Mag-log inหลี่เซวียนพึมพำเบาๆ แม่นมอุ้มเด็กทารกแรกเกิดสองคนมาที่ห้องอุ่นด้านข้างที่จัดเอาไว้สำหรับพักฟื้นของเสิ่นเยว่หลังจากนางตื่นขึ้นมา เหล่าญาติผู้ใหญ่ของเสิ่นเยว่และหลี่เซวียนต่างมายืนรอดูหลานน้อยที่พึ่งคลอดของพวกเขา ลุงของเสิ่นเยว่ที่หุบเขาแสงจันทร์ก็นั่งรอดูหน้าหลานด้วยความใจจดใจจ่อ อวิ๋นชิงเฟิงยืนมองพวกเขาที่รุมล้อมเด็กทารกชายหญิงทั้งสองคนด้วยความเหม่อลอย
“เจ้าอยู่ที่ไหนจ้าวหว่านหนิง”
อวิ๋นชิงเฟิงได้แต่ครุ่นคิดกับตนเองอย่างใจลอย หลายเดือนมานี้เขาออกตามหานางทุกที่แต่กลับไร้ร่องรอยของนาง
หลี่เซวียนเห่อลูกน้อยทั้งสองของเขาเป็นอย่างมาก ครั้งนี้เขาก็ยื่นหนังสือลาพักอีกครั้งฮ่องเต้ได้แต่ส่ายหัวให้กับเจ้าเด็กคนนี้
“เจ้าเด็กบ้านั่น ดูที่บุตรชายของเจ้าทำกับข้าสิ”
ฮ่องเต้หันไปถลึงตาใส่หลี่เหอที่เป็นทั้งแม่ทัพใหญ่คู่บัลลังก์และสหายร่วมสำนัก ส่วนหลี่เหอก็ทำได้แต่ยืนหน้าตายอยู่เช่นนั้นเพราะเขาเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี เมื่อก่อนที่หลี่เซวียนคลอดเขาก็เคยยื่นหนังสือลาพักไปหลายเดือน ทำเอาฮ่องเต้ถึงกับเดือดปุดๆ ผ่านไปยี่สิบกว่าปีฮ่องเต้ยังขุดเอาเรื่องนี้มาต่อว่าเขาอยู่หลายครั้ง
หลี่เซวียนหลังจากออกมาจากวังหลวงเขาก็ตรงดิ่งกลับจวนทันที เพราะคนที่เขารักทั้งสามคนกำลังรอคอยอยู่ ที่หน้าเรือนหลี่เซวียนกำลังจะก้าวเข้าไปด้านในเสียงพูดคุยเบาๆ ก็ดังออกมาจากในห้อง
“เจ้าควรบอกพี่ชิงเฟิง เรื่องทั้งหมดที่เจ้ารู้เป็นแผนของนาง”
เสียงของเสิ่นเยว่พูดขึ้นก่อน
“ข้าไม่กล้าสู้หน้าเขา ถึงอย่างไรเรื่องวางยาก็เป็นเรื่องจริง บางทีที่เขาออกตามหาข้าก็เพื่อรักษาความสัมพันธ์ของทั้งสองสำนักเอาไว้เท่านั้น"
หลี่เซวียนผลักประตูเข้าไปเบาๆ เขาพอจะเดาออกแล้วว่าคนที่อยู่ด้านในกับฮูหยินของเขาเป็นใคร
“เจ้าควรเชื่อที่ฮูหยินของข้าบอก”
หลี่เซวียนพูดแทรกสตรีทั้งสองที่นั่งหันหน้าเข้าหากัน
“ท่านกลับมาแล้ว”
หลี่เซวียนยิ้มให้เสิ่นเยว่อย่างรักใคร่เขาเดินอ้อมไปนั่งด้านข้างของเสิ่นเยว่ จึงได้เห็นจ้าวหว่านหนิงชัดๆ
“เจ้า”
หลี่เซวียนเห็นการเปลี่ยนแปลงของนางเขาถึงกับอึ้งไป
จ้าวหว่านหนิงก้มหน้าเล็กน้อยนางไม่รู้ว่าควรจะกล่าวคำใด ตอนนี้นางใกล้คลอดแล้วและนางไม่มีที่ไปจนกระทั่งนางได้พบกับเสิ่นเยว่ข้างนอกโดยบังเอิญ จึงได้ตามนางกลับมาที่จวนสกุลหลี่ เสิ่นเยว่เองก็ไม่รู้ว่านางจะช่วยแก้ปัญหาของทั้งสองคนอย่างไรดีเพื่อไม่ให้กระทบต่อจิตใจของจ้าวหว่านหนิงมากเกินไป
