تسجيل الدخولตอนที่ 22
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูหน้าห้องเรียกให้คนที่เอาแต่นั่งนิ่งอยู่บนเตียงนอนแล้วให้ลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูห้อง
“คุณพราว คุณทัพโทร. มาค่ะ”
“พราวยัง…”
ว่าที่คุณแม่กำลังปฏิเสธ แต่ว่าป้าศรีกลับขยับเข้ามายื่นมือถือมาตรงหน้าพร้อมกับประโยคขอร้องน้อย ๆ
“คุยกับคุณทัพสักนิดนะคะ” ป้าศรีส่งสายตาข้อร้อง ไม่รู้ว่าทั้งสองมีเรื่องน้อยใจอะไรกัน แต่ก็พอเดาออก น่าจะเป็นเรื่องข่าวเมื่อคืนที่คุณทัพไปออกงานกับคุณเจ้าเอย แม้เธอจะแอบเชียร์คุณทัพกับลูกสาวคุณปลัดฯ กับคุณรำเพย เพื่อนสนิทของคุณธัญสินีอย่างคุณเจ้าเอย แต่ตอนนี้กลับสงสารผู้หญิงตัวเล็กตรงหน้า และดูเหมือนว่า คุณทัพจะให้ความสำคัญกับคนตรงหน้ามาก ๆ ปกติคุณธารทัพพ์เคยสนใจใครมากเป็นพิเศษแบบนี้ที่ไหน กับคุณเจ้าเอยเองก็เห็นทำหน้าที่เหมือนพี่ชายที่ดีเสมอ
“ค่ะ” พราวนิชายื่นมือไปรับมือถือมาถือเอาไว้ ยกขึ้นแนบหูของตัวเองเพื่อคุยกับคนที่เธอยังไม่อยากคุยด้วย แต่ว่าก็ต้องคุย เธอรู้ว่าตัวเองกำลังทำนิสัยเหมือนเด็ก กำลังหนีปัญหา หนีความรู้สึกของตัวเอง เธอไม่รับสาย ไม่ตอบข้อความเขาตั้งแต่เมื่อวาน เก็บมือถือเอาไว้ในลิ้นชักนั่น
(พราว)
เสียงเรียกชื่อกันเบา ๆ ผ่านมือถือ เรียกให้หัวใจดวงน้อยของว่าที่คุณแม่เต้นแรง คิดว่าเขาจะโมโหหรือดุกันเสียอีก แต่ทว่าน้ำเสียงของเขา มันไม่เหมือนคนที่จะโกรธกันเลย โกรธที่เธอไม่รับสาย ไม่ตอบข้อความ
“คะ”
(ทำไมไม่รับสาย ไม่ตอบข้อความเลย)
(ไม่คิดถึงกันหรือไง)
“พราวรู้สึกได้เหรอคะ พราว…” มันพูดไม่ออก พอคิดว่าน้ำเสียงของเธอ มันดูประชดและดูน้อยใจเขา พราวนิชาก็ปิดปากเงียบ ไม่พูดอะไรออกไป
(แม่เจ้าจิ๋วครับ งอนอะไรอยู่ครับ)
ตึกตัก ตึกตัก
หัวใจดวงน้อยเต้นแรงให้กับน้ำเสียงที่เขาเอ่ยถามกัน ขนาดไม่ได้เห็นหน้าเขา หัวใจของเธอ มันก็สั่นไหวไปหมดแล้ว
“พราวขอเวลาหน่อยนะคะ ถ้าพราวดีขึ้นพราวจะโทร.กลับ”
สูดน้ำมูกที่มันไหลออกมาพร้อมกับเช็ดน้ำตาเล็กน้อย ก่อนจะบอกคนปลายสายไป เธอขอ ขอควบคุมความรู้สึกของตัวเองให้ได้ก่อนแล้วเธอจะกลับมาเป็นแม่เจ้าจิ๋วและเขาก็จะเป็นพ่อเจ้าจิ๋วเหมือนอย่างที่เราตกลงกันเอาไว้
“ป้าศรีคะ” มือเล็กยื่นมือถือกลับไปให้เจ้าของ “คุณทัพยังไม่วางสายนะคะ” เธอบอกป้าศรีอีกครั้งก่อนจะเดินกลับเข้าห้องของตัวเอง เธอยังไม่พร้อมที่จะเจอหน้าใครตอนนี้ กลัวว่าเห็นหน้าใครแล้ว น้ำตาเธอมันจะไหลออกมา
(ป้าศรีครับ)
“ค่ะคุณทัพ”
