تسجيل الدخولตอนที่ 25
หมอที่ดีที่สุดที่เพื่อนแนะนำมา กลับเป็นหมอผู้ชาย ธารทัพพ์นั่งถอนหายใจออกมาน้อย ๆ มองใบหน้าเล็กของคนที่ไม่ยอมคุยกันตั้งแต่ตื่นขึ้นมา เมื่อคืนเขาไม่ได้ตั้งใจ แต่จะว่าไม่ได้ตั้งใจไม่ได้หรอก เพราะเขาตั้งใจที่จะจูบเธอ อยากจูบแม่เจ้าจิ๋วทุกวัน แค่คิด หัวใจของเขา มันก็เริ่มสั่นไหวเหมือนเด็กหนุ่มที่กำลังเริ่มลองหัดจูบครั้งแรก
“มองอะไรคะ”
“มองไม่ได้”
ปากเล็กยื่นออกมาน้อย ๆ ตัดบทสนทนากับคนที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงด้วยการหยิบหนังสือออกจากกระเป๋าขึ้นมาอ่านรอเข้าห้องตรวจ ไม่อยากมองหน้าเขา ไม่อยากคุยกับเขา เพราะยิ่งมองหน้าเขา ใบหน้าของเธอ มันยิ่งร้อนวูบวาบ หวั่นไหว ทำให้เธอคิดถึงเรื่องเมื่อคืน ริมฝีปากเล็กขบเม้มเข้าหากันน้อย ๆ เมื่อรู้สึกว่าอีกคนขยับเข้ามาใกล้กัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่าสัมผัสลงมาที่ใบหูและลำคอ
“ทำอะไรคะ” ว่าที่คุณแม่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตกใจน้อย ๆ มองซ้ายมองขวา กลัวว่าคนอื่นจะมองเราสองคนไม่ดี
“เวียนหัวครับ” ใบหน้าหล่อซบลงบนไหล่เล็กของแม่เจ้าจิ๋ว โดยไม่ขออนุญาต เพราะอยากอยู่ใกล้ ๆ อยากได้กลิ่นของแม่เจ้าจิ๋ว ถ้าไม่งั้น เขาต้องเวียนหัวและอยากอาเจียนออกมาแน่ ๆ
“คุณทัพ”
“นิดเดียวครับ” หัวใจเต้นแรงอีกครั้ง เมื่อเขายังคงลงท้ายคำพูดของตัวเองด้วยคำว่า ครับ บ้าไปแล้ว ! มันเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่ ทำไมผู้ชายนิ่ง ๆ อย่างคุณธารทัพพ์ ถึงได้เปลี่ยนไปจนเธอเองก็ตั้งตัวไม่ทัน แม้เขาจะไม่ได้พูดว่าชอบเธอเมื่อวันนั้น แต่การกระทำบางอย่างของเขา สายตาของเขา มันกลับทำให้เธอเริ่มคิดเข้าข้างตัวเองไปหมดแล้ว
“พราว”
“คะ ?”
