หน้าหลัก / รักโบราณ / ตามล่าตามรัก / ตอนที่7ท่านเป็นใคร2

แชร์

ตอนที่7ท่านเป็นใคร2

ผู้เขียน: LiHong
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-30 23:19:31

ครู่หนึ่งเขาก็ออกมาจากหลังก้อนหินก้อนนั้นและใส่เสื้อผ้าผูกเอวเรียบร้อยก่อนกลับมานั่งอยู่นิ่งๆ ไม่ไกลกับที่ม่านนีกำลังก่อไฟ  

และไม่นานกองไฟขนาดย่อมก็เป็นผลสัมฤทธิ์ขึ้นมา ตามด้วยปลาตัวใหญ่หนาถูกเสียบด้วยไม้ลำเล็กกำลังถูกปิ้งย่างอยู่เหนือกองไฟ

และในเวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูปปลาย่างก็ส่งกลิ่นหอมฉุยแผ่กระจายออกมา ม่านนีนั่งปิ้งปลาและกินปลาตัวเดียวกันกับบุรุษตรงหน้าอยู่ที่ริมลำธารด้วยท่าทางเป็นมิตรเพื่อที่จะได้ไม่ต้องลงน้ำไปจับเอง

ม่านนีหาได้สนใจอันใดกับบุรุษหนุ่มผู้นี้ไม่ นางสนใจอยู่กับการกินปลา นางมิได้นึกสนใจชมชอบบุรุษคนไหน จากประสบการณ์ของมารดาที่นางได้รับรู้มาทำให้นางไม่อยากนึกนิยมผูกสมัครรักใคร่ใยดีบุรุษคนใด 

แต่ถึงกระนั้นการนั่งกินปลาด้วยกันอย่างนี้ก็ไม่นับว่าเป็นอันใด นางเป็นเจ้าถิ่นของที่นี่

ที่ป่าใหญ่แห่งนี้ กับบุรุษแปลกหน้าผู้นี้จึงไม่นับว่าเป็นอะไร นางถือว่าเขาเป็นแขกของนางก็เท่านั้น

ม่านนีนั่งกินปลาหาได้สนใจบุรุษข้างกายไม่

ส่วนบุรุษผู้นั้นก็ทำแค่นั่งกินปลาไปอย่างเงียบงัน ใบหน้าหล่อเหลาคมคายของเขายังคงเฉยชาไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ

เมื่อปลาตัวที่หนึ่งถูกกินไปจนหมดแล้ว ปลาตัวที่สองก็สุกได้ที่ มันจึงถูกยกออกมาวางบนใบหน้าใบใหญ่แล้วตามด้วยปลาตัวที่สามถูกเสียบไม้ยกขึ้นย่างแทนที่ ปลาตัวที่สองนี้จึงถูกบุรุษและสตรีฉกกินอยู่ด้วยกันอย่างใจเย็น

“เจ้าหนีออกจากวังมาอย่างนี้ กลับเข้าไปอาจได้รับโทษ”

เส้นเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นมาทางม่านนีด้วยใบหน้าเรียบเฉยไม่เปลี่ยนแปลงแต่กลับทำให้ม่านนีถึงกับสำลักปลาที่กำลังกินเข้าไป หญิงสาวก้มหน้าลงมองอาภรณ์ของตนที่เป็นชุดนางกำนัลแห่งวังหลวงก่อนเอ่ยออกมา

“อา...ท่านดูออกด้วยหรือ”

“ย่อมเป็นเช่นนั้น”

