Masukเสิ่นเยว่เกือบจะถึงจุดสุดยอดหลี่เซวียนก็แกล้งหยุดเพื่อให้นางร้องขอให้เขาช่วยนาง เป็นเช่นนี้อยู่หลายครั้งจนเสิ่นเยว่แทบจะทนไม่ไหว
“หลี่เซวียนได้โปรดช่วยปลดปล่อยข้าที”
เสียงแหบแห้งที่ครางกระเส่าทำให้หลี่เซวียนเกือบจะทนไม่ไหว เขาอยากจะสอดใส่เข้าไปในส่วนที่ลึกที่สุดของนาง แต่นี่เป็นครั้งแรกของเสิ่นเยว่และเขาจะบุ่มบ่ามทำให้นางเจ็บตัวไม่ได้ เพราะถ้าหากนางรู้สึกดีครั้งต่อไปที่เขาจะทำกับนางอีกก็คงไม่ยากแล้ว หลี่เซวียนวางแผนปูทางสู่อนาคตเรียบร้อย
หลี่เซวียนก้มลงใช้ลิ้นโลมเลียไปทั่วร่างกายที่อ่อนนุ่มของนางเสิ่นเยว่บิดกายไปมาเหมือนคนที่ไร้กระดูก ขนอ่อนทั่วกายนางตอนนี้พร้อมใจกันลุกขึ้นเพราะความเสียวซ่านที่หลี่เซวียนมอบให้
ลิ้นร้อนของเขาสัมผัดจุดที่อ่อนไหวของเสิ่นเยว่อย่างนุ่มนวลและเร่งเร้าเป็นจังหวะ จนถึงจุดที่นางเกือบที่จะสุขสมกับสิ่งที่ปรารถนา หลี่เซวียนก็หยุดลงอีกครั้ง
“ขอร้องข้าสิยอดรักบอกข้าว่าเจ้าต้องการสิ่งใด”
หลี่เซวียนยังคงสาละวนอยู่กับยอดปลายสีชมพูที่กำลังแข็งสู้กับลิ้นของเขา
“หลี่เซวียนข้าต้องการท่าน มอบมันให้ข้าได้โปรดยอดรักช่วยปลดปล่อยข้าที”
เมื่อได้ยินเสิ่นเยว่เรียกเขาว่ายอดรักความอดทนของหลี่เซวียนก็หมดลงทันที เขาค่อยๆ ดันความแข็งขึงเข้าสู่ส่วนที่อ่อนไหวที่สุดของนาง หลี่เซวียนทำให้น้ำหวานของนางเอ่อล้นออกมาเพื่อช่วยในการหล่อลื่นแต่มันก็ยังคงคับแน่นสำหรับเขา เมื่อหลี่เซวียนดันส่วนปลายเข้าไปในช่องทางรักของนาง เสิ่นเยว่ก็หวีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
“ข้าเจ็บ!!! หลี่เซวียนหยุดก่อนข้าทำไม่ได้”
หลี่เซวียนรู้สึกสงสารนางสุดหัวใจ ความจริงเขาไม่ต้องการทำให้นางเจ็บปวดเขาจึงได้เตรียมการนางนานเช่นนี้ แต่เรื่องนี้หญิงพรหมจรรย์ทุกคนล้วนต้องผ่านมันไปให้ได้ หลี่เซวียนจูบซับน้ำตามที่ไหลอาบแก้มของเสิ่นเยว่ด้วยความสงสาร เขาพยายามเล้าโลมนางอีกครั้งเพื่อให้นางผ่อนคลาย
“ทนอีกนิดนะยอดรักอีกนิดเดียวเท่านั้น”
หลี่เซวียนไม่ต้องการให้นางเจ็บนานไปกว่านี้เขาดันแท่งร้อนของตนเข้าไปจนสุดในครั้งเดียว เสิ่นเยว่เจ็บจนแทบอยากจะซัดเขาให้ตาย ขาของนางที่ถูกยกพาดที่แขนของหลี่เซวียนสั่นระริกด้วยความเจ็บปวด หลี่เซวียนเองก็ไม่ต่างจากนางนัก เพราะความคับแน่นของนางทำให้เขาเจ็บไม่ต่างกัน