“เรามาจด…”
“คุณพราวนิชา คุณหมอเชิญเข้าห้องตรวจค่ะ” ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดต่อ คุณพยาบาลก็เอ่ยเรียกว่าที่คุณแม่เข้าห้องตรวจเสียก่อน ธารทัพพ์ขยับตัวนั่งตัวตรง ยื่นมือไปดึงกระเป๋าในมือของว่าที่คุณแม่มาถือเอาไว้ ก่อนจะลุกขึ้นยืน แล้วยื่นมือไปให้คนที่เอาแต่มองหน้ากัน
“พาเจ้าจิ๋วไปหาหมอเร็ว”
ไม่รู้ว่าทำไมกัน เพียงแค่คำพูดของเขากับมือของเขาที่ยื่นมาให้กัน มันก็ทำให้หัวใจของเธออบอุ่น แบบอบอุ่นมาก ๆ มือเล็กยื่นไปวางลงบนมือหนา ให้เขาจับจูงมือกันเข้าไปในห้องตรวจ รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เจอเจ้าจิ๋วอีกแล้ว ไม่รู้ว่าเดือนนี้เจ้าจิ๋วจะเป็นยังไงบ้างนะ จะโตขึ้นอีกนิดหรือยัง
เปลี่ยนคุณหมอบ่อยจริง ๆ นะ เจ้าจิ๋วของแม่
ว่าที่คุณแม่ยกยิ้มลูบหน้าท้องตัวเองไปมา เมื่อเข้ามานั่งในห้องตรวจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มให้กับคุณหมอ เขายังดูหนุ่มมาก ๆ แต่กลับมีชื่อเสียงมาก ๆ อีกด้วย ที่ต้องย้ายมาหาคุณหมอที่นี่แทนกลับกรุงเทพฯ เพราะคุณธัญสินี ท่านไม่อยากให้เดินทางบ่อย ๆ แถมยังบอกว่าหมอที่นี่เก่ง ๆ เยอะเต็มไปหมด ดวงตาคู่สวยมองนายแพทย์หนุ่มที่นั่งส่งยิ้มให้กัน แต่ทว่ารอยยิ้มของเธอกลับหุบลง เมื่อมือหนาของคนที่ยังจับมือกันบีบมือเธอแน่นขึ้น จนต้องเงยหน้ามองสบตาคนที่นั่งลงข้าง ๆ กัน
“อะไรคะ”
“ห้ามยิ้ม” เสียงกระซิบเบา ๆ จากคนที่นั่งอยู่ข้างกันแทบทำให้ว่าที่คุณแม่หลุดยิ้มออกมา แต่ว่าต้อง ฮึบ ! เอาไว้ ไม่อยากให้คุณเขาเสียหน้า
“สวัสดีครับ”
“สวัสดีค่ะ” มือเล็กดึงและกระตุกมือหนาเบา ๆ เพื่อให้คนหน้านิ่งส่งยิ้มทักทายคุณหมอ ไม่อยากให้พ่อเจ้าจิ๋วถูกมองไม่ดี
“สวัสดีครับ”
คุณหมอส่งยิ้มบางเบาให้กับว่าที่คุณพ่อ ก่อนจะก้มลงอ่านไปสมุดเล่มเล็กและรายละเอียดน้ำหนัก ความดันของว่าที่คุณแม่ที่อยู่ในมือของตัวเอง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาว่าที่คุณแม่
“ครบสามเดือนพอดีเลยนะครับ ในช่วงนี้คุณแม่มีอาการแพ้ท้องบ้างไหมครับ”
“ไม่มีค่ะ”
“น้ำหนัก ความดัน ทุกอย่างกำลังดีเลยนะครับ แต่พยายามควบคุมของหวานนิดหน่อยนะครับ”
“ค่ะ” อาจจะเป็นเพราะช่วงนี้ เธออยากกินอะไรหวาน ๆ ตลอดเวลา ต่างจากที่เคยได้ยินมาเลย ว่าคนท้องมักจะอยากกินของเปรี้ยว แต่เธอกลับไม่อยากกินของพวกนั้นเลย
