LOGINตอนที่ 24
คุยกับใคร ? คิ้วหนาขยับเข้าหากันจนแทบจะเป็นปม เมื่อเปิดประตูห้องน้ำออกมา เห็นแม่เจ้าจิ๋วกำลังนั่งยิ้มให้กับมือถือ นิ้วเล็ก ๆ นั่นก็กดพิมพ์ข้อความไปด้วย ตั้งแต่กลับมา เธอพูดกับเขาแทบจะนับคำได้ และเราสองคนก็ยังไม่มีเวลาคุยกัน วันนี้ทั้งวัน เวลาของแม่เจ้าจิ๋วหมดไปกับการออกไปข้างนอกกับแม่ของเขา ไม่รู้ว่าไปทำอะไรมากัน แต่ดูเหมือนว่าผมนุ่มนั่นจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย ไหนจะชุดนอนนั่นอีก ชุดนอนที่เขาไม่เคยเห็นเธอใส่เลยตลอดเวลาอยู่ด้วยกันที่คอนโดฯ
“เมื่อไรจะนอน”
“คุณทัพง่วงก็นอนได้เลยค่ะ พราวมีงานต้องทำนิดหน่อย” พราวนิชาขยับลุกขึ้นยืน แล้วเดินตรงไปที่โต๊ะตรงมุมห้อง ที่เมื่อก่อนน่าจะเป็นโต๊ะทำงานของเจ้าของห้อง ตอนนี้ ตรงมุมนี้กลายเป็นโต๊ะทำงานของเธอ ก็ในเมื่อเขาเป็นคนบอกเองว่ายกห้องให้เธอแล้ว เธอก็เลยใช้ทุกอย่างให้เกิดประโยชน์ มือเล็กเปิดหน้าจอไอแพดขึ้นมา ก่อนจะเริ่มตอบข้อความลูกค้า งานที่เธอกำลังทำอยู่เป็นงานของเพื่อน งานแอดมินเพจขายครีมของเจนจิรา ความจริงเพื่อนจะจ้างคนอื่น แต่เธอขอให้เจนจิราจ้างตัวเธอเองแทน อยากมีรายได้ ไม่อยากอยู่เฉย ๆ อยากเก็บเงินค่าขนมเอาไว้ให้เจ้าจิ๋ว
คนถูกสั่งให้นอนก่อนยังไม่ยอมนอน ธารทัพพ์เดินไปนั่งลงบนเตียง นั่งพิงหัวเตียงมองคนที่นั่งอยู่ไม่ไกล ก่อนจะหันไปมองมือถือที่ถูกวางเอาไว้บนโต๊ะหัวเตียง เสียงข้อความดังรัว ๆ เรียกความสนใจของเขาให้อยากหยิบมันขึ้นมาดู สายตาคู่คมเอาแต่จ้องมองชื่อและข้อความของใครบางคน ไอ้คนบางคนที่เขาไม่คิดว่า มันจะยังติดต่อแม่เจ้าจิ๋วอยู่อีก อดไม่ได้ที่จะเลื่อนหน้าจอ แต่มันกลับเลื่อนเข้าไปเปิดอ่านข้อความไม่ได้ เพราะหน้าจอล็อกเอาไว้ ต้องใส่รหัสผ่าน เขาไม่รู้ เดาไม่ถูก ว่าตัวเลขสี่หลักคือเลขอะไร
วันเกิดเหรอ ?
แต่ว่าพอใส่ตัวเลขลงไป มันกลับไม่ใช่ แล้วมันเลขอะไร
“ทำอะไรคะ”
คนที่กำลังจ้องมือถือในมือของตัวเอง เงยหน้าขึ้นมาสบตาเจ้าของมือถือที่ไม่รู้ว่า เดินมาหยุดอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไร
“พราวขอมือถือคืนด้วยค่ะ”
“คุณทัพ” มือเล็กยื่นไปตรงหน้าคนที่ไม่ยอมคืนมือถือให้กันเสียที เขาเอาแต่จ้องหน้ากันเหมือนมีเรื่องไม่พอใจ เธอควรที่จะไม่พอใจเขามากกว่าไหม ที่แอบดูมือถือของเธอ ไม่รู้ว่ายัยเพื่อนตัวดีอย่างเจนจิราส่งข้อความแซวอะไรแปลก ๆ มาหรือเปล่า เธอกลัว กลัวเขารู้ว่า เธอเอาเขาไปนินทาให้เพื่อนฟัง
“มือถือค่ะ” เธออยากได้มือถือ แต่ว่าสิ่งที่เขาวางลงบนมือของเธอกลับเป็นมือของเขา พอจะดึงออก เขาก็จับมือเธอเอาไว้เสียแน่น จ้องหน้ากันนิ่งกว่าเดิมเสียอีก
“คุณทัพ !”
