Home / รักโบราณ / ณ อนันต์ / ปัญหาใหญ่เพิ่งแก้ได้ ปัญหาใหม่ก็วิ่งเข้าหา

Share

ปัญหาใหญ่เพิ่งแก้ได้ ปัญหาใหม่ก็วิ่งเข้าหา

last update Last Updated: 2026-01-17 14:05:02

“ใต้เท้าๆ”

ซุนเจิงเงยหน้าจากกองงานทั้งหลายที่เขาพยายามทำความเข้าใจ ก็พบกับรองเสนาบดีฝ่ายขวาที่วิ่งเข้ามาหาอย่างไม่สำรวมกิริยา อีกทั้งใบหน้าก็แย้มยิ้มราวกับว่ามีเรื่องน่ายินดีเกิดขึ้น

“มีอะไรหรือ”

“รัชทายาทยกเลิกรับสั่งแล้ว เราไม่ต้องมานั่งเครียดอีกแล้ว”

“โอ้! ดีจริง!” ซุนเจิงแสร้งยิ้มว่ายินดีนักหนา ทั้งๆ ที่ความจริงเรื่องราวเป็นเช่นไร เขาเองก็รู้ดีอยู่แก่ใจ

“ใต้เท้าซือเดินเข้าไปหารัชทายาทด้วยตนเองเชียว”

“อย่างนั้นหรือ” ซุนเจิงที่ได้ยินเช่นนั้นก็เอ่ยขึ้นอย่างสงสัย หากเสนาบดีซือจงเข้าไปหารัชทายาท เช่นนี้ใต้เท้าซือจะไม่ร่วมกับตำหนักบูรพารึ “แล้วท่านรู้ไหมว่าใต้เท้าซือไปทูลเช่นไรกับรัชทายาท จึงได้ยกเลิกรับสั่ง”

“ใต้เท้าซือบอกแต่เพียงว่า พอรัชทายาทเห็นใบหน้าที่เคร่งเครียดของเขาก็ยกเลิกรับสั่งทันที เขากล่าวว่ารัชทายาทคงนับถือเขาอยู่ไม่น้อย จึงไม่อยากให้เขาและกรมคลังต้องมาตกที่นั่งลำบาก” เมื่อได้ยินเช่นนั้นทุกอย่างก็กระจ่างโดยพลัน เสนาบดีซือจงคงหมดหนทางจึงเดินหูลู่หางตกเข้าไปหารัชทายาท แต่นั่นก็ช้ากว่าเขาอยู่หลายก้าวทีเดียวกระมัง ซึ่งก็นับว่าเป็นเสนาบดีที่มีความกล้าหาญอยู่ไม่น้อยที่เดินไปหารัชทายาทด้วยตนเองเช่นนี้

“นับว่าใต้เท้าซือกล้าหาญนักที่ไปเข้าเฝ้ารัชทายาทด้วยตนเอง”

“ท่านไม่รู้อะไร! เขาเรียกตัวขุนนางน้อยใหญ่ในกรม ใช้ให้ไปทูลเรื่องนี้แก่รัชทายาท แต่ไม่มีใครกล้าแม้แต่ผู้เดียว อ้อ! เขาส่งคนไปตามท่านถึงที่จวน แต่ฮูหยินของท่านบอกว่าท่านไม่อยู่ เขาจึงหมดหนทางต้องไปเฝ้ารัชทายาทด้วยตนเอง”

สิ้นคำกล่าวของหยางขุยซุนเจิงก็เก็บคำชมที่ว่าเสนาบดีซือจงกล้าหาญนั้นโยนทิ้งไปอย่างไม่ไยดี ดูเหมือนว่ารัชทายาทจะกล่าวไม่ผิด ว่าที่ผ่านมาคนมากยศศักดิ์มากอำนาจมักไม่ออกรับหน้าในเรื่องพรรค์นี้สักเท่าไร มีแต่ขุนนางชั้นผู้น้อยที่ออกมารับหน้า

“แล้วนี่ท่านทำอะไรอยู่หรือ จักรพรรดิมีรับสั่งละเว้นการเก็บส่วยแรงงาน ลดภาษีต่างๆ แล้ว งานของเราก็ลดลงไปมาก เหตุใดโต๊ะของท่านยังเต็มไปด้วยงานอีก”

