LOGINปรมาจารอวิ๋นทะยานมายืนอยู่ต่อหน้าเสิ่นเยว่บังร่างของนางเอาไว้พร้อมกับเด็กทั้งสองคน
“เจ้าคนแซ่อวิ๋นเจ้าพูดเช่นนี้ได้อย่างไร นางเป็นฮูหยินของศิษย์คนเล็กของข้าเช่นนั้นนางก็นับว่าเป็นศิษย์ของข้าเช่นกัน”
แล้วทั้งสองก็เริ่มเถียงกันอีกครั้ง ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างปวดหัวไปตามๆ กันแต่ใครจะกล้าเข้าไปห้ามการต่อสู้ของปรมาจารย์ทั้งสอง พวกเขายังรักชีวิตตนเองอยู่นะ
“ท่านตาทวด”
มือเล็กๆ จับที่แขนเสื้อของปรมาจารย์อวิ๋นเขย่าเบาๆ
“บินๆ”
หลี่ซีฮันกับหลี่เล่อเล่อพูดออกมาพร้อมกัน ดึงความสนใจของชายชราทั้งสองมาที่พวกเขาทันที
“โอ้ เจ้าคงเป็นบุตรชายบุตรสาวฝาแฝดของหลี่เซวียนสินะ ข้าคือท่านอาจารย์ปู่ของพวกเจ้าทั้งสองคน ไหนเรียกอาจารย์ปู่ซิ”
เด็กทั้งสองคนหันมามองเสิ่นเยว่กับหลี่เซวียนที่ยืนอยู่ด้านหลัง เสิ่นเยว่พยักหน้าให้พวกเขา
“ท่านอาจารย์ปู่”
เสียงเล็กๆ สองเสียงดังขึ้นพร้อมกันปรมาจารย์ต้วนถึงกับน้ำตาซึม หลายปีแล้วที่เขาไม่ได้รู้สึกเช่นนี้ครั้งแรกที่พบหลี่เซวียนตอนห้าขวบที่แคว้นโจวเจ้าเด็กนั่นก็มองเขาด้วยสายตาอย่างนี้เหมือนกัน
“เด็กดีๆ”
ปรมาจารย์อวิ๋นส่งเสียงหึ!! ออกมาด้วยความหมั่นไส้ คนไม่มีครอบครัวก็เป็นเช่นนี้ ไหนเลยจะเหมือนเขาที่มีบรรดาลูกหลานห้อมล้อมมากมาย จากนั้นทั้งสองผู้เฒ่าก็ถูกเด็กทั้งสองคนทำให้หลงจนโงหัวไม่ขึ้นเลิกต่อสู้กันเปลี่ยนเป็นการเอาใจเด็กๆ แทน
“ข้านึกว่าพวกเขาจะสู้กันจนตายไปข้างหนึ่งแล้ว”
เจ้าสำนักมังกรผงาดพูดออกมาอย่างโล่งอก ต้องขอบคุณที่หลี่ซีฮันกับหลี่เล่อเล่ออยู่ที่นี่ในวันนี้ ตั้งแต่ที่สองปรมาจารย์กลับเข้ามาที่หุบเขาแสงจันทร์เสิ่นเยว่แทบไม่ได้พบบุตรชายและบุตรสาวของนางเลย เป็นหลี่เซวียนที่เบิกบานยิ่งกว่าใครเพราะไม่มีเด็กทั้งสองคอยมาก่อกวนเมื่อเขาต้องการแสดงความรักต่อเสิ่นเยว่
วันงานเลี้ยงวันเกิดอายุครบหกสิบปีของเจ้าหุบเขาแสงจันทร์ที่ทุกคนต่างยกย่องว่าเป็นปรมาจารย์ด้านการต่อสู้ ต่างมีชาวยุทธทั่วทั้งยุทธภพมาแสดงความยินดีอย่างครึกครื้น แต่คนที่ท่านปรมาจารย์ให้ความสนใจมีเพียงเด็กสองคนคือหลี่ซีฮันและหลี่เล่อเล่อ รวมทั้งปรมาจารย์ต้วนที่ทุกคนต่างได้ยินชื่อเสียงในยุทธภพบ่อยครั้ง แต่ไม่บ่อยนักที่จะได้พบตัวเป็นๆ เช่นวันนี้
“พวกท่านมาแล้วหรือ”
เสิ่นเยว่ทักอวิ๋นชิงเฟิงลูกพี่ลูกน้องของนางและจ้าวหว่านหนิงที่กำลังเดินคู่กันมา
“ข้าพึ่งไปเยี่ยมท่านพ่อตาที่หุบเขาม่านหมอกครั้งนี้เลยกลับมาพร้อมกันในงานเลี้ยงวันเกิดท่านปู่ พวกเจ้ามาถึงที่นี่นานหรือยัง”
เสิ่นเยว่พยักหน้ารับ แล้วมองเลยไปที่จ้าวหว่านหนิงที่ดูอวบอิ่มเป็นพิเศษ
“นาง...”
