เข้าสู่ระบบโรงงานผลิตเสื้อผ้าแบรนด์ RSA
"ไม่เห็นต้องรีบมาเลยน่านฟ้า งานไม่ได้ยุ่งอะไรเสียหน่อย" รสาเจ้าของโรงงานและแบรนด์เสื้อผ้าRSA พูดขึ้นเมื่อเห็นน่านฟ้าเดินเข้าห้องทำงานมา
"น่านก็ไม่มีอะไรทำเหมือนกันค่ะพี่รสา" น่านฟ้าพูดพลางเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์แล้ววางกระเป๋าที่ด้านล่างของโต๊ะทำงาน
"คุณอองเดร์บอกพี่ว่า เราไม่รับสายของเขาเลย มีอะไรกันหรือเปล่า"
"เปล่าค่ะ ไม่...เออคือว่า" น่านฟ้าอ้ำอึ้งอยู่ครู่ เธอควรพูดออกไปดีไหม
"น่านฟ้า อย่าลืมสิ เราสองคนก็เหมือนพี่น้องกัน น่านฟ้าสามารถคุยกับพี่ได้ทุกเรื่อง ทุกอย่างนะ"
"น่านไม่ได้ชอบคุณอองเดร์ค่ะ น่านรู้ว่าคุณอองเดร์เป็นสุภาพบุรุษ ให้เกียรติน่านทุกอย่างแต่ น่านไม่ได้ชอบคุณอองเดร์ค่ะพี่รสา น่านควรทำยังไงดีค่ะ" ทีแรกเธอกะว่าจะไม่เล่าเรื่องอะไรที่มันทำให้พี่รสาของเธอยุ่งยากหัวใจแต่การที่ได้บอกมันน่าจะเป็นการดีกว่าเธอจึงตัดสินใจพูดออกไป
"แต่พี่ว่า น่านฟ้าก็ลองคุยๆได้นี่ แค่เพื่อน บอกคุณอองเดร์ไปเลยว่า เธอไม่ชอบอองเดร์แบบนั้นแต่ก็สามารถคุยกันได้ อืม..เหมือนกับที่เขาเรียกกันว่า พัฒนาความสัมพันธ์ หรือน่านคิดว่าไง"
"น่านคง...ไม่ได้หรอกคะพี่รสา แค่คนทำงานร่วมกันน่าจะพอ และมันดีที่สุดสำหรับน่านและก็คุณอองเดร์"
"เอาที่น่านสบายใจ น่านก็ค่อยๆพูด ค่อยๆบอกอองเดร์เขาไป ว่ายังไงน่านกับอองเดร์ก็คงเป็นมากกว่านี้ไม่ได้"
"ขอบคุณมากนะคะพี่รสา"
วันนี้ช่วงบ่ายเธอต้องออกไปพบลูกค้ารายใหญ่ที่บ้าน เพื่อไปเอากระดาษลอกลายตามที่ลูกค้าจ้างนักออกแบบร่างเอาไว้ น่านฟ้าเลือกที่จะนั่งรถแท็กซี่ไม่เอารถบริษัทไปเพราะวันนี้เธอจะเลยไปที่ห้างตามที่ใครบางคนทักแชทมานัดเธอเอาไว้ ทั้งๆที่ในรถเมื่อเช้าบอกว่าตอนเย็นจะมารับที่หน้าทำงาน
"ขอบใจหนูน่านฟ้ามากๆเลย"
"ทางเราต้องขอบคุณ คุณจินดามากกว่าค่ะที่เลือกร้านคุณรสาให้มาทอผ้าไหมให้กับคุณจินดาแล้วก็..หนูยินดีให้บริการคุณจินดามากๆเลยค่ะ เดี๋ยวหนูจะคัดสรรเส้นไหมอย่างดี เพื่อให้ชุดของคุณจินดาสวยในแบบฉบับของผ้าไหมไทยเลยค่ะ"
"ดีจัง ไว้โอกาสหน้าฉันจะให้หนูดูแลงานผ้าไหมให้อีก หวังว่าหนูจะว่างทำให้ฉันนะ"
"ด้วยความยินดีเลยดีค่ะ ถ้าอย่างนั้นหนูลาก่อนนะคะ"
"จ๊ะ"
น่านฟ้าพนมมือไหว้กล่าวลาพร้อมกับออกไปรอรถแท็กซี่ที่หน้าปากซอยทางเข้า เพื่อไปที่ห้างสรรพสินค้าตามที่นัดเอาไว้กับน้ำป่า
ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง
เนื่องจากน่านฟ้ามาถึงเร็วก่อนเวลาเกือบสองชั่วโมง เธอจึงได้แวะดูร้านผ้าเมตรที่อยู่ภายในห้างเพื่อฆ่าเวลาอย่างน้อยเธอก็ได้อยู่กับสิ่งที่ชื่นชอบ
"ไม่น่าเชื่อว่าจะคุณน่านฟ้าที่นี่" เสียงทุ่มที่ดังจากด้านหลังทำให้น่านฟ้าหยุดชะงักกับสิ่งที่ทำอยู่ ไม่บอกก็รู้ว่าเป็นใครน้ำเสียงทุ่มที่คุ้นเคยในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่เธอเรียนจบแล้วได้เข้ามาทำงานที่RSA
"คุณอองเดร์..สวัสดีค่ะ มาทำอะไรแถวนี้เหรอคะ"
"ผมเพิ่งคุยกับลูกค้าเสร็จครับคุณน่านฟ้า...คุณมาคนเดียวเหรอครับ" วันนี้อองเดร์มีนัดคุยเกี่ยวกับการออกแบบชุดให้กับคุณหญิงท่านหนึ่ง ก่อนจะเดินทางกลับฝรั่งเศส
"ค่ะ...เอ่อไม่ค่ะน่านฟ้ารอเพื่อนอยู่น่ะคะ นี่ก็จวนจะได้เวลาพอดี ถ้าคุณอองเดร์ไม่ถือสา น่านฟ้าขอตัวก่อนนะคะ" เมื่อน่านฟ้านึกได้ว่าจวนใกล้เวลาที่น้ำป่านัดเธอจึงบอกอองเดร์เพื่อขอตัวก่อน อย่างน้อยก็เป็นการดีที่เธอจะได้ไม่ต้องอยู่คุยกันแบบอึดอัดในแบบที่เป็น
"ถ้าเป็นอย่างนั้น ขอผมเดินไปส่งคุณได้ไหมครับคุณน่านฟ้า" อองเดร์ยังคงไม่ลดความพยายาม เขาขอเสนอตัวทันทีอย่างไม่ต้องรอคำตอบจากเธอ
น่านฟ้ากับอองเดร์เดินออกมาจากร้านผ้าเมตร แล้วเดินตรงไปยังที่น้ำป่าได้นัดเอาไว้นั้นก็คือชั้นเครื่องประดับแบรนด์ชั้นนำที่ขึ้นชื่อในเรื่องเพชรและพลอย
"คุณมาชั้นนี้..เอ่อถ้าไม่เสียมารยาทเกินไป ผมถามได้ไหมครับว่าคุณนัดใครไว้"
น่านฟ้ารู้สึกอึดอัดอีกครั้งกับคำถามที่ไม่นึกถึงความเป็นส่วนตัว ทำให้เธอหันมองซ้ายขวาราวกับว่าเธอต้องการใครสักคนเพื่อให้เธอหลุดออกจากสถานการณ์นี้
"น่านฟ้า! รอนานไหมครับ"
น้ำป่าขบกรามแน่น ก่อนจะขยับสะโพกเข้าหาอีกครั้ง คราวนี้รวดเร็วและหนักหน่วง จังหวะที่เสียดสีทำเอาเก้าอี้โยกไหวตามแรงกระแทก ร่างบางโอบกอดเขาแน่นขึ้นทุกที ปลายนิ้วจิกลงบนแผ่นหลังเปียกชื้นราวกับต้องการยึดเหนี่ยวให้ไม่หลุดลอย ความเร่าร้อนปะทุขึ้นอีกครั้งเสียงลมจากไดร์เป่าผมดังคลอเบา ๆ ขณะที่น่านฟ้านั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ร่างบางคลุมเพียงผ้าขนหนูผืนเล็กที่ปิดไม่มิด ส่วนผมยาวสลวยถูกน้ำป่าค่อย ๆ เป่าให้แห้งอย่างใจเย็นดวงตาคมมองเส้นผมที่พลิ้วไหวไปตามแรงลม