“อืม...แล้วอย่างไร” นางตอบรับอย่างไม่สะทกสะท้านอันใด นางไม่เห็นจะต้องกลัวเกรง 

“เช่นนั้นเจ้าก็ถูกจับได้เสียแล้ว” เขาตอบกลับมาอย่างนั้น

ม่านนีถึงกับชะงักงันก่อนเงยหน้าขึ้นมองบุรุษหน้าตายที่กล่าวประโยคอันตรายออกมา

“ท่านเป็นทหาร” นางเอ่ยเสียงเบา

และคำตอบที่ได้รับก็เป็นเพียงการยกยิ้มมุมปากบางเบาจากบุรุษตรงหน้า

“อะไรกัน” ม่านนี้ยกยิ้มเช่นเดียวกันพลางเอ่ย “อย่ามาขู่ข้าเลยน่า” ว่าแล้วก็ทำท่าทางเขินอายได้อย่างน่าเอ็นดู ดวงตาคู่สวยพลันทอประกายอย่างไม่ตั้งใจ รอยยิ้มหวานล้ำพลันปรากฏบนใบหน้างดงามตามธรรมชาติหาได้ปรุงแต่งแต่อย่างใดไม่

บุรุษผู้นั่งอยู่ตรงหน้าถึงกับจ้องมองม่านนีก่อนลุกขึ้นพรวดพราดทำเอาม่านนีถึงกับสะดุ้งตกใจ

“อะไรของท่าน” หญิงสาวขมวดคิ้วพันกันยามถามออกไป

แต่ก็หาได้รับคำตอบจากชายหนุ่มผู้นี้ไม่ เขาหันหลังเดินจากไปอย่างเงียบงันไร้ซึ่งการกล่าวต่อคำอื่นใดต่อม่านนี

หญิงสาวมองตามแผ่นหลังกว้างใหญ่ที่ตั้งตรงเป็นสง่าของเขานิ่งงันอย่างงุนงง

“อะไรกัน” ม่านนีสบถออกมาได้แค่นั้นก่อนจะหันหน้ามาสนใจปลาตรงหน้าต่อโดยหาได้สนใจบุรุษรูปงามท่านนั้นไม่

แต่เพียงอึดใจ ม่านนีจึงเริ่มตระหนัก พลันเลื่อนสายตาออกจากปลาเนื้อหวานแล้วมองไปยังบุรุษผู้นั้นอีกครา

เขาดูคุ้นหน้า...

ม่านนีคิดในใจพลางลุกขึ้นแล้วออกวิ่งอย่างเร็วจนมาถึงร่างสูงใหญ่ของบุรุษแปลกหน้า

บุรุษผู้นั้นถึงกับหยุดเท้าที่กำลังก้าวเดินเมื่อม่านนีมายืนขวางหน้าของเขาเอาไว้

ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย ริมฝีปากหยักได้รูปสีแดงสด  เรียวคิ้วเข้มหนา ดวงตาคมดุนุ่มลึก แต่ทว่าแววตาคล้ายกับพญาเหยี่ยวจ้องมองเหยื่อ

อา...ใช่เขาจริงๆ

เขาเป็นราชองครักษ์ผู้นั้น

“ท่านราชองครักษ์นี่เอง ข้าน้อยจำท่านได้แล้ว” ม่านนีเอ่ยคำเสียงใสแต่ทว่าแววตากลับซ่อนความเจ้าเล่ห์ไม่จริงใจ

บุรุษหนุ่มตรงหน้ามองตอบกลับสายตาอย่างนั้นของม่านนีนิ่งๆ ด้วยดวงตาคมดุไม่เปลี่ยนแปลง ท่าทางเย็นชาของเขาก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงไปเช่นเดียวกัน เขาเบี่ยงตัวออกเดินต่อไปยังทิศทางเบื้องหน้าด้วยท่วงท่าสง่างามแผ่นหลังตั้งตรงโดยไม่สนใจม่านนี

หญิงสาวหมุนตัวเดินตามแผ่นหลังนั้นของชายหนุ่มอย่างต้องการตีสนิทก่อนเอ่ยออกมาอย่างนอบน้อม “ข้าน้อยหวังว่าท่านจะไม่เอาเรื่องนี้ไปบอกกับใคร”

ชายหนุ่มปรายหางตาคมมองม่านนีนิ่งๆ เป็นเชิงตำหนิออกมาอย่างฉายชัด

ม่านนี่เห็นอย่างนั้นจึงกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงแว่วหวาน

“อืม...อันที่จริง ท่านก็หนีออกมาเที่ยวใช่หรือไม่เจ้าคะ”