“ถ้าอย่างนั้น เรามาดูน้องกันนะครับ” คุณหมอยิ้มรับก่อนจะหันไปพยักหน้าให้คุณพยาบาลที่ยืนอยู่จัดเตรียมอุปกรณ์เพื่ออัลตราซาวนด์ ว่าที่คุณแม่ขยับลุกขึ้นเดินตามคุณพยาบาลอย่างคุ้นเคย สองเดือนที่ผ่านมาทำให้เริ่มชิน เริ่มรู้ว่ามาหาหมอทุกเดือนต้องทำอะไร ไม่เหมือนครั้งแรกที่มันรู้สึกอึดอัด ทำอะไรไม่ถูกไปหมด
“ปล่อยมือก่อนค่ะ” มือเล็กพยายามดึงมือของตัวเองออก แต่ว่าคนหน้านิ่งกลับเอาแต่มองหน้ากัน
“คุณทัพ” จนเธอต้องขยับเข้าไปเรียกเขาใกล้ ๆ
ธารทัพพ์ถอนหายใจออกมาน้อย ๆ ก่อนจะยอมปล่อยมือเล็กของแม่เจ้าจิ๋ว ขยับเดินไปยืนข้าง ๆ เตียงอีกฝั่ง เมื่อคนตัวเล็กนอนลงบนเตียงเรียบร้อย เดินไปจับมือเล็กเอาไว้อีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ เพราะอาการหวง แต่เป็นเพราะเขาตื่นเต้นและรู้ว่าแม่เจ้าจิ๋วเองก็คงตื่นเต้นไม่แพ้กัน
การกระทำของว่าที่คุณพ่อ ผู้ชายใบหน้าหล่อ เรียกให้คุณหมอกับคุณพยาบาลส่งยิ้มให้กันด้วยความเอ็นดู ทั้งว่าที่คุณพ่อและว่าที่คุณแม่ที่ดูสวยหล่อเหมาะสมกัน เด็กที่ออกมาต้องน่ารักมากแน่ ๆ
“ระหว่างช่วงสามเดือนหรือประมาณสิบสองสัปดาห์ ตอนนี้น้องมีขนาดตัวประมาณสี่ถึงเก้าเซนฯ นะครับ” คุณหมอชี้นิ้วลงบนหน้าจอเพื่อให้ว่าที่คุณแม่และคุณพอดู “หรือเท่ากับลูกมะนาว น้ำหนักน้องตอนนี้น่าจะสี่สิบกรัม ถือว่าตัวโตเร็วมากเลยนะครับ
หัวใจดวงน้อยเต้นรัว เมื่อมองภาพตรงนั้น เจ้าจิ๋วของเธอเริ่มตัวโตขึ้นแล้ว เริ่มเห็นเป็นรูปเป็นร่างแล้วสินะ
“ตอนนี้อวัยวะสำคัญ ๆ กำลังพัฒนาอย่างเต็มที่ อย่างหัวใจน้องตอนนี้ก็เริ่มเต้นจนเห็นได้ชัดแล้ว ตรงนี้นะครับ” คุณหมอชี้ให้ดูจุดเล็ก ๆ ที่กำลังขยับเบา ๆ แต่ภาพบนหน้าจอนั่นกลับทำให้หัวใจของคนที่ยืนนิ่งมาตลอดให้เต้นรัวแรงกว่าหัวใจดวงเล็กของเจ้าจิ๋วเสียอีก
ดูตัว ดูแขน ดูขาเล็ก ๆ นั่นสิ
เล็กจิ๋วเหมือนอย่างที่แม่เจ้าจิ๋วชอบเรียกเลย มุมปากหนายกยิ้มน้อย ๆ ให้กับสิ่งที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่บนหน้าจอ
“เซลล์สมองของน้องกำลังแบ่งตัว คุณแม่กับคุณพ่อสามารถพูดคุยหรือสัมผัสน้องผ่านทางหน้าท้องบ่อย ๆ เพื่อสร้างความคุ้นเคยได้นะครับ หรือจะเปิดเพลง อ่านหนังสือให้น้องฟังได้เลยนะครับ” คุณหมอส่งยิ้มบางเบาให้กับคนทั้งสองที่กำลังจับจ้องมองภาพนั้นด้วยดวงตาเป็นประกายแห่งความสุข นาน ๆ ครั้งที่คนเป็นหมอจะได้เห็นแววตาของพ่อกับแม่ที่เป็นประกายแบบนี้
