Home / รักโบราณ / ณ อนันต์ / กองกำลังแห่งตำหนักบูรพา

Share

กองกำลังแห่งตำหนักบูรพา

last update Last Updated: 2026-01-17 14:02:59

“สามารถขัดรับสั่งของรัชทายาทได้ เมื่อเห็นว่าสิ่งที่ทำนั้นไม่สมควรหรือมีเหตุผลไม่เพียงพอ”

องค์รัชทายาททวนประโยคของซุนจ้าวเฟิงที่ก้าวเข้ามาในตำหนักบูรพาอีกครั้ง และยอมตกลงที่จะเป็นคนของตำหนักบูรพา เพียงแต่มีเงื่อนไขบางประการ ซึ่งก็คือซุนจ้าวเฟิงผู้นี้มีสิทธิ์ที่จะขัดรับสั่งของรัชทายาทและตัดสินใจในสถานการณ์ต่างๆ ได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องอนุญาตก่อน

นับว่าเป็นคนที่มีอุดมการณ์ไม่น้อย แต่ใช่ว่าบุรุษผู้นี้จะชำนาญในการอยู่ในที่มืด ซุนจ้าวเฟิงเป็นขุนนางตำแหน่งสูงตั้งแต่อายุยังน้อย ฉะนั้นเขาจึงอยู่ในที่แจ้งมาโดยตลอด การจะก้าวเข้ามาทำงานในที่มืดโดยมีข้อตกลงเช่นนี้ ผู้เป็นองค์รัชทายาทจึงไม่เห็นควรนัก

“แต่ท่านไม่เคยทำงานเช่นนี้มาก่อนใต้เท้าซุน ท่านอาจจะก้าวพลาด หรือไม่ก็ตัดสินใจผิดพลาดได้โดยง่าย”

“หากกระหม่อมไม่เข้าใจ ขอเพียงองค์รัชทายาทบอกถึงเหตุผลก็เพียงพอ ถึงแม้กระหม่อมจะไร้ประสบการณ์ แต่ใช่ว่าจะไร้ความสามารถในการไตร่ตรอง”

“ได้” ใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่งรัชทายาทจึงตอบตกลง ด้วยว่าเห็นประโยชน์ในเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน “เช่นนั้นก็ย่อมได้ ท่านคือคนที่ข้าอนุโลมให้เท่านั้น ต่อไปในวันข้างหน้าจะไม่มีใครได้ข้อตกลงเช่นนี้อีก ฉะนั้นแล้วจงตระหนักให้ดีว่าสิ่งที่ท่านตั้งมั่นคือสิ่งใด และอย่าให้สิ่งใดมาทำลายมันได้ ไม่เว้นแม้แต่จักรพรรดิหรือว่าตัวของข้าเอง”

“และอีกข้อหนึ่ง...”

“เหตุใดท่านจึงโลภมากถึงเพียงนี้ใต้เท้า” รัชทายาทเอ่ยถามเมื่อซุนจ้าวเฟิงกล่าวถึงเงื่อนไขอีกข้อ กระนั้นก็ยอมฟังแต่โดยดี

“หากกระหม่อมพลาดพลั้งจนถึงแก่ชีวิตในงานใดงานหนึ่ง ขอให้พระองค์พาเหอเสี่ยวอิง ภรรยาของกระหม่อมออกจากเมืองหลวงและให้นางพำนักอยู่ในที่ที่ปลอดภัย”

“ทุกการตัดสินใจของท่านต้องมีภรรยาอยู่ด้วยเสมอหรือ เช่นนี้แหละหนาบุรุษที่เพิ่งจะแต่งงาน เห็นทุกอย่างหวานชื่นไปเสียหมด” รัชทายาทเอ่ยอย่างเข้าใจ ด้วยว่าตนนั้นมีสนมไม่น้อย เรื่องพวกนี้จึงเคยพานพบมาบ้าง จึงตีค่าประโยคเมื่อครู่นี้ของซุนจ้าวเฟิงเป็นเพียงคำพูดของบุรุษที่เพิ่งจะแต่งงานเท่านั้น “ต่อไปหากท่านแต่งอนุเข้าจวน ข้าไม่ต้องเป็นธุระจัดการสตรีของท่านทุกคนเลยหรือ เช่นนั้นจะไม่เป็นการเอาเปรียบผู้อื่นรึ ในเมื่อคนของตำหนักบูรพานี้ล้วนมีภรรยาเอกและอนุภรรยาด้วยกันทั้งนั้น”

