แชร์

บทที่ 9

ผู้เขียน: ณิวาริน
last update วันที่เผยแพร่: 2026-10-26 18:38:49

เฌอปรางค์และส้มแป้นเตรียมตัวเปิดร้านตามปกติ แต่ทันทีที่ประตูหน้าร้านถูกเปิดออก นักเลงสองคนที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าร้านตั้งแต่เมื่อคืน ก็รีบแทรกตัวเข้ามาในร้านทันที

“มาทำไมตั้งแต่เช้า” เฌอปรางค์เอ่ยถามเสียงขุ่น ขณะที่ส้มแป้นรีบขยับตัวไปหลบอยู่หลังเพื่อน

“ก็มาเอาเงินน่ะสิ ไหนล่ะเงิน บอกว่าจะใช้หนี้วันนี้ไม่ใช่เหรอ” ชายฉกรรจ์คนหนึ่งเอ่ยทวง

“ฉันบอกเหรอ ว่าจะใช้หนี้ให้แต่เช้าน่ะ” เฌอปรางค์บอกด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทั้งที่ภายในใจกำลังสั่นระรัว

“คิดจะเบี้ยวอย่างนั้นเหรอ ที่โดนเมื่อวานนี้ยังไม่เข็ดใช่มั้ย” ชายฉกรรจ์อีกคนหนึ่งขึ้นเสียงพร้อมกับเตะเก้าอี้ใกล้ตัวจนกระเด็นไปติดผนัง

ส้มแป้นสะดุ้งเฮือก กำชายเสื้อด้านหลังของเฌอปรางค์ไว้แน่น

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ นี่มันยังไม่หมดวัน ถ้ายังไม่ถึงเที่ยงคืน พวกนายก็ไม่มีสิทธิ์มาอาละวาดในร้านของฉัน ถ้าอยากได้เงินก็รีบออกไป” หญิงสาวตวาดพร้อมกับตวัดนิ้วชี้ไปที่ประตูอย่างอาจหาญ แต่ในใจก็ภาวนาขออย่าให้นักเลงสองคนนั้นสังเกตเห็นว่านิ้วที่ชี้อยู่นี้กำลังสั่นระริก

“ก็ได้ แต่ถ้าพวกเธอไม่มีเงินใช้หนี้ตามที่พูดล่ะก็ นังคนนั้นจะต้องไปกับพวกเรา” นักเลงคนเดิมกล่าวพลางชี้ไปที่ส้มแป้น แล้วเดินออกจากร้านไปยืนประจำอยู่ที่นอกรั้วตามเดิม

“เราจะทำยังไงกันดีล่ะแก เงินตั้งมากมายขนาดนั้นจะไปหาที่ไหนภายในวันเดียว” ส้มแป้นเอ่ยถามพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลพรากลงมาราวเปิดก๊อก

“ฉันเชื่อว่ามันต้องมีทางออกให้เราสักทาง” เฌอปรางค์บอกอย่างมุ่งมั่น คล้ายคนที่ตัดสินใจอะไรบางอย่างได้

เสียงโทรศัพท์มือถือของเรืองฤทธิ์ดังขึ้นอีกครั้ง เขาลังเลเล็กน้อยก่อนจะกดรับสาย เพราะหมายเลขที่ปรากฏบนหน้าจอนั้นเป็นหมายเลขที่ไม่คุ้นเคย

“สวัสดีค่ะ” เรืองฤทธิ์ปั้นเสียงเสียจนหวานจัด ราวกับไม่มีเรื่องทุกข์ร้อนใจใดๆ

“มะปรางพูดนะคะพี่ริชชี่”

“ยายมะปราง!” เรืองฤทธิ์เรียกชื่อของอีกฝ่ายออกมาอย่างลิงโลด แล้วรีบรวบรัดสรุปเข้าข้างตัวเองว่า “นี่เธอเปลี่ยนใจยอมช่วยงานฉันแล้วใช่มั้ย”

“ค่ะ” เฌอปรางค์ตอบสั้นๆ ทว่าได้ใจความตามที่เรืองฤทธิ์ปรารถนาจะได้ยิน

“สวรรค์โปรด ขอบใจมากนะจ๊ะน้องสาวสุดที่รัก”

