LOGINอธินถึงกับนั่งไม่ติดเก้าอี้ เมื่อเห็นว่าอรรถพลกำลังกุมมือเมษิตาอยู่ ด้วยระยะห่างของโต๊ะจึงทำให้ชายหนุ่มผู้เฝ้ามองสถานการณ์อยู่ห่างๆ ไม่ได้ยินบทสนทนา ดังนั้นเขาจึงคิดเองเออเองว่าหญิงสาวก็สมยอมในการกระทำครั้งนี้ ความหึงพุ่งขึ้นสูงจนชายหนุ่มทนไม่ไหวลุกพรวดพราด จนหน้าตักชนโต๊ะสะเทือน แก้วน้ำ จานชาม ล้มคว่ำจนเสียงดังลั่นร้าน
เมษิตาเงยหน้าขึ้นมองหาต้นเสียงแล้วก็ใจหายวูบ เมื่อเห็นร่างสูงที่ยืนเด่นอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล แม้จะอยู่ห่างแต่หญิงสาวก็จำเขาได้ดี ‘คุณอธิน’ หญิงสาวร้องเรียกชื่อเขาในใจ อย่างคาดไม่ถึงว่าจะได้เจอเขาที่นี่ แต่เมื่อมองต่ำลงไป จึงได้เห็นว่าอธินมากับผู้หญิงอีกคนหนึ่ง แม้จะเห็นแค่เพียงด้านหลัง แต่เธอก็จำได้ดีว่านั่นคือ นันทลี
“คุณธิน นั่งลงก่อนค่ะ” นันทลีเอื้อมมือไปฉุดข้อมือใหญ่ของคนตรงกูมให้นั่งลง
“คุณลีจะให้ผมมานั่งดูสองคนนั้นพลอดรักกันงั้นเหรอ” ชายหนุ่มตอบหงุดหงิด
“ใจเย็นๆ ก่อนสิคะ ถ้าคุณอยากรู้ว่าเมรักคุณหรือเปล่า คุณก็ต้องเชื่อลีนะคะ...นั่งลงค่ะ”
อธินจำใจนั่งลง แต่สายตาคมกริบของเขาก็ยังจับจ้องอยู่ที่เมษิตาอย่างไม่วางตา ในขณะเดียวกันสายตาของเมษิตาก็มองมาที่เขาเช่นกัน ทว่าเป็นแววตาที่เขาอ่านใจเธอไม่ออกเลยจริงๆ
นันทลีขยับตัวจากเก้าอี้ฝั่งตรงกันกูมย้ายมานั่งข้างอธินแล้วใช้ผ้าเช็ดปากของทางร้านเช็ดอกเสื้อของอธินที่ถูกน้ำกระเด็นใส่เมื่อครู่อย่างเบามือ ชายหนุ่มตกใจขยับตัวหนีแต่หญิงสาวก็ขยับตัวตามไปแล้วกระซิบเบาๆ ว่า
“นั่งนิ่งๆ สิคะ” นันทลีติง
“คุณลีจะทำอะไรครับ!?”
