Masukหน้าต่างบานสูงภายในห้องพักฟื้นผู้ป่วยระดับวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังถูกเปิดรับแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าที่สาดส่องผ่านผ้าม่านสีครีมนุ่มนวล ห้องทั้งห้องตกแต่งด้วยโทนสีอบอุ่น เฟอร์นิเจอร์ไม้โอ๊คและโซฟาตัวใหญ่ทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลายคล้ายกับห้องนอนในคฤหาสน์มากกว่าโรงพยาบาล กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้สดที่ตะวันสั่งมาทุกวันอบอวลไปทั่วบริเวณ
ตะวันนั่งอยู่ข้างเตียงผู้ป่วยปรับระดับได้สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่ร่างบางของแสนรักที่ยังคงหลับสนิท ใบหน้าหวานที่เคยสดใสบัดนี้ซีดเผือด มีเพียงเสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพที่ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอคอยย้ำเตือนว่าเธอยังอยู่กับเขา ตะวันไม่ได้ละสายตาไปจากเธอเลยแม้แต่วินาทีเดียว มือหนากุมมือเรียวเล็กของเธอไว้แน่น
ประตูห้องพักถูกเปิดออกเบาๆสกายและองศาก้าวเข้ามาพร้อมกับกระเช้าผลไม้และช่อดอกไม้สด ทั้งสองมองเพื่อนสนิทที่นั่งเฝ้าแสนรักด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเห็นใจ
“ตะวัน... มึงไปพักบ้างเถอะว่ะ” สกายเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“จริง มึงนั่งอยู่ตรงนี้มาสองวันเต็มๆ แล้วนะ หน้ามึงโทรมจนแทบดูไม่ได้แล้ว” องศาเสริมด้วยอีกคนแล้วถอนหายใจ ตะวันไม่ได้หันมามองเพื่อน เขาเพียงแต่กระชับมือแสนรักให้แน่นขึ้น
“กูไปไหนไม่ได้หรอก... ถ้าแสนรักตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอหน้ากู น้องจะกลัวแค่ไหน” องศาถอนหายใจยาวพลางวางมือลงบนไหล่เพื่อนด้วยความเห็นใจ แต่ท่าทีอิดโรยของคนตรงหน้า ถ้าแสนรักตื่นมาเห็นคงจะกังวลมากกว่าตื่นมาแล้วไม่เจอตะวันอยู่ตรงนี้อีก
“กูเข้าใจนะ แต่ถ้ามึงล้มไปอีกคน แล้วใครจะอยู่ดูแลแสนรักตอนน้องฟื้นล่ะ? พวกกูสลับกันมาเฝ้าให้ก็ได้ หรือจะให้รินมาอยู่เป็นเพื่อนแสนรักก็ได้นะ” ทันทีที่องศาพูดถึงดาริน ประตูก็เปิดออกอีกครั้งพร้อมกับดารินที่เดินเข้ามาด้วยท่าทางกะเผลกเล็กน้อย หน้าผากมีผ้าพันแผลสีขาวสะอาดขนาดเล็กปิดอยู่ ดวงตาของเธอแดงก่ำทันทีที่เห็นว่าแสนรักยังนอนสงบนิ่งอยู่บนเตียง