“แค่เหอเสี่ยวอิงเท่านั้น ขอแค่พระองค์พานางออกจากเมืองหลวงและได้พักพิงอยู่ในที่ที่ปลอดภัย เรื่องอื่นกระหม่อมไม่สนใจ”

รัชทายาทแห่งต้าเว่ยทอดมองบุรุษที่ตอบด้วยเสียงหนักแน่นก็หันไปหาอนุชาที่ยืนอยู่ข้างกาย และได้รับการพยักหน้าเพียงเล็กน้อยเป็นเชิงบอกว่า หากไม่ยอมตกลงในเรื่องนี้ ซุนจ้าวเฟิงก็จะไม่ยอมเข้าร่วมด้วย

“ตกลง หากวันนั้นมาถึง ภรรยาเอกของท่านจะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบนอกเมืองหลวงอย่างที่ท่านต้องการ”

“ขอบพระทัย”

“ว่าแต่เหตุใดจึงคิดว่าถ้าหากท่านเป็นคนของตำหนักบูรพาแล้ว จะเกิดเรื่องจนทำให้ถึงแก่ชีวิตได้”

“เรื่องนี้อาจเป็นเรื่องดีและไม่ดี การมีอยู่ของกองกำลังนี้ใช่ว่าจะเป็นคุณและไร้โทษเสียทีเดียว อย่างไรเสียพระองค์ก็คือรัชทายาท อำนาจหลังบัลลังก์มังกรย่อมก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง”

เมื่อรัชทายาทได้ยินเช่นนั้น ก็เห็นด้วยในสิ่งที่รองเสนาบดีเบื้องหน้ากล่าวมา แต่ใช่ว่าจะถูกทั้งหมดเสียทีเดียว

“หน้าที่ของข้าในวังหลวงแห่งนี้ นอกจากการเป็นรัชทายาทแล้ว ก็คือดูแลสำนักตรวจสอบของราชสำนัก ท่านคงเข้าใจดีกระมัง การปกครองของแคว้นนี้ใช่ว่าจะบริหารจัดการได้อย่างถี่ถ้วน สำนักตรวจสอบนั้นมีความสำคัญน้อยที่สุดในสามสำนัก อำนาจใหญ่ไปอยู่ที่สำนักบริหารและสำนักราชเลขาธิการ แม้แต่ท่านเองยังถูกควบคุมโดยอัครเสนาบดีสำนักบริหาร ในส่วนของการตรวจสอบนั้นถูกคนมากมายมองข้ามและไม่ให้ค่า เพราะอย่างนั้นขุนนางทั้งหลายจึงให้ข้าที่เหมือนจะไร้ค่าไม่ต่างกันช่วยดูแลสำนักตรวจสอบนี้”

“พระองค์เป็นรัชทายาทจะไร้ค่าได้อย่างไร”

“ใครต่อใครต่างกล่าวว่าข้าคือรัชทายาทที่อยู่เบื้องหน้า รับเคราะห์แทนรัชทายาทตัวจริงที่เป็นพี่ชายของข้า เขาสมควรได้เป็นรัชทายาท แต่ข้ากลับได้ตำแหน่งนี้มา ขุนนางพวกนั้นจึงกล่าวว่านี่คือแผนของจักรพรรดิ ที่ใช้ข้ามาเป็นเป้านิ่งเพื่อรักษาพระราชโอรสคนสำคัญเอาไว้”

“เช่นนั้นพระองค์โกรธในเรื่องนี้ จึงคิดจะแก้แค้น”

“แล้วท่านคิดว่าอย่างไรล่ะ หากท่านคิดว่าข้าเป็นคนดี ข้าก็คงทำให้ท่านผิดหวังแล้วใต้เท้า” รัชทายาทกล่าวพร้อมกับเสียงหัวเราะที่ยากจะคาดเดา “วันนี้ข้าคงต้องคุยกับท่านอีกยาว เช่นนั้นเราไปนั่งคุยกันในอุทยานดีหรือไม่ นั่งสนทนา ดื่มชา ชมหมู่มวลดอกไม้ให้รื่นรมย์เสียหน่อย”

