تسجيل الدخولตอนที่ 23
มือของธารทัพพ์ลูบลงบนผมนุ่มของคนหลับเบา ๆ นั่งมองแม่เจ้าจิ๋วหลับแบบนี้มาเกือบสิบนาที แต่เขาพยายามทำทุกอย่างให้เงียบและเบาที่สุด เพื่อไม่ให้รบกวนเวลานอนของอีกคน หลังจากที่ได้รับการอนุญาตให้ลาพักร้อนจากคุณย่า เข้าประชุมเสร็จ เขาก็กลับไปเก็บของเล็กน้อยที่คอนโดฯ เจอคนที่เขาไม่ชอบหน้า อยากตะโกนใส่หน้ามันเหมือนกันว่า มันไม่มีวันเอาแม่เจ้าจิ๋วของเขาไปได้หรอก
ไม่มีวัน !
ธารทัพพ์ค่อย ๆ แทรกตัวเข้าไปนอนในผ้าผืนเดียวกันกับคนขี้เซา ขยับเข้าไปกอดคนตัวเล็กเอาไว้ ดึงเธอเข้ามานอนซบอกกันเหมือนอย่างเคย พออยู่ใกล้แบบนี้ พอได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ แบบนี้ เขากลับรู้สึกว่าอาการที่เป็นอยู่ มันดีขึ้น ดีขึ้นมาก ๆ มากกว่าทุกอย่างที่อานัสสรรหามาให้เขาตลอดหนึ่งอาทิตย์กว่าที่ผ่านมา พอยิ่งสูดกลิ่นหอมอ่อน ๆ หวาน ๆ ละมุนนี่ ยิ่งทำให้ความเหนื่อยล้าและอ่อนเพลียตลอดหลายวันที่ผ่านมา มันเริ่มหายไป
“อื้อ~~”
ร่างเล็กขยับตัวไปมา เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกอึดอัดและหนักที่ช่วงเอว ดวงตาคู่สวยค่อย ๆ ขยับลืมตาขึ้นมา สิ่งแรกที่เห็นคืออ้อมกอดของผู้ชายคนหนึ่งและกลิ่นที่คุ้นเคย ใบหน้าเล็กค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองคนที่นอนกอดกันอยู่
“คุณทัพ”
พราวนิชาเอ่ยเรียกคนที่กำลังนอนหลับตาพริ้มนั่นแผ่วเบา หัวใจดวงน้อยเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ เขามาอยู่ที่ได้ยังไง มาตอนไหน ทำไมเธอถึงไม่รู้ เมื่อคืนเธอนึกว่าแต่เธอคิดถึงเขามากจนเก็บเอาไปฝัน ฝันว่าเขากอดเธออยู่ นิ้วเล็กจิ้มลงเบา ๆ บนปลายคางของคนหลับ แต่ทุกอย่างกลับนิ่งเงียบ เลยลองเรียกเขาดูอีกครั้ง เพราะว่าตอนนี้เธออยากเข้าห้องน้ำ
“คุณทัพคะ”
แต่ว่าก็ยังเงียบ ว่าที่คุณแม่เลยเลือกที่จะค่อย ๆ จับมือหนาที่โอบเอวกันอยู่ออก แล้วค่อย ๆ พาตัวเองขยับลุกขึ้นลงจากเตียง ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำก็มองคนหลับอีกนิด
“พราว”
มือหนาลูบลงบนเตียงนอนไปมาเพื่อหาคนที่เขานอนกอดทั้งคืนแต่ว่าไม่เจอ พบเพียงแค่ความว่างเปล่า ดวงตาคู่คมลืมตาขึ้นมา ขยับตัวลุกขึ้นนั่ง กวาดตามองหาคนตัวเล็กจนทั่วห้อง ธารทัพพ์นั่งถอนหายใจออกมาน้อย ๆ เขาคิดว่าแม่เจ้าจิ๋วน่าจะยังงอนกันอยู่ เลยหนีเขาออกไปก่อน ไม่ยอมปลุกกันเลย