หลี่เซวียนแช่อยู่ในกายของเสิ่นเยว่รอจนกว่านางจะผ่อนคลายปากและมือของเขาก็ไม่หยุดนิ่ง ยังคงทำหน้าที่ปลอบประโลมอยู่อย่างนั้น เขาครอบครองยอดปลายดอกบัวที่ชูชันเพราะความเสียวซ่าน ลิ้นของเขาตวัดตามแรงสั่นสะท้านของนาง หลี่เซวียนรู้สึกว่าเสิ่นเยว่เริ่มผ่อนคลายแล้ว
เขาเริ่มขยับเป็นจังหวะเนิบช้าเพื่อไม่ให้นางเจ็บมากเกินไป เขาต้องการให้นางดื่มด่ำไปกับรสรักที่เขามอบให้ ไม่นานเสียงครางกระเส่าก็ดังประสานลอดออกมาจากห้องนั้นไม่ขาดสาย
เสิ่นเยว่รู้สึกว่าความเจ็บปวดที่นางได้รับตอนนี้นั้นได้จางหายไปแต่เป็นความเสียวซ่านเข้ามาแทนที่ หลี่เซวียนที่อดทนมานาน เขาเริ่มเร่งจังหวะให้เร็วขึ้น เสิ่นยว่เองก็เช่นกันนางขยับเอวสอดประสานเข้ากันอย่างเป็นจังหวะ และเมื่อถึงจุดที่ทั้งสองต้องการไขว่คว้าร่วมกันเสียงครางสุขสมก็ดังขึ้น
ทั้งเสิ่นเยว่และหลี่เซวียนได้ลิ้มรสความหฤหรรษ์ที่ทั้งสองร่วมมือกันสร้างขึ้น สายธารอุ่นร้อนถูกฉีดเข้าไปส่วนที่ลึกที่สุดของนาง เสิ่นเยว่รู้สึกถึงแรงกระตุกที่อยู่ด้านในนั้นยิ่งทำให้ร่างกายของนางเหมือนกำลังบินล่องลอยอยู่บนฟากฟ้า ความรู้สึกเช่นนี้นั้นทำให้เสิ่นเยว่ยากที่จะลืมเลือน
หลี่เซวียนซบอยู่ที่ไหล่บางของเสิ่นเยว่ เสียงหอบของเขาเบาลงแล้ว แต่เสิ่นเยว่นั้นหลังจากที่ได้ปลดปล่อยนางก็รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาที่กลางกายแต่ส่วนนั้นของหลี่เซวียนที่ได้ปลดปล่อยแล้วกลับไม่มีท่าทีสงบลง เขาผงกหัวขึ้นมองร่างเล็กที่กำลังอ่อนระทวยอยู่ใต้ร่าง
“เยว่เอ๋อยอดรัก ข้าต้องการเจ้าอีกครั้งได้หรือไม่”
หลี่เซวียนออดอ้อนนางเหมือนเด็กที่ต้องการของเล่น ท่าทางของเขาในตอนนี้เหมือนลูกแมวน้อยตัวโตมีหรือที่เสิ่นเยว่จะสามารถปฏิเสธเขาได้ ใจของนางเหลวเป็นน้ำตั้งแต่ที่เขาเรียกนางว่ายอดรักแล้ว เสิ่นเยว่ตอนนี้เดิมพันทั้งหมดไว้ที่การกระทำของนางในครั้งนี้
นางกดจูบที่มุมปากของเขาเบาๆ เป็นคำตอบที่นางมอบให้ หลี่เซวียนยิ้มกว้างทันทีจากนั้นไม่นานเสียงครางแว่วหวานของนางและเขาก็ดังสอดประสานอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งรุ่งสาง
สายมากแล้วเสิ่นเยว่พยายามลุกจากเตียงเพราะเสียงท้องของนางที่ร้องประท้วง เมื่อวานนางไม่ได้กินอะไรเลยแล้วยังมาถูกหลี่เซวียนรังแกกว่าจะได้นอนก็รุ่งสาง เสิ่นเยว่รู้สึกว่าร่างกายของนางไม่ใช่ของนางอีกต่อไป
อึก!! เสิ่นเยว่กำลังจะก้าวลงจากเตียงความเจ็บแปลบที่กลางกายก็จู่โจมนางทันที เสียงขยับตัวของนางในห้องทำให้หลี่เซวียนได้ยิน เขารีบเปิดประตูเข้ามา
“เยว่เอ๋อเจ้าตื่นแล้วหรือ อย่าพึ่งขยับข้าจะช่วยเจ้าเอง”
หลี่เซวียนอุ้มร่างเปลือยเปล่าของเสิ่นเยว่ไปที่ถังไม้ที่อยู่หลังฉากกั้น น้ำที่ใส่เอาไว้อุ่นกำลังดีเหมือนกับว่ามันถูกเตรียมเอาไว้เพื่อนาง
หลี่เซวียนช่วยเสิ่นเยว่อาบน้ำร่างกายเปลือยเปล่าของนางเต็มไปด้วยร่องรอยที่หลี่เซวียนทิ้งเอาไว้เขามองมันและยิ้มออกมาด้วยความภาคภูมิใจ ตอนนี้นางเป็นของเขาแล้ว
ท่าทางที่ดูโง่งมของหลี่เซวียนทำให้เสิ่นเยว่รู้สึกจนใจ นางคิดผิดหรือไม่นะที่ปล่อยให้เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นแบบนี้ ความจริงเสิ่นเยว่เพียงแค่อยากสั่งสอนเขาเท่านั้น ตอนที่นางรู้ว่าหลี่เซวียนคือบุรุษลึกลับที่คุยกับนางส่วนลึกในใจของเสิ่นเยว่นั้นยินดียิ่งเพราะความรู้สึกของนางได้เอนเอียงไปที่หลี่เซวียนตั้งแต่ที่เขาดูแลนางหลังจากที่นางป่วยหนัก เรื่องที่นางเขียนหนังสือหย่าและหนีมาเช่นนี้นางเพียงแต่เดิมพันกับความรู้สึกของเขาที่มีต่อนางว่ามากน้อยเพียงใด ถ้าหากว่าหลี่เซวียนไม่มาตามหานางเสิ่นเยว่ก็คิดว่าจะตัดใจ เรื่องทั้งหมดล้วนเป็นการเล่นละครส่วนหนึ่งเท่านั้น
ตอนนี้นางรู้แล้วว่าเจ้าแมวยักษ์ของนางเชื่องขนาดไหน เสิ่นเยว่มองหลี่เซวียนที่เอาแต่ลูบไล้ร่างกายของนาง จนตัวเองทั้งใบหน้าและหูแดงก่ำไปหมดแล้ว
“ท่านจะลูบข้าเช่นนี้อีกนานหรือไม่ น้ำเย็นหมดแล้ว”
เสิ่นเยว่ดุเขาเสียงเบา หลี่เซวียนจึงได้สติกลับมาทันที
“อ๊ะ!!ขอโทษทีข้าเผลอไปหน่อย”
หลี่เซวียนอุ้มเสิ่นเยว่กลับไปที่เตียง เขาเช็ดตัวให้นางทุกซอกทุกมุมจนแห้งและยังใส่เสื้อผ้าให้นางเองกับมือ ท่าทางของหลี่เซวียนเหมือนสาวใช้ที่พึ่งเข้ามาทำงานในจวนวันแรก ทั้งระวังตัวและเบามือเหมือนกลัวว่าจะถูกดุเมื่อทำงานผิดพลาด
“เจ้าทานข้าวต้มก่อนเดี๋ยวข้าจะทายาตรงนั้นให้เจ้าเอง”
