ANMELDEN‘ทำไมเรารู้สึกแบบนี้ หรือว่าเราตกหลุมรักเด็ก 4 ขวบคนนี้กัน คงไม่หรอกมั้ง เด็กแสบแบบนี้ใครจะรักลง เรารักน้องต่อคนเดียว ส่วนยัยเด็กนี้เราเกลียด’ เอ่ยถามตัวเองในใจอย่างสับสน
“พอลี่ว่าอะไรนะแด๊ดดี้ อุ้ย!...ลุงพอลไม่ได้ยินจ้า”
พอลก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงอยากเป็นพ่อของพอลี่นัก แต่ที่แน่ๆ หนูน้อยจุ๊บแก้มเมื่อกี้นี้หัวใจเขาเต้นแรงแทบทะลุออกมานอกเสื้อเลยก็ว่าได้
“พอลี่บอกว่า...พี่เซนลูกของป้าอ้อกับลุงไบรอันค่า...” หนูน้อยเอ่ยอีกครั้ง
“หวัดดีก๊าบ...ลุงพอล...” เมื่อถูกแนะนำตัว เซนสุดป่วนก็สวัสดีชายหนุ่มทันที พร้อมกับถือโอกาสเรียกว่าลุงตามพอลี่เลย
“ไปนั่งในร้านอาหารกับลุงดีกว่านะ พอดีลุงพอลมาทำงานคุยกับลูกค้าค้างไว้อยู่ เราไปกันเถอะ” พอลไม่ถือสาพร้อมกับชวนเด็กทั้งสองไปยังร้านที่ตนนั่งอยู่ก่อนหน้านี้
“ม่าย...พอลี่จะไปหามี๊...” พอลี่เอ่ยพร้อมกับส่ายหน้า
“เซนก็ตวยก๊าบ...” เซนเอ่ยอีกคน
“ได้ไปหามี๊แน่ครับ แต่รอลุงพอลคุยงานเสร็จก่อนนะ” ชายหนุ่มเอ่ย ‘ทำไมเขาไม่ขอเบอร์รัตนาไว้นะเมื่อเช้า เฮ้อ...ใครจะไปรู้ว่าจะเจอเรื่องไร้สาระแบบนี้’ เอ่ยว่าตัวเองในใจ
“ก็ได้ค่ะ/ครับ” หนูน้อยทั้งสองเอ่ยอย่างว่าง่าย
แล้วเขาก็พาเด็กน้อยทั้งสองไปยังร้านที่ตนจากมาก่อนหน้านี้ พอมาถึงเขาก็จัดการสั่งนมให้เด็กทั้งสองนั่งดื่มอยู่ข้างๆ ส่วนตัวเขานั้นก็คุยธุระกับลูกค้าต่อ และเวลาผ่านไปนานธุระก็เสร็จ เมื่อเสร็จชายหนุ่มจึงหันไปมองดูพอลี่ แต่ปรากฏว่าหนูน้อยนั้นหลับไปแล้ว จะเหลือก็แต่เซนที่ยังนั่งเล่นนมในแก้วอยู่
“ลูกสาวน่ารักนะครับคุณพอล ผมไม่ยักรู้ว่าคุณพอลมีลูกสาวน่ารักแบบนี้” ลูกค้าเอ่ยชมหนูน้อยพอลี่ที่นอนหลับ
“ไม่ใช่นะครับ เด็กทั้งสองเป็นหลานผมครับ” พอลเอ่ยปฏิเสธ
“ผมนึกว่าเด็กผู้หญิงเป็นลูกคุณพอลเสียอีกครับ ขอโทษด้วยนะครับ”
ก็เขาคิดอย่างงั้นจริงๆ ตอนเห็นพอลกลับมาอีกครั้งพร้อมกับหนูน้อยตาสีฟ้าในอ้อมกอด เขาก็คิดว่าเป็นลูกของชายหนุ่ม ก็เล่นเหมือนกันอย่างกับพิมพ์เดียว ถามใครใครก็คิดว่าเป็นลูกเขาทั้งนั้นแหละ
“ไม่เป็นไรครับ”
พอลเอ่ยอย่างเขินๆ ใช่ว่าเขาจะไม่ดีใจที่มีคนว่าพอลี่เป็นลูกของเขา เพราะในใจลึกๆ แล้วอยากให้พอลี่เรียกตัวเองว่าพ่อเช่นกัน
