LOGINวีดีโอในหน้าเว็บข่างแวดวงไฮโซวันนี้ถูกแสนรักกดเล่นมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในวีดีโอนั้นแสดงภาพมนงานประมูลเมื่อคืนในตอนที่ตะวัันสวมสร้อยที่พึ่งประมูลได้ให้กับเธอ ในความคิดเห็นมีทั้งความอิจฉาและการขุดคุ้ยว่าเธอเป็นใครมาจากไหน
แสนรักปิดหน้าจอโทรศัพท์ลง ยอมรับว่าการดูแลและเอาใจเธอของตะวันทำให้ใจดวงน้อยของเธอเต้นแรงไม่น้อย แต่เธอกลับยังพยายามตั้งกำแพงกลั้นความรู้สึกเอาไว้ เพียงเพื่อปกป้องตัวเองจากความเจ็บปวดที่อาจจะเกิดขึ้นอีกครั้ง ใจของเธอพังและแตกสลายเกินกว่าจะเปิดรับใครใหม่ และยิ่งในตอนที่รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่าเช่นตอนนี้ แสนรักในตอนนี้ไม่เหมือนในอดีตอีกแล้ว เธอไม่ใช่คุณหนูของตระกูลร่ำรวยอีกต่อไป เธอเป็นเพียงลูกของพ่อที่ล้มละลายและติดคุกด้วยคดีฉ้อโกง ลูกของแม่ที่ยังล้มป่วยและยังไม่มีทีท่าจะฟื้นขึ้นมา เธอขยับไปที่ลิ้นชักหัวเตียง เมื่อเปิดมันออกก็เห็นกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงิน ในนั้นคือสร้อยที่ตะวันประมูลเมื่อคืน เธอจับมันเอาไว้มั่น ก่อนจะถือวิสาสะเดินไปเคาะประตูห้องเขาในยามค่ำคืนแบบนี้ แกร็ก "แสนรัก?....มีอะไร? หรือว่านอนไม่หลับ หรือหิว พี่จะไปหาอะไรให้กิน"เธอรั้งข้อมือของตะวันที่เตรียมตัวเดินออกไปชั้นล่างเพื่อหาอะไรเธอกิน เขาเป็นอย่างนี้เสมอเมื่อเห็นเธอมาหาในเวลาที่ปกติเธอไม่มา ความห่วงใยของเขาฉายชัดที่แววตา และการแสดงออกของเขามักบ่งบอกว่าขอแค่เธอบอก ไม่ว่าอะไรเขาจะทำและหามาให้ทันที "เปล่าค่ะ แสนรักแค่เอานี่มาคืน" "เอามาคืน? คืนทำไม?" ตะวัันมองกล่องเครื่องประดับที่เขาคุ้นตาอย่างดีในมือเธอ คิ้วหนาจมวดจนแทบผูกเป็นปม เขาไม่ชอบใจเอาดสียเลยที่แสนรักเอามาคืนเขา หรือเธอจะไม่เข้าใจเลยว่าสิ่งที่เขาต้องการคืออะไร "ก็พี่ตะวัันเป็นคนประมูลมา" "พี่พูดชัดเจนแล้วไม่ใช่หรอว่าประมูลมาให้แสนรัก" เขาย้ำคำให้เธอได้คิดตาม เขาพูดตั้งแต่ในงานประมูลว่าสร้อยเส้นนี้เขาประมูลเพื่อใคร เขาใส่ให้เธอเองกับมือ อะไรทำให้เธอคิดว่าควรจะเอาสร้อยมาคืนเขา "แต่มันแพงเกินไป...แสนรักไม่ครู่ควรกับมันหรอกค่ะ" "เหลวไหล" น้ำเสียงของเขาราวกับกำลังดุเล็กน้อยจนแสนรักต้องก้มหน้า เธอได้ยินเสียงถอนหายใจของเขา ก่อนปลายคางจะถูกตะวันเชยขึ้นมา เขาจ้องมองเธออย่างไม่ลดละแล้วลูบแก้มเนียนของเธอแผ่วเบา "แสนรักคู่ควรกับทุกอย่าง" ตะวัันพูดอย่างเรียบนิ่งแต่มั่นคง เขาส่งผ่านความมั่นใจผ่านแววตาไปให้เธอ เยาไม่ชอบสักนิดที่เธอเอาแต่พูดว่าตัวเองไม่มีค่าหรือไม่คู่ควรจะได้รับสิ่งดีๆ ทั้งที่การกระทำและคำพูดของเขานั้นบ่งบอกเสมอว่าเธอมีค่าแค่ไหน "แต่คนอื่นอาจไม่คิดอย่างนั้น" "จะสนใจคนอื่นไปทำไม สนใจแค่พี่ก็พอ" ตะวันหลับตาแน่นพยายามข่มความหงุดหงิดเอาไว้เพราะไม่อยากเผลอแสดงอาการไม่ดีใส่แสนรัก