เข้าสู่ระบบ“พี่ตะวันพาแสนรักมาที่นี่ทำไมคะ?”
ตะวันที่พึ่งก้าวลงจากรถแล้วเดินมาเปิดประตูฝั่งข้างคนขับให้แสนรักแค่ยิ้มเมื่อได้ยินคำถามของเธอแต่ไม่พูดอะไร เขาแบมือออกรอก่อนจะมองอย่างคาดหวังว่าเธอจะวางมือเล็กลงบนมือเขาอย่างที่เขาหวังไหม
“ไปกันเถอะ”
รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าเขาเล็กน้อย ตะวันกอบกุมมือเล็กของเธอเอาไว้แล้วพาเดินเข้าไปในห้างสรรพสินค้า เขาก้าวตรงไปที่ร้าเสื้อผ้าและเครื่องประดับแบรนด์หรูแล้วเลือกเสื้อผ้าอย่างใส่ใจก่อนจะถูกเธอออกแรงบีบที่มือ
“พี่ตะวันจะทำอะไรคะ? จะซื้อให้แสนรักหรอ? แสนรักไม่เอานะ มันแพงเกินไป”
“ไม่แพงหรอก พี่ซื้อให้แสนรักทั้งร้านยังได้เลย”
“แต่พี่ตะวันคะ…”
“เอาชุดนี้ไปลองให้พี่ดูหน่อย ชุดนี้ด้วย แล้วชุดนี้” ตะวันยัดชุดเดรสที่เขาตั้งใจเลือกใส่ในอ้อมแขนของแสนรัก เขาทำอยู่อย่างนั้นหลายรอบและทำเป็นหูทวนลมกับสิ่งที่แสนรักพูด จนกระทั่งเธอเบี่ยงตัวหนีไม่ให้เขาหยิบชุดอื่นให้เธอเพิ่ม
“เยอะไปแล้วค่ะ”
“เข้าไปลองเร็ว เดี๋ยวพี่รอข้างนอก”
เขาออกแรงดันแผ่นหลังเล็กให้เดินตรงไปที่ห้องลองชุด เสียงบนอุบของเธอดังตลอดทางแต่กลับเรียกรอยยิ้มบนใบหน้าเย็นชาของตะวันได้อย่างดี เขายืนรอเธอพักหนึ่งก่อนเสียงโทรศัพท์ของเขาจะดังขึ้น พอเห็นหน้าจอว่าเป็นคนสนิทของเขาที่โทรเข้ามาเขาก็เลือกเดินออกไปรับสายด้านนอกร้าน
“พี่ตะวัน…..อ้าว ไปไหนนะ พนักงานก็ไปอยู่ไหนกันหมด”
“บ้านล้มละลายไปแล้วไม่ใช่หรอ? มาทำอะไรที่นี่”
แสนรักที่ชะเง้อคอมองหาตะวันอยู่ต้องหยุดนิ่งก่อนจะหันไปมองเจ้าของคำพูดเสียดแทงใจนั้น ก่อนเธอจะตาเบิกกว้างที่เห็นว่าเป็นเพื่อนสนิทของเธอที่หายไปเลยตั้งแต่บ้านเธอถูกศาลสั่งล้มละลาย
“เอิง?” แสนรักมองคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า ดูเหมือนว่าอีกคนจะใส่ชุดของพนักงานที่นี่อยู่
“ใครใช้ให้เธอถือวิสาสะเอาเสื้อผ้ามาลองแบบนี้ ของมันราคาแพงแค่ไหนเธอรู้ไหม? ล้มละลายไปตั้งนานแล้ว จมไม่ลงหรือไง”
เพื่อนที่เธอเคยมองเป็นเพื่อนสนิทที่สุดยังคงพูดจาเสียดแทงความรู้สึกของเธอไม่หยุด ชุดเดรสราคาแพงในอ้อมแขนถูกกระชากกลับไป เธอได้แต่กำมือแน่นอย่างไม่รู้ว่าจะพูดอะไร เพราะยังไงเรื่องที่บ้านเธอล้มละลายมันก็เป็นความจริง
“ทำไมเอิงถึงพูดกับเราแบบนี้ ไม่ใช่ว่าเราเป็นเพื่อนกันหรอ”
“เพื่อนหรอ? แกรู้ไหมว่าฉันรอคอยวันนี้จะแย่ วันที่จะได้เห็นแกตกต่ำลง แล้วเข้าใจชีวิตของคนที่ไม่มีเงินบ้าง เวลาฉันเดินข้างแกใครๆก็เอาแต่พูดว่าแกดูดีกว่าฉัน มาวันนี้อยากจะให้คนพวกนั้นมาเห็นสภาพแกจริงๆ”
“นี่เอิงคิดกับเราแบบนี้มาตลอดเลยหรอ?”
