تسجيل الدخولหลังจากพูดคำนั้นออกไปตะวันก็เห็นแสนรักยืนนิ่ง เขาหลับตาลงหรูลมหายใจแล้วก้าวเข้าไปใกล้คนน้อง ลูบหัวเธอแผ่วเบาก่อนจะจับมือเล็กคู่นั้นของเธอขึ้นมากอบกุมเอาไว้ เขาใช้ปลายนิ้วลูบหลังมือเธออย่างสื่อความหมาย
“โลกนี้มันใจร้ายกว่าที่แสนรักคิด พี่รู้ว่าแสนรักเป็นคนดี แสนรักไม่เคยคิดร้ายกับใครเลย แต่แสนรักก็ถูกทำร้ายจิตใจไม่ใช่หรอ?”
ตะวันพยายามย้ำคำให้น้องมั่นใจในจุดประสงค์ของเขา ปกติเขาเป็นคนตัดวินใจเด็ดขาด ถ้าไม่มีแสนรักเดิมทีคนที่มีปัญหาหรือสร้างความรำคาญใจให้เขา คงถูกเขาฆ่าตายไปแล้ว แต่ที่เขายั้งมือไว้เพราะไม่อยากให้น้องเห็นความรุนแรงนั้น
“……” เขามองเธอที่ก้มหน้าลงไม่ยอมพูดจาราวกับกำลังครุ่นคิดในสิ่งที่เขาพูดอยู่
“นั่นยังไม่ทำให้แสนรักเข้าใจอีกหรอ ว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะแคร์ความแสนดีนั้น ไม่ใช่ทุกคนที่จะซาบซึ้งเวลาแสนรักใจดีกับเขา”
“แสนรัก….”
เขาเห็นเธอชะงักไป แววตานั้นรู้สึกผิดเมื่อใจในสิ่งที่เขาต้องการสื่อมากขึ้น เขากุมมือน้องแล้วบีบกระชับแน่นให้เธอคลายความรู้สึกแย่นั้นลง ตะวันไม่ชอบเห็นแสนรักรู้สึกแย่ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม
“ไม่เป็นไร พี่ไม่ได้ดุแสนรักนะ พี่แค่เป็นห่วง ไม่อยากให้แสนรักโดนรังแกอีกแล้ว”
“ขอบคุณนะคะพี่ตะวัน แสนรักของคุณนะ”
แขนแกร่งโอบกอดตอบรับกายเล็กที่โผเข้ามากอดเขาแล้วเอ่ยขอบคุณ ปลายจมูกโด่งหอมลงบนผมนุ่มของแสนรัก เขาซึมซับกลิ่นหอมอ่อนๆจากตัวเธอ มันเป็นกลิ่นหอมที่เขาแสนโหยหาและคิดถึงมาเสมอ
“เราไปหาซื้อเสื้อผ้าร้านอื่นกันนะ เสร็จแล้วก็ไปทานมื้อเที่ยงกัน เป็นสเต็กที่แสนรักชอบดีไหม?”
“แต่มันแพงนะคะ”
“ไม่แพงเลยสักนิด ไม่ว่าแสนรักอยากได้อะไร พี่จ่ายให้แสนรักได้ทั้งนั้น”
เขาจับมือน้องแน่นแล้วออกแรงดึงให้เธอเดินตาม รอยยิ้มบนใบหน้าเย็นชาที่ไม่มีใครเคยได้เห็นเพราะเขามันไว้เพื่อแสนรักเท่านั้นปรากฏขึ้น เขาเกลียดเวลาเห็นแววตากังวลนั้นของแสนรัก
ร้านสเต็กเจ้าดัง
“ช่วงนี้อยากทำอะไรเป็นพิเศษไหม?” จานสเต็กของแสนรักที่วางเสิร์ฟถูกตะวันคว้าไปทันที เขาหั่นชิ้นเนื้อของเธอให้พอดคำในขณะที่ตั้งคำถามถึงสิ่งที่เธออาจจะสนใจหรืออยากทำมากกว่าที่จะอยู่เฉยๆในตอนนี้ด้วย
