تسجيل الدخولตอนที่ 21
“พี่ทัพ”
ธารทัพพ์เงยหน้าจากหน้าจอมือถือของตัวเอง เงยหน้าขึ้นสบตาผู้หญิงตรงหน้าเขา ก่อนจะค่อย ๆ ส่งยิ้มบางเบาไปให้คนที่ไม่ได้เจอหน้ากันมานาน ตอนนั้นคนตรงหน้าเขายังอยู่ในชุดนักเรียนมัธยมปลายอยู่เลย ตอนนี้กลับโตมากกว่าเดิมแล้ว เวลาผ่านไปตั้งหลายปีแล้วนี่เนอะ ที่เขากับคนตรงหน้าไม่ได้เจอหน้ากัน
“รอนานไหมคะ”
“ไม่นาน”
“ตอนแรกเจ้าเอยคิดว่าทักคนผิดเสียอีก” รอยยิ้มสวยส่งไปให้ผู้ชายที่ยืนหน้านิ่งตรงหน้ากัน ไม่โกรธที่เมื่อวันก่อน เขาส่งแค่ลูกน้องของตัวเองไปรับเธอที่สนามบิน
“ไปเลยไหม”
“ค่ะ” คนตรงหน้าเธอ เขาก็ยังเหมือนเดิม หล่อกว่าเดิมนิดหน่อย เพราะความจริงธารทัพพ์ก็เป็นคนหล่ออยู่แล้ว แต่ว่าไม่ได้เจอหน้ากันนาน พี่ชายที่แสนดีคนนั้นกลับเป็นคนเย็นชาได้ขนาดนี้กัน น่าจะเพราะเราเริ่มโตขึ้น ไม่ได้เป็นเด็กที่วิ่งเล่นด้วยกันเหมือนอย่างวันวานแล้ว เจ้าเอยรีบเดินให้ทันคนตัวสูงที่เดินไม่รอกันเข้าไปภายในห้องของโรงแรมที่ใช้สำหรับจัดงานเลี้ยงงานแต่งงาน งานแต่งของคนรู้จักของแม่ แต่แม่กับพ่อลงมากรุงเทพฯ ไม่ได้ เธอเลยต้องเป็นคนมาแสดงความยินดีแทนพวกท่าน ดีหน่อยที่ธารทัพพ์ยอมมาเป็นเพื่อนเธอ เพราะคำขอร้องจากคุณป้าสิ แม่ของพี่เขา
ทุกสายตาจับจ้องมองมาที่ชายหนุ่มกับหญิงสาวที่กำลังเดินเข้ามาในงาน นักข่าวต่างยกกล้องขึ้นมาจับภาพ กดถ่ายภาพของทั้งคู่ เพราะไม่มีใครไม่รู้จักคุณธารทัพพ์ หลานชายคนโตของคุณหญิงมันตรา เจ้าของโรงแรมมันตรา แล้วผู้หญิงที่เดินข้าง ๆ นั่นเป็นใคร แต่ว่าดูเหมาะสมกันมาก หรือนี่จะเป็นคนที่ใคร ๆ ก็ต่างบอกว่า จะมาเป็นภรรยาของธารทัพพ์ในอนาคต ดูแล้วก็เหมาะสมกันมาก ๆ
“พี่ทัพ ยิ้มหน่อย”
มือเล็กดึงแขนเสื้อของคนที่เอาแต่ยืนหน้านิ่งในตอนที่กำลังยืนถ่ายรูปกับคู่บ่าวสาว
ธารทัพพ์ยกยิ้มน้อย ๆ ตามคำขอของอีกคน หลังจบภารกิจตรงนั้น เขาก็เดินออกมา ออกมาหามุมเงียบ ๆ โทร. หาแม่เจ้าจิ๋ว แต่ว่ารอสายอยู่นาน อีกคนก็ไม่รับสาย เขามองเวลา สามทุ่มแล้ว แม่เจ้าจิ๋วน่าจะหลับไปแล้ว เอาไว้ตอนเช้าค่อยโทร. ไปใหม่ เขาไม่รู้ว่าทำไมช่วงนี้ พราวนิชาถึงได้เงียบ ไม่คุยกันมากเหมือนอย่างทุกครั้ง ไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองไหม หรืออาจจะเป็นเพราะช่วงนี้ เธอมีกิจกรรมทำเยอะแยะมากมาย ทั้งเรียนจัดดอกไม้กับคุณแม่ เรียนทำขนมกับป้าศรี กิจกรรมของว่าที่คุณแม่แต่ละวันเยอะมาก มากจนบางครั้งแทบจะไม่มีเวลาคุยกับเขาเลย