(ฝากป้าศรีทำน้ำส้มปั่นให้พราวหน่อยนะครับ)
“ค่ะคุณทัพ”
(ผมฝากดูพราวหน่อยนะครับ)
“ได้ค่ะ” ป้าศรีตอบรับเบา ๆ ก่อนอีกฝ่ายจะวางสายไป
วันนี้ธารทัพพ์แทบจะลุกจากเตียงไม่ไหว แต่เพราะหน้าที่และงานทำให้ธารทัพพ์พาตัวเองมานั่งที่โต๊ะทำงานได้ แม้จะร่างกายอ่อนเพลีย เนื่องมาจากอาการอาเจียนเมื่อเช้า ไม่รู้ว่าทำไมอาการแบบนี้ มันถึงได้กลับมาอีกแล้ว ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้าอาการของเขา มันเริ่มจะดีขึ้นแล้ว มือหนายกขึ้นกุมขมับตัวเอง นวดไปมาเบา ๆ คิดถึงกลิ่นหอมละมุนของแม่เจ้าจิ๋ว
…หรือว่าสิ่งที่อานัสพูดเมื่อวันนั้น มันจะคือเรื่องจริง เรื่อง แพ้ท้องแทนเมียนั่นน่ะ วันนั้นเขาไม่มีทางเชื่อเลย เพราะคนเราจะแพ้ท้องแทนกันได้เหรอ ได้ยังไง ไหนจะช่วงนี้ แม่เจ้าจิ๋วไม่มีอาการแพ้ท้องเลย
“คุณทัพครับ”
ดวงตาคู่คมลืมตาขึ้นมามองคนที่เดินเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงาน
“เอกสารการประชุมบ่ายนี้ครบแล้วครับ จะตรวจดูอีกครั้งไหมครับ”
ใบหน้าหล่อแต่ซีดกว่าปกติส่ายหน้าไปมาเบา ๆ เป็นคำตอบ คิดว่าอานัสคงจะตรวจสอบทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว
“นัท นายไปร้านคุณน้าปัด สั่งอาหารให้หน่อย แล้วก็ซื้อผลไม้อะไรก็ได้ที่เปรี้ยวมาด้วยนะ” ในปากของเขามันจืดไปหมด มันจืดจนรู้สึกอยากกินอะไรเปรี้ยว ๆ หรือรสจัดหน่อย ทั้ง ๆ ที่ปกติ เขาแทบจะไม่ติดอะไรพวกนี้เลย และอีกอย่างที่มันช่วยให้อาการของเขาดีขึ้น นั่นก็คงเป็นอาหารจากร้านของครอบครัวพราวนิชา ปกติเขาจะไปที่นั่นเกือบทุกวัน แต่วันนี้ร่างกายของเขา มันไม่ค่อยไหว และกลัวกลับมาไม่ทันประชุมช่วงบ่ายของวันนี้
“ยังไม่ดีขึ้นเหรอครับ”
“อืม”
“คุณหนูแกล้งคุณทัพหรือเปล่าครับ” อานัสพูดแซวเล่น ๆ แต่สายตาของธารทัพพ์กลับจับจ้องมองลูกน้องของตัวเอง ก่อนที่ดวงตาคู่คมจะอ่อนแสงลง เมื่อคิดถึงเจ้าจิ๋วที่อยู่ในท้องของคนที่กำลัง… เขาไม่รู้ว่าจะเรียกว่าอะไร โกรธหรืองอนกันนั่น
ถ้าเป็นอย่างที่อานัสพูด เจ้าจิ๋วก็แกล้งเขาแรงจริง ๆ หรือทำโทษเขาอยู่กันนะ ที่ทำให้แม่ตัวเองโกรธ
“ยิ้มอะไร”
“เปล่าครับ ผมไปก่อนนะครับ” ธารทัพพ์พยักหน้าตอบรับ เมื่อประตูห้องทำงานปิดลง เขาก็ค่อย ๆ หลับตา แต่ทว่าต้องลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อประตูถูกเคาะและคนที่เปิดเข้ามาคือคุณหญิงมันตรา คุณย่าของเขา ร่างหนาขยับนั่งตัวตรงเล็กน้อย ก่อนจะพยายามลุกขึ้น แต่อาการเวียนหัวทำให้เขาต้องนั่งลง