และประโยคนั้นก็ทำเอาเขาถึงกับหยุดเท้าที่กำลังก้าวเดินอีกครา ม่านนีจึงหยุดเดินเช่นเดียวกัน แต่ยังคงส่งสายตาทอประกายอ่อนหวานมองเข้าไปในสายตาคมดุของเขาอย่างใจกล้า

“ข้าจะไม่บอกใครเช่นกัน ดีหรือไม่? ถือเป็นความลับของเราสอง” นางเอ่ยเสียงออดอ้อนไม่ต่างจากดวงตา

บุรุษตรงหน้ายิ่งถลึงตาจ้องมองอย่างดุดัน

ม่านนีคลี่ยิ้มอ่อนหวานส่งให้อย่างไม่นึกกลัวเกรง ใบหน้างดงามหวานล้ำที่มิเคยได้มีโอกาสพิศมองกระจกเงากำลังทอประกายเจิดจ้าอย่างไม่รู้ตัว

“เจ้าไม่ควรทำเยี่ยงนี้” น้ำเสียงดุดันเอ่ยออกมาจากบุรุษสูงใหญ่ตรงหน้าพร้อมด้วยสายตาคมเฉี่ยวเข้าฟาดฟันไม่สร่างซา

“ข้าจะไม่หนีออกมาอีกเจ้าค่ะ” นางกล่าวออกไปอย่างนอบน้อมคลี่ยิ้มพริ้มเพราดวงตาฉ่ำหวาน

“ข้าหมายถึงกิริยาอย่างนี้” เขาดุออกมาอีกครา

“หือ!?”

“ห้ามเจ้าทำกับใคร” จบคำก็สะบัดชายผ้าเสียงดังแล้วเดินออกไป

“หา!”

ม่านนีถึงกับอุทานพลางอ้าปากค้างอย่างงุนงง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ตามล่าตามรัก   เพียงนาง (ตอนจบ)

    ม่านนีมองตามเรียวนิ้วของคนตรงหน้าพลางยืดใบหน้างามเข้าหาแล้วเอียงซ้ายเอียงขวาทั้งๆ ที่ริมฝีปากยังไม่แนบชิดทิศใดก่อนดี? นางคำนวณในใจ ปกติเป็นเขาที่เริ่มก่อนอยู่ทุกทีกิริยาอย่างนี้ของม่านนีทำเอาเฟยหมิงลุ้นจนตัวเกร็งนี่นางกำลังแกล้งเขาใช่หรือไม่?“ข้าจะอ่อนโยน” จู่ๆ ม่านนีก็เอ่ยขึ้น“...” ทำเฟยหมิงนิ่งอึ้งไป“ข้าจะไม่รุนแรงกับท่านอีก” นางเอ่ยอีกยามเหม่อมองริมฝีปากของเฟยหมิงใกล้ๆ“อะไรของเจ้า” เฟยหมิงที่ตัวเกร็งแล้วตัวเกร็งอีกถามแบบกลั้นยิ้ม“ข้าเป็นห่วงมังกรของท่านยิ่งนัก” นางยังคงตรงไปตรงมาไม่เปลี่ยนแปลง“...”ทำเอาคนฟังถึงกับยิ่งอึ้งไป“ข้าทำร้ายส่วนนั้นของท่านหลายครั้งหลายครา ยังแข็งแรงดีอยู่ใช่หรือไม่”“...”“ข้าจะปรับปรุงตัว ข้าจะไม่ทำร้ายท่านอีก” หญิงสาวเน้นย้ำคำ คืนนี้นางจะไม่ทำร้ายเขา ทั้งยังจะเป็นฝ่ายทำให้เขาด้วยความทะนุถนอมตามคำสอนของลี่ซูทุกประการ“ม่านนี...” เฟยหมิงเรียกขานนางเสียงต่ำ มิรู้ได้ว่าลี่ซูสอนอันใดนาง“หืม...”“หากเจ้าเป็นห่วง ข้าจักพิสูจน์”“พิสูจน์?”“เจ้าเพียงนอนเฉยๆ แล้วแยกขาออก”“...!?”วงหน้างดงามแดงซ่านท่วมท้นไปด้วยเม็ดเหงื่อพร่างพราวจากกิจกรรมยามดึกม่านน

