Share

บทที่ 6

last update publish date: 2026-10-26 17:47:47

เฌอปรางค์ขยับเปลือกตาสู้แสงแดดยามสาย ซึ่งส่อง ทะลุผ้าม่านสีชมพูหวาน เข้ามาทางหัวเตียง หญิงสาวขยับกายลุกขึ้น แล้วกวาดตามองไปรอบตัว พลันนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้เธออยู่ที่บ้านของส้มแป้น คิดได้ดังนั้น ดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่ยังลืมตาไม่เต็มตื่นก็มองหาเพื่อนสาวทันที เมื่อไม่พบผู้เป็นเจ้าของห้อง เธอจึงรีบอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วลงไปชั้นล่าง

               “ทำเค้กอยู่เหรอแป้น” เฌอปรางค์เอ่ยถาม พลางชะโงกหน้าเข้าไปในครัว

               ส้มแป้นวางมือจากการเทแป้งเค้กลงในถาดอบ แล้วเงยหน้าขึ้นยิ้มให้คนที่ยืนเกาะขอบประตู จนตาชั้นเดียวนั้นแทบปิดสนิท ก่อนจะบอกว่า “ฉันทำข้าวต้มกุ้งไว้ให้นะ”

               “แกกินรึยัง” เฌอปรางค์ถามกลับ

               “ยัง ฉันรอกินพร้อมแก” ส้มแป้นบอกพลางหันไปหยิบถาดแป้งเค้กที่เทไว้เมื่อครู่ยัดใส่เตาอบ แล้วกดปุ่มตั้งเวลา และอุณหภูมิด้วยความชำนาญ จากนั้นจึงหันกลับมาพูดกับเฌอปรางค์อีกครั้งว่า “ป่ะ เราไปกินข้าวกัน เค้กนี่ก็ทิ้งไว้ครึ่งชั่วโมง แล้วค่อยมาเอาออก”

               ผู้เป็นเจ้าของบ้านเดินไปตักข้าวต้มใส่ชามสองชาม แล้วเดินนำไปที่โต๊ะอาหารซึ่งตั้งอยู่ในมุมข้างหน้าต่าง เฌอปรางค์รินน้ำใส่แก้วแล้วเดินตามไป

               “นอนดึกตื่นเช้าทุกวันไม่เหนื่อยบ้างหรือไง” เฌอปรางค์นึกสงสารที่เพื่อนต้องทำงานหนัก แต่อีกใจหนึ่ง หญิงสาวก็นึกชื่นชมในความขยัน และอดทนของเพื่อนด้วย

               “เหนื่อยสิ แต่จะทำยังไงได้ ในเมื่อฉันต้องกินต้องใช้ แล้วยังต้องส่งเงินไปให้แม่ที่อยู่ต่างจังหวัดทุกเดือนด้วย แต่ถึงจะเหนื่อยยังไง ฉันก็มีความสุขนะ เพราะฉันได้ทำงานที่ฉันรัก เพื่อคนที่ฉันรัก” แม้จะพูดว่าเหนื่อย ทว่าแววตาของผู้พูดกลับส่องประกายความสุขอย่างเปี่ยมล้น

               “ฉันอิจฉาแกจัง” เฌอปรางค์พูดด้วยน้ำเสียงเบาหวิว

               “หลานสาวเศรษฐีนีอย่างแก จะมาอิจฉาอะไรฉัน ฉันต้องเป็นฝ่ายอิจฉาแกมากกว่า ที่เกิดมามีพร้อมทุกอย่าง” ส้มแป้นแกล้งเย้าเพื่อน

               “แต่แกก็มีในสิ่งที่ฉันไม่มีนะ”

               “อะไรเหรอ?” คิ้วเรียวเหนือแว่นสายตากรอบสีชมพูขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย ว่าอะไรในตัวเธอที่ทำให้เพื่อนรักคนนี้อิจฉาได้

               “แม่ กับ อิสรภาพ ยังไงล่ะ สองสิ่งนี้เป็นสองสิ่งที่ตลอดชีวิตนี้ ฉันจะไม่มีวันมีได้เลย” เฌอปรางค์บอกด้วยน้ำเสียงที่เจือความเศร้าอย่างเปิดเผย