เขายอมรับว่าบางครั้งเขาแอบหงุดหงิดที่เธอเอาแต่แคร์สายตาผู้คนไปทั่ว แสนรักยังต้องเรียนรู้อีกมากว่าคนเราไม่วามารถเป็นอย่างที่ใครต่อใครคาหวังได้ทั้งหมด "พี่ตะวันทำงานอะไรกันแน่คะ ทำไมจู่ๆถึงมีเงินขนาดนี้?" คำถามของเธอทำเขาชะงักไป ตะวันกระแอมเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปในห้อง แสนรักเดินตามเขามา ทันทีที่เขาหันมองก็เห็นใบหน้าอยากรู้ของเธอ "มัันสำคัญด้วยหรอว่าพี่จะทำอะไร รู้แค่ว่าตอนนี้พี่มีเงินมากพอที่จะหาทุกอย่างมาให้แสนรักได้ ไม่ว่าอะไรที่แสนรักต้องการ จะแพงแค่ไหน พี่ให้ได้ทั้งนั้น รู้ไหมว่าเพราะอะไร?" "เพราะอะไรคะ?" เมื่อเธอทวนคำถามเขาตะวันก็เผยรอยยิ้มมุมปาก เขาเดินเข้าใกล้เธอเล็กน้อยแล้วก้มหน้าลงไปหาเธอจนจมูกแทบจะแนบชิด "เพราะสำหรับพี่แล้ว แสนรักสำคัญกว่าทุกอย่างเลย" "สะ แสนรักไปนอนแล้วค่ะ" ตะวัันมองตามคนน้องที่กอดกล่องเครื่องประดับไว้แน่นที่อกแล้ววิ่งหนีออกไป เขาชอบใจที่เห็นใบหน้าแดงก่ำนั้นของเธอ ตะวันส่ายหัวก่อนจะเดินไปปิดประตู เขาหยิบเอาโทรศัพท์แล้วเปิดข่าวสังคมขึ้นดู "นี่มันพึ่งเริ่มต้น...พี่จะทำให้คนที่เคยดูถูกแสนรักได้รู้ว่าไม่ควรทำอย่างนั้นกับแสนรัก แค่ใช้ชีวิตให้ดีข้างๆพี่ รอวันที่คนพวกนั้นมาสยบแทบเท้าแสนรักก็พอ" เขาพูดกับตัวเองแล้วปิดหน้าจอโทรศัพท์ลง ตะวัันเดินไปที่ริมระเบียง เขาหยิบบุหรี่ขึ้นจุดสูบอยู่กับบรรยากาศเงียบสนิทอย่างใช้ความคิด ปาริฉัตรคู่หมั้นของสกายถือเป็นแรงสนับสนุนที่ดีไม่น้อย แม้ตะวันจะไม่กลัวใคร ปกติเขาใช้เพียงแค่ความรุน แต่ดูเหมือนเรื่องของแสนรักจะต้องใช้ความคิดและสมองด้วย ดังนั้นเขาจำเป็นต้องรอบคอบและทำมันอย่างใจเย็น สิ่งเดียวที่เขาคำนึงคือความสุขและความปลอดภัยของแสนรักเท่านั้น ก็อกๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเร้าให้เขาส่งเสียงอนุญาตเพราะรู้ดีว่าครั้งนี้คงไม่ใช่แสนรัก แมนลูกน้องคนสนิทของเขาเดินเข้ามาหาทันที พร้อมยื่นแฟ้มเอกสารมาให้เขา ตะวันคาบบุหรี่ไว้ที่ปากแล้วเปิดดูด้วยสีหน้าตึงเครียด แต่หลังจากอ่านเอกสารจนหมดเขาก็เผยยิ้มเย็นอย่างที่ชอบทำเวลาได้กลิ่นชัยชนะ เขาเก็บเอกสารนั้นลงซองเหมือนเดิมแล้วเคาะนิ้วลงบนระเบียงสองสามครั้ง "ข้อมูลในี้หาได้ดี มึงไปหามาอีกว่ารายละเอียดในหลักฐานฉ้อโกงที่พวกมันเอาไปใช้ที่ศาลเป็นมายังไง แล้วใครเป็นคนยื่นหลักฐาน" "ครับนาย" "วันนี้สถานการณ์ที่อัครบวรเป็นยังไง?" เขาถามแต่ยังคงมองทอดยาวออกไปเบื้องหน้าราวกับไม่ได้สนใจนัก แค่อยากจะรู้ความคืบหน้าเพื่อที่จะได้คิดว่าจะทำอะไรต่อไปก็เท่านั้น "เห็นว่าคุณอาทิตย์ทำลายข้าวของไปเยอะเลยครับ แถมยังทะเลาะกับสิรินาถด้วย" "หึ" เขาได้แต่แค่นหัวเราะแล้วส่ายหัว สิรินาถขึ้นชื่อเรื่องยโสในความร่ำรวยของตัวเองมาแต่ไหนแต่ไร โดนทำให้เสียหน้าในงานใหญ่อย่างนี้ ไม่มะเลาะกันน่ะสิแปลก "ส่งคนของเราตามดูไอ้อาทิตย์ ถ้ามีอะไรน่าสนใจรีบมาบอกกูทันที เรื่องนี้อย่าให้ถึงหูแสนรักเด็ดขาดนะ.."