“กล้าดุเหรอ ไม่ได้เจอกันแค่เดือนเดียว กล้าดุ” คิ้วหนาขยับขึ้นมองใบหน้าเล็ก
“คุณทัพก็ปล่อยสิคะ พราวจะไปทำงาน”
“งานอะไร” คิ้วหนาขยับขึ้น ให้บัตรไว้ก็ไม่ยอมใช้ แถมยังจะทำงานอีก มันน่าจับตีก้นไหมแบบนี้ ชอบทำให้ตัวเองเหนื่อย เด็กดื้อ !
“เป็นแอดมินตอบข้อความในเพจให้เพื่อนค่ะ”
จากที่อยากจะโวยวายออกมา แต่คิดว่าไม่เอาดีกว่า เขาโตแล้ว โตกว่าคนตรงหน้าตั้งเยอะ จะมางอนงี่เง่าเหมือนเด็กไม่ได้ แม้ใจจะแอบไม่พอใจหงุดหงิดกับข้อความที่เห็นมากแค่ไหนก็ตาม พยายามสงบสติอารมณ์ของตัวเองเอาไว้ ก่อนจะดึงคนที่เอาแต่ยืนจ้องหน้ากัน ดึงแค่เบา ๆ อีกคนก็ล้มลงมานั่งลงบนตักของเขาแล้ว รีบใช้แขนทั้งสองข้างโอบเอวเล็กเอาไว้
“คุณทัพ”
“อย่าดิ้น” คนบนตักเอาแต่ดิ้นจนเขาต้องบอกเสียงดุ เพราะกลัวว่าแม่เจ้าจิ๋วจะตกเตียง ยิ่งเธอดิ้น เขายิ่งต้องกอดเอวเล็กเอาไว้แน่นกว่าเดิม แน่นจนเขารู้สึกและสัมผัสได้ว่าหน้าท้องที่เคยแบนราบ มันนูนขึ้นมาเล็ก ๆ จนสัมผัสได้
“ก็ปล่อยพราวสิคะ พราวจะไปทำงาน”
“ให้หมื่นหนึ่ง คุยกันก่อน”
“ไม่เอาค่ะ”
รีบปฏิเสธเลยนะ ธารทัพพ์ยกยิ้ม ส่ายหน้าไปมาให้กับความดื้อของอีกคน แต่ว่าฝ่ามือของเขากลับอยากลองสัมผัสหน้าท้องนูนนั่น นูนจนต้องลูบฝ่ามือของตัวเองบนหน้าท้องผ่านชุดนอนผ้าลื่นสีขาวไปมาเบา ๆ
“คุณ คุณทัพ ทำอะไรคะ”
จากที่กำลังพยายามพาตัวเองออกจากตักของเขาก็ต้องหยุดนิ่ง เพียงเพราะฝ่ามือของเขา สัมผัสแผ่วเบานั่น มันเย็นแปลก ๆ แล้วก็ค่อย ๆ รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
“อึดอัดไหม”
“คะ” ใบหน้าเล็กเอียงใบหน้าหันไปหาคนที่ถามกัน อึดอัดที่เขากอดอยู่เหรอ
“เจ้าจิ๋วทำให้อึดอัดไหม”
“มะ ไม่ค่ะ” ตาของเราที่สบตากัน มันเรียกเสียงหัวใจของเธอให้สั่นไหว สัมผัสของเขาที่ยังคงลูบหน้าท้องกัน มันทำให้วูบวาบหวั่นไหว แต่ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังหันหน้าหนีหลบสายตาร้อนแรงนั่นของเขา มือหนากลับจับปลายคางของเธอเอาไว้พร้อมกับโน้มใบหน้าลงมา ลงมาแตะริมฝีปากลงบนปากของเธอ
จูบสัมผัสแผ่วเบา แต่ทำเอาหัวใจของเธอเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ
จูบของเขา ไม่ใช่แค่จูบแผ่วเบาเหมือนอย่างทุกครั้ง แต่จูบครั้งนี้ มันกลับเรียกร้อง รู้สึกว่าหัวใจเต้นรัว ขณะที่ริมฝีปากของเขาค่อย ๆ สัมผัสกัน ความอบอุ่นจากจูบค่อย ๆ แผ่ซ่านจากริมฝีปากไปทั่วร่างกาย