ธารทัพพ์รีบอาบน้ำแต่งตัวแล้วรีบออกจากห้อง เดินตามหาแม่เจ้าจิ๋วจนทั่วบ้าน แต่กลับไม่เจอ
“ป้าศรีครับ”
“คะ คุณทัพ”
“พราวไปไหนครับ”
“ออกไปข้างนอกกับคุณสิค่ะ”
“ออกไปกับแม่อย่างนั้นเหรอครับ” ธารทัพพ์ทวนคำตอบของป้าศรีอีกครั้ง พยักหน้าน้อย ๆ ให้คนที่ยังคงยืนมองหน้ากัน ก่อนจะเดินออกไปที่สวนหย่อมที่พ่อน่าจะอยู่ตรงนั้น แล้วทำไมไม่บอกเขาก่อน อยู่ ๆ ทำไมถึงได้รู้สึกน้อยใจขึ้นมาไม่รู้ ไม่เจอกันตั้งนาน ตั้งหลายวัน ทำไมถึงไม่รอคุยกันก่อน
“มาถึงเมื่อไร”
“เมื่อคืนครับ” ธารทัพพ์ตอบคนที่หันหน้ามาถามกันด้วยน้ำเสียงนิ่งตามปกติของพ่อ ก่อนจะขยับเดินเข้าไปนั่งลงตรงข้ามคนที่กำลังน่าจะอ่านข่าวหรือดูโซเซียลอยู่
“กลับมากี่วัน”
“คุณย่าให้ลาหนึ่งเดือนครับ” คุณฐากูรช้อนสายตาขึ้นมองลูกชาย ขยับแว่นอีกหน่อยเพื่อให้แน่ใจ ว่านี่คือลูกชายคนโตที่แทบจะไม่ค่อยกลับบ้านจริง ๆ ไหม
“ผมป่วย”
“เป็นอะไร ไปหาหมอหรือยัง” คนเป็นพ่อวางทุกอย่างในมือ หันมาสนใจสำรวจลูกชายที่นั่งอยู่ตรงข้ามกัน
“แพ้ท้องแทนเมียครับ”
หึ ! คุณฐากูรหัวเราะออกมา หึเบา ๆ ไม่แน่ใจว่าตัวเองได้ยินผิดไหม กับคำพูดของลูกชาย ถ้าเป็นลูกชายคนเล็กอย่างเจ้าแทนไทพูดอะไรแบบนี้ ท่านจะไม่อะไรเลย แต่นี่เป็นลูกชายคนโตที่น้อยครั้งจะพูดอะไรเล่น ๆ แบบนี้
“พ่อไม่เชื่อเหรอ”
ธารทัพพ์เริ่มคิดหนัก คิ้วหนาค่อย ๆ ขยับเข้าหากันจนเป็นปม... หรือว่ามันไม่มีอยู่จริงวะ ! ไอ้อาการแบบนี้ ธารทัพพ์นิ่งชะงักให้กับสีหน้าของพ่อ
“เปล่า”
“แล้วพ่อเคยเป็นไหม ตอนแม่ท้องผม หรือตอนท้องแทน”
คุณฐากูรไม่ตอบ ท่านทำเพียงแค่ไหวไหล่น้อย ๆ ก่อนจะหยิบไอแพดคู่ใจขึ้นมาเสพข่าวโซเซียลต่อ ใครจะกล้าบอกว่าแพ้ แพ้ท้องแทนเมียทั้งสองรอบนั่นแหละ แต่ใครจะพูด เสียฟอร์มนายทหารยศใหญ่หมด
“แล้วแม่พาพราวออกไปไหนครับ”
“ไปบ้านน้ารำเพย”
คิ้วหนาขยับขึ้น ไม่แน่ใจว่าได้ยินถูกไหม