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”
“ครับ โอกาสหน้าเราคงได้ร่วมธุรกิจกันอีกนะครับ”
จากนั้นพอลก็เดินไปส่งลูกค้าที่หน้าร้านอาหาร แล้วก็เดินมาเคลียร์ค่าอาหารพร้อมกับอุ้มหนูน้อยพอลี่ออกจากร้านไป และอีกมือจูงมือหนูเซนเดินไปด้วยกัน พอเดินออกมาจากร้านก็ได้ยินเสียงคุ้นเคยร้องเรียกหนูน้อยในอ้อมกอดทันที
“พอลี่ของมี๊...” รัตนารีบวิ่งเข้ามาหาชายหนุ่มและลูกทันที
“มัม แด๊ด...” เซนน้อยก็รีบวิ่งไปหาพ่อกับแม่ทันที เมื่อมองไปเห็นว่าพ่อกับแม่ของตนก็วิ่งมาหาตนเช่นกัน
“พี่พอลเจอพอลี่ที่ไหนคะ” เมื่อมาถึงตัวชายหนุ่ม หญิงสาวก็ถามทันที
“เรื่องมันยาวน่ะ กลับบ้านพี่ค่อยเล่าให้ฟัง แต่ตอนนี้รีบพาพอลี่กลับไปนอนดีกว่า พอกินนมอิ่มก็หลับเลย” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเบา เพราะกลัวว่าคนในอ้อมแขนจะตื่นเอา
“มัมกับแด๊ดก๊าบ...ลุงพอลเลี้ยงนมเซนตวย...” เซนที่ตอนนี้อยู่ในอ้อมแขนของผู้เป็นพ่อเอ่ยให้พ่อกับแม่ฟัง เมื่อพ่อกับแม่พามาหยุดยืนตรงหน้าชายหนุ่ม
“ขอบคุณพี่พอลนะคะ ไม่ได้เจอกันนานเลย สบายดีนะคะ”
ดอกอ้อเป็นคนเอ่ย เพราะนานจริงๆ ที่ไม่ได้เจอสามีของเพื่อน หญิงสาวมองหน้าของพอลกับพอลี่ที่หลับซบอกชายหนุ่มก็อดยิ้มไม่ได้ เมื่อพ่อลูกทั้งสองหน้าออกมาพิมพ์เดียวกันเป๊ะมาก
“สบายดี แล้วอ้อกับไบรอันไปไงมาไง จะกลับมาอยู่เมืองไทยถาวรแล้วเหรอ” พอลเอ่ย
“ครับพี่พอล ผมจะพาน้องอ้อกับเซนมาอยู่เมืองไทยถาวรแล้วครับ”
ไบรอันเป็นคนเอ่ย ไบรอันนั้นเป็นรุ่นน้องของพอลอยู่หนึ่งปี จึงเรียกชายหนุ่มว่าพี่
“ดีๆ กลับมาอยู่บ้านเราเถอะ” พอลเอ่ยอย่างสนับสนุน ก่อนจะหันมาพูดกับรัตนา “ต่อ...เรากลับกันเถอะ พี่ไม่อยากให้พอลี่นอนซบอกพี่แบบนี้ กลัวว่าจะไม่สบายตัวเอา”
“ค่ะ” รัตนาเอ่ยเพียงสั้นๆ
“ไว้โอกาสหน้าเจอกันใหม่นะไบรอัน น้องอ้อ เห็นทีวันนี้คงไม่ไหว พี่ต้องรีบพาพอลี่กลับไปนอนก่อนน่ะ” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเบา เพราะกลัวว่าคนที่ซุกบนอกกว้างจะตื่นเอา
“ค่ะ ไว้โอกาสหน้าเจอกันนะคะพี่พอล และหวังว่าพี่พอลจะดูแลพอลี่ให้เหมือนลูกจริงๆ เลยนะคะ” ดอกอ้อเอ่ยเน้นท้ายประโยค ก่อนจะพาสามีและลูกเดินจากไป
