เข้าสู่ระบบ"รอให้ถึงที่พักก่อนก็แล้วกัน" ดวงตาล้ำลึกปรากฏรอยยิ้ม ก่อนจะหันมองออกไปที่นอกหน้าต่าง ไม่ใช่อะไรหรอกนะ เขารู้ว่าเธอกำลังนึกถึงเรื่องอะไร เขาเองก็ได้รับรูปภาพที่ลูกน้องส่งมาให้ดูทั้งก่อนเก็บเข้ากระเป๋าและหลังเก็บเข้ากระเป๋า เพื่อเป็นการยืนยันว่าพวกเขาได้เอามาหมดทั้งตู้แล้ว
มันจะมีสักกี่เรื่องกันเชี่ยวที่ผู้หญิงธรรมดาแบบเธอจะอาย
"..."
ทุกการกระทำของน้ำป่า มือขวาอย่างอเลสซิโอ และมือซ้ายอย่างยากุเห็นทุกอย่างทำให้ทั้งสองคนต่างมีใบหน้าที่เปื้อนยิ้มอย่างปิดไม่มิด
เพนท์เฮ้าส์
น่านฟ้าเดินกึ่งวิ่งสลับกันเร็วบ้างช้าบ้างเพื่อที่จะได้เดินให้ทันคนขายาวอย่างน้ำป่า จังหวะที่ถึงหน้าห้อง น้ำป่าหยุดยืนนิ่งจนทำให้คนร่างเล็กกว่าไม่ทันได้ระวังชนเข้ากับแผ่นหลังกว้างอย่างเต็มแรง
อึก!
"ระวังหน่อยได้ไหม"
น้ำเสียงทุ้มปนดุ ใบหน้านิ่งไม่แสดงอารมณ์ใดๆออกมาแต่ทว่าแขนที่กำยำเต็มไปด้วยหมัดกล้ามรีบโอบกอดร่างนุ่มนิ่มเพราะเกรงว่าจะหงายหลังไปเสียก่อน
ใบหน้าไร้เครื่องสำอางเปลี่ยนเป็นแดงระเรื่อด้วยความเขินอายจนต้องรีบผละตัวออกก่อนจะก้มศีรษะเล็กน้อยเพื่อเป็นการขอโทษ
"..."
"พูดไม่เป็นหรือไง" น้ำป่าผละออกจากร่างนุ่มนิ่ม แล้วพูดด้วยเสียงเรียบนิ่งเช่นเคย
"คะ?"
"ฉันเพิ่งช่วยเธอ ไม่ให้เธอล้ม"
"อ๋อ...มีทวงด้วยแหะ ขอบคุณค่ะ" ประโยคแรกน่านฟ้าพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา แต่กลับดังขึ้นในประโยคหลัง
"ไม่เป็นไร" น้ำป่ายกยิ้มเล็กน้อยที่มุมปากกับการกระทำของน่านฟ้า เขาอดยิ้มไม่ได้เลยว่าวันพรุ่งนี้มันจะบรรเทิงแค่ไหนกัน
วันนี้น่านฟ้าดูจะตื่นเต้นเป็นพิเศษด้านในเพนท์เฮาส์ถูกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่ราคาแพงหูฉี่ เธอเป็นดีไซเนอร์ย่อมรู้อยู่แล้วของแต่ละชิ้นในเพนท์เฮาส์นี้มันมีมูลค่าแค่ไหน
"นี่! ห้องเธอ รหัสเข้าห้องเปลี่ยนได้เลย" น้ำป่าพาน่านฟ้ามาส่งที่หน้าห้อง ก่อนจะเดินลงบันไดกลับไปที่ห้องรับแขก
"นายยิ้มเหรอครับ" อเลสซิโอพูดหลังจากที่เห็นว่าน่านฟ้าเดินเข้าห้องไปแล้ว น้ำป่าหันมามองหน้ามือขวาคนสนิทที่อยู่กับเขามานานกว่าสิบปี
"นายรู้ไหมครับ ผมกับยากุดีใจแค่ไหนที่เห็นนายยิ้ม...ผมขอตัวก่อนนะครับ" อเลสซิโอพูดด้วยน้ำเสียงที่มีความสุขก่อนจะเดินออกจากห้องไป หลายปีมานี่เขาแทบจะนับจำนวนครั้งที่นายของเขายิ้มได้เลยนับแต่ตั้งคุณน้ำป่าเลิกกับคุณอันเซล
น้ำป่านั่งฟังอเลสซิโอพูด ทำให้เขานึกถึงสิ่งที่เขาผ่านพ้นมา "สองปี ผ่านมาแล้วสองปี"
ก๊อก ก๊อก
แกร๊ก!