“ไม่ไหวก็ไม่ต้องลุกขึ้นหรอกตาทัพ เป็นไงบ้างลูก นัทบอกย่าว่าเราป่วย ย่าก็ไม่คิดว่าจะหนักแบบนี้”
คุณหญิงมันตราเดินเข้าไปหาหลานชายด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะแตะมือลงบนหน้าผาก เพื่อเช็กอาการของหลานชาย ถ้าอานัสไม่บอก ท่านก็คงไม่รู้ว่าหลานชายป่วยขนาดนี้ ป่วยแต่ก็ยังมาทำงาน ไม่ยอมบอกท่าน
“ตัวก็ไม่ร้อน ไปหาหมอหรือยัง”
“ไม่เป็นอะไรมากครับคุณย่า แค่เวียนหัวนิดหน่อยเท่านั้นครับ” คุณหญิงมันตรานิ่งเล็กน้อย มองหน้าหลานชายที่ดูซีดกว่าปกติ
“แพ้ท้องแทนเมียเหรอ”
“…นัทก็บอกว่าอย่างนั้นครับ คุณย่าว่ามีโอกาสเป็นไปได้ไหมครับ” ธารทัพพ์นิ่งคิดนิดหน่อย ก่อนจะถามผู้เป็นย่าที่อายุมากกว่า
คุณมันตรายิ้มน้อย ๆ ปกติหลานชายท่านเป็นคนฉลาด แต่กลับไม่รู้เรื่องแบบนี้ ท่านมองหลานชายด้วยความเอ็นดู ที่ผ่านมา หลานคนนี้ทำเพื่อท่านหลายอย่างหลายเรื่อง
“ย่าให้ลาพักร้อนหนึ่งเดือน”
“คุณย่าครับ แล้ว…”
“เดี๋ยวย่าจัดการเอง ระหว่างหนึ่งเดือนที่ทัพหยุด งานทั้งหมดของทัพก็ให้อานัสจัดการไปก่อน ส่วนเรื่องใหญ่ ๆ ย่าจะเข้ามาดูแลต่อจากเราเอง หรือไม่หยุด…”
“หยุดครับ” ถ้าเป็นก่อนหน้า เขาคงปฏิเสธ แต่ตอนนี้ร่างกายกับหัวใจของเขามันไม่ไหว ไปพัก ไปจัดการหัวใจของตัวเองก่อน แล้วเขาจะกลับมาจัดการทุกเรื่องที่นี่ เรื่องการยักยอกเงิน ปล่อยให้คนผิดได้ใจไปก่อน
“ขอบคุณนะครับคุณย่า” ยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณผู้เป็นย่าด้วยรอยยิ้ม
“จ้ะ แล้วอย่าลืมพาแม่ของเหลนย่ามาแนะนำด้วยนะ ย่าจะรอ”
“ครับ” คนเป็นหลานยิ้มรับน้อย ๆ ความจริงเขาก็ตั้งใจจะพาแม่เจ้าจิ๋วไปหาคุณย่าอยู่แล้ว แต่ทว่าแม่ของเขากลับมาพาตัวแม่เจ้าจิ๋วไปก่อน เอาไว้หลังจากอะไร ๆ ดีขึ้น เขาจะพาแม่เจ้าจิ๋วไปกราบท่านเองที่บ้าน
กล่องเก็บอาหารใบใสขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ถูกวางลงบนโต๊ะประชุม ทุกสายตาต่างจับจ้องมองท่านรองประธานก่อนจะเลื่อนสายตาไปมองหน้ากัน ไม่เคยเห็นคุณธารทัพพ์นำอะไรเข้ามากินในระหว่างประชุม แม้วันนี้จะเป็นการประชุมของหัวหน้าแต่ละแผนก ไม่ได้ประชุมใหญ่อะไร เมื่อก่อนท่านรองจะเคร่งครัดกับทุก ๆ เรื่อง แต่ทำไมวันนี้กลับมาแปลกกว่าทุกครั้ง แต่ไม่มีใครกล้าที่จะพูดอะไร แม้แต่เตวิชเองที่มีตำแหน่งเป็นถึงหัวหน้าฝ่ายการเงิน เพราะวันนี้ในห้องประชุมตรงหัวโต๊ะ มีคุณมันตราที่มีตำแหน่งใหญ่ที่สุดนั่งอยู่
“เอาล่ะ มาครบกันแล้วใช่ไหม เริ่มการประชุมได้เลยอานัส”