ซุนเจิงไม่เอ่ยสิ่งใด เขาเพียงเดินตามรัชทายาทอย่างว่าง่าย และบัดนี้ก็เกิดคำถามต่างๆ นานา แต่ไม่อาจจะเอ่ยปากพูดสิ่งใดได้ เพราะนี่ไม่ใช่เวลาที่เขาจะมาตั้งคำถาม แต่เป็นเวลาที่เขาจะล้วงเอาข้อเท็จจริงเสียมากกว่า เมื่อนั่งอยู่ท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้ในอุทยานพร้อมกับป้านชา การสนทนาก็เริ่มต้นขึ้นอย่างไม่เร่งรีบ

“ข้าโตที่นี่ พี่น้องก็มีมากมายจนจำแทบไม่ไหว ตั้งแต่เด็กทุกคนต่างบอกว่า พี่ชายของข้าต้องได้เป็นจักรพรรดิ และข้าก็เชื่อแบบนั้น แต่วันหนึ่งกลับมีราชโองการแต่งตั้งข้าให้เป็นรัชทายาท ทุกอย่างอยู่เหนือความคาดหมาย ทุกคนมองว่านี่คือกลอุบาย และข้าคือเหยื่อที่รับเคราะห์ในอุบายนี้ แต่ที่ทุกคนไม่รู้คือ พระราชบิดาบอกกับข้าตั้งแต่ข้ายังเยาว์วัย ว่าวันหนึ่งข้าจะได้ยืนในตำแหน่งที่พระราชบิดาเคยยืน และทุกอย่างที่ลือกันทั่ววังหลวงนั้นหามูลไม่ได้ เวลานั้นข้าไม่เข้าใจ แต่มาบัดนี้ข้าอาจจะเข้าใจขึ้นมาบ้าง”

ซุนเจิงฟังอย่างตั้งใจ มองบุรุษที่อายุน้อยกว่าตนมากอย่างตั้งคำถาม แต่เหมือนว่าสมัยนี้จะมีข้อสันนิษฐานที่เป็นไปได้ไม่กี่อย่าง “หมากการเมือง”

“ถูกต้อง ข้าเป็นบุตรที่เกิดจากฮองเฮา สมควรได้เป็นรัชทายาทโดยชอบธรรม แต่พี่ชายของข้าเป็นบุตรที่เกิดจากสนมกุ้ยเฟยที่พระราชบิดาโปรดปราน ขุนนางทั้งหลายจึงอยากสับเปลี่ยนกฎเกณฑ์บางอย่างเพื่อขั้วอำนาจให้ดำรงอยู่ต่อไป แต่กระนั้นจักรพรรดิก็ไม่ปล่อยให้สตรีมาอยู่เหนือเหตุและผลที่สมควร พระราชบิดาดึงดันให้ข้าเป็นรัชทายาท แม้ว่าจะมีคนคอยทัดทานอยู่ตลอดเวลา จนถึงตอนนี้ขุนนางยังไม่เห็นด้วย หากข้าจะเข้าไปว่าราชการกับจักรพรรดิ ด้วยว่าจะเป็นการสั่นคลอนอำนาจของจักรพรรดิ จึงจัดแจงให้ข้ามาดูแลสำนักตรวจสอบเพราะมีความสำคัญน้อยที่สุด แต่เหมือนว่าพวกเขานั้นจะหยิบยื่นอาวุธให้ข้าอย่างไม่รู้ตัว”

“พระองค์หวังในอำนาจ หรือหวังที่จะได้อำนาจอย่างชอบธรรม”

“มันต่างกันหรือ”

“หากหวังในอำนาจ พระองค์ไม่สนใจว่าที่มาของอำนาจนั้นจะดีหรือเลวเพียงใด ขอให้พระองค์ได้ครอบครองก็เพียงพอ แต่หากหวังในอำนาจโดยชอบธรรม คือพระองค์หวังว่าจะได้อำนาจมาด้วยความถูกต้อง และใช้มันอย่างถูกทาง”