"คะ?" น่านฟ้าเปิดประตูออกมาด้วยความสงสัย
"อาบน้ำแต่งตัวเสร็จออกมาคุยกันหน่อย" น้ำป่าพูดจบเขาก็เดินตรงไปที่บันไดทันที โดยที่ไม่ได้หยุดรอคำตอบ
"ค่าา"
ภายบริเวณห้องรับแขกชั้นล่างของเพนท์เฮ้าส์ น้ำป่านั่งไขว้ห้างรอน่านฟ้า บนโต๊ะมีสมุดโน๊ตวางเอาไว้อยู่ตรงหน้าน้ำป่าหนึ่งเล่ม
"นั่งสิ"
"คุณน้ำป่ามีอะไรเหรอคะ"
"เรียกใหม่ จำไม่ได้เหรอที่ฉันบอกเมื่อตอนที่นั่งอยู่ในรถ" สายตาจับจ้องคนตรงหน้าอย่างสงสัย 'นี่คงไม่ได้ฟังที่เราพูดแน่ๆ' เมื่อเห็นว่าน่านฟ้ายังคงทำหน้างงเขาจึงเฉลย จะได้รีบคุยธุระให้เสร็จ
"เรียกฉันว่าเฮียป่า แล้วก็นี่เป็นสมุดโน๊ต เปิดอ่านให้หมดอย่าให้ตกหล่นแม้แต่ตัวเดียว"
น่านฟ้าพยักหน้าอย่างเข้าใจพลางยื่นมือไปรับสมุดโน๊ตขนาดพอดีแล้วเปิดออกอ่านทันที สายตาสดใสที่จ้องเพ่งเล็งตัวหนังสือถึงกลับอ้าปากค้างเล็กน้อย เพราะมันคือนิสัยส่วนตัวของน้ำป่า หน้าที่การงาน ตำแหน่งที่เป็นอยู่ในขณะนี้รวมไปถึง พี่ชายของน้ำป่าเป็นผู้น้ำของกลุ่มมาเฟียที่อิตาลี
"นี่แค่อ่านผ่านๆนะเนี่ย ทำไมคุณน้ำป่า เอ้ย!เฮียป่าดูไม่ค่อยน่ากลัวเหมือนที่เขาพูดกันว่า พวกมาเฟียน่ากลัว...ตรงกันข้าม ฉันเฮียป่าดูอารมณ์ดีตลอดเวลาถึงแม้จะดูขี้เก็กไปบ้างก็เหอะ"
"พูดจบหรือยัง ฉันจะได้พูดบ้างแล้วก็ ให้เธอแทนตัวเองว่า น่านฟ้า"
"ค่ะ ได้ค่ะ"
"ส่วนพรุ่งนี้เธอต้องไปจดทะเบียนกับฉันแต่เช้า แล้วก็จดทุกอย่างเหมือนที่ฉันจดให้เธอใส่สมุดเอามาให้ฉันภายในพรุ่งนี้ไม่เกินสองทุ่ม เพราะเป็นเวลาที่ฉันจะกลับมาพักผ่อน"
"ค่ะ แต่ขอเป็นวันมะรืนได้ไหมคะ พรุ่งนี้น่านฟ้าต้องทำงาน" น่านฟ้ารู้สึกว่าทุกอย่างมันดูฉุกละหุก ไหนจะงานเธออีกคงต้องลาครึ่งวันแล้วล่ะ
น้ำป่ารู้สึกดีเมื่อคนตรงหน้าแทนตัวเองด้วยชื่อ น้ำป่ายกยิ้มมุมปากพลางใช้นิ้วยาวเคาะลงที่โซฟาหนังอย่างใช้ความคิดก่อนจะตอบออกไป
"ได้ ยังพอมีเวลา อาทิตย์หน้าเธอต้องบินไปกลับฉัน..ไม่ต้องถาม แค่ทำตามที่บอกเข้าใจไหม" น้ำป่ารีบพูดตัดบทเพื่อไม่ให้น่านฟ้าได้เอ่ยปากถามอะไรอีก เพราะเขาขี้เกียจจะตอบ
"เห้อ ค่า ค่า เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ" น่านฟ้าได้นึกในใจ คนอะไรรู้ทันเธอไปหมด
น้ำป่ามองน่านฟ้าอย่างสงสัย ไม่รู้ว่าสรรหาคำพูดคำจามาจากไหน แล้วดูหน้าสิน่ะ ทำหน้าอะไรแบบนั้นขี้เหร่เสียจริง แต่ในขณะที่เขาบอกว่าเธอขี้เหร่ใบหน้าของเขากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มบางๆ