จ้าวหว่านหนิงยิ้มอย่างเขินอาย
“ข้ากำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่สองได้สี่เดือน แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดท้องถึงได้ใหญ่โตเพียงนี้”
เสิ่นเยว่ยกมือปิดปากหัวเราะเสียงใส
“คงจะเป็นฝาแฝดกระมัง ก็ตระกูลอวิ๋นเราแต่ละรุ่นต่างมีฝาแฝดมากมายนี่นา”
เสิ่นเยว่พูดจบเสียงของเหล่าพี่ชายของนางก็ดังขึ้นทางด้านหลัง ทั้งเสิ่นเยว่และจ้าวหว่านหนิงเห็นเช่นนั้นก็หัวเราะออกมาพร้อมกันอย่างอารมณ์ดี
งานเลี้ยงถูกจัดขึ้นในตอนเย็นอย่างครื้นเครง เสียงดนตรีกลองดังอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เช้าแล้วเสิ่นเยว่ยังไม่ได้เห็นหน้าลูกทั้งสองของนางเลย เมื่อนางเดินหาพบว่าเด็กๆ หลับอยู่ในอ้อมแขนของท่านปรมาจารย์ทั้งสอง นางได้แต่ส่ายหัวให้กับความดื้อรั้นของทั้งสองคน พวกท่านเห็นลูกของข้าเป็นรางวัลหรืออย่างไร
“พวกเจ้าพาเด็กๆ ไปพักผ่อนเถอะ”
เสิ่นเยว่พยักหน้าให้กับสาวใช้ของนาง หลังจากพาเด็กๆ เข้านอนแล้วเสิ่นเยว่ก็ออกมายืนที่หลังเรือนของนาง แสงจันทร์สาดส่องสว่างไปทั่วทั้งหุบเขา วันนี้เป็นคืนพระจันทร์เต็มดวงทำให้หุบเขาแสงจันทร์สว่างไสวสมชื่อ
“กำลังคิดสิ่งใดอยู่หรือ”
หลี่เซวียนโอบกอดเสิ่นเยว่จากทางด้านหลัง เพราะขนาดตัวที่เล็กกว่าทำให้นางได้แต่แหงนหน้ามองสามีที่กำลังกอดนางอยู่
“ทำไมท่านไม่ไปดื่มกับทุกคนที่งานเลี้ยง”
หลี่เซวียนกดจูบลงที่ริมฝีปากอวบอิ่มของนาง
“เพราะว่าเจ้าไม่อยู่ที่นั่นอย่างไรเล่า ไม่ว่าเจ้าอยู่ที่ไหนที่นั่นย่อมต้องมีข้าด้วย”
เสิ่นเยว่หัวเราะออกมาน้อยๆ
“เด็กๆ หลับไปแล้วหรือ”
หลี่เซวียนทำหน้าเจ้าเล่ห์เหมือนกับหมาป่าตัวโตที่กำลังจะขย้ำลูกวัวตัวน้อย เสิ่นเยว่ตีที่แขนเขาเบาๆ ด้วยความเขินอาย
“หลี่เซวียน”
นางเรียกชื่อเขาเบาๆ
“ท่านคิดว่าเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างเราใครเป็นคนกำหนดหรือ”
หลี่เซวียนไม่เข้าใจในสิ่งที่เสิ่นเยว่กำลังถาม
“เจ้าถามเรื่องนี้ทำไมหรือ”
“ข้าแค่อยากรู้เท่านั้น ท่านไม่สงสัยหรือว่าเรื่องราวระหว่างท่านกับข้ามันออกจะบังเอิญเกินไป”
หลี่เซวียนหัวเราะในลำคอ
“เจ้าคิดมากเกินไปแล้ว”