               “ทำไมแกจะไม่มีแม่ ถ้าไม่มีแม่แล้วแกจะเกิดมาได้ยังไง เอ๊ะ...หรือแกเกิดจากกระบอกไม้ไผ่” ส้มแป้นแกล้งพูดให้ตลก เมื่อเห็นว่าเฌอปรางค์ทำหน้าเศร้าจริงจัง แล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล คล้ายปลอบโยนอยู่ในทีว่า “แม่จะอยู่ในใจเราเสมอ ฉันเชื่อว่าตอนนี้ แม่กำลังมองแกอยู่บนฟ้า เพราะฉะนั้นแกต้องเข้มแข็งนะ ไม่อย่างนั้นแม่จะเป็นห่วงรู้มั้ย”

               เฌอปรางค์ยิ้มให้กับคำปลอบใจของส้มแป้น ท่ามกลางความโดดเดี่ยวในเมืองหลวง อย่างน้อยเธอก็ยังมีเพื่อนที่แสนดีคนนี้อยู่เคียงข้าง และทำให้โลกกว้างใหญ่ใบนี้ ไม่อ้างว้างเกินไป

               “ถึงยังไงฉันก็ยังขาดอิสรภาพอยู่ดี” เฌอปรางค์เปรยเบาๆ

               “ตอนนี้แกประกาศอิสรภาพให้ตัวเอง ด้วยการหนีออกจากบ้านมาแล้วนี่ไง” ส้มแป้นกล่าวพลางฉีกยิ้มจนตาหยี จากนั้นจึงตักข้าวต้มใส่ช้อนแล้วชูขึ้น “เรามาชนช้อน ฉลองอิสรภาพของแกดีกว่า”

               “แด่อิสรภาพ” สองสาวประสานเสียงอย่างร่าเริง แล้วยกช้อนขึ้นชนกัน

               “แป้น” เฌอปรางค์เรียกชื่อเพื่อนท่าทางจริงจัง “แกเคยได้ยินมั้ย ที่โบราณเขาว่า ถ้าช้อนชนกัน จะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาหาน่ะ”

               “ไม่เคย” ส้มแป้นส่ายหน้าดิกๆ

รถยนต์คันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดเทียบอยู่ข้างรั้วไม้ระแนงสีขาวของร้าน Sweet Cup Coffee เป็นเวลานาน แต่บุคคลที่นั่งอยู่ภายในรถก็ยังไม่ยอมลงจากรถ

               “จักรจะไม่เข้าไปในร้านกับพี่จริงๆ เหรอ”

               “ไม่ครับ พี่ฤทธิ์จะจัดการยังไงก็ตามใจ แต่เร็วหน่อยก็แล้วกัน ผมต้องรีบไปถ่ายละคร” จักรวาลตอบหน้าตึงอยู่หลังพวงมาลัย

               “ไม่ต้องเอางานมาอ้างหรอกพ่อพระเอกคิวทอง พี่เป็นผู้จัดการส่วนตัวของจักร ทำไมพี่จะไม่รู้ว่าวันนี้จักรว่างทั้งวัน เมื่อเช้ากองถ่ายโทร. มาแจ้งยกกอง เพราะเมื่อคืนนี้ยายปิ่นปัทม์ นางเอกของจักรเมาปลิ้น วันนี้เลยตื่นไปถ่ายละครไม่ไหว”

               “พี่จะแกล้งทำเป็นไม่รู้บ้างไม่ได้หรือไงนะ” ชายหนุ่มออกอาการหงุดหงิดกลบเกลื่อนอาการหน้าแตก แล้วดึงปีกหมวกแก๊ปลงมาปิดใบหน้า จากนั้นจึงปรับเบาะเอนนอน เพื่อหลบสายตาของคนที่เดินผ่านไปมา

               “โอเค ไม่ลงก็ไม่ลง” เรืองฤทธิ์พูดจบก็ก้าวลงจากรถ แล้วเดินหายเข้าไปในร้านกาแฟอย่างว่องไว

เสียงโมบายที่แขวนไว้เหนือประตูกระจกของร้านดังขึ้น ส่งผลให้ส้มแป้นซึ่งยืนเช็ดแก้วอยู่หลังเคาน์เตอร์ ต้องเงยหน้าขึ้นมองผู้ที่มาเยือนแต่เช้า

               “สวัสดีจ้ะสาวๆ” เรืองฤทธิ์กล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงสดใส

               “พี่ฤทธิ์ มาแต่เช้าเชียว” ผู้เป็นเจ้าของร้านร้องทักอย่างดีใจ

               “ริชชี่ย่ะ เรียกฉันว่าริชชี่” กะเทยร่างท้วมกล่าวเสียงสะบัด แล้วขว้างค้อนวงใหญ่ใส่เพื่อนรุ่นน้อง