น้ำป่าขบกรามแน่น ก่อนจะขยับสะโพกเข้าหาอีกครั้ง คราวนี้รวดเร็วและหนักหน่วง จังหวะที่เสียดสีทำเอาเก้าอี้โยกไหวตามแรงกระแทก ร่างบางโอบกอดเขาแน่นขึ้นทุกที ปลายนิ้วจิกลงบนแผ่นหลังเปียกชื้นราวกับต้องการยึดเหนี่ยวให้ไม่หลุดลอย ความเร่าร้อนปะทุขึ้นอีกครั้งเสียงลมจากไดร์เป่าผมดังคลอเบา ๆ ขณะที่น่านฟ้านั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ร่างบางคลุมเพียงผ้าขนหนูผืนเล็กที่ปิดไม่มิด ส่วนผมยาวสลวยถูกน้ำป่าค่อย ๆ เป่าให้แห้งอย่างใจเย็นดวงตาคมมองเส้นผมที่พลิ้วไหวไปตามแรงลม แต่ไม่นานสายตานั้นก็เลื่อนไปยังลำคอระหงและผิวขาวนวลที่โผล่พ้นชายผ้าออกมา ความอดทนที่เคยมีเริ่มสั่นคลอนทันที"เป่าเสร็จแล้ว…ไปนอนเถอะครับ" เสียงทุ้มแผ่ว แต่แววตากลับร้อนแรงเกินกว่าจะเข้าใจผิดไม่ทันให้น่านฟ้าลุก น้ำป่าก็วางไดร์ลงแล้วก้มลงช้อนร่างบางขึ้นในอ้อมแขน กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากเส้นผมที่เพิ่งเป่าเสร็จ ยิ่งปลุกเร้าให้ไฟในกายลุกโชน เขาอุ้มตรงไปยังเตียงใหญ่แล้ววางเบา ๆ ราวกับสิ่งล้ำค่าริมฝีปากหนาทาบลงทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้หายใจเต็มปอด ลมหายใจสลับกระชั้น ร่างเล็กถูกดันให้นอนราบก่อนที่ผ้าขนหนูจะถูกเลื่อนออกไปจนหมดสิ้นเสี
"เฮียน่าน น่านไม่ไหวแล้ว" น่านฟ้าร้องออกมาพร้อมกับช่องทางรักของเธอที่ตอดรัดเป็นอย่างมาก จนน้ำป่ารู้สึกได้ว่าเมียรักคงใกล้ถึงฝั่งฝันแน่ ไม่รอช้าเขายกตัวน่านฟ้าออก และจับเธอนอนหลังหลังในท่าคลานเข่าบนโซฟา ก่อนจะจับท่อนเอ็นสอดเข้าไปจากทางด้านหลัง และกระแทกเต็มกำลังปึก ปึก ปึก สองมือหนาจับเอวคอดกิ่วเอาไว้ และกระแทกเต็มแรงก่อนจะปล่อยน้ำรักออกมาในที่สุด ในขณะที่น่านฟ้านั้นถึงกับฟุบลงไปโซฟา ด้วยความเหนื่อนล้าและหมดแรงในที่สุดร่างเล็กยังคงหอบหายใจถี่ เมื่อถูกช้อนอุ้มขึ้นจากโซฟาแผ่นอกเปลือยแนบชิดกับอกกว้างของคนตัวโตจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นแรงประสานกัน น่านฟ้าหน้าแดงซ่าน รีบยกมือปิดอกตัวเองด้วยความเขินอาย"เฮีย…ไม่ใส่อะไรแบบนี้ เดี๋ยวลูกตื่นมาเห็นเข้าหรอก" เสียงหวานท้วงติงเบา ๆ แต่ก็เต็มไปด้วยความสั่นพร่าน้ำป่าแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาคมทอดมองใบหน้าสวยที่แดงระเรื่อด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม "ถ้าลูกจะตื่น…คงตื่นตั้งแต่ตอนที่น่านร้องเสียงดังในห้องทำงานแล้วล่ะ ที่รัก"คำพูดนั้นทำให้น่านฟ้ายกมือขึ้นตีอกเขาเบา ๆ ด้วยความเขินอาย "เฮียพูดอะไรไม่อายปากเลย!""ก็พูดความจริงนี่ครับ" น้ำเสียงทุ้มต่ำเต็มไปด้วยแววเ