แต่ไม่นานสายตานั้นก็เลื่อนไปยังลำคอระหงและผิวขาวนวลที่โผล่พ้นชายผ้าออกมา ความอดทนที่เคยมีเริ่มสั่นคลอนทันที"เป่าเสร็จแล้ว…ไปนอนเถอะครับ" เสียงทุ้มแผ่ว แต่แววตากลับร้อนแรงเกินกว่าจะเข้าใจผิดไม่ทันให้น่านฟ้าลุก น้ำป่าก็วางไดร์ลงแล้วก้มลงช้อนร่างบางขึ้นในอ้อมแขน กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากเส้นผมที่เพิ่งเป่าเสร็จ ยิ่งปลุกเร้าให้ไฟในกายลุกโชน เขาอุ้มตรงไปยังเตียงใหญ่แล้ววางเบา ๆ ราวกับสิ่งล้ำค่าริมฝีปากหนาทาบลงทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้หายใจเต็มปอด ลมหายใจสลับกระชั้น ร่างเล็กถูกดันให้นอนราบก่อนที่ผ้าขนหนูจะถูกเลื่อนออกไปจนหมดสิ้นเสี
"เฮียน่าน น่านไม่ไหวแล้ว" น่านฟ้าร้องออกมาพร้อมกับช่องทางรักของเธอที่ตอดรัดเป็นอย่างมาก จนน้ำป่ารู้สึกได้ว่าเมียรักคงใกล้ถึงฝั่งฝันแน่ ไม่รอช้าเขายกตัวน่านฟ้าออก และจับเธอนอนหลังหลังในท่าคลานเข่าบนโซฟา ก่อนจะจับท่อนเอ็นสอดเข้าไปจากทางด้านหลัง และกระแทกเต็มกำลังปึก ปึก ปึก สองมือหนาจับเอวคอดกิ่วเอาไว้ และกระแทกเต็มแรงก่อนจะปล่อยน้ำรักออกมาในที่สุด ในขณะที่น่านฟ้านั้นถึงกับฟุบลงไปโซฟา ด้วยความเหนื่อนล้าและหมดแรงในที่สุดร่างเล็กยังคงหอบหายใจถี่ เมื่อถูกช้อนอุ้มขึ้นจากโซฟาแผ่นอกเปลือยแนบชิดกับอกกว้างของคนตัวโตจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นแรงประสานกัน น่านฟ้าหน้าแดงซ่าน รีบยกมือปิดอกตัวเองด้วยความเขินอาย"เฮีย…ไม่ใส่อะไรแบบนี้ เดี๋ยวลูกตื่นมาเห็นเข้าหรอก" เสียงหวานท้วงติงเบา ๆ แต่ก็เต็มไปด้วยความสั่นพร่าน้ำป่าแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาคมทอดมองใบหน้าสวยที่แดงระเรื่อด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม "ถ้าลูกจะตื่น…คงตื่นตั้งแต่ตอนที่น่านร้องเสียงดังในห้องทำงานแล้วล่ะ ที่รัก"คำพูดนั้นทำให้น่านฟ้ายกมือขึ้นตีอกเขาเบา ๆ ด้วยความเขินอาย "เฮียพูดอะไรไม่อายปากเลย!""ก็พูดความจริงนี่ครับ" น้ำเสียงทุ้มต่ำเต็มไปด้วยแววเ