               “ค่ะ พี่ริชชี่” ส้มแป้นปฏิบัติตามอย่างว่าง่าย

               “แล้วนี่ยายมะปรางอยู่ไหน” เรืองฤทธิ์ถามพลางสอดส่ายสายตาไปรอบร้าน

               “มะปรางอยู่นี่ค่ะ พี่ริชชี่ขา” เฌอปรางค์ส่งเสียงอ่อนเสียงหวานทักทายเพื่อนรุ่นพี่ ก่อนที่ร่างชุ่มเหงื่อจะโผล่ออกมาจากซอกโต๊ะ โดยมีผ้าขี้ริ้วผืนเล็กดำปี๋ติดมืออยู่ด้วย

               “ว้าย! คุณหนูเฌอปรางค์ ทำไมเธอถึงได้มอมแมมอย่างนั้นล่ะยะ” เรืองฤทธิ์แทบลมจับ เมื่อเห็นสภาพของเฌอปรางค์ “ไปล้างไม้ล้างมือซะก่อนไป๊ แล้วค่อยมานั่งคุยกัน”

               เฌอปรางค์หายเข้าไปในห้องน้ำหลังร้านเพียงอึดใจ จากนั้นก็ออกมานั่งหน้าระรื่นอยู่ต่อหน้าเรืองฤทธิ์ด้วยสภาพที่ไม่ต่างจากเมื่อครู่สักเท่าใดนัก ส้มแป้นตามมาร่วมวงสนทนาด้วยอีกคน

               “พี่ริชชี่มีธุระอะไรเหรอคะ ท่าทางซีเรียสจัง” เฌอปรางค์เอ่ยถามพร้อมกับจ้องหน้าเรืองฤทธิ์อย่างรอคอยคำตอบ

               “ฉันมีงานให้เธอทำ งานง่าย รายได้ดี ว่าไง สนใจมั้ย” เรืองฤทธิ์หยั่งเชิง

               “งานอะไรคะ ถ้าเป็นงานผิดกฎหมายมะปรางไม่ทำนะคะ” เฌอปรางค์รู้สึกสนใจมาก เพราะตอนนี้เธอกำลังต้องการหางานทำ ช่วงนี้หญิงสาวไม่อยากใช้บัตรเอทีเอ็มหรือบัตรเครดิต เนื่องจากกลัวว่ายายเสาวรสจะแกะรอยเธอได้จากข้อมูลการใช้บัตรเหล่านี้

“ต๊าย หน้าฉันเหมือนมิจฉาชีพนักรึไงยะ” เรืองฤทธิ์ประชดเสียงสูง

               “มะปรางพูดเล่นน่ะค่ะ ว่าแต่พี่ริชชี่มีงานอะไรให้มะปรางทำคะ” เฌอปรางค์ยิ้มประจบ

               “ฉันจะจ้างเธอเป็นแฟนจักร” เรืองฤทธิ์บอกหน้าตาเฉย

“ว่าไงนะคะ!?” เฌอปรางค์และส้มแป้นประสานเสียง ตกใจสุดขีด

“นี่เธอสองคนจะตะโกนทำไมฮึ แก้วหูฉันจะแตกอยู่แล้ว” เรืองฤทธิ์บ่นพลางยกมือขึ้นลูบใบหูที่มีต่างหูเพชรเม็ดเล็กประดับอยู่

“พี่ริชชี่หมายความว่ายังไงคะ ที่ว่าจะจ้างมะปรางไปเป็นแฟนไอ้จักรยานเบรกแตกนั่นน่ะค่ะ” เฌอปรางค์ถามอย่างข้องใจ

“อุ้ยตาย ทำไมหล่อนไปเรียกจักรนั้นล่ะ ปากคอเราะร้ายนักนะ” เรืองฤทธิ์ตำหนิไม่จริงจังนัก แล้วพูดต่อว่า “ก็อย่างที่พวกเธอรู้นั่นแหละ ว่าตอนนี้จักรเขาโดนข่าวซัดซะเละเป็นโจ๊กว่าเป็นเกย์ แล้วมันก็มีปัญหาอีกร้อยแปดตามมา ฉันก็เลยคิดว่าพรุ่งนี้จะจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวแฟนตัวจริงของจักร แล้วผู้หญิงคนนั้นก็คือเธอ...ยายมะปราง” เรืองฤทธิ์ชี้นิ้วไปที่เฌอปรางค์ แล้วสบตากับหญิงสาว เป็นเชิงบังคับว่าต้องรับงานนี้