  • ตามล่าตามรัก   พิสูจน์(เพื่อนาง) 2

    เฟยหมิงที่ยามนี้ร้อนรุ่มยิ่งกว่ากำลังเปิดผ้าที่ปกปิดใบหน้างามของเจ้าสาวให้หลุดออกไป เมื่อใบหน้าหวานล้ำเปิดเผยแก่สายตา เขาถึงได้รับรู้ว่ามิใช่เขาแค่คนเดียวที่กำลังรุ่มร้อนคล้ายลูกไฟ มิรู้ได้ว่าใบหน้าของนางกับอาภรณ์สีมงคลอย่างไหนแดงกว่ากันชายหนุ่มถึงกับอมยิ้มนึกขัน หญิงสาวตรงหน้าถึงกับส่งค้อนวงใหญ่เฟยหมิงไม่รอช้าเขารีบรินเหล้ามงคลใส่จอกสองใบแล้วเอื้อมมือของเขาไปจับมือของนางขึ้นมา ส่งจอกเหล้าให้ จับแขนนางคล้อง แล้วยกเหล้าขึ้นดื่มอย่างไม่มีรีรอม่านนีที่ดื่มเหล้าลงคอได้แต่หรี่ตามองใครบางคนที่รวดเร็วเสียจริง ให้นางได้ประมวลภาพที่ลี่ซูสอนทั้งหมดก่อนมิได้หรือไร นางกำลังตั้งใจอย่างยิ่งยวดหญิงสาวคิดการอย่างนั้นจึงหยุดริมฝีปากของคนตรงหน้าที่ยื่นมาอย่างหมายมาดด้วยเรียวนิ้วของนาง นางดันริมฝีปากของเขาออกก่อนที่จะชนเข้ากับริมฝีปากของนาง“...”เฟยหมิงถึงกับชะงักงัน แต่ก็ยังดีกว่าเข่าน้อยๆ นั่น เขาเห็นนางเบี่ยงเข่าหลบเอาไว้เป็นอย่างดีคืนนี้เขาคงไม่ถูกนางกระแทกอย่างแน่นอน เพราะว่าเขาจะเป็นฝ่ายกระแทกนางเอง เฟยหมิงคิดในใจอย่างชั่วร้าย “อาบน้ำก่อน” เสียงหวานๆ ของสตรีตรงหน้าเอ่ยเบาๆ ด้วยสีหน้าจริงจัง

  • ตามล่าตามรัก   พิสูจน์(เพื่อนาง) 1

    ตามด้วยริมฝีปากอุ่นชื้นหลังจบประโยคนาบลงที่ต้นคอ เขาเอื้อมมืออีกข้างปัดปอยผมออกจากแผ่นหลังของนางแล้วนาบริมฝีปากลงมาอีกหลายที“อ๊ะ!” ม่านนีได้แต่ขนลุกชูชัน เขาช่างว่องไวเสียจริง เข้ามาเมื่อไหร่กัน “เฟยหมิง!”“ข้ารอเจ้าอยู่ที่ศาลาเป็นนาน ไยยังไม่ยอมออกไป” เขากล่าวคำขณะริมฝีปากยังคงซุกซน ยามนี้ไต่อยู่ตรงช่วงไล่ลาดเล็กของนางแล้วกลับขึ้นมาที่ลำคอก่อนจะขบเม้มเบาๆ ที่ใบหู“อ๊ะ!” ม่านนีร้องอีกทีพร้อมห่อไหล่ ยามนี้ทั้งฝ่ามือทั้งริมฝีปากทั้งลมหายใจของเขาเริ่มร้อนอีกแล้ว อากาศออกจะหนาวเย็นใช่หรือไม่!?“ปล่อยข้าก่อน ข้ากำลังผลัดผ้า”“ไยผลัดนานนัก” ริมฝีปากสีแดงสดบ่นอุบอิบแต่ยังไม่หยุดไต่ไปมาตามซอกคอและข้างแก้มของนางม่านนีรีบกลับตัวในอ้อมแขนของเขาจนหันหน้าชนเข้ากับแผงอกของเขาเพื่อหมายจะยันเขาให้ออกห่าง แต่ยามนี้นางถอดอาภรณ์หนาหนักสีนวลลายดอกเหมยกุ้ยสีแดงออกไปแล้วแต่ยังมิทันได้ใส่อาภรณ์อื่นใดจึงยังคงอยู่ในร่างเกือบเปลือยมีเพียงเอี๊ยมตัวบางปกปิดหน้าอกอวบนูนชูชันเฟยหมิงถึงกับก้มมองอะไรๆ ของนางตรงหน้านี่เขาได้ฤกษ์แต่งเร็วสุดเมื่อไหร่นะ อีกหนึ่งเดือนใช่หรือไม่มันนานเกินไปแล้ว...ม่านนีที่กำลังดันแผ