ส่วนพอลได้แต่งุนงงกับน้ำคำของดอกอ้อ ก็จะไม่ให้งงได้ไง เพราะใครๆ ก็ต่างพูดให้เขาสงสัย ไหนจะนมหอม แล้วมาดอกอ้ออีก ชายหนุ่มปัดความสงสัยนั้นทิ้งไป ก่อนจะพารัตนากลับบ้าง เพราะตอนนี้ก็จะสี่โมงเย็นแล้ว เขาไม่มีงานต่อที่ไหนด้วย เลยอยากกลับไปพักผ่อนที่บ้านกับหญิงสาวและพอลี่
“สรุปยังไงผมก็ต้องแต่งงานใช่ไหมครับ งั้นรอไปงานแต่งผมได้เลย แต่ใครจะมาเอาผม ก็ในเมื่อผมหล่อราวเทพบุตรขนาดนี้ ยากนักที่ผู้หญิงจะกล้ามาจีบ” พายุทำเป็นพูดเล่น“แด๊ดดี้ พอลี่จา...ปาย...นอนกับคุน...ตาน๊า...คะ...” หนูน้อยวิ่งมาบอกผู้เป็นพ่อ“ครับผม” พอลก้มลงคุยกับลูกสาว“เซนด้วยน๊า...ก๊าบ...แด๊ด...จา...ปาย...นอนกาบ...ตาชาติ...” เซนก็มาขอพ่อกับแม่เช่นกัน“ก๊าบ...สุดหล่อ” ไบรอันยิ่งชอบเมื่อลูกปล่อยให้ตนนอนกับภรรยาเพียงสองคน หาเวลาต่อแขนตาขาลูกยาก โอกาสมาแล้วต้องรีบตกลงเมื่อพ่อกับแม่ไม่ได้ห้ามอะไร หนูน้อยทั้งสองก็รีบวิ่งไปหาคุณตากับเพื่อนที่กำลังยืนคุยกันพร้อมกับส่งแขกที่มาร่วมงานแต่งงานในค่ำคืนนี้ งานแต่งจบลงด้วยความสนุกและความเหนื่อยล้าของแต่ละคน ส่วนคู่บ่าวสาวทั้งสองก็ยังไม่ยอมเข้าห้องหอ ก็ตอนนี้กำลังพูดคุยกับเพื่อนๆ ด้วยความสนุกเมื่อถึงฤกษ์งา
งานแต่งที่คู่บ่าวสาวทั้งสองคู่ตั้งตารอถูกจัดขึ้นในตอนเย็น ซึ่งจัดในสวนยางพาราของนายหัวเสือที่ขึ้นชื่อว่ารวยที่สุดในกระบี่ แม้จะจัดในสวนยางพารา แต่ก็ยังยิ่งใหญ่เป็นงานใหญ่งานดัง เจ้าสาวและเจ้าบ่าวใส่ชุดสบายๆ สไตล์วินเทจ ออกแนวหวานๆ แขกเหรื่อทุกคนที่มาร่วมงานมีแต่คนใหญ่โต คนดังของจังหวัดทั้งนั้น ก็นายหัวเสือแต่งสะใภ้ทั้งทีต้องเอาให้คนลือ ส่วนคู่ของพอลและรัตนาก็แต่งตัวสบายๆ จนเหมือนชาวสวนไปเลย โดยมีลูกสาวตัวน้อยยืนอยู่เคียงข้างบนเวที“ในที่สุด ลูกชายผมก็ถูกสอยลงจากคาน อุตส่าห์เกาะคานมานาน ตอนนี้ก็มีสาวมายิงตกแล้ว ผมอยากบอกว่าดีใจมากที่ในที่สุดลูกชายผมก็จะได้มีเมียสักที”นายหัวเสือประกาศให้แขกในงานรับรู้ว่าตนดีใจแค่ไหน “และยิ่งไปกว่านั้น ผมได้เจอเพื่อนรักที่ไม่ได้เจอกันนาน รักชาติเพื่อนผมเองครับทุกท่าน” ว่าแล้วก็ผายมือไปทางเพื่อนรัก“สวัสดีครับ ผมรักชาติเป็นผู้ใหญ่ทางฝ่ายหญิง ผมเองก็ดีใจที่ได้เจอเพื่อนอีกครั้งครับ”