“น้ารำเพยเขาเปิดร้านขนมไทยหน้าบ้าน แม่เขาเลยไปแสดงความยินดี” ใบหน้าหล่อพยักหน้าขึ้นลง แม่ของเขากับน้ารำเพยเป็นเพื่อนกันมานาน ไม่แปลกที่จะไปยินดีที่กับทางนั้น แต่พอพ่อพูดถึงน้ารำเพย เขาก็อดที่จะคิดถึงเรื่องที่แม่จะให้เขาเปิดใจให้กับลูกสาวน้ารำเพยอย่างเจ้าเอย อดที่จะเป็นห่วงแม่เจ้าจิ๋วไม่ได้ แล้วทำไมแม่ต้องให้เธอไปด้วย ไม่ได้การละ ร่างสูงขยับตัวลุกขึ้นยืน เตรียมจะกลับไปเปลี่ยนชุดแล้วจะตามแม่ไป
“ไม่ต้องไปหรอก”
“ผมเป็นห่วงพราว” เดี๋ยวเขาคิดมาก ธารทัพพ์พูดประโยคหลังในใจ เขาไม่อยากให้แม่เจ้าจิ๋วต้องมาคิดมากกับเรื่องนี้แล้ว เรื่องเก่ายังไม่ได้พูดกัน นี่จะมีเรื่องใหม่ที่ทำให้เธอคิดมากอีกแล้ว
“แม่เขาคุยกับน้ารำเพยหลายวันแล้ว เรื่องของแกกับหนูเจ้าเอย เข้าใจกันด้วยดี ทางนั้นเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร”
“อ้าว แล้วทำไมแม่ไม่บอก”
คนเป็นพ่อได้แต่ยิ้ม ส่ายหน้าไปมาน้อย ๆ ไม่ได้พูดอะไร ไม่อยากแสดงความคิดเห็น เพราะเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับท่าน ปล่อยให้ลูกชายและภรรยาจัดการและคุยกันเอง
“ยินดีด้วยนะรำเพย”
“ขอบคุณนะสิ ดอกไม้สวยมาก” คุณรำเพยยื่นมือมารับกระเช้าดอกไม้ในมือของเพื่อนที่เอามาแสดงความยินดี อดไม่ได้ที่จะเอ่ยชม เพราะดอกไม้หลายชนิดถูกจัดใส่เอาไว้อย่างสวยงาม
“เธอจัดเองเลยเหรอ” รู้ว่าเพื่อนชอบปลูกดอกไม้ ชอบจัดดอกไม้
“คนนี้น่ะ” คนพูดขยับออกให้เพื่อนเห็นคนที่เอาแต่ยืนก้มหน้าอยู่ด้านหลังกัน
พราวนิชาที่ยืนนิ่งอยู่ด้านหลังคุณธัญสินีก้มหน้าน้อย ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาผู้หญิงวัยกลางคนตรงหน้า ก่อนจะค่อย ๆ ยกมือไหว้ ส่งยิ้มทักทายไปให้คนที่ส่งยิ้มใจดีมาให้
“สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีจ้ะ” คุณรำเพยยกมือรับไหว้ก่อนจะส่งสายตาไปหาเพื่อนตัวเองเหมือนต้องการถามผ่านทางสายตาว่า เด็กคนนี้ใช่ไหม เพื่อนของท่านพยักหน้าขึ้นลงเบา ๆ เป็นคำตอบ ไม่แปลกใจเลยที่ธัญสินีจะพามาด้วย ไม่แปลกใจที่เพื่อนเปิดใจให้ เพราะน่ารักแบบนี้นี่เอง
“เข้าไปในร้านดีกว่า ฉันจะพาเธอไปชิมเมนูใหม่”
คุณธัญสินียิ้มให้เพื่อนก่อนจะหันไปพยักหน้าให้คนที่ท่านพามาด้วยเข้าไปภายในร้านด้วยกัน
“คุณป้าสิ สวัสดีค่ะ” รอยยิ้มสวย คำทักทายพร้อมใบหน้าสวยที่ทำให้ว่าที่คุณแม่อย่างพราวนิชาหยุดนิ่ง ผู้หญิงคนนี้ ผู้หญิงคนที่... ริมฝีปากเล็กเม้มเข้าหากันแน่น เข้าใจแล้ว ว่าทำไมคุณธัญสินีถึงพาเธอมาด้วย
