Home / รักโบราณ / ณ อนันต์ / เรื่องที่คิดไม่ตก

Share

เรื่องที่คิดไม่ตก

last update Last Updated: 2026-01-19 21:33:21

“ไม่รอฟังคำขอโทษของเขาหน่อยหรือ ที่เขาว่าคุณไปเมื่อครู่นี้น่ะ” เหอลี่อิงที่ถูกรั้งตัวออกมาเอ่ยถามชายหนุ่มที่มีใบหน้าเรียบนิ่ง

“ไม่จำเป็น เขาจะคิดอย่างไรก็ช่าง นั่นไม่ใช่หน้าที่ฉันเสียหน่อย”

“แล้วคุณจะเอาอย่างไรต่อ เรื่องนี้เหมือนจะไม่ง่ายเลยไม่ใช่หรือ”

“ใช่ เป็นไปไม่ได้ที่เรื่องใหญ่ขนาดนี้ขุนนางทั้งหลายจะไม่รู้ เพราะจักรพรรดิมีราชโองการชัดเจนในการจัดสรรที่ดิน แต่นี่อะไร ไม่มีใครเปิดปากถึงเรื่องนี้เลย เป็นไปได้ว่าจะเป็นพรรคพวกเดียวกัน ฉันเลยไม่พยายามทำตัวตื่นข่าว ประเดี๋ยวพวกนั้นจะไหวตัวทันเสียก่อน”

“แล้วคุณจะบอกเรื่องนี้แก่รัชทายาทไหม” เมื่อเหอลี่อิงถามจบ ก็ได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอที่เล็ดลอดออกมา

“ก็ลองดูว่าหูตาของรัชทายาทเป็นเช่นไร อายุมากแล้วก็แบบนี้ ทำงานตามระเบียบ ซื่อสัตย์ตามระบอบอะไรแบบนั้น ฉันไม่ชอบเท่าไหร่”

“อะไรกัน คุณอยู่ในร่างหนุ่มขนาดนี้แล้วยังบ่นว่าตัวเองแก่อีกหรือ”

“ก็เหมือนที่เธอตายด้านแล้วยังไงล่ะ” ซุนเจิงมองสตรีที่เริ่มชักสีหน้าอีกหนเมื่อเขาเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มยียวน “มาคิดดูแล้วก็คงจะจริง ฉันแทบจะนอนแก้ผ้าอยู่บนเตียงอยู่รอมร่อ เธอยังนอนเฉยๆ ได้ถึงเช้า”

“คุณก็นอนถอดเสื้อประจำไม่ใช่หรือ! ฉันจะตื่นเต้นอะไรล่ะ!”

“แต่ฉันไม่ใช่ตาแก่เหมือนแต่ก่อนแล้ว เธอไม่เห็นหรือ หน้าท้องฉันเป็นลอนขนาดไหน กล้ามเนื้อแบบนี้น่ะเธอไม่ได้สัมผัสมันมากี่สิบปีแล้ว ไม่คิดถึงบ้างหรือไง”

“โอ๊ย! ฉันจะบ้า!” เหอลี่อิงแสดงท่าทีระอา แต่ซุนเจิงกลับเห็นใบหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรื่อ ท่าทีกลบเกลื่อนว่าโมโหเขานักหนานั้นไม่อาจซ่อนเร้นความเขินอายของเธอได้หมด และสุดท้ายเหอลี่อิงก็ฟาดมือแรงๆ ลงที่ต้นแขนของเขา และเดินจ้ำอ้าวไปที่ใดก็ไม่ทราบ

“หวั่นไหวเหมือนกันนี่” ซุนเจิงยิ้มมุมปากพร้อมเสียงหัวเราะในลำคอที่แสดงถึงความพึงพอใจในเรื่องนี้ กลับมาเป็นหนุ่มอีกครั้งก็มีเรื่องดีอยู่มากทีเดียว โดยเฉพาะการกลับมาอยู่ในร่างที่เหมือนกับตนทุกกระเบียดนิ้วยิ่งนับว่าสวรรค์เมตตาเขาอยู่ไม่น้อยเลย

