LOGIN“พี่ตะวันพาแสนรักมาที่นี่ทำไมคะ?”
ตะวันที่พึ่งก้าวลงจากรถแล้วเดินมาเปิดประตูฝั่งข้างคนขับให้แสนรักแค่ยิ้มเมื่อได้ยินคำถามของเธอแต่ไม่พูดอะไร เขาแบมือออกรอก่อนจะมองอย่างคาดหวังว่าเธอจะวางมือเล็กลงบนมือเขาอย่างที่เขาหวังไหม
“ไปกันเถอะ”
รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าเขาเล็กน้อย ตะวันกอบกุมมือเล็กของเธอเอาไว้แล้วพาเดินเข้าไปในห้างสรรพสินค้า เขาก้าวตรงไปที่ร้าเสื้อผ้าและเครื่องประดับแบรนด์หรูแล้วเลือกเสื้อผ้าอย่างใส่ใจก่อนจะถูกเธอออกแรงบีบที่มือ
“พี่ตะวันจะทำอะไรคะ? จะซื้อให้แสนรักหรอ? แสนรักไม่เอานะ มันแพงเกินไป”
“ไม่แพงหรอก พี่ซื้อให้แสนรักทั้งร้านยังได้เลย”
“แต่พี่ตะวันคะ…”
“เอาชุดนี้ไปลองให้พี่ดูหน่อย ชุดนี้ด้วย แล้วชุดนี้” ตะวันยัดชุดเดรสที่เขาตั้งใจเลือกใส่ในอ้อมแขนของแสนรัก เขาทำอยู่อย่างนั้นหลายรอบและทำเป็นหูทวนลมกับสิ่งที่แสนรักพูด จนกระทั่งเธอเบี่ยงตัวหนีไม่ให้เขาหยิบชุดอื่นให้เธอเพิ่ม
“เยอะไปแล้วค่ะ”
“เข้าไปลองเร็ว เดี๋ยวพี่รอข้างนอก”
เขาออกแรงดันแผ่นหลังเล็กให้เดินตรงไปที่ห้องลองชุด เสียงบนอุบของเธอดังตลอดทางแต่กลับเรียกรอยยิ้มบนใบหน้าเย็นชาของตะวันได้อย่างดี เขายืนรอเธอพักหนึ่งก่อนเสียงโทรศัพท์ของเขาจะดังขึ้น พอเห็นหน้าจอว่าเป็นคนสนิทของเขาที่โทรเข้ามาเขาก็เลือกเดินออกไปรับสายด้านนอกร้าน
“พี่ตะวัน…..อ้าว ไปไหนนะ พนักงานก็ไปอยู่ไหนกันหมด”
“บ้านล้มละลายไปแล้วไม่ใช่หรอ? มาทำอะไรที่นี่”
แสนรักที่ชะเง้อคอมองหาตะวันอยู่ต้องหยุดนิ่งก่อนจะหันไปมองเจ้าของคำพูดเสียดแทงใจนั้น ก่อนเธอจะตาเบิกกว้างที่เห็นว่าเป็นเพื่อนสนิทของเธอที่หายไปเลยตั้งแต่บ้านเธอถูกศาลสั่งล้มละลาย
“เอิง?” แสนรักมองคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า ดูเหมือนว่าอีกคนจะใส่ชุดของพนักงานที่นี่อยู่
“ใครใช้ให้เธอถือวิสาสะเอาเสื้อผ้ามาลองแบบนี้ ของมันราคาแพงแค่ไหนเธอรู้ไหม? ล้มละลายไปตั้งนานแล้ว จมไม่ลงหรือไง”
เพื่อนที่เธอเคยมองเป็นเพื่อนสนิทที่สุดยังคงพูดจาเสียดแทงความรู้สึกของเธอไม่หยุด ชุดเดรสราคาแพงในอ้อมแขนถูกกระชากกลับไป เธอได้แต่กำมือแน่นอย่างไม่รู้ว่าจะพูดอะไร เพราะยังไงเรื่องที่บ้านเธอล้มละลายมันก็เป็นความจริง
“ทำไมเอิงถึงพูดกับเราแบบนี้ ไม่ใช่ว่าเราเป็นเพื่อนกันหรอ”
“เพื่อนหรอ? แกรู้ไหมว่าฉันรอคอยวันนี้จะแย่ วันที่จะได้เห็นแกตกต่ำลง แล้วเข้าใจชีวิตของคนที่ไม่มีเงินบ้าง เวลาฉันเดินข้างแกใครๆก็เอาแต่พูดว่าแกดูดีกว่าฉัน มาวันนี้อยากจะให้คนพวกนั้นมาเห็นสภาพแกจริงๆ”
“นี่เอิงคิดกับเราแบบนี้มาตลอดเลยหรอ?”