ภายในห้องนอนใหญ่ที่มืดสลัว แสงเทียนสั่นไหววูบวาบประดับบนโต๊ะอาหารมื้อพิเศษที่ อาทิตย์สั่งให้จัดเตรียมขึ้น เขานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับแสนรักในชุดสูทสีขาวสะอาดตาที่จงใจให้ดูเหมือนเทพบุตรที่สุดเท่าที่จะทำได้"แสนรัก... ในเมื่อทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นใหม่แล้ว พี่อยากให้เรามีพันธสัญญาที่มั่นคงกว่าเดิม" อาทิตย์เอ่ยเสียงนุ่มพลางหยิบกล่องแหวนเพชรเม็ดโตออกมาวางบนโต๊ะ "แต่งงานกับพี่นะ..."แสนรักจ้องมองกล่องแหวนนั้นด้วยความรู้สึกขยะแขยงจนแทบอยากจะอาเจียน มือของเธอที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ดวงตากลมมองแหวนในนิ้วที่ตะวันใส่ให้ ทุกอย่างยิ่งยืนยันกับเธอชัดเจนว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ตะวัน เธอแอบชำเลืองมองนาฬิกาที่ผนัง... อีกเพียงสิบนาทีเท่านั้น"พี่ตะวันคะ... แสนรักขอเวลาคิดแป๊บนึงได้ไหมคะ" เธอพยายามยื้อเวลาอย่างสุดความสามารถ"คิดอะไรอีกล่ะ!?" แววตาของอาทิตย์เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราด บรรยากาศตรงรั้วหลังคฤหาสน์ องศาและสกายในชุดปฏิบัติการสีดำสนิทกำลังซุ่มรอสัญญาณจากคนของตะวันที่ซ่อนอยู่ภายในบ้าน ซึ่งก็คือป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่ที่แอบตัดวงจรไฟฟ้าในจุดอับสายตาตามคำแนะนำของสกายผ่านโทรศัพท์ที่
แสงของวันใหม่ไม่ได้นำมาซึ่งความหวัง แต่มันกลับขับเน้นให้เห็นบรรยากาศที่เปลี่ยนไปของบ้านที่เคยอบอุ่น ดารินตื่นขึ้นมาด้วยอาการล้าเต็มที เธอแสร้งทำเป็นไอและเดินกระย่องกระแย่งออกจากห้องนอนใหญ่เพื่อสำรวจสถานการณ์ โดยมีแสนรักเดินประคองอยู่ข้างๆไม่ห่างที่ห้องอาหารอาทิตย์ในคราบของตะวันนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าของเขาดูหมองคล้ำจากการไม่ได้นอน แต่แววตานั้นกลับวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ เมื่อเห็นดารินยังคงเดินนัวเนียอยู่กับแสนรัก เขาก็กระแทกแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังปัง!"ริน... เราว่าอาการรินดูไม่ดีเลยนะ" อาทิตย์พูดเสียงเย็น"เราเรียกให้คนขับรถเตรียมรถไว้แล้ว เดี๋ยวจะให้ไปส่งรินที่โรงพยาบาลส่วนตัว จะได้ให้หมอตรวจละเอียด""ไม่เป็นไรตะวัน... เราเริ่มดีขึ้นแล้ว แค่ยังมึนๆ" ดารินแสร้งปาดเหงื่อที่หน้าผาก"เราอยากพักผ่อนอยู่ที่นี่อีกสักหน่อย ให้น้องแสนรักดูแลน่ะดีที่สุด หมอที่ไหนก็ไม่รู้ใจเท่าน้องแสนรักหรอก"อาทิตย์ลุกขึ้นยืนทันทีจนเก้าอี้กระเด็นไปด้านหลัง"เราไม่ได้ถามความสมัครใจ! นี่มันบ้านเรา และเราเห็นว่ารินควรไปโรงพยาบาล แสนรัก... เธอขึ้นไปเก็บของให้ดารินเดี๋ยวนี้!""พี่ตะวันคะ... ทำไมต้องรุนแรงขนา