“ช่วงนี้คุณแม่ทานพักและผลไม้เยอะ ๆ นะครับ ยาบำรุงที่คุณหมอให้ไปก็ต้องทานควบคู่กันด้วยนะครับ เพราะทั้งอาหารและยาจะเข้าไปช่วยบำรุงร่างกายน้อง”
“ค่ะ แล้วมีอาหารอะไรที่คนท้องห้ามทานไหมคะ”
“อืม ไม่มีนะครับ ของรสจัด รสหวาน ทานได้ แต่ก็ต้องเป็นในปริมาณที่พอดี ช่วงท้องอยากทานอะไรก็ทานได้เลยนะครับ เพราะหลังคลอดอาจจะมีอาหารที่ทานไม่ได้”
“ค่ะ” พราวนิชายิ้มรับก่อนจะค่อย ๆ ขยับตัวลุกขึ้น เมื่อคุณพยาบาลเช็ดหน้าท้องทำความสะอาดเจลอัลตราซาวนด์ออกให้พร้อมกับช่วยประคองให้ลุกขึ้นนั่งและพาไปนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิม โดยมีผู้ชายตัวสูงเดินตามมานั่งลงข้าง ๆ กันเหมือนเดิม
“คุณพ่อกับคุณแม่มีเรื่องสงสัยจะสอบถามอีกไหมครับ”
“ไม่…”
“มีครับ” คำว่า ไม่มีค่ะ ของพราวนิชาถูกกลบด้วยเสียงของผู้ชายที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ช้อนสายตามองพ่อเจ้าจิ๋ว
คุณหมอยิ้มรับ พยักหน้าเหมือนต้องการบอกให้ว่าที่คุณพ่อถามออกมาได้เลย
“เรื่อง… เรื่องเพศสัมพันธ์”
“คุณทัพ!” คนนั่งฟังหลุดเรียกชื่อคนถามเสียงดังนิดหน่อยพร้อมกับดึงแขนเสื้อผู้ชายตัวสูงหน้านิ่งที่ถามคำถามอะไรออกมาก็ไม่รู้ ใบหน้าเล็กร้อนวูบวาบไปหมด เมื่อเงยหน้าสบตาคุณหมอกับคุณพยาบาลที่อมยิ้มส่งมาให้กัน
“สักช่วงสี่เดือนหรือห้าเดือนก็สามารถมีได้ครับ แต่ว่าควรใช้ท่าที่อึดอัดน้อยที่สุด…”
“พะ พราวออกไปรอข้างนอกนะคะ” ว่าที่คุณแม่พรวดพราดลุกขึ้น แล้วรีบเดินออกจากห้องตรวจด้วยใบหน้าเห่อร้อน ทั้งเขิน ทั้งอาย จนเธอไม่สามารถที่จะอยู่ฟังจนคุณหมอพูดจนจบได้
“เป็นอะไร”
พราวนิชาหันไปมองคนที่นั่งอยู่ในรถข้าง ๆ กัน แต่เธอไม่ตอบคำถามของเขา ได้แต่สะบัดหน้าแล้วหันหน้าหนีคนที่เอาแต่ยิ้มใส่กัน เหมือนพอใจที่เธอเป็นแบบนี้ คนบ้า ! เขามันบ้าที่สุดที่ทำให้เธอเขินและอายขนาดนี้ แล้วเดือนหน้าเธอจะกล้ามาพบคุณหมอคนนี้ที่นี่ได้อีกยังไงกัน
“อ๊ะ ! คุณทัพ มาบีบแก้มพราวทำไมเนี่ย” คนที่พยายามหันหน้าหนีต้องรีบหันไปต่อว่าคนที่อยู่ ๆ ก็ยื่นมือมาดึงแก้มกัน
“เด็กขี้งอน”
“พราวไม่ใช่เด็กเสียหน่อย”
