LOGINที่โต๊ะอาหารบ้านนายสมบัติ ผู้เป็นประมุขของบ้านมีท่าทางอารมณ์ดีผิดปกติจนแพรวพรรณอดสงสัยไม่ได้ว่ามีเรื่องน่ายินดีอะไรถึงทำให้สามีวัยชราของตนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียวเช่นนี้ได้
“มีเรื่องน่ายินดีอะไรหรือคะคุณถึงได้ยิ้มไม่หุบ”
“ผมมีข่าวดี”
“ข่าวดีเรื่องอะไรคะ” แพรวพรรณเริ่มอยากรู้
“รอให้ดาลงมาก่อนแล้วผมค่อยบอกพร้อมกันทีเดียว” นายสมบัติบอกภรรยาสาวแล้วหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาอ่านฆ่าเวลาระหว่างรอบุตรสาว
สักครู่นวินดาก็เดินเข้ามานั่งประจำที่ที่โต๊ะอาหารแล้วกล่าวกับผู้เป็นบิดาอย่างเกรงใจว่า “ขอโทษนะคะคุณพ่อที่ต้องให้รอนาน”
“ไม่เป็นไรหรอกลูกดา” ผู้เป็นบิดารีบพับหนังสือพิม์แล้ววางลงด้านข้างทันที “พ่อมีข่าวดีจะบอกด้วยนะ” นายสมบัติกล่าวหน้าบ้าน
นวินดาทำท่าประหลาดใจเพราะนึกไม่ออกจริงๆ ว่าจะมีข่าวดีเรื่องอะไร
“เช้านี้คุณหญิงนลินีโทร. มาบอกพ่อว่าหาฤกษ์แต่งงานให้ลูกได้แล้ว อีกสองเดือน ให้หนูเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวไว้ได้เลยน”
“ทำไมเร็วนักล่ะคะคุณพ่อ” นวินดาตกใจ
“นั่นสิคะทำไมต้องรีบแต่งขนาดนี้ด้วยคะ!?” ดูเหมือนแพรวพรรณจะตกใจมากกว่าว่าที่เจ้าสาวตัวจริงเสียอีก
“เอ๊า เป็นอะไรไปกันทั้งคู่น่ะ ตกใจอะไรกันฮ่ะ” นายสมบัติร้องถามพลางหัวเราะเสียงดังลั่นห้องอย่างขบขันที่เห็นทั้งบุตรสาวและภรรยาสาวมีอาการตกตะลึงโดยพร้อมเพรียงกันเช่นนี้
“มันเร็วเกินไปค่ะคุณพ่อ ดายังไม่พร้อม ดายังไม่อยากแต่งงานตอนนี้ค่ะ” บุตรสาวผู้เคยอยู่ในโอวาสของบิดามาตลอดกลั้นใจพูดออกมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ
“นั่นสิคะ คุณดากับคุณอธินยังรู้จักกันน้อยเกินไป คุณแน่ใจหรือคะว่าเขาจะดีพอสำหรับคุณดา” ราวกับแม่เลี้ยงจะพยายามกางปีกปกป้องลูกเลี้ยงอย่างเต็มที่หากแต่ความจริงแล้วเธอกำลังยื้อเวลาให้ตัวเองต่างหาก แพรวพรรณบอกกับตัวเองว่าเธอต้องรีบลงมือก่อนที่อธินจะหลุดมือเธอไปอีกครั้ง
“ไม่ต้องห่วงหรอกคุณแพรว ก่อนที่ผมจะยกลูกสาวของผมให้ใครน่ะ ผมก็ต้องมั่นใจสิว่าเขาต้องดีพอที่ผมจะฝากชีวิตของลูกสาวผมไว้กับเขาได้ ลูกสาวผมทั้งคนนะ ผมไม่ยกให้ใครสุ่มสีสุ่มห้าหรอก”
“เลื่อนออกไปก่อนไม่ได้เหรอคะ” นวินดาต่อรอง
นายสมบัติหุบยิ้มทันทีแล้วกล่าวกับบุตรสาวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “พ่อเคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าให้ทำตามที่พ่อบอกแล้วทุกอย่างจะดีเอง นี่พ่ออุตสาห์หาคนที่ดีทั้งฐานะและหน้าตาให้ลูกแล้วนะ หรือลูกอยากจะแต่งงานกับวีรชาติลูกชายของเสี่ยธงชัยเพื่อนพ่อล่ะฮึ”
“ไม่นะคะคุณพ่อ!” นวินดาปฏิเสธเสียงหลงทันทีและน้ำตาก็พาลจะไหลเพียงแค่คิดว่าจะต้องแต่งงานกับอาตี๋อ้วนเตี้ย หน้าตาพาเข้าวัดเข้าวาไม่ได้แถมยังมีนิสัยคุยโวโอ้อวดอีกต่างหาก
“ถ้าอย่างนั้นก็ต้องแต่งงานกับลูกชายคุณหญิงนลินีตามที่พ่อบอก” นายสมบัติออกคำสั่ง
นวินดาจนด้วยคำพูดจึงได้แต่เก็บกั้นความรู้สึกอึดอัดใจนี้ไว้ในอกแต่เพียงผู้เดียว หญิงสาวยังไม่อยากแต่งงานจนกว่าเธอจะรู้ใจตัวเองว่าความรู้สึกที่เธอมีต่ออธินนั้นมันคือความรักจริงๆ หรือไม่และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเธอเองก็รู้อยู่เต็มอกว่าอธินมีเมษิตาอยู่แล้วทั้งคน ดังนั้นเธอจึงไม่ใจร้ายพอที่จะทำร้ายจิตใจผู้หญิงด้วยกันได้
ธันวาเกษมก้าวเข้ามาภายในร้านกาแฟเล็กๆ แห่งหนึ่งในยามบ่ายแล้วกวาดตามองหาหญิงสาวที่เป็นผู้นัดให้เขามาพบในวันนี้ เมื่อเห็นคนที่กำลังมองหาชายหนุ่มจึงตรงดิ่งเข้าไปหาเธอทันที
“ขอโทษนะครับคุณดาที่ผมมาช้า พอดีประชุมติดพัน” ชายหนุ่มกล่าวขณะหย่อนกายลงนั่งที่เก้าอี้ว่างฝั่งตรงกันกูมกับนวินดา “นี่ก็รีบแทบแย่กลัวว่าคุณดาจะรอนาน”
“ดาต่างหากล่ะคะที่ต้องเป็นฝ่ายขอโทษพี่ธันว์ที่ต้องรบกวนเวลางานของพี่”
“ไม่เลยครับ ไม่ได้รบกวนอะไรเลย” ธันวาเกษมรีบบอกด้วยเกรงว่าหญิงสาวตรงหน้าจะคิดมาก
“พี่ธันว์อย่าเรียกดาว่าคุณดาเลยนะคะ เรียกดาว่าดาเฉยๆ เหมือนที่พี่ธินเรียกดีกว่านะคะ” คำว่า พี่ธิน จากปากนวินดาทำให้ธันวาเกษมรู้สึกอิจฉาน้องชายขึ้นมาได้อย่างไม่ได้ตั้งใจ
“แล้วก็ไม่ต้องพูดแทนตัวเองว่าผมแล้วนะคะ แทนตัวเองว่า พี่ เหมือนเมื่อก่อนดีกว่า” นวินดากล่าวด้วยรอยยิ้มที่สะกดสายตาธันวาเกษมให้ตรึงไว้ที่ใบหน้าหวานตรงหน้าอย่างไม่อาจละสายตาไปไหนได้
“ว่าแต่คุณดา เอ้อ...ดา มีธุระอะไรจะคุยกับผม เอ้อ...พี่ เหรอครับ” ธันวาเกษมพูดติดขัดอย่างที่ไม่ชินกับสรรพนามใหม่
“เรื่องงานแต่งงานของดากับพี่ธินน่ะค่ะ” หญิงสาวมีท่าทีลำบากใจที่จะเอ่ย