ภายในห้องนอนใหญ่ที่เคยอบอวลไปด้วยไอรัก บัดนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนกรงขัง อาทิตย์ในคราบของตะวันยืนจ้องมองแสนรักด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด เขาคาดหวังว่าการกลับมาครั้งนี้จะได้รับความปรนนิบัติและการตอบรับอย่างเร่าร้อนแต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม"แสนรัก พี่บอกให้มานี่ไง จะถอยหนีพี่ทำไม?" อาทิตย์ก้าวเดินเข้าหาเธอด้วยท่าทางคุกคาม น้ำเสียงทุ้มต่ำเริ่มมีความกระด้างที่ปิดไม่มิด"พี่ตะวัน... แสนรักรู้สึกไม่ค่อยสบายค่ะ วันนี้แสนรักเพลียมากจริงๆ" แสนรักตอบพลางขยับตัวไปจนชิดขอบเตียง มือของเธอกำชายเสื้อตัวเองไว้แน่น สัมผัสที่เย็นชารวมถึงแววตาที่จ้องมองมาอย่างหิวกระหายนั้นทำให้เธอหวาดกลัวจนแทบหยุดหายใจ เธอรู้ดีว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่ตะวันที่แสนอบอุ่นคนเดิมแน่ๆ แต่เธอก็ยังไม่กล้าพูดออกมา"ไม่สบายงั้นเหรอ? หรือว่าพอพี่ไม่อยู่ ใจเธอก็เปลี่ยนไปหาคนอื่นแล้ว!" อาทิตย์คว้าข้อมือเล็กของแสนรักไว้แน่นแล้วกระชากเข้าหาตัว"โอ๊ย! พี่ตะวัน แสนรักเจ็บค่ะ ปล่อยแสนรักนะ!" แสนรักพยายามดิ้นรน แรงบีบที่ข้อมือของเขามันรุนแรงและป่าเถื่อนจนเธอเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า ก่อนที่อาทิตย์จะโน้มตัวลงมาใช้กำลังข่มเหงเธอ เสียง
หยาดฝนยามบ่ายเริ่มโปรยปรายลงมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ท้องฟ้าเบื้องบนเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่นสอดรับกับความกังวลใจของแสนรักที่เพิ่มทวีคูณ เธอพยายามต่อสายหาตะวันนับสิบครั้งแต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงเสียงสัญญาณที่บอกว่า "ไม่สามารถติดต่อเลขหมายดังกล่าวได้""พี่ตะวัน... ทำไมเงียบไปแบบนี้คะ" เธอพึมพำกับตัวเองพลางกำโทรศัพท์แน่นจนปลายนิ้วซีดขาว ในขณะที่ความวุ่นวายใจกำลังถึงขีดสุด เสียงรถยนต์ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มก้าวลงจากรถท่ามกลางสายฝนที่เริ่มหนาเม็ด ใบหน้าคมเข้มที่เหมือนกับตะวันราวกับพิมพ์เดียวปรากฏสู่สายตา"พี่ตะวัน!" แสนรักรีบวิ่งลงไปรับที่หน้าประตูโถงด้วยความดีใจ แต่เมื่อเธอเข้าใกล้ ร่างกายของเธอกลับหยุดชะงักลงโดยอัตโนมัติอาทิตย์ในคราบของพี่ชายฝาแฝดยืนอยู่ตรงนั้น เขาส่งยิ้มบางๆให้เธอ ยิ้มที่ดูเผินๆเหมือนตะวันทุกประการ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับนิ่งสนิทและเย็นเยียบราวกับก้นมหาสมุทรที่ไม่มีแสงส่องถึง"พี่กลับมาแล้วครับแสนรัก... ขอโทษทีที่ติดต่อไม่ได้ พอดีเครื่องมีปัญหานิดหน่อยน่ะ" เสียงของเขาถูกปรับโทนให้ทุ้มต่ำและหนักแน่นเลียนแบบพี่ชายได้อย่างไร้ที่ติ อาทิตย์ก