“อยากทำงานค่ะ”
“ทำงาน? พี่ให้แสนรักได้ทุกอย่าง แต่ไม่ใช่เรื่องนี้”
ตะวันคัดค้านเสียงแข็ง เขาให้แมนสืบเรื่องน้องก่อนหน้านี้ แล้วเห็นว่าน้องทำงานต่างๆมามากมาย แค่เขาเห็นความเหนื่อยล้าของเธอ เขาก็ปวดใจจะแย่ ตอนนี้เขาอยู่ตรงนี้ เขาไม่มีวันยอมให้น้องไปทำงานเด็ดขาด
“แต่แสนรักต้องใช้เงินนะคะ ค่าโรงพยาบาลของแม่ ไหนจะค่ากินค่าอยู่ จะให้แสนรักใช้แต่เงินพี่ไม่ได้นะคะ”
“ได้สิ” เขาตอบทันควันโดยไม่ต้องคิด
“พี่ตะวันคะ” ตะวันรู้สึกถึงความหนักใจในน้ำเสียงที่เธอใช้เรียก เขาทำเป็นไม่สนใจแล้วยื่นบัตรเครดิตไม่จำกัดวงเงินใบหนึ่งให้เธออย่างจงใจ ตะวันคาดหวังให้น้องรับมันไป แต่แสนรักยังนั่งมองนิ่งไม่ไหวติง
“เงินของพี่ จะเท่าไหร่ก็ให้แสนรักใช้ได้ทั้งนั้นแหละ แค่แสนรักมีความสุข พี่ขอแค่นั้นเลยจริงๆ”
เขามองสบกับดวงตากลมที่เริ่มวูบไหว เธอก้มหน้าหนีเขาแต่ไหล่เล็กที่สั่นเทิ้มทำให้เขารับรู้ได้ว่าเธอกำลังร้องไห้ ตะวันทำหน้าเหรอหราอย่างไม่เข้าใจ ว่าทำไมน้องถึงได้ร้องไห้อีกแล้ว ในความทรงจำของเขา เขารู้ว่าน้องอ่อนไหวแค่ไหน แต่หลังจากสี่ปีที่เขาจากไปในครั้งนี้เขากลับได้สัมผัสว่าน้องในตอนนี้ไม่ใช่แค่อ่อนไหว แต่ยังเปราะบางมากอีกด้วย
“ทำไมร้องไห้อีกแล้วละ?”
“ก็เพราะพี่นั่นแหละ ฮึก ใจดีกับแสนรักเกินไปแล้ว” ตะวันเผลอหลุดยิ้มกับเสียงพูดอู้อี้กับใบหน้าง้ำงอที่ส่งมาให้เขา ที่แท้ก็ร้องไห้เพราะเขาใจดี แบบนี้ก็ค่อยโล่งใจขึ้นมาหน่อย
“แสนรักก็ชอบเวลาที่พี่ใจดีมากที่สุดเลยไม่ใช่หรอ”
เขายังจำได้ดีว่าเมื่อก่อนแสนรักพูดคำนี้อยู่เสมอ คนน้องชอบที่เขาใจดี ยิ้มเสมอเวลาเขาปกป้องเธอ แต่แสนรักจะรู้บ้างไหมว่าความอบอุ่นนั้นเขามีมันให้เธอเพียงคนเดียว
ตะวันตักสลัดของโปรดแสนรักที่เขาจำได้ดีใส่ในจานให้เธอด้วยรอยยิ้ม ก่อนรอยยิ้มนั้นจะหายไปเมื่อเขามองเห็นแหวนเพชรที่นิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ทั้งที่อาทิตย์ทำให้แสนรักเจ็บขนาดนั้น แต่เหมือนว่าเธอจะยังไม่ลืมน้องชายฝาแฝดของเขาเลย
“แล้วแหวนนั่นน่ะ เมื่อไหร่จะถอดออก? หรืออยากให้พี่ถอดให้”
“แต่ว่า…..”