"หวานมาก" น้ำป่าพูดหลังจากที่ละริมฝีปากจากจุดนั้น เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะถอดเสื้อผ้าของตัวเอง เช่นเดียวกันน่านฟ้าที่ลุกขึ้นมานั่งคุกเข่าที่พื้น ก่อนจะคว้าหมับไปท่อนเอ็นของสามีรักที่ตอนนี้มันแข็งตัวอย่างเต็มที่แล้วม๊วบบ..น่านฟ้าจับท่อนเอ็นเข้าไปในปากของเธอในทันที หญิงสาวค่อยๆ ลากเลื้อยช้าๆ ทั้งจังหวะจับ และจังหวะรูดในปากมันประสานกันอย่าที่สุด"ซี๊ดดด นั่นแหละที่รัก อือออ เสียวมากก" และนั่นทำให้น้ำป่าหมดความอดทน เขาผลักน่านฟ้าออก ก่อนจะอุ้มเธอมานั่งบนโต๊ะทำงาน น่านฟ้าเอนตัวไปด้านหลังเล็กน้อยอย่างรู้งาน ก่อนที่น้ำป่าจะจับสองขาเธอพาดที่ไหล่ของเขา และค่อย ๆ สอดท่อนเอ็นเข้าไปในที่สุดปึก !!! เขาสอดท่อนเอ็นเข้าไปทีเดียวจนมิดลำอึก... "เฮีย นะ แน่น แน่นจัง" น่านฟ้าร้องออกมาด้วยความเสียวซ่านเป็นอย่างมากเอวสอบของน้ำป่าขยับช้า ๆ ในตอนแรก ราวกับตั้งใจจะทรมานให้คนในอ้อมแขนหลอมละลายกับความเสียวซ่านที่ก่อขึ้นทีละน้อย จังหวะหนักแน่นค่อย ๆ เร่งแรงขึ้น เหงื่อจากแผ่นอกกว้างหยดลงบนผิวเนียนจนทั้งคู่เปียกชุ่มไปด้วยกัน"อื้อ…เฮีย…" เสียงเรียกพร่าเบาหลุดออกมาในจังหวะที่แรงกระแทกถาโถม ร่างเล็กเผลอแอ่
ยากุ หลังจากที่คอยดูแลกิจการของน้ำป่าที่ไทยมานาน ตอนนี้น้ำป่าให้ยากุพักร้อนจนกว่าจะเบื่อแล้วค่อยให้กลับมาทำงาน ส่วนอเลสซิโอยังน้ำป่าได้มอบหมายให้เป็นหัวหน้าบอดี้การ์ดคอยคัดเลือกคนที่มาดูแลคนครอบครัวและให้อยู่ที่บ้านตลอด โดยมีบอดี้การ์ดคนใหม่คอยติดตามน้ำป่าแทน"เฮียป่าเอากาแฟอีกไหมคะ" น่านฟ้าเดินมาหาน้ำป่าที่ห้องทำงานหลังจากที่พาม่านฟ้านอนแล้วน้ำป่าเงยหน้าจากหน้าคอมแล้วขยับเก้าอี้ออกจากโต๊ะเล็กน้อย พลางส่งสายตาบอกน่านฟ้าเป็นนัยๆ ว่าให้เดินมานั่งที่ตักของเขา น่านฟ้าระบายยิ้มออกมาแล้วหันไปปิดประตูห้องและจัดการล็อคห้องอย่างเรียบร้อยสองเท้าเล็กเดินตรงไปนั่งที่ตักแกร่ง หันหน้าเข้าหาน้ำป่าแล้วโอบรัดลำคอแล้วจูบเบาๆที่ริมฝีปากหนาแล้วผละออก"ล็อคห้องแบบนี้...หมายความว่ายังไงน้า..." ไร้คำตอบจากน่านฟ้า ทำให้น้ำป่ายิ้มกรุ้มกริ่ม สายตาแพรวพราวเป็นประกายไล่มองทั่วใบหน้าสวย กลิ่นหอมจากครีมอาบน้ำ ทำให้น้ำป่าก้มจูบไซ้ซอกคอขาวนวลอย่างหยอกเย้า"เฮีย…อย่าเพิ่ง" น่านฟ้าหลุบตาลงเล็กน้อย มือเล็กรีบกดทับไว้บนมือหนาที่กำลังจะเลื่อนต่ำลงไป น้ำเสียงสั่นน้อยๆ แต่ดวงตากลับฉายประกายขัดเขินปนหยอกล้อเฮียป่าชะงักไป