“ก็เล่นละครน่ะสิคะ คุณคิดว่าคนอย่างเมจะยอมรับออกมาง่ายๆ ว่ารักคุณหรือไม่รักอย่างนั้นหรือคะ เราต้องใช้วิธีนี้เพื่อสังเกตปฏิกิริยาของเมค่ะ”
อธินพอจะเข้าใจอะไรขึ้นมารางๆ จึงทำตัวสมยอมอย่างว่าง่าย
ภาพกระนุงกะนิงราวคู่รักที่รักกันที่สุดในโลกของอธินและนันทลีทำให้เมษิตารู้สึกเจ็บในหัวใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก หญิงสาวพยายามยามบอกตัวเองว่าเธอไม่ได้คิดอะไรกับเขา ไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาเลยสักนิด แต่ทำไมในหัวใจมันถึงเจ็บแปลบๆ ขึ้นมาได้ก็ไม่รู้
ความว้าวุ่นที่วิ่งพล่านในหัวใจสั่งให้เมษิตาหยิบแก้วไวน์ตรงหน้าขึ้นมากระดกรวดเดียวจนหมดแก้วอย่างลืมตัว อรรถพลถึงกับตาโตอย่างคาดไม่ถึงว่าอดีตคนรักจะกล้าทำแบบนี้ เพราะเขาเองก็รู้ดีว่าหญิงสาวดื่มเครื่องดื่มจำพวกนี้ไม่ได้ แต่ครู่ต่อมาเขาก็กระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างคนที่คิดแผนการร้ายออก ชายหนุ่มเจ้าเล่ห์เอื้อมมือไปหยิบขวดไวน์มารินเติมแก้วที่ว่างเปล่าตรงหน้าเมษิตา แล้วยกแก้วนั้นส่งให้เธอ
“ดื่มอีกสิครับ”
เมษิตารับแก้วนั้นมากระดกจนหมดแก้ว แล้วอรรถพลก็เติมไวน์กลับเข้าไปจนเต็มแก้วอีกครั้ง
“พี่บอกแล้วว่าไวน์ขวดนี้เป็นไวน์ที่ดีที่สุดของร้าน ถ้าเมชอบก็ดื่มเยอะๆ นะครับ ถ้าไม่พอเดี๋ยวพี่สั่งมาให้อีกขวด” ไม่พูดแต่ปาก หากแต่อรรถพลยังเอื้อมมือไปกุมมือเล็กเรียวของเมษิตาที่กำลังกำก้านแก้วไวน์ทรงสูงไว้แน่น
เมษิตากำลังจะสะบัดมือออก แต่เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นไปเห็นสายตาของอธินที่กำลังมองมาที่เธอ ความน้อยใจที่เห็นชายที่รักอยู่กับเพื่อนรักของตนจึงแปรเปลี่ยนเป็นความอยากประชด ดังนั้นหญิงสาวจึงยกมืออีกข้างที่ว่างอยู่ขึ้นมาวางทับบนมือของอรรถพล ก่อนที่จะช้อนสายตาหวามไหวส่งให้คนตรงหน้า แล้วเอ่ยเสียงเบาหวิวเพราะไวน์ที่ดื่มเข้าไปหลายแก้วเริ่มออกฤทธิ์
“พี่อรรถปล่อยมือเมก่อนนะคะ”
“พี่ขอจับไว้อย่างนี้นานๆ ไม่ได้เหรอ เราไม่ได้เจอกันตั้งนาน พี่คิดถึงเมนะ” ชายหนุ่มหยอดคำหวาน เมื่อเห็นว่าหญิงสาวคออ่อนตรงหน้าเริ่มออกอาการมึน
แม้ว่าจะเริ่มเมา แต่เมษิตาก็ยังพอจะมีสติอยู่บ้าง หญิงสาวค่อยๆ ดึงมือตัวเองออกมาช้าๆ คราวนี้อรรถพลยอมปล่อยแต่โดยดี เพราะคิดว่าถึงอย่างไรคืนนี้เมษิตาก็ไม่รอดพ้นเงื้อมมือเขาไปได้แน่นอน
เมื่อมือเรียวถูกปล่อยให้เป็นอิสระ เจ้าของมือนั้นจึงเอื้อมไปหยิบสร้อยคอที่วางอยู่เบื้องหน้าส่งคืนให้อรรถพลอีกครั้ง ถึงแม้ว่าหญิงสาวจะเริ่มเมาแล้ว แต่ถึงอย่างไรเธอก็ไม่ลืมว่าเธอนัดอรรถพลมาเพื่ออะไร ดังนั้นเธอต้องปฏิบัติภารกิจของเธอให้เสร็จสิ้น แล้วหลังจากนั้นเธอจะไม่มาพบเขาอีกเด็ดขาด