“พราว”
เสียงเรียกของคุณธัญสินีเรียกให้คนที่เอาแต่ก้มหน้าบีบมืออยู่กับความคิดของตัวเองต้องเงยหน้าขึ้นมา นี่คงเป็นครั้งแรกที่ท่านเรียกชื่อเธอ
“เป็นอะไร ทำไมหน้าซีด ไปนั่งก่อน”
“มะ…” ยังไม่ทันที่จะได้พูดกลับไป คุณย่าของเจ้าจิ๋วก็ดึงให้เธอไปนั่งลงบนเก้าอี้
“หนูเจ้าเอย ป้าของน้ำส้มสักแก้วได้ไหม”
“ได้ค่ะ คุณป้า” เจ้าเอ่ยยิ้มรับก่อนจะเดินหายไปหลังเคาน์เตอร์ แล้วกลับมาพร้อมกับแก้วน้ำส้มเย็น ๆ
“ดื่มก่อนนะคะ หน้าซีดมากเลย”
“ขอบคุณค่ะ”
มือเล็กเย็นเฉียบยื่นไปรับแก้วน้ำส้มในมือของคนที่ส่งยิ้มหวานอย่างเป็นมิตรมาให้ ก่อนจะยกแก้วน้ำส้มในมือจิบเบา ๆ ดูเหมือนว่ารสชาติของน้ำส้มหวานอมเปรี้ยว มันจะช่วยให้อาการของเธอที่กำลังเป็นอยู่ ดีขึ้นมาก ๆ
“ขอบคุณนะคะ”
มือเล็กวางแก้วลงบนโต๊ะกระจกทรงกลม เงยหน้าขึ้นสบตาทั้งสามคนที่นั่งมองหน้ากัน ก่อนจะเอ่ยคำขอบคุณ ไม่รู้ว่าหลังจากนี้ ทั้งสามจะพูดอะไรกับเธอ มือเล็กที่วางอยู่บนตักของตัวเองกำเข้าหากันแน่น พยายามเก็บซ่อนความรู้สึกที่เป็นอยู่
“สวยน่ารักอย่างที่พี่ทัพขี้โมไว้จริงด้วย”
“อายุเท่าไรแล้วคะ”
“ยะ ยี่สิบค่ะ”
“เป็นน้อง งั้นเรียกพี่ว่า พี่เจ้าเอยนะ น้องพราว” เจ้าเอ่ยส่งยิ้มให้คนที่เอาแต่นั่งนิ่ง สายตาของอีกคนเอาแต่หวาดกลัวจนเธอเห็นได้ชัด อดที่จะยื่นมือไปจับมือเล็กที่บีบเข้าหากันแน่นนั่นไม่ได้
“กลัวพี่เหรอ”
“ปะ เปล่าค่ะ พราวแค่” แค่ไม่รู้ว่าจะต้องพูดอะไร ถามว่ากลัวเหรอ ก็อาจจะเพราะเธอไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวแบบไหนต่อหน้าคนที่อาจจะกำลังแต่งงานกับพ่อเจ้าจิ๋วในอนาคต
“คิดไปถึงไหนแล้ว”
คุณธัญสินีพูดด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ มองใบหน้าเล็กของแม่ของหลาน คนที่ลูกชายของท่านเลือกแล้ว ถ้าถามว่ารู้สึกแบบไหน ในตอนนี้ก็คงต้องบอกว่า เริ่มรู้สึกเอ็นดูขึ้นมากแล้ว ถึงได้พามาที่นี่ พามารับรู้ความจริง ให้ได้รู้ ได้เห็นด้วยตัวเอง รู้ว่าอีกคนกำลังคิดไปถึงไหน
“พี่ไม่ได้จะแต่งงานกับพี่ทัพนะ เราคุยกันแล้ว น้องพราวสบายใจได้”
ดวงตากลมโตคู่สวยเงยหน้าขึ้นมองสบตาคนพูด
“พี่ไม่ได้ชอบพี่ทัพ พี่ทัพก็ไม่ได้ชอบพี่ ผู้ใหญ่ทั้งสองเลยไม่บังคับ”