“นึกว่าหนีกลับแล้วเสียอีก”
“จะกลับแล้วเหรอ”
“อยากกลับแล้ว แต่จะดูไม่ดีไหมอะ” เจ้าเอยขยับไปยืนข้าง ๆ คนที่ยืนมือล้วงกระเป๋าหันหลังพิงเสาด้วยท่าทางสบาย ๆ นั่น
“ทำไม ไม่อยากแต่งกับเอยเหรอ”
“อืม พี่มีคนที่อยากแต่งงานด้วยแล้ว”
“เอยอุตส่าห์จองพี่ทัพไว้ตั้งแต่ห้าขวบ” คนพูดทำเสียงงอนน้อย ๆ แต่บนริมฝีปากสวยกลับมีรอยยิ้ม เธอยินดีและดีใจที่พี่ทัพมีคนที่อยากแต่งงานด้วยแล้ว เพราะเธอจะได้ไม่ต้องหาข้ออ้างที่จะไม่แต่งงานกับเขา
“ทำไม อยากแต่งงานกับพี่หรือไง”
“โนค่ะ”
ใบหน้าสวยของเจ้าเอยส่ายหน้าไปมา ปฏิเสธคนที่เธอเคยอยากแต่งงานด้วย ตอนที่ตัวเองห้าขวบ “เอยว่าจะกลับไปเรียนต่อ ไม่รู้ว่าพ่อกับแม่จะโอเคไหม เอยอยากไปใช้ชีวิตของตัวเองอีกสักพัก” สักพักนั้นอาจจะเป็นอีกสองหรือสามปีก่อนจะกลับมาทำงานดูแลพ่อกับแม่ในอนาคต
คนฟังหัวเราะออกมาน้อย ๆ ให้กับท่าทางของคนที่ยืนข้าง ๆ กัน เจ้าเอยมีความคิดและดูมั่นใจแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว ก็เลยอดที่จะยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูคนที่เขาเห็นเป็นน้องสาวคนหนึ่งไม่ได้ คงเพราะแบบนี้หรือเปล่า แม่ถึงคิดว่าเขาเหมาะสมกับเธอ แต่เขากลับไม่ได้ชอบแบบนี้ เขาชอบผู้หญิงที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ อยู่ด้วยแล้วทำให้เขาไม่ต้องคิดอะไรมากมาย แค่คิด ใบหน้าของใครก็เข้ามาในความคิดของเขา สายตาคู่คมทอประกายจนเห็นได้ชัด เมื่อเขาคิดถึงใบหน้าเล็ก ๆ นั่น
“แล้วเมื่อไรจะแต่งคะ เอยจะกลับเดือนหน้าแล้ว อยากอยู่รอแสดงความยินดี”
“ยังไม่รู้”
ใบหน้าหล่อส่ายหน้าไปมาเบา ๆ ไม่รู้ว่าควรเริ่มจากตรงไหน เพราะถ้าเขาพูดออกไปตรง ๆ อีกคนจะเชื่อกันไหม ว่าเขาอยากมีเธออยู่ในชีวิตของเขาแบบนี้ไปตลอด
“อยากเห็นหน้าผู้หญิงผู้โชคร้ายคนนั้นจัง ว่าจะสวยเท่าเอยไหม”