“พี่อรรถรับสร้อยเส้นนี้ไปเถอะนะคะ”
มือหนาของคนตรงหน้าเอื้อมมารับของสิ่งนั้นไว้โดยไม่อิดออดเหมือนเคย อรรถพลมองสร้อยเส้นเล็กในมือแล้วเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มให้เมษิตานิดหนึ่ง ก่อนที่เจ้าตัวจะลุกขึ้นแล้วเดินไปหยุดอยู่ด้านหลังของเธอ จากนั้นเขาจึงโน้มตัวลงจนใบหน้าหล่อเหลา สะอาดสะอ้านกว่าชายทั่วไปของเขาเกือบจะแนบชิดกับเรือนผมดำขลับของหญิงสาว ใกล้...ใกล้เสียจนเมษิตาสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอ
โดยที่เมษิตาไม่ทันตั้งตัวอรรถพลก็บรรจงสวมสร้อยคอเส้นนั้นให้เธอ หญิงสาวตกใจเตรียมจะกระตุกออกแต่ก็ถูกอรรถพลคว้ามือของเธอไว้ได้เสียก่อน มือหนากุมมือนุ่มนิ่มของเมษิตาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
“พี่บอกแล้วไงว่าให้เมเก็บสร้อยเส้นนี้ไว้...เมจะได้ไม่ลืมพี่” อรรถพลพูดพลางส่งนัยตาหวานเยิ้มให้หญิงสาวที่นั่งตัวแข็งทำอะไรไม่ถูกอยู่เบื้องหน้า
ด้วยความมึนจากฤทธิ์ไวน์ จึงทำให้ความสามารถในการตอบโต้ของเมษิตาลดลงจากระดับปกติ จนแทบจะไม่เหลือเลยก็ว่าได้ นั่นจึงเหมือนเป็นการเปิดโอกาสให้อรรถพลโน้มใบหน้าเข้าใกล้พวงแก้มอวบอิ่มของเธออย่างตั้งใจ
อธินไม่อาจทนดูภาพบาดตาตรงหน้าได้อีกต่อไป ไม่ว่าเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นนี้ จะเกิดจากความเต็มใจของเมษิตาหรือไม่ก็ตาม แต่ในเมื่อมันกำลังจะเกิดขึ้นต่อหน้าเขา...ผู้ชายที่รักเธอหมดหัวใจคนนี้ ย่อมไม่มีทางที่เขาจะปล่อยให้มันเกิดขึ้นได้แน่ๆ
อธินกำลังจะพุ่งตัวเข้าไปที่โต๊ะของเมษิตา แต่แล้วก็เห็นว่าหญิงสาวได้รวบรวมพละกำลังอันน้อยนิดที่เหลืออยู่ ผลักอรรถพลจนล้มหน้าคว่ำลงบนโต๊ะอาหาร จนเสื้อผ้าเปรอะเปื้อน แล้วร่างบอบบางก็วิ่งซวนเซไปทางหลังร้าน อรรถพลจะวิ่งตามไปแต่เมื่อก้มลงมองสภาพของตัวเองแล้วจึงเปลี่ยนใจวิ่งเข้าห้องน้ำแทน อธินจึงรีบวิ่งตามเมษิตาออกไป
“ให้ลีไปด้วยนะคะ” นันทลีขอตามไปด้วยเพราะเธอเองก็ห่วงเมษิตาไม่น้อยไปกว่าเขาเหมือนกัน
“คุณลีรออยู่ที่นี่แหละครับ เดี๋ยวผมจัดการเอง” ชายหนุ่มบอกแล้วรีบวิ่งออกไปทันที
ด้านนอกถึงแม้จะเป็นบริเวณที่ทางร้านตั้งโต๊ะไว้สำหรับแขกหลายโต๊ะก็ตาม แต่ก็มีลูกค้าเลือกนั่งอยู่บางตา เมษิตาวิ่งเข้าไปนั่งที่โต๊ะว่างที่มุมด้านในสุดแล้วฟุบหน้าลงกับโต๊ะอย่างสิ้นเรี่ยวแรง หมดทั้งแรงกาย หมดทั้งแรงใจ ‘ทำไมฉันถึงได้อ่อนแอย่างนี้นะ!’ หญิงสาวตะโกนด่าตัวเองในใจแล้วปล่อยให้หยาดน้ำตารินไหลออกมาอย่างสุดจะต้านทาน
