Se connecterเสิ่นเยว่บิดปากเล็กน้อย ให้กับท่าทางของกวนหวั่นอวี๋ทั้งยังถลึงตาใส่หลี่เซวียนอีกครั้ง
“พวกเจ้าที่เป็นบุรุษล้วนแต่พลาดท่าให้กับแม่ดอกบัวขาวแบบพวกนาง ข้าแค่ดูการแสดงของนางแค่นี้ข้าก็รู้แล้วว่านางตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ ถ้าหากพวกเขามองไม่ออกก็สมควรยุบสำนักทิ้งไปซะเพราะแค่งิ้วของสตรีนางหนึ่งก็ไม่สามารถมองออก ข้าจะฟ้องท่านตาให้ลงโทษพวกเขาให้หมด”
เสิ่นเยว่รู้สึกหงุดหงิดกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เมื่อไหร่จะจบเรื่องสักที ทำไมพี่ชิงเฟิงถึงเอาแต่ถามนางเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง ถึงเสิ่นเยว่จะไม่เข้าใจในจุดประสงค์ของอวิ๋นชิงเฟิงแต่หลี่เซวียนนั้นพอจะมองออก เขาหันไปเอามือโยกหัวเจ้าตัวเล็กที่นับวันยิ่งอารมณ์ร้ายขึ้นทุกวัน ไม่ว่าใครก็สามารถทำให้นางหงุดหงิดได้ด้วยเพราะเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ด้านอวิ๋นชิงเฟิงยังคงซักถามกวนหวั่นอวี๋ต่อไป
“เจ้าบอกว่าเจ้าสำนักเลี่ยงหวงวางยานอนหลับข้าในงานเลี้ยงที่หุบเขาม่านหมอกแล้วจ้าวหว่านหนิงรู้เรื่องนี้หรือไม่”
กวนหวั่นอวี๋กลอกตาไปมาเพื่อคิดหาคำตอบว่าจะตอบหลี่เซวียน อย่างไรให้เป็นธรรมชาติ
“นางย่อมต้องทราบแน่นอนเจ้าค่ะ เพราะนางเป็นคนของสำนักเลี่ยงหวง....”
ยังไม่ทันที่กวนหวั่นอวี๋จะพูดจบเจ้าสำนักมักกรผงาดก็โพลงขึ้นมา
“เมื่อใดเจ้าจะเลิกโกหกหุบเขาม่านหมองเลี้ยงดูเจ้ามาตั้งแต่ยังเล็กแต่เจ้ากลับเนรคุณพวกเขาเช่นนี้หรือ ที่ข้ายอมให้ชิงเฟิงพาเจ้ามาอยู่ที่นี่ก็เพราะเห็นแก่หน้าเจ้าสำนักเลี่ยงหวงเจ้านี่มันงูพิษเลี้ยงไม่เชื่อง ข้าจะบอกเจ้าให้นะ เป็นข้าที่เป็นคนสั่งให้วางยาชิงเฟิงในวันนั้น”
กวนหวั่นอวี๋เมื่อได้ยินคำพูดของเจ้าสำนักมังกรผงาด ก็เหมือนกับฟ้าผ่าลงมาที่ร่างของนาง นางไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตนเองได้ยิน
“ท่านโกหก เหตุใดท่านต้องวางยาบุตรชายของตนเองด้วย”
กวนหวันอวี๋พึมพำท่าทางเหม่อลอยแต่ทุกคนกลับได้ยินเสียงของนางชัดเจน
“นั่นหาใช่ธุระกงการของเจ้า กวนหวั่นอวี๋ในเมื่อเจ้าต้องการให้สองสำนักแตกหักกันเช่นนี้ หุบเขาแสงจันทร์ไม่มีที่สำหรับคนเช่นเจ้าที่สามารถแทงข้างหลังผู้มีพระคุณได้ พานางออกไปจากหุบเขาแสงจันทร์ซะ ติดประกาศไปให้ทั่วว่าสำนักมังกรผงาดไม่ต้อนรับนาง”
