INICIAR SESIÓN🥮กระท่อมท้ายสวรรค์🥮
เสวียนอี้ได้ยินสิ่งที่เฟิ่งหลานเอ่ยพรรณาถึงเทพ หมิงเยี่ยเขาก็เริ่มรู้สึกอิจฉาเทพหมิงเยี่ยเหลือเกินที่เทพธิดาน้อยใหญ่ต่างพากันหลงเสน่ห์เทพมังกรตนนี้รวมถึงเฟิ่งหลานธิดาหงส์ที่เขาแอบรักมาเนิ่นนานด้วย “ที่เจ้าดีใจขนาดนี้แสดงว่าเจ้าคงจะชอบเขามากจริงๆ” เสวียนอี้ถามเฟิ่งหลานด้วยความรู้สึกน้อยใจ “ใช่!ข้าชอบเขาด้วยใจจริงถึงแม้ว่าตัวข้าจะไม่ได้ครอบครองข้าก็พร้อมจะอยู่เคียงข้างเขาตลอดไป”นางตอบเสวียนอี้ออกมา “ข้าก็คิดแบบเดียวกันกับเจ้าแต่ทำไมเจ้าถึงไม่มองมาที่ข้าบ้างล่ะเฟิ่งหลาน” เสวียนอี้คิดในใจจากนั้นก็ทำหน้าเศร้าพร้อมกับถอนหายใจ เฟิ่งหลานมองมาที่เสวียนอี้นางเห็นท่าทีและสีหน้าที่เศร้าเฟิ่งหลานจึงคิดว่าลูกท้อพันปีไม่ถูกใจเขารึนางจึงยื่นมือไปแตะที่ไหล่ของเสวียนอี้แล้วตบเบา ๆ คล้ายกับปลอบใจ “เสวียนอี้ไว้ข้าจะทำยาบำรุงฟื้นฟูตบะให้กับท่านนะรับรองท่านต้องถูกใจแน่นอน” เฟิ่งหลานพูดเสร็จก็ส่งยิ้มอย่างสดใสให้เขา เสวียนอี้เองได้แต่ยิ้มตอบรับให้นางเบาๆแบบเศร้าใจโดยที่เฟิ่งหลานไม่รู้เลยว่าเขานั้นไม่ได้เสียใจเรื่องผลลูกท้อพันปีแต่เสียใจที่นางไม่เคยรู้ถึงจิตใจเขาบ้างเลย ทางด้านเหนียงซีเทพวารีก็คอยเอาแต่ตามติดตัวของหมิงเยี่ยอยู่ตลอดเวลานางเข้าออกตำหนักมังกรของเขาแบบไม่สนสายตาเทพธิดาองค์อื่น ๆ เพื่อแสดงให้รู้ว่าไม่มีใครเหมาะสมกับเขามากว่านางแล้วในสรวงสวรรค์แห่งนี้ เหนียงซีนั้นชอบหมิงเยี่ยมากซึ่งตัวเขาเองก็รู้ดีแก่ใจแต่ว่าเขาก็คอยบอกเหนียงซีมาตลอดว่าความรู้สึกที่เขามีให้นางมีแค่ความรู้สึกเพียงแค่สหายเท่านั้น “หมิงเยี่ยเมื่อไหร่ท่านจะเข้าใจจิตใจของข้าว่ารู้สึกกับท่านเช่นไร” เหนียงซีพูดพร้อมกับจับมือเพื่อให้หมิงเยี่ยรู้ว่านางรักเขามากเพียงใด “เหนียงซีข้าจำได้ว่าเคยบอกกับเจ้าไปหลายครั้งแล้วว่าข้ามีความรู้สึกกับเจ้าเพียงแค่สหายเท่านั้นมากกว่านี้คงไม่ได้” หมิงเยี่ยบอกกับนาง เหนียงซีได้ยินเช่นนั้นก็ก้มหน้าเพราะเสียใจนางบีบน้ำตาหวังให้หมิงเยี่ยเห็นใจและรับรักของนางบ้างแม้สัก น้อยนิดบ้างก็ยังดีไม่ใช่เอ่ยวาจาทำร้ายจิตใจแบบนี้ “เหนียงซีต่อให้เจ้าร้องไห้ข้าก็ให้ความรู้สึกได้เพียงแค่สหายเท่านี้จริงๆ” หมิงเยี่ยบอกกับนาง พอเหนียงซีได้ยินคำพูดของหมิงเยี่ยที่ยืนกรานเช่น