ผู้ใหญ่สองคนนั่งมองหน้ากัน ยิ้มน้อย ๆ อยู่ ๆ ก็รู้สึกเอ็นดูเด็กคนนี้ เอาแต่นั่งมองหน้าคนโน้นคนนี้
“สบายใจขึ้นหรือยัง”
พอเข้ามานั่งในรถ คุณธัญสินีก็หันไปถามคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กัน รู้ว่าหลายวันที่ผ่านมา คนท้องมีสีหน้าแบบไหน กลัวว่าถ้าเครียดมาก จะส่งผลถึงเจ้าตัวเล็กในท้อง ท่านไม่อยากให้เป็นแบบนั้น ก็เลยต้องพามารับฟังความจริง ถ้ารอให้เจ้าลูกชายพูดก็คงนาน ไม่รู้ว่าปากแข็งหรือไม่กล้าพูด ไม่รู้จะอธิบายยังไงอยู่ ทำอย่างกับต้องเขียนรายงาน เขียนสกริปต์ก่อนจะพูด จะอธิบาย เหมือนสามีไม่ผิด
“ฉันน่ะไม่บังคับลูกชายฉันแล้ว จะรัก จะชอบ จะแต่งงานกับใคร ฉันยินดีหมด ขอแค่ผู้หญิงคนนั้นเป็นคนดีก็พอแล้ว แล้วเธอคิดว่าไง”
“พราวไม่ทราบค่ะ”
ใบหน้าเล็กส่ายหน้าไปมาบอกสิ่งที่ตัวเองคิด เธอไม่รู้เลยว่า เรื่องของเธอกับลูกชายของท่าน มันจะลงเอยแบบไหน แม้ว่าตอนนี้ คุณธัญสินีจะไม่รังเกียจกันแล้ว แต่ว่าทุกอย่างมันก็ขึ้นอยู่กับลูกชายท่านอย่างธารทัพพ์ด้วย ว่าเขารู้สึกกับเธอมากน้อยแค่ไหน
แต่เธอน่ะ !
รู้สึกหวั่นไหวและมีความรู้สึกดี ๆ ให้พ่อเจ้าจิ๋วมากขึ้นทุกวันไปแล้ว
ตอนที่ 25หมอที่ดีที่สุดที่เพื่อนแนะนำมา กลับเป็นหมอผู้ชาย ธารทัพพ์นั่งถอนหายใจออกมาน้อย ๆ มองใบหน้าเล็กของคนที่ไม่ยอมคุยกันตั้งแต่ตื่นขึ้นมา เมื่อคืนเขาไม่ได้ตั้งใจ แต่จะว่าไม่ได้ตั้งใจไม่ได้หรอก เพราะเขาตั้งใจที่จะจูบเธอ อยากจูบแม่เจ้าจิ๋วทุกวัน แค่คิด หัวใจของเขา มันก็เริ่มสั่นไหวเหมือนเด็กหนุ่มที่กำลังเริ่มลองหัดจูบครั้งแรก“มองอะไรคะ”“มองไม่ได้”ปากเล็กยื่นออกมาน้อย ๆ ตัดบทสนทนากับคนที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงด้วยการหยิบหนังสือออกจากกระเป๋าขึ้นมาอ่านรอเข้าห้องตรวจ ไม่อยากมองหน้าเขา ไม่อยากคุยกับเขา เพราะยิ่งมองหน้าเขา ใบหน้าของเธอ มันยิ่งร้อนวูบวาบ หวั่นไหว ทำให้เธอคิดถึงเรื่องเมื่อคืน ริมฝีปากเล็กขบเม้มเข้าหากันน้อย ๆ เมื่อรู้สึกว่าอีกคนขยับเข้ามาใกล้กัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่าสัมผัสลงมาที่ใบหูและลำคอ“ทำอะไรคะ” ว่าที่คุณแม่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตกใจน้อย ๆ มองซ้ายมองขวา กลัวว่าคนอื่นจะมองเราสองคนไม่ดี“เวียนหัวครับ” ใบหน้าหล่อซบลงบนไหล่เล็กของแม่เจ้าจิ๋ว โดยไม่ขออนุญาต เพราะอยากอยู่ใกล้ ๆ อยากได้กลิ่นของแม่เจ้าจิ๋ว ถ้าไม่งั้น เขาต้องเวียนหัวและอยากอาเจียนออกมาแน่ ๆ“คุณทัพ”“นิดเดียวคร