“เช่นนั้นเจ้าอยู่ที่นี่ไปก่อน ท้องของเจ้าโตมากข้าเกรงว่าถ้าหากปล่อยให้เจ้าออกเดินทางต่อไปอาจเกิดอันตรายขึ้นเรื่องของเจ้าเอาไว้คลอดก่อน แล้วค่อยคุยกันเรื่องนี้อีกทีดีหรือไม่”
เสิ่นเยว่เสนอทางออกให้เจ้าหว่านหนิง ดูเหมือนว่าเจ้าหว่านหนิงเองก็ไม่มีทางเลือกมากนัก นากไม่ต้องการเป็นภาระให้กับใครแต่นางเองก็ค่อนข้างลำบากในหลายเดือนที่ผ่ามา
หลี่เซวียนสั่งให้บ่าวในเรือนจัดที่พักที่ไม่ไกลจากเรือนของพวกเขาเท่าใดนักให้จ้าวหว่านหนิงและให้มามาที่ชำนาญเรื่องสตรีมีครรภ์คอยดูแลนางอย่างใกล้ชิด ส่วนตัวเขาก็ให้เจ้าลู่ลู่ส่งจดหมายไปที่สำนักมังกรผงาดทันที ทุกวันนี้เจ้าลู่ลู่ตัวติดเสิ่นเยว่มากนางเดินไปไหนมันก็บินตาม ทั้งยังนอนห้องเดียวกับลูกๆ ทั้งสองของเขาอีก
คนของสำนักมังกรผงาดพึ่งกลับไปได้ไม่นาน เมื่อได้รับจดหมายจากหลี่เซวียนก็ต้องรีบกลับมาที่แคว้นโจวอีกครั้ง อวิ๋นชิงเฟิงที่ทำท่าจะออกไปตามหาจ้าวหว่านหนิงอีกครั้งก็แทบจะบินตามเจ้าลู่ลู่ไปด้วยเพราะความร้อนใจ ในจดหมายบอกว่านางกำลังตั้งครรภ์ลูกของเขา เขากำลังจะมีลูกอวิ๋นชิงเฟิงที่สุขุมเยือกเย็นมาตลอดแทบจะเก็บอาการไว้ไม่อยู่
คนของหุบเขาแสงจันทร์มาถึงหน้าจวนสกุลหลี่ก็ต้องได้รับความตกใจเมื่อบ่าวในเรือนแจ้งว่าจ้าวหว่านหนิงมีอาการเจ็บท้องตั้งแต่เมื่อคืนแต่ตอนนี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะคลอดออกมา อวิ๋นชิงเฟิงไม่ฟังที่พวกเขาห้าม เขาพุ่งตรงไปที่ห้องคลอดทันที
“หนิงเอ๋อเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”
จ้าวหว่านหนิงเมื่อได้ยินเสียงของอวิ๋นชิงเฟิงนางก็ร้องไห้ออกมาทันที
“พี่ชิงเฟิงเหตุใดท่านถึงอยู่ที่นี่ข้าไม่ได้ฝันไปใช่หรือไม่”
นางแข็งใจเอ่ยออกมาด้วยความเจ็บปวด ตอนนี้จ้าวหว่านหนิงแทบจะไม่มีแรงเบ่งแล้ว อวิ๋นชิงเฟิงจับมือของนางเอาไว้
“ข้าอยู่นี่ ข้าจะอยู่ข้างกายเจ้าตลอดไม่ต้องกลัว”
เสียงของอวิ๋นชิงเฟิงสั่นเล็กน้อย จ้าวหว่านหนิงยิ้มให้เขาไม่รู้ว่าเกิดปาฏิหาริย์อันใดขึ้นหลังจากที่อวิ๋นชิงเฟิงเข้ามาในห้องจ้าวหว่านหนิงที่มีท่าทางคลอดยากมาตั้งแต่เมื่อคืน กลับคลอดเด็กออกมาอย่างง่ายดาย ทำเอาเหล่าหมอตำแยหลายคนที่อยู่ในห้องนั้นถึงกับงงไปตามๆ กัน