หลี่เซวียนพูดถึงส่วนนั้นของนางแต่ตัวเองกลับใบหน้าแดงขึ้นมาเอง เสิ่นเยว่พยักหน้าทำตามที่เขาบอกอย่างว่าง่าย ตอนนี้แรงที่จะขยับกายของนางแทบจะไม่มีแล้ว หลังจากที่ทานข้าวต้มเสร็จเสิ่นเยว่ยังคงเงียนอยู่อย่างนั้น นางนั่งบนเตียงมองหลี่เซวียนตาไม่กะพริบ
“เหตุใดเจ้าเอาแต่จ้องหน้าข้าเช่นนี้เล่า”
“ท่านยังติดค้างคำอธิบายข้าอยู่”
เสิ่นเยว่ถามออกไปตรงๆ หลี่เซวียนถอนหายใจเบาๆ ออกมา นั่นสินะเขาลืมได้อย่างไรว่าต้นเหตุและเรื่องทั้งหมดมันเริ่มต้นมาจากเขาเอง
“เรื่องจดหมายที่ข้าเขียนถึงเจ้าก็ตามที่เจ้าได้อ่าน ข้าเองก็พึ่งรู้ว่าเราสองคนเป็นสหายทางจดหมายกัน ตอนที่เจ้าไปที่โรงน้ำชาเยี่ยนชิง ข้าไม่รู้ว่าจะเผชิญหน้าและอธิบายกับเจ้าว่าอย่างไร ข้ากลัวว่าเมื่อเจ้ารู้ว่าสหายผู้นั้นเป็นข้าแล้วเจ้าจะรู้สึกผิดหวัง”
หลี่เซวียนเงียบไปเล็กน้อย
“ข้ากลัวว่าเจ้าจะจากไป”
เสิ่นเยว่เลิกคิ้วมองเขา
“แล้วเรื่องที่ชิงโจวเล่า”
“หืม เรื่องนั้นไม่มีอะไรเลยบุตรสาวเจ้าเมืองชิงโจวนางแค่มาช่วยเหลืองานที่ค่ายทหารข้าไม่ได้คิดอะไรกับนาง วันนั้นข้าไม่รู้ว่านางเข้ามาในกระโจมเมื่อใด ข้ากำลังจะใส่ยาที่หลังแล้วนางเข้ามาพอดี ตอนที่เจ้าเห็นคือนางสะดุดล้มมาที่ข้าจึงได้เกิดภาพเช่นนั้น”
ปรมาจารอวิ๋นทะยานมายืนอยู่ต่อหน้าเสิ่นเยว่บังร่างของนางเอาไว้พร้อมกับเด็กทั้งสองคน“เจ้าคนแซ่อวิ๋นเจ้าพูดเช่นนี้ได้อย่างไร นางเป็นฮูหยินของศิษย์คนเล็กของข้าเช่นนั้นนางก็นับว่าเป็นศิษย์ของข้าเช่นกัน”แล้วทั้งสองก็เริ่มเถียงกันอีกครั้ง ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างปวดหัวไปตามๆ กันแต่ใครจะกล้าเข้าไปห้ามการต่อสู้ของปรมาจารย์ทั้งสอง พวกเขายังรักชีวิตตนเองอยู่นะ“ท่านตาทวด”มือเล็กๆ จับที่แขนเสื้อของปรมาจารย์อวิ๋นเขย่าเบาๆ“บินๆ”หลี่ซีฮันกับหลี่เล่อเล่อพูดออกมาพร้อมกัน ดึงความสนใจของชายชราทั้งสองมาที่พวกเขาทันที“โอ้ เจ้าคงเป็นบุตรชายบุตรสาวฝาแฝดของหลี่เซวียนสินะ ข้าคือท่านอาจารย์ปู่ของพวกเจ้าทั้งสองคน ไหนเรียกอาจารย์ปู่ซิ”เด็กทั้งสองคนหันมามองเสิ่นเยว่กับหลี่เซวียนที่ยืนอยู่ด้านหลัง เสิ่นเยว่พยักหน้าให้พวกเขา“ท่านอาจารย์ปู่”เสียงเล็กๆ สองเสียงดังขึ้นพร้อมกันปรมาจารย์ต้วนถึงกับน้ำตาซึม หลายปีแล้วที่เขาไม่ได้รู้สึกเช่นนี้ครั้งแรกที่พบหลี่เซวียนตอนห้าขวบที่แคว้นโจวเจ้าเด็กนั่นก็มองเขาด้วยสายตาอย่างนี้เหมือนกัน“เด็กดีๆ”ปรมาจารย์อวิ๋นส่งเสียงหึ!! ออกมาด้วยความหมั่นไส้ คนไม่มีครอบครัวก็เป็นเ