“มะปรางขอค่าจ้างห้าล้าน และขอรับเป็นเงินสดภายในวันนี้นะคะ ถ้าไม่ได้ มะปรางก็ไม่ทำงานนี้ค่ะ” เฌอปรางค์เรียกค่าจ้างเกินจำนวนเงินที่เป็นหนี้ เพราะต้องการเผื่อให้ส้มแป้นใช้เป็นค่าซ่อมร้าน และส่วนที่เหลือ เธอขอเป็นค่าเสี่ยง เพราะทันทีที่จบงานแถลงข่าว สื่อทุกแขนงจะต้องประโคมข่าวไปทั่วประเทศอย่างแน่นอน และไม่มีทางที่ข่าวนี้จะเล็ดลอดสายตาของยายเสาวรสไปได้ ดังนั้นหญิงสาวจึงต้องเตรียมเงินไว้ใช้ สำหรับการหนีอีกครั้ง

“ได้สิยะ เงินแค่ห้าล้านเล็กน้อยมาก เดี๋ยวฉันกับจักรจะเอาเงินไปให้ที่ร้านนะ เราจะได้เตี๊ยมกันก่อนแถลงข่าวเย็นนี้ด้วย”

“ขอบคุณค่ะพี่ริชชี่” เฌอปรางค์กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนระโหย

“ฉันต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายขอบใจเธอ ที่ยอมช่วย” เรืองฤทธิ์กล่าวอย่างรื่นเริง

จักรวาลหูผึ่งเมื่อได้ยินเรืองฤทธิ์เอ่ยชื่อ ‘มะปราง’ ชายหนุ่มรู้สึกโล่งอกขึ้นมาแวบหนึ่ง ว่างานแถลงข่าวเย็นนี้คงผ่านไปด้วยดี แต่เมื่อนึกถึงคำพูดของเฌอปรางค์ ที่เคยสบประมาทว่าเขาเป็นเกย์ ความรู้สึกโกรธก็แสดงตัวออกมาทางแววตาอย่างเปิดเผย แต่เพียงครู่เดียว สายตาคมกริบสีเข้มจนเกือบดำสนิทของเขาก็หรี่ลง แบบคนที่นึกแผนการอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ‘ถึงเวลาเอาคืนแล้ว ยายมะปรางตัวแสบ’

ส้มแป้นนั่งฟังเฌอปรางค์คุยโทรศัพท์กับเรืองฤทธิ์ด้วยความรู้สึกผิด ที่ทำให้เพื่อนรักต้องเดือดร้อนไปด้วย

“มะปราง ฉันว่ามันเสี่ยงมากนะที่จะทำงานนี้ ถ้ายายแกเห็นข่าวเข้าล่ะก็...”

“ในเมื่อไม่มีทางเลือกอื่น ฉันก็จำเป็นต้องทำ” เฌอปรางค์แค่นหัวเราะให้กับชะตาชีวิตของตัวเอง แล้วพูดต่อว่า “นึกแล้วก็ขำนะ ฉันหนีออกจากบ้านมาแท้ๆ แล้วนี่ฉันกำลังจะประกาศให้คุณยายรู้ว่าฉันอยู่ที่ไหน ตลกสิ้นดี!”

“แกไม่ต้องทำเพื่อฉันขนาดนี้ก็ได้นะ” ส้มแป้นเอื้อมมือไปแตะหลังมือเพื่อน แล้วน้ำตาที่เพิ่งแห้งไปเมื่อครู่ก็หลั่งไหลออกมาเป็นสายอีกครั้ง

“ฉันก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรมากมายนี่นา ก็แค่ไปนั่งให้นักข่าวถ่ายรูปแค่ชั่วโมง สองชั่วโมง แลกกับเงินห้าล้าน คุ้มจะตายไป”

“แล้วถ้ายายแกตามมา จะทำยังไง” ส้มแป้นกังวลใจ

เฌอปรางค์ได้แต่นั่งนิ่ง ไม่มีคำตอบให้เพื่อน เพราะเจ้าตัวก็ยังคิดไม่ตกเหมือนกันว่า จะหนีต่อ จะกลับบ้าน หรือจะทำอย่างไรต่อไปดี

จักรวาลจอดรถที่หน้าร้าน Sweet Cup Coffee แล้วเตรียมตัวจะก้าวลงจากรถ ฉับพลัน สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นนักเลงสองคนยืนลับๆ ล่อๆ อยู่หน้าร้าน ชายหนุ่มคิดว่าเป็นช่างภาพปาปารัสซี่ จึงหันไปคว้าแว่นตาดำ และหมวกแก๊ปมาสวมเพื่ออำพรางตัว ด้วยความระมัดระวัง แล้วเดินเข้าไปในร้านพร้อมกับเรืองฤทธิ์