“อื้อ” เสียงเล็กประท้วงน้อย ๆ เมื่อรู้สึกว่าตัวเองกำลังหายใจไม่ทัน เหมือนกับว่าเธอกำลังขาดอากาศหายใจ เพียงเพราะจูบของเขา
นิ้วโป้งลูบไล้ริมฝีปากเล็กเบา ๆ ไปมา จ้องดวงตาคู่สวยด้วยสายตาบอกความต้องการของตัวเอง สบตากลมโตลึกซึ้ง อ่อนหวาน ก่อนจะค่อย ๆ ยิ้มด้วยสายตาเอ็นดูให้คนที่เอาแต่นั่งมองหน้ากันพร้อมกับเสียงหอบหายใจน้อย ๆ
อยากทำมากกว่านี้ แต่ว่ากลัวแม่เจ้าจิ๋วจะตกใจกลัวกัน เขาเลยต้องค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไปดีกว่า วันนี้จูบมากกว่าเดิม มากกว่าทุกครั้ง ไม่นับครั้งแรกของเราที่เขาจำได้ว่า เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่เขาอยากจูบด้วย พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่
“มะ ไม่ต้องมายิ้มเลยค่ะ” มือเล็กตีลงบนไหล่กว้างของคนที่เอาแต่มองหน้าเธอด้วยรอยยิ้ม รอยยิ้มของเขามันทำให้หัวใจของเธอวูบวาบหวั่นไหว จนต้องรีบหลบสายตาอันตรายคู่นั้น สายตาที่เธอไม่เคยเห็นเขาใช้มองเธอสักครั้ง แล้วอะไรกันที่ทำให้เขามองเธอด้วยสายตาแบบนี้กัน
“ยิ้มก็ไม่ได้” คนเจ้าเล่ห์บ่นเบา ๆ แต่เขายังคงมีรอยยิ้มอยู่มุมปากนั่น
ปากเล็กยื่นออกน้อย ๆ เมื่อได้ยินคำพูดของคนที่เอาแต่นั่งกอดเอวเธอเอาไว้แน่น แน่นจนรู้สึกและสัมผัสได้ว่ามีอะไร นูน ๆ แข็ง ๆ ดันขึ้นมา ดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง หันไปมองคนที่เธอนั่งอยู่บนตักของเขา
“อะไร”
ธารทัพพ์ขยับคิ้วขึ้นพร้อมกับเอ่ยถามคนที่หันหน้ามาจ้องกัน ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างน้อย ๆ ใบหน้าเริ่มแดงจนเขาเห็นได้ชัดเจน น่าจะรู้แล้วว่าร่างกายของเขา มันเริ่มเปลี่ยน มันเริ่มทรมานมากขึ้น เพียงเพราะใบหน้าแดง ๆ เพียงเพราะกลิ่นหอมและจูบหวานละมุนนั่นของแม่เจ้าจิ๋ว
“ปะ ปล่อยพราวเลย”
“ยังไม่ได้คุย”
“พะ พราวง่วงแล้ว เอาไว้คุยพรุ่งนี้นะคะ” มือเล็กยื่นไปดันหน้าอกแกร่งของคนที่ขยับเข้ามาใกล้กันเอาไว้ ก่อนจะรีบขยับลุกขึ้นหนีแล้วรีบเดินกลับไปทิ้งตัวลงนอนอีกฝั่ง ดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มจนถึงลำคอ หลับตานิ่ง พยายามไม่คิดฟุ้งซ่านให้กับอะไรบางอย่างที่เธอเพิ่งนั่งทับนั่น
นี่เขา มีอารมณ์เหรอ
ใบหน้าเล็กส่ายหน้าไปมาเพื่อสลัดเอาความคิดฟุ้งซ่านของตัวเองออกไปให้หมด ทั้งที่ดวงตาคู่สวยยังคงหลับตาพริ้ม
วันนี้เธอคงไม่ได้ทำงาน ไม่ได้ตอบข้อความเพื่อน และไม่ได้เล่านิทานให้เจ้าจิ๋วฟัง
เพราะเขาเลย เพราะพ่อเจ้าจิ๋วคนเดียวเลย ! !