แสงตะวันยามสายสาดส่องลงมายังรันเวย์ของสนามบินสุวรรณภูมิ เครื่องบินลำยักษ์ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ามุ่งหน้าสู่มาเก๊า บนเครื่องนั้นมีตะวัน ที่นั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยความรู้สึกพะวักพะวน แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นเรื่องงานที่สำคัญระดับพันล้าน แต่ใจของเขากลับทิ้งไว้ที่คฤหาสน์หลังใหญ่ ทิ้งไว้กับผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจเขาสะบัดไล่ความกังวลออกไปจากหัวพลางหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาตรวจเช็กระบบรักษาความปลอดภัยของบ้านผ่านแอปพลิเคชัน ทุกอย่างยังปกติดี กล้องวงจรปิดทุกตัวทำงานได้ไร้ที่ติ และเขาก็สั่งกำชับองศากับสกายให้คอยเวียนเข้าไปดูแสนรักทุกเย็น‘ฉันอาจจะแค่คิดมากไปเอง’ ตะวันบอกตัวเองแบบนั้น แต่สัญชาตญาณของเขากลับร้องเตือนบางอย่างที่เขาก็ยังหาคำตอบไม่ได้ภายในคฤหาสน์แสนรักที่ยืนส่งรถของตะวันที่แล่นพ้นรั้วบ้านไปตั้งแต่เช้าตรู่ ความเงียบเหงาเริ่มเข้ามาทักทายเธอทันทีที่เขาไม่อยู่ เธอเดินกลับเข้ามาในบ้านที่ดูจะกว้างขวางเกินไปสำหรับคนเพียงคนเดียว แม้จะมีเหล่าแม่บ้านและคนของเขาอยู่ด้วยก็ตาม"คุณแสนรักคะ มีพัสดุมาส่งค่ะ" ป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่เดินเข้ามาพร้อมกับกล่องกระดาษขนาดกลางสีน้ำตาล ไม่มีชื่อผู้ส่ง มีเพี
กาลเวลาหมุนผ่านไปอย่างมั่นคง เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ของ ตะวัน และแสนรักที่หยั่งรากลึกลงในใจของกันและกัน ภายในคฤหาสน์มีชีวิตชีวาขึ้นด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ และกลิ่นหอมของอาหารที่แสนรักตั้งใจเข้าครัวทำเอง ตะวันในชุดลำลองเนื้อดีนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะอาหารสายตาก็จดจ้องอยู่ที่หนังสือพิมพ์แต่หูกลับคอยฟังเสียงกุกกักจากในครัวอย่างเพลิดเพลิน"พี่ตะวันคะ ลองชิมข้าวต้มปลากะพงสูตรใหม่ของแสนรักดูหน่อยค่ะ" แสนรักเดินออกมาพร้อมถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาว ควันกรุ่นที่ลอยขึ้นมาส่งกลิ่นหอมของขิงและหอมเจียวตะวันวางหนังสือพิมพ์ลงทันที เขามองดูคนน้องที่ดูมีน้ำมีนวลขึ้นกว่าวันแรกที่เขาพามาที่นี่ ใบหน้าที่เคยอมทุกข์บัดนี้กลับสดใสราวกับดอกไม้ที่ได้รับน้ำค้างยามเช้า"แค่กลิ่นก็รู้แล้วว่าอร่อย แสนรักทำอะไรพี่ก็กินได้ทั้งนั้นแหละ แต่ขยันทำขนาดนี้ พี่ว่าพี่ต้องขยายชุดสูทเพิ่มแล้วนะ" เขารับถ้วยมาวางตรงหน้า"พี่ตะวันก็พูดเกินไปค่ะ แสนรักแค่อยากดูแลพี่ ตอบแทนที่ทำให้แสนรักรู้สึกมีความสุขขึ้นมาอีกครั้ง" เธอสบตาเขาด้วยความซาบซึ้ง ก่อนตะวันจะเอื้อมมือไปกุมมือเรียวไว้"มันเป็นหน้าที่ของพี่อยู่แล้ว และมันจะเป็นแบบนี้ตลอดไป"ในข