"หวานมาก" น้ำป่าพูดหลังจากที่ละริมฝีปากจากจุดนั้น เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะถอดเสื้อผ้าของตัวเอง เช่นเดียวกันน่านฟ้าที่ลุกขึ้นมานั่งคุกเข่าที่พื้น ก่อนจะคว้าหมับไปท่อนเอ็นของสามีรักที่ตอนนี้มันแข็งตัวอย่างเต็มที่แล้วม๊วบบ..น่านฟ้าจับท่อนเอ็นเข้าไปในปากของเธอในทันที หญิงสาวค่อยๆ ลากเลื้อยช้าๆ ทั้งจังหวะจับ และจังหวะรูดในปากมันประสานกันอย่าที่สุด"ซี๊ดดด นั่นแหละที่รัก อือออ เสียวมากก" และนั่นทำให้น้ำป่าหมดความอดทน เขาผลักน่านฟ้าออก ก่อนจะอุ้มเธอมานั่งบนโต๊ะทำงาน น่านฟ้าเอนตัวไปด้านหลังเล็กน้อยอย่างรู้งาน ก่อนที่น้ำป่าจะจับสองขาเธอพาดที่ไหล่ของเขา และค่อย ๆ สอดท่อนเอ็นเข้าไปในที่สุดปึก !!! เขาสอดท่อนเอ็นเข้าไปทีเดียวจนมิดลำอึก... "เฮีย นะ แน่น แน่นจัง" น่านฟ้าร้องออกมาด้วยความเสียวซ่านเป็นอย่างมากเอวสอบของน้ำป่าขยับช้า ๆ ในตอนแรก ราวกับตั้งใจจะทรมานให้คนในอ้อมแขนหลอมละลายกับความเสียวซ่านที่ก่อขึ้นทีละน้อย จังหวะหนักแน่นค่อย ๆ เร่งแรงขึ้น เหงื่อจากแผ่นอกกว้างหยดลงบนผิวเนียนจนทั้งคู่เปียกชุ่มไปด้วยกัน"อื้อ…เฮีย…" เสียงเรียกพร่าเบาหลุดออกมาในจังหวะที่แรงกระแทกถาโถม ร่างเล็กเผลอแอ่
ยากุ หลังจากที่คอยดูแลกิจการของน้ำป่าที่ไทยมานาน ตอนนี้น้ำป่าให้ยากุพักร้อนจนกว่าจะเบื่อแล้วค่อยให้กลับมาทำงาน ส่วนอเลสซิโอยังน้ำป่าได้มอบหมายให้เป็นหัวหน้าบอดี้การ์ดคอยคัดเลือกคนที่มาดูแลคนครอบครัวและให้อยู่ที่บ้านตลอด โดยมีบอดี้การ์ดคนใหม่คอยติดตามน้ำป่าแทน"เฮียป่าเอากาแฟอีกไหมคะ" น่านฟ้าเดินมาหาน้ำป่าที่ห้องทำงานหลังจากที่พาม่านฟ้านอนแล้วน้ำป่าเงยหน้าจากหน้าคอมแล้วขยับเก้าอี้ออกจากโต๊ะเล็กน้อย พลางส่งสายตาบอกน่านฟ้าเป็นนัยๆ ว่าให้เดินมานั่งที่ตักของเขา น่านฟ้าระบายยิ้มออกมาแล้วหันไปปิดประตูห้องและจัดการล็อคห้องอย่างเรียบร้อยสองเท้าเล็กเดินตรงไปนั่งที่ตักแกร่ง หันหน้าเข้าหาน้ำป่าแล้วโอบรัดลำคอแล้วจูบเบาๆที่ริมฝีปากหนาแล้วผละออก"ล็อคห้องแบบนี้...หมายความว่ายังไงน้า..." ไร้คำตอบจากน่านฟ้า ทำให้น้ำป่ายิ้มกรุ้มกริ่ม สายตาแพรวพราวเป็นประกายไล่มองทั่วใบหน้าสวย กลิ่นหอมจากครีมอาบน้ำ ทำให้น้ำป่าก้มจูบไซ้ซอกคอขาวนวลอย่างหยอกเย้า"เฮีย…อย่าเพิ่ง" น่านฟ้าหลุบตาลงเล็กน้อย มือเล็กรีบกดทับไว้บนมือหนาที่กำลังจะเลื่อนต่ำลงไป น้ำเสียงสั่นน้อยๆ แต่ดวงตากลับฉายประกายขัดเขินปนหยอกล้อเฮียป่าชะงักไป