“มะปรางไม่มีวันยอมเป็นแฟนนายดาราขี้เก๊กนั่นเด็ดขาด” เฌอปรางค์ปฏิเสธเสียงแข็ง

“ก็แค่แฟนปลอมๆ เท่านั้นเอง” เรืองฤทธิ์บอก

 “ไม่ค่ะ แต่ถ้าจำเป็นจริงๆ พี่ก็ให้ยายแป้นรับงานนี้แทนแล้วกันค่ะ งานนี้มะปรางขอบายค่ะ”

“เฮ้ย...ทำไมถึงได้โยนมาให้กันง่ายๆ อย่างนี้ล่ะ” ส้มแป้นโวยวายขึ้นทันควัน

สองสาวทำท่าจะเถียงกันต่ออีกยาว เรืองฤทธิ์จึงต้องรีบยกสองมือขึ้นโบกห้ามทัพ

“หยู้ดดด...หยุด อย่าเพิ่งเถียงกันจ้ะเด็กๆ ฉันจะอธิบายให้เธอสองคนเข้าใจเดี๋ยวนี้แหละ ว่าทำไมต้องเป็นมะปราง”

เรืองฤทธิ์ให้เหตุผลที่เลือกเฌอปรางค์มารับตำแหน่งคู่รักกำมะลอของจักรวาล แทนที่จะเป็นส้มแป้นว่า บุคลิกของส้มแป้นนิ่งและเรียบร้อยเกินไป อีกทั้งยังเป็นคนหัวอ่อน ขี้ตกใจ ขี้กลัว หากปล่อยให้ไปอยู่ต่อหน้าสื่อมวลชนร่วมร้อยชีวิต คงได้ถูกนักข่าวตั้งคำถามต้อนจนมุมแน่นอน

“ถือว่าฉันขอร้องนะมะปราง ช่วยฉันสักครั้งเถอะ แค่แถลงข่าวว่าเธอเป็นแฟนจักร แล้วรอสักอาทิตย์หรือสองอาทิตย์ให้ข่าวเงียบ จากนั้นก็แยกย้าย ทางใครทางมัน เห็นมั้ยว่าง่ายจะตาย ไม่มีข้อผูกมัดใดๆ ทั้งสิ้น แถมจักรยังจ่ายไม่อั้นด้วยนะ”

“มะปรางช่วยพี่ริชชี่ไม่ได้จริงๆ ค่ะ” เฌอปรางค์บอกเสียงเรียบ ก็จะให้เธอรับงานนี้ได้อย่างไร ในเมื่อเธอเพิ่งจะหนีออกจากบ้านมาเมื่อวานนี้ หากไปร่วมงานแถลงข่าวกับจักรวาล คงได้ดังไปทั่วประเทศเพียงชั่วข้ามคืนอย่างไม่ต้องสงสัย และยายเสาวรสคงได้ส่งคนมารับตัวเธอกลับไปแต่งงานกับชานนท์ แบบไม่ต้องออกแรงตามหาให้เหนื่อยเลย

“ถ้าฉันให้ค่าตอบแทนเธอเป็นตัวเลขเจ็ดหลักล่ะ เป็นเจ็ดหลักตอนปลายด้วยนะ สนใจมั้ย” เรืองฤทธิ์พยายามยื่นข้อเสนอที่คิดว่าอาจทำให้เฌอปรางค์เปลี่ยนใจได้

“มะปรางไม่ได้ร้อนเงินขนาดต้องเอาตัวเข้าแลกหรอกค่ะ”

“ว้าย! ทำไมพูดอย่างนั้น ฉันก็ไม่ได้จะให้เธอไปพลีกายให้จักรซะหน่อย” เรืองฤทธิ์รีบโต้

“ถึงยังไงมะปรางก็รับงานนี้ไม่ได้จริงๆ ค่ะ พี่ริชชี่อย่าเสียเวลาหว่านล้อมมะปรางอีกเลย”

“ทำไมถึงใจร้ายกับฉันนักล่ะมะปราง ถือว่าฉันขอร้องสักครั้งได้มั้ย ทำเพื่อพี่คนนี้สักครั้งเถอะนะ นะ...นะ...นะ...พลี๊สสส” เรืองฤทธิ์พยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบ แทนการใช้เงินเข้าล่อ เพราะเห็นแล้วว่าคนอย่างเฌอปรางค์ไม่สามารถซื้อด้วยเงิน “หรือเธอจะให้ฉันคุกเข่าขอร้อง ฉันทำได้นะ” เรืองฤทธิ์พูดพลางขยับตัวจะทำตามที่พูดจริงๆ จนรุ่นน้องทั้งสองคนต้องช่วยกันรั้งไว้