เธอถามเสียงสั่นอย่างไม่รู้ว่าควรพูดอะไรต่อ ทั้งที่ตอนเป็นเพื่อนกันเธอจริงใจกับคนตรงหน้าแทบทุกอย่าง ในยามที่บ้านของอีกคนมีปัญหาเรื่องเงินเธอก็ยื่นมือเข้าช่วยโดยไม่หวังอะไรกลับคืน แต่ทันทีที่เธอไม่เหลืออะไร เธอก็กลายเป็นคนที่อยู่ตัวคนเดียวโดยสมบูรณ์
“แสนรัก….มีอะไร?” เสียงของตะวันที่เดินเข้ามาดึงเธอออกจากความเศร้าหมองที่มี ดวงตาคมหรี่ลงมองใบหน้าหวานที่ดูผิดปกติ แต่ไม่ว่าจะเอ่ยถามเท่าไหร่แสนรักก็ยังเอาแต่ปฏิเสธ
“ปะ เปล่าค่ะ ไปกันเถอะพี่ตะวัน แสนรักไม่ค่อยชอบเสื้อผ้าร้านนี้เลย”
“แต่พี่ว่าแสนรักก็ใส่สวยดีนะ ไม่ชอบหรอ?”
“ค่ะ ไม่ชอบ”
“ก็ได้ งั้นเปลี่ยนออกก่อนนะ เดี๋ยวพี่พาไปดูร้านอื่น” เขามองตามแสนรักที่เดินเข้าไปในห้องลองชุดอีกครั้ง ก่อนจะเสมองพนักงานที่หอบชุดเดรสที่เขาเลือกให้เธอไว้ในอ้อมแขน
ทั้งที่แสนรักน่าจะยังลองชุดพวกนั้นไม่ครบด้วยซ้ำ ทันทีที่เธอออกมาแล้วยื่นชุดคืนให้ พนักงานคนนั้นก็ดึงไปเต็มแรงจนตะวันจะก้าวเข้าไปหาแต่ถูกแสนรักดึงเอาไว้
“พี่ตะวันคะ ไปเถอะ”
“แต่เมื่อกี้นี้มัน….”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เราไปกันเถอะ”
“นี่เธอตกต่ำขนาดมาเป็นเด็กเลี้ยงให้พวกผู้ชายมันควงเล่นเลยหรือไง”
“เมื่อกี้มึงพูดว่าอะไรนะ?” ตะวันหยุดชะงักแล้วหันไปถามเสียงเข้ม เขาพยายามควบคุมอารณ์เอาไว้ แต่ทุกคำที่พนักงานคนนี้เอ่ยออกมากลับทำให้เขาไม่สามารถกักเก็บทุกอย่างไว้ได้
“หยาบคายซะด้วย แกไปหามาจากไหนเนี่ย รวยจริงรึเปล่าก็ไม่รู้”
“พี่ตะวัน….”
“อยู่เฉยๆ” ตะวันหันไปพูดกับแสนรักเสียงครั้ง เขารู้ว่าน้องไม่ค่อยสู้คน แล้วยอมไปซะทุกอย่าง ตะวันไม่ได้หงุดหงิดที่อีกคนไม่สู้ แต่เขาแค่อยากปกป้องให้ทุกคนที่รังแกแสนรักได้รู้ว่าแสนรักไม่ใช่คนที่จะมารังแกได้ง่ายๆ
เขาก้าวเดินเข้าไปใกล้พนักงานตรง รังสีของความโกรธเกรี้ยวให้พนักงานถอยหลังหนีไปอย่างห้ามไม่ได้ ก่อนที่ต้นคอขาวจะถูกเขาบีบเต็มแรงด้วยความโมโห ตะวันดันคนตรงหน้าชิดกำแพงแล้วออกแรงบีบมากกว่าเดิม เขาไม่สนใจที่จะหยุดแม้แสนรักจะเอ่ยห้ามแค่ไหน
“ปล่อยนะ แคกๆ!!”