ตอนที่ 24คุยกับใคร ? คิ้วหนาขยับเข้าหากันจนแทบจะเป็นปม เมื่อเปิดประตูห้องน้ำออกมา เห็นแม่เจ้าจิ๋วกำลังนั่งยิ้มให้กับมือถือ นิ้วเล็ก ๆ นั่นก็กดพิมพ์ข้อความไปด้วย ตั้งแต่กลับมา เธอพูดกับเขาแทบจะนับคำได้ และเราสองคนก็ยังไม่มีเวลาคุยกัน วันนี้ทั้งวัน เวลาของแม่เจ้าจิ๋วหมดไปกับการออกไปข้างนอกกับแม่ของเขา ไม่รู้ว่าไปทำอะไรมากัน แต่ดูเหมือนว่าผมนุ่มนั่นจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย ไหนจะชุดนอนนั่นอีก ชุดนอนที่เขาไม่เคยเห็นเธอใส่เลยตลอดเวลาอยู่ด้วยกันที่คอนโดฯ“เมื่อไรจะนอน”“คุณทัพง่วงก็นอนได้เลยค่ะ พราวมีงานต้องทำนิดหน่อย” พราวนิชาขยับลุกขึ้นยืน แล้วเดินตรงไปที่โต๊ะตรงมุมห้อง ที่เมื่อก่อนน่าจะเป็นโต๊ะทำงานของเจ้าของห้อง ตอนนี้ ตรงมุมนี้กลายเป็นโต๊ะทำงานของเธอ ก็ในเมื่อเขาเป็นคนบอกเองว่ายกห้องให้เธอแล้ว เธอก็เลยใช้ทุกอย่างให้เกิดประโยชน์ มือเล็กเปิดหน้าจอไอแพดขึ้นมา ก่อนจะเริ่มตอบข้อความลูกค้า งานที่เธอกำลังทำอยู่เป็นงานของเพื่อน งานแอดมินเพจขายครีมของเจนจิรา ความจริงเพื่อนจะจ้างคนอื่น แต่เธอขอให้เจนจิราจ้างตัวเธอเองแทน อยากมีรายได้ ไม่อยากอยู่เฉย ๆ อยากเก็บเงินค่าขนมเอาไว้ให้เจ้าจิ๋วคนถูกสั่งให้นอน
ตอนที่ 23มือของธารทัพพ์ลูบลงบนผมนุ่มของคนหลับเบา ๆ นั่งมองแม่เจ้าจิ๋วหลับแบบนี้มาเกือบสิบนาที แต่เขาพยายามทำทุกอย่างให้เงียบและเบาที่สุด เพื่อไม่ให้รบกวนเวลานอนของอีกคน หลังจากที่ได้รับการอนุญาตให้ลาพักร้อนจากคุณย่า เข้าประชุมเสร็จ เขาก็กลับไปเก็บของเล็กน้อยที่คอนโดฯ เจอคนที่เขาไม่ชอบหน้า อยากตะโกนใส่หน้ามันเหมือนกันว่า มันไม่มีวันเอาแม่เจ้าจิ๋วของเขาไปได้หรอกไม่มีวัน !