***

เพียงสองวันจากที่ซุนเจิงเอ่ยปากเรื่องของครอบครัวซึ่งเข้ามาร้องทุกข์ถึงเมืองหลวง ทั้งสามคนนั้นก็ขอตัวกลับไปแต่โดยดีและไม่คิดกังขาในสิ่งใดอีก ซุนเจิงจึงทำงานได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น เขาตรวจตราเอกสารหลายต่อหลายฉบับก็พบว่าตัวเลขนั้นถูกต้องไม่มีอะไรผิดเพี้ยน ทั้งบัญชีภาษีโรงเรือน ส่วยแรงงาน จำนวนการจัดสรรที่ดิน แล้วแบบนี้เขาจะสืบสาวเอาความกับคนที่อยู่เบื้องหลังได้อย่างไร

แม้จะอ้างได้ว่านายอำเภอผู้นั้นนำสิทธิ์ของชาวบ้านมาใช้ประโยชน์ แต่อย่างไรเสียเขาก็คงไม่ใจกว้างขนาดเก็บข้าวและพืชพรรณธัญญาหารไว้ในโรงเรือนของผู้อื่นกระมัง อย่างไรก็ต้องอยู่ในที่ดินของนายอำเภอ เช่นนั้นทางการย่อมตรวจสอบได้ หากไม่ใช่ว่านายอำเภอปั้นแต่งและปกปิดเรื่องนี้เอาไว้ แต่จะปิดได้อย่างไร ในเมื่อเมืองหนึ่งไม่ได้มีขุนนางเพียงคนเดียว เหนือนายอำเภอก็ยังมีขุนนางที่มียศศักดิ์มากกว่า เช่นนี้หากไม่เรียกว่าปล่อยปละละเลยลูกน้องใต้บังคับบัญชา ก็อาจจะกล่าวได้ว่าสมรู้ร่วมคิดกันเป็นทอดๆ

“ซุนเจิง”

คนที่คิดงานหัวปั่นมาตลอดวัน สลัดทุกอย่างทิ้งในทันทีเมื่อได้ยินเสียงคุ้นหูดังขึ้น เหอลี่อิงก็เข้ามาหาถึงในห้องหนังสือโดยที่เขาไม่ทันได้บอกอนุญาตด้วยซ้ำไป แต่ใครจะห้ามเหอลี่อิงได้กัน

“มีอะไรหรือ”

“มีคนมาหาน่ะ บอกว่าเป็นราชองครักษ์ของรัชทายาท”

ซุนเจิงพลันทราบในสาเหตุที่ทำให้ใบหน้าของเหอลี่อิงเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด แต่เขาก็แสร้งทำเป็นว่าไม่เห็นมัน “อ้อ คนนี้ไงที่ฉันเคยบอกว่าจัดการเสียจนลุกไม่ขึ้น”

“เขามาหาเช่นนี้ไม่ใช่ว่ามีเรื่องใหญ่หรือ”

“ไม่หรอก เขาก็คงมาถามข่าวกระมัง รัชทายาทคงรู้แล้วว่าฉันกำลังจะทำอะไรบางอย่าง ฉันไม่เข้าไปบอก เขาเลยให้คนมาถาม”

“อย่างนั้นคุณรีบออกไปคุยกับเขาก่อนไหม”

“ช่างเรื่องของเขา เธอมานี่ก่อนสิเหอลี่อิง” ซุนเจิงกวักมือเรียกสตรีที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความวิตกให้เข้ามานั่งตรงกันข้าม “บัญชีพวกนี้น่ะ มันแต่งขึ้นได้ไหม ปลอมมันขึ้นมาอะไรเทือกนั้นน่ะ”

“ได้ ทำไมหรือ”

“แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าบัญชีไหนแต่งขึ้น”

“ถ้าสมัยนี้ก็ยากอยู่ เพราะเราไม่รู้ว่าเงินมาจากไหน อย่างอันนี้ภาษีโรงเรือน เขาแจ้งเรามาว่ามีโรงเรือนอยู่หนึ่งพันแห่งทั่วแคว้น แต่ความจริงอาจจะมีอยู่สามพันแห่งก็ได้ใครจะไปรู้ หากไม่ใช่คนในพื้นที่ เรื่องพวกนี้จึงสร้างได้ง่ายกว่ายุคของเรา”

“แบบนี้เอง”