เสียงเล็กๆ ดังมาจากทางด้านหลังของหลี่ซีฮัน หลี่เล่อเล่อวิ่งเข้ามาหาเสิ่นเยว่ด้วยเช่นกันนางกอดขาของเสิ่นเยว่แล้วใช้ใบหน้าเล็กถูไถท่าทางออดอ้อน เด็กคนนี้ร่าเริงเหมือนนางชอบหัวเราะและชอบแอบหนีออกไปเล่นนอกจวน มารดาของเสิ่นเยว่ถึงกับบอกว่าถึงเวลาของนางต้องรับกรรมที่เคยทำกับเสิ่นฮูหยินเอาไว้แล้วเรือลำใหญ่จอดเทียบท่าครอบครัวสกุลหลี่และครอบครัวสกุลเสิ่นลงจากเรือพร้อมกัน พวกเขากลับมาที่หุบเขาแสงจันทร์อีกครั้งในรอบสองปี อีกไม่นานจะมีการจัดงานวันเกิดของท่านปรมาจารย์อวิ๋นจื่อเฉินจ้าวหุบเขาแสงจันทร์ท่านตาของเสิ่นเยว่และเป็นวันเกิดของเสิ่นเยว่เช่นกัน หลังจากที่เสิ่นเยว่แต่งงานกับหลี่เซวียนแล้วนางก็ยังไม่ได้พบท่านตาเลยสักครั้งทั้งๆ ที่ท่านจะไปหานางที่แคว้นโจวในวันเกิดทุกปี ดูเหมือนว่าเรื่องที่นางแต่งงานท่านตาจะยังไม่หายเคือง“ถึงแล้วๆ ยินดีต้อนรับทุกคน”เจ้าสำนักมังกรผงาดออกมาต้อนรับที่หน้าสำนักด้วยตนเอง พวกเขาเข้าไปทักทายพอเป็นพิธีแล้วเดินเข้าไปด้านในพร้อมกัน“พี่ใหญ่ท่านพ่อออกมาจากหุบเขาหรือยัง“เสิ่นฮูหยินถามเจ้าสำนักมังกรผงาดหลังจากเดินเข้ามาที่ห้องโถงกลางครบทุกคนแล้ว“ออกมาแล้วและก็ไปแล้ว”จ้า
หลี่เซวียนพึมพำเบาๆ แม่นมอุ้มเด็กทารกแรกเกิดสองคนมาที่ห้องอุ่นด้านข้างที่จัดเอาไว้สำหรับพักฟื้นของเสิ่นเยว่หลังจากนางตื่นขึ้นมา เหล่าญาติผู้ใหญ่ของเสิ่นเยว่และหลี่เซวียนต่างมายืนรอดูหลานน้อยที่พึ่งคลอดของพวกเขา ลุงของเสิ่นเยว่ที่หุบเขาแสงจันทร์ก็นั่งรอดูหน้าหลานด้วยความใจจดใจจ่อ อวิ๋นชิงเฟิงยืนมองพวกเขาที่รุมล้อมเด็กทารกชายหญิงทั้งสองคนด้วยความเหม่อลอย“เจ้าอยู่ที่ไหนจ้าวหว่านหนิง”อวิ๋นชิงเฟิงได้แต่ครุ่นคิดกับตนเองอย่างใจลอย หลายเดือนมานี้เขาออกตามหานางทุกที่แต่กลับไร้ร่องรอยของนางหลี่เซวียนเห่อลูกน้อยทั้งสองของเขาเป็นอย่างมาก ครั้งนี้เขาก็ยื่นหนังสือลาพักอีกครั้งฮ่องเต้ได้แต่ส่ายหัวให้กับเจ้าเด็กคนนี้“เจ้าเด็กบ้านั่น