นั้นก็ทำให้นางคิดในใจถ้าหากข้าไม่ได้ใจของท่านก็อย่าหวังว่าใครจะได้ใจของท่านไปข้าจะไม่ให้ธิดาเทพองค์ใดเข้ามาใกล้ชิดท่านได้เลยแม้สักคนพลันเหนียงซีปล่อยมือเขาด้วยอารมณ์ขุ่นเคืองและเดินออกจากตำหนักมังกรของ หมิงเยี่ยไปทันที หมิงเยี่ยเห็นเหนียงซีเดินกลับไปที่ตำหนักของนางตัวเขาเองก็รู้สึกไม่สบายใจที่ต้องทำแบบนี้แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อเขานั้นก็ไม่ได้มีใจให้กับเหนียงซีหากยิ่งยื้อเหนียงซีเองก็จะยิ่งทำแบบนี้ต่อไปเรื่อยและสิ่งที่เขากลัวที่สุดคือกลัวว่าเมื่อวันนึงที่เหนียงซีรู้ว่าเขามีใจให้นางผู้อื่นนางผู้นั้นจะเป็นทุกข์เพราะเขาเสียป่าว วันต่อมาเฟิ่งหลานก็ไปปีนเก็บผลลูกท้อพันปีบนต้นท้ออีกครั้งเมื่อนางเก็บจนใกล้จะเสร็จพลันหมิงเยี่ยก็มาแล้วเอ่ยทักนางขึ้นมา “ข้าว่าเจ้าคงอยากเป็นเทพวานรมากกว่าเป็นเทพหงส์เสียมากกว่ากระมั้งเพราะข้ามาทีไรเจ้าก็อยู่บนต้นไม้ตลอดเวลา..!” เสียงของหมิงเยี่ยเอ่ยขึ้นมา เมื่อเฟิ่งหลานได้ยินเสียงของหมิงเยี่ยนางก็ชะโงกหน้าออกมามองเขาแล้วเอ่ยทักทายขึ้นมาพร้อมกับส่งยิ้มให้กับหมิงเยี่ยอย่างดีใจโดยที่นางไม่ทันได้ระวังจึงทำให้เฟิ่งหลานพลัดหล่นลงมาจากต้นท้อพันปี แต่เฟิ่งหลานโชคดีที่หมิงเยี่ยเอาตัวของเขามารับร่างของนางไว้ได้ทันเวลาจึงทำให้เฟิ่งหลานนั้นหล่นลงมาบนแขนของเขาเข้าพอดี จังหวะนั้นเฟิ่งหลานก็ลืมตาแล้วสบตากับเขาจาก นั้นนางก็ยิ้มแห้งเบา ๆ ให้กับหมิงเยี่ยด้วยความที่รู้สึกผิดที่ปีนไปบนต้นไม้อีกแล้ว “แหะๆ..ท่านเทพหมิงเยี่ยวันนี้ท่านก็มาเก็บผลท้อเหมือนกันหรือ”เฟิ่งหลานถามเขาด้วยน้ำเสียงสั่นเพราะกลัวโดนเขาดุ หมิงเยี่ยมองเฟิ่งหลานที่อยู่บนตัวของเขาด้วยสายตาที่ดุเพราะนางทำอะไรไม่ระมัดระวังตัวอีกแล้วดีที่เขาอยู่ตรงนี้ไม่อย่างนั้นนางคงได้บาดเจ็บอีก🥮ตอนที่ 11🥮🥮รักจบลงด้วยความตาย🥮เทพหมิงเยี่ยกลัวว่าเฟิ่งหลานจะต้องลงไปรับโทษเคราะห์กรรมที่โลกมนุษย์จึงทำให้เขาต้องจำใจปฎิเสธและยอมที่จะตัดสัมพันธ์ในความรักครั้งนี้ดีกว่าที่จะต้องทนเห็นเฟิ่งหลานไปเผชิญเคราะห์บนโลกมนุษย์และนางต้องไปรักคนอื่นเขาคงทนเห็นเช่นนั้นไม่ได้ที่ชายอื่นจะต้องมาทำให้นางตายด้วยความรักคงจะให้มันเป็นเช่นนั้นไม่ได้เทพหมิงเยี่ยบอกกับตัวเองว่าเพื่อเฟิ่งหลานต้องให้ท่านเง็กเซียนไว้ใจและรอจนนางเป็นธิดาเทพเต็มตัวเมื่อถึงเวลานั้นเขาจะแต่งงานกับเฟิ่งหลานทันที“ท่านเง็กเซียนข้าน้อยเทพหมิงเยี่ยยอมที่จะตัดสัมพันธ์ใยรักครั้งนี้กับนางขอท่านเง็กเซียนช่วยปลดปล่อยนางจากแท่นลงโทษสายฟ้านี้ด้วยเถิดตัวข้าเองแค่หลงผิดลุ่มหลงไปกับความรักและละเลยหน้าที่่ไปชั่วครั้งชั่วคราวขอท่านเง็กเซียนโปรดให้อภัยข้าน้อยด้วย” หมิงเยี่ยพูดจบก็คุกเข่าลงต่อเง็กเซียนและเทพธิดาทุกองค์ เทพเหนียงซียืนยิ้มสะใจที่ทำให้พวกเขาทั้งสองคนไม่มีทางสมหวังกับรักในครั้งนี้ถึงแม้ว่าท่านเง็กเซียนจะพึงพอใจที่เทพหมิงเยี่ยตัดใจได้แต่ก็ต้องลงโทษเทพหมิงเยี่ยและเฟิ่งหลานอยู่ดีท่านเง็กเซียนตั้งใจจะให้เฟิ่งหลานลงไปเกิดที่โล
🥮ตอนที่ 10🥮🥮ความรักที่แสนเศร้า🥮ณ สวนท้ายสวรรค์ เทพหมิงเยี่ยและเฟิ่งหลานนั่งอิงแอบแนบชิดกันจนล่วงเลยเวลาจู่ ๆ เฟิ่งหลานก็พลันนึกขึ้นมาได้ว่านางนำผลไม้และยาบำรุงมาให้เทพหมิงเยี่ยนางจึงบอกกล่าวกลับเขา “เทพหมิงเยี่ยข้าน้อยลืมไปเลยว่านำผลลูกท้อพันปีกับยาบำรุงมาให้กับท่านข้าน้อยว่าพวกเรากลับไปที่ตำ หนักมังกรของท่านกันเถิด” เฟิ่งหลานบอกหยิ่งเยี่ยเฟิ่งหลานดึงมือของเขาเพื่อลุกขึ้นแต่ทว่าหมิงเยี่ย กลับดึงนางลงนั่งจึงทำให้เฟิ่งหลานล้มไปนั่งอยู่บนตักของเขาเทพหมิงเยี่ยยิ้มชอบใจพร้อมกับบอกเฟิ่งหลานว่า“ข้าว่าเจ้าคือยาบำรุงดวงใจของข้าดีที่สุดกว่าสิ่งอื่นใด” หมิงเยี่ยบอกเมื่อเฟิ่งหลานได้ยินเช่นนั้นใบหน้าก็แดงเพราะเขินอายในวคำพูดของเขาเฟิ่งหลานไม่คิดว่าเทพหมิงเยี่ยจะกล้าเอ่ยคำหวานเช่นนี้ออกมาให้ได้ยินเฟิ่งหลานจึงหลบสายตา ของเทพหมิงเยี่ยและค่อย ๆ ยิ้มออกมา“ข้าน้อยอยากรู้นักว่าท่านไปจำคำพูดแบบนี้มาจากที่ใดกันในเมื่อข้าน้อยเห็นท่านนั้นฝึกทวนกับฝึกฝนตบะเพียงเท่านั้นนี่เจ้าคะ” เฟิ่งหลานบอกหมิงเยี่ยได้ยินที่เฟิ่งหลานบอกเขาก็รู้สึกแปลกใจว่าเพราะเหตุใดนางถึงได้รู้เรื่องของเขามากมายเช่นนี้กั
🥮ตอนที่ 9🥮 🥮ใจตรงกันสักที🥮 เมื่อหมิงเยี่ยกลับมาที่ตำหนักมังกรและพบว่าเทพเหนียงซีนั้นมาหาเขาที่ตำหนักเขาจึงสั่งให้นางกำนัลไปบอกกับเหนียงซีว่าเขาไม่พร้อมที่จะเจอกับนาง นางกำนัลได้รับคำสั่งก็ไปบอกกล่าวกับเทพเหนียงซี เมื่อเทพเหนียงซีได้ยินเช่นนั้นจึงขุ่นเคืองแล้วกลับไปที่ตำหนักของนางทันที