“ข้าก็แค่ตรวจสอบเท่านั้น ให้นั่งอยู่ว่างๆ คงไม่เหมาะนัก”

“อย่างนั้นข้าไม่รบกวนท่านจะดีกว่า”

ซุนเจิงมองบุรุษที่เข้ามาด้วยรอยยิ้ม แต่กลับออกไปด้วยท่าทีขยาดกับกองงานของเขา ทั้งๆ ที่หยางขุย รองเสนาบดีฝ่ายขวาอาวุโสกว่าเขาในร่างของซุนจ้าวเฟิงอยู่มาก แต่เหมือนว่าจะมากแค่เพียงอายุกระมัง เพราะท่าทีของหยางขุยไม่ต่างจากชายหนุ่มที่ยังคงรักสนุกมากกว่าสนใจในหน้าที่การงาน และด้วยเหตุนี้เขาจึงสงสัยว่าทำไมหยางขุยถึงได้เป็นรองเสนาบดีฝ่ายขวากัน

ซุนจ้าวเฟิงเป็นคนฉลาดรอบรู้ สอบเข้าเป็นขุนนางมาทำงานโดยชอบธรรม อันนี้ก็สมควรแก่ความสามารถ แต่สำหรับหยางขุยนั้นข้อใดคือเหตุผลกัน ในความทรงจำของซุนจ้าวเฟิงแทบไม่มีบุรุษผู้นี้อยู่เลย อาจเพราะซุนจ้าวเฟิงทำงานเป็นหลัก ส่วนหยางขุยก็หาความสำราญเป็นหลัก จึงไม่ค่อยได้พบหน้ากันสักเท่าไร

ส่วนเขาน่ะหรือ จนถึงบัดนี้ยังต้องเรียนรู้ทำความเข้าใจกับงานใหม่อยู่มากเอาการ แต่โชคดีที่สมัยนี้มีการละเว้นเรื่องส่วย เรื่องภาษีไปหลายอย่าง ระบบบัญชีจึงจัดการง่ายขึ้น และเขาก็เป็นเพียงผู้ตรวจสอบความถูกต้องเท่านั้น ไม่ต้องลงมือทำเอง จึงเบาใจได้หลายส่วน

แต่ความสบายใจนั้นก็อยู่กับซุนเจิงได้ไม่นาน เมื่อเขากลับถึงจวน ยังไม่ทันจะก้าวลงจากรถม้าก็ได้ยินเสียงคนคร่ำครวญอยู่ด้านนอก ซุนเจิงจึงต้องรีบลงจากรถม้ามาดูเป็นการด่วน และก็พบกับครอบครัวหนึ่งที่นั่งกอดลูกชายแนบอก พูดจาฟังไม่ได้ศัพท์ แต่มีทีท่าว่ากำลังอ้อนวอนเขาอยู่

มองพิจารณาเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างถี่ถ้วนได้ไม่เท่าไร เหอลี่อิงก็ออกมาจากจวนพร้อมกับสีหน้าตกใจ รุดเข้าไปช่วยครอบครัวที่ร่ำไห้ทันที เขาจึงต้องเข้าไปช่วยด้วยอีกแรง เพราะไม่รู้ว่าคนกลุ่มนี้มีประสงค์ใดแอบแฝงหรือไม่

“เป็นอะไร เหตุใดจึงมาร้องไห้อยู่หน้าจวนของข้า” ซุนเจิงย่อกายลงนั่งชันเข่าข้างหนึ่ง ถามคนแปลกหน้าทั้งสาม การแต่งกายของพวกเขาที่เสื้อผ้าขาดหลุดลุ่ย เนื้อตัวมอมแมม ใบหน้าอิดโรย แต่ที่น่ากังวลก็คือเด็กน้อยเพียงคนเดียวกลับนอนนิ่งแนบอกของมารดา

“นายท่านช่วยลูกข้าด้วย ช่วยลูกข้าด้วย” ผู้เป็นบิดาของเด็กเอ่ยขึ้น ก้มศีรษะติดพื้นร้องขอให้ซุนเจิงและเหอลี่อิงเมตตา