ดูที่บุตรชายของเจ้าทำกับข้าสิ”ฮ่องเต้หันไปถลึงตาใส่หลี่เหอที่เป็นทั้งแม่ทัพใหญ่คู่บัลลังก์และสหายร่วมสำนัก ส่วนหลี่เหอก็ทำได้แต่ยืนหน้าตายอยู่เช่นนั้นเพราะเขาเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี เมื่อก่อนที่หลี่เซวียนคลอดเขาก็เคยยื่นหนังสือลาพักไปหลายเดือน ทำเอาฮ่องเต้ถึงกับเดือดปุดๆ ผ่านไปยี่สิบกว่าปีฮ่องเต้ยังขุดเอาเรื่องนี้มาต่อว่าเขาอยู่หลายครั้งหลี่เซวียนหลังจากออกมาจากว
เสิ่นเยว่บิดปากเล็กน้อย ให้กับท่าทางของกวนหวั่นอวี๋ทั้งยังถลึงตาใส่หลี่เซวียนอีกครั้ง“พวกเจ้าที่เป็นบุรุษล้วนแต่พลาดท่าให้กับแม่ดอกบัวขาวแบบพวกนาง ข้าแค่ดูการแสดงของนางแค่นี้ข้าก็รู้แล้วว่านางตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ ถ้าหากพวกเขามองไม่ออกก็สมควรยุบสำนักทิ้งไปซะเพราะแค่งิ้วของสตรีนางหนึ่งก็ไม่สามารถมองออก ข้าจะฟ้องท่านตาให้ลงโทษพวกเขาให้หมด”เสิ่นเยว่รู้สึกหงุดหงิดกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เมื่อไหร่จะจบเรื่องสักที ทำไมพี่ชิงเฟิงถึงเอาแต่ถามนางเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง ถึงเสิ่นเยว่จะไม่เข้าใจในจุดประสงค์ของอวิ๋นชิงเฟิงแต่หลี่เซวียนนั้นพอจะมองออก เขาหันไปเอามือโยกหัวเจ้าตัวเล็กที่นับวันยิ่งอารมณ์ร้ายขึ้นทุกวัน ไม่ว่าใครก็สามารถทำให้นางหงุดหงิดได้ด้วยเพราะเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ด้านอวิ๋นชิงเฟิงยังคงซักถามกวนหวั่นอวี๋ต่อไป“เจ้าบอกว่าเจ้าสำนักเลี่ยงหวงวางยานอนหลับข้าในงานเลี้ยงที่หุบเขาม่านหมอกแล้วจ้าวหว่านหนิงรู้เรื่องนี้หรือไม่”กวนหวั่นอวี๋กลอกตาไปมาเพื่อคิดหาคำตอบว่าจะตอบหลี่เซวียน อย่างไรให้เป็นธรรมชาติ“นางย่อมต้องทราบแน่นอนเจ้าค่ะ เพราะนางเป็นคนของสำนักเลี่ยงหวง....”ยังไม่ทันที่กวนหวั่นอวี๋
