออกคำสั่งเสียงแข็ง“กว่าผมจะได้เจอคุณมันไม่ง่าย ผมไม่ปล่อยคุณไปง่ายๆ หรอก” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วประสานสายตาแน่วแน่ไปยังดวงตากลมโตของหญิงสาวเบื้องหน้าเมษิตายกมืออีกข้างที่เป็นอิสระอยู่ขึ้นมาแกะมือหนาที่กุมข้อมือของตนออก แต่ก็ถูกชายหนุ่มเอามืออีกข้างของเขามาล็อคข้อมืออีกข้างของเธอเอาไว้ได้อีก จากนั้นคนที่มีแรงมากกว่าจึงฉุดให้ร่างบางที่กำลังพยายามดิ้นรนออกจากการเกาะกุมของเขาให้นั่งลงที่เก้าอี้ดังเดิม“นั่งลงคุยกันดีๆ ก่อนไม่ได้เหรอ”“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ ปล่อย
บทที่ 39ตั้งแต่เช้าจนกระทั่งคล้อยบ่าย ปราบดาได้ยินเสียงถอนหายใจของอธินเป็นร้อยเป็นพันครั้ง และคอยลอบชำเลืองดูหน้าเพื่อนร่วมห้องทำงานเป็นระยะๆ ด้วยความเป็นห่วง และทุกครั้งที่เงยหน้ามองเพื่อน ปราบดาก็เห็นอธินได้แต่ตีหน้าขรึมซ่อนอาการซึมเซาไว้ภายในอยู่ตลอดเวลา ปราบดารู้ดีว่าเพื่อนรักกำลังเครียดเรื่องอะไรอยู่ จึงเปรยขึ้นว่า“คิดเรื่องคุณเมอยู่ใช่มั้ย ถ้าคิดถึงก็โทร. ไปหาสิ หรือไม่ก็ไปหาถึงที่เลย”“โทร. แล้วแต่เธอไม่รับสาย เป็นแบบนี้กูก็ไม่กล้าไปหาหรอก” อธินตอบเบาๆ“เฮ้อ ความเอ๋ยความรัก ทำไมช่างเปลี่ยนแปลงคนได้ถึงขนาดนี้หนอ เมื่อก่อนกูไม่เห็นมึงจะกลัวอะไรเลย แล้วทำไมเดี๋ยวนี้กลายเป็นแบบนี้ไปได้วะเพื่อน”“เรื่องของกูช่างมันเถอะ ว่าแต่เรื่องของมึงกับคุณลีไปถึงไหนแล้ว เธอเห็นความดีในตัวมึงขึ้นมาบ้างหรือยัง” แม้ปัญหาของตัวเองก็หนักหน่วงอยู่แล้ว แต่อธินก็ยังอดที่จะเป็นห่วงเพื่อนไม่ได้“ของกูนะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ โว้ย เย็นนี้กูก็มีนัดกินข้าวกับคุณลี” ปราบดาตอบหน้าบานแต่ไม่ยอมบอกความจริงกับเพื่อนว่า ที่นันทลียอมรับนัดเขานั้นเป็นเพราะเขาอ้างว่าจะขอปรึกษาเรื่องของอธินและเมษิตาตั้งแต่วันท
บทที่ 38“ธารมีอะไรจะพูดกับผมอีกอย่างนั้นหรือครับ” อรรถพลหันกลับมาถาม“คุณลืมอะไรไปหรือเปล่าคะ ลองคิดดูให้ดีสิคะ ว่าเรายังติดค้างอะไรกันอยู่” หญิงสาวกล่าวอย่างท้าทาย“เรามีอะไรติดค้างกันอยู่อย่างนั้นเหรอครับ” คนถูกถามแกล้งทำไก๋ ตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่อง“เงินห้าล้านบาทที่คุณขอยืมธารไปลงทุนไงคะ จำได้หรือเปล่า” ธารวารินทร์เหยียดยิ้มแบบหยันๆ“อ่อ นี่...นี่ ธารกลัวว่าผมจะโกงเหรอ คนอย่างผมไม่เคยโกงใครอยู่แล้ว” อรรถพลพูดอึกๆ อักๆ เพราะถ้าจะให้เขาหาเงินห้าล้านบาทมาคืนให้ตอนนี้เขาก็ไม่มีปัญญามามาให้หรอก เพราะลำพังหนี้ในบ่อนเขาก็ต้องคอยหลบเจ้าหนี้จนหัวซุกหัวซุนอยู่จนทุกวันนี้“ก็ไหนๆ เราก็จะจบกันอยู่แล้ว ธารก็ไม่อยากให้มีอะไรติดค้างกัน เพราะธารเองก็ไม่อยากมาเจอกับคุณบ่อยๆ เดี๋ยวสาวๆ ของคุณจะมาฉีกอกธาร” ธารวารินทร์อดที่จะประชดออกมาไม่ได้เมื่อถูกขู่เรื่องเงินทำให้อรรถพลถึงกับทำหน้าเครียดและเปลี่ยนเป็นฉุนเฉียว ชายเจ้าสำอางร่างสูง ทว่าผอมบางก้าวเข้ามาประชิดตัวธารวารินทร์แล้วใช้สองมือใหญ่ของตนบีบต้นแขนสองข้างของธารวารินทร์นไว้แน่น และบีบแรงขึ้นๆ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวทำหน้าเหยเก“คุณอย่าบีบบังคับให้ผมต้
บทที่ 37ภายในผับหรูกลางกรุง ท่ามกลางเสียงดนตรีจังหวะสนุกสนานที่ดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ มองไปทางไหนก็มีแต่นักเที่ยวยามราตรีขยับแข้งขยับขาตามจังหวะนั้นอย่างรื่นรมย์ ผิดกับอธินที่นั่งจ่อมอยู่กับโต๊ะโดยมีแก้วบรรจุน้ำสีอำพันตั้งอยู่ตรงหน้า แต่ดูจากหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่ข้างแก้วแล้วไหลย้อยลงไปกองรวมตัวกันอยู่บนพื้นโต๊ะล้อมรอบก้นแก้วก็พอจะเดาได้ว่าเจ้าของแก้วยังไม่ได้แตะน้ำนั้นเลยแม้แต่น้อย“เป็นอะไรไปวะไอ้ธิน ชวนกูออกมาเที่ยวแล้วทำไมตัวเองกลับมานั่งซึมกะทือ” ปราบดาตะโกนถามแข่งกับเสียงเพลงที่ดังกลบเสียงพูดอยู่ในขณะนี้“เซ็งว่ะ” อธินตอบพร้อมกับทำหน้าเซ็งเป็นหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าเขาเซ็งจริงๆ“คงไม่พ้นเรื่องคุณเม” ปราบดาเอ่ยอย่างรู้ทันอธินพยักหน้ารับคำ แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยใจก่อนจะระบายความอัดอั้นตันใจออกมาว่า “ผู้หญิงอะไรไม่รู้ใจแข็งชะมัดเลย นี่ขนาดกูบอกรักไปแล้วนะ แต่เธอกลับตอบกูมาว่า รักกูไม่ได้ ‘รักไม่ได้’ กับ ‘ไม่ได้รัก’ มันไม่เหมือนกันนะ ยิ่งกูรู้ว่าเธอรักกูด้วยแบบนี้ มันยิ่งทำให้กูจะเป็นบ้า ทั้งๆ ที่เรารักกันแต่ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วย กูไม่เข้าใจจริงๆ”“คุณเมเธอคงรักเพ