เด็กชายตัวอ้วนขาวจ้ำม่ำคลอดออกมาอย่างปลอดภัยส่วนจ้าวหว่านหนิงก็หลับไปด้วยความอ่อนเพลีย หลังจากที่เด็กทารกถูกส่งออกจากห้องนั้นไป เจ้าสำนักเลี่ยงหวงก็มาถึงที่นั่นพอดีชายวัยกลางคนที่กลายเป็นท่านปู่และท่านตาต่างหัวเราะออกมาราวคนบ้า เรื่องของจ้าวหว่านหนิงกับอวิ๋นชิงเฟิงพวกเขาต่างก็โทษตนเองว่าเป็นคนผิดตอนนี้หานางพบแล้วทำเอาทั้งสองคนโล่งใจ แต่ผมที่อยู่บนศีรษะแทบจะขาวโพลนไปทั้งหัว
เสิ่นเยว่และหลี่เซวียนที่มาดูความครึกครื้นถึงกับหัวเราะออกมาพร้อมกัน พวกเขาช่างเป็นตัววุ่นวายยิ่งนัก
สองปีผ่านไป เสิ่นเยว่นั่งอยู่บนดาดฟ้าเรือมองดูเด็กชายและเด็กหญิงกำลังเล่นกับนกอินทรีตัวใหญ่ รอบๆ ตัวของพวกเขามีสาวใช้ทั้งสี่ของเสิ่นเยว่คอยดูแล ลู่ลู่ถึงจะเป็นนกอินทรีที่น่าเกรงขามเมื่อมันอยู่บนท้องนภา แต่เมื่อมันต้องกลายมาเป็นพี่เลี้ยงของหลี่ซีฮันหลี่และเล่อเล่อแล้วมันกลับอ่อนโยนต่อพวกเขายิ่งนัก เหมือนลู่ลู่จะคิดว่าเด็กทั้งสองเป็นน้องชายน้องสาวของมันไปแล้วเพียงแต่พวกเขาไม่มีขนและบินไม่ได้ก็เท่านั้น
“เด็กๆ อีกไม่นานก็ถึงหุบเขาแสงจันทร์แล้ว มาเตรียมตัวเถอะท่านพ่อของพวกเจ้าอยู่ที่ไหน”
หลี่ซีฮันเดินเตาะแตะมาที่เสิ่นเยว่และกอดขานางเอาไว้
“ท่าง....แม่”
เสียงพูดยานคางและออกเสียงไม่ถูกของหลี่ซีฮันทำเอาเสิ่นเยว่และเหล่าสาวใช้ของนางถึงกับหัวเราะออกมา
“ท่านแม่จ้ะ ไม่ใช่ท่าง แม่”
เด็กคนนี้เหมือนบิดาของเขาอย่างกับเคาะกันออกมา ไม่ค่อยพูดแต่กลับเจ้าเล่ห์นักเขามักจะแอบมาออดอ้อนนางลับหลังพี่สาว แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าทุกคนกลับทำท่าเป็นผู้ใหญ่ตัวน้อยที่เคร่งขรึม
“ท่านแม่”
ปรมาจารอวิ๋นทะยานมายืนอยู่ต่อหน้าเสิ่นเยว่บังร่างของนางเอาไว้พร้อมกับเด็กทั้งสองคน“เจ้าคนแซ่อวิ๋นเจ้าพูดเช่นนี้ได้อย่างไร นางเป็นฮูหยินของศิษย์คนเล็กของข้าเช่นนั้นนางก็นับว่าเป็นศิษย์ของข้าเช่นกัน”แล้วทั้งสองก็เริ่มเถียงกันอีกครั้ง ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างปวดหัวไปตามๆ กันแต่ใครจะกล้าเข้าไปห้ามการต่อสู้ของปรมาจารย์ทั้งสอง พวกเขายังรักชีวิตตนเองอยู่นะ“ท่านตาทวด”มือเล็กๆ จับที่แขนเสื้อของปรมาจารย์อวิ๋นเขย่าเบาๆ“บินๆ”หลี่ซีฮันกับหลี่เล่อเล่อพูดออกมาพร้อมกัน