“สวัสดีสาวๆ” เรืองฤทธิ์เอ่ยทักรุ่นน้องทั้งสองด้วยน้ำเสียงสดใส พลางกวาดตามองสภาพร้าน ซึ่งผิดจากครั้งก่อนที่เขาเห็น “พวกเธอแต่งร้านใหม่เหรอ ดูแปลกตาไปนะ”

สองสาวมองหน้ากันเลิ่กลั่ก เฌอปรางค์ไม่อยากเล่าเรื่องที่ถูกนักเลงคุมบ่อนมาถล่มร้าน จึงรีบเบี่ยงเข้าประเด็นสำคัญ

“พี่ริชชี่เอาเงินมาแล้วใช่มั้ยคะ”

“เอามาแล้ว นี่ยังไง” เรืองฤทธิ์กล่าวพลางยื่นเงินที่บรรจุอยู่ในซองสีน้ำตาลส่งให้เฌอปรางค์ แต่ก่อนที่เงินจะถูกส่งถึงมือหญิงสาว จักรวาลก็คว้ามันไปเสียก่อน

“จักรทำอะไรน่ะ!?” เรืองฤทธิ์ตกใจระคนสงสัยในพฤติกรรมของซุปเปอร์สตาร์หนุ่ม

“ทำแบบนี้ หมายความว่ายังไง” เฌอปรางค์เอ่ยถามพลางสบตาชายหนุ่มตรงหน้าอย่างข้องใจ

“ถ้าอยากได้เงิน คุณก็ต้องขอโทษที่สบประมาทผมเมื่อวานนี้ซะก่อน”

เฌอปรางค์เม้มปากแน่น รู้ดีว่าจักรวาลตั้งใจเอาคืน เรื่องที่เธอบังคับให้เขาขอโทษเธอเมื่อวานนี้

“ว่าไงล่ะ ขอโทษผมก่อนสิ แล้วผมจะจ่ายเงินก้อนนี้ การจะมาเป็นแฟนซุปเปอร์สตาร์อย่างผมน่ะ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ นะ ถ้าอยากเป็นแฟนผม อยากได้เงินผม ก็ต้องขอโทษผมก่อน”

“ฉันแค่อยากได้เงิน ไม่ได้อยากเป็นแฟนคุณ ต่อให้โลกนี้เหลือคุณคนเดียว ฉันก็จะไม่มีวันมองให้เสียสายตาหรอก” เฌอ-ปรางค์โกรธหน้าดำหน้าแดง

“ที่แท้ก็หิวเงินนี่เอง” จักรวาลทำเสียงเยาะหยัน โดยปกติเขาไม่ได้มีนิสัยดูถูกคนเช่นนี้ แต่กับเฌอปรางค์ เขาแค่อยากเอาคืนเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นเอง

“จักรพูดแบบนี้ เดี๋ยวยายมะปรางโกรธ แล้วไม่ยอมช่วยเราจะทำยัไง” เรืองฤทธิ์ติงเบาๆ แต่จักรวาลไม่สนใจ เขามั่นใจว่าตอนนี้เฌอปรางค์กำลังร้อนเงิน และต้องยอมรับทุกเงื่อนไขของเขาแน่นอน

“ถ้าอยากได้เงิน ก็ต้องขอโทษผมก่อน แต่ไม่ใช่ขอโทษธรรมดา คุณต้องคุกเข่าขอโทษผม ต่อหน้าทุกคน” ซุปเปอร์สตาร์หนุ่มพูดด้วยท่าทีดื้อรั้น และต้องการเอาชนะ

เรืองฤทธิ์อดรนทนไม่ไหวกับความเอาแต่ใจของจักรวาล จึงออกหน้าช่วยเฌอปรางค์ “พี่ว่าไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นก็ได้ แค่ให้มะปรางขอโทษจักรเฉยๆ ก็พอ”

ส้มแป้นรู้สึกแย่ที่เฌอปรางค์กำลังถูกต้อนให้จนตรอก ดังนั้นเธอจึงกระซิบกับเพื่อนรักว่า “ถ้าการช่วยเหลือฉัน มันทำให้แกต้องโดนดูถูกแบบนี้ ฉันยอมให้นักเลงพวกนั้นจับตัวไปซะดีกว่า แกไม่ต้องทำตามที่เขาบอกหรอก”

“ฉันไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นหรอก” เฌอปรางค์พูดพลางหันไปมองนักเลงสองคนที่ยังคงยืนเฝ้าอยู่หน้าร้าน

“แต่ว่า...” ส้มแป้นทักท้วง

“แกไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น เรื่องแค่นี้ฉันทำได้” เฌอปรางค์บอกเพื่อนด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว แล้วหันไปถามย้ำกับจักรวาลให้แน่ใจว่า “คุณต้องการให้ฉันคุกเข่าขอโทษคุณจริงๆ ใช่มั้ย”

“ใช่” จักรวาลตอบหนักแน่น แล้วกระตุกยิ้มที่มุมปาก พอใจกับชัยชนะที่กำลังจะได้รับ

“ก็ได้ !” เฌอปรางค์ขบริมฝีปากล่างจนเนื้อแทบขาด ทว่ากลับไม่รู้สึกเจ็บปากเลยแม้แต่น้อย ที่เจ็บมากกว่าคือที่หัวใจต่างหาก ตลอดชีวิตหญิงสาวมีแต่คนคอยพะเน้าพะนอ เอาอกเอาใจ ไม่เคยต้องก้มหัวให้ใครมาก่อน แต่วันนี้เธอต้องคุกเข่าให้กับซุปเปอร์สตาร์จอมเอาแต่ใจคนนี้เป็นครั้งแรก 

เฌอปรางค์ประสานสายตากับดวงตาดำขลับของจักรวาลอย่างเด็ดเดี่ยว แล้วทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นด้วยความขมขื่น มือเรียวกำแน่นข้างลำตัว แล้วก้มหน้านิ่งข่มความอดสูใจ 

“พูดสิ” จักรวาลเอ่ยปากเร่ง

“ฉันขอโทษ” เฌอปรางค์กัดฟันพูด

จักรวาลยกยิ้มที่มุมปากอย่างผู้มีชัย แล้วก้มหน้าลงมองเฌอปรางค์ ที่กำลังเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยดวงตาแดงก่ำ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวเริ่มมีน้ำตารื้นขึ้นมาปริ่มขอบตา หัวใจของชายหนุ่มก็อ่อนยวบลงทันที เขาไม่คิดว่าผู้หญิงปากกล้า ก๋ากั่นอย่างเฌอปรางค์ จะมีน้ำตาออกมาให้เห็นได้ง่ายดายเช่นนี้

จักรวาลยื่นซองบรรจุเงินจำนวนห้าล้านบาทให้เฌอปรางค์ แล้วถอยออกไปนั่งที่โต๊ะใกล้ตัว เพราะไม่อยากเห็นน้ำตาผู้หญิง เขาไม่อยาก ‘รู้สึกผิด’ มากไปกว่านี้

เฌอปรางค์ยื่นมือไปรับซองบรรจุเงินมามากำไว้แน่น และพยายามกลั้นน้ำตาแห่งความอดสูใจเอาไว้อย่างเต็มที่ หญิงสาวหลับตา ก้มหน้านิ่งอยู่ที่เดิมเนิ่นนาน เพราะหากเธอเงยหน้าขึ้นมาในเวลานี้ ทุกคนคงได้เห็นน้ำตาของคนที่พยายามทำตัวให้เข้มแข็งมาตลอดเป็นแน่

ส้มแป้นเข้าไปดึงตัวเฌอปรางค์ให้ลุกขึ้นนั่งที่โต๊ะเดียวกับจักรวาล สองหนุ่มสาวคู่กรณีจ้องตากันด้วยความรู้สึกที่แตกต่าง

‘มะปราง...ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องมันเป็นแบบนี้’

‘สักวันฉันจะเอาคืนให้ได้...นายจักรวาล!’