กวนหวั่นอวี๋เหมือนกับโดนฟ้าผ่าซ้ำสองนางไม่รู้ว่าตนเองทำผิดพลาดตรงที่ใด เหตุใดพวกเขาถึงรู้ความจริงเสียงกวนหวั่นอวี๋ร้องไห้ร้องขอความเมตตาต่อพวกเขาเสียงดังอยู่ด้านนอก อวิ๋นชิงเฟิงยังคงนั่งทำหน้าเรียบเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถึงตอนนี้เสิ่นเยว่ก็เข้าใจความหมายในจดหมายแล้วที่จ้าวหว่านหนิงบอกว่าอวิ๋นชิงเฟิงมีคนรักเรื่องนี้ก็น่าจะเป็นฝีมือของกวนหวั่นอวี๋เช่นกัน
“เรื่องนี้เป็นความผิดของข้า ข้าจะออกไปตามหานางเอง”
อวิ๋นชิงเฟิงไม่รอคำอนุญาตจากบิดา เขาพุ่งออกจากห้องโถงไปอย่างรวดเร็ว เรื่องทั้งหมดถือว่าจบลงได้ด้วยดีแต่อวิ๋นชิงเฟิงจะตามหาจ้าวหว่านหนิงพบหรือไม่นั้น เสิ่นเยว่ไม่รู้เพราะตอนนี้นางเตรียมตัวออกเดินทางจากหุบเขาแสงจันทร์เพื่อกลับไปที่แคว้นโจวแล้ว อีกไม่นานก็จะเข้าหน้าหนาวเมื่อพวกเขาเดินทางถึงแคว้นโจวหิมะก็คงจะตกลงมาพอดี
เสียงร้องไห้ดังออกมาจากห้องผู้โดยสารในเรือลำใหญ่ในตอนกลางดึก ทำเอาผู้คนที่เดินทางมากับเรือลำนี้ต่างไม่ได้หลับไม่ได้นอนเพราะนางคนเดียว เสิ่นเยว่อยู่ๆ ก็นึกอยากกินบะหมี่ขึ้นมาแต่ตอนนี้ดึกแล้วพ่อครั้วต่างก็เข้านอนกันไปหมด หลี่เซวียนขอให้นางอดทนรอจนถึงเช้าแต่เสิ่นเยว่กลับร้องไห้ออกมาเสียงดังหาว่าหลี่เซวียนไม่รักนางอีกต่อไปทั้งยังจะกระโดดลงไปจากเรือ
ลำบากพ่อครั้วต้องลุกมาต้มบะหมี่ให้นางกลางดึก หลังจากที่กินอิ่มแล้วเจ้าตัวต้นเรื่องก็หลับไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้คนทั้งหมดที่ต้องตื่นเพราะนางต้องมานั่งถ่างตาจนสว่างเพราะนอนไม่หลับอีกแล้ว
การกระทำและท่าทางแปลกๆ ตลอดหนึ่งเดือนที่นั่งเรือกลับไปที่แคว้นโจวของเสิ่นเยว่ทำให้ทุกคนฟันธงว่านางจะต้องตั้งครรภ์เป็นแน่ เมื่อถึงแคว้นโจวสิ่งแรกที่พวกเขาทำคือพาเสิ่นเยว่ไปหาหมอเพื่อตรวจร่างกาย และผลเป็นอย่างที่พวกเขาคาดการเอาไว้ เสิ่นเยว่ท้องได้เกือบจะสี่เดือนแล้วแต่น่าแปลกที่น่างยังคงตัวเท่าเดิม
“เจ้าเดินช้าหน่อยเยว่เอ๋อเจ้าลืมแล้วหรือว่าเจ้ากำลังตั้งครรภ์อยู่”
เสียงของหลี่เซวียนเรียกเสิ่นเยว่ดังมาแต่ไกล หลังจากที่เขาเห็นฮูหยินของตนเดินออกมารับที่หน้าจวน
“ท่านกังวลมากไปแล้ว ข้าท้องนะไม่ได้ป่วยจะให้ระวังอะไรนักหนา”