รัตนาเพิ่งอาบน้ำเปลี่ยนชุดเสร็จกำลังจะล้มตัวลงนอน แต่ก็ดันมีเสียงเคาะประตูดังขึ้นเสียก่อน จึงเดินไปเปิดดู พอเปิดออกก็เจอกับสามีของตนที่ยืนตาแดงๆ เหมือนเพิ่งจะร้องไห้มาอยู่ตรงหน้าประตู แถมในอ้อมอกยังมีลูกสาวตัวแสบติดมาด้วย หญิงสาวจึงยิ้มรับสองพ่อลูก พร้อมกับเปิดประตูให้เข้ามาในห้องนอนใหญ่“มีอะไรจ๊ะสองพ่อลูก” เมื่อเข้ามาพร้อมหน้ากันนั่งบนเตียงด้วยกัน หญิงสาวเลยถามสองพ่อลูก เพราะคิดในใจว่าทั้งสองคงเข้าใจกันดีแล้ว“มี๊เตร่าขา...ลุงพอลเปน...แด๊ดดี้ตริงๆ ...หรา...คะ...” หนูน้อยงงกับคำถามของแม่“จริงสิจ๊ะ พอลี่ไม่อยากมีพ่อเหมือนเซนเหรอลูก ต่อไปนี้เรียกลุงพอลว่าแด๊ดดี้นะ เพราะเขาเป็นคนที่ทำให้พอลี่เกิดมา หากไม่มีแด๊ดดี้พอล แม่ก็จะไม่มีพอลี่น้อยเหมือนในวันนี้ ลองเรียกแด๊ดดี้สิลูก” หญิงสาวอธิบายง่ายๆ ให้ลูกสาวเข้าใจ“ตริงๆ ...น๊า...มี๊อย่าโตหก...พอลี่น๊า...เย้!!!” หนูน้อยร้องดีใจกอดรัดผู้เป็นพ่อแน่
เมื่อเหลือกันสองต่อสองหญิงสาวก็เอ่ยขึ้น “พี่พอลจะเอายังไงเรื่องพอลี่ ต่อกลัวว่าพอลี่จะไม่รับพี่เป็นพ่อ” ตอนนี้รัตนากลัวใจของลูกสาวคนสวยของตนจริงๆ“อย่ากลัวในเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้นสิน้องต่อ พี่จะใช้ความรักที่พี่มีทั้งหมดทำทุกอย่างให้พอลี่ยอมรับในตัวพี่” พอลเชื่อว่าความรักที่ตนมีให้ลูกสาวจะช่วยให้หนูน้อยยอมรับในตัวของตนได้ ถึงในใจจะแอบกังวลนิดๆ “พี่ว่าน้องต่อขึ้นไปพักผ่อนเถอะ บ่ายๆ พี่จะพาน้องต่อไปตรวจว่าท้องจริงไหม ถ้าท้องจะได้ฝากท้องด้วยเลย”“ไม่ต้องไปตรวจหรอกค่ะ ต่อท้องจริงๆ ประจำเดือนเลยกำหนดมานานแล้ว ต่อว่าฝากท้องเลยดีกว่า” จากประสบการณ์ที่ผ่านมา หญิงสาวรู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์จริง ก็ด้วยสัดส่วนที่อวบอิ่มขึ้นมากกว่าแต่ก่อนเหมือนกับตอนที่ตั้งครรภ์พอลี่ไม่มีผิด แถมประจำเดือนก็เลยกำหนดมานานแล้ว ไม่ตั้งครรภ์จะเป็นอะไรไปอีกเล่า“อย่าหลอกพี่นะ ท้องคนนี้พี่ขออยู่ดูแลตลอดอายุครรภ์จนกว่าจะคลอด เพราะพี่พลาดไปแล้วครั้งหนึ่ง ครั้งนี้พี่ไม