ภายในห้องพักชั้นสามสิบสี่ของโรงแรมซันสวีท สถานที่ที่เรืองฤทธิ์จองไว้สำหรับการเตรียมความพร้อมของจักรวาลและเฌอปรางค์ ก่อนเริ่มงานแถลงข่าวในเวลาสองทุ่มตรง ผู้จัดการร่างอวบอั๋นกำลังง่วนอยู่กับการแปลงโฉมเฌอปรางค์ให้ดูดี เหมาะสมกับตำแหน่งคนรักของซุปเปอร์สตาร์อันดับหนึ่งของเมืองไทย

               “ทำไมพี่ริชชี่จะต้องจับมะปรางมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผม อะไรให้วุ่นวายอย่างนี้ด้วยคะ แล้วชุดนี้อีก มะปรางไม่อยากใส่เลยค่ะ” เฌอปรางค์บ่นอุบอิบ พลางทิ้งกระดาษสคริปต์เรื่องราวความรักเธอกับจักรวาล ที่เรืองฤทธิ์เป็นผู้เขียนให้ ลงบนหน้าตัก แล้วทอดสายตาไปยังกระจกเงาบานใหญ่ตรงหน้า ซึ่งสะท้อนภาพของตนในชุดราตรีชมพูหวาน

“ชุดนี้เริ่ดที่สุดแล้วย่ะ ฉันเห็นแล้วยังอยากใส่เองเลย” เรืองฤทธิ์ซึ่งกำลังสาละวนอยู่กับเส้นผมของเฌอปรางค์กล่าวด้วยรอยยิ้ม 

               จักรวาลนั่งท่องสคริปต์อยู่ที่โซฟาตัวใหญ่ ถัดออกไปไม่ไกลนัก พูดแทรกขึ้นมาว่า “ให้พี่ฤทธิ์แต่งให้นั่นแหละดีแล้ว ผมไม่อยากให้ใครเอาไปนินทาลับหลัง ว่าผมไปคว้าผู้หญิงข้างถนนมาเป็นแฟน เสียอิมเมจผมหมด”

               ‘ผู้หญิงข้างถนนอย่างนั้นเหรอ!’ เฌอปรางค์เม้มริมฝีปากบางไว้แน่นเพื่อข่มอารมณ์ ผู้ชายคนนี้ช่างขยันพูดจาดูถูกเธอเสียเหลือเกิน

               เรืองฤทธิ์วางมือบนบ่าของเฌอปรางค์ แล้วบีบเบาๆ เป็นเชิงปลอบใจ เมื่อเห็นสีหน้าหน้าและแววตา ของหญิงสาวผ่านกระจกบานใหญ่ เรืองฤทธิ์ขยับปากจะบอกซุปเปอร์สตาร์หนุ่มว่า เฌอปรางค์ไม่ใช่ผู้หญิงข้างถนน ไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างที่เขาคิด แต่เธอเป็นหลานสาวเศรษฐีนีผู้กว้างขวางในจังหวัดเชียงใหม่ แต่ก็ถูกเฌอปรางค์ห้ามเอาไว้เสียก่อน

“ช่างเขาเถอะค่ะพี่ริชชี่ เขาจะมองมะปรางยังไง ก็แล้วแต่เขาเถอะค่ะ” 

               “ว่าแต่คุณจำสคริปต์ได้รึยัง” จักรวาลถาม โดยไม่มองหน้า

               “สคริปต์ลวงโลกนั่นน่ะเหรอ ฉันจำได้แม่น ไม่พลาดอยู่แล้วล่ะ”  

               “ดี...อย่าให้พลาดขึ้นมาก็แล้วกัน”

               “ถ้านักข่าวถามนอกสคริปต์จะให้ฉันตอบว่ายังไง” เฌอ-ปรางค์อดกังวลไม่ได้

               “อยู่เฉยๆ แล้วผมจะจัดการเอง” จักรวาลมั่นใจว่านักข่าวต้องถามคำถามพิสดาร นอกเหนือจากเรื่องราวที่เรืองฤทธิ์เตรียมไว้ให้แน่นอน แต่เขาก็มั่นใจว่าสามารถรับมือได้

               เฌอปรางค์แอบยิ้มโล่งใจ อย่างน้อยจักรวาลก็พอมีความเป็นสุภาพบุรุษ ให้เธอพึ่งพิงได้บ้าง 

               “แต่ถ้างานนี้พลาด ผมจะเอาเงินคืน” ซุปเปอร์สตาร์หนุ่มบอกพลางยกแก้วน้ำผลไม้ขึ้นจิบ โดยไม่มองหน้าหญิงสาวที่เขากำลังพูดด้วย

               ‘นายจักรยานไม่มีกระดิ่ง...ฉันก็หลงนึกว่าคุณจะเป็นคนดี มีน้ำใจกับเขาบ้าง สุดท้ายก็นิสัยแย่เหมือนเดิม’ เฌอปรางค์นึกหมั่นไส้ขึ้นมาอีกครั้ง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 82 (ตอนจบ)