“แสนรัก... พี่ขอโทษนะ ถ้าพี่ระวังกว่านี้ แสนรักก็คง…..” ดารินทรุดตัวลงนั่งข้างเตียงอีกฝั่งทั้งน้ำตาไหลพราก ยิ่งเธอนึกถึงภาพตอนที่แสนรักเอามือจับพวงมาลัยแล้วหักเปลี่ยนทิศเพื่อช่วยเธอ ดารินก็ยิ่งรู้สึกผิด ก็พึ่งจะเข้าใจสิ่งที่ตะวันกังวลเกี่ยวกับความใจดีของแสนรักก็วันนี้ แสนรักใจดีมากเกินไปจริงๆ ถึงขนาดเอาชีวิตตัวเองช่วยชีวิตคนอื่นแบบนี้ ตะวันเหลือบมองดารินด้วยสายตาที่อ่อนลง เขาไม่ได้โทษเพื่อน เพราะเขารู้ดีว่าต้นเหตุที่แท้จริงคือความอำมหิตของสิรินาถ
“อย่าโทษตัวเองเลยริน... น้องเลือกที่จะปกป้องริน เพราะน้องเห็นรินเป็นเหมือนพี่สาวคนหนึ่ง”
“เดี๋ยวรินอยู่เฝ้าน้องให้ก็ได้นะ ตะวันไปงีบสักหน่อยเถอะ” ดารินเอ่ยปากอาสาก่อนที่จะมองตะวันที่นิ่งไปอึดใจหนึ่ง แล้วพยักหน้าช้าๆ แต่เขาก็ไม่ได้ลุกไปไหน เพียงแต่เอนหลังลงกับเก้าอี้ข้างเตียง ปิดเปลือกตาที่ล้าเต็มทีลงชั่วครู่
“เราจะนอนตรงนี้... ถ้าน้องขยับตัวแม้แต่นิดเดียว ปลุกเราหน่อยนะทันทีนะ”
เวลาล่วงเลยไปจนถึงช่วงบ่าย แสงแดดเริ่มเปลี่ยนทิศทาง ลมเอื่อยๆ พัดพากลิ่นหอมของดอกไม้ในแจกันมาแตะจมูกร่างบางที่อยู่บนเตียง แสนรักรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังลอยอยู่ท่ามกลางกลุ่มเมฆสีขาวที่หนานุ่ม ความเจ็บปวดที่เคยแผดเผาร่างกายเริ่มทุเลาลงบ้าง เหลือเพียงความมึนงงและหนักอึ้งที่ดวงตา เธอพยายามจะปรือตาขึ้น แต่แสงสว่างที่สาดเข้ามาทำให้เธอต้องกะพริบตาซ้ำๆ
“อืม...” เสียงครางแผ่วเบาดังลอดออกจากลำคอที่แห้งผาก ตะวันที่กึ่งหลับกึ่งตื่นสะดุ้งสุดตัว เขารีบโน้มตัวลงไปจนชิดใบหน้าของเธอทันที
“แสนรัก? แสนรัก! ได้ยินพี่ไหม?”
ดวงตาคู่สวยค่อยๆเปิดขึ้นช้าๆ ภาพเบื้องหน้าพร่าเลือนก่อนจะชัดเจนขึ้นเป็นใบหน้าของคนที่เธอนึกถึงก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบ แสนรักมองเขาด้วยความงุนงงชั่วครู่ ความทรงจำสุดท้ายของเธอคือภาพรถที่หมุนเคว้งอยู่บนถนนและเสียงกระแทกที่รุนแรง
“ruj... ตะวัน...” เสียงของเธอแหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน
“ใช่ พี่เอง... พี่อยู่นี่แล้วแสนรัก” ตะวันยิ้มออกมาทั้งน้ำตาคลอเบ้า แต่เขายังคงปกปิดไม่ให้มันไหลออกมาได้อย่างดี เขาประคองใบหน้าหวานของเธอไว้อย่างเบามือ ราวกับเธอนั้นทำมาจากแก้วที่เปราะบางที่สุด
“ปลอดภัยแล้วนะคนเก่ง แสนรักกลับมาหาผมแล้ว” แสนรักพยายามจะขยับตัว แต่ความเจ็บแปลบที่ซี่โครงทำให้เธอต้องนิ่วหน้า ตะวันรีบปรามทันที
“อย่าเพิ่งขยับสิแสนรัก เพิ่งจะผ่าตัดมานะ นอนนิ่งๆ ก่อน” ตะวันพูดเสียงเรียบเหมือนจะเอ่ยดุ แต่แสนรักรู้ดีว่ามันมีความห่วงใยอยู่ในนั้น
“แสนรัก! ขอบคุณพระเจ้า ฟื้นสักที พี่กลัวจะแย่!” แสนรักมองดารินแล้วยิ้มบางๆ อย่างอ่อนแรง
“พี่ดาริน... ปลอดภัยใช่ไหมคะ?”