“แล้วนี่จะปล่อยให้ราชองครักษ์รอหรือ”

“ก็ให้รอไปก่อน ฉันยังไม่มีอารมณ์ไปคุยกับเขา ครั้งก่อนเขาทำฉันตาลายเชียว กระโดดไปมาเป็นเด็ก นี่ถ้าเป็นลูกเป็นหลานฉันจับหักขาตั้งแต่เด็กไปแล้ว คนอะไรจะสู้กับคนอื่นกลับวิ่งวุ่นไปทั่ว ช่องโหว่ก็เยอะเกินไป”

“ใครจะเก่งเหมือนคุณกันล่ะ”

ซุนเจิงมองสตรีที่ประชดประชันใส่เขาอย่างไม่จริงจัง ก่อนจะตั้งท่าลุกขึ้นจนเขาต้องเรียกเพื่อรั้งตัวไว้ “จะไปไหน”

“ก็คุณยังไม่อยากออกไปเจอเขา ฉันก็จะออกไปรับหน้าแทนคุณก่อนไง”

“รับหน้า?” ซุนเจิงมองสตรีที่ตอบกลับ รับหน้าของเหอลี่อิงที่ว่านั่นคือการนั่งคุยกันตามลำพังน่ะหรือ

“ใช่ ตอนแรกนึกว่าเป็นราชองครักษ์แล้วจะขรึมๆ เหมือนในละคร แต่นี่เขาช่างพูดช่างเจรจาดี ไปคุยกับเขาฆ่าเวลารอคุณน่าจะดีอยู่เหมือนกัน”

มองสตรีที่มีใบหน้ายิ้มแย้มเมื่อพูดถึงชายอื่น ชายที่นั่งนิ่งมองอยู่นั้นก็กำมือแน่นอย่างเผลอไผลและพูดขึ้นเสียงดัง “ไม่ต้อง! เดี๋ยวฉันไปเอง เธอน่ะเข้าครัวไปทำอาหารเย็นได้แล้ว!”

“อะไรกัน ยังไม่ทันกินมื้อเที่ยง จะกินมื้อเย็นเลยรึ”

“เอ๊ะ! เธอนี่ อย่างนั้นไปไหนก็ได้ แต่ไม่ต้องเข้าไปเจอหน้าไอ้หมอนั่น เข้าใจไหม!” พูดจบก็พรวดพราดเดินออกไป ทิ้งให้สตรีที่มีใบหน้ายิ้มแย้มเมื่อครู่นี้ยิ้มกว้างขึ้นกว่าเก่า คล้อยหลังซุนเจิง เหอลี่อิงก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ

“ทำมาเป็นเล่นตัว สมน้ำหน้า!”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ณ อนันต์    องครักษ์ที่ฝากตัวเป็นศิษย์

    “แต่ข้างานเยอะเหลือเกิน หากสอนท่านราชองครักษ์อีก เห็นทีว่าจะไม่มีเวลาอยู่กับฮูหยินเลยกระมัง” แม้จะกล่าวกับราชองครักษ์ที่นั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า ทว่าซุนเจิงกลับมองไปยังเหอลี่อิงอย่างไม่วางตา เสียงลอดไรฟันแสดงชัดว่าเขาไม่พอใจการมาของเหอลี่อิงอยู่มากเอาการ“อย่างไรเราก็เจอกันทุกวันไม่ใช่หรือ ท่านเองก็เก่งกาจ ความเก่งของท่านอาจจะไร้ค่าก็เป็นได้ หากไม่ถ่ายทอดให้ผู้อื่นได้เอาไปใช้ประโยชน์บ้าง ท่านจะหวงไว้ทำไมกัน ประเดี๋ยวก็แก่เฒ่าไม่มีเรี่ยวแรงแล้ว ถึงเวลานั้นท่านจะใช้กำลังเช่นตอนนี้ก็ไม่ได้ แต่หากท่านสอนให้แก่ผู้อื่นก็ยังได้ชื่นชมลูกศิษย์ของท่าน”“ข้าคงไม่แก่เร็วขนาดนั้น ฮูหยินขี้กังวลเกินไปแล้ว”“ใต้เท้าซุน...” เสียงเรียกลอดไร้ฟันของเหอลี่อิงทำเอาชายชาตรีที่กัดฟันสู้เถียงกับภรรยามานานสองนานเริ่มเสียวสันหลังขึ้นมาอย่างไรชอบกล “ข้าขอถามท่านอีกครั้ง ว่าท่านจะสอนการต่อสู้ให้แก่ท่านราชองครักษ์ไหม”“เหตุผลล่ะ?” คนที่รู้สึกเหมือนถูกต้อนให้จนมุมได้แต่ลอบกลืนน้ำลายและเอ่ยถามออกไป“เพราะคุณต้องการทีม...” เหอลี่อิงเอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่เบาราวกับกระซิบไม่ให้แขกผู้มาเยือนถึงที่ได้ยิน เธอมองใบหน้าของบุ