“คืนนี้พระจันทร์สวยจัง”
เสิ่นเยว่พูดขึ้นมาลอยๆ ทำเอาหลี่เซวียนตามอารมณ์ของนางไม่ทัน
“ท่านไม่คิดเช่นนั้นหรือหุบเขาแสงจันทร์ตั้งขึ้นมาตามชื่อของท่านยายของข้า ชื่อของนางมีตัวอักษรเยว่ที่แปลว่าพระจันทร์เช่นเดียวกับข้า นางเกิดในวันพระจันทร์เต็มดวงเหมือนข้าชื่อของข้าจึงมีเยว่ด้วยเหมือนกัน”
หลี่เซวียนไม่สนใจฟังเรื่องเล่าของเสิ่นเยว่ ตอนนี้เขารู้สึกว่าตนเองกำลังมีความต้องการในร่างกายของนางอย่างเต็มเปี่ยม เขาเริ่มทนไม่ไหวแล้ว หลี่เซียนช้อนร่างของเสิ่นเยว่ขึ้นเอาไว้ในอ้อมแขน นางหวีดร้องเบาๆ ด้วยความตกใจ
“เจ้าไปนอนเล่าเรื่องหุบเขาแสงจันทร์กับเรื่องท่านยายของเจ้าให้ข้าฟังบนเตียงเถอะ”
เสิ่นเยว่ตีที่อกของเขาเบาๆ หลี่เซวียนหัวเราะชอบใจในท่าทางเขินอายของ หลี่เซวียนใช้เท้าปิดประตูเบาๆ เดินตรงไปที่เตียงที่เป็นจุดหมายที่เขาต้องการ เขาวางร่างของเสิ่นเยว่ลงเบาๆ กำลังจะตามลงไปกดจูบปากเล็กที่ช่างเจรจาของนาง
“ท่าง...แม่”
เสียงเล็กๆ ของหลี่ซีฮันดังขึ้นที่ด้านในของเตียง หลี่เซวียนถึงกับต้องหยุดชะงักมองอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
“เจ้าพาลูกมานอนที่นี่หรือ”
เสิ่นเยว่หัวเราะจนตัวงอ นางลืมไปได้อย่างไรว่าลูกทั้งสองของนางก็อยู่ที่นี่ด้วย หลี่ซีฮันคลานมากอดเสิ่นเยว่เอาไว้จากนั้นจึงหลับไปอีกครั้ง หลี่เซวียนได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ รอก่อนเถอะเจ้าเด็กหน้าเหม็นรอให้พวกเจ้าโตกว่านี้ข้าจะส่งให้ไปฝึกวรยุทธในหุบเขากับท่านอาจารย์ปู่ของพวกเจ้าให้เข็ด หลี่เซวียนได้แต่คาดโทษลูกน้อยทั้งสองในใจ แต่เขาก็ยังคงนอนลงด้านหลังของเสิ่นเยว่โอบกอดร่างเล็กทั้งสามเข้าสู่อ้อมแขน แล้วสี่คนพ่อแม่ลูกก็หลับไปทั้งรอยยิ้มที่เปี่ยมสุข
จบบริบูณ์
ปรมาจารอวิ๋นทะยานมายืนอยู่ต่อหน้าเสิ่นเยว่บังร่างของนางเอาไว้พร้อมกับเด็กทั้งสองคน“เจ้าคนแซ่อวิ๋นเจ้าพูดเช่นนี้ได้อย่างไร นางเป็นฮูหยินของศิษย์คนเล็กของข้าเช่นนั้นนางก็นับว่าเป็นศิษย์ของข้าเช่นกัน”แล้วทั้งสองก็เริ่มเถียงกันอีกครั้ง ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างปวดหัวไปตามๆ กันแต่ใครจะกล้าเข้าไปห้ามการต่อสู้ของปรมาจารย์ทั้งสอง พวกเขายังรักชีวิตตนเองอยู่นะ“ท่านตาทวด”มือเล็กๆ จับที่แขนเสื้อของปรมาจารย์อวิ๋นเขย่าเบาๆ“บินๆ”หลี่ซีฮันกับหลี่เล่อเล่อพูดออกมาพร้อมกัน ดึงความสนใจของชายชราทั้งสองมาที่พวกเขาทันที“โอ้ เจ้าคงเป็นบุตรชายบุตรสาวฝาแฝดของหลี่เซวียนสินะ ข้าคือท่านอาจารย์ปู่ของพวกเจ้าทั้งสองคน ไหนเรียกอาจารย์ปู่ซิ”เด็กทั้งสองคนหันมามองเสิ่นเยว่กับหลี่เซวียนที่ยืนอยู่ด้านหลัง เสิ่นเยว่พยักหน้าให้พวกเขา“ท่านอาจารย์ปู่”เสียงเล็กๆ สองเสียงดังขึ้นพร้อมกันปรมาจารย์ต้วนถึงกับน้ำตาซึม หลายปีแล้วที่เขาไม่ได้รู้สึกเช่นนี้ครั้งแรกที่พบหลี่เซวียนตอนห้าขวบที่แคว้นโจวเจ้าเด็กนั่นก็มองเขาด้วยสายตาอย่างนี้เหมือนกัน“เด็กดีๆ”ปรมาจารย์อวิ๋นส่งเสียงหึ!! ออกมาด้วยความหมั่นไส้ คนไม่มีครอบครัวก็เป็นเ
เสียงเล็กๆ ดังมาจากทางด้านหลังของหลี่ซีฮัน หลี่เล่อเล่อวิ่งเข้ามาหาเสิ่นเยว่ด้วยเช่นกันนางกอดขาของเสิ่นเยว่แล้วใช้ใบหน้าเล็กถูไถท่าทางออดอ้อน เด็กคนนี้ร่าเริงเหมือนนางชอบหัวเราะและชอบแอบหนีออกไปเล่นนอกจวน มารดาของเสิ่นเยว่ถึงกับบอกว่าถึงเวลาของนางต้องรับกรรมที่เคยทำกับเสิ่นฮูหยินเอาไว้แล้วเรือลำใหญ่จอดเทียบท่าครอบครัวสกุลหลี่และครอบครัวสกุลเสิ่นลงจากเรือพร้อมกัน พวกเขากลับมาที่หุบเขาแสงจันทร์อีกครั้งในรอบสองปี อีกไม่นานจะมีการจัดงานวันเกิดของท่านปรมาจารย์อวิ๋นจื่อเฉินจ้าวหุบเขาแสงจันทร์ท่านตาของเสิ่นเยว่และเป็นวันเกิดของเสิ่นเยว่เช่นกัน หลังจากที่เสิ่นเยว่แต่งงานกับหลี่เซวียนแล้วนางก็ยังไม่ได้พบท่านตาเลยสักครั้งทั้งๆ ที่ท่านจะไปหานางที่แคว้นโจวในวันเกิดทุกปี ดูเหมือนว่าเรื่องที่นางแต่งงานท่านตาจะยังไม่หายเคือง“ถึงแล้วๆ ยินดีต้อนรับทุกคน”เจ้าสำนักมังกรผงาดออกมาต้อนรับที่หน้าสำนักด้วยตนเอง พวกเขาเข้าไปทักทายพอเป็นพิธีแล้วเดินเข้าไปด้านในพร้อมกัน“พี่ใหญ่ท่านพ่อออกมาจากหุบเขาหรือยัง“เสิ่นฮูหยินถามเจ้าสำนักมังกรผงาดหลังจากเดินเข้ามาที่ห้องโถงกลางครบทุกคนแล้ว“ออกมาแล้วและก็ไปแล้ว”จ้า