เฌอปรางค์ลำบากใจกับคำขอร้องของเรืองฤทธิ์ ครั้นจะให้เธอยอมรับงานนี้ก็ทำไม่ได้ ดังนั้นหญิงสาวจึงตัดสินใจตั้งเงื่อนไขที่คิดว่าไม่มีทางเป็นไปได้ว่า “ถ้าจะให้มะปรางช่วย พี่ริชชี่ต้องให้นายจักรวาลมาขอโทษมะปรางเรื่องเมื่อวานนี้ซะก่อน มะปรางถึงจะยอมช่วย”

เรืองฤทธิ์อยากจะถอนหายใจให้ปอดหลุด เมื่อได้ยินเงื่อนไขสุดหิน การจะให้คนที่ถือตนเป็นใหญ่อย่างจักรวาลมากล่าวคำขอโทษต่อเฌอปรางค์นั้น คงต้องรอให้พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกนั่นแหละ ถึงจะเกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม เรืองฤทธิ์ก็พยายามทำใจดีสู้เสือ ยอมตกปากรับคำทั้งที่มองไม่เห็นทางเป็นไปได้

“ถ้าเธอต้องการอย่างนั้น ฉันก็จะไปพาจักรมาขอโทษเธอเดี๋ยวนี้แหละ” เรืองฤทธิ์พูดจบก็รีบวิ่งออกไปหาจักรวาล ซึ่งนอนรออยู่ในรถ

เรืองฤทธิ์เปิดประตูรถแล้วก้าวเข้าไปนั่งภายในด้วยจังหวะหัวใจที่เต้นถี่กว่าปกติ ซึ่งขณะนี้ไม่สามารถแยกแยะได้ว่าเกิดจากการวิ่งมาเมื่อครู่ หรือเกิดจากเรื่องที่กำลังจะพูดกันแน่

“เรียบร้อยแล้วใช่มั้ยครับพี่ฤทธิ์” จักรวาลเอ่ยถามพลางปรับเบาะที่เอนอนให้ตั้งขึ้น จากนั้นก็ทำท่าจะเคลื่อนรถออก แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อได้ยินผู้จัดการส่วนตัวพูดว่า

“ทุกอย่างจะเรียบร้อย ถ้าจักรเข้าไปขอโทษมะปรางเรื่องเมื่อวานนี้ซะก่อน” เรืองฤทธิ์กลั้นใจบอก แล้วนิ่งรอปฏิกิริยาตอบโต้จากชายหนุ่มเลือดร้อนข้างกาย

“ไม่มีวัน! ยายนั่นคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงจะต้องให้ผมไปขอโทษ” จักรวาลเข่นเขี้ยวด้วยความหมั่นไส้ ที่เฌอปรางค์กล้าต่อรองกับเขาเช่นนี้

“มะปรางก็เป็นคนที่จะพาจักรหลุดออกจากวงจรอุบาทว์ของข่าวคาวๆ อย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ยังไงล่ะ” เรืองฤทธิ์ตอบเสียงแข็ง เพราะเหนื่อยกับความดื้อรั้นของซุปเปอร์สตาร์หนุ่มเต็มทน

“เราจ้างคนอื่นก็ได้นี่ ไม่เห็นจะต้องไปง้อคนเรื่องมากอย่างยายมะปรางนั่นเลย”

“เรามีเวลาไม่มากแล้วนะจักร และอีกอย่างพี่ก็ไม่ไว้ใจใคร นอกจากมะปรางคนเดียวเท่านั้น” เรืองฤทธิ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วพูดต่อว่า “ถ้าภายในวันพรุ่งนี้เราไม่แถลงข่าวเปิดตัวมะปรางในฐานะแฟนตัวจริงของจักร ชีวิตในวงการบันเทิงของจักรก็คงต้องจบสิ้นเพียงเท่านี้แหละ จักรจะยอมให้ข่าวบ้าบอพวกนี้มาทำลายชีวิตจักรง่ายๆ เหรอ อีกอย่าง ไอ้คนที่สร้างข่าวนี้ขึ้นมา มันก็คงจะนั่งหัวเราะเยาะจักรอย่างสบายใจเฉิบ”

จักรวาลคล้อยตามสิ่งที่เรืองฤทธิ์พูดทุกคำ ถึงแม้ผู้จัดการส่วนตัวคนนี้จะชอบเจ้ากี้เจ้าการกับเขาในทุกเรื่อง แต่ก็ต้องยอมรับว่าทุกสิ่งล้วนมาจากความหวังดี และเป็นผลดีกับเขาทั้งสิ้น และที่สำคัญเขาก็อยากจะจับตัวคนร้ายที่จ้องทำลายชื่อเสียงเขาให้ได้เช่นกัน