การถูกทั้งอดีตและปัจจุบันทำร้ายในเวลาเดียวกันมันรุนแรงเหลือเกิน อดีตตัวร้ายอย่างอรรถพล ก็ร้ายกาจและฉวยโอกาสกับเธอได้ในทุกวินาที และไหนจะปัจจุบันอย่างอธิน ผู้ชายที่เธอเผลอใจรักอย่างไม่รู้ตัว แต่เธอก็ไม่อาจรักเขาได้อย่างที่หัวใจเรียกร้อง ทั้งที่เคยบอกตัวเองแล้วว่าชีวิตนี้จะไม่มีวันรักใครอีก แล้วทำไม...ทำไมถึงได้พ่ายแพ้ต่อความรู้สึกนี้อีกจนได้
“ไงล่ะคนเก่ง” ทั้งที่วิ่งตามมาด้วยความเป็นห่วง แต่คำพูดที่อธินเอ่ยถามออกมานั้นกลับเป็นคำพูดประชดประชันอย่างที่คนพูดเองก็อยากจะตบปากตัวเองซะเหลือเกิน
“คุณอธิน! มาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง” ร่างบางที่ฟุบหน้าอยู่กับโต๊ะเงยหน้าถามแล้วมองไปรอบๆ ตัวชายหนุ่ม
“คุณลีรออยู่ข้างใน” เขาตอบเพราะพอจะเดาได้ว่าหญิงสาวมองหาใคร
“คุณเข้าไปหาลีเถอะ ทิ้งฉันไว้ตรงนี้แหละ อย่ามายุ่งกับฉัน ฉันอยากอยู่คนเดียว” เมษิตาพูดอ้อแอ้อย่างคนเมาเต็มที่พร้อมยกมือขึ้นโบกไล่
“ดื่มไวน์เข้าไปเยอะล่ะสิ ถึงได้เมาไม่เป็นท่าแบบนี้” อธินทอดสายตาไปยังร่างบางที่ฟุบหน้าลงบนโต๊ะอีกครั้งแล้วบ่นเบาๆ
“ลุกขึ้น ผมจะไปส่งบ้าน” ชายหนุ่มเดินเข้ามาฉุดแขนของคนเมา
“อย่ามายุ่งกับฉัน ฉันมากับพี่อรรถฉันก็จะกลับกับพี่อรรถ คุณมากับลี คุณก็กลับเข้าไปหาลีเลยไป ไปสิ” หญิงสาวออกแรงผลักเขาเมื่อเห็นว่าเขายังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม
อธินยืนขบกรามแน่นจนเป็นสันนูนด้วยความไม่พอใจ เมื่อได้ยินหญิงสาวตรงหน้าเอ่ยชื่ออรรถพลออกมาให้ได้ยิน “ทั้งที่รู้ว่ามันไม่ใช่คนดี มันเคยทำร้ายคุณ แล้วมันก็กำลังจะลวนลามคุณ คุณยังจะกลับไปหามันอีกเหรอ”
“มันเรื่องของฉัน คุณไม่ต้องมายุ่ง ไม่ต้องมาสนใจฉัน คนที่คุณควรจะสนใจนั่งรอคุณอยู่ในร้านโน่น ไปสิ กลับเข้าไปหาเพื่อนฉันซะ” คนที่ออกปากไล่พยายามซ่อนความรู้สึกเจ็บอย่างยากเย็น
“จะไม่ให้ผมสนใจคุณได้ยังไง ในเมื่อผม...” อธินเกือบจะหลุดปากบอกความในใจออกมาแต่คิดว่าหากพูดไปในขณะที่อีกฝ่ายกำลังเมาไม่รู้เรื่องอย่างนี้ก็เปล่าประโยชน์ ดังนั้นเขาจึงกลืนคำว่า รัก ลงคอไปเสียก่อน
“คุณจะพูดอะไร แน่จริงก็พูดออกมาสิ พูดออกมาสิ” หญิงสาวกล่าวท้าทายขณะพยุงร่างบอบบางของตนลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับร่างสูงตรงหน้า “ถ้าคุณไม่พูดฉันก็จะไปแล้วนะ” เมษิตาพูดพลางโคลงศีรษะไปมาอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้
ทันทีที่หญิงสาวก้าวเท้าออกไปจากโต๊ะ ต้นแขนของเธอก็ถูกรั้งไว้ด้วยมือหนาของคนข้างหลัง “ผมไม่ให้คุณไป ผมจะไม่ยอมให้คุณกลับไปหาไอ้อรรถพลนั่นเด็ดขาด”
“ปล่อยฉันนะ!”