เธอถามเสียงสั่นอย่างไม่รู้ว่าควรพูดอะไรต่อ ทั้งที่ตอนเป็นเพื่อนกันเธอจริงใจกับคนตรงหน้าแทบทุกอย่าง ในยามที่บ้านของอีกคนมีปัญหาเรื่องเงินเธอก็ยื่นมือเข้าช่วยโดยไม่หวังอะไรกลับคืน แต่ทันทีที่เธอไม่เหลืออะไร เธอก็กลายเป็นคนที่อยู่ตัวคนเดียวโดยสมบูรณ์
“แสนรัก….มีอะไร?” เสียงของตะวันที่เดินเข้ามาดึงเธอออกจากความเศร้าหมองที่มี ดวงตาคมหรี่ลงมองใบหน้าหวานที่ดูผิดปกติ แต่ไม่ว่าจะเอ่ยถามเท่าไหร่แสนรักก็ยังเอาแต่ปฏิเสธ
“ปะ เปล่าค่ะ ไปกันเถอะพี่ตะวัน แสนรักไม่ค่อยชอบเสื้อผ้าร้านนี้เลย”
“แต่พี่ว่าแสนรักก็ใส่สวยดีนะ ไม่ชอบหรอ?”
“ค่ะ ไม่ชอบ”
“ก็ได้ งั้นเปลี่ยนออกก่อนนะ เดี๋ยวพี่พาไปดูร้านอื่น” เขามองตามแสนรักที่เดินเข้าไปในห้องลองชุดอีกครั้ง ก่อนจะเสมองพนักงานที่หอบชุดเดรสที่เขาเลือกให้เธอไว้ในอ้อมแขน
ทั้งที่แสนรักน่าจะยังลองชุดพวกนั้นไม่ครบด้วยซ้ำ ทันทีที่เธอออกมาแล้วยื่นชุดคืนให้ พนักงานคนนั้นก็ดึงไปเต็มแรงจนตะวันจะก้าวเข้าไปหาแต่ถูกแสนรักดึงเอาไว้
“พี่ตะวันคะ ไปเถอะ”
“แต่เมื่อกี้นี้มัน….”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เราไปกันเถอะ”
“นี่เธอตกต่ำขนาดมาเป็นเด็กเลี้ยงให้พวกผู้ชายมันควงเล่นเลยหรือไง”
“เมื่อกี้มึงพูดว่าอะไรนะ?” ตะวันหยุดชะงักแล้วหันไปถามเสียงเข้ม เขาพยายามควบคุมอารณ์เอาไว้ แต่ทุกคำที่พนักงานคนนี้เอ่ยออกมากลับทำให้เขาไม่สามารถกักเก็บทุกอย่างไว้ได้
“หยาบคายซะด้วย แกไปหามาจากไหนเนี่ย รวยจริงรึเปล่าก็ไม่รู้”
“พี่ตะวัน….”
“อยู่เฉยๆ” ตะวันหันไปพูดกับแสนรักเสียงครั้ง เขารู้ว่าน้องไม่ค่อยสู้คน แล้วยอมไปซะทุกอย่าง ตะวันไม่ได้หงุดหงิดที่อีกคนไม่สู้ แต่เขาแค่อยากปกป้องให้ทุกคนที่รังแกแสนรักได้รู้ว่าแสนรักไม่ใช่คนที่จะมารังแกได้ง่ายๆ
เขาก้าวเดินเข้าไปใกล้พนักงานตรง รังสีของความโกรธเกรี้ยวให้พนักงานถอยหลังหนีไปอย่างห้ามไม่ได้ ก่อนที่ต้นคอขาวจะถูกเขาบีบเต็มแรงด้วยความโมโห ตะวันดันคนตรงหน้าชิดกำแพงแล้วออกแรงบีบมากกว่าเดิม เขาไม่สนใจที่จะหยุดแม้แสนรักจะเอ่ยห้ามแค่ไหน
“ปล่อยนะ แคกๆ!!”
“ขอโทษแสนรักเดี๋ยวนี้”
“ทำไมต้องขอโทษ!! ปล่อย!! แคกๆๆ!!!”