  • ตามล่าตามรัก   ขอสมรสพระราชทาน 4

    เฟยหมิงเพียงซ่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เอาไว้ แน่นอนว่าแม่เลี้ยงของเขาคนนี้เป็นต้นเหตุหลักในการตายของสนมคนโปรดหลายๆ นาง ซึ่งไม่ต่างจากพี่สาวของเขาที่ชอบกระทำ การที่เขาไม่คิดจะแก้แค้นมิใช่ว่าเขาอกตัญญู เพียงแต่มารดาของเขาเลือกที่จะกระทำกับฮองเฮาก่อน เรื่องมันก็เลยจบแบบนั้น และหากเขาคิดไม่ผิด ฮองเฮาต้องทำทุกอย่างให้โอรสของเขาได้เป็นองค์รัชทายาทต่อไปโดยไร้คู่แข่งคนใด เขาย่อมเปิดทางให้ไม่คิดเข้าแข่ง“อา...เจ้าไม่เห็นต้องลำบากแต่งงานกับสตรีนางใดให้ยุ่งยาก...หมิงเอ๋อร์” ประโยคนี้ฮองเฮาเป็นผู้เอ่ยอย่างนุ่มนวลอ่อนหวาน “สนมของบิดาเจ้าหลายๆ นาง หรือแม้แต่เชื้อพระวงศ์ที่แต่งเข้ามายังตระกูลหวงก็ไม่แตกต่าง พวกนางหลายคนก็สิ้นครอบครัวอันยิ่งใหญ่ไปก่อนจะเข้ามาอาศัยสกุลของพวกเรา จริงหรือไม่เพคะฝ่าบาท”ไร้ซึ่งคำตอบ ฮ่องเต้เพียงยกยิ้มบางเบาส่งเสียงหัวเราะอยู่ในลำคอ เขาย่อมรู้ทันบุคคลทั้งสองเป็นอย่างดี ทั้งลูกทั้งเมีย “เอาล่ะ เอาล่ะ หากเราคัดค้านเราคงกลายเป็นคนผิดคำพูดกับโอรสจอมดื้อดึง ดีไม่ดี หมิงเอ๋อร์คงทำวังของเราปั่นป่วน”“ขอบพระทัยเสด็จพ่อพะย่ะค่ะ” เฟยหมิงรีบประสานฝ่ามือขอบคุณเป็นการใหญ่ ก่อนเอ่ยข้อเสนอเหน

  • ตามล่าตามรัก   ขอสมรสพระราชทาน 3

    “เจ้าไปท่องเที่ยวเสียนานเกรงว่าขั้วอำนาจคงสั่นคลอน มิสู้แต่งงานกับสตรีตระกูลใหญ่สักคนสองคน และกับสตรีไร้นามเพียงส่งให้ข้าดูแล...” องค์รัชทายาทเอ่ยคำตรงไปตรงมาตรงประเด็นกับเฟยหมิงผู้เป็นน้องชายทั้งยังคงจ้องมองม่านนีแบบไม่วางตา เขาจริงใจเปิดเผยมิเคยต้องเก็บข่มอารมณ์หรือเก็บอาการใดๆ ด้วยอำนาจของเขาตำแหน่งของเขาย่อมกระทำได้ เฟยหมิงจึงเบี่ยงกายเพียงนิดเพื่อบังม่านนีเอาไว้แล้วเอ่ยตอบคำด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย “หากข้าแต่งสตรีตระกูลใหญ่เสริมอำนาจขึ้นมาเกรงว่าตำแหน่งรัชทายาทของเสด็จพี่คงสั่นคลอน”และอีกครั้งที่เพียงประโยคเดียวของเฟยหมิงทำเอาผู้ฟังถึงกับเงียบนิ่งจ้องมองเฟยหมิงแข็งค้างเหล่าองค์ชายพี่น้องของเฟยหมิงรู้ดี ถึงแม้ว่าเฟยหมิงจะเป็นองค์ชายถึงลำดับที่เก้า แต่ด้วยอายุยี่สิบหกปีของเขานั้น เขาย่อมสามารถได้รับตำแหน่งอันทรงเกียรติได้ไม่ยาก อีกทั้งความสามารถหลายด้านก็ไม่ยิ่งหย่อน หากแต่เขาเลือกที่จะท่องเที่ยวและทำตัวคล้ายองค์ชายเจ้าสำราญก็เท่านั้น ซึ่งหากเขาไม่ทำตัวอย่างนั้นเขาย่อมนับว่าเป็นตัวเลือกที่ดีของราชวงศ์หวงแห่งนี้ครานี้เป็นองค์รัชทายาทบ้างที่กระแอมไอเบาๆ แล้วเอ่ย “เสด็จพ่อทรงทรา

  • ตามล่าตามรัก   ขอสมรสพระราชทาน 2

    หลังจากดูแลสั่งการให้บ่าวไพร่จัดที่ทางให้หนึ่งชายชราและหนึ่งสตรีวัยงามเป็นที่เรียบร้อยดีแล้วเฟยหมิงจึงพาม่านนีไปยังอีกตำหนักแห่งหนึ่งกับเขาและเรียกบ่าวไพร่ที่เป็นสตรีมาดูแลม่านนีให้อาบน้ำและแต่งอาภรณ์สมฐานะว่าที่ชายาแห่งเขา เพื่อหมายจะพานางเดินทางเข้าพระราชวังไปพบเสด็จพ่อเพื่อขอสมรสพระราชทานในทันทีม่านนีได้แต่ทำตัวเป็นหุ่นไม้ให้เหล่านางกำนัลทั้งหลายเปลือยกายให้พวกนางกำนัลอาบน้ำขัดตัวทั้งยังจับพลิกซ้ายพลิกขวาพลิกด้านหน้าพลิกด้านหลังจนกลายร่างเป็นสตรีสูงศักดิ์ผู้หนึ่งในอาภรณ์สีเหลืองนวลอ่อนหวานสลักเสลาไปทั้งตัวตัดกันด้วยลายดอกเหมยกุ้ยสีแดงตรงชายกระโปรงและสาบเสื้อตรงขอบตะเข็บกว้างครึ่งฉื่อ แต่งแต้มใบหน้าสีชาดอย่างพอเหมาะไม่มากเกินไปและไม่น้อยจนเกินไป แต่เพียงเท่านี้ก็ทำเอาใครบางคนที่ยืนรออยู่ด้านหน้าตำหนักในอาภรณ์สีฟ้าเข้มถึงกับตกตะลึงยืนมองตาค้าง“ท่านชอบให้ข้าแต่งแบบนี้หรือ” เสียงหวานใสของสตรีตรงหน้าทำเอาเฟยหมิงพลันได้สติจากการจ้องมองนางนิ่งงันเมื่อครู่ “หากข้ากลับไปแต่งกายด้วยอาภรณ์สีหม่นอีกเกรงว่าท่านคงไม่พึงใจเสียแล้ว” นางกล่าวเสียงเย้ากลั้วยิ้มงดงามเฟยหมิงถึงกับหลุดหัวเราะในลำคอ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status