หลี่เซวียนพึมพำเบาๆ แม่นมอุ้มเด็กทารกแรกเกิดสองคนมาที่ห้องอุ่นด้านข้างที่จัดเอาไว้สำหรับพักฟื้นของเสิ่นเยว่หลังจากนางตื่นขึ้นมา เหล่าญาติผู้ใหญ่ของเสิ่นเยว่และหลี่เซวียนต่างมายืนรอดูหลานน้อยที่พึ่งคลอดของพวกเขา ลุงของเสิ่นเยว่ที่หุบเขาแสงจันทร์ก็นั่งรอดูหน้าหลานด้วยความใจจดใจจ่อ อวิ๋นชิงเฟิงยืนมองพวกเขาที่รุมล้อมเด็กทารกชายหญิงทั้งสองคนด้วยความเหม่อลอย“เจ้าอยู่ที่ไหนจ้าวหว่านหนิง”อวิ๋นชิงเฟิงได้แต่ครุ่นคิดกับตนเองอย่างใจลอย หลายเดือนมานี้เขาออกตามหานางทุกที่แต่กลับไร้ร่องรอยของนางหลี่เซวียนเห่อลูกน้อยทั้งสองของเขาเป็นอย่างมาก ครั้งนี้เขาก็ยื่นหนังสือลาพักอีกครั้งฮ่องเต้ได้แต่ส่ายหัวให้กับเจ้าเด็กคนนี้“เจ้าเด็กบ้านั่น ดูที่บุตรชายของเจ้าทำกับข้าสิ”ฮ่องเต้หันไปถลึงตาใส่หลี่เหอที่เป็นทั้งแม่ทัพใหญ่คู่บัลลังก์และสหายร่วมสำนัก ส่วนหลี่เหอก็ทำได้แต่ยืนหน้าตายอยู่เช่นนั้นเพราะเขาเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี เมื่อก่อนที่หลี่เซวียนคลอดเขาก็เคยยื่นหนังสือลาพักไปหลายเดือน ทำเอาฮ่องเต้ถึงกับเดือดปุดๆ ผ่านไปยี่สิบกว่าปีฮ่องเต้ยังขุดเอาเรื่องนี้มาต่อว่าเขาอยู่หลายครั้งหลี่เซวียนหลังจากออกมาจากว
เสิ่นเยว่บิดปากเล็กน้อย ให้กับท่าทางของกวนหวั่นอวี๋ทั้งยังถลึงตาใส่หลี่เซวียนอีกครั้ง“พวกเจ้าที่เป็นบุรุษล้วนแต่พลาดท่าให้กับแม่ดอกบัวขาวแบบพวกนาง ข้าแค่ดูการแสดงของนางแค่นี้ข้าก็รู้แล้วว่านางตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ ถ้าหากพวกเขามองไม่ออกก็สมควรยุบสำนักทิ้งไปซะเพราะแค่งิ้วของสตรีนางหนึ่งก็ไม่สามารถมองออก ข้าจะฟ้องท่านตาให้ลงโทษพวกเขาให้หมด”เสิ่นเยว่รู้สึกหงุดหงิดกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เมื่อไหร่จะจบเรื่องสักที ทำไมพี่ชิงเฟิงถึงเอาแต่ถามนางเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง ถึงเสิ่นเยว่จะไม่เข้าใจในจุดประสงค์ของอวิ๋นชิงเฟิงแต่หลี่เซวียนนั้นพอจะมองออก เขาหันไปเอามือโยกหัวเจ้าตัวเล็กที่นับวันยิ่งอารมณ์ร้ายขึ้นทุกวัน ไม่ว่าใครก็สามารถทำให้นางหงุดหงิดได้ด้วยเพราะเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ด้านอวิ๋นชิงเฟิงยังคงซักถามกวนหวั่นอวี๋ต่อไป“เจ้าบอกว่าเจ้าสำนักเลี่ยงหวงวางยานอนหลับข้าในงานเลี้ยงที่หุบเขาม่านหมอกแล้วจ้าวหว่านหนิงรู้เรื่องนี้หรือไม่”กวนหวั่นอวี๋กลอกตาไปมาเพื่อคิดหาคำตอบว่าจะตอบหลี่เซวียน อย่างไรให้เป็นธรรมชาติ“นางย่อมต้องทราบแน่นอนเจ้าค่ะ เพราะนางเป็นคนของสำนักเลี่ยงหวง....”ยังไม่ทันที่กวนหวั่นอวี๋