“คงจะเป็นพวกขอทานน่ะขอรับ ใต้เท้ากับฮูหยินเข้าจวนเถิดขอรับ ข้าจะไล่พวกเขาไปให้พ้นจวนเอง”

“ซุนเจิง” เหอลี่อิงเรียกเสียงเบาด้วยว่าไม่อยากให้ใครได้ยิน เธอมองหน้าสามีอย่างขอความเห็น เพราะอย่างไรก็ไม่อาจแล้งน้ำใจที่จะให้คนของตนไล่ทั้งสามไป

ซุนเจิงพยักหน้าเล็กน้อยไม่ให้เหอลี่อิงตื่นตระหนกหรือวิตกจนเกินไป “ลูกชายเจ้าเป็นอะไร ทำไมเขาจึงเอาแต่นอนนิ่งเช่นนี้"

“ข้าก็ไม่รู้ ข้าพาเขามาร้องเรียนเรื่องที่นาของเรายังเมืองหลวง พอมาถึงเขาก็ป่วยไข้จนไม่ได้สติ พวกข้ามีเงินติดตัวมาน้อยนิดเพื่อปะทังชีวิตเท่านั้น จึงไม่มีเงินพาเขาไปรักษา โปรดช่วยข้าด้วยเถิดนายท่าน ช่วยข้าด้วยเถิด” บุรุษไร้หนทางกล่าวพร้อมน้ำตา เขาฉวยมือของซุนเจิงไปจับไว้แน่นเพื่อร้องขอความเมตตา ซึ่งทำให้ทั้งซุนเจิงและเหอลี่อิงไม่อาจปล่อยทั้งสามไปได้

“พวกเจ้าไปตามหมอ ข้าจะพาพวกเขาเข้าจวน” เอ่ยสั่งบ่าวในจวน แต่บ่าวก็เอ่ยแย้งด้วยว่าไม่ไว้ใจคนแปลกหน้า

“ใต้เท้าขอรับ! ข้าว่า...”

“ข้าสั่งเจ้า ไม่ได้ยินรึ!” เมื่อเห็นคนทักท้วง ซุนเจิงก็ตวาดกลับเสียงดัง ไม่สนคำทัดทานใดอีก เขาและเหอลี่อิงประคองสามพ่อแม่ลูกเข้าจวนอย่างไม่นึกรังเกียจ ท่ามกลางสายตาของคนจำนวนหนึ่งที่ผ่านไปมา

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ณ อนันต์    องครักษ์ที่ฝากตัวเป็นศิษย์

    “แต่ข้างานเยอะเหลือเกิน หากสอนท่านราชองครักษ์อีก เห็นทีว่าจะไม่มีเวลาอยู่กับฮูหยินเลยกระมัง” แม้จะกล่าวกับราชองครักษ์ที่นั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า ทว่าซุนเจิงกลับมองไปยังเหอลี่อิงอย่างไม่วางตา เสียงลอดไรฟันแสดงชัดว่าเขาไม่พอใจการมาของเหอลี่อิงอยู่มากเอาการ“อย่างไรเราก็เจอกันทุกวันไม่ใช่หรือ ท่านเองก็เก่งกาจ ความเก่งของท่านอาจจะไร้ค่าก็เป็นได้ หากไม่ถ่ายทอดให้ผู้อื่นได้เอาไปใช้ประโยชน์บ้าง ท่านจะหวงไว้ทำไมกัน ประเดี๋ยวก็แก่เฒ่าไม่มีเรี่ยวแรงแล้ว ถึงเวลานั้นท่านจะใช้กำลังเช่นตอนนี้ก็ไม่ได้ แต่หากท่านสอนให้แก่ผู้อื่นก็ยังได้ชื่นชมลูกศิษย์ของท่าน”“ข้าคงไม่แก่เร็วขนาดนั้น ฮูหยินขี้กังวลเกินไปแล้ว”“ใต้เท้าซุน...” เสียงเรียกลอดไร้ฟันของเหอลี่อิงทำเอาชายชาตรีที่กัดฟันสู้เถียงกับภรรยามานานสองนานเริ่มเสียวสันหลังขึ้นมาอย่างไรชอบกล “ข้าขอถามท่านอีกครั้ง ว่าท่านจะสอนการต่อสู้ให้แก่ท่านราชองครักษ์ไหม”“เหตุผลล่ะ?” คนที่รู้สึกเหมือนถูกต้อนให้จนมุมได้แต่ลอบกลืนน้ำลายและเอ่ยถามออกไป“เพราะคุณต้องการทีม...” เหอลี่อิงเอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่เบาราวกับกระซิบไม่ให้แขกผู้มาเยือนถึงที่ได้ยิน เธอมองใบหน้าของบุ