“ครับ” อานัสก้มหัวน้อย ๆ ให้กับคุณหญิงมันตรา ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วแจกเอกสารสำหรับการประชุม วันนี้เขามีหน้าที่ทำงานและอธิบายรายละเอียดต่าง ๆ แทนคนที่กำลังเปิดกล่องเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะ ก่อนจะใช้ไม้จิ้มอาหารสีสวย จิ้มชิ้นมะนาวที่ถูกหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ เข้าปากนั่น อาการแพ้ท้องของคุณทัพยังไม่หาย แต่ก็ยังดื้อที่จะเข้ารวมประชุมด้วย
ความเปรี้ยวของมะนาวที่เพิ่งเอาเข้าในปากทำให้อาการของเขาดีขึ้น มะนาวหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ ถูกแพ็กใส่กล่องมาอย่างดี เขาได้รับมาจากคุณน้า คุณยายของเจ้าจิ๋ว เมื่อตอนช่วงกลางวัน รู้สึกขอบคุณท่านมาก ๆ ที่ให้มันมา เพราะมันช่วยเขาได้มากจริง ๆ ตั้งแต่คุณย่าบอกว่าให้เขาลาพักร้อนได้ เขาแทบจะรีบออกจากห้องทำงาน แต่ทว่าหน้าที่ของเขามันยังไม่เสร็จ แม้คุณย่าจะบอกว่าจะเข้าประชุมแทนก็ตาม เขาอยากเข้าประชุม เพราะอยากมาดูหน้าพวกที่กำลังคิดว่าเขาทำอะไรได้ ทั้งเตวิชและก็วรรณาที่ดูจะมีความสุขกับเงินที่ยักยอกไป เขาไม่รู้ว่าอาวุธกับอาสะใภ้รู้เห็นกับเรื่องนี้ไหม แต่ถ้ารู้เห็น เขาก็คงต้องปรึกษาคุณย่าก่อน อยากให้คุณย่าท่านตัดสินใจเอาเองว่าจะทำยังไงกับคนผิด
เท้าของธารทัพพ์หยุดชะงัก เมื่อมีใครบางคนยืนขวางทางอยู่ตรงหน้า ดวงตาคู่คมค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมอง
ไอ้นี่อีกแล้ว
คิ้วหนาขยับเข้าหากัน ส่งสายตาไม่พอใจ ส่งไปให้อีกคนที่เอาแต่มองหน้าเขา แล้วไม่ยอมพูดอะไรออกมา
“มีอะไร”
“คุณจะเลือกน้องพราวหรือเปล่า”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนาย” คิ้วหนาขยับขึ้นจ้องมองคนที่ถามเขาด้วยคำถามนั้นเขม่น เป็นแค่รุ่นพี่ในมหาวิทยาลัยแล้วมีสิทธิ์อะไรมาอยากรู้เรื่องของแม่เจ้าจิ๋วกัน
“เพราะถ้าคุณไม่เลือกพราว ผมจะเลือกเธอเอง”
“นายไม่มีสิทธิ์นั้น”
ธารทัพพ์พูดออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ เย็น ๆ ก่อนจะเดินออกมา เขาไม่อยากไปสนใจคำพูดของเด็กนั่น แต่มันก็อดไม่ได้ มือหนาทุบลงบนพวงมาลัยรถในตอนที่เข้ามานั่งในรถหรูของตัวเอง ถอนหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด เขาไม่ชอบ ! โคตรจะไม่ชอบหน้าไอ้รุ่นพี่คนนี้ของพราวนิชาเลย เขารู้ว่ามันคิดอะไรกับคนของเขา แต่เขาไม่รู้ว่าแม่เจ้าจิ๋วเคยชอบมันไหม แล้วถ้าเคยชอบ ตอนนี้ยังชอบอยู่ไหม