เขาพึมพำเบาๆ กับตนเองอวิ๋นชิงเฟิงแกะจดหมายฉบับแรกที่ด้านหน้าซองเขียนชื่อของเขาเอาไว้ เมื่อเขาอ่านเนื้อหาในจดหมายจนจบ ใบหน้าของอวิ๋นชิงเฟิงก็ทะมึนไปทันที เขาลุกขึ้นยืนและเดินออกจากศาลาตรงไปที่เรือนของบิดา“เฟิงเอ๋อเจ้ามาหาพ่อแต่เช้ามีเรื่องด่วนอันใดหรือ”อวิ๋นเจี้ยนเจวี๋ยที่กำลังเดินหมากกับหลี่เหอบิดาของหลี่เซวียนหันไปถามอวิ๋นชิงเฟิงอย่างอารมณ์ดี อวินชิงเฟิงไม่พูดสิ่งใดเขายื่นจดหมายให้บิดาได้อ่านเอง หลังจากที่อวิ๋นเจี้ยนเจวี๋ยอ่านจดหมายจบเขาก็สบถออกมาอย่างลืมตัว“เรื่องเหลวไหลทั้งเพ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับจ้าวหว่านหนิงสักนิดเหตุใดนางต้องเป็นผู้รับผิดต่อเรื่องนี้ด้วย”อวิ๋นชิงเฟิงจับสังเกตต่อคำพูดที่ผิดปกติของบิดาได้เขามองอวิ๋นเจี้ยนเจวี๋ยนิ่งๆ ท่าทางเช่นนั้นของบุตรชายทำให้เจ้าสำนักมังกรผงาดถึงกับปาดเหงื่อเพราะเขาได้หลุดปากพูดเรื่องสำคัญออกไปแล้ว“ข้าคิดว่าท่านพ่อคงต้องมีคำอธิบายให้แก่ข้า”อวิ๋นเจี้ยนเจวี๋ยเห็นว่าเรื่องทั้งหมดไม่สามารถปิดบังเอาไว้ได้แล้ว เขาก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ“ถ้าอย่างนั้นก็ไปที่ห้องโถงกลางเถอะ”เจ้าสำนักอวิ๋นให้พ่อบ้านไปตามเหล่าผู้อาวุโสและคนสำคัญของสำนักมังก
ผ่านไปไม่นานภายในห้องแสงเทียนก็ถูกดับลงเหล่าผู้อาวุโสที่แอบเฝ้าดูต่างก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเพราะเสียงที่ดังลอดออกมาจากภายในห้อง พวกเขาหาใช่เด็กเล็กที่ไม่เข้าใจว่าข้างในเกิดอะไรขึ้น อย่างน้อยอวิ๋นชิงเฟิงก็ทำตามที่เขาได้รับปากเอาไว้ แต่อีกด้านของมุมมืดมีสายตาของใครคนหนึ่งที่หลบซ่อนอยู่จ้องมองไปที่หน้าห้องของทั้งสองคนด้วยสายตาเคียดแค้นเช้าวันต่อมาอวิ๋นชิงเฟิงยังคงทำทุกอย่างเหมือนเป็นปกติ จ้าวหว่านหนิงก็เช่นกันท่าทางของนางนั้นดูออกว่ามีความสุขกว่าใครๆ หลังจากคารวะน้ำชาผู้อาวุโสผ่านไป จ้าวหว่านหนิงก็กลับไปที่ห้องของนาง นางไม่คิดเลยว่าอวิ๋นชิงเฟิงผู้สุภาพเรียบร้อยจะดุดันเพียงนั้นเล่นเอานางแทบไม่ได้นอนทั้งคืนถึงจ้าวหว่านหนิงจะถูกสั่งสอนเรื่องในห้องหอมาก่อนหน้านี้แล้วแต่นางก็ยังรู้สึกเขินอายในการกระทำของอวิ๋นชิงเฟิงอยู่ดี ในระหว่างที่จ้าวหว่านหนิงกำลังเพ้อถึงรสรักของอวิ๋นชิงเฟิงอยู่นั้น เสียงเปิดประตูห้องก็ดังขึ้นเบาๆ จ้าวหว่านหนิงคิดว่าเป็นอวิ๋นชิงเฟิงนางจึงรีบออกไปดู คนที่เขามาในห้องของนางไม่ใช่อวิ๋นชิงเฟิงแต่เป็นสตรีที่มีใบหน้างดงามแต่ซีดขาวเล็กน้อย จ้าวหว่านหนิงเพ่งมองนางอยู่ครู่หนึ
ใบหน้าของคนทั้งสี่แข็งค้างไปทันที ดูเหมือนหลี่เซวียนจะเดาเรื่องทั้งหมดได้ถูกต้อง เสิ่นเยว่ที่ไม่เข้าใจหันมองคนนั้นทีคนนี้ที“รู้เรื่องอะไรหรือ”นางหันไปถามหลี่เซวียน หลี่เซวียนลูบผมที่นุ่มสลวยของนางอย่างรักใคร่“ความลับถ้าเจ้าอยากรู้คืนนี้ข้าจะเล่าให้ฟังบนเตียง”หลี่เซวียนกระซิบข้างหูของเสิ่นเยว่เบ
หลี่เซวียนอธิบายเสียงอ่อยเขากลัวว่านางจะไม่เชื่อจึงถอดเสื้อออกให้นางดู แผ่นหลังของเขามีรอยแผลเป็นสีชมพูเป็นทางยาวจากด้านบนขวาลากยาวไปจนถึงด้านล่างซ้าย เสิ่นเยว่ลูบมันอย่างแผ่วเบา“ยังเจ็บอยู่หรือไม่”เสิ่นเยว่ถามเสียงเบาเหมือนกลัวว่าเสียงของนางจะกระทบทำให้แผลของเขาปริแตก“ไม่เจ็บแล้วนี่เป็นแผลที่เก
เสิ่นเยว่เกือบจะถึงจุดสุดยอดหลี่เซวียนก็แกล้งหยุดเพื่อให้นางร้องขอให้เขาช่วยนาง เป็นเช่นนี้อยู่หลายครั้งจนเสิ่นเยว่แทบจะทนไม่ไหว“หลี่เซวียนได้โปรดช่วยปลดปล่อยข้าที”เสียงแหบแห้งที่ครางกระเส่าทำให้หลี่เซวียนเกือบจะทนไม่ไหว เขาอยากจะสอดใส่เข้าไปในส่วนที่ลึกที่สุดของนาง แต่นี่เป็นครั้งแรกของเสิ่นเยว่
เสิ่นเยว่หันไปมองตามนิ้วของจ้าวหว่านหนิงพวกเขาต่างหันไปมองอวิ๋นชิงเฟิงเป็นตาเดียวอวิ๋นชิงเฟิงถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ“คุณหนู้จ้าวเจ้าคงจะเข้าใจอะไรผิดไปบางอย่างเยว่เอ๋อนางเป็นลูกพี่ลูกน้องของข้าและนางแต่งงานแล้ว กับ......”อวิ๋นชิงเฟิงชี้ไปที่หลี่เซวียน คราวนี้สายตาทั้งหมดหันมารวมกันที่หลี่เซวียน จ