อธินไม่ยอมปล่อยมือ มิหนำซ้ำยังออกแรงลากหญิงสาวดิ่งไปที่รถยนต์ของตน จากนั้นเปิดประตูรถแล้วจับตัวเมษิตายัดเข้าไปแล้วดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดทับเอวบางของหญิงสาวพร้อมทั้งออกคำสั่งว่าห้ามลุกหนีแล้วเจ้าตัวก็รีบวิ่งไปประจำที่ด้านคนขับ แต่ถึงแม้ว่าเมษิตาจะเมาจนแทบไม่เหลือเรี่ยวแรงขัดขืน หญิงสาวก็ยังคงพยายามจะเปิดประตูออกไปจนอธินต้องรีบดึงประตูรถปิดเข้ามาดังดิม จากนั้นจึงรีบกดล็อคประตูแล้วเคลื่อนรถออกจากร้านไปโดยเร็ว
“คุณจะพาฉันไปไหน” คนเมาเอ่ยถามเสียงอู้อี้
“ไปให้ไกลจากไอ้อรรถพล” อธินตอบหน้าตึงแล้วเหยียบคันเร่งจนเกือบมิด
“แล้วลีล่ะ” แม้จะเมาแต่หญิงสาวก็ยังคงไม่ลืมที่จะเป็นห่วงเพื่อน
“คุณไม่ต้องห่วงเพื่อนคุณหรอก เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ ยัยเมรีขี้เมาเอ้ย” อธินพูดพลางหันไปดูคนเมาที่คอพับหลับไปดื้อๆ
บทที่ 42เมษิตาและนันทลียืนอยู่บนระเบียงบังกะโลหลังเล็กกะทัดรัดริมชายหาดที่หัวหิน บ้านหลังนี้เป็นบ้านพักหลังเดียวกับที่ทั้งสองเคยมาพักเมื่อคราวก่อน จะต่างกันอยู่นิดหนึ่งก็ตรงคนที่มาพักใจให้หายเศร้าในครั้งนี้ไม่ใช่นันทลี หากแต่เป็นเมษิตา การกลับมาพักที่สถานที่เดิมและเป็นสถานที่ที่เมษิตาได้พบกับอธินครั้งแรกด้วยแล้วนั้น ราวกับจะเป็นการตอกย้ำความทรงจำเก่าๆ ของหญิงสาวให้แจ่มชัดขึ้นมาอีกครานานร่วมเดือน ที่เมษิตาและอธินไม่ได้พบหน้ากัน แม้ว่าหญิงสาวจะปากแข็งว่าไม่ได้รัก ไม่ได้คิดถึงเขา แต่อย่างไรก็ตามความรู้สึกเหล่านั้นมันก็เต้นเร่าๆ และเผยตัวเองออกมาทางแววตาจนเพื่อนสนิทอย่างนันทลีมองเห็นชัดเจน“บรรยากาศดีมากเลยนะเม” นันทลีเป็นผู้เอ่ยขึ้นก่อนเมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวเอาแต่เหม่อมองทะเลแล้วนิ่งเงียบ“ใช่ ทะเลก็ยังสวยเหมือนเคย” เมษิตาตอบเบาๆ“ทะเลไม่เคยเปลี่ยน แต่ใจคนสิเปลี่ยนได้ทุกเวลา ครั้งก่อนที่เมพาลีมาที่นี่ ลีมาพร้อมกับเจ็บปวดและผิดหวังแต่วันนี้ลีไม่เหมือนเดิมแล้วนะ” นันทลีหันหน้าไปมองเพื่อนแล้วยิ้มอย่างสดใส เพราะบทเรียนความรักหลายครั้งที่ผ่านมาสอนให้เธอเข้มแข็งและเข้าใจมันมากขึ้น“เมดีใจนะที