ตอนที่ 25หมอที่ดีที่สุดที่เพื่อนแนะนำมา กลับเป็นหมอผู้ชาย ธารทัพพ์นั่งถอนหายใจออกมาน้อย ๆ มองใบหน้าเล็กของคนที่ไม่ยอมคุยกันตั้งแต่ตื่นขึ้นมา เมื่อคืนเขาไม่ได้ตั้งใจ แต่จะว่าไม่ได้ตั้งใจไม่ได้หรอก เพราะเขาตั้งใจที่จะจูบเธอ อยากจูบแม่เจ้าจิ๋วทุกวัน แค่คิด หัวใจของเขา มันก็เริ่มสั่นไหวเหมือนเด็กหนุ่มที่กำลังเริ่มลองหัดจูบครั้งแรก“มองอะไรคะ”“มองไม่ได้”ปากเล็กยื่นออกมาน้อย ๆ ตัดบทสนทนากับคนที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงด้วยการหยิบหนังสือออกจากกระเป๋าขึ้นมาอ่านรอเข้าห้องตรวจ ไม่อยากมองหน้าเขา ไม่อยากคุยกับเขา เพราะยิ่งมองหน้าเขา ใบหน้าของเธอ มันยิ่งร้อนวูบวาบ หวั่นไหว ทำให้เธอคิดถึงเรื่องเมื่อคืน ริมฝีปากเล็กขบเม้มเข้าหากันน้อย ๆ เมื่อรู้สึกว่าอีกคนขยับเข้ามาใกล้กัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่าสัมผัสลงมาที่ใบหูและลำคอ“ทำอะไรคะ” ว่าที่คุณแม่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตกใจน้อย ๆ มองซ้ายมองขวา กลัวว่าคนอื่นจะมองเราสองคนไม่ดี“เวียนหัวครับ” ใบหน้าหล่อซบลงบนไหล่เล็กของแม่เจ้าจิ๋ว โดยไม่ขออนุญาต เพราะอยากอยู่ใกล้ ๆ อยากได้กลิ่นของแม่เจ้าจิ๋ว ถ้าไม่งั้น เขาต้องเวียนหัวและอยากอาเจียนออกมาแน่ ๆ“คุณทัพ”“นิดเดียวคร
ตอนที่ 24คุยกับใคร ? คิ้วหนาขยับเข้าหากันจนแทบจะเป็นปม เมื่อเปิดประตูห้องน้ำออกมา เห็นแม่เจ้าจิ๋วกำลังนั่งยิ้มให้กับมือถือ นิ้วเล็ก ๆ นั่นก็กดพิมพ์ข้อความไปด้วย ตั้งแต่กลับมา เธอพูดกับเขาแทบจะนับคำได้ และเราสองคนก็ยังไม่มีเวลาคุยกัน วันนี้ทั้งวัน เวลาของแม่เจ้าจิ๋วหมดไปกับการออกไปข้างนอกกับแม่ของเขา ไม่รู้ว่าไปทำอะไรมากัน แต่ดูเหมือนว่าผมนุ่มนั่นจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย ไหนจะชุดนอนนั่นอีก ชุดนอนที่เขาไม่เคยเห็นเธอใส่เลยตลอดเวลาอยู่ด้วยกันที่คอนโดฯ“เมื่อไรจะนอน”“คุณทัพง่วงก็นอนได้เลยค่ะ พราวมีงานต้องทำนิดหน่อย” พราวนิชาขยับลุกขึ้นยืน แล้วเดินตรงไปที่โต๊ะตรงมุมห้อง ที่เมื่อก่อนน่าจะเป็นโต๊ะทำงานของเจ้าของห้อง ตอนนี้ ตรงมุมนี้กลายเป็นโต๊ะทำงานของเธอ ก็ในเมื่อเขาเป็นคนบอกเองว่ายกห้องให้เธอแล้ว เธอก็เลยใช้ทุกอย่างให้เกิดประโยชน์ มือเล็กเปิดหน้าจอไอแพดขึ้นมา ก่อนจะเริ่มตอบข้อความลูกค้า งานที่เธอกำลังทำอยู่เป็นงานของเพื่อน งานแอดมินเพจขายครีมของเจนจิรา ความจริงเพื่อนจะจ้างคนอื่น แต่เธอขอให้เจนจิราจ้างตัวเธอเองแทน อยากมีรายได้ ไม่อยากอยู่เฉย ๆ อยากเก็บเงินค่าขนมเอาไว้ให้เจ้าจิ๋วคนถูกสั่งให้นอน
