LOGINเสียงเล็กๆ ดังมาจากทางด้านหลังของหลี่ซีฮัน หลี่เล่อเล่อวิ่งเข้ามาหาเสิ่นเยว่ด้วยเช่นกันนางกอดขาของเสิ่นเยว่แล้วใช้ใบหน้าเล็กถูไถท่าทางออดอ้อน เด็กคนนี้ร่าเริงเหมือนนางชอบหัวเราะและชอบแอบหนีออกไปเล่นนอกจวน มารดาของเสิ่นเยว่ถึงกับบอกว่าถึงเวลาของนางต้องรับกรรมที่เคยทำกับเสิ่นฮูหยินเอาไว้แล้ว
เรือลำใหญ่จอดเทียบท่าครอบครัวสกุลหลี่และครอบครัวสกุลเสิ่นลงจากเรือพร้อมกัน พวกเขากลับมาที่หุบเขาแสงจันทร์อีกครั้งในรอบสองปี อีกไม่นานจะมีการจัดงานวันเกิดของท่านปรมาจารย์อวิ๋นจื่อเฉินจ้าวหุบเขาแสงจันทร์ท่านตาของเสิ่นเยว่และเป็นวันเกิดของเสิ่นเยว่เช่นกัน หลังจากที่เสิ่นเยว่แต่งงานกับหลี่เซวียนแล้วนางก็ยังไม่ได้พบท่านตาเลยสักครั้งทั้งๆ ที่ท่านจะไปหานางที่แคว้นโจวในวันเกิดทุกปี ดูเหมือนว่าเรื่องที่นางแต่งงานท่านตาจะยังไม่หายเคือง
“ถึงแล้วๆ ยินดีต้อนรับทุกคน”
เจ้าสำนักมังกรผงาดออกมาต้อนรับที่หน้าสำนักด้วยตนเอง พวกเขาเข้าไปทักทายพอเป็นพิธีแล้วเดินเข้าไปด้านในพร้อมกัน
“พี่ใหญ่ท่านพ่อออกมาจากหุบเขาหรือยัง
“เสิ่นฮูหยินถามเจ้าสำนักมังกรผงาดหลังจากเดินเข้ามาที่ห้องโถงกลางครบทุกคนแล้ว
“ออกมาแล้วและก็ไปแล้ว”
จ้าวสำนักมังกรผงาดตอบออกมาเสียงเนือย
“ไปที่ใดหรือ”
เสียงของทุกคนถามออกมาพร้อมกัน
“ได้ยินว่าจะไปคิดบัญชีกับใครบางคนข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน หลังจากออกมาก็เอาแต่โมโหสาปแช่งผู้ใดอยู่ก็ไม่รู้”
หลังจากที่เจ้าสำนักมังกรผงาดพูดจบหลี่เซวียนก็รู้สึกร้อนๆ หนาวอย่างไรก็ไม่รู้ เมื่อพูดคุยกันเล็กน้อยพวกเขาต่างก็กลับไปพักผ่อนที่เรือนรับรองของตน เสิ่นเยว่หันมามองหลี่เซวียนด้วยความสงสัย
“ข้าเห็นท่านเงียบมาสักพักแล้ว เกิดสิ่งใดขึ้นหรือ”
เสิ่นเยว่ถามหลี่เซวียนด้วยความแปลกใจ
“ข้าคิดว่า....”