ธารทัพพ์ค่อย ๆ แทรกตัวเข้าไปนอนในผ้าผืนเดียวกันกับคนขี้เซา ขยับเข้าไปกอดคนตัวเล็กเอาไว้ ดึงเธอเข้ามานอนซบอกกันเหมือนอย่างเคย พออยู่ใกล้แบบนี้ พอได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ แบบนี้ เขากลับรู้สึกว่าอาการที่เป็นอยู่ มันดีขึ้น ดีขึ้นมาก ๆ มากกว่าทุกอย่างที่อานัสสรรหามาให้เขาตลอดหนึ่งอาทิตย์กว่าที่ผ่านมา พอยิ่งสูดกลิ่นหอมอ่อน ๆ หวาน ๆ ละมุนนี่ ยิ่งทำให้ความเหนื่อยล้าและอ่อนเพลียตลอดหลายวันที่ผ่านมา มันเริ่มหายไป“อื้อ~~”ร่างเล็กขยับตัวไปมา เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกอึดอัดและหนักที่ช่วงเอว ดวงตาคู่สวยค่อย ๆ ขยับลืมตาขึ้นมา สิ่งแรกที่เห็นคืออ้อมกอดของผู้ชายคนหนึ่งและกลิ่นที่คุ้นเคย ใบหน้าเล็กค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองคนที่นอนกอดกันอยู่“คุ
ตอนที่ 22ก๊อก ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูหน้าห้องเรียกให้คนที่เอาแต่นั่งนิ่งอยู่บนเตียงนอนแล้วให้ลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูห้อง“คุณพราว คุณทัพโทร. มาค่ะ”“พราวยัง…”ว่าที่คุณแม่กำลังปฏิเสธ แต่ว่าป้าศรีกลับขยับเข้ามายื่นมือถือมาตรงหน้าพร้อมกับประโยคขอร้องน้อย ๆ“คุยกับคุณทัพสักนิดนะคะ” ป้าศรีส่งสายตาข้อร้อง ไม่รู้ว่าทั้งสองมีเรื่องน้อยใจอะไรกัน แต่ก็พอเดาออก น่าจะเป็นเรื่องข่าวเมื่อคืนที่คุณทัพไปออกงานกับคุณเจ้าเอย แม้เธอจะแอบเชียร์คุณทัพกับลูกสาวคุณปลัดฯ กับคุณรำเพย เพื่อนสนิทของคุณธัญสินีอย่างคุณเจ้าเอย แต่ตอนนี้กลับสงสารผู้หญิงตัวเล็กตรงหน้า และดูเหมือนว่า คุณทัพจะให้ความสำคัญกับคนตรงหน้ามาก ๆ ปกติคุณธารทัพพ์เคยสนใจใครมากเป็นพิเศษแบบนี้ที่ไหน กับคุณเจ้าเอยเองก็เห็นทำหน้าที่เหมือนพี่ชายที่ดีเสมอ“ค่ะ” พราวนิชายื่นมือไปรับมือถือมาถือเอาไว้ ยกขึ้นแนบหูของตัวเองเพื่อคุยกับคนที่เธอยังไม่อยากคุยด้วย แต่ว่าก็ต้องคุย เธอรู้ว่าตัวเองกำลังทำนิสัยเหมือนเด็ก กำลังหนีปัญหา หนีความรู้สึกของตัวเอง เธอไม่รับสาย ไม่ตอบข้อความเขาตั้งแต่เมื่อวาน เก็บมือถือเอาไว้ในลิ้นชักนั่น(พราว)เสียงเรียกชื่อกันเบา ๆ ผ