“สำหรับผม ผมรักน้องต่อเสมอมา ไม่เคยคิดจะตัดสัมพันธ์รัก เรื่องราวทุกอย่างที่ผ่านมา ผมคงไม่มีคำใดจะมาอธิบายได้เท่าคำว่า ‘ขอโทษ’ ถึงมันจะเป็นเพียงคำสั้นๆ ง่ายๆ ซึ่งใครก็สามารถพูดออกมาได้ แต่สำหรับผมในคำว่าขอโทษคำนี้ มันแฝงไปด้วยความรัก ความรักที่ผมมีให้น้องต่อ ขอโทษที่ทำไม่ดี ขอโทษที่ทำให้เสียน้ำตา ขอโทษที่ปล่อยให้เลี้ยงดูลูกเพียงลำพัง ขอโทษที่ไม่สามารถอยู่เคียงข้างตลอดระยะเวลาห้าปีที่ผ่านมา ต่อไปนี้เวลาที่เหลือของชีวิตพี่จะเป็นของน้องต่อและลูกๆ ของเรา และสุดท้ายที่อยากบอกที่สุดคือ ‘ผมรักน้องต่อครับ อดีตเป็นยังไงไม่สำคัญ สำคัญที่ว่าตอนนี้หัวใจผมวางอยู่ตรงหน้าน้องต่อแล้ว ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าน้องต่อจะหยิบมันขึ้นมาดูแลหรือจะปล่อยมันไป ผมก็พร้อมจะยอมรับทุกการกระทำของน้องต่อครับ’ มีเยอะกว่านี้ที่ผมอยากจะพูดกับน้องต่อ แต่ผมหวังว่าน้องต่อจะเลือกหยิบหัวใจผมขึ้นมาดูแล และเมื่อนั้นแหละผมจะเฝ้าร้องรำพึงให้ฟังทุกคืนว่ารักนี้มันดียังไง” เป็นพอลเองที่เปิดปากพูดก่อน
“โอเคสิเพื่อน งั้นตามนี้ เอาแบบลูกชายเพื่อนว่าก็แล้วกันนะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วขอตัวพาลูกไปเตรียมงานก่อน ข้าวชงข้าวเช้าไม่กินมันแล้วตื่นเต้นว่ะเพื่อน จะมีสะใภ้และไม่นานก็จะมีหลานให้อุ้ม แค่คิดก็สนุกแล้วสิ” งานแต่งงานนี้เป็นของสิงห์หรือของพ่อกันแน่ เริ่มไม่แน่ใจแล้วสิ ก็ในเมื่อนายหัวใหญ่ตื่นเต้นออกนอกหน้าขนาดนี้“งานแต่งผมหรืองานแต่งพ่อกันครับ” ลูกชายเอ่ยแซวพ่อบ้าง เมื่อคิดถึงวันที่เจอเอมมี่ครั้งแรก พ่อเขาแสดงความไม่พอใจออกนอกหน้ามาก พอเห็นว่าเอมมี่เป็นคนตรง และขยันแค่นั้นแหละ เปลี่ยนแปลงไปอย่างคนละคน แถมรักลูกสะใภ้ตั้งแต่ยังไม่แต่งเข้าบ้าน แบบนี้ใครจะอยู่ข้างเขา ในเมื่อพ่อก็ไปอยู่ข้างเอมมี่“งานแก แต่ลูกสะใภ้ฉัน จบไหมไอ้ลูกชาย ไปๆ รีบกลับ อย่ามัวมาเสียน้ำลายให้มาก รีบกลับกระบี่เตรียมงาน จะเอาไหมเมียเนี่ย” สมแล้วที่เป็นนายหัวปกครองคนทั้งเกาะที่ปักษ์ใต้ “ไปก่อนนะเพื่อน เจอกันวันงาน ส่วนข้าวเช้าขอไปกินที่สนามบินก็ได้ไม่ยากอะไร ตอนนี้ใจร้อนอยากได้ลูกสะใภ้ ที่ดีใจที่สุดคือมีคน