ยังไม่ทันที่หลี่เซวียนจะตอบคำถามของเสิ่นเยว่ เสียงตะโกนดังมาจากด้านนอกเรือนก็ทำเอาหลี่เซวียนปวดหัวขึ้นมาทันที
“เจ้าเด็กหน้าเหม็นออกมาเดี๋ยวนี้นะ เจ้าบังอาจมาลักพาหลานสาวสุดที่รักของข้าหรือ เจ้าคนแซ่ต้วนสอนเจ้ามาเช่นนี้ใช่หรือไม่”
เสิ่นเยว่มองหลี่เซวียนอย่างไม่เข้าใจ แต่เสียงที่ดังอยู่ด้านนอกทำให้เสิ่นเยว่รู้ว่าใครกันที่กำลังตะโกนอยู่
“ท่านตา”
เสิ่นเยว่เปิดประตูออกไป ปรมาจารย์อวิ๋นหันขวับมาที่นางทันที
“เจ้าเด็กน้อยของข้าเจ้าโดนเจ้าเด็กนั้นทำร้ายหรือทำให้เจ็บช้ำน้ำใจหรือไม่เจ้าบอกท่านตาของเจ้ามาเลยข้าจะจัดการเขาให้เจ้าเอง”
ก่อนที่เสิ่นเยว่จะได้ทันตอบสิ่งใด ร่างเล็กๆ ของเด็กสองคนก็โผล่หน้าออกมาจากทางด้านหลังของนาง
“ท่าง...แม่ใครหรือ”
หลี่ซีฮันพูดขึ้นมาก่อน ดวงตากลมโตพราวระยับมองไปที่ชายชราผมขาวด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ท่านตาทวดจ้ะ”
เสิ่นเยว่นั่งลงตรงกลางระหว่างเด็กทั้งสองคน ปรมาจารย์อวิ๋นเมื่อเห็นหลี่ซีฮันและหลี่เล่อเล่อเขาก็ชะงักไปทันที
“เยว่เอ๋อเด็กสองคนนี้”
เสิ่นเยว่ยิ้มให้ท่านตาของนางอย่างอ่อนโยน
“เขาทั้งสองคนเป็นบุตรชายและบุตรสาวฝาแฝดของข้าเจ้าค่ะ”
ผ่านไปไม่นานเสียงหัวเราะของชายชราและเด็กเล็กสองคนก็ดังขึ้น หลี่เซวียนได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกดีที่เขาส่งเจ้าเด็กสองคนนั้นออกไปรับหน้าท่านผู้เฒ่า ไม่อย่างนั้นวันนี้ตัวเขาอาจไม่ได้อยู่อย่างสงบแน่
สิ่งที่หลี่เซวียนคิดเป็นเรื่องจริงปรมาจารย์อวิ๋นกำลังจะมาคิดบัญชีกับเขาเรื่องที่เขาแต่งงานกับเสิ่นเยว่ อีกทั้งเขายังเป็นศิษย์คนเล็กของปรมาจารย์ต้วนคู่ปรับเก่า แต่ตอนนี้หลังหลังจากที่ได้เห็นใบหน้าเล็กๆ ที่ช่างพูดของเด็กทั้งสองคนปรมาจารย์อวิ๋นก็ลืมไปสิ้นว่าเขามาที่นี่ทำไม
หลังจากที่ปรมาจารย์อวิ๋นได้พบกับหลี่ซีฮันและหลี่เล่อเล่อเขาก็ตัวติดกับเด็กทั้งสองตลอดเวลาไม่ว่าใครก็ไม่สามารถห้ามปรามเขาได้ ทุกคนได้แต่กุมขมับอย่างปวดหัว เมื่อหลายปีก่อนตอนที่เสิ่นเยว่เกิดก็เป็นเช่นนี้ ถ้าหากไม่ถูกเสิ่นฮูหยินปรามเอาไว้ตอนนี้เสิ่นเยว่คงถูกปรมาจารย์อวิ๋นพานางไปเลี้ยงดูด้วยตนเองแล้ว
“พวกท่านปล่อยท่านตาไปเถอะเจ้าค่ะ ท่านอยู่คนเดียวมานานหลายปีจะออกจากหุบเขาทีไม่ใช่เรื่องง่าย”
เสิ่นเยว่พูดเพื่อให้ทุกคนสบายใจ
“ไม่พาลูกข้าทั้งสองทำเรื่องประหลาดก็ดีไป”
หลี่เซวียนพึมพำเบาๆ ไม่ทันขาดคำเสียงระเบิดดังสนั่นอยู่ด้านนอกสำนัก ทางด้านที่ท่านผู้เฒ่าพาเด็กทั้งสองออกไป หลี่เซวียนลุกขึ้นพุ่งตัวออกจากห้องโถงไปทันที เพราะห่วงลูกทั้งสองคนของเขา
ชายชราผมขาวสองคนกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดหลี่เซวียนมองมาจากที่ไกลๆ ก็สามารถรู้ได้เลยว่าเป็นใครที่กล้ามาต่อสู้กับปรมาจารย์อวิ๋นอย่างไม่กลัวตายเช่นนี้
“เจ้าคนแซ่ต้วนเจ้ามาที่นี่ด้วยเหตุใด หรือว่าเจ้าไม่ต้องการชีวิตของตนแล้ว”
ปรมาจารย์อวิ๋นตะโกนออกไปด้วยความเดือดดาล หลี่เซวียน อยากจะเอามือกุมขมับเหลือเกิน เขาคิดเอาไว้อยู่แล้วว่าชายชราทั้งสองคนสักวันจะต้องมาเจอกันแน่แต่เขาไม่นึกว่าจะเร็วเพียงนี้
“ท่าง....พ่อ”
“ท่านพ่อ”
เสียงเล็กๆ สองเสียงตะโกนขึ้นพร้อมกัน หลี่ซีฮันวิ่งมาหาหลี่เซวียนพร้อมกับหลี่เล่อเล่อ เสิ่นเยว่และเหล่าผู้อาวุโสของสำนักมังกรผงาดก็มาถึงที่นั่นเช่นกัน เด็กๆ ผละจากบิดาโผเข้าหามารดาของตน
“ฉู้กัน”
หลี่ซีฮันชี้ให้เสิ่นเยว่ดูท่านตาทวดของเขากำลังสู้กับชายชราแปลกหน้า เสิ่นเยว่หันไปมองตามนิ้วมือเล็กๆ ของหลี่ซีฮัน
“ใครหรือ”
เสิ่นเยว่ถามหลี่เซวียนอย่างสงสัย
“ท่านอาจารย์ของข้าเอง”
เสิ่นเยว่ยิ่งงงเข้าไปใหญ่ แล้วหลี่เซวียนก็เล่าสาเหตุที่ปรมาจารย์ต้วนและปรมาจารย์อวิ๋นบาดหมางกันให้เสิ่นเยว่ฟัง
เดิมทีทั้งสองเป็นศิษย์ร่วมอาจารย์กันและทั้งสองก็ชอบพอศิษย์น้องเล็กที่เป็นบุตรสาวของอาจารย์และศิษย์น้องเล็กผู้นั้นก็คือท่านยายของเสิ่นเยว่นั่นเอง แต่ผู้ที่ท่านยายของเสิ่นเยว่ชอบพอคือปรมาจารย์อวิ๋นดังนั้นปรมาจารย์ต้วนจึงตัดใจและออกจากหุบเขาแสงจันทร์ไป
หลายปีผ่านไป หลังจากที่ปรมาจารย์ต้วนได้ทราบข่าวเรื่องที่ศิษย์น้องเล็กต้องจากไปเพราะเกิดการคลอดยากและได้ทิ้งบุตรสาวคนเล็กเอาไว้ ตอนนั้นปรมาจารย์ต้วนโกรธปรมาจารย์อวิ๋นเป็นอย่างมากที่เขาไม่สามารถดูแลสตรีที่ตนเองรักได้ จากนั้นทั้งสองก็ต่อสู้กันมาโดยตลอดและยิ่งปรมาจารย์ต้วนรับหลี่เซวียนที่เป็นบุตรชายของศิษย์ปรมาจารย์อวิ๋นเป็นศิษย์คนเล็กนั่นยิ่งทำให้ความบาดหมางที่ทั้งสองมีต่อกันหนักขึ้นกว่าเดิม
เรื่องที่ปรมาจารย์อวิ๋นโกรธปรมาจารย์ต้วนคือ ตอนเสิ่นฮูหยินอุยุห้าขวบเขาได้ลักพาตัวนางไปถึงสามปีและได้สั่งสอนวิชาการต่อสู้ของเขาให้กับนางทั้งหมด แต่นั้นมาทั้งสองก็เกลียดกันจนไม่สามารถอยู่ร่วมโลก เมื่อเสิ่นเยว่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดนางก็ได้แต่ส่ายหัว ช่างมีแต่เรื่องวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น