สายตาคู่คมจ้องนิ่ง มองคนตัวเล็ก แม่เจ้าจิ๋วที่กำลังนั่งหน้างอเถียงกัน มองสำรวจชุดที่เธอใส่ในวันนี้ น่ารักเหมาะกับแม่เจ้าจิ๋วดี น่าจะเป็นชุดที่แม่ของเขาซื้อให้ มันน่าน้อยใจจริง ๆ พอเป็นแม่เขาให้อะไร เธอก็รับหมด พอเขาให้ก็ไม่อยากจะรับ สำรวจมองใบหน้าสวยที่ถูกแต่งเติมเครื่องสำอางลงเป็นเล็กน้อย เลื่อนลงไปมองริมฝีปากเล็กที่เคลือบเอาไว้ด้วยลิปสติกสีสวย เหมือนทุกอย่างที่มันเป็นเธอ เรียกให้เขาขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ ๆ ใบหน้าเล็กน่ารักนั่น จับปลายคางเล็กเอาไว้ ก่อนที่อีกคนจะรีบหันหน้าหนีกัน นิ้วโป้งลูบไล้ปากนุ่มนั่นไปมาเบา ๆ ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้อีกนิด ก่อนจะจูบลงบนปากนุ่มนิ่มอย่างที่หัวใจขอและความต้องการของเขา มันกำลังเรียกร้อง
“คุณทะ… อื้อ~~”
เสียงเรียกเขาถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่ออีกคนโน้มใบหน้ามาจูบกัน
“อือ ไม่ใช่เด็กจริงด้วย”
นิ้วโป้งเกลี่ยเช็ดรอยลิปสติกที่เลอะออกนิดหน่อยจากมุมปากเล็กพร้อมกับคำพูดและรอยยิ้มที่เรียกเสียงหัวใจของว่าที่คุณแม่ให้เต้นแรง เธอพูดไม่ออก แสดงสีหน้าไม่ถูกว่าต้องแสดงสีหน้าออกไปแบบไหน แต่รู้เพียงแค่ว่า เธอเขินเขาจนตัวจะแตกอยู่แล้ว
“อยากไปไหนอีกไหม”
“มะ ไม่ค่ะ พราวอยากกลับเลย”
“งั้นแวะไปที่หนึ่งกับผมก่อนได้ไหม ไปทำข้อตกลงเรื่องของเรา”
ใบหน้าเล็กเอียงใบหน้าน้อย ๆ ไปมองคนที่บอกกัน แต่เขาทำเพียงยักคิ้วแล้วหันกลับไปขับรถต่อ ข้อตกลงอะไร ? เรื่องของเรา มันยังต้องมีข้อตกลงเพิ่มอีกเหรอ ใบหน้าเล็กเศร้าลงน้อย ๆ ก้มมองมือของตัวเองที่กำลังบีบเข้าหากัน พยายามไม่คิดมาก แต่มันกลับคิดไปแล้ว หัวใจที่ฟองฟูก่อนหน้าค่อย ๆ ห่อเหี่ยวลง
ตอนที่ 25หมอที่ดีที่สุดที่เพื่อนแนะนำมา กลับเป็นหมอผู้ชาย ธารทัพพ์นั่งถอนหายใจออกมาน้อย ๆ มองใบหน้าเล็กของคนที่ไม่ยอมคุยกันตั้งแต่ตื่นขึ้นมา เมื่อคืนเขาไม่ได้ตั้งใจ แต่จะว่าไม่ได้ตั้งใจไม่ได้หรอก เพราะเขาตั้งใจที่จะจูบเธอ อยากจูบแม่เจ้าจิ๋วทุกวัน แค่คิด หัวใจของเขา มันก็เริ่มสั่นไหวเหมือนเด็กหนุ่มที่กำลังเริ่มลองหัดจูบครั้งแรก“มองอะไรคะ”“มองไม่ได้”ปากเล็กยื่นออกมาน้อย ๆ ตัดบทสนทนากับคนที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงด้วยการหยิบหนังสือออกจากกระเป๋าขึ้นมาอ่านรอเข้าห้องตรวจ ไม่อยากมองหน้าเขา ไม่อยากคุยกับเขา เพราะยิ่งมองหน้าเขา ใบหน้าของเธอ มันยิ่งร้อนวูบวาบ หวั่นไหว ทำให้เธอคิดถึงเรื่องเมื่อคืน ริมฝีปากเล็กขบเม้มเข้าหากันน้อย ๆ เมื่อรู้สึกว่าอีกคนขยับเข้ามาใกล้กัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่าสัมผัสลงมาที่ใบหูและลำคอ“ทำอะไรคะ” ว่าที่คุณแม่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตกใจน้อย ๆ มองซ้ายมองขวา กลัวว่าคนอื่นจะมองเราสองคนไม่ดี“เวียนหัวครับ” ใบหน้าหล่อซบลงบนไหล่เล็กของแม่เจ้าจิ๋ว โดยไม่ขออนุญาต เพราะอยากอยู่ใกล้ ๆ อยากได้กลิ่นของแม่เจ้าจิ๋ว ถ้าไม่งั้น เขาต้องเวียนหัวและอยากอาเจียนออกมาแน่ ๆ“คุณทัพ”“นิดเดียวคร
ตอนที่ 24คุยกับใคร ? คิ้วหนาขยับเข้าหากันจนแทบจะเป็นปม เมื่อเปิดประตูห้องน้ำออกมา เห็นแม่เจ้าจิ๋วกำลังนั่งยิ้มให้กับมือถือ นิ้วเล็ก ๆ นั่นก็กดพิมพ์ข้อความไปด้วย ตั้งแต่กลับมา เธอพูดกับเขาแทบจะนับคำได้ และเราสองคนก็ยังไม่มีเวลาคุยกัน วันนี้ทั้งวัน เวลาของแม่เจ้าจิ๋วหมดไปกับการออกไปข้างนอกกับแม่ของเขา ไม่รู้ว่าไปทำอะไรมากัน แต่ดูเหมือนว่าผมนุ่มนั่นจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย ไหนจะชุดนอนนั่นอีก ชุดนอนที่เขาไม่เคยเห็นเธอใส่เลยตลอดเวลาอยู่ด้วยกันที่คอนโดฯ“เมื่อไรจะนอน”“คุณทัพง่วงก็นอนได้เลยค่ะ พราวมีงานต้องทำนิดหน่อย” พราวนิชาขยับลุกขึ้นยืน แล้วเดินตรงไปที่โต๊ะตรงมุมห้อง ที่เมื่อก่อนน่าจะเป็นโต๊ะทำงานของเจ้าของห้อง ตอนนี้ ตรงมุมนี้กลายเป็นโต๊ะทำงานของเธอ ก็ในเมื่อเขาเป็นคนบอกเองว่ายกห้องให้เธอแล้ว เธอก็เลยใช้ทุกอย่างให้เกิดประโยชน์ มือเล็กเปิดหน้าจอไอแพดขึ้นมา ก่อนจะเริ่มตอบข้อความลูกค้า งานที่เธอกำลังทำอยู่เป็นงานของเพื่อน งานแอดมินเพจขายครีมของเจนจิรา ความจริงเพื่อนจะจ้างคนอื่น แต่เธอขอให้เจนจิราจ้างตัวเธอเองแทน อยากมีรายได้ ไม่อยากอยู่เฉย ๆ อยากเก็บเงินค่าขนมเอาไว้ให้เจ้าจิ๋วคนถูกสั่งให้นอน
ตอนที่ 23มือของธารทัพพ์ลูบลงบนผมนุ่มของคนหลับเบา ๆ นั่งมองแม่เจ้าจิ๋วหลับแบบนี้มาเกือบสิบนาที แต่เขาพยายามทำทุกอย่างให้เงียบและเบาที่สุด เพื่อไม่ให้รบกวนเวลานอนของอีกคน หลังจากที่ได้รับการอนุญาตให้ลาพักร้อนจากคุณย่า เข้าประชุมเสร็จ เขาก็กลับไปเก็บของเล็กน้อยที่คอนโดฯ เจอคนที่เขาไม่ชอบหน้า อยากตะโกนใส่หน้ามันเหมือนกันว่า มันไม่มีวันเอาแม่เจ้าจิ๋วของเขาไปได้หรอกไม่มีวัน !