ตอนที่ 23มือของธารทัพพ์ลูบลงบนผมนุ่มของคนหลับเบา ๆ นั่งมองแม่เจ้าจิ๋วหลับแบบนี้มาเกือบสิบนาที แต่เขาพยายามทำทุกอย่างให้เงียบและเบาที่สุด เพื่อไม่ให้รบกวนเวลานอนของอีกคน หลังจากที่ได้รับการอนุญาตให้ลาพักร้อนจากคุณย่า เข้าประชุมเสร็จ เขาก็กลับไปเก็บของเล็กน้อยที่คอนโดฯ เจอคนที่เขาไม่ชอบหน้า อยากตะโกนใส่หน้ามันเหมือนกันว่า มันไม่มีวันเอาแม่เจ้าจิ๋วของเขาไปได้หรอกไม่มีวัน !ธารทัพพ์ค่อย ๆ แทรกตัวเข้าไปนอนในผ้าผืนเดียวกันกับคนขี้เซา ขยับเข้าไปกอดคนตัวเล็กเอาไว้ ดึงเธอเข้ามานอนซบอกกันเหมือนอย่างเคย พออยู่ใกล้แบบนี้ พอได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ แบบนี้ เขากลับรู้สึกว่าอาการที่เป็นอยู่ มันดีขึ้น ดีขึ้นมาก ๆ มากกว่าทุกอย่างที่อานัสสรรหามาให้เขาตลอดหนึ่งอาทิตย์กว่าที่ผ่านมา พอยิ่งสูดกลิ่นหอมอ่อน ๆ หวาน ๆ ละมุนนี่ ยิ่งทำให้ความเหนื่อยล้าและอ่อนเพลียตลอดหลายวันที่ผ่านมา มันเริ่มหายไป“อื้อ~~”ร่างเล็กขยับตัวไปมา เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกอึดอัดและหนักที่ช่วงเอว ดวงตาคู่สวยค่อย ๆ ขยับลืมตาขึ้นมา สิ่งแรกที่เห็นคืออ้อมกอดของผู้ชายคนหนึ่งและกลิ่นที่คุ้นเคย ใบหน้าเล็กค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองคนที่นอนกอดกันอยู่“คุ
ตอนที่ 22ก๊อก ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูหน้าห้องเรียกให้คนที่เอาแต่นั่งนิ่งอยู่บนเตียงนอนแล้วให้ลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูห้อง“คุณพราว คุณทัพโทร. มาค่ะ”“พราวยัง…”ว่าที่คุณแม่กำลังปฏิเสธ แต่ว่าป้าศรีกลับขยับเข้ามายื่นมือถือมาตรงหน้าพร้อมกับประโยคขอร้องน้อย ๆ“คุยกับคุณทัพสักนิดนะคะ” ป้าศรีส่งสายตาข้อร้อง ไม่รู้ว่าทั้งสองมีเรื่องน้อยใจอะไรกัน แต่ก็พอเดาออก น่าจะเป็นเรื่องข่าวเมื่อคืนที่คุณทัพไปออกงานกับคุณเจ้าเอย แม้เธอจะแอบเชียร์คุณทัพกับลูกสาวคุณปลัดฯ กับคุณรำเพย เพื่อนสนิทของคุณธัญสินีอย่างคุณเจ้าเอย แต่ตอนนี้กลับสงสารผู้หญิงตัวเล็กตรงหน้า และดูเหมือนว่า คุณทัพจะให้ความสำคัญกับคนตรงหน้ามาก ๆ ปกติคุณธารทัพพ์เคยสนใจใครมากเป็นพิเศษแบบนี้ที่ไหน กับคุณเจ้าเอยเองก็เห็นทำหน้าที่เหมือนพี่ชายที่ดีเสมอ“ค่ะ” พราวนิชายื่นมือไปรับมือถือมาถือเอาไว้ ยกขึ้นแนบหูของตัวเองเพื่อคุยกับคนที่เธอยังไม่อยากคุยด้วย แต่ว่าก็ต้องคุย เธอรู้ว่าตัวเองกำลังทำนิสัยเหมือนเด็ก กำลังหนีปัญหา หนีความรู้สึกของตัวเอง เธอไม่รับสาย ไม่ตอบข้อความเขาตั้งแต่เมื่อวาน เก็บมือถือเอาไว้ในลิ้นชักนั่น(พราว)เสียงเรียกชื่อกันเบา ๆ ผ