"เพราะมีพวกขี้ยาอยู่ในสนามครับ" เป็นอีกหนึ่งอย่างที่คนเป็นพ่อจะอดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะในเมืองนี้ไม่มีสนามที่ใหญ่ขนาดนี้นอกจากที่นี้ที่เต็มไปด้วยสิ่งผิดกฏหมาย"แค่รอเชร์...เมื่อถึงไทย ลูกก็จะมีสนามเป็นของตัวเองและอีกอย่าง เพื่อนๆ ของลูกก็อยากไปเรียนที่ไทยถึงแม้จะไม่ใช่ทุกคนก็เถอะ"น้ำป่าพูดด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่น ต่อให้ดิเชร์ทำผิดกฏแต่เขากับน่านฟ้าก็ไม่เคยทำโทษหรือตีเลยแม้แต่ครั้งเดียว เขาและน่านฟ้าสอนลูกด้วยคำพูดและหลักความเป็นจริงทำให้ลูกเห็นว่า ควรทำตัวยังไง วางตัวอย่างไรเมื่อเจอเหตุการณ์ต่างๆ และพร้อมที่แก้ไขหากว่าทำผิดพลาด"ขอโทษครับพ่อ ผมจะไม่ทำอีกครับ""ดีมาก" น้ำป่าไม่ห้ามที่ดิเชร์จะชอบขับรถ หรือลงแข่งรถแต่อย่างใด แต่สิ่งที่เขากังวลก็คือการเอาตัวรอดหรือการถูกพวกค้ายาคุกคามเพราะสนามนี้เป็นของพวกมัน และน้ำป่าก็เป็นห่วงกลัวว่าจะถูกพวกนั้นล่อให้เสพยา และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดที่จะตามมาก็คือการติดยาดิเชร์ เสนีต์ ในวัยสิบเจ็ดปี รูปร่างโปร่งสง่างาม ผมสีน้ำตาลเข้มเหมือนสีนัยน์ตาที่ถอดมาจากน้ำป่าราวกับแกะ ใบหน้าคมเข้ม จมูกเชิดรั้นเหมือนกับน่านฟ้า ริมฝีปากหยัก รอยยิ้มเจ้าเสน่ห์ชวนหลงใหล เป็น
"หนูอยากไปไหม""อยากค่ะ ถ้ามีแม่ มีพ่อและพี่เชร์ไปด้วย""อีกไม่กี่เดือนเราก็จะย้ายไปอยู่ที่ไทยแบบถาวร เพราะแม่ทำบ้านของยายให้ใหญ่ขึ้นและแข็งแรงขึ้น เพิ่มเติมแบบบ้านขยายเป็นหลายหลังและที่สำคัญแม่ทำสระว่ายน้ำให้หนูจนเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ" น่านฟ้าพูดในสิ่งที่เธอกับน้ำป่าได้เตรียมเอาไว้ให้กับลูกๆ เพื่ออนาคตภายภาคหน้าน่านฟ้ากับน้ำป่ากว้านซื้อที่ดินในซอยนั้นได้เกือบหมดเหลือเพียงไม่กี่หลังที่อยู่ท้ายๆ ซอยเพราะน่านฟ้ากับน้ำป่าเห็นว่ามันลึกเกินไปและที่มีอยู่ก็เพียงพอสำหรับสร้างบ้านหลายๆ หลังให้อยู่ในขอบเขตรั้วเดียวกันม่านฟ้า เสนีต์ เด็กสาววัยเจ็ดขวบลูกคนที่สอง มีดวงตาที่กลมโต ขนตายาวเป็นแพดำ จมูกเชิดร้น ปากได้รูปสวยพร้อมกับฟันกระต่ายสองซีกด้านหน้า และสิ่งที่ดึงดูดสายตาใครต่อใคร เห็นทีจะเป็นเพราะเส้นผมที่พริ้วสวย สีดำเงา ที่เขากับใบหน้าสวยราวกับตุ๊กตา"พ่อล่ะครับแม่" ดิเชร์เดินเข้ามานั่งที่โซฟาหลังจากเดินเข้าไปด้านในร้านเพื่อหาของกินรองท้อง"วันนี้พ่อติดประชุม เลิกดึกครับ""ถ้าอย่างนั้น..." น้ำเสียงดิเชร์ที่ลากยาวทำให้น่านฟ้ารู้ว่า ดิเชร์กำลังคิดอะไรอยู่"เชร์..." น่านฟ้าหรี่ตามอง เรียกชื่อเพ