“ขอโทษแสนรักเดี๋ยวนี้”
“ทำไมต้องขอโทษ!! ปล่อย!! แคกๆๆ!!!”
“กูบอกให้ขอโทษ!!!” เสียงของเขาดังกึกก้องจนคนที่เดินไปมาหันมอง ตะวันยังออกแรงบีบให้มากขึ้นอย่างไม่มีลดละ เขาจะทำให้คนตรงหน้าได้จดจำสัมผัสของความเจ็บปวดนี้ จะได้ไม่กล้ามายุ่งกับคนของเขาอีก
“ถ้าไม่ปล่อยฉันจะแจ้งตำรวจ”
“ถ้ากูกลัว กูคงไม่ทำแบบนี้ตั้งแต่แรก ขอโทษ!!!!” ตะวันตวาดลั่นทำเอาอีกคนตัวสั่นเทา เขาเหวี่ยงเอิงลงกลับพื้นอย่างไม่ได้สนใจว่าเธอเป็นผู้หญิงก่อนจะเอ่ยบอกให้อีกคนทำตามที่เขาต้องการอีกครั้ง
“พี่ตะวันพอแล้วค่ะ” เขามองตามแสนรักที่พูดแค่นั้นแล้ววิ่งออกไป ดวงตาคมมองหญิงสาวที่นั่งอยู่ที่พื้นด้วยความรังเกียจก่อนจะออกตัววิ่งตามแสนรักออกไป เขาคว้าแขนของแสนรักเอาไว้แล้วดึงเธอกลับมาหา
“โกรธพี่หรอ?”
“แสนรักไม่ได้โกรธ แต่พี่ตะวันทำแบบนั้นมันไม่ดีนะคะ”
“แสนรักผ่านอะไรมาตั้งขนาดนี้ ยังไม่เข้าใจอีกหรอว่าในโลกนี้ ความใจดีของแสนรักมันไม่ได้ช่วยอะไรเลย!”
กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปราวกับภาพฝัน จากทารกน้อยตัวแดงเรื่อในอ้อมกอดวันนั้น บัดนี้น้องอคิณเติบโตขึ้นเป็นเด็กชายวัยสองขวบที่เต็มไปด้วยพลังงานและความสดใส ใบหน้าถอดแบบมาจากตะวันราวกับพิมพ์เดียวกัน ทั้งดวงตาคมกริบและจมูกโด่งรั้น หากแต่รอยยิ้มหวานหยดและแก้มป่องนั้นกลับได้มาจากแสนรักผู้เป็นแม่มาอย่างเต็มเปี่ยมคฤหาสน์ที่เคยเงียบเหงาและเคร่งขรึม บัดนี้ก้องกังวานไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงฝีเท้าเล็กๆที่วิ่งวุ่นไปทั่ว สนามหญ้าหน้าบ้านที่ตะวันเคยสัญญาว่าจะสร้างเป็นสนามเด็กเล่น บัดนี้ถูกเติมเต็มด้วยเครื่องเล่นหลากสีสันและบ่อทรายขนาดใหญ่ โดยมีเรือนกระจกหลังงามตั้งตระหง่านอยู่เคียงข้าง ดอกกุหลาบอังกฤษและลาเวนเดอร์ชูช่อบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบริเวณตะวันในชุดลำลองสบายๆสลัดคราบนักธุรกิจพันล้านทิ้งไปจนหมดสิ้น เขานั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นหญ้า คอยระวังหลังให้ลูกชายตัวน้อยที่กำลังพยายามปีนป่ายสไลเดอร์อย่างมุ่งมั่น โดยมีแสนรักนั่งมองภาพนั้นอยู่บนม้านั่งไม้ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ รอยยิ้มของเธอเปี่ยมไปด้วยความสุขที่เอ่อล้นจนไม่อาจบรรยายได้“ระวังครับอคิณ ค่อยๆก้าวลูก พ่อประคองอยู่ครับ” เสียงทุ้มของตะวัน
เสียงไซเรนจากรถตำรวจนำขบวนของลูกน้องตะวันดังสนั่นไปทั่วท้องถนนยามค่ำคืน รถยุโรปคันหรูพุ่งทะยานเข้าสู่หน้าแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่กฎหมายและสัญชาตญาณจะเอื้ออำนวย ทันทีที่รถจอดสนิทตะวันแทบจะกระโจนลงจากรถก่อนที่คนขับจะดับเครื่องยนต์เสียอีก เขารีบช้อนร่างของแสนรักที่บัดนี้ใบหน้าซีดเผือดและชุ่มไปด้วยเหงื่อขึ้นแนบอก ท่ามกลางเสียงตะโกนสั่งการที่ปนไปด้วยความลนลานของเขาเอง"หมอ! พยาบาล! ช่วยเมียผมด้วย! เธอปวดท้องมาก!" ตะวันตะโกนก้องโถงโรงพยาบาล จนเจ้าหน้าที่เข็นเตียงรับตัวรุดเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว แสนรักถูกวางลงบนเตียงเข็น มือเล็กยังคงบีบมือตะวันไว้แน่นจนเส้นเลือดหลังมือเขาปูดโปน"พี่ตะวัน... ฮึก... แสนรักปวด... ปวดเหมือนตัวจะแตกเลยค่ะ" เสียงสะอื้นที่ขาดห่วงของเธอทำให้หัวใจของมาเฟียหนุ่มบีบคั้นจนแทบจะหยุดหายใจ"พี่อยู่ตรงนี้ครับแสนรัก พี่ไม่ไปไหนทั้งนั้น!" ตะวันวิ่งตามเตียงเข็นไปจนถึงหน้าประตูห้องคลอดสีเขียวสะอาดตาที่สลักคำว่า 'เขตหวงห้าม' พยาบาลรีบเข้ามากันตัวเขาไว้"ญาติรอข้างนอกก่อนนะคะ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่เตรียมตัวคุณแม่เสร็จแล้วจะเชิญคุณพ่อเข้าไปข้างในค่ะ"ตะวันยืนนิ่งง
ค่ำคืนที่เงียบสงัดภายในคฤหาสน์ถูกโอบล้อมด้วยแสงจันทร์สีนวลตา ลมพัดเอื่อยๆ พาเอากลิ่นหอมของดอกราตรีที่แสนรักปลูกไว้ในสวนหลังบ้านโชยเข้ามาถึงระเบียงห้องนอนใหญ่ เวลาผ่านล่วงเลยไปอย่างรวดเร็วราวกับติดปีกบิน จากวันที่ทราบข่าวดีเรื่องเจ้าตัวเล็ก บัดนี้ครรภ์ของแสนรักแก่ขึ้นจนเห็นความนูนเด่นชัดเจนใต้ชุดนอนผ้าแพรสีหวานตะวันในชุดลำลองกางเกงขายาวตัวเดียว นั่งพิงหัวเตียงกว้างโดยมีแสนรักกึ่งนั่งกึ่งนอนเอนกายซบอยู่บนอกแกร่ง มือหนาที่เคยจับอาวุธ บัดนี้ลูบวนไปบนหน้าท้องกลมโตของภรรยาอย่างแผ่วเบาและทะนุถนอม สายตาของเขาเปลี่ยนไปจากคนดุดันกลายเป็นชายหนุ่มที่เปี่ยมไปด้วยความละมุนละไม“ดูสิแสนรัก... เจ้าตัวเล็กเตะพี่อีกแล้ว สงสัยจะอยากออกมาดูโลกเต็มทีแล้วนะครับ” ตะวันกระซิบเสียงทุ้มพลางคลี่ยิ้มกว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงเคลื่อนไหวจากภายใน แสนรักหัวเราะเบาๆ มือเล็กวางทับบนมือของตะวัน“สงสัยจะเหมือนพ่อเขานะคะ ขยันขยับตัวไม่ยอมอยู่นิ่งเลย พี่ตะวันวางแผนหรือยังคะว่าถ้าเขาออกมาแล้ว พี่จะสอนอะไรเขาเป็นอย่างแรก?”“พี่จะสอนให้เขารู้จักคำว่ารักและปกป้องครับแสนรัก” ตะวันจูบที่ขมับของเธอ“พี่จะสอนให้เขาเป็นสุภาพบุรุษท