ตอนที่ 21“พี่ทัพ”ธารทัพพ์เงยหน้าจากหน้าจอมือถือของตัวเอง เงยหน้าขึ้นสบตาผู้หญิงตรงหน้าเขา ก่อนจะค่อย ๆ ส่งยิ้มบางเบาไปให้คนที่ไม่ได้เจอหน้ากันมานาน ตอนนั้นคนตรงหน้าเขายังอยู่ในชุดนักเรียนมัธยมปลายอยู่เลย ตอนนี้กลับโตมากกว่าเดิมแล้ว เวลาผ่านไปตั้งหลายปีแล้วนี่เนอะ ที่เขากับคนตรงหน้าไม่ได้เจอหน้ากัน“รอนานไหมคะ”“ไม่นาน”“ตอนแรกเจ้าเอยคิดว่าทักคนผิดเสียอีก” รอยยิ้มสวยส่งไปให้ผู้ชายที่ยืนหน้านิ่งตรงหน้ากัน ไม่โกรธที่เมื่อวันก่อน เขาส่งแค่ลูกน้องของตัวเองไปรับเธอที่สนามบิน“ไปเลยไหม”“ค่ะ” คนตรงหน้าเธอ เขาก็ยังเหมือนเดิม หล่อกว่าเดิมนิดหน่อย เพราะความจริงธารทัพพ์ก็เป็นคนหล่ออยู่แล้ว แต่ว่าไม่ได้เจอหน้ากันนาน พี่ชายที่แสนดีคนนั้นกลับเป็นคนเย็นชาได้ขนาดนี้กัน น่าจะเพราะเราเริ่มโตขึ้น ไม่ได้เป็นเด็กที่วิ่งเล่นด้วยกันเหมือนอย่างวันวานแล้ว เจ้าเอยรีบเดินให้ทันคนตัวสูงที่เดินไม่รอกันเข้าไปภายในห้องของโรงแรมที่ใช้สำหรับจัดงานเลี้ยงงานแต่งงาน งานแต่งของคนรู้จักของแม่ แต่แม่กับพ่อลงมากรุงเทพฯ ไม่ได้ เธอเลยต้องเป็นคนมาแสดงความยินดีแทนพวกท่าน ดีหน่อยที่ธารทัพพ์ยอมมาเป็นเพื่อนเธอ เพราะคำขอร้องจากคุ
ตอนที่ 20(หนูเจ้าเอยกลับมาแล้ว พรุ่งนี้ทัพช่วยไปรับน้องที่สนามบินหน่อยได้ไหม)“ผมไม่ว่างครับ”(จะไม่ลองเปิดโอกาสให้ตัวเองเลยหรือไง แม่เลือกน้องเพราะเมื่อก่อนเราชอบน้องมากไม่ใช่หรือไง) นั่นมันตั้งแต่สิบ ยี่สิบปีที่แล้ว ตอนนั้นเขาก็ยังเป็นเด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง เขาเอ็นดูเจ้าเอยเหมือนน้องสาว แล้วอะไรนะ ที่ทำให้แม่เขาคิดว่าเขาชอบ เจ้าเอยคือลูกสาวเพื่อนแม่ ลูกสาวคุณน้ารำเพย เจ้าเอยเป็นเพื่อนวัยเด็กกับเขาและแทนไทมาตั้งแต่จำความได้ อายุห่างกับเขาห้าปี ตอนนี้อีกคนก็น่าจะเรียนจบปริญญาโทแล้ว เขาเองก็จำไม่ได้แล้ว ว่าเขากับเจ้าเอยได้เจอกันนานแค่ไหนแล้ว(ตาทัพ)“ผมมีเมียมีลูกแล้วนะครับ” ธารทัพตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ แต่ดูจริงจัง เขาคิดว่าแม่จะล้มเลิกความตั้งใจของตัวเองแล้วเสียอีก คำว่าเมีย คำว่าลูกที่เขาพูดออกไป มันมาจากความรู้สึกของเขา ความรู้สึกของเขาจริง ๆ แม่เจ้าจิ๋วเป็นเมียเขา คนมีอะไรกันจนมีลูกด้วยกัน ก็ต้องเรียกว่าเมียถึงจะถูก แม้จะได้กันแค่ครั้งเดียวก็เถอะ เจ้าจิ๋วก็เป็นลูกเขา ถ้าเขาไป แม่เจ้าจิ๋วรู้ เธอก็น่าจะไม่สบายใจ เดี๋ยวก็เอาข้อตกลงของเรามาพูดอีก เขาไม่อยากให้มีข้อตกลงอะไรระหว่างเธ