หลี่เซวียนได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างจนใจแต่เขาจะสามารถทำอันใดได้ ท้องของเสิ่นเยว่โตขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากที่กลับมาที่แคว้นโจว ตอนนี้อายุครรภ์ได้หกเดือนแล้วแต่นางเหมือนกับสตรีท้องแก่ใกล้คลอดเพราะภายในมีเด็กทารกอยู่ถึงสองคน แต่นางกลับเดินเหินเหมือนนางตัวคนเดียวไม่ระวังเอาซะเลย
“ได้ๆ เป็นข้าที่ผิดเอง นี่ขนมดอกกุ้ยฮวาที่เจ้าบ่นว่าอยากกินข้าซื้อกลับมาด้วย”
เสิ่นเยว่มองกล่องขนมในมือหลี่เซวียนด้วยสายตาเรียบเฉย
“ข้าบอกว่าอยากกินเมื่อวาน แต่ตอนนี้ข้าไม่อยากกินแล้ว”
นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เขาแทบจะตามอารมณ์นางไม่ทัน นอกจากนางจะอารมณ์แปรปรวนเรื่องความอยากอาหารแล้ว นางยังหงุดหงิดใส่เขาได้ทุกชั่วยาม แต่หลี่เซวียนก็ไม่ถือสานางเพราะเขาเข้าใจว่านางกำลังอุ้มท้องทายาทของเขาอยู่ถึงได้มีอาการเช่นนี้
เดือนสองหิมะกำลังโปรยปรายลงมาอย่างหนัก เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังออกมาจากในเรือน หลี่เซวียนที่อยู่ด้านนอกเดินวนไปวนมาด้วยความกังวล การต้องคลอดเด็กสองคนเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ไม่บ่อยนัก เสิ่นฮูหยินเห็นท่าทางของหลี่เซวียนแล้วนางได้แต่กล่าวปลอบใจเขา เพราะนางทราบเป็นอย่างดีว่าการคลอดเด็กแฝดนั้นลำบากเพียงใด แต่นางก็สามารถผ่านมันไปได้และนางก็หวังว่าบุตรสาวของนางจะสามารถผ่านไปได้เช่นกัน
หนึ่งชั่วยามต่อมาเสียงร้องจ้าของเด็กเล็กๆ สองคนก็ดังขึ้นภายในห้องทุกคนได้แต่ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกที่พวกเขาปลอดภัย หลี่เซวียนไม่รอให้หมอตำแยออกมารายงานเขารีบผลักประตูห้องทำคลอดเข้าไปทันที
“เยว่เอ๋อเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง นางเป็นอะไรไปทำไมนางถึงหลับไปเช่นนี้”
หลี่เซวียนพุ่งไปที่เตียงที่เสิ่นเยว่กำลังนอนอยู่ เหล่าหมอตำแยกับผู้ช่วยต่างตกใจที่เห็นบุรุษพุ่งเข้ามาในห้องแต่พวกนางก็ตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว จึงตอบหลี่เซวียนไปอย่างนอบน้อม
“เรียนนายท่าน ฮูหยินเพียงแต่เหนื่อยจนหลับไปนางไม่เป็นอันใดหรอกเจ้าค่ะ ต้องให้นางพักผ่อนสักหน่อยอีกไม่นานนางก็จะฟื้นขึ้นมา”
หลี่เซวียนถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดเหงื่อบนหน้าผากของนาง
“ลำบากเจ้าแล้ว”
ปรมาจารอวิ๋นทะยานมายืนอยู่ต่อหน้าเสิ่นเยว่บังร่างของนางเอาไว้พร้อมกับเด็กทั้งสองคน“เจ้าคนแซ่อวิ๋นเจ้าพูดเช่นนี้ได้อย่างไร นางเป็นฮูหยินของศิษย์คนเล็กของข้าเช่นนั้นนางก็นับว่าเป็นศิษย์ของข้าเช่นกัน”แล้วทั้งสองก็เริ่มเถียงกันอีกครั้ง ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างปวดหัวไปตามๆ กันแต่ใครจะกล้าเข้าไปห้ามการต่อสู้ของปรมาจารย์ทั้งสอง พวกเขายังรักชีวิตตนเองอยู่นะ“ท่านตาทวด”มือเล็กๆ จับที่แขนเสื้อของปรมาจารย์อวิ๋นเขย่าเบาๆ“บินๆ”หลี่ซีฮันกับหลี่เล่อเล่อพูดออกมาพร้อมกัน ดึงความสนใจของชายชราทั้งสองมาที่พวกเขาทันที“โอ้ เจ้าคงเป็นบุตรชายบุตรสาวฝาแฝดของหลี่เซวียนสินะ ข้าคือท่านอาจารย์ปู่ของพวกเจ้าทั้งสองคน ไหนเรียกอาจารย์ปู่ซิ”เด็กทั้งสองคนหันมามองเสิ่นเยว่กับหลี่เซวียนที่ยืนอยู่ด้านหลัง เสิ่นเยว่พยักหน้าให้พวกเขา“ท่านอาจารย์ปู่”เสียงเล็กๆ สองเสียงดังขึ้นพร้อมกันปรมาจารย์ต้วนถึงกับน้ำตาซึม หลายปีแล้วที่เขาไม่ได้รู้สึกเช่นนี้ครั้งแรกที่พบหลี่เซวียนตอนห้าขวบที่แคว้นโจวเจ้าเด็กนั่นก็มองเขาด้วยสายตาอย่างนี้เหมือนกัน“เด็กดีๆ”ปรมาจารย์อวิ๋นส่งเสียงหึ!! ออกมาด้วยความหมั่นไส้ คนไม่มีครอบครัวก็เป็นเ
เสียงเล็กๆ ดังมาจากทางด้านหลังของหลี่ซีฮัน หลี่เล่อเล่อวิ่งเข้ามาหาเสิ่นเยว่ด้วยเช่นกันนางกอดขาของเสิ่นเยว่แล้วใช้ใบหน้าเล็กถูไถท่าทางออดอ้อน เด็กคนนี้ร่าเริงเหมือนนางชอบหัวเราะและชอบแอบหนีออกไปเล่นนอกจวน มารดาของเสิ่นเยว่ถึงกับบอกว่าถึงเวลาของนางต้องรับกรรมที่เคยทำกับเสิ่นฮูหยินเอาไว้แล้วเรือลำใหญ่จอดเทียบท่าครอบครัวสกุลหลี่และครอบครัวสกุลเสิ่นลงจากเรือพร้อมกัน พวกเขากลับมาที่หุบเขาแสงจันทร์อีกครั้งในรอบสองปี อีกไม่นานจะมีการจัดงานวันเกิดของท่านปรมาจารย์อวิ๋นจื่อเฉินจ้าวหุบเขาแสงจันทร์ท่านตาของเสิ่นเยว่และเป็นวันเกิดของเสิ่นเยว่เช่นกัน หลังจากที่เสิ่นเยว่แต่งงานกับหลี่เซวียนแล้วนางก็ยังไม่ได้พบท่านตาเลยสักครั้งทั้งๆ ที่ท่านจะไปหานางที่แคว้นโจวในวันเกิดทุกปี ดูเหมือนว่าเรื่องที่นางแต่งงานท่านตาจะยังไม่หายเคือง“ถึงแล้วๆ ยินดีต้อนรับทุกคน”เจ้าสำนักมังกรผงาดออกมาต้อนรับที่หน้าสำนักด้วยตนเอง พวกเขาเข้าไปทักทายพอเป็นพิธีแล้วเดินเข้าไปด้านในพร้อมกัน“พี่ใหญ่ท่านพ่อออกมาจากหุบเขาหรือยัง“เสิ่นฮูหยินถามเจ้าสำนักมังกรผงาดหลังจากเดินเข้ามาที่ห้องโถงกลางครบทุกคนแล้ว“ออกมาแล้วและก็ไปแล้ว”จ้า