“ข้าคงอยู่ระหว่างสิ่งที่ท่านกล่าว เพราะข้าไม่อาจได้อำนาจโดยชอบธรรมหากไม่ใช้วิธีที่เลวทราม วังหลวงแห่งนี้มีอะไรอีกมากที่ท่านไม่เข้าใจ และข้าก็ไม่ขอให้ท่านมาเข้าใจข้าเช่นกัน ท่านมีสิทธิ์ที่จะตัดสินว่าสิ่งที่ข้าทำนั้นถูกต้องหรือไม่ ข้าไม่ใช่ผู้หยั่งรู้ เพราะฉะนั้นข้าจึงต้องการคนที่กล้าทัดทานข้าแม้แต่ในเรื่องเล็กๆ เผื่อว่าวันใดข้าหลงระเริงจนเกินไป จะได้มีคนคอยเตือนและชี้นำ”

“พระองค์จะทำเพื่อราษฎร?”

“ข้าทำในสิ่งที่ควรทำ ไม่อาจกล่าวได้เต็มปากว่าทำเพื่อราษฎร อาจมีคนได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ นั่นเป็นเรื่องปกติของการใช้อำนาจ เพียงแต่ข้าทำเพื่อคนส่วนมาก”

“อย่างน้อยๆ พระองค์ก็ไม่ได้กล่าวให้ตนเองเป็นคนดี”

“ท่านพอใจหรือ ที่รัชทายาทเป็นคนเลวเช่นข้า”

“ในแผ่นดินไม่มีใครที่ดีพร้อม ทุกคนต่างมีความเลวที่เคยกระทำด้วยกันทั้งนั้น หากพระองค์กล่าวว่าตนเป็นคนดี หรือทำทุกอย่างเพื่อราษฎร กระหม่อมก็ไม่อาจเชื่อพระองค์ได้ แต่นับว่าพระองค์ยังซื่อตรงกับตนเองอยู่มาก จึงกล่าวออกมาอย่างไม่ปิดบัง”

“ท่านทดสอบข้าหรือ” ซุนเจิงไม่ตอบสิ่งใด เขาก้มหน้ายกน้ำชาขึ้นมาดื่มกลบเกลื่อนท่าทีของตนเมื่อถูกจับได้ แต่อีกฝ่ายที่เพิ่งจะรู้ตัวกลับหัวเราะออกมาอย่างชอบอกชอบใจ

“ข้าชักชอบท่านเสียแล้วใต้เท้าซุน”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ณ อนันต์    องครักษ์ที่ฝากตัวเป็นศิษย์

    “แต่ข้างานเยอะเหลือเกิน หากสอนท่านราชองครักษ์อีก เห็นทีว่าจะไม่มีเวลาอยู่กับฮูหยินเลยกระมัง” แม้จะกล่าวกับราชองครักษ์ที่นั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า ทว่าซุนเจิงกลับมองไปยังเหอลี่อิงอย่างไม่วางตา เสียงลอดไรฟันแสดงชัดว่าเขาไม่พอใจการมาของเหอลี่อิงอยู่มากเอาการ“อย่างไรเราก็เจอกันทุกวันไม่ใช่หรือ ท่านเองก็เก่งกาจ ความเก่งของท่านอาจจะไร้ค่าก็เป็นได้ หากไม่ถ่ายทอดให้ผู้อื่นได้เอาไปใช้ประโยชน์บ้าง ท่านจะหวงไว้ทำไมกัน ประเดี๋ยวก็แก่เฒ่าไม่มีเรี่ยวแรงแล้ว ถึงเวลานั้นท่านจะใช้กำลังเช่นตอนนี้ก็ไม่ได้ แต่หากท่านสอนให้แก่ผู้อื่นก็ยังได้ชื่นชมลูกศิษย์ของท่าน”“ข้าคงไม่แก่เร็วขนาดนั้น ฮูหยินขี้กังวลเกินไปแล้ว”“ใต้เท้าซุน...” เสียงเรียกลอดไร้ฟันของเหอลี่อิงทำเอาชายชาตรีที่กัดฟันสู้เถียงกับภรรยามานานสองนานเริ่มเสียวสันหลังขึ้นมาอย่างไรชอบกล “ข้าขอถามท่านอีกครั้ง ว่าท่านจะสอนการต่อสู้ให้แก่ท่านราชองครักษ์ไหม”“เหตุผลล่ะ?” คนที่รู้สึกเหมือนถูกต้อนให้จนมุมได้แต่ลอบกลืนน้ำลายและเอ่ยถามออกไป“เพราะคุณต้องการทีม...” เหอลี่อิงเอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่เบาราวกับกระซิบไม่ให้แขกผู้มาเยือนถึงที่ได้ยิน เธอมองใบหน้าของบุ