“สวยกว่าเยอะ”
เจ้าเอยหลุดหัวเราะออกมาให้กับคำพูดของคนที่เดินหนีเธอไปโน่นแล้ว ดูท่าพี่ทัพของเธอจะคลั่งรักเอามาก ๆ แค่พูดแค่นั้นก็เสียอาการ หลบตาเธอแถมยังหูแดงอีก ที่บอกว่าผู้หญิงคนนั้นโชคร้ายน่ะ เธอแค่พูดเล่น ความจริงผู้หญิงคนนั้นคงเป็นผู้หญิงที่โชคดีมาก ๆ ที่ได้หัวใจผู้ชายคนนี้ไปครอบครอง แม้ไม่ได้เจอกับพี่ชายคนนี้นานหลายปี แต่ว่าธารทัพพ์ก็ยังเป็นคนอบอุ่น ใจเย็น แต่ไม่ใช่คนที่เธอชอบไง ตอนเด็กก็ปลื้มนะ แต่ตอนนี้สเปกเธอเปลี่ยนไปแล้ว
ข่าวทุกวันนี้มันรวดเร็วมาก ๆ ผ่านไปแค่ไม่กี่ชั่วโมง เรื่องดัง ๆ ก็ถูกอัปเดตลงโซเซียลแล้ว อยู่ ๆ หยดน้ำตาของว่าที่คุณแม่ก็ไหลออกมา หยดน้ำตาไหลลงบนหมอนที่ตัวเองหนุน มือเล็กก็เลื่อนอ่านข่าวไปเรื่อย ๆ ข่าวงานสังคมของคนดัง ๆ เธอไม่น่าเข้ามาดูเลย ไม่น่ารู้สึกด้วยเลย ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าต้องเจ็บ แต่ไม่คิดว่ามันจะเจ็บขนาดนี้ ภาพผู้หญิงกับผู้ชายที่ยืนคู่กัน ใคร ๆ ก็บอกว่าทั้งสองเหมาะสมกันมาก ๆ อดไม่ได้ที่จะกลับมามองตัวเอง เธอน่ะเหรอ ไม่มีอะไรดีสักอย่างเลย เรียนก็ไม่จบ ท้องก่อนแต่งงานอีก เป็นคุณแม่ตอนที่อายุยังน้อย แล้วมีอะไรสู้ผู้หญิงสวยที่ยืนข้างเขาได้บ้าง
“แม่จะทำยังไงดีนะ เจ้าจิ๋ว”
มือเล็กลูบหน้าท้องของตัวเองไปมาเบา ๆ เอ่ยถามเจ้าจิ๋วที่อยู่ในท้องด้วยน้ำเสียงปนสะอื้นเบา ๆ
ทั้ง ๆ ที่คิดไว้แล้ว ว่าวันนี้จะมาถึง แต่ไม่คิดว่าจะเร็วแบบนี้ แล้วข้อตกลงของเรา มันจะเป็นยังไงกันนะ
มือเล็กกดปิดหน้าจอมือถือ อยากตัดตัวเองออกจากโลกโซเซียลสักพัก ขอพักหัวใจ พักความรู้สึก เพราะรู้ว่าตัวเธอเองตอนนี้ควรที่จะรักตัวเองและรักเจ้าจิ๋วให้มาก ๆ ถ้าเธอเอาแต่คิดมาก มันก็จะมีผลต่อเจ้าตัวเล็ก
คิดถึง
แค่ไม่ได้คุยกันก่อนนอน เขาก็คิดถึงแล้ว แล้วเธอล่ะ แม่เจ้าจิ๋วจะคิดถึงเขาอย่างที่เขาคิดถึงเธอบ้างไหม ร่างหนาพลิกไปด้านซ้ายซบหน้าลงบนหมอน สูดกลิ่นหอมของใครบางคนที่ตอนนี้มันเริ่มจะจางหายแล้ว ตั้งแต่เธอไปเชียงราย เขาก็นอนห้องตัวเองไม่ได้ พยายามข่มตาให้หลับ แต่ก็ทำไม่ได้เลยต้องลงมานอนห้องนอนเล็กนี้ทุกวัน
ติ๊ง !