  • ณ อนันต์    แขกที่มาหาถึงที่จวน

    ส่วนซุนเจิงก็เดินเข้าไปหาราชองครักษ์ของรัชทายาทที่จิบน้ำชาอย่างสบายใจ ด้วยรอยยิ้มประหนึ่งว่าที่นี่คือจวนของตนเอง ไม่รู้ว่ายายเหอลี่อิงพูดกับไอ้หนุ่มนี่ไปขนาดไหนกัน ถึงได้นั่งยิ้มเหมือนคนบ้าเช่นนี้ คิดแล้วมันก็น่านัก! คราวที่แล้วเขาไม่น่าออมมือให้ชายคนนี้เลย ไม่น่าเลยซุนเจิง!“ใต้เท้า” แขกผู้มาเยือนโค้งกายคำนับเล็กน้อย ด้วยว่าอายุทั้งสองนั้นไม่ได้ต่างกันมากมาย แต่คนที่อายุไม่ต่างกันทั้งยังเป็นเจ้าของบ้านกลับเมินใส่การทำความเคารพเมื่อครู่ สาวเท้าไปนั่งพร้อมทั้งรินน้ำชาขึ้นมาดื่มราวกับไม่ใส่ใจแขกที่มาเยือนถึงจวนแม้แต่น้อย“วันนี้ที่ข้ามาหาใต้เท้าถึงจวน ก็เพราะองค์รัชทายาทมีรับสั่งว่าช่วงนี้ท่านคงมีเรื่องยุ่งเป็นแน่ จึงไม่ได้เข้าไปรายงานข่าวคราวให้พระองค์ทราบ ดังนั้นจึงส่งข้ามาแทน”ราชองครักษ์ซึ่งได้รับมอบหมายหน้าที่มารายงาน แต่บุรุษที่ได้รับฟังกลับเอาแต่นิ่งเฉย สนใจจอกน้ำชาในมือมากกว่าเขาที่เป็นคู่สนทนาเสียอีก“ใต้เท้า ใต้เท้าขอรับ”“หืม...น้ำชาเย็นชืดขนาดนี้ ท่านยังดื่มด้วยรอยยิ้มได้ เห็นทีว่าท่านจะเป็นคนกินง่ายอยู่ง่าย”“เอ่อ...ขอรับ เมื่อครู่ที่ข้าพูดไป”“มีเรื่องจริงอย่างที่องค์รัชทา