  • ณ อนันต์    แขกที่มาหาถึงที่จวน

    ส่วนซุนเจิงก็เดินเข้าไปหาราชองครักษ์ของรัชทายาทที่จิบน้ำชาอย่างสบายใจ ด้วยรอยยิ้มประหนึ่งว่าที่นี่คือจวนของตนเอง ไม่รู้ว่ายายเหอลี่อิงพูดกับไอ้หนุ่มนี่ไปขนาดไหนกัน ถึงได้นั่งยิ้มเหมือนคนบ้าเช่นนี้ คิดแล้วมันก็น่านัก! คราวที่แล้วเขาไม่น่าออมมือให้ชายคนนี้เลย ไม่น่าเลยซุนเจิง!“ใต้เท้า” แขกผู้มาเยือนโค้งกายคำนับเล็กน้อย ด้วยว่าอายุทั้งสองนั้นไม่ได้ต่างกันมากมาย แต่คนที่อายุไม่ต่างกันทั้งยังเป็นเจ้าของบ้านกลับเมินใส่การทำความเคารพเมื่อครู่ สาวเท้าไปนั่งพร้อมทั้งรินน้ำชาขึ้นมาดื่มราวกับไม่ใส่ใจแขกที่มาเยือนถึงจวนแม้แต่น้อย“วันนี้ที่ข้ามาหาใต้เท้าถึงจวน ก็เพราะองค์รัชทายาทมีรับสั่งว่าช่วงนี้ท่านคงมีเรื่องยุ่งเป็นแน่ จึงไม่ได้เข้าไปรายงานข่าวคราวให้พระองค์ทราบ ดังนั้นจึงส่งข้ามาแทน”ราชองครักษ์ซึ่งได้รับมอบหมายหน้าที่มารายงาน แต่บุรุษที่ได้รับฟังกลับเอาแต่นิ่งเฉย สนใจจอกน้ำชาในมือมากกว่าเขาที่เป็นคู่สนทนาเสียอีก“ใต้เท้า ใต้เท้าขอรับ”“หืม...น้ำชาเย็นชืดขนาดนี้ ท่านยังดื่มด้วยรอยยิ้มได้ เห็นทีว่าท่านจะเป็นคนกินง่ายอยู่ง่าย”“เอ่อ...ขอรับ เมื่อครู่ที่ข้าพูดไป”“มีเรื่องจริงอย่างที่องค์รัชทา