ดึงความสนใจของชายชราทั้งสองมาที่พวกเขาทันที“โอ้ เจ้าคงเป็นบุตรชายบุตรสาวฝาแฝดของหลี่เซวียนสินะ ข้าคือท่านอาจารย์ปู่ของพวกเจ้าทั้งสองคน ไหนเรียกอาจารย์ปู่ซิ”เด็กทั้งสองคนหันมามองเสิ่นเยว่กับหลี่เซวียนที่ยืนอยู่ด้านหลัง เสิ่นเยว่พยักหน้าให้พวกเขา“ท่านอาจารย์ปู่”เสียงเล็กๆ สองเสียงดังขึ้นพร้อมกันปรมาจารย์ต้วนถึงกับน้ำตาซึม หลายปีแล้วที่เขาไม่ได้รู้สึกเช่นนี้ครั้งแรกที่พบหลี่เซวียนตอนห้าขวบที่แคว้นโจวเจ้าเด็กนั่นก็มองเขาด้วยสายตาอย่างนี้เหมือนกัน“เด็กดีๆ”ปรมาจารย์อวิ๋นส่งเสียงหึ!! ออกมาด้วยความหมั่นไส้ คนไม่มีครอบครัวก็เป็นเ
เสียงเล็กๆ ดังมาจากทางด้านหลังของหลี่ซีฮัน หลี่เล่อเล่อวิ่งเข้ามาหาเสิ่นเยว่ด้วยเช่นกันนางกอดขาของเสิ่นเยว่แล้วใช้ใบหน้าเล็กถูไถท่าทางออดอ้อน เด็กคนนี้ร่าเริงเหมือนนางชอบหัวเราะและชอบแอบหนีออกไปเล่นนอกจวน มารดาของเสิ่นเยว่ถึงกับบอกว่าถึงเวลาของนางต้องรับกรรมที่เคยทำกับเสิ่นฮูหยินเอาไว้แล้วเรือลำใหญ่จอดเทียบท่าครอบครัวสกุลหลี่และครอบครัวสกุลเสิ่นลงจากเรือพร้อมกัน พวกเขากลับมาที่หุบเขาแสงจันทร์อีกครั้งในรอบสองปี อีกไม่นานจะมีการจัดงานวันเกิดของท่านปรมาจารย์อวิ๋นจื่อเฉินจ้าวหุบเขาแสงจันทร์ท่านตาของเสิ่นเยว่และเป็นวันเกิดของเสิ่นเยว่เช่นกัน หลังจากที่เสิ่นเยว่แต่งงานกับหลี่เซวียนแล้วนางก็ยังไม่ได้พบท่านตาเลยสักครั้งทั้งๆ ที่ท่านจะไปหานางที่แคว้นโจวในวันเกิดทุกปี ดูเหมือนว่าเรื่องที่นางแต่งงานท่านตาจะยังไม่หายเคือง“ถึงแล้วๆ ยินดีต้อนรับทุกคน”เจ้าสำนักมังกรผงาดออกมาต้อนรับที่หน้าสำนักด้วยตนเอง พวกเขาเข้าไปทักทายพอเป็นพิธีแล้วเดินเข้าไปด้านในพร้อมกัน“พี่ใหญ่ท่านพ่อออกมาจากหุบเขาหรือยัง“เสิ่นฮูหยินถามเจ้าสำนักมังกรผงาดหลังจากเดินเข้ามาที่ห้องโถงกลางครบทุกคนแล้ว“ออกมาแล้วและก็ไปแล้ว”จ้า
หลี่เซวียนพึมพำเบาๆ แม่นมอุ้มเด็กทารกแรกเกิดสองคนมาที่ห้องอุ่นด้านข้างที่จัดเอาไว้สำหรับพักฟื้นของเสิ่นเยว่หลังจากนางตื่นขึ้นมา เหล่าญาติผู้ใหญ่ของเสิ่นเยว่และหลี่เซวียนต่างมายืนรอดูหลานน้อยที่พึ่งคลอดของพวกเขา ลุงของเสิ่นเยว่ที่หุบเขาแสงจันทร์ก็นั่งรอดูหน้าหลานด้วยความใจจดใจจ่อ อวิ๋นชิงเฟิงยืนมองพวกเขาที่รุมล้อมเด็กทารกชายหญิงทั้งสองคนด้วยความเหม่อลอย“เจ้าอยู่ที่ไหนจ้าวหว่านหนิง”อวิ๋นชิงเฟิงได้แต่ครุ่นคิดกับตนเองอย่างใจลอย