ธันวาเกษมหน้าเจื่อนไปนิดหนึ่งเมื่อนวินดาเอ่ยถึงเรื่องแต่งงาน “ดามีอะไรจะให้พี่ช่วยก็บอกพี่ได้เลยนะครับ งานแต่งงานของน้องพี่ทั้งคนพี่คนนี้ยินดีช่วยอย่างเต็มที่อยู่แล้ว” ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับพยายามซ่อนความรู้สึกเจ็บแปลบที่มีในหัวใจไว้ไม่ให้มันแสดงตัวออกมาให้หญิงสาวตรงหน้าได้รับรู้
“ดาไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดี” นวินดาถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะกล่าวต่อไปว่า “ดาพูดตรงๆ นะคะพี่ธันว์ คือว่าดา...ดายังไม่พร้อมที่จะแต่งงานกับพี่ธินในตอนนี้ค่ะ” ในที่สุดนวินดาก็ปลดปล่อยสิ่งที่อัดอั้นอยู่ภายในใจออกมาจนได้
ธันวาเกษมแอบดีใจขึ้นมาแวบหนึ่งเพราะคิดว่าตนยังพอจะมีหวังในตัวนวินดาอยู่บ้างแต่แล้วความสงสัยก็เข้ามาแทนที่ในวินาทีต่อมา “แล้วทำไมดาไม่บอกคุณพ่อดาล่ะครับ”
“ดาบอกคุณพ่อไปแล้วค่ะ แต่ท่านไม่ฟังอะไรเลย ท่านจะให้ดาแต่งงานกับพี่ธินตามฤกษ์ที่คุณแม่พี่ธันว์หามาให้ท่าเดียวเลยค่ะ” นวินดาเบือนหน้าออกไปทางด้านนอกร้านแล้วกระพริบตาถี่ๆ เพื่อขับไล่หยาดน้ำตาที่รื้นขึ้นมาคลอเต็มหน่วยตาทั้งสองข้างแล้วหันกลับมาพูดกับธันวาเกษมต่อว่า “พี่ธันว์จะให้ดาแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักเลยสักนิดได้ยังไงล่ะคะ มิหนำซ้ำพี่ธินยังมีคนรักอยู่แล้วอีกด้วย ดาเคยเจอคุณเมแล้วครั้งนึง คุณเมเธอเป็นคนน่ารัก ดาทำร้ายเธอไม่ได้หรอกค่ะ”
“ใจเย็นๆ นะครับ” ธันวาเกษมพูดพลางส่งผ้าเช็ดหน้าให้หญิงสาวเมื่อเห็นว่าหยาดน้ำตาที่เจ้าตัวพยายามสกัดกั้นเอาไว้ไหลริ้วลงมาตามแก้มนวลปลั่งทั้งสองข้าง
“ดาไม่รู้จะทำยังไงดีค่ะพี่ธันว์ ดาบอกคุณพ่อไปแล้วท่านก็ไม่ฟังดาเลย ดาไม่รู้จะปรึกษาใครจริงๆ ค่ะ” ยิ่งพูดน้ำตาของหญิงสาวก็ยิ่งไหล
“แล้วดาจะให้พี่ช่วยยังไงล่ะครับ” ธันวาเกษมถามอย่างคิดไม่ออกจริงๆ ว่าเขาจะสามารถช่วยเธอได้อย่างไร
“พี่ธันว์แค่รับฟังดาก็พอค่ะ ที่ดานัดพี่ธันว์มาวันนี้ ดาแค่เพียงอยากมีใครสักคนที่ดาจะพูดคุย จะปรึกษาเรื่องนี้ได้บ้างเท่านั้นเอง” นวินดาเว้นจังหวะเพื่อใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนเดิมซับน้ำตาให้ตัวเองอีกครั้งแล้วพูดต่อว่า “ดาไม่ค่อยมีเพื่อนค่ะเพื่อนคนเดียวที่ดามีในเมืองไทยก็คือธาร แต่ธารก็ไม่ค่อยว่าง ดาเลยไม่รู้จะปรึกษาเรื่องนี้กับใคร”