ธารทัพพ์ค่อย ๆ แทรกตัวเข้าไปนอนในผ้าผืนเดียวกันกับคนขี้เซา ขยับเข้าไปกอดคนตัวเล็กเอาไว้ ดึงเธอเข้ามานอนซบอกกันเหมือนอย่างเคย พออยู่ใกล้แบบนี้ พอได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ แบบนี้ เขากลับรู้สึกว่าอาการที่เป็นอยู่ มันดีขึ้น ดีขึ้นมาก ๆ มากกว่าทุกอย่างที่อานัสสรรหามาให้เขาตลอดหนึ่งอาทิตย์กว่าที่ผ่านมา พอยิ่งสูดกลิ่นหอมอ่อน ๆ หวาน ๆ ละมุนนี่ ยิ่งทำให้ความเหนื่อยล้าและอ่อนเพลียตลอดหลายวันที่ผ่านมา มันเริ่มหายไป“อื้อ~~”ร่างเล็กขยับตัวไปมา เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกอึดอัดและหนักที่ช่วงเอว ดวงตาคู่สวยค่อย ๆ ขยับลืมตาขึ้นมา สิ่งแรกที่เห็นคืออ้อมกอดของผู้ชายคนหนึ่งและกลิ่นที่คุ้นเคย ใบหน้าเล็กค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองคนที่นอนกอดกันอยู่“คุ
ตอนที่ 22ก๊อก ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูหน้าห้องเรียกให้คนที่เอาแต่นั่งนิ่งอยู่บนเตียงนอนแล้วให้ลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูห้อง“คุณพราว คุณทัพโทร. มาค่ะ”“พราวยัง…”ว่าที่คุณแม่กำลังปฏิเสธ แต่ว่าป้าศรีกลับขยับเข้ามายื่นมือถือมาตรงหน้าพร้อมกับประโยคขอร้องน้อย ๆ“คุยกับคุณทัพสักนิดนะคะ” ป้าศรีส่งสายตาข้อร้อง ไม่รู้ว่าทั้งสองมีเรื่องน้อยใจอะไรกัน แต่ก็พอเดาออก น่าจะเป็นเรื่องข่าวเมื่อคืนที่คุณทัพไปออกงานกับคุณเจ้าเอย แม้เธอจะแอบเชียร์คุณทัพกับลูกสาวคุณปลัดฯ กับคุณรำเพย เพื่อนสนิทของคุณธัญสินีอย่างคุณเจ้าเอย แต่ตอนนี้กลับสงสารผู้หญิงตัวเล็กตรงหน้า และดูเหมือนว่า คุณทัพจะให้ความสำคัญกับคนตรงหน้ามาก ๆ ปกติคุณธารทัพพ์เคยสนใจใครมากเป็นพิเศษแบบนี้ที่ไหน กับคุณเจ้าเอยเองก็เห็นทำหน้าที่เหมือนพี่ชายที่ดีเสมอ“ค่ะ” พราวนิชายื่นมือไปรับมือถือมาถือเอาไว้ ยกขึ้นแนบหูของตัวเองเพื่อคุยกับคนที่เธอยังไม่อยากคุยด้วย แต่ว่าก็ต้องคุย เธอรู้ว่าตัวเองกำลังทำนิสัยเหมือนเด็ก กำลังหนีปัญหา หนีความรู้สึกของตัวเอง เธอไม่รับสาย ไม่ตอบข้อความเขาตั้งแต่เมื่อวาน เก็บมือถือเอาไว้ในลิ้นชักนั่น(พราว)เสียงเรียกชื่อกันเบา ๆ ผ