หลายเดือนมานี้เขาออกตามหานางทุกที่แต่กลับไร้ร่องรอยของนางหลี่เซวียนเห่อลูกน้อยทั้งสองของเขาเป็นอย่างมาก ครั้งนี้เขาก็ยื่นหนังสือลาพักอีกครั้งฮ่องเต้ได้แต่ส่ายหัวให้กับเจ้าเด็กคนนี้“เจ้าเด็กบ้านั่น ดูที่บุตรชายของเจ้าทำกับข้าสิ”ฮ่องเต้หันไปถลึงตาใส่หลี่เหอที่เป็นทั้งแม่ทัพใหญ่คู่บัลลังก์และสหายร่วมสำนัก ส่วนหลี่เหอก็ทำได้แต่ยืนหน้าตายอยู่เช่นนั้นเพราะเขาเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี เมื่อก่อนที่หลี่เซวียนคลอดเขาก็เคยยื่นหนังสือลาพักไปหลายเดือน ทำเอาฮ่องเต้ถึงกับเดือดปุดๆ ผ่านไปยี่สิบกว่าปีฮ่องเต้ยังขุดเอาเรื่องนี้มาต่อว่าเขาอยู่หลายครั้งหลี่เซวียนหลังจากออกมาจากว
เสิ่นเยว่บิดปากเล็กน้อย ให้กับท่าทางของกวนหวั่นอวี๋ทั้งยังถลึงตาใส่หลี่เซวียนอีกครั้ง“พวกเจ้าที่เป็นบุรุษล้วนแต่พลาดท่าให้กับแม่ดอกบัวขาวแบบพวกนาง ข้าแค่ดูการแสดงของนางแค่นี้ข้าก็รู้แล้วว่านางตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ ถ้าหากพวกเขามองไม่ออกก็สมควรยุบสำนักทิ้งไปซะเพราะแค่งิ้วของสตรีนางหนึ่งก็ไม่สามารถมองออก ข้าจะฟ้องท่านตาให้ลงโทษพวกเขาให้หมด”เสิ่นเยว่รู้สึกหงุดหงิดกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เมื่อไหร่จะจบเรื่องสักที ทำไมพี่ชิงเฟิงถึงเอาแต่ถามนางเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง ถึงเสิ่นเยว่จะไม่เข้าใจในจุดประสงค์ของอวิ๋นชิงเฟิงแต่หลี่เซวียนนั้นพอจะมองออก เขาหันไปเอามือโยกหัวเจ้าตัวเล็กที่นับวันยิ่งอารมณ์ร้ายขึ้นทุกวัน ไม่ว่าใครก็สามารถทำให้นางหงุดหงิดได้ด้วยเพราะเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ด้านอวิ๋นชิงเฟิงยังคงซักถามกวนหวั่นอวี๋ต่อไป“เจ้าบอกว่าเจ้าสำนักเลี่ยงหวงวางยานอนหลับข้าในงานเลี้ยงที่หุบเขาม่านหมอกแล้วจ้าวหว่านหนิงรู้เรื่องนี้หรือไม่”กวนหวั่นอวี๋กลอกตาไปมาเพื่อคิดหาคำตอบว่าจะตอบหลี่เซวียน อย่างไรให้เป็นธรรมชาติ“นางย่อมต้องทราบแน่นอนเจ้าค่ะ เพราะนางเป็นคนของสำนักเลี่ยงหวง....”ยังไม่ทันที่กวนหวั่นอวี๋