‘อยากให้ผมขอโทษงั้นเหรอ คุณยังรู้จักผมน้อยไป...มะปราง!’ จักรวาลพรวดพราดลงจากรถ แล้วตรงดิ่งเข้าไปในร้าน

เรืองฤทธิ์รีบวิ่งตามจักรวาล พลางกู่ร้องอย่างอัดอั้นภายใจตนเองว่า ‘อร๊าย...ฉันอยากจะบ้าตายวันละสิบแปดตลบ ฤทธิ์เยอะ เรื่องมากกันจริงจริ๊ง พ่อคุณ แม่คุณ ทั้งหลาย’

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 82 (ตอนจบ)

    บทที่ 42เมษิตาและนันทลียืนอยู่บนระเบียงบังกะโลหลังเล็กกะทัดรัดริมชายหาดที่หัวหิน บ้านหลังนี้เป็นบ้านพักหลังเดียวกับที่ทั้งสองเคยมาพักเมื่อคราวก่อน จะต่างกันอยู่นิดหนึ่งก็ตรงคนที่มาพักใจให้หายเศร้าในครั้งนี้ไม่ใช่นันทลี หากแต่เป็นเมษิตา การกลับมาพักที่สถานที่เดิมและเป็นสถานที่ที่เมษิตาได้พบกับอธินครั้งแรกด้วยแล้วนั้น ราวกับจะเป็นการตอกย้ำความทรงจำเก่าๆ ของหญิงสาวให้แจ่มชัดขึ้นมาอีกครานานร่วมเดือน ที่เมษิตาและอธินไม่ได้พบหน้ากัน แม้ว่าหญิงสาวจะปากแข็งว่าไม่ได้รัก ไม่ได้คิดถึงเขา แต่อย่างไรก็ตามความรู้สึกเหล่านั้นมันก็เต้นเร่าๆ และเผยตัวเองออกมาทางแววตาจนเพื่อนสนิทอย่างนันทลีมองเห็นชัดเจน“บรรยากาศดีมากเลยนะเม” นันทลีเป็นผู้เอ่ยขึ้นก่อนเมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวเอาแต่เหม่อมองทะเลแล้วนิ่งเงียบ“ใช่ ทะเลก็ยังสวยเหมือนเคย” เมษิตาตอบเบาๆ“ทะเลไม่เคยเปลี่ยน แต่ใจคนสิเปลี่ยนได้ทุกเวลา ครั้งก่อนที่เมพาลีมาที่นี่ ลีมาพร้อมกับเจ็บปวดและผิดหวังแต่วันนี้ลีไม่เหมือนเดิมแล้วนะ” นันทลีหันหน้าไปมองเพื่อนแล้วยิ้มอย่างสดใส เพราะบทเรียนความรักหลายครั้งที่ผ่านมาสอนให้เธอเข้มแข็งและเข้าใจมันมากขึ้น“เมดีใจนะที

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 81

    บทที่ 41เสียงกริ่งหน้าประตูคอนโดมิเนียมหรูกลางกรุงของนันทลีดังขึ้นในเวลาสามทุ่มเศษ เจ้าของห้องที่กำลังสาละวนอยู่กับการพอกครีมมาร์กหน้ารีบวางมือแล้ววิ่งไปส่องดูว่าใครที่มาหาเธอในยามที่ไม่คิดว่าจะมีใครมาหาอีกแล้วเช่นนี้ ภาพของเมษิตาที่ยื่นหน้าตึงอยู่หน้าประตูก็ทำให้เจ้าของห้องต้องทำใจดีสู้เสือแล้วกลั้นใจเปิดประตูให้เพื่อนเข้ามาข้างใน“เมมีอะไรหรือเปล่า ถึงได้มาหาลีซะดึกเลย” นันทลีถามพลางใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เพราะพอจะเดาได้ว่าน่าจะเป็นเพราะเหตุการณ์วุ่นๆ ที่ร้านอาหารเมื่อตอนหัวคำแน่นนอน ที่ให้เพื่อนรักมายืนหน้าตึงอยู่ที่หน้าห้องของเธอขณะนี้“ลีทำแบบนั้นทำไม” เมษิตาเข้าประเด็นโดยไม่รีรอ แล้วเดินเลยเจ้าของห้องไปนั่งแหมะลงที่โซฟาตัวใหญ่นุ่มนิ่ม“ทำอะไร?” เจ้าของห้องแกล้งตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่องแล้วเดินตามไปนั่งข้างเพื่อน“ไม่ต้องมาทำเป็นไม่รู้เรื่องเลยนะ เรื่องวันนี้เป็นแผนของลีใช่มั้ย ลีหลอกให้เมไปเจอกับคุณอธิน ลีทำแบบนั้นทำไม”“ก็ลีอยากให้เมกับคุณอธินได้ปรับความเข้าใจกันนี่นา ในเมื่อคนสองคนรักกันแล้วทำไมถึงต้องหลบหน้ากันอย่างนี้ด้วยล่ะ” นันทลีพูดเสียงอ่อยเมษิตาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ในขณะที่