  • ณ อนันต์    แขกที่มาหาถึงที่จวน

    ส่วนซุนเจิงก็เดินเข้าไปหาราชองครักษ์ของรัชทายาทที่จิบน้ำชาอย่างสบายใจ ด้วยรอยยิ้มประหนึ่งว่าที่นี่คือจวนของตนเอง ไม่รู้ว่ายายเหอลี่อิงพูดกับไอ้หนุ่มนี่ไปขนาดไหนกัน ถึงได้นั่งยิ้มเหมือนคนบ้าเช่นนี้ คิดแล้วมันก็น่านัก! คราวที่แล้วเขาไม่น่าออมมือให้ชายคนนี้เลย ไม่น่าเลยซุนเจิง!“ใต้เท้า” แขกผู้มาเยือนโค้งกายคำนับเล็กน้อย ด้วยว่าอายุทั้งสองนั้นไม่ได้ต่างกันมากมาย แต่คนที่อายุไม่ต่างกันทั้งยังเป็นเจ้าของบ้านกลับเมินใส่การทำความเคารพเมื่อครู่ สาวเท้าไปนั่งพร้อมทั้งรินน้ำชาขึ้นมาดื่มราวกับไม่ใส่ใจแขกที่มาเยือนถึงจวนแม้แต่น้อย“วันนี้ที่ข้ามาหาใต้เท้าถึงจวน ก็เพราะองค์รัชทายาทมีรับสั่งว่าช่วงนี้ท่านคงมีเรื่องยุ่งเป็นแน่ จึงไม่ได้เข้าไปรายงานข่าวคราวให้พระองค์ทราบ ดังนั้นจึงส่งข้ามาแทน”ราชองครักษ์ซึ่งได้รับมอบหมายหน้าที่มารายงาน แต่บุรุษที่ได้รับฟังกลับเอาแต่นิ่งเฉย สนใจจอกน้ำชาในมือมากกว่าเขาที่เป็นคู่สนทนาเสียอีก“ใต้เท้า ใต้เท้าขอรับ”“หืม...น้ำชาเย็นชืดขนาดนี้ ท่านยังดื่มด้วยรอยยิ้มได้ เห็นทีว่าท่านจะเป็นคนกินง่ายอยู่ง่าย”“เอ่อ...ขอรับ เมื่อครู่ที่ข้าพูดไป”“มีเรื่องจริงอย่างที่องค์รัชทา