“กูบอกให้ขอโทษ!!!” เสียงของเขาดังกึกก้องจนคนที่เดินไปมาหันมอง ตะวันยังออกแรงบีบให้มากขึ้นอย่างไม่มีลดละ เขาจะทำให้คนตรงหน้าได้จดจำสัมผัสของความเจ็บปวดนี้ จะได้ไม่กล้ามายุ่งกับคนของเขาอีก
“ถ้าไม่ปล่อยฉันจะแจ้งตำรวจ”
“ถ้ากูกลัว กูคงไม่ทำแบบนี้ตั้งแต่แรก ขอโทษ!!!!” ตะวันตวาดลั่นทำเอาอีกคนตัวสั่นเทา เขาเหวี่ยงเอิงลงกลับพื้นอย่างไม่ได้สนใจว่าเธอเป็นผู้หญิงก่อนจะเอ่ยบอกให้อีกคนทำตามที่เขาต้องการอีกครั้ง
“พี่ตะวันพอแล้วค่ะ” เขามองตามแสนรักที่พูดแค่นั้นแล้ววิ่งออกไป ดวงตาคมมองหญิงสาวที่นั่งอยู่ที่พื้นด้วยความรังเกียจก่อนจะออกตัววิ่งตามแสนรักออกไป เขาคว้าแขนของแสนรักเอาไว้แล้วดึงเธอกลับมาหา
“โกรธพี่หรอ?”
“แสนรักไม่ได้โกรธ แต่พี่ตะวันทำแบบนั้นมันไม่ดีนะคะ”
“แสนรักผ่านอะไรมาตั้งขนาดนี้ ยังไม่เข้าใจอีกหรอว่าในโลกนี้ ความใจดีของแสนรักมันไม่ได้ช่วยอะไรเลย!”
ภายในห้องนอนใหญ่ที่มืดสลัว แสงเทียนสั่นไหววูบวาบประดับบนโต๊ะอาหารมื้อพิเศษที่ อาทิตย์สั่งให้จัดเตรียมขึ้น เขานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับแสนรักในชุดสูทสีขาวสะอาดตาที่จงใจให้ดูเหมือนเทพบุตรที่สุดเท่าที่จะทำได้"แสนรัก... ในเมื่อทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นใหม่แล้ว พี่อยากให้เรามีพันธสัญญาที่มั่นคงกว่าเดิม" อาทิตย์เอ่ยเสียงนุ่มพลางหยิบกล่องแหวนเพชรเม็ดโตออกมาวางบนโต๊ะ "แต่งงานกับพี่นะ..."แสนรักจ้องมองกล่องแหวนนั้นด้วยความรู้สึกขยะแขยงจนแทบอยากจะอาเจียน มือของเธอที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ดวงตากลมมองแหวนในนิ้วที่ตะวันใส่ให้ ทุกอย่างยิ่งยืนยันกับเธอชัดเจนว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ตะวัน เธอแอบชำเลืองมองนาฬิกาที่ผนัง... อีกเพียงสิบนาทีเท่านั้น"พี่ตะวันคะ... แสนรักขอเวลาคิดแป๊บนึงได้ไหมคะ" เธอพยายามยื้อเวลาอย่างสุดความสามารถ"คิดอะไรอีกล่ะ!?" แววตาของอาทิตย์เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราด บรรยากาศตรงรั้วหลังคฤหาสน์ องศาและสกายในชุดปฏิบัติการสีดำสนิทกำลังซุ่มรอสัญญาณจากคนของตะวันที่ซ่อนอยู่ภายในบ้าน ซึ่งก็คือป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่ที่แอบตัดวงจรไฟฟ้าในจุดอับสายตาตามคำแนะนำของสกายผ่านโทรศัพท์ที่
แสงของวันใหม่ไม่ได้นำมาซึ่งความหวัง แต่มันกลับขับเน้นให้เห็นบรรยากาศที่เปลี่ยนไปของบ้านที่เคยอบอุ่น ดารินตื่นขึ้นมาด้วยอาการล้าเต็มที เธอแสร้งทำเป็นไอและเดินกระย่องกระแย่งออกจากห้องนอนใหญ่เพื่อสำรวจสถานการณ์ โดยมีแสนรักเดินประคองอยู่ข้างๆไม่ห่างที่ห้องอาหารอาทิตย์ในคราบของตะวันนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าของเขาดูหมองคล้ำจากการไม่ได้นอน แต่แววตานั้นกลับวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ เมื่อเห็นดารินยังคงเดินนัวเนียอยู่กับแสนรัก เขาก็กระแทกแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังปัง!"