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 80

    บทที่ 40“ผมนึกว่าคุณจะลืมผมซะแล้ว” อธินตอบยิ้มๆ อย่างอารมณ์ดีเหมือนเคย แล้วก้าวเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงกันข้ามกับเธอ“คุณมาที่นี่ได้ยังไง” ถามออกไปแล้วเมษิตาก็นึกเอะใจ “หรือว่าคุณร่วมมือกับลีหลอกให้ฉันมาที่นี่”“เพื่อนคุณอยากให้เราได้คุยกัน ก็คุณเอาแต่หลบหน้าผม โทรไปก็ไม่รับสาย ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ” อธินพูดเบาๆ แล้วแกล้งทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมเพื่อเรียกร้องความเห็นใจ แต่ดูเหมือนมันจะไม่มีผลอะไรเลย“ฉันจะกลับ” เมษิตาลุกพรวดขึ้นทันทีและไวเท่าๆ กันมือหนาของอธินก็เอื้อมไปฉุดข้อมือบอบบางคนคนตรงหน้าเอาไว้“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้” คนถูกฉุดออกคำสั่งเสียงแข็ง“กว่าผมจะได้เจอคุณมันไม่ง่าย ผมไม่ปล่อยคุณไปง่ายๆ หรอก” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วประสานสายตาแน่วแน่ไปยังดวงตากลมโตของหญิงสาวเบื้องหน้าเมษิตายกมืออีกข้างที่เป็นอิสระอยู่ขึ้นมาแกะมือหนาที่กุมข้อมือของตนออก แต่ก็ถูกชายหนุ่มเอามืออีกข้างของเขามาล็อคข้อมืออีกข้างของเธอเอาไว้ได้อีก จากนั้นคนที่มีแรงมากกว่าจึงฉุดให้ร่างบางที่กำลังพยายามดิ้นรนออกจากการเกาะกุมของเขาให้นั่งลงที่เก้าอี้ดังเดิม“นั่งลงคุยกันดีๆ ก่อนไม่ได้เหรอ”“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ ปล่อย

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 79

    บทที่ 39ตั้งแต่เช้าจนกระทั่งคล้อยบ่าย ปราบดาได้ยินเสียงถอนหายใจของอธินเป็นร้อยเป็นพันครั้ง และคอยลอบชำเลืองดูหน้าเพื่อนร่วมห้องทำงานเป็นระยะๆ ด้วยความเป็นห่วง และทุกครั้งที่เงยหน้ามองเพื่อน ปราบดาก็เห็นอธินได้แต่ตีหน้าขรึมซ่อนอาการซึมเซาไว้ภายในอยู่ตลอดเวลา ปราบดารู้ดีว่าเพื่อนรักกำลังเครียดเรื่องอะไรอยู่ จึงเปรยขึ้นว่า“คิดเรื่องคุณเมอยู่ใช่มั้ย ถ้าคิดถึงก็โทร. ไปหาสิ หรือไม่ก็ไปหาถึงที่เลย”“โทร. แล้วแต่เธอไม่รับสาย เป็นแบบนี้กูก็ไม่กล้าไปหาหรอก” อธินตอบเบาๆ“เฮ้อ ความเอ๋ยความรัก ทำไมช่างเปลี่ยนแปลงคนได้ถึงขนาดนี้หนอ เมื่อก่อนกูไม่เห็นมึงจะกลัวอะไรเลย แล้วทำไมเดี๋ยวนี้กลายเป็นแบบนี้ไปได้วะเพื่อน”“เรื่องของกูช่างมันเถอะ ว่าแต่เรื่องของมึงกับคุณลีไปถึงไหนแล้ว เธอเห็นความดีในตัวมึงขึ้นมาบ้างหรือยัง” แม้ปัญหาของตัวเองก็หนักหน่วงอยู่แล้ว แต่อธินก็ยังอดที่จะเป็นห่วงเพื่อนไม่ได้“ของกูนะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ โว้ย เย็นนี้กูก็มีนัดกินข้าวกับคุณลี” ปราบดาตอบหน้าบานแต่ไม่ยอมบอกความจริงกับเพื่อนว่า ที่นันทลียอมรับนัดเขานั้นเป็นเพราะเขาอ้างว่าจะขอปรึกษาเรื่องของอธินและเมษิตาตั้งแต่วันท