    บทที่ 42เมษิตาและนันทลียืนอยู่บนระเบียงบังกะโลหลังเล็กกะทัดรัดริมชายหาดที่หัวหิน บ้านหลังนี้เป็นบ้านพักหลังเดียวกับที่ทั้งสองเคยมาพักเมื่อคราวก่อน จะต่างกันอยู่นิดหนึ่งก็ตรงคนที่มาพักใจให้หายเศร้าในครั้งนี้ไม่ใช่นันทลี หากแต่เป็นเมษิตา การกลับมาพักที่สถานที่เดิมและเป็นสถานที่ที่เมษิตาได้พบกับอธินครั้งแรกด้วยแล้วนั้น ราวกับจะเป็นการตอกย้ำความทรงจำเก่าๆ ของหญิงสาวให้แจ่มชัดขึ้นมาอีกครานานร่วมเดือน ที่เมษิตาและอธินไม่ได้พบหน้ากัน แม้ว่าหญิงสาวจะปากแข็งว่าไม่ได้รัก ไม่ได้คิดถึงเขา แต่อย่างไรก็ตามความรู้สึกเหล่านั้นมันก็เต้นเร่าๆ และเผยตัวเองออกมาทางแววตาจนเพื่อนสนิทอย่างนันทลีมองเห็นชัดเจน“บรรยากาศดีมากเลยนะเม” นันทลีเป็นผู้เอ่ยขึ้นก่อนเมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวเอาแต่เหม่อมองทะเลแล้วนิ่งเงียบ“ใช่ ทะเลก็ยังสวยเหมือนเคย” เมษิตาตอบเบาๆ“ทะเลไม่เคยเปลี่ยน แต่ใจคนสิเปลี่ยนได้ทุกเวลา ครั้งก่อนที่เมพาลีมาที่นี่ ลีมาพร้อมกับเจ็บปวดและผิดหวังแต่วันนี้ลีไม่เหมือนเดิมแล้วนะ” นันทลีหันหน้าไปมองเพื่อนแล้วยิ้มอย่างสดใส เพราะบทเรียนความรักหลายครั้งที่ผ่านมาสอนให้เธอเข้มแข็งและเข้าใจมันมากขึ้น“เมดีใจนะที

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 81

    บทที่ 41เสียงกริ่งหน้าประตูคอนโดมิเนียมหรูกลางกรุงของนันทลีดังขึ้นในเวลาสามทุ่มเศษ เจ้าของห้องที่กำลังสาละวนอยู่กับการพอกครีมมาร์กหน้ารีบวางมือแล้ววิ่งไปส่องดูว่าใครที่มาหาเธอในยามที่ไม่คิดว่าจะมีใครมาหาอีกแล้วเช่นนี้ ภาพของเมษิตาที่ยื่นหน้าตึงอยู่หน้าประตูก็ทำให้เจ้าของห้องต้องทำใจดีสู้เสือแล้วกลั้นใจเปิดประตูให้เพื่อนเข้ามาข้างใน“เมมีอะไรหรือเปล่า ถึงได้มาหาลีซะดึกเลย” นันทลีถามพลางใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เพราะพอจะเดาได้ว่าน่าจะเป็นเพราะเหตุการณ์วุ่นๆ ที่ร้านอาหารเมื่อตอนหัวคำแน่นนอน ที่ให้เพื่อนรักมายืนหน้าตึงอยู่ที่หน้าห้องของเธอขณะนี้“ลีทำแบบนั้นทำไม” เมษิตาเข้าประเด็นโดยไม่รีรอ แล้วเดินเลยเจ้าของห้องไปนั่งแหมะลงที่โซฟาตัวใหญ่นุ่มนิ่ม“ทำอะไร?” เจ้าของห้องแกล้งตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่องแล้วเดินตามไปนั่งข้างเพื่อน“ไม่ต้องมาทำเป็นไม่รู้เรื่องเลยนะ เรื่องวันนี้เป็นแผนของลีใช่มั้ย ลีหลอกให้เมไปเจอกับคุณอธิน ลีทำแบบนั้นทำไม”“ก็ลีอยากให้เมกับคุณอธินได้ปรับความเข้าใจกันนี่นา ในเมื่อคนสองคนรักกันแล้วทำไมถึงต้องหลบหน้ากันอย่างนี้ด้วยล่ะ” นันทลีพูดเสียงอ่อยเมษิตาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ในขณะที่