  • ณ อนันต์    เรื่องที่คิดไม่ตก

    “ไม่รอฟังคำขอโทษของเขาหน่อยหรือ ที่เขาว่าคุณไปเมื่อครู่นี้น่ะ” เหอลี่อิงที่ถูกรั้งตัวออกมาเอ่ยถามชายหนุ่มที่มีใบหน้าเรียบนิ่ง“ไม่จำเป็น เขาจะคิดอย่างไรก็ช่าง นั่นไม่ใช่หน้าที่ฉันเสียหน่อย”“แล้วคุณจะเอาอย่างไรต่อ เรื่องนี้เหมือนจะไม่ง่ายเลยไม่ใช่หรือ”“ใช่ เป็นไปไม่ได้ที่เรื่องใหญ่ขนาดนี้ขุนนางทั้งหลายจะไม่รู้ เพราะจักรพรรดิมีราชโองการชัดเจนในการจัดสรรที่ดิน แต่นี่อะไร ไม่มีใครเปิดปากถึงเรื่องนี้เลย เป็นไปได้ว่าจะเป็นพรรคพวกเดียวกัน ฉันเลยไม่พยายามทำตัวตื่นข่าว ประเดี๋ยวพวกนั้นจะไหวตัวทันเสียก่อน”“แล้วคุณจะบอกเรื่องนี้แก่รัชทายาทไหม” เมื่อเหอลี่อิงถามจบ ก็ได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอที่เล็ดลอดออกมา“ก็ลองดูว่าหูตาของรัชทายาทเป็นเช่นไร อายุมากแล้วก็แบบนี้ ทำงานตามระเบียบ ซื่อสัตย์ตามระบอบอะไรแบบนั้น ฉันไม่ชอบเท่าไหร่”“อะไรกัน คุณอยู่ในร่างหนุ่มขนาดนี้แล้วยังบ่นว่าตัวเองแก่อีกหรือ”“ก็เหมือนที่เธอตายด้านแล้วยังไงล่ะ” ซุนเจิงมองสตรีที่เริ่มชักสีหน้าอีกหนเมื่อเขาเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มยียวน “มาคิดดูแล้วก็คงจะจริง ฉันแทบจะนอนแก้ผ้าอยู่บนเตียงอยู่รอมร่อ เธอยังนอนเฉยๆ ได้ถึงเช้า”“คุณก็นอนถอดเสื้

  • ณ อนันต์    ตลอดหลายวันที่ผ่านมานี้ ท่านเห็นใต้เท้าไม่เต็มใจช่วยท่านหรือ

    มีเด็กวิ่งอยู่ในจวนนับว่าสร้างชีวิตชีวาให้แก่คนชราที่อยู่ในร่างของหนุ่มสาวอีกครั้งหนึ่ง ซุนเจิงมองเจ้าเด็กที่พอหายป่วยก็วิ่งวุ่นไปทั่วจวน โดยที่เขาไม่เอ่ยห้ามหรือดุเจ้าเด็กซนคนนี้แม้แต่น้อย“หยุดเล่นได้แล้วเสี่ยวหยู”ซุนเจิงเลิกคิ้วเมื่อได้ยินเสียงบิดาของเด็กน้อยที่เริ่มเกาะต้นไม้ ทำทีท่าว่าจะปีนขึ้นไปเป็นลิงเป็นค่าง“ข้าละอายเหลือเกินที่ทำให้ใต้เท้าวุ่นวายเช่นนี้”ซุนเจิงโบกมือไม่สนใจสิ่งที่อีกฝ่ายกล่าวว่าวุ่นวาย เชื้อเชิญให้แขกนั่งลงดื่มน้ำชาร่วมกับตน“เด็กก็แบบนี้ ช่างเขาเถิด” ซุนเจิงบอกปัดอย่างไม่ใส่ใจ “เรื่องของท่าน ข้าไปตรวจสอบดูแล้ว เห็นทีจะไม่ใช่เรื่องง่ายและคงต้องใช้เวลานานพอสมควร ข้าเห็นท่านควรกลับไปรอฟังข่าวที่บ้านจะสมควรกว่า เพราะอยู่นี่หากมีคนรู้เข้า ท่านจะเดือดร้อนเอาได้ และคราวนี้ท่านอาจจะไม่มีโอกาสได้ที่นากลับมาอีกเลย”เรื่องนี้ยิ่งตรวจสอบยิ่งได้รู้ว่าทุกอย่างนั้นมีข้อสงสัยมากกว่าที่ซุนเจิงคิด และการที่ครอบครัวนี้อยู่ในจวนของเขานั้นไม่ใช่เรื่องดีเลย เพราะครอบครัวนี้จะอยู่ในที่แจ้งและโดนทำร้ายกลั่นแกล้งได้ง่ายขึ้นกว่าเก่า แต่บุรุษตรงหน้าไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพยายามจะสื่อ