ริน... เราว่าอาการรินดูไม่ดีเลยนะ" อาทิตย์พูดเสียงเย็น"เราเรียกให้คนขับรถเตรียมรถไว้แล้ว เดี๋ยวจะให้ไปส่งรินที่โรงพยาบาลส่วนตัว จะได้ให้หมอตรวจละเอียด""ไม่เป็นไรตะวัน... เราเริ่มดีขึ้นแล้ว แค่ยังมึนๆ" ดารินแสร้งปาดเหงื่อที่หน้าผาก"เราอยากพักผ่อนอยู่ที่นี่อีกสักหน่อย ให้น้องแสนรักดูแลน่ะดีที่สุด หมอที่ไหนก็ไม่รู้ใจเท่าน้องแสนรักหรอก"อาทิตย์ลุกขึ้นยืนทันทีจนเก้าอี้กระเด็นไปด้านหลัง"เราไม่ได้ถามความสมัครใจ! นี่มันบ้านเรา และเราเห็นว่ารินควรไปโรงพยาบาล แสนรัก... เธอขึ้นไปเก็บของให้ดารินเดี๋ยวนี้!""พี่ตะวันคะ... ทำไมต้องรุนแรงขนา
ภายในห้องนอนใหญ่ที่เคยอบอวลไปด้วยไอรัก บัดนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนกรงขัง อาทิตย์ในคราบของตะวันยืนจ้องมองแสนรักด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด เขาคาดหวังว่าการกลับมาครั้งนี้จะได้รับความปรนนิบัติและการตอบรับอย่างเร่าร้อนแต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม"แสนรัก พี่บอกให้มานี่ไง จะถอยหนีพี่ทำไม?" อาทิตย์ก้าวเดินเข้าหาเธอด้วยท่าทางคุกคาม น้ำเสียงทุ้มต่ำเริ่มมีความกระด้างที่ปิดไม่มิด"พี่ตะวัน... แสนรักรู้สึกไม่ค่อยสบายค่ะ วันนี้แสนรักเพลียมากจริงๆ" แสนรักตอบพลางขยับตัวไปจนชิดขอบเตียง มือของเธอกำชายเสื้อตัวเองไว้แน่น สัมผัสที่เย็นชารวมถึงแววตาที่จ้องมองมาอย่างหิวกระหายนั้นทำให้เธอหวาดกลัวจนแทบหยุดหายใจ เธอรู้ดีว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่ตะวันที่แสนอบอุ่นคนเดิมแน่ๆ แต่เธอก็ยังไม่กล้าพูดออกมา"ไม่สบายงั้นเหรอ? หรือว่าพอพี่ไม่อยู่ ใจเธอก็เปลี่ยนไปหาคนอื่นแล้ว!" อาทิตย์คว้าข้อมือเล็กของแสนรักไว้แน่นแล้วกระชากเข้าหาตัว"โอ๊ย! พี่ตะวัน แสนรักเจ็บค่ะ ปล่อยแสนรักนะ!" แสนรักพยายามดิ้นรน แรงบีบที่ข้อมือของเขามันรุนแรงและป่าเถื่อนจนเธอเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า ก่อนที่อาทิตย์จะโน้มตัวลงมาใช้กำลังข่มเหงเธอ เสียง
หยาดฝนยามบ่ายเริ่มโปรยปรายลงมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ท้องฟ้าเบื้องบนเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่นสอดรับกับความกังวลใจของแสนรักที่เพิ่มทวีคูณ เธอพยายามต่อสายหาตะวันนับสิบครั้งแต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงเสียงสัญญาณที่บอกว่า "ไม่สามารถติดต่อเลขหมายดังกล่าวได้""พี่ตะวัน... ทำไมเงียบไปแบบนี้คะ" เธอพึมพำกับตัวเองพลางกำโทรศัพท์แน่นจนปลายนิ้วซีดขาว ในขณะที่ความวุ่นวายใจกำลังถึงขีดสุด เสียงรถยนต์ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มก้าวลงจากรถท่ามกลางสายฝนที่เริ่มหนาเม็ด ใบหน้าคมเข้มที่เหมือนกับตะวันราวกับพิมพ์เดียวปรากฏสู่สายตา"พี่ตะวัน!" แสนรักรีบวิ่งลงไปรับที่หน้าประตูโถงด้วยความดีใจ แต่เมื่อเธอเข้าใกล้ ร่างกายของเธอกลับหยุดชะงักลงโดยอัตโนมัติอาทิตย์ในคราบของพี่ชายฝาแฝดยืนอยู่ตรงนั้น เขาส่งยิ้มบางๆให้เธอ ยิ้มที่ดูเผินๆเหมือนตะวันทุกประการ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับนิ่งสนิทและเย็นเยียบราวกับก้นมหาสมุทรที่ไม่มีแสงส่องถึง"พี่กลับมาแล้วครับแสนรัก... ขอโทษทีที่ติดต่อไม่ได้ พอดีเครื่องมีปัญหานิดหน่อยน่ะ" เสียงของเขาถูกปรับโทนให้ทุ้มต่ำและหนักแน่นเลียนแบบพี่ชายได้อย่างไร้ที่ติ อาทิตย์ก