พายุความกังวลจากเหตุการณ์สะดุดล้มในวันนั้นถูกแทนที่ด้วยคลื่นความรักที่ทวีความรุนแรงยิ่งกว่าเดิม เมื่อกาลเวลาล่วงเข้าสู่สัปดาห์ที่แปดของการตั้งครรภ์ ร่างกายของแสนรักเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ทำให้ชีวิตในคฤหาสน์วรโชติเมธีปั่นป่วนไปหมด ไม่ใช่เพราะศัตรูจากภายนอก แต่เป็นเพราะอาการแพ้ท้องอย่างหนักที่จู่โจมคุณแม่มือใหม่จนแทบกระดิกตัวไม่ได้"อึก... แหวะ!"เสียงขย้อนดังก้องออกมาจากห้องน้ำในเช้ามืดวันที่อากาศเย็นสบาย ตะวันที่นอนตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาสะดุ้งสุดตัว เขาดีดกายลุกขึ้นจากเตียงพุ่งตรงไปยังห้องน้ำทันที ภาพที่เห็นคือแสนรักในชุดนอนสายเดี่ยวสีขาว นั่งคุกเข่าอยู่ ใบหน้าหวานซีดเผือด ผมเผ้ายุ่งเหยิง และดวงตาที่รื้นไปด้วยน้ำตาจากแรงบีบคั้นของกระเพาะอาหาร"แสนรัก... เป็นยังไงบ้างครับคนดี" ตะวันรีบเข้าไปประคองไหล่บาง มือหนาลูบแผ่นหลังให้เบาๆด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสารจนแทบจะอยากเป็นคนแพ้ท้องแทนเสียเอง"พี่ตะวัน... แสนรัก้หม็น... แสนรักเหม็นกลิ่นสบู่ที่พี่เพิ่งใช้จังเลยค่ะ ฮึก" แสนรักเบือนหน้าหนีพลางปิดจมูก น้ำตาคลอเบ้า"สบู่เหรอ? พี่เพิ่งอาบน้ำมาเมื่อกี้นี้เองนะ..
เช้าวันใหม่ที่คฤหาสน์ดูจะเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทันทีที่ผลตรวจเลือดจากโรงพยาบาลยืนยันชัดเจนว่าแสนรักตั้งครรภ์ได้เกือบ 6 สัปดาห์ ตะวันก็เปลี่ยนร่างจากนักธุรกิจมาดเข้มกลายเป็นองครักษ์พิทักษ์คุณแม่แบบเต็มตัว เขาแทบจะไม่ยอมให้แสนรักคลาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียว"พี่ตะวันคะ... แสนรักแค่จะไปหยิบน้ำส้มในตู้เย็นเองค่ะ ไม่ต้องประคองขนาดนี้ก็ได้" แสนรักเอ่ยกลั้วหัวเราะ ขณะที่ร่างสูงใหญ่ของตะวันเดินขนาบข้าง มือหนึ่งประคองเอว อีกมือเตรียมพร้อมจะคว้าร่างเธอไว้หากเธอสะดุดยอดหญ้าในบ้าน"ไม่ได้ครับแสนรัก หมอบอกว่าช่วงสามเดือนแรกอันตรายมาก ต้องประคบประหงมให้ดีที่สุด" ตะวันพูดด้วยสีหน้าจริงจังขั้นสุด "แล้วน้ำส้มน่ะ เดี๋ยวพี่ไปหยิบให้เอง แสนรักนั่งเฉยๆบนโซฟานี่แหละ ห้ามลุก ห้ามเดินเยอะ และที่สำคัญที่สุด... ห้ามวิ่ง เด็ดขาด เข้าใจไหมครับ?""รับทราบค่ะ" แสนรักทำท่าตะเบ๊ะหยอกล้อ แต่ในใจกลับรู้สึกอบอุ่นที่เห็นเขาเห่อลูกขนาดนี้ตลอดทั้งสัปดาห์ตะวันสั่งติดตั้งพรมกันลื่นใหม่ทั่วทั้งบ้าน มุมโต๊ะทุกตัวถูกหุ้มด้วยยางกันกระแทกหนาเตอะ จนองศาและสกายที่แวะมาเยี่ยมถึงกับหลุดขำที่เห็นมาเฟียจอมโหดกลายเป็นคนวิตกจ
กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปหนึ่งเดือนเต็มหลังจากค่ำคืนที่แสนหวานในห้องทำงานวันนั้น บ้านของตะวันดูจะสว่างไสวและเต็มไปด้วยพลังงานบวกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ตะวันเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะนักธุรกิจสีขาวอย่างเต็มตัว เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการประชุมร่วมกับองศาและสกายเพื่อนสนิทที่ร่วมหัวจมท้ายกันมานาน