ตอนที่ 21“พี่ทัพ”ธารทัพพ์เงยหน้าจากหน้าจอมือถือของตัวเอง เงยหน้าขึ้นสบตาผู้หญิงตรงหน้าเขา ก่อนจะค่อย ๆ ส่งยิ้มบางเบาไปให้คนที่ไม่ได้เจอหน้ากันมานาน ตอนนั้นคนตรงหน้าเขายังอยู่ในชุดนักเรียนมัธยมปลายอยู่เลย ตอนนี้กลับโตมากกว่าเดิมแล้ว เวลาผ่านไปตั้งหลายปีแล้วนี่เนอะ ที่เขากับคนตรงหน้าไม่ได้เจอหน้ากัน“รอนานไหมคะ”“ไม่นาน”“ตอนแรกเจ้าเอยคิดว่าทักคนผิดเสียอีก” รอยยิ้มสวยส่งไปให้ผู้ชายที่ยืนหน้านิ่งตรงหน้ากัน ไม่โกรธที่เมื่อวันก่อน เขาส่งแค่ลูกน้องของตัวเองไปรับเธอที่สนามบิน“ไปเลยไหม”“ค่ะ” คนตรงหน้าเธอ เขาก็ยังเหมือนเดิม หล่อกว่าเดิมนิดหน่อย เพราะความจริงธารทัพพ์ก็เป็นคนหล่ออยู่แล้ว แต่ว่าไม่ได้เจอหน้ากันนาน พี่ชายที่แสนดีคนนั้นกลับเป็นคนเย็นชาได้ขนาดนี้กัน น่าจะเพราะเราเริ่มโตขึ้น ไม่ได้เป็นเด็กที่วิ่งเล่นด้วยกันเหมือนอย่างวันวานแล้ว เจ้าเอยรีบเดินให้ทันคนตัวสูงที่เดินไม่รอกันเข้าไปภายในห้องของโรงแรมที่ใช้สำหรับจัดงานเลี้ยงงานแต่งงาน งานแต่งของคนรู้จักของแม่ แต่แม่กับพ่อลงมากรุงเทพฯ ไม่ได้ เธอเลยต้องเป็นคนมาแสดงความยินดีแทนพวกท่าน ดีหน่อยที่ธารทัพพ์ยอมมาเป็นเพื่อนเธอ เพราะคำขอร้องจากคุ
ตอนที่ 20(หนูเจ้าเอยกลับมาแล้ว พรุ่งนี้ทัพช่วยไปรับน้องที่สนามบินหน่อยได้ไหม)“ผมไม่ว่างครับ”(จะไม่ลองเปิดโอกาสให้ตัวเองเลยหรือไง แม่เลือกน้องเพราะเมื่อก่อนเราชอบน้องมากไม่ใช่หรือไง) นั่นมันตั้งแต่สิบ ยี่สิบปีที่แล้ว ตอนนั้นเขาก็ยังเป็นเด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง เขาเอ็นดูเจ้าเอยเหมือนน้องสาว แล้วอะไรนะ ที่ทำให้แม่เขาคิดว่าเขาชอบ เจ้าเอยคือลูกสาวเพื่อนแม่ ลูกสาวคุณน้ารำเพย เจ้าเอยเป็นเพื่อนวัยเด็กกับเขาและแทนไทมาตั้งแต่จำความได้ อายุห่างกับเขาห้าปี ตอนนี้อีกคนก็น่าจะเรียนจบปริญญาโทแล้ว เขาเองก็จำไม่ได้แล้ว ว่าเขากับเจ้าเอยได้เจอกันนานแค่ไหนแล้ว(ตาทัพ)“ผมมีเมียมีลูกแล้วนะครับ” ธารทัพตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ แต่ดูจริงจัง เขาคิดว่าแม่จะล้มเลิกความตั้งใจของตัวเองแล้วเสียอีก คำว่าเมีย คำว่าลูกที่เขาพูดออกไป มันมาจากความรู้สึกของเขา ความรู้สึกของเขาจริง ๆ แม่เจ้าจิ๋วเป็นเมียเขา คนมีอะไรกันจนมีลูกด้วยกัน ก็ต้องเรียกว่าเมียถึงจะถูก แม้จะได้กันแค่ครั้งเดียวก็เถอะ เจ้าจิ๋วก็เป็นลูกเขา ถ้าเขาไป แม่เจ้าจิ๋วรู้ เธอก็น่าจะไม่สบายใจ เดี๋ยวก็เอาข้อตกลงของเรามาพูดอีก เขาไม่อยากให้มีข้อตกลงอะไรระหว่างเธ