ธันวาเกษมเข้าใจข้อนี้ดีเพราะแม้แต่เขาซึ่งเป็นพี่ชายแท้ๆ ที่อยู่ใต้ชายคาเดียวกันยังแทบไม่ได้เจอหน้าน้องสาวเลย “เอาอย่างนี้นะครับ ดาใจเย็นๆ ก่อน พี่รับปากว่าพี่จะช่วยดาหาทางออกให้กับเรื่องนี้เอง พี่สัญญา” ธันวาเกษมกล่าวด้วยแววตามุ่งมั่นที่จะช่วยปัดเป่าเรื่องทุกข์ใจให้หญิงสาวตรงหน้าอย่างจริงจังและจริงใจ
นวินดาเอื้อมมือเรียวไปกุมมือหนาของธันวาเกษมไว้แน่นอย่างรู้สึกขอบคุณอย่างลืมตัว “ขอบคุณพี่ธันว์มากค่ะ ขอบคุณจริงๆ ถ้าไม่มีพี่ธันว์ดาก็เหมือนตัวคนเดียว ดาไม่มีใครเลยจริงๆ ค่ะ”
ธันวาเกษมตกใจในวินาทีแรก แต่แล้วในวินาทีต่อมาเขาก็ใช้มืออีกข้างวางทับมือเรียวของนวินดาที่กุมมือของเขาอยู่พลางสบตาแล้วบอกอย่างหนักแน่นว่า “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นขอให้จำไว้ว่าดาจะมีพี่อยู่เคียงข้างดาเสมอนะครับ พี่จะช่วยดาเอง พี่สัญญา”
แม้ว่าท้ายที่สุดแล้วเรื่องของธันวาเกษมและนวินดาจะไม่มีวันเป็นไปได้อย่างที่ชายหนุ่มแอบหวังก็ตาม แต่เขาก็ยินดีที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ผู้หญิงที่เขารักได้มีความสุข เขาอยากเห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มของเธอมากกว่าจะได้เห็นใบหน้าที่นองด้วยน้ำตาเช่นตอนนี้
นวินดารู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมาทันทีที่รู้ว่าเธอไม่ได้เผชิญปัญหาอย่างโดดเดี่ยวอีกต่อไป สองมือประสานกันเนิ่นนานจนฝ่ายหญิงเริ่มรู้สึกตัวว่าไม่เหมาะสม จึงเป็นฝ่ายชักมือออกด้วยความเก้อเขิน ฝ่ายชายก็ชักมือกลับด้วยอาการเดียวกัน
บทที่ 42เมษิตาและนันทลียืนอยู่บนระเบียงบังกะโลหลังเล็กกะทัดรัดริมชายหาดที่หัวหิน บ้านหลังนี้เป็นบ้านพักหลังเดียวกับที่ทั้งสองเคยมาพักเมื่อคราวก่อน จะต่างกันอยู่นิดหนึ่งก็ตรงคนที่มาพักใจให้หายเศร้าในครั้งนี้ไม่ใช่นันทลี หากแต่เป็นเมษิตา การกลับมาพักที่สถานที่เดิมและเป็นสถานที่ที่เมษิตาได้พบกับอธินครั้งแรกด้วยแล้วนั้น ราวกับจะเป็นการตอกย้ำความทรงจำเก่าๆ ของหญิงสาวให้แจ่มชัดขึ้นมาอีกครานานร่วมเดือน ที่เมษิตาและอธินไม่ได้พบหน้ากัน แม้ว่าหญิงสาวจะปากแข็งว่าไม่ได้รัก ไม่ได้คิดถึงเขา แต่อย่างไรก็ตามความรู้สึกเหล่านั้นมันก็เต้นเร่าๆ และเผยตัวเองออกมาทางแววตาจนเพื่อนสนิทอย่างนันทลีมองเห็นชัดเจน“บรรยากาศดีมากเลยนะเม” นันทลีเป็นผู้เอ่ยขึ้นก่อนเมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวเอาแต่เหม่อมองทะเลแล้วนิ่งเงียบ“ใช่ ทะเลก็ยังสวยเหมือนเคย” เมษิตาตอบเบาๆ“ทะเลไม่เคยเปลี่ยน แต่ใจคนสิเปลี่ยนได้ทุกเวลา ครั้งก่อนที่เมพาลีมาที่นี่ ลีมาพร้อมกับเจ็บปวดและผิดหวังแต่วันนี้ลีไม่เหมือนเดิมแล้วนะ” นันทลีหันหน้าไปมองเพื่อนแล้วยิ้มอย่างสดใส เพราะบทเรียนความรักหลายครั้งที่ผ่านมาสอนให้เธอเข้มแข็งและเข้าใจมันมากขึ้น“เมดีใจนะที
บทที่ 41เสียงกริ่งหน้าประตูคอนโดมิเนียมหรูกลางกรุงของนันทลีดังขึ้นในเวลาสามทุ่มเศษ เจ้าของห้องที่กำลังสาละวนอยู่กับการพอกครีมมาร์กหน้ารีบวางมือแล้ววิ่งไปส่องดูว่าใครที่มาหาเธอในยามที่ไม่คิดว่าจะมีใครมาหาอีกแล้วเช่นนี้ ภาพของเมษิตาที่ยื่นหน้าตึงอยู่หน้าประตูก็ทำให้เจ้าของห้องต้องทำใจดีสู้เสือแล้วกลั้นใจเปิดประตูให้เพื่อนเข้ามาข้างใน“เมมีอะไรหรือเปล่า ถึงได้มาหาลีซะดึกเลย” นันทลีถามพลางใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เพราะพอจะเดาได้ว่าน่าจะเป็นเพราะเหตุการณ์วุ่นๆ ที่ร้านอาหารเมื่อตอนหัวคำแน่นนอน ที่ให้เพื่อนรักมายืนหน้าตึงอยู่ที่หน้าห้องของเธอขณะนี้“ลีทำแบบนั้นทำไม” เมษิตาเข้าประเด็นโดยไม่รีรอ แล้วเดินเลยเจ้าของห้องไปนั่งแหมะลงที่โซฟาตัวใหญ่นุ่มนิ่ม“ทำอะไร?” เจ้าของห้องแกล้งตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่องแล้วเดินตามไปนั่งข้างเพื่อน“ไม่ต้องมาทำเป็นไม่รู้เรื่องเลยนะ เรื่องวันนี้เป็นแผนของลีใช่มั้ย ลีหลอกให้เมไปเจอกับคุณอธิน ลีทำแบบนั้นทำไม”“ก็ลีอยากให้เมกับคุณอธินได้ปรับความเข้าใจกันนี่นา ในเมื่อคนสองคนรักกันแล้วทำไมถึงต้องหลบหน้ากันอย่างนี้ด้วยล่ะ” นันทลีพูดเสียงอ่อยเมษิตาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ในขณะที่
บทที่ 40“ผมนึกว่าคุณจะลืมผมซะแล้ว” อธินตอบยิ้มๆ อย่างอารมณ์ดีเหมือนเคย แล้วก้าวเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงกันข้ามกับเธอ“คุณมาที่นี่ได้ยังไง” ถามออกไปแล้วเมษิตาก็นึกเอะใจ “หรือว่าคุณร่วมมือกับลีหลอกให้ฉันมาที่นี่”“เพื่อนคุณอยากให้เราได้คุยกัน ก็คุณเอาแต่หลบหน้าผม โทรไปก็ไม่รับสาย ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ” อธินพูดเบาๆ แล้วแกล้งทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมเพื่อเรียกร้องความเห็นใจ แต่ดูเหมือนมันจะไม่มีผลอะไรเลย“ฉันจะกลับ” เมษิตาลุกพรวดขึ้นทันทีและไวเท่าๆ กันมือหนาของอธินก็เอื้อมไปฉุดข้อมือบอบบางคนคนตรงหน้าเอาไว้“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้” คนถูกฉุดออกคำสั่งเสียงแข็ง“กว่าผมจะได้เจอคุณมันไม่ง่าย ผมไม่ปล่อยคุณไปง่ายๆ หรอก” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วประสานสายตาแน่วแน่ไปยังดวงตากลมโตของหญิงสาวเบื้องหน้าเมษิตายกมืออีกข้างที่เป็นอิสระอยู่ขึ้นมาแกะมือหนาที่กุมข้อมือของตนออก แต่ก็ถูกชายหนุ่มเอามืออีกข้างของเขามาล็อคข้อมืออีกข้างของเธอเอาไว้ได้อีก จากนั้นคนที่มีแรงมากกว่าจึงฉุดให้ร่างบางที่กำลังพยายามดิ้นรนออกจากการเกาะกุมของเขาให้นั่งลงที่เก้าอี้ดังเดิม“นั่งลงคุยกันดีๆ ก่อนไม่ได้เหรอ”“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ ปล่อย
บทที่ 39ตั้งแต่เช้าจนกระทั่งคล้อยบ่าย ปราบดาได้ยินเสียงถอนหายใจของอธินเป็นร้อยเป็นพันครั้ง และคอยลอบชำเลืองดูหน้าเพื่อนร่วมห้องทำงานเป็นระยะๆ ด้วยความเป็นห่วง และทุกครั้งที่เงยหน้ามองเพื่อน ปราบดาก็เห็นอธินได้แต่ตีหน้าขรึมซ่อนอาการซึมเซาไว้ภายในอยู่ตลอดเวลา ปราบดารู้ดีว่าเพื่อนรักกำลังเครียดเรื่องอะไรอยู่ จึงเปรยขึ้นว่า“คิดเรื่องคุณเมอยู่ใช่มั้ย ถ้าคิดถึงก็โทร. ไปหาสิ หรือไม่ก็ไปหาถึงที่เลย”“โทร. แล้วแต่เธอไม่รับสาย เป็นแบบนี้กูก็ไม่กล้าไปหาหรอก” อธินตอบเบาๆ“เฮ้อ ความเอ๋ยความรัก ทำไมช่างเปลี่ยนแปลงคนได้ถึงขนาดนี้หนอ เมื่อก่อนกูไม่เห็นมึงจะกลัวอะไรเลย แล้วทำไมเดี๋ยวนี้กลายเป็นแบบนี้ไปได้วะเพื่อน”“เรื่องของกูช่างมันเถอะ ว่าแต่เรื่องของมึงกับคุณลีไปถึงไหนแล้ว เธอเห็นความดีในตัวมึงขึ้นมาบ้างหรือยัง” แม้ปัญหาของตัวเองก็หนักหน่วงอยู่แล้ว แต่อธินก็ยังอดที่จะเป็นห่วงเพื่อนไม่ได้“ของกูนะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ โว้ย เย็นนี้กูก็มีนัดกินข้าวกับคุณลี” ปราบดาตอบหน้าบานแต่ไม่ยอมบอกความจริงกับเพื่อนว่า ที่นันทลียอมรับนัดเขานั้นเป็นเพราะเขาอ้างว่าจะขอปรึกษาเรื่องของอธินและเมษิตาตั้งแต่วันท