ทุก ๆ อย่าง ทุกการกระทำของแม่เจ้าจิ๋วอยู่ในสายตาของคนที่เอาแต่นั่งอยู่ที่เดิม นั่งยิ้มมองคนที่นอนส่ายหน้าไปมาด้วยรอยยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่เรียกว่าเอ็นดู ถ้าจะบอกว่า มันมีให้ผู้หญิงคนนี้คนเดียว แบบนั้นมันจะดูเกินไปไหม สายตาแบบนี้เขามองเธอครั้งแรก ไม่ใช่ตอนที่เราอยู่ด้วยกัน แต่เป็นตอนที่เขาเจอเธอครั้งแรก ครั้งแรกไม่ใช่บนเตียงนั่น แต่เป็นตอนที่เขาเผลอไปมองรอยยิ้มของผู้หญิงคนหนึ่ง รอยยิ้มที่กว้างและสดใส
เธอเป็นผู้หญิงที่แสนจะธรรมดาไม่ได้แต่งตัวดึงดูดสายตาอะไร แต่เธอกลับดึงดูดสายตาของเขาจนไม่อาจจะละสายตาไปไหน ได้แต่จับจ้องมองกลุ่มวัยรุ่นที่กำลังนั่งคุยกันอยู่ชั้นล่างของร้านเหล้า เธอคงไม่รู้ว่าถูกจับจ้องมองอยู่ จนกระทั่งเขาได้เจอเธออีกครั้งในคืนเดียวกันบนเตียงกว้างของโรงแรม ไม่รู้ว่าเป็นเพราะยาที่เขากินเข้าไป หรือเป็นเพราะผู้หญิงที่นอนอยู่บนเตียงนั่น เขาถึงได้ไม่หักห้ามความรู้สึกของตัวเอง
ยิ่งคิด ธารทัพพ์ก็เอาแต่นั่งยิ้มมองคนที่นิ่งไปแล้ว ไม่รู้ว่าหลับไปหรือยัง ใบหน้าหล่อชะโงกหน้าไปมองคนที่นอนหลับอยู่อีกฝั่งของเตียงกว้าง
“พราว”
“พราวครับ”
เขาโน้มใบหน้าลงกระซิบลงบนใบหูเล็ก เรียกซ้ำอีกครั้งอย่างแผ่วเบา แต่ว่าคนหลับก็น่าจะหลับจริง ๆ ธารทัพพ์ขยับเข้าไปใกล้ใบหน้าเล็กอีกหน่อย เลื่อนจมูกลงไปกดลงบนผมนุ่มแผ่วเบา สูดกลิ่นหอมอ่อน ๆ หวานละมุนนั่นเข้าปอด ก่อนจะผละออก เพราะถ้าขืนมากไปกว่านี้ มีหวังความอดทนของเขา มันคงได้ระเบิดออกมาแน่ ๆ ธารทัพพ์รีบขยับตัวลงจากเตียง รีบเดินเข้าห้องน้ำ เข้าไปปลดปล่อยอะไรบางอย่างที่มันเหมือนกำลังจะไม่ไหว ในระหว่างนี้ก็คงต้องใช้มือของตัวเองไปก่อน หวังว่าวันข้างหน้า ไม่ว่าจะอีกนานแค่ไหน แม่เจ้าจิ๋วจะยอมมอบความรู้สึกดีแบบคืนนั้นให้เขาอีก
แต่ทว่า... เขาไม่ได้อยากได้แค่ความรู้สึกแบบนั้น
ตอนที่ 25หมอที่ดีที่สุดที่เพื่อนแนะนำมา กลับเป็นหมอผู้ชาย ธารทัพพ์นั่งถอนหายใจออกมาน้อย ๆ มองใบหน้าเล็กของคนที่ไม่ยอมคุยกันตั้งแต่ตื่นขึ้นมา เมื่อคืนเขาไม่ได้ตั้งใจ แต่จะว่าไม่ได้ตั้งใจไม่ได้หรอก เพราะเขาตั้งใจที่จะจูบเธอ อยากจูบแม่เจ้าจิ๋วทุกวัน แค่คิด หัวใจของเขา มันก็เริ่มสั่นไหวเหมือนเด็กหนุ่มที่กำลังเริ่มลองหัดจูบครั้งแรก“มองอะไรคะ”“มองไม่ได้”ปากเล็กยื่นออกมาน้อย ๆ ตัดบทสนทนากับคนที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงด้วยการหยิบหนังสือออกจากกระเป๋าขึ้นมาอ่านรอเข้าห้องตรวจ ไม่อยากมองหน้าเขา ไม่อยากคุยกับเขา เพราะยิ่งมองหน้าเขา ใบหน้าของเธอ มันยิ่งร้อนวูบวาบ หวั่นไหว ทำให้เธอคิดถึงเรื่องเมื่อคืน ริมฝีปากเล็กขบเม้มเข้าหากันน้อย ๆ เมื่อรู้สึกว่าอีกคนขยับเข้ามาใกล้กัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่าสัมผัสลงมาที่ใบหูและลำคอ“ทำอะไรคะ” ว่าที่คุณแม่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตกใจน้อย ๆ มองซ้ายมองขวา กลัวว่าคนอื่นจะมองเราสองคนไม่ดี“เวียนหัวครับ” ใบหน้าหล่อซบลงบนไหล่เล็กของแม่เจ้าจิ๋ว โดยไม่ขออนุญาต เพราะอยากอยู่ใกล้ ๆ อยากได้กลิ่นของแม่เจ้าจิ๋ว ถ้าไม่งั้น เขาต้องเวียนหัวและอยากอาเจียนออกมาแน่ ๆ“คุณทัพ”“นิดเดียวคร
ตอนที่ 24คุยกับใคร ? คิ้วหนาขยับเข้าหากันจนแทบจะเป็นปม เมื่อเปิดประตูห้องน้ำออกมา เห็นแม่เจ้าจิ๋วกำลังนั่งยิ้มให้กับมือถือ นิ้วเล็ก ๆ นั่นก็กดพิมพ์ข้อความไปด้วย ตั้งแต่กลับมา เธอพูดกับเขาแทบจะนับคำได้ และเราสองคนก็ยังไม่มีเวลาคุยกัน วันนี้ทั้งวัน เวลาของแม่เจ้าจิ๋วหมดไปกับการออกไปข้างนอกกับแม่ของเขา ไม่รู้ว่าไปทำอะไรมากัน แต่ดูเหมือนว่าผมนุ่มนั่นจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย ไหนจะชุดนอนนั่นอีก ชุดนอนที่เขาไม่เคยเห็นเธอใส่เลยตลอดเวลาอยู่ด้วยกันที่คอนโดฯ“เมื่อไรจะนอน”“คุณทัพง่วงก็นอนได้เลยค่ะ พราวมีงานต้องทำนิดหน่อย” พราวนิชาขยับลุกขึ้นยืน แล้วเดินตรงไปที่โต๊ะตรงมุมห้อง ที่เมื่อก่อนน่าจะเป็นโต๊ะทำงานของเจ้าของห้อง ตอนนี้ ตรงมุมนี้กลายเป็นโต๊ะทำงานของเธอ ก็ในเมื่อเขาเป็นคนบอกเองว่ายกห้องให้เธอแล้ว เธอก็เลยใช้ทุกอย่างให้เกิดประโยชน์ มือเล็กเปิดหน้าจอไอแพดขึ้นมา ก่อนจะเริ่มตอบข้อความลูกค้า งานที่เธอกำลังทำอยู่เป็นงานของเพื่อน งานแอดมินเพจขายครีมของเจนจิรา ความจริงเพื่อนจะจ้างคนอื่น แต่เธอขอให้เจนจิราจ้างตัวเธอเองแทน อยากมีรายได้ ไม่อยากอยู่เฉย ๆ อยากเก็บเงินค่าขนมเอาไว้ให้เจ้าจิ๋วคนถูกสั่งให้นอน