เสียงข้อความเรียกให้คนที่นอนหลับตาต้องลืมตาขึ้นมาก่อนจะรีบยื่นมือไปหยิบมือถือของตัวเองมาเปิดดู เพราะคิดว่าต้องเป็นแม่เจ้าจิ๋วแน่ ๆ ที่ส่งข้อความตอบกลับเขามา แต่ว่ากลับไม่ใช่ กลับเป็นข้อความจากเพื่อนอย่างกลวัชรที่ส่งมาแซวกัน
กลวัชร : ไหนว่าไม่เอาวะ ไหนว่าไม่ยอมให้แม่จับคู่ให้ไง
ธารทัพพ์ : อะไร
กลวัชร : ส่งรูป
ธารทัพพ์ถอนหายใจออกมา เมื่อเห็นรูปที่เพื่อนส่งมาให้ดู หรือเพราะแบบนี้ แม่เจ้าจิ๋วถึงไม่ยอมรับสายกัน เธอต้องร้องไห้แล้วแน่ ๆ เลย อยากไปหาตอนนี้ แต่ว่างานพรุ่งนี้ก็สำคัญ ทั้ง ๆ ที่ตั้งใจว่าเคลียร์งานทุกอย่างเสร็จ เขาจะรีบไปหา
กลวัชร : ว่าไงมึง เงียบเลย
กลวัชร : ไม่คิดว่าน้องเจ้าเอยโตแล้วจะสวยขนาดนี้ เพราะแบบนี้เหรอวะ ถึงเปลี่ยนใจ
กลวัชร : สเปกมึงเลย
ธารทัพพ์ทำเพียงแค่อ่าน แต่ไม่ตอบอะไรกลับไป เขาเอาแต่เงียบ พยายามทบทวนความรู้สึกของตัวเองตอนนี้ ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาจะบอกเพื่อนไปแล้วว่า ใช่ เจ้าเอยก็ดูจะตรงกับสเปกของเขา เจ้าเอยเป็นผู้หญิงที่เก่ง สวย และมั่นใจในตัวเอง แต่นั่นมันเมื่อก่อน แต่ตอนนี้ ตอนที่เขารู้ความรู้สึกของตัวเอง ไม่รู้ว่ามันจะช้าหรือเร็วไปไหม เวลาแค่ไหนที่คนเราจะชอบใครคนหนึ่งได้ เขาอยากมีเธออยู่ในชีวิตแบบนี้ไปตลอด ไม่อยากให้เราอยู่ด้วยกัน แค่ในฐานะพ่อกับแม่ของเจ้าจิ๋ว
แต่เขาอยากให้เธออยู่กับเขา
เป็นครอบครัวของเขา
เป็นครอบครัวเดียวกัน
ตอนที่ 25หมอที่ดีที่สุดที่เพื่อนแนะนำมา กลับเป็นหมอผู้ชาย ธารทัพพ์นั่งถอนหายใจออกมาน้อย ๆ มองใบหน้าเล็กของคนที่ไม่ยอมคุยกันตั้งแต่ตื่นขึ้นมา เมื่อคืนเขาไม่ได้ตั้งใจ แต่จะว่าไม่ได้ตั้งใจไม่ได้หรอก เพราะเขาตั้งใจที่จะจูบเธอ อยากจูบแม่เจ้าจิ๋วทุกวัน แค่คิด หัวใจของเขา มันก็เริ่มสั่นไหวเหมือนเด็กหนุ่มที่กำลังเริ่มลองหัดจูบครั้งแรก“มองอะไรคะ”“มองไม่ได้”ปากเล็กยื่นออกมาน้อย ๆ ตัดบทสนทนากับคนที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงด้วยการหยิบหนังสือออกจากกระเป๋าขึ้นมาอ่านรอเข้าห้องตรวจ ไม่อยากมองหน้าเขา ไม่อยากคุยกับเขา เพราะยิ่งมองหน้าเขา ใบหน้าของเธอ มันยิ่งร้อนวูบวาบ หวั่นไหว ทำให้เธอคิดถึงเรื่องเมื่อคืน ริมฝีปากเล็กขบเม้มเข้าหากันน้อย ๆ เมื่อรู้สึกว่าอีกคนขยับเข้ามาใกล้กัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่าสัมผัสลงมาที่ใบหูและลำคอ“ทำอะไรคะ” ว่าที่คุณแม่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตกใจน้อย ๆ มองซ้ายมองขวา กลัวว่าคนอื่นจะมองเราสองคนไม่ดี“เวียนหัวครับ” ใบหน้าหล่อซบลงบนไหล่เล็กของแม่เจ้าจิ๋ว โดยไม่ขออนุญาต เพราะอยากอยู่ใกล้ ๆ อยากได้กลิ่นของแม่เจ้าจิ๋ว ถ้าไม่งั้น เขาต้องเวียนหัวและอยากอาเจียนออกมาแน่ ๆ“คุณทัพ”“นิดเดียวคร
ตอนที่ 24คุยกับใคร ? คิ้วหนาขยับเข้าหากันจนแทบจะเป็นปม เมื่อเปิดประตูห้องน้ำออกมา เห็นแม่เจ้าจิ๋วกำลังนั่งยิ้มให้กับมือถือ นิ้วเล็ก ๆ นั่นก็กดพิมพ์ข้อความไปด้วย ตั้งแต่กลับมา เธอพูดกับเขาแทบจะนับคำได้ และเราสองคนก็ยังไม่มีเวลาคุยกัน วันนี้ทั้งวัน เวลาของแม่เจ้าจิ๋วหมดไปกับการออกไปข้างนอกกับแม่ของเขา ไม่รู้ว่าไปทำอะไรมากัน แต่ดูเหมือนว่าผมนุ่มนั่นจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย ไหนจะชุดนอนนั่นอีก ชุดนอนที่เขาไม่เคยเห็นเธอใส่เลยตลอดเวลาอยู่ด้วยกันที่คอนโดฯ“เมื่อไรจะนอน”“คุณทัพง่วงก็นอนได้เลยค่ะ พราวมีงานต้องทำนิดหน่อย” พราวนิชาขยับลุกขึ้นยืน แล้วเดินตรงไปที่โต๊ะตรงมุมห้อง ที่เมื่อก่อนน่าจะเป็นโต๊ะทำงานของเจ้าของห้อง ตอนนี้ ตรงมุมนี้กลายเป็นโต๊ะทำงานของเธอ ก็ในเมื่อเขาเป็นคนบอกเองว่ายกห้องให้เธอแล้ว เธอก็เลยใช้ทุกอย่างให้เกิดประโยชน์ มือเล็กเปิดหน้าจอไอแพดขึ้นมา ก่อนจะเริ่มตอบข้อความลูกค้า งานที่เธอกำลังทำอยู่เป็นงานของเพื่อน งานแอดมินเพจขายครีมของเจนจิรา ความจริงเพื่อนจะจ้างคนอื่น แต่เธอขอให้เจนจิราจ้างตัวเธอเองแทน อยากมีรายได้ ไม่อยากอยู่เฉย ๆ อยากเก็บเงินค่าขนมเอาไว้ให้เจ้าจิ๋วคนถูกสั่งให้นอน
ตอนที่ 23มือของธารทัพพ์ลูบลงบนผมนุ่มของคนหลับเบา ๆ นั่งมองแม่เจ้าจิ๋วหลับแบบนี้มาเกือบสิบนาที แต่เขาพยายามทำทุกอย่างให้เงียบและเบาที่สุด เพื่อไม่ให้รบกวนเวลานอนของอีกคน หลังจากที่ได้รับการอนุญาตให้ลาพักร้อนจากคุณย่า เข้าประชุมเสร็จ เขาก็กลับไปเก็บของเล็กน้อยที่คอนโดฯ เจอคนที่เขาไม่ชอบหน้า อยากตะโกนใส่หน้ามันเหมือนกันว่า มันไม่มีวันเอาแม่เจ้าจิ๋วของเขาไปได้หรอกไม่มีวัน !