ยิ่งเห็นว่าแสนรักอิดออดเขาก็ยิ่งมั่นใจ ตะวันไม่ได้โกรธเพราะเขารู้ดีว่าน้องรักอาทิตย์มากแค่ไหน แต่พอเห็นว่าเธอยังคงจมปลักกับคนที่ทำร้ายใจเธอ เขาก็รู้สึกหงุดหงิดจนกลัวว่าควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่อยู่
“ถอดออกมา แล้วพี่จะซื้อให้ใหม่ เพชรเม็ดแค่นี้ พี่ซื้อให้แสนรักได้อีกเยอะ”
“มันไม่เกี่ยวกับขนาดเพชรนะคะ” ตะวันนิ่งงั้นไปทันทีกับคำพูดนั้น ในประโยเมื่อครู่ของแสนรักแม้จะเป็นประโยคธรรมดาแสนสั้น แต่แฝงความหมายในนั้นที่เขาเข้าใจได้เป็นอย่างดี
“อ่า พี่ก็ลืมไป ว่าแหวนที่พี่จะให้ มันจะไปสู้กับแหวนจากไอ้อาทิตย์ได้ยังไง”
“พี่ตะวัน….ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ”
“พี่ไปเข้าห้องน้ำก่อน แสนรักกินได้เลยนะ ไม่ต้องรอ”
ดวงตากลมมองตามตะวันอย่างรู้สึกผิด ไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้ว่าตะวันคิดยังไงกับเธอ แสนรักรู้มาเสมอ แต่เธอไม่เคยเลือกเขาเลย ทั้งที่เขาแสนดีกับเธอมากกว่าใครทั้งนั้น แต่ทุกครั้งที่ต้องเลือก เธอก็มักจะเลือกอาทิตย์ก่อนเสมอ
ใบหน้าสวยก้มลงด้วยความรู้สึกผิดที่มีเต็มอก ก่อนจะรู้สึกได้ว่ามีใครบางคนกลับมานั่งลงตรงข้าม เธอคิดว่าเขาคงกลับมาแล้วและยอมเธออย่างทุกที แต่คนตรงหน้าที่เห็นกลับไม่ใช่เขา
“พี่อาทิตย์…..” เธอชะงักค้างไปเมื่อเขาอยู่ตรงหน้า ใบหน้าที่เหมอนตะวันราวกับแกะ ถ้าการแต่งกายและทรงผมของพวกเขาไม่ต่างกัน บางครั้งเมื่อมองผิวเผินเธอคเข้าใจผิด
“พี่มีเรื่องอยากคุยด้วยหน่อย ออกมาข้างนอกกับพี่ก่อน”
“ไม่ค่ะ แสนรักมากับพี่ตะวัน” เธอรีบปฏิเสธคนที่ถือวิสาสะรั้งข้อมือเธอให้เดินตาม ถ้าตะวันออกมาเจอแล้วเห็นว่าเธอหายไป หรือรู้ว่าอาทิตย์เป็นคนพาเธอไป ต้องเกิดเรื่องใหญ่แน่
“เดี๋ยวนี้เลือกมันมากกว่าพี่แล้วหรอ? หรือแสนรักไม่รักพี่แล้ว?”
“มะ ไม่ใช่…..” แสนรักเม้มปากแน่นเมื่อเผลอตอบคำถามนั้นของอาทิตย์ เธอมองเขาที่ยิ้มมุมปากราวกับผู้ชนะก่อนจะออกแรงรั้งให้เธอเดินตามอีกครั้ง
“พี่รู้อยู่แล้วว่าแสนรักไม่มีวันเลิกรักพี่ได้หรอก พี่มีเรื่องให้แสนรักช่วย แสนรักไม่มีสิทธิ์คิด ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ แค่ต้องทำตามที่พี่บอก เข้าใจนะ”
กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปราวกับภาพฝัน จากทารกน้อยตัวแดงเรื่อในอ้อมกอดวันนั้น บัดนี้น้องอคิณเติบโตขึ้นเป็นเด็กชายวัยสองขวบที่เต็มไปด้วยพลังงานและความสดใส ใบหน้าถอดแบบมาจากตะวันราวกับพิมพ์เดียวกัน ทั้งดวงตาคมกริบและจมูกโด่งรั้น หากแต่รอยยิ้มหวานหยดและแก้มป่องนั้นกลับได้มาจากแสนรักผู้เป็นแม่มาอย่างเต็มเปี่ยมคฤหาสน์ที่เคยเงียบเหงาและเคร่งขรึม บัดนี้ก้องกังวานไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงฝีเท้าเล็กๆที่วิ่งวุ่นไปทั่ว สนามหญ้าหน้าบ้านที่ตะวันเคยสัญญาว่าจะสร้างเป็นสนามเด็กเล่น บัดนี้ถูกเติมเต็มด้วยเครื่องเล่นหลากสีสันและบ่อทรายขนาดใหญ่ โดยมีเรือนกระจกหลังงามตั้งตระหง่านอยู่เคียงข้าง ดอกกุหลาบอังกฤษและลาเวนเดอร์ชูช่อบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบริเวณตะวันในชุดลำลองสบายๆสลัดคราบนักธุรกิจพันล้านทิ้งไปจนหมดสิ้น เขานั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นหญ้า คอยระวังหลังให้ลูกชายตัวน้อยที่กำลังพยายามปีนป่ายสไลเดอร์อย่างมุ่งมั่น โดยมีแสนรักนั่งมองภาพนั้นอยู่บนม้านั่งไม้ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ รอยยิ้มของเธอเปี่ยมไปด้วยความสุขที่เอ่อล้นจนไม่อาจบรรยายได้“ระวังครับอคิณ ค่อยๆก้าวลูก พ่อประคองอยู่ครับ” เสียงทุ้มของตะวัน
เสียงไซเรนจากรถตำรวจนำขบวนของลูกน้องตะวันดังสนั่นไปทั่วท้องถนนยามค่ำคืน รถยุโรปคันหรูพุ่งทะยานเข้าสู่หน้าแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่กฎหมายและสัญชาตญาณจะเอื้ออำนวย ทันทีที่รถจอดสนิทตะวันแทบจะกระโจนลงจากรถก่อนที่คนขับจะดับเครื่องยนต์เสียอีก เขารีบช้อนร่างของแสนรักที่บัดนี้ใบหน้าซีดเผือดและชุ่มไปด้วยเหงื่อขึ้นแนบอก ท่ามกลางเสียงตะโกนสั่งการที่ปนไปด้วยความลนลานของเขาเอง"หมอ! พยาบาล! ช่วยเมียผมด้วย! เธอปวดท้องมาก!" ตะวันตะโกนก้องโถงโรงพยาบาล จนเจ้าหน้าที่เข็นเตียงรับตัวรุดเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว แสนรักถูกวางลงบนเตียงเข็น มือเล็กยังคงบีบมือตะวันไว้แน่นจนเส้นเลือดหลังมือเขาปูดโปน"พี่ตะวัน... ฮึก... แสนรักปวด... ปวดเหมือนตัวจะแตกเลยค่ะ" เสียงสะอื้นที่ขาดห่วงของเธอทำให้หัวใจของมาเฟียหนุ่มบีบคั้นจนแทบจะหยุดหายใจ"พี่อยู่ตรงนี้ครับแสนรัก พี่ไม่ไปไหนทั้งนั้น!" ตะวันวิ่งตามเตียงเข็นไปจนถึงหน้าประตูห้องคลอดสีเขียวสะอาดตาที่สลักคำว่า 'เขตหวงห้าม' พยาบาลรีบเข้ามากันตัวเขาไว้"ญาติรอข้างนอกก่อนนะคะ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่เตรียมตัวคุณแม่เสร็จแล้วจะเชิญคุณพ่อเข้าไปข้างในค่ะ"ตะวันยืนนิ่งง
ค่ำคืนที่เงียบสงัดภายในคฤหาสน์ถูกโอบล้อมด้วยแสงจันทร์สีนวลตา ลมพัดเอื่อยๆ พาเอากลิ่นหอมของดอกราตรีที่แสนรักปลูกไว้ในสวนหลังบ้านโชยเข้ามาถึงระเบียงห้องนอนใหญ่ เวลาผ่านล่วงเลยไปอย่างรวดเร็วราวกับติดปีกบิน จากวันที่ทราบข่าวดีเรื่องเจ้าตัวเล็ก บัดนี้ครรภ์ของแสนรักแก่ขึ้นจนเห็นความนูนเด่นชัดเจนใต้ชุดนอนผ้าแพรสีหวานตะวันในชุดลำลองกางเกงขายาวตัวเดียว นั่งพิงหัวเตียงกว้างโดยมีแสนรักกึ่งนั่งกึ่งนอนเอนกายซบอยู่บนอกแกร่ง มือหนาที่เคยจับอาวุธ บัดนี้ลูบวนไปบนหน้าท้องกลมโตของภรรยาอย่างแผ่วเบาและทะนุถนอม สายตาของเขาเปลี่ยนไปจากคนดุดันกลายเป็นชายหนุ่มที่เปี่ยมไปด้วยความละมุนละไม“ดูสิแสนรัก... เจ้าตัวเล็กเตะพี่อีกแล้ว สงสัยจะอยากออกมาดูโลกเต็มทีแล้วนะครับ” ตะวันกระซิบเสียงทุ้มพลางคลี่ยิ้มกว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงเคลื่อนไหวจากภายใน แสนรักหัวเราะเบาๆ มือเล็กวางทับบนมือของตะวัน“สงสัยจะเหมือนพ่อเขานะคะ ขยันขยับตัวไม่ยอมอยู่นิ่งเลย พี่ตะวันวางแผนหรือยังคะว่าถ้าเขาออกมาแล้ว พี่จะสอนอะไรเขาเป็นอย่างแรก?”“พี่จะสอนให้เขารู้จักคำว่ารักและปกป้องครับแสนรัก” ตะวันจูบที่ขมับของเธอ“พี่จะสอนให้เขาเป็นสุภาพบุรุษท