  • ณ อนันต์    เรื่องที่คิดไม่ตก

    “ไม่รอฟังคำขอโทษของเขาหน่อยหรือ ที่เขาว่าคุณไปเมื่อครู่นี้น่ะ” เหอลี่อิงที่ถูกรั้งตัวออกมาเอ่ยถามชายหนุ่มที่มีใบหน้าเรียบนิ่ง“ไม่จำเป็น เขาจะคิดอย่างไรก็ช่าง นั่นไม่ใช่หน้าที่ฉันเสียหน่อย”“แล้วคุณจะเอาอย่างไรต่อ เรื่องนี้เหมือนจะไม่ง่ายเลยไม่ใช่หรือ”“ใช่ เป็นไปไม่ได้ที่เรื่องใหญ่ขนาดนี้ขุนนางทั้งหลายจะไม่รู้ เพราะจักรพรรดิมีราชโองการชัดเจนในการจัดสรรที่ดิน แต่นี่อะไร ไม่มีใครเปิดปากถึงเรื่องนี้เลย เป็นไปได้ว่าจะเป็นพรรคพวกเดียวกัน ฉันเลยไม่พยายามทำตัวตื่นข่าว ประเดี๋ยวพวกนั้นจะไหวตัวทันเสียก่อน”“แล้วคุณจะบอกเรื่องนี้แก่รัชทายาทไหม” เมื่อเหอลี่อิงถามจบ ก็ได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอที่เล็ดลอดออกมา“ก็ลองดูว่าหูตาของรัชทายาทเป็นเช่นไร อายุมากแล้วก็แบบนี้ ทำงานตามระเบียบ ซื่อสัตย์ตามระบอบอะไรแบบนั้น ฉันไม่ชอบเท่าไหร่”“อะไรกัน คุณอยู่ในร่างหนุ่มขนาดนี้แล้วยังบ่นว่าตัวเองแก่อีกหรือ”“ก็เหมือนที่เธอตายด้านแล้วยังไงล่ะ” ซุนเจิงมองสตรีที่เริ่มชักสีหน้าอีกหนเมื่อเขาเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มยียวน “มาคิดดูแล้วก็คงจะจริง ฉันแทบจะนอนแก้ผ้าอยู่บนเตียงอยู่รอมร่อ เธอยังนอนเฉยๆ ได้ถึงเช้า”“คุณก็นอนถอดเสื้

  • ณ อนันต์    ตลอดหลายวันที่ผ่านมานี้ ท่านเห็นใต้เท้าไม่เต็มใจช่วยท่านหรือ

    มีเด็กวิ่งอยู่ในจวนนับว่าสร้างชีวิตชีวาให้แก่คนชราที่อยู่ในร่างของหนุ่มสาวอีกครั้งหนึ่ง ซุนเจิงมองเจ้าเด็กที่พอหายป่วยก็วิ่งวุ่นไปทั่วจวน โดยที่เขาไม่เอ่ยห้ามหรือดุเจ้าเด็กซนคนนี้แม้แต่น้อย“หยุดเล่นได้แล้วเสี่ยวหยู”ซุนเจิงเลิกคิ้วเมื่อได้ยินเสียงบิดาของเด็กน้อยที่เริ่มเกาะต้นไม้ ทำทีท่าว่าจะปีนขึ้นไปเป็นลิงเป็นค่าง“ข้าละอายเหลือเกินที่ทำให้ใต้เท้าวุ่นวายเช่นนี้”ซุนเจิงโบกมือไม่สนใจสิ่งที่อีกฝ่ายกล่าวว่าวุ่นวาย เชื้อเชิญให้แขกนั่งลงดื่มน้ำชาร่วมกับตน“เด็กก็แบบนี้ ช่างเขาเถิด” ซุนเจิงบอกปัดอย่างไม่ใส่ใจ “เรื่องของท่าน ข้าไปตรวจสอบดูแล้ว เห็นทีจะไม่ใช่เรื่องง่ายและคงต้องใช้เวลานานพอสมควร ข้าเห็นท่านควรกลับไปรอฟังข่าวที่บ้านจะสมควรกว่า เพราะอยู่นี่หากมีคนรู้เข้า ท่านจะเดือดร้อนเอาได้ และคราวนี้ท่านอาจจะไม่มีโอกาสได้ที่นากลับมาอีกเลย”เรื่องนี้ยิ่งตรวจสอบยิ่งได้รู้ว่าทุกอย่างนั้นมีข้อสงสัยมากกว่าที่ซุนเจิงคิด และการที่ครอบครัวนี้อยู่ในจวนของเขานั้นไม่ใช่เรื่องดีเลย เพราะครอบครัวนี้จะอยู่ในที่แจ้งและโดนทำร้ายกลั่นแกล้งได้ง่ายขึ้นกว่าเก่า แต่บุรุษตรงหน้าไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพยายามจะสื่อ