เขาพึมพำเบาๆ กับตนเองอวิ๋นชิงเฟิงแกะจดหมายฉบับแรกที่ด้านหน้าซองเขียนชื่อของเขาเอาไว้ เมื่อเขาอ่านเนื้อหาในจดหมายจนจบ ใบหน้าของอวิ๋นชิงเฟิงก็ทะมึนไปทันที เขาลุกขึ้นยืนและเดินออกจากศาลาตรงไปที่เรือนของบิดา“เฟิงเอ๋อเจ้ามาหาพ่อแต่เช้ามีเรื่องด่วนอันใดหรือ”อวิ๋นเจี้ยนเจวี๋ยที่กำลังเดินหมากกับหลี่เหอบิดาของหลี่เซวียนหันไปถามอวิ๋นชิงเฟิงอย่างอารมณ์ดี อวินชิงเฟิงไม่พูดสิ่งใดเขายื่นจดหมายให้บิดาได้อ่านเอง หลังจากที่อวิ๋นเจี้ยนเจวี๋ยอ่านจดหมายจบเขาก็สบถออกมาอย่างลืมตัว“เรื่องเหลวไหลทั้งเพ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับจ้าวหว่านหนิงสักนิดเหตุใดนางต้องเป็นผู้รับผิดต่อเรื่องนี้ด้วย”อวิ๋นชิงเฟิงจับสังเกตต่อคำพูดที่ผิดปกติของบิดาได้เขามองอวิ๋นเจี้ยนเจวี๋ยนิ่งๆ ท่าทางเช่นนั้นของบุตรชายทำให้เจ้าสำนักมังกรผงาดถึงกับปาดเหงื่อเพราะเขาได้หลุดปากพูดเรื่องสำคัญออกไปแล้ว“ข้าคิดว่าท่านพ่อคงต้องมีคำอธิบายให้แก่ข้า”อวิ๋นเจี้ยนเจวี๋ยเห็นว่าเรื่องทั้งหมดไม่สามารถปิดบังเอาไว้ได้แล้ว เขาก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ“ถ้าอย่างนั้นก็ไปที่ห้องโถงกลางเถอะ”เจ้าสำนักอวิ๋นให้พ่อบ้านไปตามเหล่าผู้อาวุโสและคนสำคัญของสำนักมังก
ผ่านไปไม่นานภายในห้องแสงเทียนก็ถูกดับลงเหล่าผู้อาวุโสที่แอบเฝ้าดูต่างก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเพราะเสียงที่ดังลอดออกมาจากภายในห้อง พวกเขาหาใช่เด็กเล็กที่ไม่เข้าใจว่าข้างในเกิดอะไรขึ้น อย่างน้อยอวิ๋นชิงเฟิงก็ทำตามที่เขาได้รับปากเอาไว้ แต่อีกด้านของมุมมืดมีสายตาของใครคนหนึ่งที่หลบซ่อนอยู่จ้องมองไปที่หน้าห้องของทั้งสองคนด้วยสายตาเคียดแค้นเช้าวันต่อมาอวิ๋นชิงเฟิงยังคงทำทุกอย่างเหมือนเป็นปกติ จ้าวหว่านหนิงก็เช่นกันท่าทางของนางนั้นดูออกว่ามีความสุขกว่าใครๆ หลังจากคารวะน้ำชาผู้อาวุโสผ่านไป จ้าวหว่านหนิงก็กลับไปที่ห้องของนาง นางไม่คิดเลยว่าอวิ๋นชิงเฟิงผู้สุภาพเรียบร้อยจะดุดันเพียงนั้นเล่นเอานางแทบไม่ได้นอนทั้งคืนถึงจ้าวหว่านหนิงจะถูกสั่งสอนเรื่องในห้องหอมาก่อนหน้านี้แล้วแต่นางก็ยังรู้สึกเขินอายในการกระทำของอวิ๋นชิงเฟิงอยู่ดี ในระหว่างที่จ้าวหว่านหนิงกำลังเพ้อถึงรสรักของอวิ๋นชิงเฟิงอยู่นั้น เสียงเปิดประตูห้องก็ดังขึ้นเบาๆ จ้าวหว่านหนิงคิดว่าเป็นอวิ๋นชิงเฟิงนางจึงรีบออกไปดู คนที่เขามาในห้องของนางไม่ใช่อวิ๋นชิงเฟิงแต่เป็นสตรีที่มีใบหน้างดงามแต่ซีดขาวเล็กน้อย จ้าวหว่านหนิงเพ่งมองนางอยู่ครู่หนึ