เขาพึมพำเบาๆ กับตนเองอวิ๋นชิงเฟิงแกะจดหมายฉบับแรกที่ด้านหน้าซองเขียนชื่อของเขาเอาไว้ เมื่อเขาอ่านเนื้อหาในจดหมายจนจบ ใบหน้าของอวิ๋นชิงเฟิงก็ทะมึนไปทันที เขาลุกขึ้นยืนและเดินออกจากศาลาตรงไปที่เรือนของบิดา“เฟิงเอ๋อเจ้ามาหาพ่อแต่เช้ามีเรื่องด่วนอันใดหรือ”อวิ๋นเจี้ยนเจวี๋ยที่กำลังเดินหมากกับหลี่เหอบิดาของหลี่เซวียนหันไปถามอวิ๋นชิงเฟิงอย่างอารมณ์ดี อวินชิงเฟิงไม่พูดสิ่งใดเขายื่นจดหมายให้บิดาได้อ่านเอง หลังจากที่อวิ๋นเจี้ยนเจวี๋ยอ่านจดหมายจบเขาก็สบถออกมาอย่างลืมตัว“เรื่องเหลวไหลทั้งเพ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับจ้าวหว่านหนิงสักนิดเหตุใดนางต้องเป็นผู้รับผิดต่อเรื่องนี้ด้วย”อวิ๋นชิงเฟิงจับสังเกตต่อคำพูดที่ผิดปกติของบิดาได้เขามองอวิ๋นเจี้ยนเจวี๋ยนิ่งๆ ท่าทางเช่นนั้นของบุตรชายทำให้เจ้าสำนักมังกรผงาดถึงกับปาดเหงื่อเพราะเขาได้หลุดปากพูดเรื่องสำคัญออกไปแล้ว“ข้าคิดว่าท่านพ่อคงต้องมีคำอธิบายให้แก่ข้า”อวิ๋นเจี้ยนเจวี๋ยเห็นว่าเรื่องทั้งหมดไม่สามารถปิดบังเอาไว้ได้แล้ว เขาก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ“ถ้าอย่างนั้นก็ไปที่ห้องโถงกลางเถอะ”เจ้าสำนักอวิ๋นให้พ่อบ้านไปตามเหล่าผู้อาวุโสและคนสำคัญของสำนักมังก
ผ่านไปไม่นานภายในห้องแสงเทียนก็ถูกดับลงเหล่าผู้อาวุโสที่แอบเฝ้าดูต่างก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเพราะเสียงที่ดังลอดออกมาจากภายในห้อง พวกเขาหาใช่เด็กเล็กที่ไม่เข้าใจว่าข้างในเกิดอะไรขึ้น อย่างน้อยอวิ๋นชิงเฟิงก็ทำตามที่เขาได้รับปากเอาไว้ แต่อีกด้านของมุมมืดมีสายตาของใครคนหนึ่งที่หลบซ่อนอยู่จ้องมองไปที่หน้าห้องของทั้งสองคนด้วยสายตาเคียดแค้นเช้าวันต่อมาอวิ๋นชิงเฟิงยังคงทำทุกอย่างเหมือนเป็นปกติ จ้าวหว่านหนิงก็เช่นกันท่าทางของนางนั้นดูออกว่ามีความสุขกว่าใครๆ หลังจากคารวะน้ำชาผู้อาวุโสผ่านไป จ้าวหว่านหนิงก็กลับไปที่ห้องของนาง นางไม่คิดเลยว่าอวิ๋นชิงเฟิงผู้สุภาพเรียบร้อยจะดุดันเพียงนั้นเล่นเอานางแทบไม่ได้นอนทั้งคืนถึงจ้าวหว่านหนิงจะถูกสั่งสอนเรื่องในห้องหอมาก่อนหน้านี้แล้วแต่นางก็ยังรู้สึกเขินอายในการกระทำของอวิ๋นชิงเฟิงอยู่ดี ในระหว่างที่จ้าวหว่านหนิงกำลังเพ้อถึงรสรักของอวิ๋นชิงเฟิงอยู่นั้น เสียงเปิดประตูห้องก็ดังขึ้นเบาๆ จ้าวหว่านหนิงคิดว่าเป็นอวิ๋นชิงเฟิงนางจึงรีบออกไปดู คนที่เขามาในห้องของนางไม่ใช่อวิ๋นชิงเฟิงแต่เป็นสตรีที่มีใบหน้างดงามแต่ซีดขาวเล็กน้อย จ้าวหว่านหนิงเพ่งมองนางอยู่ครู่หนึ