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 78

    บทที่ 38“ธารมีอะไรจะพูดกับผมอีกอย่างนั้นหรือครับ” อรรถพลหันกลับมาถาม“คุณลืมอะไรไปหรือเปล่าคะ ลองคิดดูให้ดีสิคะ ว่าเรายังติดค้างอะไรกันอยู่” หญิงสาวกล่าวอย่างท้าทาย“เรามีอะไรติดค้างกันอยู่อย่างนั้นเหรอครับ” คนถูกถามแกล้งทำไก๋ ตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่อง“เงินห้าล้านบาทที่คุณขอยืมธารไปลงทุนไงคะ จำได้หรือเปล่า” ธารวารินทร์เหยียดยิ้มแบบหยันๆ“อ่อ นี่...นี่ ธารกลัวว่าผมจะโกงเหรอ คนอย่างผมไม่เคยโกงใครอยู่แล้ว” อรรถพลพูดอึกๆ อักๆ เพราะถ้าจะให้เขาหาเงินห้าล้านบาทมาคืนให้ตอนนี้เขาก็ไม่มีปัญญามามาให้หรอก เพราะลำพังหนี้ในบ่อนเขาก็ต้องคอยหลบเจ้าหนี้จนหัวซุกหัวซุนอยู่จนทุกวันนี้“ก็ไหนๆ เราก็จะจบกันอยู่แล้ว ธารก็ไม่อยากให้มีอะไรติดค้างกัน เพราะธารเองก็ไม่อยากมาเจอกับคุณบ่อยๆ เดี๋ยวสาวๆ ของคุณจะมาฉีกอกธาร” ธารวารินทร์อดที่จะประชดออกมาไม่ได้เมื่อถูกขู่เรื่องเงินทำให้อรรถพลถึงกับทำหน้าเครียดและเปลี่ยนเป็นฉุนเฉียว ชายเจ้าสำอางร่างสูง ทว่าผอมบางก้าวเข้ามาประชิดตัวธารวารินทร์แล้วใช้สองมือใหญ่ของตนบีบต้นแขนสองข้างของธารวารินทร์นไว้แน่น และบีบแรงขึ้นๆ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวทำหน้าเหยเก“คุณอย่าบีบบังคับให้ผมต้

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 77

    บทที่ 37ภายในผับหรูกลางกรุง ท่ามกลางเสียงดนตรีจังหวะสนุกสนานที่ดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ มองไปทางไหนก็มีแต่นักเที่ยวยามราตรีขยับแข้งขยับขาตามจังหวะนั้นอย่างรื่นรมย์ ผิดกับอธินที่นั่งจ่อมอยู่กับโต๊ะโดยมีแก้วบรรจุน้ำสีอำพันตั้งอยู่ตรงหน้า แต่ดูจากหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่ข้างแก้วแล้วไหลย้อยลงไปกองรวมตัวกันอยู่บนพื้นโต๊ะล้อมรอบก้นแก้วก็พอจะเดาได้ว่าเจ้าของแก้วยังไม่ได้แตะน้ำนั้นเลยแม้แต่น้อย“เป็นอะไรไปวะไอ้ธิน ชวนกูออกมาเที่ยวแล้วทำไมตัวเองกลับมานั่งซึมกะทือ” ปราบดาตะโกนถามแข่งกับเสียงเพลงที่ดังกลบเสียงพูดอยู่ในขณะนี้“เซ็งว่ะ” อธินตอบพร้อมกับทำหน้าเซ็งเป็นหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าเขาเซ็งจริงๆ“คงไม่พ้นเรื่องคุณเม” ปราบดาเอ่ยอย่างรู้ทันอธินพยักหน้ารับคำ แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยใจก่อนจะระบายความอัดอั้นตันใจออกมาว่า “ผู้หญิงอะไรไม่รู้ใจแข็งชะมัดเลย นี่ขนาดกูบอกรักไปแล้วนะ แต่เธอกลับตอบกูมาว่า รักกูไม่ได้ ‘รักไม่ได้’ กับ ‘ไม่ได้รัก’ มันไม่เหมือนกันนะ ยิ่งกูรู้ว่าเธอรักกูด้วยแบบนี้ มันยิ่งทำให้กูจะเป็นบ้า ทั้งๆ ที่เรารักกันแต่ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วย กูไม่เข้าใจจริงๆ”“คุณเมเธอคงรักเพ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status