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 80

    บทที่ 40“ผมนึกว่าคุณจะลืมผมซะแล้ว” อธินตอบยิ้มๆ อย่างอารมณ์ดีเหมือนเคย แล้วก้าวเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงกันข้ามกับเธอ“คุณมาที่นี่ได้ยังไง” ถามออกไปแล้วเมษิตาก็นึกเอะใจ “หรือว่าคุณร่วมมือกับลีหลอกให้ฉันมาที่นี่”“เพื่อนคุณอยากให้เราได้คุยกัน ก็คุณเอาแต่หลบหน้าผม โทรไปก็ไม่รับสาย ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ” อธินพูดเบาๆ แล้วแกล้งทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมเพื่อเรียกร้องความเห็นใจ แต่ดูเหมือนมันจะไม่มีผลอะไรเลย“ฉันจะกลับ” เมษิตาลุกพรวดขึ้นทันทีและไวเท่าๆ กันมือหนาของอธินก็เอื้อมไปฉุดข้อมือบอบบางคนคนตรงหน้าเอาไว้“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้” คนถูกฉุดออกคำสั่งเสียงแข็ง“กว่าผมจะได้เจอคุณมันไม่ง่าย ผมไม่ปล่อยคุณไปง่ายๆ หรอก” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วประสานสายตาแน่วแน่ไปยังดวงตากลมโตของหญิงสาวเบื้องหน้าเมษิตายกมืออีกข้างที่เป็นอิสระอยู่ขึ้นมาแกะมือหนาที่กุมข้อมือของตนออก แต่ก็ถูกชายหนุ่มเอามืออีกข้างของเขามาล็อคข้อมืออีกข้างของเธอเอาไว้ได้อีก จากนั้นคนที่มีแรงมากกว่าจึงฉุดให้ร่างบางที่กำลังพยายามดิ้นรนออกจากการเกาะกุมของเขาให้นั่งลงที่เก้าอี้ดังเดิม“นั่งลงคุยกันดีๆ ก่อนไม่ได้เหรอ”“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ ปล่อย

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 79

    บทที่ 39ตั้งแต่เช้าจนกระทั่งคล้อยบ่าย ปราบดาได้ยินเสียงถอนหายใจของอธินเป็นร้อยเป็นพันครั้ง และคอยลอบชำเลืองดูหน้าเพื่อนร่วมห้องทำงานเป็นระยะๆ ด้วยความเป็นห่วง และทุกครั้งที่เงยหน้ามองเพื่อน ปราบดาก็เห็นอธินได้แต่ตีหน้าขรึมซ่อนอาการซึมเซาไว้ภายในอยู่ตลอดเวลา ปราบดารู้ดีว่าเพื่อนรักกำลังเครียดเรื่องอะไรอยู่ จึงเปรยขึ้นว่า“คิดเรื่องคุณเมอยู่ใช่มั้ย ถ้าคิดถึงก็โทร. ไปหาสิ หรือไม่ก็ไปหาถึงที่เลย”“โทร. แล้วแต่เธอไม่รับสาย เป็นแบบนี้กูก็ไม่กล้าไปหาหรอก” อธินตอบเบาๆ“เฮ้อ ความเอ๋ยความรัก ทำไมช่างเปลี่ยนแปลงคนได้ถึงขนาดนี้หนอ เมื่อก่อนกูไม่เห็นมึงจะกลัวอะไรเลย แล้วทำไมเดี๋ยวนี้กลายเป็นแบบนี้ไปได้วะเพื่อน”“เรื่องของกูช่างมันเถอะ ว่าแต่เรื่องของมึงกับคุณลีไปถึงไหนแล้ว เธอเห็นความดีในตัวมึงขึ้นมาบ้างหรือยัง” แม้ปัญหาของตัวเองก็หนักหน่วงอยู่แล้ว แต่อธินก็ยังอดที่จะเป็นห่วงเพื่อนไม่ได้“ของกูนะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ โว้ย เย็นนี้กูก็มีนัดกินข้าวกับคุณลี” ปราบดาตอบหน้าบานแต่ไม่ยอมบอกความจริงกับเพื่อนว่า ที่นันทลียอมรับนัดเขานั้นเป็นเพราะเขาอ้างว่าจะขอปรึกษาเรื่องของอธินและเมษิตาตั้งแต่วันท