  • ณ อนันต์    เรื่องที่คิดไม่ตก

    “ไม่รอฟังคำขอโทษของเขาหน่อยหรือ ที่เขาว่าคุณไปเมื่อครู่นี้น่ะ” เหอลี่อิงที่ถูกรั้งตัวออกมาเอ่ยถามชายหนุ่มที่มีใบหน้าเรียบนิ่ง“ไม่จำเป็น เขาจะคิดอย่างไรก็ช่าง นั่นไม่ใช่หน้าที่ฉันเสียหน่อย”“แล้วคุณจะเอาอย่างไรต่อ เรื่องนี้เหมือนจะไม่ง่ายเลยไม่ใช่หรือ”“ใช่ เป็นไปไม่ได้ที่เรื่องใหญ่ขนาดนี้ขุนนางทั้งหลายจะไม่รู้ เพราะจักรพรรดิมีราชโองการชัดเจนในการจัดสรรที่ดิน แต่นี่อะไร ไม่มีใครเปิดปากถึงเรื่องนี้เลย เป็นไปได้ว่าจะเป็นพรรคพวกเดียวกัน ฉันเลยไม่พยายามทำตัวตื่นข่าว ประเดี๋ยวพวกนั้นจะไหวตัวทันเสียก่อน”“แล้วคุณจะบอกเรื่องนี้แก่รัชทายาทไหม” เมื่อเหอลี่อิงถามจบ ก็ได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอที่เล็ดลอดออกมา“ก็ลองดูว่าหูตาของรัชทายาทเป็นเช่นไร อายุมากแล้วก็แบบนี้ ทำงานตามระเบียบ ซื่อสัตย์ตามระบอบอะไรแบบนั้น ฉันไม่ชอบเท่าไหร่”“อะไรกัน คุณอยู่ในร่างหนุ่มขนาดนี้แล้วยังบ่นว่าตัวเองแก่อีกหรือ”“ก็เหมือนที่เธอตายด้านแล้วยังไงล่ะ” ซุนเจิงมองสตรีที่เริ่มชักสีหน้าอีกหนเมื่อเขาเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มยียวน “มาคิดดูแล้วก็คงจะจริง ฉันแทบจะนอนแก้ผ้าอยู่บนเตียงอยู่รอมร่อ เธอยังนอนเฉยๆ ได้ถึงเช้า”“คุณก็นอนถอดเสื้

  • ณ อนันต์    ตลอดหลายวันที่ผ่านมานี้ ท่านเห็นใต้เท้าไม่เต็มใจช่วยท่านหรือ

    มีเด็กวิ่งอยู่ในจวนนับว่าสร้างชีวิตชีวาให้แก่คนชราที่อยู่ในร่างของหนุ่มสาวอีกครั้งหนึ่ง ซุนเจิงมองเจ้าเด็กที่พอหายป่วยก็วิ่งวุ่นไปทั่วจวน โดยที่เขาไม่เอ่ยห้ามหรือดุเจ้าเด็กซนคนนี้แม้แต่น้อย“หยุดเล่นได้แล้วเสี่ยวหยู”ซุนเจิงเลิกคิ้วเมื่อได้ยินเสียงบิดาของเด็กน้อยที่เริ่มเกาะต้นไม้ ทำทีท่าว่าจะปีนขึ้นไปเป็นลิงเป็นค่าง“ข้าละอายเหลือเกินที่ทำให้ใต้เท้าวุ่นวายเช่นนี้”ซุนเจิงโบกมือไม่สนใจสิ่งที่อีกฝ่ายกล่าวว่าวุ่นวาย เชื้อเชิญให้แขกนั่งลงดื่มน้ำชาร่วมกับตน“เด็กก็แบบนี้ ช่างเขาเถิด” ซุนเจิงบอกปัดอย่างไม่ใส่ใจ “เรื่องของท่าน ข้าไปตรวจสอบดูแล้ว เห็นทีจะไม่ใช่เรื่องง่ายและคงต้องใช้เวลานานพอสมควร ข้าเห็นท่านควรกลับไปรอฟังข่าวที่บ้านจะสมควรกว่า เพราะอยู่นี่หากมีคนรู้เข้า ท่านจะเดือดร้อนเอาได้ และคราวนี้ท่านอาจจะไม่มีโอกาสได้ที่นากลับมาอีกเลย”เรื่องนี้ยิ่งตรวจสอบยิ่งได้รู้ว่าทุกอย่างนั้นมีข้อสงสัยมากกว่าที่ซุนเจิงคิด และการที่ครอบครัวนี้อยู่ในจวนของเขานั้นไม่ใช่เรื่องดีเลย เพราะครอบครัวนี้จะอยู่ในที่แจ้งและโดนทำร้ายกลั่นแกล้งได้ง่ายขึ้นกว่าเก่า แต่บุรุษตรงหน้าไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพยายามจะสื่อ