พายุความกังวลจากเหตุการณ์สะดุดล้มในวันนั้นถูกแทนที่ด้วยคลื่นความรักที่ทวีความรุนแรงยิ่งกว่าเดิม เมื่อกาลเวลาล่วงเข้าสู่สัปดาห์ที่แปดของการตั้งครรภ์ ร่างกายของแสนรักเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ทำให้ชีวิตในคฤหาสน์วรโชติเมธีปั่นป่วนไปหมด ไม่ใช่เพราะศัตรูจากภายนอก แต่เป็นเพราะอาการแพ้ท้องอย่างหนักที่จู่โจมคุณแม่มือใหม่จนแทบกระดิกตัวไม่ได้"อึก... แหวะ!"เสียงขย้อนดังก้องออกมาจากห้องน้ำในเช้ามืดวันที่อากาศเย็นสบาย ตะวันที่นอนตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาสะดุ้งสุดตัว เขาดีดกายลุกขึ้นจากเตียงพุ่งตรงไปยังห้องน้ำทันที ภาพที่เห็นคือแสนรักในชุดนอนสายเดี่ยวสีขาว นั่งคุกเข่าอยู่ ใบหน้าหวานซีดเผือด ผมเผ้ายุ่งเหยิง และดวงตาที่รื้นไปด้วยน้ำตาจากแรงบีบคั้นของกระเพาะอาหาร"แสนรัก... เป็นยังไงบ้างครับคนดี" ตะวันรีบเข้าไปประคองไหล่บาง มือหนาลูบแผ่นหลังให้เบาๆด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสารจนแทบจะอยากเป็นคนแพ้ท้องแทนเสียเอง"พี่ตะวัน... แสนรัก้หม็น... แสนรักเหม็นกลิ่นสบู่ที่พี่เพิ่งใช้จังเลยค่ะ ฮึก" แสนรักเบือนหน้าหนีพลางปิดจมูก น้ำตาคลอเบ้า"สบู่เหรอ? พี่เพิ่งอาบน้ำมาเมื่อกี้นี้เองนะ..
เช้าวันใหม่ที่คฤหาสน์ดูจะเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทันทีที่ผลตรวจเลือดจากโรงพยาบาลยืนยันชัดเจนว่าแสนรักตั้งครรภ์ได้เกือบ 6 สัปดาห์ ตะวันก็เปลี่ยนร่างจากนักธุรกิจมาดเข้มกลายเป็นองครักษ์พิทักษ์คุณแม่แบบเต็มตัว เขาแทบจะไม่ยอมให้แสนรักคลาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียว"พี่ตะวันคะ... แสนรักแค่จะไปหยิบน้ำส้มในตู้เย็นเองค่ะ ไม่ต้องประคองขนาดนี้ก็ได้" แสนรักเอ่ยกลั้วหัวเราะ ขณะที่ร่างสูงใหญ่ของตะวันเดินขนาบข้าง มือหนึ่งประคองเอว อีกมือเตรียมพร้อมจะคว้าร่างเธอไว้หากเธอสะดุดยอดหญ้าในบ้าน"ไม่ได้ครับแสนรัก หมอบอกว่าช่วงสามเดือนแรกอันตรายมาก ต้องประคบประหงมให้ดีที่สุด" ตะวันพูดด้วยสีหน้าจริงจังขั้นสุด "แล้วน้ำส้มน่ะ เดี๋ยวพี่ไปหยิบให้เอง แสนรักนั่งเฉยๆบนโซฟานี่แหละ ห้ามลุก ห้ามเดินเยอะ และที่สำคัญที่สุด... ห้ามวิ่ง เด็ดขาด เข้าใจไหมครับ?""รับทราบค่ะ" แสนรักทำท่าตะเบ๊ะหยอกล้อ แต่ในใจกลับรู้สึกอบอุ่นที่เห็นเขาเห่อลูกขนาดนี้ตลอดทั้งสัปดาห์ตะวันสั่งติดตั้งพรมกันลื่นใหม่ทั่วทั้งบ้าน มุมโต๊ะทุกตัวถูกหุ้มด้วยยางกันกระแทกหนาเตอะ จนองศาและสกายที่แวะมาเยี่ยมถึงกับหลุดขำที่เห็นมาเฟียจอมโหดกลายเป็นคนวิตกจ
กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปหนึ่งเดือนเต็มหลังจากค่ำคืนที่แสนหวานในห้องทำงานวันนั้น บ้านของตะวันดูจะสว่างไสวและเต็มไปด้วยพลังงานบวกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ตะวันเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะนักธุรกิจสีขาวอย่างเต็มตัว เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการประชุมร่วมกับองศาและสกายเพื่อนสนิทที่ร่วมหัวจมท้ายกันมานาน เพื่อวางรากฐานโปรเจกต์อสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่จะเน้นความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างสรรค์ชุมชนที่ปลอดภัย ซึ่งเป็นธุรกิจที่เขาตั้งใจจะมอบให้เป็นของขวัญแก่ครอบครัวในอนาคตเย็นวันนั้นรถยุโรปคันหรูของตะวันแล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้านพร้อมกับรถขององศาและสกายที่ตามมาติดๆ วันนี้เป็นวันที่พวกเขาเพิ่งกลับจากการไปดูไซต์งานก่อสร้างที่เขาใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ตะวันตั้งใจจะสร้างรีสอร์ตระดับไฮเอนด์และแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้สร้างบ้านพักตากอากาศส่วนตัว**ดารินก้าวลงจากรถพร้อมกับหิ้วถุงของฝากพะรุงพะรัง ทั้งขนมนำเข้าจากต่างประเทศและของฝากติดไม้ติดมือจากเขาใหญ่ เธอเดินนำหน้าพวกหนุ่มๆ เข้าไปในตัวบ้านด้วยความร่าเริงตามสไตล์"แสนรัก! พี่ดารินมาแล้วค่า มีของอร่อยมาฝากเพียบเลยนะ!” เสียงใสของดารินดังก้องไปทั่วโถงบ้านหรูใ
“แต่นายครับ ให้ไปหาตอนนี้คงหาไม่ได้”“กูบอกว่าให้ไปหามา!!!” เขายังคงตวาดลั่นอย่างไม่ลดละ ยิ่งนึกถึงเรื่องที่ฟังจากเพื่อนว่าแสนรักกำลังเผชิญอะไรอยู่บ้างเขาก็ยิ่งร้อนใจเข้าไปใหญ่ เขารอคอยทั้งคืนเพื่อที่จะหาทางติดต่อเธอให้ได้ก่อน แต่กลับไม่มีช่องทางที่เขาจะติดต่อเธอได้เลย“ตะวันใจเย็นๆ อย่าใช้อารมณ์ส
เรือนจำ“พ่อขอโทษนะที่ทำให้ลูกกับแม่ต้องลำบาก” แสนรักส่ายหัวไปมาอย่างไม่ต้องการให้พ่อของเธอโทษตัวเองไปมากกว่านี้ เรื่องทั้งหมดมันเกิดจากความผิดพลาด เธอไม่เชื่อว่าพ่อของเธอจะเป็นคนทำเรื่องนี้จริงๆ จะต้องมีใครใส่ร้ายพ่อของเธอแน่“บ้านนั้นว่ายังไงบ้าง?”“พี่อาทิตย์กำลังจะแต่งงานค่ะคุณพ่อ” เธอพูดเสีย
หลังจากนั้นเขาไม่เคยได้ติดต่อกับใคร เขาใช้เวลาสองปีในการเอาเงินที่ได้มาสร้างทุกอย่างที่เป็นของเขาด้วยตัวเอง เส้นทางสีเทาที่มาเก๊าและไทยมีน้อยคนที่จะรู้ว่าเขาเป็นคนอยู่เบื้องหลัง ตะวันเลือกที่จะวุ่นกับเรื่องธุรกิจเพื่อให้เขาลืมทุกอย่างไปซะ จนกระทั่งเขาได้รับการ์ดงานแต่งที่แม่ฝากกับคนของอัครบวรมาให้
@ มาเก๊าแสงแดดสาดส่องเข้ามาภายในคอนโดสุดหรูหราในย่านหนึ่งของมาเก๊า ร่างหนานอนหลับสนิทภายใต้ผ้าห่มด้วยร่างกายเปลือยเปล่า เศษถุงยางที่ใช้แล้วข้างเตียงวางกระจัดกระจายอยู่ตามพื้น พร้อมกับตัวหญิงสาวที่ถูกคนสนิทของเขาเข้ามาลากออกไปแต่เช้าอย่างทุกที“คุณตะวันคะ คุณตะวัน!”“คุณแองจี้ครับ รบกวนออกไปด้วย ถ้