หลี่เซวียนพึมพำเบาๆ แม่นมอุ้มเด็กทารกแรกเกิดสองคนมาที่ห้องอุ่นด้านข้างที่จัดเอาไว้สำหรับพักฟื้นของเสิ่นเยว่หลังจากนางตื่นขึ้นมา เหล่าญาติผู้ใหญ่ของเสิ่นเยว่และหลี่เซวียนต่างมายืนรอดูหลานน้อยที่พึ่งคลอดของพวกเขา ลุงของเสิ่นเยว่ที่หุบเขาแสงจันทร์ก็นั่งรอดูหน้าหลานด้วยความใจจดใจจ่อ อวิ๋นชิงเฟิงยืนมองพวกเขาที่รุมล้อมเด็กทารกชายหญิงทั้งสองคนด้วยความเหม่อลอย“เจ้าอยู่ที่ไหนจ้าวหว่านหนิง”อวิ๋นชิงเฟิงได้แต่ครุ่นคิดกับตนเองอย่างใจลอย หลายเดือนมานี้เขาออกตามหานางทุกที่แต่กลับไร้ร่องรอยของนางหลี่เซวียนเห่อลูกน้อยทั้งสองของเขาเป็นอย่างมาก ครั้งนี้เขาก็ยื่นหนังสือลาพักอีกครั้งฮ่องเต้ได้แต่ส่ายหัวให้กับเจ้าเด็กคนนี้“เจ้าเด็กบ้านั่น ดูที่บุตรชายของเจ้าทำกับข้าสิ”ฮ่องเต้หันไปถลึงตาใส่หลี่เหอที่เป็นทั้งแม่ทัพใหญ่คู่บัลลังก์และสหายร่วมสำนัก ส่วนหลี่เหอก็ทำได้แต่ยืนหน้าตายอยู่เช่นนั้นเพราะเขาเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี เมื่อก่อนที่หลี่เซวียนคลอดเขาก็เคยยื่นหนังสือลาพักไปหลายเดือน ทำเอาฮ่องเต้ถึงกับเดือดปุดๆ ผ่านไปยี่สิบกว่าปีฮ่องเต้ยังขุดเอาเรื่องนี้มาต่อว่าเขาอยู่หลายครั้งหลี่เซวียนหลังจากออกมาจากว
เสิ่นเยว่บิดปากเล็กน้อย ให้กับท่าทางของกวนหวั่นอวี๋ทั้งยังถลึงตาใส่หลี่เซวียนอีกครั้ง“พวกเจ้าที่เป็นบุรุษล้วนแต่พลาดท่าให้กับแม่ดอกบัวขาวแบบพวกนาง ข้าแค่ดูการแสดงของนางแค่นี้ข้าก็รู้แล้วว่านางตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ ถ้าหากพวกเขามองไม่ออกก็สมควรยุบสำนักทิ้งไปซะเพราะแค่งิ้วของสตรีนางหนึ่งก็ไม่สามารถมองออก ข้าจะฟ้องท่านตาให้ลงโทษพวกเขาให้หมด”เสิ่นเยว่รู้สึกหงุดหงิดกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เมื่อไหร่จะจบเรื่องสักที ทำไมพี่ชิงเฟิงถึงเอาแต่ถามนางเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง ถึงเสิ่นเยว่จะไม่เข้าใจในจุดประสงค์ของอวิ๋นชิงเฟิงแต่หลี่เซวียนนั้นพอจะมองออก