  • ณ อนันต์    ข้อร้องเรียนจากชาวบ้าน

    “ข้าไม่รู้หนังสือ นายอำเภอเอาอะไรมาให้ข้าประทับนิ้วมือก็ไม่ทราบ แต่วันรุ่งขึ้นเขาก็อ้างว่าตนเป็นเจ้าของที่นาของข้าไปแล้ว นายท่าน เช่นนี้ข้าถูกหลอกใช่หรือไม่ขอรับ!”“แล้วนายอำเภอหลอกลวงเอาที่นาของท่านเพียงผู้เดียวหรือของคนอื่นด้วย”“หลายครอบครัวอยู่ขอรับ พวกเขาไม่กล้ามาร้องเรียน แต่ข้าทนไม่ไหวเพราะว่าลูกยังเล็ก ทำงานแทบตายแต่ไม่เหลือเงินแม้สักตำลึงไว้จุนเจือครอบครัว เช่นนี้แล้วลูกและเมียข้าไม่ต้องอดตายหรือ ข้าจึงจำต้องมาเมืองหลวง...นายท่านช่วยข้าได้หรือไม่”“หากทำตามกฎระเบียบแน่นอนว่ายุ่งยากจนข้านึกขยาด” ซุนเจิงเอ่ยอย่างไม่ปิดบัง ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน เรื่องกฎระเบียบนั้นยุ่งยากอยู่เสมอ แต่ใช่ว่าตอนนี้เขาจะต้องทำตามแบบแผนเสมอไปนี่ “แต่หากจะให้มันรวบรัดก็มีทางอยู่บ้าง แต่ทำเช่นนั้นก็จะไม่เด็ดขาดและก่อให้เกิดปัญหาในการณ์ข้างหน้าได้ เช่นนั้นแล้ว… ข้าจะลองดูให้ก็แล้วกัน”“จริงหรือขอรับ” คนที่ได้รับความช่วยเหลือพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดีใจเหลือหลาย ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ศีรษะจดกับพื้นดินด้วยความซาบซึ้งในน้ำใจ แต่กระนั้นซุนเจิงก็พยุงร่างของบุรุษที่แสดงความซาบซึ้งใจให้ลุกขึ้น เนื่องด้วยว่านี่ไม่เป็น

  • ณ อนันต์    หนอนบ่อนไส้ในกรมคลัง

    เจ้าของจวนสั่งให้คนจัดแจงห้องหับให้ทั้งสามคนได้พักพิง วางร่างของเด็กน้อยที่ตัวเล็กจนน่าเป็นห่วงลงบนเตียง ซุนเจิงมองเหอลี่อิงที่หน้าเสียเมื่อเห็นความลำบากและขัดสนของครอบครัวตรงหน้า ซึ่งเขาก็ทำได้แค่กุมมือของเธอเอาไว้เท่านั้น“อีกประเดี๋ยวหมอก็คงจะมา ข้าให้คนจัดเตรียมอาภรณ์ให้พวกท่านได้ผลัดเปลี่ยนแล้ว พวกท่านก็ไปล้างเนื้อล้างตัวก่อนเถิด ข้าและฮูหยินจะดูแลเด็กคนนี้ให้ก่อน”“ข้าไม่อยากรบกวน แค่นี้ก็มากมายเหลือเกินแล้ว”“ไม่รบกวน ข้ายินดีช่วยท่าน ส่วนเรื่องที่ท่านมาร้องเรียนนั้น เสร็จจากการตรวจรักษาข้าจะคุยกับท่านในภายหลัง ข้าเป็นขุนนางอยู่กรมคลัง เรื่องนี้คงต้องเป็นหน้าที่ของข้า”สองสามีภรรยาที่ไม่มีที่พึ่งพิงมองหน้ากันอย่างไม่อยากเชื่อหูของตนนัก ว่าจะได้พบกับขุนนางที่เมตตาถึงเพียงนี้ สุดท้ายพวกเข้าจึงเข้าไปชำระร่างกายและผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ตามที่เจ้าของจวนเอ่ยปาก ปล่อยเจ้าของจวนทั้งสองไว้กับเด็กน้อยที่นอนนิ่งบนเตียงกว้างอย่างเวทนา“ดูสิ ตัวก็เล็กถึงเพียงนี้ พ่อแม่ก็พามาระหกระเหินเสียแล้ว” ซุนเจิงเอ่ยพลางทอดมองร่างของเด็กน้อยที่นอนนิ่งไม่ได้สติ ส่วนเหอลี่อิงก็ทิ้งกายลงนั่งข้างร่างที่อ่อนแอขอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status