ตอนที่ 23มือของธารทัพพ์ลูบลงบนผมนุ่มของคนหลับเบา ๆ นั่งมองแม่เจ้าจิ๋วหลับแบบนี้มาเกือบสิบนาที แต่เขาพยายามทำทุกอย่างให้เงียบและเบาที่สุด เพื่อไม่ให้รบกวนเวลานอนของอีกคน หลังจากที่ได้รับการอนุญาตให้ลาพักร้อนจากคุณย่า เข้าประชุมเสร็จ เขาก็กลับไปเก็บของเล็กน้อยที่คอนโดฯ เจอคนที่เขาไม่ชอบหน้า อยากตะโกนใส่หน้ามันเหมือนกันว่า มันไม่มีวันเอาแม่เจ้าจิ๋วของเขาไปได้หรอกไม่มีวัน !ธารทัพพ์ค่อย ๆ แทรกตัวเข้าไปนอนในผ้าผืนเดียวกันกับคนขี้เซา ขยับเข้าไปกอดคนตัวเล็กเอาไว้ ดึงเธอเข้ามานอนซบอกกันเหมือนอย่างเคย พออยู่ใกล้แบบนี้ พอได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ แบบนี้ เขากลับรู้สึกว่าอาการที่เป็นอยู่ มันดีขึ้น ดีขึ้นมาก ๆ มากกว่าทุกอย่างที่อานัสสรรหามาให้เขาตลอดหนึ่งอาทิตย์กว่าที่ผ่านมา พอยิ่งสูดกลิ่นหอมอ่อน ๆ หวาน ๆ ละมุนนี่ ยิ่งทำให้ความเหนื่อยล้าและอ่อนเพลียตลอดหลายวันที่ผ่านมา มันเริ่มหายไป“อื้อ~~”ร่างเล็กขยับตัวไปมา เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกอึดอัดและหนักที่ช่วงเอว ดวงตาคู่สวยค่อย ๆ ขยับลืมตาขึ้นมา สิ่งแรกที่เห็นคืออ้อมกอดของผู้ชายคนหนึ่งและกลิ่นที่คุ้นเคย ใบหน้าเล็กค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองคนที่นอนกอดกันอยู่“คุ
ตอนที่ 22ก๊อก ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูหน้าห้องเรียกให้คนที่เอาแต่นั่งนิ่งอยู่บนเตียงนอนแล้วให้ลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูห้อง“คุณพราว คุณทัพโทร. มาค่ะ”“พราวยัง…”ว่าที่คุณแม่กำลังปฏิเสธ แต่ว่าป้าศรีกลับขยับเข้ามายื่นมือถือมาตรงหน้าพร้อมกับประโยคขอร้องน้อย ๆ“คุยกับคุณทัพสักนิดนะคะ” ป้าศรีส่งสายตาข้อร้อง ไม่รู้ว่าทั้งสองมีเรื่องน้อยใจอะไรกัน แต่ก็พอเดาออก น่าจะเป็นเรื่องข่าวเมื่อคืนที่คุณทัพไปออกงานกับคุณเจ้าเอย แม้เธอจะแอบเชียร์คุณทัพกับลูกสาวคุณปลัดฯ กับคุณรำเพย เพื่อนสนิทของคุณธัญสินีอย่างคุณเจ้าเอย แต่ตอนนี้กลับสงสารผู้หญิงตัวเล็กตรงหน้า และดูเหมือนว่า คุณทัพจะให้ความสำคัญกับคนตรงหน้ามาก ๆ ปกติคุณธารทัพพ์เคยสนใจใครมากเป็นพิเศษแบบนี้ที่ไหน กับคุณเจ้าเอยเองก็เห็นทำหน้าที่เหมือนพี่ชายที่ดีเสมอ“ค่ะ” พราวนิชายื่นมือไปรับมือถือมาถือเอาไว้ ยกขึ้นแนบหูของตัวเองเพื่อคุยกับคนที่เธอยังไม่อยากคุยด้วย แต่ว่าก็ต้องคุย เธอรู้ว่าตัวเองกำลังทำนิสัยเหมือนเด็ก กำลังหนีปัญหา หนีความรู้สึกของตัวเอง เธอไม่รับสาย ไม่ตอบข้อความเขาตั้งแต่เมื่อวาน เก็บมือถือเอาไว้ในลิ้นชักนั่น(พราว)เสียงเรียกชื่อกันเบา ๆ ผ
ตอนที่ 21“พี่ทัพ”ธารทัพพ์เงยหน้าจากหน้าจอมือถือของตัวเอง เงยหน้าขึ้นสบตาผู้หญิงตรงหน้าเขา ก่อนจะค่อย ๆ ส่งยิ้มบางเบาไปให้คนที่ไม่ได้เจอหน้ากันมานาน ตอนนั้นคนตรงหน้าเขายังอยู่ในชุดนักเรียนมัธยมปลายอยู่เลย ตอนนี้กลับโตมากกว่าเดิมแล้ว เวลาผ่านไปตั้งหลายปีแล้วนี่เนอะ ที่เขากับคนตรงหน้าไม่ได้เจอหน้ากัน“รอนานไหมคะ”“ไม่นาน”“ตอนแรกเจ้าเอยคิดว่าทักคนผิดเสียอีก” รอยยิ้มสวยส่งไปให้ผู้ชายที่ยืนหน้านิ่งตรงหน้ากัน ไม่โกรธที่เมื่อวันก่อน เขาส่งแค่ลูกน้องของตัวเองไปรับเธอที่สนามบิน“ไปเลยไหม”“ค่ะ” คนตรงหน้าเธอ เขาก็ยังเหมือนเดิม หล่อกว่าเดิมนิดหน่อย เพราะความจริงธารทัพพ์ก็เป็นคนหล่ออยู่แล้ว แต่ว่าไม่ได้เจอหน้ากันนาน พี่ชายที่แสนดีคนนั้นกลับเป็นคนเย็นชาได้ขนาดนี้กัน น่าจะเพราะเราเริ่มโตขึ้น ไม่ได้เป็นเด็กที่วิ่งเล่นด้วยกันเหมือนอย่างวันวานแล้ว เจ้าเอยรีบเดินให้ทันคนตัวสูงที่เดินไม่รอกันเข้าไปภายในห้องของโรงแรมที่ใช้สำหรับจัดงานเลี้ยงงานแต่งงาน งานแต่งของคนรู้จักของแม่ แต่แม่กับพ่อลงมากรุงเทพฯ ไม่ได้ เธอเลยต้องเป็นคนมาแสดงความยินดีแทนพวกท่าน ดีหน่อยที่ธารทัพพ์ยอมมาเป็นเพื่อนเธอ เพราะคำขอร้องจากคุ
ตอนที่ 20(หนูเจ้าเอยกลับมาแล้ว พรุ่งนี้ทัพช่วยไปรับน้องที่สนามบินหน่อยได้ไหม)“ผมไม่ว่างครับ”(จะไม่ลองเปิดโอกาสให้ตัวเองเลยหรือไง แม่เลือกน้องเพราะเมื่อก่อนเราชอบน้องมากไม่ใช่หรือไง) นั่นมันตั้งแต่สิบ ยี่สิบปีที่แล้ว ตอนนั้นเขาก็ยังเป็นเด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง เขาเอ็นดูเจ้าเอยเหมือนน้องสาว แล้วอะไรนะ ที่ทำให้แม่เขาคิดว่าเขาชอบ เจ้าเอยคือลูกสาวเพื่อนแม่ ลูกสาวคุณน้ารำเพย เจ้าเอยเป็นเพื่อนวัยเด็กกับเขาและแทนไทมาตั้งแต่จำความได้ อายุห่างกับเขาห้าปี ตอนนี้อีกคนก็น่าจะเรียนจบปริญญาโทแล้ว เขาเองก็จำไม่ได้แล้ว ว่าเขากับเจ้าเอยได้เจอกันนานแค่ไหนแล้ว(ตาทัพ)“ผมมีเมียมีลูกแล้วนะครับ” ธารทัพตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ แต่ดูจริงจัง เขาคิดว่าแม่จะล้มเลิกความตั้งใจของตัวเองแล้วเสียอีก คำว่าเมีย คำว่าลูกที่เขาพูดออกไป มันมาจากความรู้สึกของเขา ความรู้สึกของเขาจริง ๆ แม่เจ้าจิ๋วเป็นเมียเขา คนมีอะไรกันจนมีลูกด้วยกัน ก็ต้องเรียกว่าเมียถึงจะถูก แม้จะได้กันแค่ครั้งเดียวก็เถอะ เจ้าจิ๋วก็เป็นลูกเขา ถ้าเขาไป แม่เจ้าจิ๋วรู้ เธอก็น่าจะไม่สบายใจ เดี๋ยวก็เอาข้อตกลงของเรามาพูดอีก เขาไม่อยากให้มีข้อตกลงอะไรระหว่างเธ