เขาหันไปเอามือโยกหัวเจ้าตัวเล็กที่นับวันยิ่งอารมณ์ร้ายขึ้นทุกวัน ไม่ว่าใครก็สามารถทำให้นางหงุดหงิดได้ด้วยเพราะเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ด้านอวิ๋นชิงเฟิงยังคงซักถามกวนหวั่นอวี๋ต่อไป“เจ้าบอกว่าเจ้าสำนักเลี่ยงหวงวางยานอนหลับข้าในงานเลี้ยงที่หุบเขาม่านหมอกแล้วจ้าวหว่านหนิงรู้เรื่องนี้หรือไม่”กวนหวั่นอวี๋กลอกตาไปมาเพื่อคิดหาคำตอบว่าจะตอบหลี่เซวียน อย่างไรให้เป็นธรรมชาติ“นางย่อมต้องทราบแน่นอนเจ้าค่ะ เพราะนางเป็นคนของสำนักเลี่ยงหวง....”ยังไม่ทันที่กวนหวั่นอวี๋
เขาพึมพำเบาๆ กับตนเองอวิ๋นชิงเฟิงแกะจดหมายฉบับแรกที่ด้านหน้าซองเขียนชื่อของเขาเอาไว้ เมื่อเขาอ่านเนื้อหาในจดหมายจนจบ ใบหน้าของอวิ๋นชิงเฟิงก็ทะมึนไปทันที เขาลุกขึ้นยืนและเดินออกจากศาลาตรงไปที่เรือนของบิดา“เฟิงเอ๋อเจ้ามาหาพ่อแต่เช้ามีเรื่องด่วนอันใดหรือ”อวิ๋นเจี้ยนเจวี๋ยที่กำลังเดินหมากกับหลี่เหอบิดาของหลี่เซวียนหันไปถามอวิ๋นชิงเฟิงอย่างอารมณ์ดี อวินชิงเฟิงไม่พูดสิ่งใดเขายื่นจดหมายให้บิดาได้อ่านเอง หลังจากที่อวิ๋นเจี้ยนเจวี๋ยอ่านจดหมายจบเขาก็สบถออกมาอย่างลืมตัว“เรื่องเหลวไหลทั้งเพ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับจ้าวหว่านหนิงสักนิดเหตุใดนางต้องเป็นผู้รับผิดต่อเรื่องนี้ด้วย”อวิ๋นชิงเฟิงจับสังเกตต่อคำพูดที่ผิดปกติของบิดาได้เขามองอวิ๋นเจี้ยนเจวี๋ยนิ่งๆ ท่าทางเช่นนั้นของบุตรชายทำให้เจ้าสำนักมังกรผงาดถึงกับปาดเหงื่อเพราะเขาได้หลุดปากพูดเรื่องสำคัญออกไปแล้ว“ข้าคิดว่าท่านพ่อคงต้องมีคำอธิบายให้แก่ข้า”อวิ๋นเจี้ยนเจวี๋ยเห็นว่าเรื่องทั้งหมดไม่สามารถปิดบังเอาไว้ได้แล้ว เขาก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ“ถ้าอย่างนั้นก็ไปที่ห้องโถงกลางเถอะ”เจ้าสำนักอวิ๋นให้พ่อบ้านไปตามเหล่าผู้อาวุโสและคนสำคัญของสำนักมังก
ผ่านไปไม่นานภายในห้องแสงเทียนก็ถูกดับลงเหล่าผู้อาวุโสที่แอบเฝ้าดูต่างก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเพราะเสียงที่ดังลอดออกมาจากภายในห้อง พวกเขาหาใช่เด็กเล็กที่ไม่เข้าใจว่าข้างในเกิดอะไรขึ้น อย่างน้อยอวิ๋นชิงเฟิงก็ทำตามที่เขาได้รับปากเอาไว้ แต่อีกด้านของมุมมืดมีสายตาของใครคนหนึ่งที่หลบซ่อนอยู่จ้องมองไปที่หน้าห้องของทั้งสองคนด้วยสายตาเคียดแค้นเช้าวันต่อมาอวิ๋นชิงเฟิงยังคงทำทุกอย่างเหมือนเป็นปกติ จ้าวหว่านหนิงก็เช่นกันท่าทางของนางนั้นดูออกว่ามีความสุขกว่าใครๆ หลังจากคารวะน้ำชาผู้อาวุโสผ่านไป จ้าวหว่านหนิงก็กลับไปที่ห้องของนาง นางไม่คิดเลยว่าอวิ๋นชิงเฟิงผู้สุภาพเรียบร้อยจะดุดันเพียงนั้นเล่นเอานางแทบไม่ได้นอนทั้งคืนถึงจ้าวหว่านหนิงจะถูกสั่งสอนเรื่องในห้องหอมาก่อนหน้านี้แล้วแต่นางก็ยังรู้สึกเขินอายในการกระทำของอวิ๋นชิงเฟิงอยู่ดี ในระหว่างที่จ้าวหว่านหนิงกำลังเพ้อถึงรสรักของอวิ๋นชิงเฟิงอยู่นั้น เสียงเปิดประตูห้องก็ดังขึ้นเบาๆ จ้าวหว่านหนิงคิดว่าเป็นอวิ๋นชิงเฟิงนางจึงรีบออกไปดู คนที่เขามาในห้องของนางไม่ใช่อวิ๋นชิงเฟิงแต่เป็นสตรีที่มีใบหน้างดงามแต่ซีดขาวเล็กน้อย จ้าวหว่านหนิงเพ่งมองนางอยู่ครู่หนึ
ใบหน้าของคนทั้งสี่แข็งค้างไปทันที ดูเหมือนหลี่เซวียนจะเดาเรื่องทั้งหมดได้ถูกต้อง เสิ่นเยว่ที่ไม่เข้าใจหันมองคนนั้นทีคนนี้ที“รู้เรื่องอะไรหรือ”นางหันไปถามหลี่เซวียน หลี่เซวียนลูบผมที่นุ่มสลวยของนางอย่างรักใคร่“ความลับถ้าเจ้าอยากรู้คืนนี้ข้าจะเล่าให้ฟังบนเตียง”หลี่เซวียนกระซิบข้างหูของเสิ่นเยว่เบ
หลี่เซวียนอธิบายเสียงอ่อยเขากลัวว่านางจะไม่เชื่อจึงถอดเสื้อออกให้นางดู แผ่นหลังของเขามีรอยแผลเป็นสีชมพูเป็นทางยาวจากด้านบนขวาลากยาวไปจนถึงด้านล่างซ้าย เสิ่นเยว่ลูบมันอย่างแผ่วเบา“ยังเจ็บอยู่หรือไม่”เสิ่นเยว่ถามเสียงเบาเหมือนกลัวว่าเสียงของนางจะกระทบทำให้แผลของเขาปริแตก“ไม่เจ็บแล้วนี่เป็นแผลที่เก
เสิ่นเยว่เกือบจะถึงจุดสุดยอดหลี่เซวียนก็แกล้งหยุดเพื่อให้นางร้องขอให้เขาช่วยนาง เป็นเช่นนี้อยู่หลายครั้งจนเสิ่นเยว่แทบจะทนไม่ไหว“หลี่เซวียนได้โปรดช่วยปลดปล่อยข้าที”เสียงแหบแห้งที่ครางกระเส่าทำให้หลี่เซวียนเกือบจะทนไม่ไหว เขาอยากจะสอดใส่เข้าไปในส่วนที่ลึกที่สุดของนาง แต่นี่เป็นครั้งแรกของเสิ่นเยว่
เสิ่นเยว่หันไปมองตามนิ้วของจ้าวหว่านหนิงพวกเขาต่างหันไปมองอวิ๋นชิงเฟิงเป็นตาเดียวอวิ๋นชิงเฟิงถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ“คุณหนู้จ้าวเจ้าคงจะเข้าใจอะไรผิดไปบางอย่างเยว่เอ๋อนางเป็นลูกพี่ลูกน้องของข้าและนางแต่งงานแล้ว กับ......”อวิ๋นชิงเฟิงชี้ไปที่หลี่เซวียน คราวนี้สายตาทั้งหมดหันมารวมกันที่หลี่เซวียน จ