“ปลอดภัยจ้ะ ปลอดภัยดีทุกอย่าง เพราะแสนรักช่วยพี่ไว้แท้ๆ เลย” ดารินสะอื้นออกมาด้วยความตื้นตัน สกายและองศาที่ยืนดูอยู่ห่างๆ ต่างลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก องศารีบออกไปแจ้งพยาบาลและคุณหมอ ส่วนสกายก็เดินเข้ามาตบบ่าตะวันเบาๆ เป็นเชิงบอกว่า ‘กูบอกแล้วว่าน้องต้องไม่เป็นไร’
หลังจากคุณหมอเข้ามาตรวจเช็กอาการและยืนยันว่าทุกอย่างปกติ ทุกคนก็ก็ยอมล่าถอยออกไปเพื่อให้คนไข้ได้พักผ่อนจริงๆเสียที ภายในห้องวีไอพีจึงกลับมาเหลือเพียงตะวันและแสนรักอีกครั้ง
ตะวันรินน้ำใส่แก้วแล้วใช้หลอดป้อนให้แสนรักจิบอย่างช้าๆ เขาเช็ดหยดน้ำที่มุมปากให้เธอด้วยความทะนุถนอม สายตาของเขาที่มองมานั้นเต็มไปด้วยความรักที่ลึกซึ้งจนคนน้องรู้สึกอุ่นซ่านไปทั้งหัวใจ
“พี่ตะวัน... ไม่ได้นอนเลยใช่ไหมคะ?” แสนรักถามพลางมองรอยคล้ำใต้ตาของเขา
“rujจะนอนหลับลงได้ยังไง ในเมื่อหัวใจของพี่ยังไม่ยอมลืมตาขึ้นมามองกันเลย รู้ไหมว่าผมกลัวแค่ไหน...” ตะวันพูดเสียงนุ่ม เขาขยับขึ้นไปนั่งบนขอบเตียงอย่างระมัดระวัง แล้วรวบมือของคนน้องมากดจูบซ้ำๆ ก่อนแสนรักบีบมือเขาเบาๆส่งความรู้สึกกลับไป
“แสนรักอยู่นี่แล้วค่ะ... แสนรักขอโทษที่ทำให้พี่ตกใจนะคะ” ตะวันโน้มตัวลงไปหน้าผากชนกับหน้าผากของเธอ ลมหายใจอุ่นๆของเขาเป่ารดผิวหน้าของแสนรักจนเธอรู้สึกเขินเล็กน้อย
“ห้ามเอาชีวิตไปเสี่ยงแบบนั้นอีกเด็ดขาด ต่อให้เป็นดาริน หรือเป็นใครก็ตาม เข้าใจที่พี่พูดไหมแสนรัก?”
“แต่พี่ดารินเป็นเพื่อนพี่นะคะ...”
“พี่รู้... แล้วพี่ก็ขอบคุณที่แสนรักช่วยเพื่อนพี่ แต่จากนี้ไป หน้าที่ปกป้องทุกคนให้เป็นหน้าที่ของพี่ ส่วนหน้าที่ของแสนรักคือการอยู่ให้กับพี่... แค่นั้นก็พอแล้ว”
คำพูดแสนหวานนั้นทำให้แสนรักหน้าร้อนผ่าว เธอหลับตาลงรับสัมผัสที่อบอุ่นจากเขา ตะวันบรรจงประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากของเธออย่างแผ่วเบาและเนิ่นนาน
บรรยากาศยามเย็นเริ่มมาเยือน แสงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้าทาบทับไปทั่วห้อง ตะวันยังคงนั่งอยู่ข้างเตียง เขาเลือกท่ะไม่เล่าหรือบอกรายละเอียดทั้งหมดให้แสนรักฟัง และให้น้องเข้าใจว่าทุกอย่างเป็นอุบัติเหตุเท่านั้น
“เช็ดตัวหน่อยดีไหม จะได้สบายตัว รอพี่แปปนึงนะ” ตะวันพูดก่อนจะหายไปในห้องน้ำสักพักแล้วออกมาพร้อมกับกาละมังขนาดเล็กและผ้าขนหนูผืนเล็กหนึ่งผืน เขาหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กชุบน้ำอุ่นมาเช็ดมือและเท้าให้เธออย่างใส่ใจ แสนรักมองเขาที่กำลังก้มลงดูแลเธออย่างไม่ถือตัวก็น้ำตาคลอ
“ขอบคุณนะคะ... ขอบคุณที่รักและดูแลแสนรักดีขนาดนี้”
“อย่าพูดคำว่าขอบคุณเลย เพราะทุกอย่างที่พี่ทำ พี่ทำเพื่อตัวเองทั้งนั้น... พี่ทำเพื่อให้แน่ใจว่าโลกทั้งใบของพี่คนนี้จะมีปลอดภัยและมีความสุขดี”
ตะวันเงยหน้าขึ้น มองจ้องเข้าไปในดวงตาของเธอ เขาขยับเข้าไปใกล้เธออีกครั้ง คราวนี้เขาประคองศีรษะเธอขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะประทับจูบลงบนริมฝีปากอิ่มอย่างอ่อนโยน มันเป็นจูบที่ไม่มีความใคร่ปนเป มีเพียงความรัก ความโหยหา และคำมั่นสัญญาว่าจะดูแลเธออย่างดี