ตอนที่ 21“พี่ทัพ”ธารทัพพ์เงยหน้าจากหน้าจอมือถือของตัวเอง เงยหน้าขึ้นสบตาผู้หญิงตรงหน้าเขา ก่อนจะค่อย ๆ ส่งยิ้มบางเบาไปให้คนที่ไม่ได้เจอหน้ากันมานาน ตอนนั้นคนตรงหน้าเขายังอยู่ในชุดนักเรียนมัธยมปลายอยู่เลย ตอนนี้กลับโตมากกว่าเดิมแล้ว เวลาผ่านไปตั้งหลายปีแล้วนี่เนอะ ที่เขากับคนตรงหน้าไม่ได้เจอหน้ากัน“รอนานไหมคะ”“ไม่นาน”“ตอนแรกเจ้าเอยคิดว่าทักคนผิดเสียอีก” รอยยิ้มสวยส่งไปให้ผู้ชายที่ยืนหน้านิ่งตรงหน้ากัน ไม่โกรธที่เมื่อวันก่อน เขาส่งแค่ลูกน้องของตัวเองไปรับเธอที่สนามบิน“ไปเลยไหม”“ค่ะ” คนตรงหน้าเธอ เขาก็ยังเหมือนเดิม หล่อกว่าเดิมนิดหน่อย เพราะความจริงธารทัพพ์ก็เป็นคนหล่ออยู่แล้ว แต่ว่าไม่ได้เจอหน้ากันนาน พี่ชายที่แสนดีคนนั้นกลับเป็นคนเย็นชาได้ขนาดนี้กัน น่าจะเพราะเราเริ่มโตขึ้น ไม่ได้เป็นเด็กที่วิ่งเล่นด้วยกันเหมือนอย่างวันวานแล้ว เจ้าเอยรีบเดินให้ทันคนตัวสูงที่เดินไม่รอกันเข้าไปภายในห้องของโรงแรมที่ใช้สำหรับจัดงานเลี้ยงงานแต่งงาน งานแต่งของคนรู้จักของแม่ แต่แม่กับพ่อลงมากรุงเทพฯ ไม่ได้ เธอเลยต้องเป็นคนมาแสดงความยินดีแทนพวกท่าน ดีหน่อยที่ธารทัพพ์ยอมมาเป็นเพื่อนเธอ เพราะคำขอร้องจากคุ
ตอนที่ 20(หนูเจ้าเอยกลับมาแล้ว พรุ่งนี้ทัพช่วยไปรับน้องที่สนามบินหน่อยได้ไหม)“ผมไม่ว่างครับ”(จะไม่ลองเปิดโอกาสให้ตัวเองเลยหรือไง แม่เลือกน้องเพราะเมื่อก่อนเราชอบน้องมากไม่ใช่หรือไง) นั่นมันตั้งแต่สิบ ยี่สิบปีที่แล้ว ตอนนั้นเขาก็ยังเป็นเด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง เขาเอ็นดูเจ้าเอยเหมือนน้องสาว แล้วอะไรนะ ที่ทำให้แม่เขาคิดว่าเขาชอบ เจ้าเอยคือลูกสาวเพื่อนแม่ ลูกสาวคุณน้ารำเพย เจ้าเอยเป็นเพื่อนวัยเด็กกับเขาและแทนไทมาตั้งแต่จำความได้ อายุห่างกับเขาห้าปี ตอนนี้อีกคนก็น่าจะเรียนจบปริญญาโทแล้ว เขาเองก็จำไม่ได้แล้ว ว่าเขากับเจ้าเอยได้เจอกันนานแค่ไหนแล้ว(ตาทัพ)“ผมมีเมียมีลูกแล้วนะครับ” ธารทัพตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ แต่ดูจริงจัง เขาคิดว่าแม่จะล้มเลิกความตั้งใจของตัวเองแล้วเสียอีก คำว่าเมีย คำว่าลูกที่เขาพูดออกไป มันมาจากความรู้สึกของเขา ความรู้สึกของเขาจริง ๆ แม่เจ้าจิ๋วเป็นเมียเขา คนมีอะไรกันจนมีลูกด้วยกัน ก็ต้องเรียกว่าเมียถึงจะถูก แม้จะได้กันแค่ครั้งเดียวก็เถอะ เจ้าจิ๋วก็เป็นลูกเขา ถ้าเขาไป แม่เจ้าจิ๋วรู้ เธอก็น่าจะไม่สบายใจ เดี๋ยวก็เอาข้อตกลงของเรามาพูดอีก เขาไม่อยากให้มีข้อตกลงอะไรระหว่างเธ