"เพราะมีพวกขี้ยาอยู่ในสนามครับ" เป็นอีกหนึ่งอย่างที่คนเป็นพ่อจะอดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะในเมืองนี้ไม่มีสนามที่ใหญ่ขนาดนี้นอกจากที่นี้ที่เต็มไปด้วยสิ่งผิดกฏหมาย"แค่รอเชร์...เมื่อถึงไทย ลูกก็จะมีสนามเป็นของตัวเองและอีกอย่าง เพื่อนๆ ของลูกก็อยากไปเรียนที่ไทยถึงแม้จะไม่ใช่ทุกคนก็เถอะ"น้ำป่าพูดด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่น ต่อให้ดิเชร์ทำผิดกฏแต่เขากับน่านฟ้าก็ไม่เคยทำโทษหรือตีเลยแม้แต่ครั้งเดียว เขาและน่านฟ้าสอนลูกด้วยคำพูดและหลักความเป็นจริงทำให้ลูกเห็นว่า ควรทำตัวยังไง วางตัวอย่างไรเมื่อเจอเหตุการณ์ต่างๆ และพร้อมที่แก้ไขหากว่าทำผิดพลาด"ขอโทษครับพ่อ ผมจะไม่ทำอีกครับ""ดีมาก" น้ำป่าไม่ห้ามที่ดิเชร์จะชอบขับรถ หรือลงแข่งรถแต่อย่างใด แต่สิ่งที่เขากังวลก็คือการเอาตัวรอดหรือการถูกพวกค้ายาคุกคามเพราะสนามนี้เป็นของพวกมัน และน้ำป่าก็เป็นห่วงกลัวว่าจะถูกพวกนั้นล่อให้เสพยา และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดที่จะตามมาก็คือการติดยาดิเชร์ เสนีต์ ในวัยสิบเจ็ดปี รูปร่างโปร่งสง่างาม ผมสีน้ำตาลเข้มเหมือนสีนัยน์ตาที่ถอดมาจากน้ำป่าราวกับแกะ ใบหน้าคมเข้ม จมูกเชิดรั้นเหมือนกับน่านฟ้า ริมฝีปากหยัก รอยยิ้มเจ้าเสน่ห์ชวนหลงใหล เป็น
"หนูอยากไปไหม""อยากค่ะ ถ้ามีแม่ มีพ่อและพี่เชร์ไปด้วย""อีกไม่กี่เดือนเราก็จะย้ายไปอยู่ที่ไทยแบบถาวร เพราะแม่ทำบ้านของยายให้ใหญ่ขึ้นและแข็งแรงขึ้น เพิ่มเติมแบบบ้านขยายเป็นหลายหลังและที่สำคัญแม่ทำสระว่ายน้ำให้หนูจนเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ" น่านฟ้าพูดในสิ่งที่เธอกับน้ำป่าได้เตรียมเอาไว้ให้กับลูกๆ เพื่ออนาคตภายภาคหน้าน่านฟ้ากับน้ำป่ากว้านซื้อที่ดินในซอยนั้นได้เกือบหมดเหลือเพียงไม่กี่หลังที่อยู่ท้ายๆ ซอยเพราะน่านฟ้ากับน้ำป่าเห็นว่ามันลึกเกินไปและที่มีอยู่ก็เพียงพอสำหรับสร้างบ้านหลายๆ หลังให้อยู่ในขอบเขตรั้วเดียวกันม่านฟ้า เสนีต์ เด็กสาววัยเจ็ดขวบลูกคนที่สอง มีดวงตาที่กลมโต ขนตายาวเป็นแพดำ จมูกเชิดร้น ปากได้รูปสวยพร้อมกับฟันกระต่ายสองซีกด้านหน้า และสิ่งที่ดึงดูดสายตาใครต่อใคร เห็นทีจะเป็นเพราะเส้นผมที่พริ้วสวย สีดำเงา ที่เขากับใบหน้าสวยราวกับตุ๊กตา"พ่อล่ะครับแม่" ดิเชร์เดินเข้ามานั่งที่โซฟาหลังจากเดินเข้าไปด้านในร้านเพื่อหาของกินรองท้อง"วันนี้พ่อติดประชุม เลิกดึกครับ""ถ้าอย่างนั้น..." น้ำเสียงดิเชร์ที่ลากยาวทำให้น่านฟ้ารู้ว่า ดิเชร์กำลังคิดอะไรอยู่"เชร์..." น่านฟ้าหรี่ตามอง เรียกชื่อเพ