แสนรักรับสัมผัสนั้นด้วยความเต็มใจ เธอรู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจของตะวันที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกับเธอ ความเจ็บปวดจากอุบัติเหตุดูเหมือนจะเลือนหายไปสิ้น เหลือเพียงไออุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วกายบาง
“หายเร็วๆ นะครับคนดี พี่รอวันที่แสนรักจะกลับไปปลูกต้นไม้ในสวนอยู่นะ ต้นไม้แล้วก็ดอกไม้พวกนั้น กำลังรอแสนรักกลับไปดูแลรู้ไหม” ตะวันเงยหน้าขึ้น มองจ้องเข้าไปในดวงตาของเธอ แสนรักยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่สว่างไสวยิ่งกว่าแสงตะวันยามเช้าของเธอทำเอาใจของตะวันสั่นไหว
“ค่ะ... แสนรักจะรีบหาย แสนรักก็อยากออกจากโรงพยาบาลเหมือนกัน”
ภายในห้องนอนใหญ่ที่มืดสลัว แสงเทียนสั่นไหววูบวาบประดับบนโต๊ะอาหารมื้อพิเศษที่ อาทิตย์สั่งให้จัดเตรียมขึ้น เขานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับแสนรักในชุดสูทสีขาวสะอาดตาที่จงใจให้ดูเหมือนเทพบุตรที่สุดเท่าที่จะทำได้"แสนรัก... ในเมื่อทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นใหม่แล้ว พี่อยากให้เรามีพันธสัญญาที่มั่นคงกว่าเดิม" อาทิตย์เอ่ยเสียงนุ่มพลางหยิบกล่องแหวนเพชรเม็ดโตออกมาวางบนโต๊ะ "แต่งงานกับพี่นะ..."แสนรักจ้องมองกล่องแหวนนั้นด้วยความรู้สึกขยะแขยงจนแทบอยากจะอาเจียน มือของเธอที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ดวงตากลมมองแหวนในนิ้วที่ตะวันใส่ให้ ทุกอย่างยิ่งยืนยันกับเธอชัดเจนว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ตะวัน เธอแอบชำเลืองมองนาฬิกาที่ผนัง... อีกเพียงสิบนาทีเท่านั้น"พี่ตะวันคะ... แสนรักขอเวลาคิดแป๊บนึงได้ไหมคะ" เธอพยายามยื้อเวลาอย่างสุดความสามารถ"คิดอะไรอีกล่ะ!?" แววตาของอาทิตย์เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราด บรรยากาศตรงรั้วหลังคฤหาสน์ องศาและสกายในชุดปฏิบัติการสีดำสนิทกำลังซุ่มรอสัญญาณจากคนของตะวันที่ซ่อนอยู่ภายในบ้าน ซึ่งก็คือป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่ที่แอบตัดวงจรไฟฟ้าในจุดอับสายตาตามคำแนะนำของสกายผ่านโทรศัพท์ที่
แสงของวันใหม่ไม่ได้นำมาซึ่งความหวัง แต่มันกลับขับเน้นให้เห็นบรรยากาศที่เปลี่ยนไปของบ้านที่เคยอบอุ่น ดารินตื่นขึ้นมาด้วยอาการล้าเต็มที เธอแสร้งทำเป็นไอและเดินกระย่องกระแย่งออกจากห้องนอนใหญ่เพื่อสำรวจสถานการณ์ โดยมีแสนรักเดินประคองอยู่ข้างๆไม่ห่างที่ห้องอาหารอาทิตย์ในคราบของตะวันนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าของเขาดูหมองคล้ำจากการไม่ได้นอน แต่แววตานั้นกลับวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ เมื่อเห็นดารินยังคงเดินนัวเนียอยู่กับแสนรัก เขาก็กระแทกแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังปัง!"