“ท่านตา”
เสิ่นเยว่ตะโกนออกไปเสียงดัง ผู้เฒ่าทั้งสองที่กำลังต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตายก็หันขวับมาที่นางทันที
“เยว่เอ๋อมาแล้วหรือเจ้าดูหน้าเจ้าคนแซ่ต้วนนี่เอาไว้ อย่าได้เข้าใกล้เขาเด็ดขาด”
ปรมาจารอวิ๋นทะยานมายืนอยู่ต่อหน้าเสิ่นเยว่บังร่างของนางเอาไว้พร้อมกับเด็กทั้งสองคน“เจ้าคนแซ่อวิ๋นเจ้าพูดเช่นนี้ได้อย่างไร นางเป็นฮูหยินของศิษย์คนเล็กของข้าเช่นนั้นนางก็นับว่าเป็นศิษย์ของข้าเช่นกัน”แล้วทั้งสองก็เริ่มเถียงกันอีกครั้ง ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างปวดหัวไปตามๆ กันแต่ใครจะกล้าเข้าไปห้ามการต่อสู้ของปรมาจารย์ทั้งสอง พวกเขายังรักชีวิตตนเองอยู่นะ“ท่านตาทวด”มือเล็กๆ จับที่แขนเสื้อของปรมาจารย์อวิ๋นเขย่าเบาๆ“บินๆ”หลี่ซีฮันกับหลี่เล่อเล่อพูดออกมาพร้อมกัน ดึงความสนใจของชายชราทั้งสองมาที่พวกเขาทันที“โอ้ เจ้าคงเป็นบุตรชายบุตรสาวฝาแฝดของหลี่เซวียนสินะ ข้าคือท่านอาจารย์ปู่ของพวกเจ้าทั้งสองคน ไหนเรียกอาจารย์ปู่ซิ”เด็กทั้งสองคนหันมามองเสิ่นเยว่กับหลี่เซวียนที่ยืนอยู่ด้านหลัง เสิ่นเยว่พยักหน้าให้พวกเขา“ท่านอาจารย์ปู่”เสียงเล็กๆ สองเสียงดังขึ้นพร้อมกันปรมาจารย์ต้วนถึงกับน้ำตาซึม หลายปีแล้วที่เขาไม่ได้รู้สึกเช่นนี้ครั้งแรกที่พบหลี่เซวียนตอนห้าขวบที่แคว้นโจวเจ้าเด็กนั่นก็มองเขาด้วยสายตาอย่างนี้เหมือนกัน“เด็กดีๆ”ปรมาจารย์อวิ๋นส่งเสียงหึ!! ออกมาด้วยความหมั่นไส้ คนไม่มีครอบครัวก็เป็นเ
เสียงเล็กๆ ดังมาจากทางด้านหลังของหลี่ซีฮัน หลี่เล่อเล่อวิ่งเข้ามาหาเสิ่นเยว่ด้วยเช่นกันนางกอดขาของเสิ่นเยว่แล้วใช้ใบหน้าเล็กถูไถท่าทางออดอ้อน เด็กคนนี้ร่าเริงเหมือนนางชอบหัวเราะและชอบแอบหนีออกไปเล่นนอกจวน มารดาของเสิ่นเยว่ถึงกับบอกว่าถึงเวลาของนางต้องรับกรรมที่เคยทำกับเสิ่นฮูหยินเอาไว้แล้วเรือลำใหญ่จอดเทียบท่าครอบครัวสกุลหลี่และครอบครัวสกุลเสิ่นลงจากเรือพร้อมกัน พวกเขากลับมาที่หุบเขาแสงจันทร์อีกครั้งในรอบสองปี อีกไม่นานจะมีการจัดงานวันเกิดของท่านปรมาจารย์อวิ๋นจื่อเฉินจ้าวหุบเขาแสงจันทร์ท่านตาของเสิ่นเยว่และเป็นวันเกิดของเสิ่นเยว่เช่นกัน