  • ณ อนันต์    ข้อร้องเรียนจากชาวบ้าน

    “ข้าไม่รู้หนังสือ นายอำเภอเอาอะไรมาให้ข้าประทับนิ้วมือก็ไม่ทราบ แต่วันรุ่งขึ้นเขาก็อ้างว่าตนเป็นเจ้าของที่นาของข้าไปแล้ว นายท่าน เช่นนี้ข้าถูกหลอกใช่หรือไม่ขอรับ!”“แล้วนายอำเภอหลอกลวงเอาที่นาของท่านเพียงผู้เดียวหรือของคนอื่นด้วย”“หลายครอบครัวอยู่ขอรับ พวกเขาไม่กล้ามาร้องเรียน แต่ข้าทนไม่ไหวเพราะว่าลูกยังเล็ก ทำงานแทบตายแต่ไม่เหลือเงินแม้สักตำลึงไว้จุนเจือครอบครัว เช่นนี้แล้วลูกและเมียข้าไม่ต้องอดตายหรือ ข้าจึงจำต้องมาเมืองหลวง...นายท่านช่วยข้าได้หรือไม่”“หากทำตามกฎระเบียบแน่นอนว่ายุ่งยากจนข้านึกขยาด” ซุนเจิงเอ่ยอย่างไม่ปิดบัง ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน เรื่องกฎระเบียบนั้นยุ่งยากอยู่เสมอ แต่ใช่ว่าตอนนี้เขาจะต้องทำตามแบบแผนเสมอไปนี่ “แต่หากจะให้มันรวบรัดก็มีทางอยู่บ้าง แต่ทำเช่นนั้นก็จะไม่เด็ดขาดและก่อให้เกิดปัญหาในการณ์ข้างหน้าได้ เช่นนั้นแล้ว… ข้าจะลองดูให้ก็แล้วกัน”“จริงหรือขอรับ” คนที่ได้รับความช่วยเหลือพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดีใจเหลือหลาย ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ศีรษะจดกับพื้นดินด้วยความซาบซึ้งในน้ำใจ แต่กระนั้นซุนเจิงก็พยุงร่างของบุรุษที่แสดงความซาบซึ้งใจให้ลุกขึ้น เนื่องด้วยว่านี่ไม่เป็น

  • ณ อนันต์    หนอนบ่อนไส้ในกรมคลัง

    เจ้าของจวนสั่งให้คนจัดแจงห้องหับให้ทั้งสามคนได้พักพิง วางร่างของเด็กน้อยที่ตัวเล็กจนน่าเป็นห่วงลงบนเตียง ซุนเจิงมองเหอลี่อิงที่หน้าเสียเมื่อเห็นความลำบากและขัดสนของครอบครัวตรงหน้า ซึ่งเขาก็ทำได้แค่กุมมือของเธอเอาไว้เท่านั้น“อีกประเดี๋ยวหมอก็คงจะมา ข้าให้คนจัดเตรียมอาภรณ์ให้พวกท่านได้ผลัดเปลี่ยนแล้ว พวกท่านก็ไปล้างเนื้อล้างตัวก่อนเถิด ข้าและฮูหยินจะดูแลเด็กคนนี้ให้ก่อน”“ข้าไม่อยากรบกวน แค่นี้ก็มากมายเหลือเกินแล้ว”“ไม่รบกวน ข้ายินดีช่วยท่าน ส่วนเรื่องที่ท่านมาร้องเรียนนั้น เสร็จจากการตรวจรักษาข้าจะคุยกับท่านในภายหลัง ข้าเป็นขุนนางอยู่กรมคลัง เรื่องนี้คงต้องเป็นหน้าที่ของข้า”สองสามีภรรยาที่ไม่มีที่พึ่งพิงมองหน้ากันอย่างไม่อยากเชื่อหูของตนนัก ว่าจะได้พบกับขุนนางที่เมตตาถึงเพียงนี้ สุดท้ายพวกเข้าจึงเข้าไปชำระร่างกายและผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ตามที่เจ้าของจวนเอ่ยปาก ปล่อยเจ้าของจวนทั้งสองไว้กับเด็กน้อยที่นอนนิ่งบนเตียงกว้างอย่างเวทนา“ดูสิ ตัวก็เล็กถึงเพียงนี้ พ่อแม่ก็พามาระหกระเหินเสียแล้ว” ซุนเจิงเอ่ยพลางทอดมองร่างของเด็กน้อยที่นอนนิ่งไม่ได้สติ ส่วนเหอลี่อิงก็ทิ้งกายลงนั่งข้างร่างที่อ่อนแอขอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status