ธารทัพพ์ค่อย ๆ แทรกตัวเข้าไปนอนในผ้าผืนเดียวกันกับคนขี้เซา ขยับเข้าไปกอดคนตัวเล็กเอาไว้ ดึงเธอเข้ามานอนซบอกกันเหมือนอย่างเคย พออยู่ใกล้แบบนี้ พอได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ แบบนี้ เขากลับรู้สึกว่าอาการที่เป็นอยู่ มันดีขึ้น ดีขึ้นมาก ๆ มากกว่าทุกอย่างที่อานัสสรรหามาให้เขาตลอดหนึ่งอาทิตย์กว่าที่ผ่านมา พอยิ่งสูดกลิ่นหอมอ่อน ๆ หวาน ๆ ละมุนนี่ ยิ่งทำให้ความเหนื่อยล้าและอ่อนเพลียตลอดหลายวันที่ผ่านมา มันเริ่มหายไป“อื้อ~~”ร่างเล็กขยับตัวไปมา เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกอึดอัดและหนักที่ช่วงเอว ดวงตาคู่สวยค่อย ๆ ขยับลืมตาขึ้นมา สิ่งแรกที่เห็นคืออ้อมกอดของผู้ชายคนหนึ่งและกลิ่นที่คุ้นเคย ใบหน้าเล็กค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองคนที่นอนกอดกันอยู่“คุ
ตอนที่ 22ก๊อก ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูหน้าห้องเรียกให้คนที่เอาแต่นั่งนิ่งอยู่บนเตียงนอนแล้วให้ลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูห้อง“คุณพราว คุณทัพโทร. มาค่ะ”“พราวยัง…”ว่าที่คุณแม่กำลังปฏิเสธ แต่ว่าป้าศรีกลับขยับเข้ามายื่นมือถือมาตรงหน้าพร้อมกับประโยคขอร้องน้อย ๆ“คุยกับคุณทัพสักนิดนะคะ” ป้าศรีส่งสายตาข้อร้อง ไม่รู้ว่าทั้งสองมีเรื่องน้อยใจอะไรกัน แต่ก็พอเดาออก น่าจะเป็นเรื่องข่าวเมื่อคืนที่คุณทัพไปออกงานกับคุณเจ้าเอย แม้เธอจะแอบเชียร์คุณทัพกับลูกสาวคุณปลัดฯ กับคุณรำเพย เพื่อนสนิทของคุณธัญสินีอย่างคุณเจ้าเอย แต่ตอนนี้กลับสงสารผู้หญิงตัวเล็กตรงหน้า และดูเหมือนว่า คุณทัพจะให้ความสำคัญกับคนตรงหน้ามาก ๆ ปกติคุณธารทัพพ์เคยสนใจใครมากเป็นพิเศษแบบนี้ที่ไหน กับคุณเจ้าเอยเองก็เห็นทำหน้าที่เหมือนพี่ชายที่ดีเสมอ“ค่ะ” พราวนิชายื่นมือไปรับมือถือมาถือเอาไว้ ยกขึ้นแนบหูของตัวเองเพื่อคุยกับคนที่เธอยังไม่อยากคุยด้วย แต่ว่าก็ต้องคุย เธอรู้ว่าตัวเองกำลังทำนิสัยเหมือนเด็ก กำลังหนีปัญหา หนีความรู้สึกของตัวเอง เธอไม่รับสาย ไม่ตอบข้อความเขาตั้งแต่เมื่อวาน เก็บมือถือเอาไว้ในลิ้นชักนั่น(พราว)เสียงเรียกชื่อกันเบา ๆ ผ