หลังจากที่เสิ่นเยว่แต่งงานกับหลี่เซวียนแล้วนางก็ยังไม่ได้พบท่านตาเลยสักครั้งทั้งๆ ที่ท่านจะไปหานางที่แคว้นโจวในวันเกิดทุกปี ดูเหมือนว่าเรื่องที่นางแต่งงานท่านตาจะยังไม่หายเคือง“ถึงแล้วๆ ยินดีต้อนรับทุกคน”เจ้าสำนักมังกรผงาดออกมาต้อนรับที่หน้าสำนักด้วยตนเอง พวกเขาเข้าไปทักทายพอเป็นพิธีแล้วเดินเข้าไปด้านในพร้อมกัน“พี่ใหญ่ท่านพ่อออกมาจากหุบเขาหรือยัง“เสิ่นฮูหยินถามเจ้าสำนักมังกรผงาดหลังจากเดินเข้ามาที่ห้องโถงกลางครบทุกคนแล้ว“ออกมาแล้วและก็ไปแล้ว”จ้า
หลี่เซวียนพึมพำเบาๆ แม่นมอุ้มเด็กทารกแรกเกิดสองคนมาที่ห้องอุ่นด้านข้างที่จัดเอาไว้สำหรับพักฟื้นของเสิ่นเยว่หลังจากนางตื่นขึ้นมา เหล่าญาติผู้ใหญ่ของเสิ่นเยว่และหลี่เซวียนต่างมายืนรอดูหลานน้อยที่พึ่งคลอดของพวกเขา ลุงของเสิ่นเยว่ที่หุบเขาแสงจันทร์ก็นั่งรอดูหน้าหลานด้วยความใจจดใจจ่อ อวิ๋นชิงเฟิงยืนมองพวกเขาที่รุมล้อมเด็กทารกชายหญิงทั้งสองคนด้วยความเหม่อลอย“เจ้าอยู่ที่ไหนจ้าวหว่านหนิง”อวิ๋นชิงเฟิงได้แต่ครุ่นคิดกับตนเองอย่างใจลอย หลายเดือนมานี้เขาออกตามหานางทุกที่แต่กลับไร้ร่องรอยของนางหลี่เซวียนเห่อลูกน้อยทั้งสองของเขาเป็นอย่างมาก ครั้งนี้เขาก็ยื่นหนังสือลาพักอีกครั้งฮ่องเต้ได้แต่ส่ายหัวให้กับเจ้าเด็กคนนี้“เจ้าเด็กบ้านั่น ดูที่บุตรชายของเจ้าทำกับข้าสิ”ฮ่องเต้หันไปถลึงตาใส่หลี่เหอที่เป็นทั้งแม่ทัพใหญ่คู่บัลลังก์และสหายร่วมสำนัก ส่วนหลี่เหอก็ทำได้แต่ยืนหน้าตายอยู่เช่นนั้นเพราะเขาเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี เมื่อก่อนที่หลี่เซวียนคลอดเขาก็เคยยื่นหนังสือลาพักไปหลายเดือน ทำเอาฮ่องเต้ถึงกับเดือดปุดๆ ผ่านไปยี่สิบกว่าปีฮ่องเต้ยังขุดเอาเรื่องนี้มาต่อว่าเขาอยู่หลายครั้งหลี่เซวียนหลังจากออกมาจากว
เสิ่นเยว่บิดปากเล็กน้อย ให้กับท่าทางของกวนหวั่นอวี๋ทั้งยังถลึงตาใส่หลี่เซวียนอีกครั้ง“พวกเจ้าที่เป็นบุรุษล้วนแต่พลาดท่าให้กับแม่ดอกบัวขาวแบบพวกนาง ข้าแค่ดูการแสดงของนางแค่นี้ข้าก็รู้แล้วว่านางตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ ถ้าหากพวกเขามองไม่ออกก็สมควรยุบสำนักทิ้งไปซะเพราะแค่งิ้วของสตรีนางหนึ่งก็ไม่สามารถมองออก ข้าจะฟ้องท่านตาให้ลงโทษพวกเขาให้หมด”เสิ่นเยว่รู้สึกหงุดหงิดกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เมื่อไหร่จะจบเรื่องสักที