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 78

    บทที่ 38“ธารมีอะไรจะพูดกับผมอีกอย่างนั้นหรือครับ” อรรถพลหันกลับมาถาม“คุณลืมอะไรไปหรือเปล่าคะ ลองคิดดูให้ดีสิคะ ว่าเรายังติดค้างอะไรกันอยู่” หญิงสาวกล่าวอย่างท้าทาย“เรามีอะไรติดค้างกันอยู่อย่างนั้นเหรอครับ” คนถูกถามแกล้งทำไก๋ ตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่อง“เงินห้าล้านบาทที่คุณขอยืมธารไปลงทุนไงคะ จำได้หรือเปล่า” ธารวารินทร์เหยียดยิ้มแบบหยันๆ“อ่อ นี่...นี่ ธารกลัวว่าผมจะโกงเหรอ คนอย่างผมไม่เคยโกงใครอยู่แล้ว” อรรถพลพูดอึกๆ อักๆ เพราะถ้าจะให้เขาหาเงินห้าล้านบาทมาคืนให้ตอนนี้เขาก็ไม่มีปัญญามามาให้หรอก เพราะลำพังหนี้ในบ่อนเขาก็ต้องคอยหลบเจ้าหนี้จนหัวซุกหัวซุนอยู่จนทุกวันนี้“ก็ไหนๆ เราก็จะจบกันอยู่แล้ว ธารก็ไม่อยากให้มีอะไรติดค้างกัน เพราะธารเองก็ไม่อยากมาเจอกับคุณบ่อยๆ เดี๋ยวสาวๆ ของคุณจะมาฉีกอกธาร” ธารวารินทร์อดที่จะประชดออกมาไม่ได้เมื่อถูกขู่เรื่องเงินทำให้อรรถพลถึงกับทำหน้าเครียดและเปลี่ยนเป็นฉุนเฉียว ชายเจ้าสำอางร่างสูง ทว่าผอมบางก้าวเข้ามาประชิดตัวธารวารินทร์แล้วใช้สองมือใหญ่ของตนบีบต้นแขนสองข้างของธารวารินทร์นไว้แน่น และบีบแรงขึ้นๆ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวทำหน้าเหยเก“คุณอย่าบีบบังคับให้ผมต้

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 77

    บทที่ 37ภายในผับหรูกลางกรุง ท่ามกลางเสียงดนตรีจังหวะสนุกสนานที่ดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ มองไปทางไหนก็มีแต่นักเที่ยวยามราตรีขยับแข้งขยับขาตามจังหวะนั้นอย่างรื่นรมย์ ผิดกับอธินที่นั่งจ่อมอยู่กับโต๊ะโดยมีแก้วบรรจุน้ำสีอำพันตั้งอยู่ตรงหน้า แต่ดูจากหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่ข้างแก้วแล้วไหลย้อยลงไปกองรวมตัวกันอยู่บนพื้นโต๊ะล้อมรอบก้นแก้วก็พอจะเดาได้ว่าเจ้าของแก้วยังไม่ได้แตะน้ำนั้นเลยแม้แต่น้อย“เป็นอะไรไปวะไอ้ธิน ชวนกูออกมาเที่ยวแล้วทำไมตัวเองกลับมานั่งซึมกะทือ” ปราบดาตะโกนถามแข่งกับเสียงเพลงที่ดังกลบเสียงพูดอยู่ในขณะนี้“เซ็งว่ะ” อธินตอบพร้อมกับทำหน้าเซ็งเป็นหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าเขาเซ็งจริงๆ“คงไม่พ้นเรื่องคุณเม” ปราบดาเอ่ยอย่างรู้ทันอธินพยักหน้ารับคำ แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยใจก่อนจะระบายความอัดอั้นตันใจออกมาว่า “ผู้หญิงอะไรไม่รู้ใจแข็งชะมัดเลย นี่ขนาดกูบอกรักไปแล้วนะ แต่เธอกลับตอบกูมาว่า รักกูไม่ได้ ‘รักไม่ได้’ กับ ‘ไม่ได้รัก’ มันไม่เหมือนกันนะ ยิ่งกูรู้ว่าเธอรักกูด้วยแบบนี้ มันยิ่งทำให้กูจะเป็นบ้า ทั้งๆ ที่เรารักกันแต่ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วย กูไม่เข้าใจจริงๆ”“คุณเมเธอคงรักเพ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status