บทที่ 41เสียงกริ่งหน้าประตูคอนโดมิเนียมหรูกลางกรุงของนันทลีดังขึ้นในเวลาสามทุ่มเศษ เจ้าของห้องที่กำลังสาละวนอยู่กับการพอกครีมมาร์กหน้ารีบวางมือแล้ววิ่งไปส่องดูว่าใครที่มาหาเธอในยามที่ไม่คิดว่าจะมีใครมาหาอีกแล้วเช่นนี้ ภาพของเมษิตาที่ยื่นหน้าตึงอยู่หน้าประตูก็ทำให้เจ้าของห้องต้องทำใจดีสู้เสือแล้วกลั้นใจเปิดประตูให้เพื่อนเข้ามาข้างใน“เมมีอะไรหรือเปล่า ถึงได้มาหาลีซะดึกเลย” นันทลีถามพลางใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เพราะพอจะเดาได้ว่าน่าจะเป็นเพราะเหตุการณ์วุ่นๆ ที่ร้านอาหารเมื่อตอนหัวคำแน่นนอน ที่ให้เพื่อนรักมายืนหน้าตึงอยู่ที่หน้าห้องของเธอขณะนี้“ลีทำแบบนั้นทำไม” เมษิตาเข้าประเด็นโดยไม่รีรอ แล้วเดินเลยเจ้าของห้องไปนั่งแหมะลงที่โซฟาตัวใหญ่นุ่มนิ่ม“ทำอะไร?” เจ้าของห้องแกล้งตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่องแล้วเดินตามไปนั่งข้างเพื่อน“ไม่ต้องมาทำเป็นไม่รู้เรื่องเลยนะ เรื่องวันนี้เป็นแผนของลีใช่มั้ย ลีหลอกให้เมไปเจอกับคุณอธิน ลีทำแบบนั้นทำไม”“ก็ลีอยากให้เมกับคุณอธินได้ปรับความเข้าใจกันนี่นา ในเมื่อคนสองคนรักกันแล้วทำไมถึงต้องหลบหน้ากันอย่างนี้ด้วยล่ะ” นันทลีพูดเสียงอ่อยเมษิตาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ในขณะที่
บทที่ 40“ผมนึกว่าคุณจะลืมผมซะแล้ว” อธินตอบยิ้มๆ อย่างอารมณ์ดีเหมือนเคย แล้วก้าวเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงกันข้ามกับเธอ“คุณมาที่นี่ได้ยังไง” ถามออกไปแล้วเมษิตาก็นึกเอะใจ “หรือว่าคุณร่วมมือกับลีหลอกให้ฉันมาที่นี่”“เพื่อนคุณอยากให้เราได้คุยกัน ก็คุณเอาแต่หลบหน้าผม โทรไปก็ไม่รับสาย ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ” อธินพูดเบาๆ แล้วแกล้งทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมเพื่อเรียกร้องความเห็นใจ แต่ดูเหมือนมันจะไม่มีผลอะไรเลย“ฉันจะกลับ” เมษิตาลุกพรวดขึ้นทันทีและไวเท่าๆ กันมือหนาของอธินก็เอื้อมไปฉุดข้อมือบอบบางคนคนตรงหน้าเอาไว้“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้” คนถูกฉุดออกคำสั่งเสียงแข็ง“กว่าผมจะได้เจอคุณมันไม่ง่าย ผมไม่ปล่อยคุณไปง่ายๆ หรอก” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วประสานสายตาแน่วแน่ไปยังดวงตากลมโตของหญิงสาวเบื้องหน้าเมษิตายกมืออีกข้างที่เป็นอิสระอยู่ขึ้นมาแกะมือหนาที่กุมข้อมือของตนออก แต่ก็ถูกชายหนุ่มเอามืออีกข้างของเขามาล็อคข้อมืออีกข้างของเธอเอาไว้ได้อีก จากนั้นคนที่มีแรงมากกว่าจึงฉุดให้ร่างบางที่กำลังพยายามดิ้นรนออกจากการเกาะกุมของเขาให้นั่งลงที่เก้าอี้ดังเดิม“นั่งลงคุยกันดีๆ ก่อนไม่ได้เหรอ”“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ ปล่อย
บทที่ 39ตั้งแต่เช้าจนกระทั่งคล้อยบ่าย ปราบดาได้ยินเสียงถอนหายใจของอธินเป็นร้อยเป็นพันครั้ง และคอยลอบชำเลืองดูหน้าเพื่อนร่วมห้องทำงานเป็นระยะๆ ด้วยความเป็นห่วง และทุกครั้งที่เงยหน้ามองเพื่อน ปราบดาก็เห็นอธินได้แต่ตีหน้าขรึมซ่อนอาการซึมเซาไว้ภายในอยู่ตลอดเวลา ปราบดารู้ดีว่าเพื่อนรักกำลังเครียดเรื่องอะไรอยู่ จึงเปรยขึ้นว่า“คิดเรื่องคุณเมอยู่ใช่มั้ย ถ้าคิดถึงก็โทร. ไปหาสิ หรือไม่ก็ไปหาถึงที่เลย”“โทร. แล้วแต่เธอไม่รับสาย เป็นแบบนี้กูก็ไม่กล้าไปหาหรอก” อธินตอบเบาๆ“เฮ้อ ความเอ๋ยความรัก ทำไมช่างเปลี่ยนแปลงคนได้ถึงขนาดนี้หนอ เมื่อก่อนกูไม่เห็นมึงจะกลัวอะไรเลย แล้วทำไมเดี๋ยวนี้กลายเป็นแบบนี้ไปได้วะเพื่อน”“เรื่องของกูช่างมันเถอะ ว่าแต่เรื่องของมึงกับคุณลีไปถึงไหนแล้ว เธอเห็นความดีในตัวมึงขึ้นมาบ้างหรือยัง” แม้ปัญหาของตัวเองก็หนักหน่วงอยู่แล้ว แต่อธินก็ยังอดที่จะเป็นห่วงเพื่อนไม่ได้“ของกูนะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ โว้ย เย็นนี้กูก็มีนัดกินข้าวกับคุณลี” ปราบดาตอบหน้าบานแต่ไม่ยอมบอกความจริงกับเพื่อนว่า ที่นันทลียอมรับนัดเขานั้นเป็นเพราะเขาอ้างว่าจะขอปรึกษาเรื่องของอธินและเมษิตาตั้งแต่วันท
บทที่ 38“ธารมีอะไรจะพูดกับผมอีกอย่างนั้นหรือครับ” อรรถพลหันกลับมาถาม“คุณลืมอะไรไปหรือเปล่าคะ ลองคิดดูให้ดีสิคะ ว่าเรายังติดค้างอะไรกันอยู่” หญิงสาวกล่าวอย่างท้าทาย“เรามีอะไรติดค้างกันอยู่อย่างนั้นเหรอครับ” คนถูกถามแกล้งทำไก๋ ตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่อง“เงินห้าล้านบาทที่คุณขอยืมธารไปลงทุนไงคะ จำได้หรือเปล่า” ธารวารินทร์เหยียดยิ้มแบบหยันๆ“อ่อ นี่...