ทำไมพี่ชิงเฟิงถึงเอาแต่ถามนางเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง ถึงเสิ่นเยว่จะไม่เข้าใจในจุดประสงค์ของอวิ๋นชิงเฟิงแต่หลี่เซวียนนั้นพอจะมองออก เขาหันไปเอามือโยกหัวเจ้าตัวเล็กที่นับวันยิ่งอารมณ์ร้ายขึ้นทุกวัน ไม่ว่าใครก็สามารถทำให้นางหงุดหงิดได้ด้วยเพราะเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ด้านอวิ๋นชิงเฟิงยังคงซักถามกวนหวั่นอวี๋ต่อไป“เจ้าบอกว่าเจ้าสำนักเลี่ยงหวงวางยานอนหลับข้าในงานเลี้ยงที่หุบเขาม่านหมอกแล้วจ้าวหว่านหนิงรู้เรื่องนี้หรือไม่”กวนหวั่นอวี๋กลอกตาไปมาเพื่อคิดหาคำตอบว่าจะตอบหลี่เซวียน อย่างไรให้เป็นธรรมชาติ“นางย่อมต้องทราบแน่นอนเจ้าค่ะ เพราะนางเป็นคนของสำนักเลี่ยงหวง....”ยังไม่ทันที่กวนหวั่นอวี๋
เขาพึมพำเบาๆ กับตนเองอวิ๋นชิงเฟิงแกะจดหมายฉบับแรกที่ด้านหน้าซองเขียนชื่อของเขาเอาไว้ เมื่อเขาอ่านเนื้อหาในจดหมายจนจบ ใบหน้าของอวิ๋นชิงเฟิงก็ทะมึนไปทันที เขาลุกขึ้นยืนและเดินออกจากศาลาตรงไปที่เรือนของบิดา“เฟิงเอ๋อเจ้ามาหาพ่อแต่เช้ามีเรื่องด่วนอันใดหรือ”อวิ๋นเจี้ยนเจวี๋ยที่กำลังเดินหมากกับหลี่เหอบิดาของหลี่เซวียนหันไปถามอวิ๋นชิงเฟิงอย่างอารมณ์ดี อวินชิงเฟิงไม่พูดสิ่งใดเขายื่นจดหมายให้บิดาได้อ่านเอง หลังจากที่อวิ๋นเจี้ยนเจวี๋ยอ่านจดหมายจบเขาก็สบถออกมาอย่างลืมตัว“เรื่องเหลวไหลทั้งเพ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับจ้าวหว่านหนิงสักนิดเหตุใดนางต้องเป็นผู้รับผิดต่อเรื่องนี้ด้วย”อวิ๋นชิงเฟิงจับสังเกตต่อคำพูดที่ผิดปกติของบิดาได้เขามองอวิ๋นเจี้ยนเจวี๋ยนิ่งๆ ท่าทางเช่นนั้นของบุตรชายทำให้เจ้าสำนักมังกรผงาดถึงกับปาดเหงื่อเพราะเขาได้หลุดปากพูดเรื่องสำคัญออกไปแล้ว“ข้าคิดว่าท่านพ่อคงต้องมีคำอธิบายให้แก่ข้า”อวิ๋นเจี้ยนเจวี๋ยเห็นว่าเรื่องทั้งหมดไม่สามารถปิดบังเอาไว้ได้แล้ว เขาก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ“ถ้าอย่างนั้นก็ไปที่ห้องโถงกลางเถอะ”เจ้าสำนักอวิ๋นให้พ่อบ้านไปตามเหล่าผู้อาวุโสและคนสำคัญของสำนักมังก
ผ่านไปไม่นานภายในห้องแสงเทียนก็ถูกดับลงเหล่าผู้อาวุโสที่แอบเฝ้าดูต่างก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเพราะเสียงที่ดังลอดออกมาจากภายในห้อง พวกเขาหาใช่เด็กเล็กที่ไม่เข้าใจว่าข้างในเกิดอะไรขึ้น อย่างน้อยอวิ๋นชิงเฟิงก็ทำตามที่เขาได้รับปากเอาไว้ แต่อีกด้านของมุมมืดมีสายตาของใครคนหนึ่งที่หลบซ่อนอยู่จ้องมองไปที่หน้าห้องของทั้งสองคนด้วยสายตาเคียดแค้นเช้าวันต่อมาอวิ๋นชิงเฟิงยังคงทำทุกอย่างเหมือนเป็นปกติ จ้าวหว่านหนิงก็เช่นกันท่าทางของนางนั้นดูออกว่ามีความสุขกว่าใครๆ หลังจากคารวะน้ำชาผู้อาวุโสผ่านไป จ้าวหว่านหนิงก็กลับไปที่ห้องของนาง นางไม่คิดเลยว่าอวิ๋นชิงเฟิงผู้สุภาพเรียบร้อยจะดุดันเพียงนั้นเล่นเอานางแทบไม่ได้นอนทั้งคืนถึงจ้าวหว่านหนิงจะถูกสั่งสอนเรื่องในห้องหอมาก่อนหน้านี้แล้วแต่นางก็ยังรู้สึกเขินอายในการกระทำของอวิ๋นชิงเฟิงอยู่ดี ในระหว่างที่จ้าวหว่านหนิงกำลังเพ้อถึงรสรักของอวิ๋นชิงเฟิงอยู่นั้น เสียงเปิดประตูห้องก็ดังขึ้นเบาๆ จ้าวหว่านหนิงคิดว่าเป็นอวิ๋นชิงเฟิงนางจึงรีบออกไปดู คนที่เขามาในห้องของนางไม่ใช่อวิ๋นชิงเฟิงแต่เป็นสตรีที่มีใบหน้างดงามแต่ซีดขาวเล็กน้อย จ้าวหว่านหนิงเพ่งมองนางอยู่ครู่หนึ
ใบหน้าของคนทั้งสี่แข็งค้างไปทันที ดูเหมือนหลี่เซวียนจะเดาเรื่องทั้งหมดได้ถูกต้อง เสิ่นเยว่ที่ไม่เข้าใจหันมองคนนั้นทีคนนี้ที“รู้เรื่องอะไรหรือ”นางหันไปถามหลี่เซวียน หลี่เซวียนลูบผมที่นุ่มสลวยของนางอย่างรักใคร่“ความลับถ้าเจ้าอยากรู้คืนนี้ข้าจะเล่าให้ฟังบนเตียง”หลี่เซวียนกระซิบข้างหูของเสิ่นเยว่เบ
หลี่เซวียนอธิบายเสียงอ่อยเขากลัวว่านางจะไม่เชื่อจึงถอดเสื้อออกให้นางดู แผ่นหลังของเขามีรอยแผลเป็นสีชมพูเป็นทางยาวจากด้านบนขวาลากยาวไปจนถึงด้านล่างซ้าย เสิ่นเยว่ลูบมันอย่างแผ่วเบา“ยังเจ็บอยู่หรือไม่”เสิ่นเยว่ถามเสียงเบาเหมือนกลัวว่าเสียงของนางจะกระทบทำให้แผลของเขาปริแตก“ไม่เจ็บแล้วนี่เป็นแผลที่เก
เสิ่นเยว่เกือบจะถึงจุดสุดยอดหลี่เซวียนก็แกล้งหยุดเพื่อให้นางร้องขอให้เขาช่วยนาง เป็นเช่นนี้อยู่หลายครั้งจนเสิ่นเยว่แทบจะทนไม่ไหว“หลี่เซวียนได้โปรดช่วยปลดปล่อยข้าที”เสียงแหบแห้งที่ครางกระเส่าทำให้หลี่เซวียนเกือบจะทนไม่ไหว เขาอยากจะสอดใส่เข้าไปในส่วนที่ลึกที่สุดของนาง แต่นี่เป็นครั้งแรกของเสิ่นเยว่
เสิ่นเยว่หันไปมองตามนิ้วของจ้าวหว่านหนิงพวกเขาต่างหันไปมองอวิ๋นชิงเฟิงเป็นตาเดียวอวิ๋นชิงเฟิงถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ“คุณหนู้จ้าวเจ้าคงจะเข้าใจอะไรผิดไปบางอย่างเยว่เอ๋อนางเป็นลูกพี่ลูกน้องของข้าและนางแต่งงานแล้ว กับ......”อวิ๋นชิงเฟิงชี้ไปที่หลี่เซวียน คราวนี้สายตาทั้งหมดหันมารวมกันที่หลี่เซวียน จ