ริน... เราว่าอาการรินดูไม่ดีเลยนะ" อาทิตย์พูดเสียงเย็น"เราเรียกให้คนขับรถเตรียมรถไว้แล้ว เดี๋ยวจะให้ไปส่งรินที่โรงพยาบาลส่วนตัว จะได้ให้หมอตรวจละเอียด""ไม่เป็นไรตะวัน... เราเริ่มดีขึ้นแล้ว แค่ยังมึนๆ" ดารินแสร้งปาดเหงื่อที่หน้าผาก"เราอยากพักผ่อนอยู่ที่นี่อีกสักหน่อย ให้น้องแสนรักดูแลน่ะดีที่สุด หมอที่ไหนก็ไม่รู้ใจเท่าน้องแสนรักหรอก"อาทิตย์ลุกขึ้นยืนทันทีจนเก้าอี้กระเด็นไปด้านหลัง"เราไม่ได้ถามความสมัครใจ! นี่มันบ้านเรา และเราเห็นว่ารินควรไปโรงพยาบาล แสนรัก... เธอขึ้นไปเก็บของให้ดารินเดี๋ยวนี้!""พี่ตะวันคะ... ทำไมต้องรุนแรงขนา
ภายในห้องนอนใหญ่ที่เคยอบอวลไปด้วยไอรัก บัดนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนกรงขัง อาทิตย์ในคราบของตะวันยืนจ้องมองแสนรักด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด เขาคาดหวังว่าการกลับมาครั้งนี้จะได้รับความปรนนิบัติและการตอบรับอย่างเร่าร้อนแต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม"แสนรัก พี่บอกให้มานี่ไง จะถอยหนีพี่ทำไม?" อาทิตย์ก้าวเดินเข้าหาเธอด้วยท่าทางคุกคาม น้ำเสียงทุ้มต่ำเริ่มมีความกระด้างที่ปิดไม่มิด"พี่ตะวัน... แสนรักรู้สึกไม่ค่อยสบายค่ะ วันนี้แสนรักเพลียมากจริงๆ" แสนรักตอบพลางขยับตัวไปจนชิดขอบเตียง มือของเธอกำชายเสื้อตัวเองไว้แน่น สัมผัสที่เย็นชารวมถึงแววตาที่จ้องมองมาอย่างหิวกระหายนั้นทำให้เธอหวาดกลัวจนแทบหยุดหายใจ เธอรู้ดีว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่ตะวันที่แสนอบอุ่นคนเดิมแน่ๆ แต่เธอก็ยังไม่กล้าพูดออกมา"ไม่สบายงั้นเหรอ? หรือว่าพอพี่ไม่อยู่ ใจเธอก็เปลี่ยนไปหาคนอื่นแล้ว!" อาทิตย์คว้าข้อมือเล็กของแสนรักไว้แน่นแล้วกระชากเข้าหาตัว"โอ๊ย! พี่ตะวัน แสนรักเจ็บค่ะ ปล่อยแสนรักนะ!" แสนรักพยายามดิ้นรน แรงบีบที่ข้อมือของเขามันรุนแรงและป่าเถื่อนจนเธอเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า ก่อนที่อาทิตย์จะโน้มตัวลงมาใช้กำลังข่มเหงเธอ เสียง
หยาดฝนยามบ่ายเริ่มโปรยปรายลงมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ท้องฟ้าเบื้องบนเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่นสอดรับกับความกังวลใจของแสนรักที่เพิ่มทวีคูณ เธอพยายามต่อสายหาตะวันนับสิบครั้งแต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงเสียงสัญญาณที่บอกว่า "ไม่สามารถติดต่อเลขหมายดังกล่าวได้""พี่ตะวัน... ทำไมเงียบไปแบบนี้คะ" เธอพึมพำกับตัวเองพลางกำโทรศัพท์แน่นจนปลายนิ้วซีดขาว ในขณะที่ความวุ่นวายใจกำลังถึงขีดสุด เสียงรถยนต์ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มก้าวลงจากรถท่ามกลางสายฝนที่เริ่มหนาเม็ด ใบหน้าคมเข้มที่เหมือนกับตะวันราวกับพิมพ์เดียวปรากฏสู่สายตา"พี่ตะวัน!" แสนรักรีบวิ่งลงไปรับที่หน้าประตูโถงด้วยความดีใจ แต่เมื่อเธอเข้าใกล้ ร่างกายของเธอกลับหยุดชะงักลงโดยอัตโนมัติอาทิตย์ในคราบของพี่ชายฝาแฝดยืนอยู่ตรงนั้น เขาส่งยิ้มบางๆให้เธอ ยิ้มที่ดูเผินๆเหมือนตะวันทุกประการ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับนิ่งสนิทและเย็นเยียบราวกับก้นมหาสมุทรที่ไม่มีแสงส่องถึง"พี่กลับมาแล้วครับแสนรัก... ขอโทษทีที่ติดต่อไม่ได้ พอดีเครื่องมีปัญหานิดหน่อยน่ะ" เสียงของเขาถูกปรับโทนให้ทุ้มต่ำและหนักแน่นเลียนแบบพี่ชายได้อย่างไร้ที่ติ อาทิตย์ก