  • ณ อนันต์    ข้อร้องเรียนจากชาวบ้าน

    “ข้าไม่รู้หนังสือ นายอำเภอเอาอะไรมาให้ข้าประทับนิ้วมือก็ไม่ทราบ แต่วันรุ่งขึ้นเขาก็อ้างว่าตนเป็นเจ้าของที่นาของข้าไปแล้ว นายท่าน เช่นนี้ข้าถูกหลอกใช่หรือไม่ขอรับ!”“แล้วนายอำเภอหลอกลวงเอาที่นาของท่านเพียงผู้เดียวหรือของคนอื่นด้วย”“หลายครอบครัวอยู่ขอรับ พวกเขาไม่กล้ามาร้องเรียน แต่ข้าทนไม่ไหวเพราะว่าลูกยังเล็ก ทำงานแทบตายแต่ไม่เหลือเงินแม้สักตำลึงไว้จุนเจือครอบครัว เช่นนี้แล้วลูกและเมียข้าไม่ต้องอดตายหรือ ข้าจึงจำต้องมาเมืองหลวง...นายท่านช่วยข้าได้หรือไม่”“หากทำตามกฎระเบียบแน่นอนว่ายุ่งยากจนข้านึกขยาด” ซุนเจิงเอ่ยอย่างไม่ปิดบัง ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน เรื่องกฎระเบียบนั้นยุ่งยากอยู่เสมอ แต่ใช่ว่าตอนนี้เขาจะต้องทำตามแบบแผนเสมอไปนี่ “แต่หากจะให้มันรวบรัดก็มีทางอยู่บ้าง แต่ทำเช่นนั้นก็จะไม่เด็ดขาดและก่อให้เกิดปัญหาในการณ์ข้างหน้าได้ เช่นนั้นแล้ว… ข้าจะลองดูให้ก็แล้วกัน”“จริงหรือขอรับ” คนที่ได้รับความช่วยเหลือพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดีใจเหลือหลาย ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ศีรษะจดกับพื้นดินด้วยความซาบซึ้งในน้ำใจ แต่กระนั้นซุนเจิงก็พยุงร่างของบุรุษที่แสดงความซาบซึ้งใจให้ลุกขึ้น เนื่องด้วยว่านี่ไม่เป็น

  • ณ อนันต์    หนอนบ่อนไส้ในกรมคลัง

    เจ้าของจวนสั่งให้คนจัดแจงห้องหับให้ทั้งสามคนได้พักพิง วางร่างของเด็กน้อยที่ตัวเล็กจนน่าเป็นห่วงลงบนเตียง ซุนเจิงมองเหอลี่อิงที่หน้าเสียเมื่อเห็นความลำบากและขัดสนของครอบครัวตรงหน้า ซึ่งเขาก็ทำได้แค่กุมมือของเธอเอาไว้เท่านั้น“อีกประเดี๋ยวหมอก็คงจะมา ข้าให้คนจัดเตรียมอาภรณ์ให้พวกท่านได้ผลัดเปลี่ยนแล้ว พวกท่านก็ไปล้างเนื้อล้างตัวก่อนเถิด ข้าและฮูหยินจะดูแลเด็กคนนี้ให้ก่อน”“ข้าไม่อยากรบกวน แค่นี้ก็มากมายเหลือเกินแล้ว”“ไม่รบกวน ข้ายินดีช่วยท่าน ส่วนเรื่องที่ท่านมาร้องเรียนนั้น เสร็จจากการตรวจรักษาข้าจะคุยกับท่านในภายหลัง ข้าเป็นขุนนางอยู่กรมคลัง เรื่องนี้คงต้องเป็นหน้าที่ของข้า”สองสามีภรรยาที่ไม่มีที่พึ่งพิงมองหน้ากันอย่างไม่อยากเชื่อหูของตนนัก ว่าจะได้พบกับขุนนางที่เมตตาถึงเพียงนี้ สุดท้ายพวกเข้าจึงเข้าไปชำระร่างกายและผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ตามที่เจ้าของจวนเอ่ยปาก ปล่อยเจ้าของจวนทั้งสองไว้กับเด็กน้อยที่นอนนิ่งบนเตียงกว้างอย่างเวทนา“ดูสิ ตัวก็เล็กถึงเพียงนี้ พ่อแม่ก็พามาระหกระเหินเสียแล้ว” ซุนเจิงเอ่ยพลางทอดมองร่างของเด็กน้อยที่นอนนิ่งไม่ได้สติ ส่วนเหอลี่อิงก็ทิ้งกายลงนั่งข้างร่างที่อ่อนแอขอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status