เพื่อวางรากฐานโปรเจกต์อสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่จะเน้นความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างสรรค์ชุมชนที่ปลอดภัย ซึ่งเป็นธุรกิจที่เขาตั้งใจจะมอบให้เป็นของขวัญแก่ครอบครัวในอนาคตเย็นวันนั้นรถยุโรปคันหรูของตะวันแล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้านพร้อมกับรถขององศาและสกายที่ตามมาติดๆ วันนี้เป็นวันที่พวกเขาเพิ่งกลับจากการไปดูไซต์งานก่อสร้างที่เขาใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ตะวันตั้งใจจะสร้างรีสอร์ตระดับไฮเอนด์และแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้สร้างบ้านพักตากอากาศส่วนตัว**ดารินก้าวลงจากรถพร้อมกับหิ้วถุงของฝากพะรุงพะรัง ทั้งขนมนำเข้าจากต่างประเทศและของฝากติดไม้ติดมือจากเขาใหญ่ เธอเดินนำหน้าพวกหนุ่มๆ เข้าไปในตัวบ้านด้วยความร่าเริงตามสไตล์"แสนรัก! พี่ดารินมาแล้วค่า มีของอร่อยมาฝากเพียบเลยนะ!” เสียงใสของดารินดังก้องไปทั่วโถงบ้านหรูใ
แสงแดดอ่อนๆยามเช้าทอดผ่านบานหน้าต่างกระจกใสของห้องพักฟื้นวีไอพีในโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจางๆถูกกลบด้วยกลิ่นหอมละมุนของดอกลิลลี่สีขาวที่วางประดับอยู่ตรงมุมห้อง เสียงเครื่องวัดชีพจรดังกังวานเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับเพลงกล่อมเด็กที่ช่วยปลอบประโลมความวุ่นวายในจิตใจให้สงบลงตะวันค่อยๆขย
“แสนรัก! ดูจี้เพชรรูปหยดน้ำอันนี้สิ พี่ว่ามันเข้ากับชุดเดรสสีขาวที่แสนรักใส่มาวันนี้มากเลยนะ” ดารินเอ่ยขึ้นด้วยเสียงใสเจื้อยแจ้ว พยายามดึงความสนใจของแสนรักให้จดจ่ออยู่กับตู้กระจกที่ส่องประกายระยิบระยับ แสนรักยิ้มบางๆ พยักหน้าเออออไปตามคำชวน“สวยค่ะพี่ดาริน แต่เราเดินดูมาหลายร้านแล้วนะคะ พี่ยังไม่เห
ท้องฟ้าเหนือกรุงเทพมหานครเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่น เมฆฝนตั้งเค้ามาแต่ไกลส่งสัญญาณถึงพายุที่กำลังจะโหมกระหน่ำ เช่นเดียวกับคลื่นใต้น้ำที่สิรินาถซุกซ่อนไว้ในใจ ความคั่งแค้นจากการที่ถูกตะวันฉีกหน้ากลางงานแต่งงานจนชื่อเสียงของเธอป่นปี้นิ้วเรียวยาวไล่ไปตามข้อมูลที่ผู้จัดการส่วนตัวพึ่งส่งมา เป็นรายละเอีย
เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงแผ่วเบาอยู่ภายในห้องโถงหรูหราของโรงแรมระดับห้าดาว กลิ่นดอกลิลลี่สีขาวอบอวลไปทั่วงาน ภายในงานยังประดับประดาด้วยผ้าไหมสีทองดูสูงค่าอย่างที่สิรินาถคุณหนูของตระกูลที่มีทั้งอำนาจและเงินทองชอบทุกอย่างราวกับถูกจัดเตรียมไว้อย่างประณีตยิ่งกว่าครั้งก่อน เพราะนี่คือการแก้ตัวหลังจากที่ง