เทพเหนียงซีรู้ชัดแจ้งแล้วว่าหมิงเยี่ยนั้นมีใจให้กับธิดาเทพหงส์ตนนั้นอย่างแน่นอนเทพเหนียงซีจึงกลับไปที่ ตำหนักวารีเพื่อวางแผนจะทำให้พวกเขาทั้งสองคนไม่มีวันได้สมหวังในความรักครั้งนี้ เรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ทำให้ทั้งเทพหมิงเยี่ยและเฟิ่งหลานนั้นพากันนอนไม่ค่อยหลับเพราะมัวแต่หวนคิดถึงเรื่องที่พวกเขานั้นจุมพิตกันโดยไม่ตั้งใจ “เฮ้อ...เฟิ่งหลานใจเจ้าต้องเพ้อเจ้อถึงขนาดนี้ด้วยก็แค่ความไม่ตั้งใจเพียงเท่านั้นแต่ว่าเหตุใดข้ายิ่งคิดถึงยิ่งมีความสุขเสียจริง” เฟิ่งหลานเอ่ย เฟิ่งหลานยกมือจับที่ริมฝีปากของตนเองแล้วเผลอหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างเขินอายจนใบของนางนั้นแดงระเรื่อ ที่ตำหนักมังกรหมิงเยี่ยที่เอาแต่นึกถึงริมฝีปากบางเบาสีแดงระเรื่อของธิดาเทพหงส์น้อยที่ไร้เดียงสาตนนั้นก็พลันยิ้มกับตัวเอง...
🥮ตอนที่ 8🥮🥮ความรักก่อตัวขึ้น🥮เช้าวันรุ่งขึ้นเฟิ่งหลานออกไปเดินเก็บสมุนไพรวิเศษในสวนท้ายสวรรค์สมุนไพรวิเศษนั้นสามารถนำมาทำยาบำรุงตบะเซียนและรักษาอาการบาดเจ็บได้เฟิ่งหลานเดินไล่เก็บสมุนไพรไปเรื่อย ๆ จนไปเจอกับหมิงเยี่ยที่กำลังฝึกบำเพ็ญตบะเซียนอยู่ในสวนท้ายสวรรค์ด้วยเหมือนกัน เฟิ่งหลานแอบมองดูหมิงเยี่ยที่ฝึกฝนอยู่นางอยาก จะเดินเข้าไปหาเขาใกล้ ๆ แต่ก็กลัวว่าหมิงเยี่ยจะรังเกียจที่วันนั้นนางหลุดคำพูดแบบนั้นออกไปเฟิ่งหลานจำต้องหันหลังกลับแต่ดันเหยียบโดนหนามพิษของต้นไม้จึงทำให้ส่งเสียงร้องออกมาโดยไม่ตั้งใจ“โอ๊ย!..เท้าของข้า”เฟิ่งหลานร้องด้วยความเจ็บพอนึกได้นางก็รีบเอามือปิดปากตัวเองทันทีเฟิ่งหานกลัวเขาจะได้ยินแต่ว่าไม่ทันเสียแล้วเพราะหมิงเยี่ยได้ยินเสียงของนางแล้ว“นั่นใคร?” หมิงเยี่ยเอ่ยถามเฟิ่งหลานกำลังจะหายตัวแต่ก็ไม่ทันหมิงเยี่ยได้มายืนอยู่ตรงหน้าของนางแล้วเขามองหน้าเฟิ่งหลานด้วยความสงสัย “เฟิ่งหลานเจ้ามาทำอะไรตรงนี้?” หมิงเยี่ยเอ่ยถามเฟิ่งหลานไม่กล้ามองหน้าของหมิงเยี่ยนางจึงก้มหน้าก้มตาหลบสายตา“เอ่อ..ข้าน้อยมาเก็บสมุนไพรวิเศษแต่พอดีข้าน้อยดันเหยียบโดนหนามของต้นว่าน
🥮เริ่มรู้ใจตนเอง🥮ณ ตำหนักมังกร หมิงเยี่ยที่กำลังนั่งครุ่นคิดถึงคำพูดของเฟิ่งหลานในวันนี้และท่าทางกิริยาของนางเขาก็พอจะเดาได้ว่าธิดาหงส์ตนนั้นแอบมีใจชอบพอเขาอย่างแน่นอนแค่นึกถึงคำพูดเหล่านั้นของนางก็พลันทำให้ใบหน้าของเขาเริ่มแดงระเรื่อและเผลอยิ้มออกมาจนแปลกใจหมิงเยี่ยมองมาที่มือของเขาข้างที่จับกับมือของนางมันช่างทำให้รู้สึกอบอุ่นหัวใจและรู้สึกมีความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในตอนนั้นเองเทพเหนียงซีก็เดินเข้ามาหาหมิงเยี่ยที่ตำหนักมังกรเหนียงซีมาพร้อมกับสำรับอาหารมากมายหลายอย่างนางตั้งใจนำมาให้หมิงเยี่ยทาน“หมิงเยี่ยวันนี้ข้าตั้งใจทำอาหารมาให้ท่าน…ท่านลองชิมดูหน่อยว่าถูกปากของท่านหรือไม่อย่างไร” เหนียงซีบอกกับเขา“เหนียงซีที่จริงเจ้าไม่น่าลำบากทำมาให้ข้าเลยที่นี่ข้ามีนางกำนัลมากมายจัดทำมาให้ข้าอยู่แล้ว” หมิงเยี่ยบอกกับนางหมิงเยี่ยพยายามที่จะเลี่ยงเพื่อเป็นการปฏิเสธกับนางทางอ้อมแต่เทพเหนียงซีหาได้สนใจในคำพูดของหมิงเยี่ยและนางยังคงวางสำรับอาหารและคีบอาหารใส่ในจานให้กับหมิงเยี่ย หมิงเยี่ยเลยคิดว่าจะพูดให้เหนียซีเข้าใจและตัดใจจากเขาด้วยดีก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นเรื่องใหญ่จนเขา
🥮เทศกาลซั่งหยวน🥮 เฟิ่งหลานมองดูสีหน้าของหมิงเยี่ยที่ดูคล้ายยังขุ่นเคืองเฟิ่งหลานจึงรู้สึกไม่ค่อยดีนางเองไม่ได้อยากให้เขาขุ่นเคืองนางแบบนี้“เทพหมิงเยี่ยนี่ท่านโกรธข้าจริง ๆ รึเจ้าคะที่ข้าต้องลงมาที่โลกมนุษย์กับเทพเสวียนอี้นั้นข้าเพียงแค่เบื่อและต้องการมาเที่ยวให้คลายความทุกข์ใจเพียงเพราะว่าตัวข้านั้นรู้สึกไม่สบายใจที่วันนั้นข้าได้พูดอะไรที่ไม่สมควรพูดกับท่านเทพหมิงเยี่ยไปแบบนั้นน่ะเจ้าคะ” เฟิ่งหลานบอกเขาเพราะเฟิ่งหลานเห็นว่าเทพหมิงเยี่ยไม่ค่อยจะสบอารมณ์เมื่อนางพูดเสร็จเฟิ่งหลานก็รีบหลบสายตาของเขาแล้วพยายามหายใจลึก ๆ หมิงเยี่ยมองมาที่นางแล้วก็นึกขำกับท่าทางของเฟิ่งหลานเขาเลยหัวเราะออกมาเบา ๆ“หึหึ..เหตุใดเจ้าถึงได้เป็นธิดาเทพที่ขี้น้อยใจและคิดมากเช่นนี้” หมิงเอ่ยออกมาจากนั้นเขาก็ยกมือขึ้นลูบที่ศรีษะของนาง เฟิ่งหลานจึงเงยใบหน้าขึ้นมามองเทพหมิงเยี่ยจึงทำให้พวกเขาทั้งสองคนเกิดประสานสายตากันพอดีจู่ ๆ เสียงหัวใจของพวกเขาทั้งคู่ก็เต้นแรงจนไม่เป็นจังหวะเพราะทั้งสองคนเกิดความรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นกับอีกฝ่ายจนพวกเขาต้องรีบหันหน้าไปทางอื่นแทนผ่านไปสักพักเสวียนอี้ที่เดินตามหาเฟิ่งหล