ตอนที่ 21“พี่ทัพ”ธารทัพพ์เงยหน้าจากหน้าจอมือถือของตัวเอง เงยหน้าขึ้นสบตาผู้หญิงตรงหน้าเขา ก่อนจะค่อย ๆ ส่งยิ้มบางเบาไปให้คนที่ไม่ได้เจอหน้ากันมานาน ตอนนั้นคนตรงหน้าเขายังอยู่ในชุดนักเรียนมัธยมปลายอยู่เลย ตอนนี้กลับโตมากกว่าเดิมแล้ว เวลาผ่านไปตั้งหลายปีแล้วนี่เนอะ ที่เขากับคนตรงหน้าไม่ได้เจอหน้ากัน“รอนานไหมคะ”“ไม่นาน”“ตอนแรกเจ้าเอยคิดว่าทักคนผิดเสียอีก” รอยยิ้มสวยส่งไปให้ผู้ชายที่ยืนหน้านิ่งตรงหน้ากัน ไม่โกรธที่เมื่อวันก่อน เขาส่งแค่ลูกน้องของตัวเองไปรับเธอที่สนามบิน“ไปเลยไหม”“ค่ะ” คนตรงหน้าเธอ เขาก็ยังเหมือนเดิม หล่อกว่าเดิมนิดหน่อย เพราะความจริงธารทัพพ์ก็เป็นคนหล่ออยู่แล้ว แต่ว่าไม่ได้เจอหน้ากันนาน พี่ชายที่แสนดีคนนั้นกลับเป็นคนเย็นชาได้ขนาดนี้กัน น่าจะเพราะเราเริ่มโตขึ้น ไม่ได้เป็นเด็กที่วิ่งเล่นด้วยกันเหมือนอย่างวันวานแล้ว เจ้าเอยรีบเดินให้ทันคนตัวสูงที่เดินไม่รอกันเข้าไปภายในห้องของโรงแรมที่ใช้สำหรับจัดงานเลี้ยงงานแต่งงาน งานแต่งของคนรู้จักของแม่ แต่แม่กับพ่อลงมากรุงเทพฯ ไม่ได้ เธอเลยต้องเป็นคนมาแสดงความยินดีแทนพวกท่าน ดีหน่อยที่ธารทัพพ์ยอมมาเป็นเพื่อนเธอ เพราะคำขอร้องจากคุ
ตอนที่ 20(หนูเจ้าเอยกลับมาแล้ว พรุ่งนี้ทัพช่วยไปรับน้องที่สนามบินหน่อยได้ไหม)“ผมไม่ว่างครับ”(จะไม่ลองเปิดโอกาสให้ตัวเองเลยหรือไง แม่เลือกน้องเพราะเมื่อก่อนเราชอบน้องมากไม่ใช่หรือไง) นั่นมันตั้งแต่สิบ ยี่สิบปีที่แล้ว ตอนนั้นเขาก็ยังเป็นเด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง เขาเอ็นดูเจ้าเอยเหมือนน้องสาว แล้วอะไรนะ ที่ทำให้แม่เขาคิดว่าเขาชอบ เจ้าเอยคือลูกสาวเพื่อนแม่ ลูกสาวคุณน้ารำเพย เจ้าเอยเป็นเพื่อนวัยเด็กกับเขาและแทนไทมาตั้งแต่จำความได้ อายุห่างกับเขาห้าปี ตอนนี้อีกคนก็น่าจะเรียนจบปริญญาโทแล้ว เขาเองก็จำไม่ได้แล้ว ว่าเขากับเจ้าเอยได้เจอกันนานแค่ไหนแล้ว(ตาทัพ)“ผมมีเมียมีลูกแล้วนะครับ” ธารทัพตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ แต่ดูจริงจัง เขาคิดว่าแม่จะล้มเลิกความตั้งใจของตัวเองแล้วเสียอีก คำว่าเมีย คำว่าลูกที่เขาพูดออกไป มันมาจากความรู้สึกของเขา ความรู้สึกของเขาจริง ๆ แม่เจ้าจิ๋วเป็นเมียเขา คนมีอะไรกันจนมีลูกด้วยกัน ก็ต้องเรียกว่าเมียถึงจะถูก แม้จะได้กันแค่ครั้งเดียวก็เถอะ เจ้าจิ๋วก็เป็นลูกเขา ถ้าเขาไป แม่เจ้าจิ๋วรู้ เธอก็น่าจะไม่สบายใจ เดี๋ยวก็เอาข้อตกลงของเรามาพูดอีก เขาไม่อยากให้มีข้อตกลงอะไรระหว่างเธ