แสงตะวันยามสายสาดส่องลงมายังรันเวย์ของสนามบินสุวรรณภูมิ เครื่องบินลำยักษ์ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ามุ่งหน้าสู่มาเก๊า บนเครื่องนั้นมีตะวัน ที่นั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยความรู้สึกพะวักพะวน แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นเรื่องงานที่สำคัญระดับพันล้าน แต่ใจของเขากลับทิ้งไว้ที่คฤหาสน์หลังใหญ่ ทิ้งไว้กับผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจเขาสะบัดไล่ความกังวลออกไปจากหัวพลางหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาตรวจเช็กระบบรักษาความปลอดภัยของบ้านผ่านแอปพลิเคชัน ทุกอย่างยังปกติดี กล้องวงจรปิดทุกตัวทำงานได้ไร้ที่ติ และเขาก็สั่งกำชับองศากับสกายให้คอยเวียนเข้าไปดูแสนรักทุกเย็น‘ฉันอาจจะแค่คิดมากไปเอง’ ตะวันบอกตัวเองแบบนั้น แต่สัญชาตญาณของเขากลับร้องเตือนบางอย่างที่เขาก็ยังหาคำตอบไม่ได้ภายในคฤหาสน์แสนรักที่ยืนส่งรถของตะวันที่แล่นพ้นรั้วบ้านไปตั้งแต่เช้าตรู่ ความเงียบเหงาเริ่มเข้ามาทักทายเธอทันทีที่เขาไม่อยู่ เธอเดินกลับเข้ามาในบ้านที่ดูจะกว้างขวางเกินไปสำหรับคนเพียงคนเดียว แม้จะมีเหล่าแม่บ้านและคนของเขาอยู่ด้วยก็ตาม"คุณแสนรักคะ มีพัสดุมาส่งค่ะ" ป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่เดินเข้ามาพร้อมกับกล่องกระดาษขนาดกลางสีน้ำตาล ไม่มีชื่อผู้ส่ง มีเพี
กาลเวลาหมุนผ่านไปอย่างมั่นคง เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ของ ตะวัน และแสนรักที่หยั่งรากลึกลงในใจของกันและกัน ภายในคฤหาสน์มีชีวิตชีวาขึ้นด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ และกลิ่นหอมของอาหารที่แสนรักตั้งใจเข้าครัวทำเอง ตะวันในชุดลำลองเนื้อดีนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะอาหารสายตาก็จดจ้องอยู่ที่หนังสือพิมพ์แต่หูกลับคอยฟังเสียงกุกกักจากในครัวอย่างเพลิดเพลิน"พี่ตะวันคะ ลองชิมข้าวต้มปลากะพงสูตรใหม่ของแสนรักดูหน่อยค่ะ" แสนรักเดินออกมาพร้อมถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาว ควันกรุ่นที่ลอยขึ้นมาส่งกลิ่นหอมของขิงและหอมเจียวตะวันวางหนังสือพิมพ์ลงทันที เขามองดูคนน้องที่ดูมีน้ำมีนวลขึ้นกว่าวันแรกที่เขาพามาที่นี่ ใบหน้าที่เคยอมทุกข์บัดนี้กลับสดใสราวกับดอกไม้ที่ได้รับน้ำค้างยามเช้า"แค่กลิ่นก็รู้แล้วว่าอร่อย แสนรักทำอะไรพี่ก็กินได้ทั้งนั้นแหละ แต่ขยันทำขนาดนี้ พี่ว่าพี่ต้องขยายชุดสูทเพิ่มแล้วนะ" เขารับถ้วยมาวางตรงหน้า"พี่ตะวันก็พูดเกินไปค่ะ แสนรักแค่อยากดูแลพี่ ตอบแทนที่ทำให้แสนรักรู้สึกมีความสุขขึ้นมาอีกครั้ง" เธอสบตาเขาด้วยความซาบซึ้ง ก่อนตะวันจะเอื้อมมือไปกุมมือเรียวไว้"มันเป็นหน้าที่ของพี่อยู่แล้ว และมันจะเป็นแบบนี้ตลอดไป"ในข