นี่ ธารกลัวว่าผมจะโกงเหรอ คนอย่างผมไม่เคยโกงใครอยู่แล้ว” อรรถพลพูดอึกๆ อักๆ เพราะถ้าจะให้เขาหาเงินห้าล้านบาทมาคืนให้ตอนนี้เขาก็ไม่มีปัญญามามาให้หรอก เพราะลำพังหนี้ในบ่อนเขาก็ต้องคอยหลบเจ้าหนี้จนหัวซุกหัวซุนอยู่จนทุกวันนี้“ก็ไหนๆ เราก็จะจบกันอยู่แล้ว ธารก็ไม่อยากให้มีอะไรติดค้างกัน เพราะธารเองก็ไม่อยากมาเจอกับคุณบ่อยๆ เดี๋ยวสาวๆ ของคุณจะมาฉีกอกธาร” ธารวารินทร์อดที่จะประชดออกมาไม่ได้เมื่อถูกขู่เรื่องเงินทำให้อรรถพลถึงกับทำหน้าเครียดและเปลี่ยนเป็นฉุนเฉียว ชายเจ้าสำอางร่างสูง ทว่าผอมบางก้าวเข้ามาประชิดตัวธารวารินทร์แล้วใช้สองมือใหญ่ของตนบีบต้นแขนสองข้างของธารวารินทร์นไว้แน่น และบีบแรงขึ้นๆ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวทำหน้าเหยเก“คุณอย่าบีบบังคับให้ผมต้
บทที่ 37ภายในผับหรูกลางกรุง ท่ามกลางเสียงดนตรีจังหวะสนุกสนานที่ดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ มองไปทางไหนก็มีแต่นักเที่ยวยามราตรีขยับแข้งขยับขาตามจังหวะนั้นอย่างรื่นรมย์ ผิดกับอธินที่นั่งจ่อมอยู่กับโต๊ะโดยมีแก้วบรรจุน้ำสีอำพันตั้งอยู่ตรงหน้า แต่ดูจากหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่ข้างแก้วแล้วไหลย้อยลงไปกองรวมตัวกันอยู่บนพื้นโต๊ะล้อมรอบก้นแก้วก็พอจะเดาได้ว่าเจ้าของแก้วยังไม่ได้แตะน้ำนั้นเลยแม้แต่น้อย“เป็นอะไรไปวะไอ้ธิน ชวนกูออกมาเที่ยวแล้วทำไมตัวเองกลับมานั่งซึมกะทือ” ปราบดาตะโกนถามแข่งกับเสียงเพลงที่ดังกลบเสียงพูดอยู่ในขณะนี้“เซ็งว่ะ” อธินตอบพร้อมกับทำหน้าเซ็งเป็นหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าเขาเซ็งจริงๆ“คงไม่พ้นเรื่องคุณเม” ปราบดาเอ่ยอย่างรู้ทันอธินพยักหน้ารับคำ แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยใจก่อนจะระบายความอัดอั้นตันใจออกมาว่า “ผู้หญิงอะไรไม่รู้ใจแข็งชะมัดเลย นี่ขนาดกูบอกรักไปแล้วนะ แต่เธอกลับตอบกูมาว่า รักกูไม่ได้ ‘รักไม่ได้’ กับ ‘ไม่ได้รัก’ มันไม่เหมือนกันนะ ยิ่งกูรู้ว่าเธอรักกูด้วยแบบนี้ มันยิ่งทำให้กูจะเป็นบ้า ทั้งๆ ที่เรารักกันแต่ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วย กูไม่เข้าใจจริงๆ”“คุณเมเธอคงรักเพ