บทที่ 38“ธารมีอะไรจะพูดกับผมอีกอย่างนั้นหรือครับ” อรรถพลหันกลับมาถาม“คุณลืมอะไรไปหรือเปล่าคะ ลองคิดดูให้ดีสิคะ ว่าเรายังติดค้างอะไรกันอยู่” หญิงสาวกล่าวอย่างท้าทาย“เรามีอะไรติดค้างกันอยู่อย่างนั้นเหรอครับ” คนถูกถามแกล้งทำไก๋ ตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่อง“เงินห้าล้านบาทที่คุณขอยืมธารไปลงทุนไงคะ จำได้หรือเปล่า” ธารวารินทร์เหยียดยิ้มแบบหยันๆ“อ่อ นี่...นี่ ธารกลัวว่าผมจะโกงเหรอ คนอย่างผมไม่เคยโกงใครอยู่แล้ว” อรรถพลพูดอึกๆ อักๆ เพราะถ้าจะให้เขาหาเงินห้าล้านบาทมาคืนให้ตอนนี้เขาก็ไม่มีปัญญามามาให้หรอก เพราะลำพังหนี้ในบ่อนเขาก็ต้องคอยหลบเจ้าหนี้จนหัวซุกหัวซุนอยู่จนทุกวันนี้“ก็ไหนๆ เราก็จะจบกันอยู่แล้ว ธารก็ไม่อยากให้มีอะไรติดค้างกัน เพราะธารเองก็ไม่อยากมาเจอกับคุณบ่อยๆ เดี๋ยวสาวๆ ของคุณจะมาฉีกอกธาร” ธารวารินทร์อดที่จะประชดออกมาไม่ได้เมื่อถูกขู่เรื่องเงินทำให้อรรถพลถึงกับทำหน้าเครียดและเปลี่ยนเป็นฉุนเฉียว ชายเจ้าสำอางร่างสูง ทว่าผอมบางก้าวเข้ามาประชิดตัวธารวารินทร์แล้วใช้สองมือใหญ่ของตนบีบต้นแขนสองข้างของธารวารินทร์นไว้แน่น และบีบแรงขึ้นๆ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวทำหน้าเหยเก“คุณอย่าบีบบังคับให้ผมต้
บทที่ 37ภายในผับหรูกลางกรุง ท่ามกลางเสียงดนตรีจังหวะสนุกสนานที่ดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ มองไปทางไหนก็มีแต่นักเที่ยวยามราตรีขยับแข้งขยับขาตามจังหวะนั้นอย่างรื่นรมย์ ผิดกับอธินที่นั่งจ่อมอยู่กับโต๊ะโดยมีแก้วบรรจุน้ำสีอำพันตั้งอยู่ตรงหน้า แต่ดูจากหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่ข้างแก้วแล้วไหลย้อยลงไปกองรวมตัวกันอยู่บนพื้นโต๊ะล้อมรอบก้นแก้วก็พอจะเดาได้ว่าเจ้าของแก้วยังไม่ได้แตะน้ำนั้นเลยแม้แต่น้อย“เป็นอะไรไปวะไอ้ธิน ชวนกูออกมาเที่ยวแล้วทำไมตัวเองกลับมานั่งซึมกะทือ” ปราบดาตะโกนถามแข่งกับเสียงเพลงที่ดังกลบเสียงพูดอยู่ในขณะนี้“เซ็งว่ะ” อธินตอบพร้อมกับทำหน้าเซ็งเป็นหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าเขาเซ็งจริงๆ“คงไม่พ้นเรื่องคุณเม” ปราบดาเอ่ยอย่างรู้ทันอธินพยักหน้ารับคำ แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยใจก่อนจะระบายความอัดอั้นตันใจออกมาว่า “ผู้หญิงอะไรไม่รู้ใจแข็งชะมัดเลย นี่ขนาดกูบอกรักไปแล้วนะ แต่เธอกลับตอบกูมาว่า รักกูไม่ได้ ‘รักไม่ได้’ กับ ‘ไม่ได้รัก’ มันไม่เหมือนกันนะ ยิ่งกูรู้ว่าเธอรักกูด้วยแบบนี้ มันยิ่งทำให้กูจะเป็นบ้า ทั้งๆ ที่เรารักกันแต่ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วย กูไม่เข้าใจจริงๆ”“คุณเมเธอคงรักเพ