แสงตะวันยามสายสาดส่องลงมายังรันเวย์ของสนามบินสุวรรณภูมิ เครื่องบินลำยักษ์ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ามุ่งหน้าสู่มาเก๊า บนเครื่องนั้นมีตะวัน ที่นั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยความรู้สึกพะวักพะวน แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นเรื่องงานที่สำคัญระดับพันล้าน แต่ใจของเขากลับทิ้งไว้ที่คฤหาสน์หลังใหญ่ ทิ้งไว้กับผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจเขาสะบัดไล่ความกังวลออกไปจากหัวพลางหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาตรวจเช็กระบบรักษาความปลอดภัยของบ้านผ่านแอปพลิเคชัน ทุกอย่างยังปกติดี กล้องวงจรปิดทุกตัวทำงานได้ไร้ที่ติ และเขาก็สั่งกำชับองศากับสกายให้คอยเวียนเข้าไปดูแสนรักทุกเย็น‘ฉันอาจจะแค่คิดมากไปเอง’ ตะวันบอกตัวเองแบบนั้น แต่สัญชาตญาณของเขากลับร้องเตือนบางอย่างที่เขาก็ยังหาคำตอบไม่ได้ภายในคฤหาสน์แสนรักที่ยืนส่งรถของตะวันที่แล่นพ้นรั้วบ้านไปตั้งแต่เช้าตรู่ ความเงียบเหงาเริ่มเข้ามาทักทายเธอทันทีที่เขาไม่อยู่ เธอเดินกลับเข้ามาในบ้านที่ดูจะกว้างขวางเกินไปสำหรับคนเพียงคนเดียว แม้จะมีเหล่าแม่บ้านและคนของเขาอยู่ด้วยก็ตาม"คุณแสนรักคะ มีพัสดุมาส่งค่ะ" ป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่เดินเข้ามาพร้อมกับกล่องกระดาษขนาดกลางสีน้ำตาล ไม่มีชื่อผู้ส่ง มีเพี
กาลเวลาหมุนผ่านไปอย่างมั่นคง เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ของ ตะวัน และแสนรักที่หยั่งรากลึกลงในใจของกันและกัน ภายในคฤหาสน์มีชีวิตชีวาขึ้นด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ และกลิ่นหอมของอาหารที่แสนรักตั้งใจเข้าครัวทำเอง ตะวันในชุดลำลองเนื้อดีนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะอาหารสายตาก็จดจ้องอยู่ที่หนังสือพิมพ์แต่หูกลับคอยฟังเสียงกุกกักจากในครัวอย่างเพลิดเพลิน"พี่ตะวันคะ ลองชิมข้าวต้มปลากะพงสูตรใหม่ของแสนรักดูหน่อยค่ะ" แสนรักเดินออกมาพร้อมถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาว ควันกรุ่นที่ลอยขึ้นมาส่งกลิ่นหอมของขิงและหอมเจียวตะวันวางหนังสือพิมพ์ลงทันที เขามองดูคนน้องที่ดูมีน้ำมีนวลขึ้นกว่าวันแรกที่เขาพามาที่นี่ ใบหน้าที่เคยอมทุกข์บัดนี้กลับสดใสราวกับดอกไม้ที่ได้รับน้ำค้างยามเช้า"แค่กลิ่นก็รู้แล้วว่าอร่อย แสนรักทำอะไรพี่ก็กินได้ทั้งนั้นแหละ แต่ขยันทำขนาดนี้ พี่ว่าพี่ต้องขยายชุดสูทเพิ่มแล้วนะ" เขารับถ้วยมาวางตรงหน้า"พี่ตะวันก็พูดเกินไปค่ะ แสนรักแค่อยากดูแลพี่ ตอบแทนที่ทำให้แสนรักรู้สึกมีความสุขขึ้นมาอีกครั้ง" เธอสบตาเขาด้วยความซาบซึ้ง ก่อนตะวันจะเอื้อมมือไปกุมมือเรียวไว้"มันเป็นหน้าที่ของพี่อยู่แล้ว และมันจะเป็นแบบนี้ตลอดไป"ในข







