LOGIN“ขนมเหล่านี้ไม่สามารถทำมาทีละมาก ๆ ได้ ต้องขอโทษท่านลุงท่านป้าทุกท่านด้วยนะเจ้าคะ ถ้าใครมาก่อนในวันพรุ่งนี้ก็จะได้กินแน่นอนเจ้าค่ะ” ถานเซียนเซียนอธิบายด้วยความใจเย็น นางไม่คิดว่าคนจะชอบขนมที่มีราคาแพงกว่ามากถึงเพียงนี้
“ได้ ๆ พวกลุงป้าจะรีบมาแต่เช้า เจ้าน่าจะให้พวกเราจองได้นะแม่หนู พวกเราจะได้ไม่พลาดของอร่อย ๆ” ชายสูงวัยคนนึ่งเอ่ยขึ้น เขาเป็นพ่อบ้านจากตระกูลเศรษฐีในเมืองนี้และได้รับคำสั่งให้มาซื้อของว่างจากร้านเด็กพวกนี้พอดี
“อ่า… ขอโทษท่านลุงด้วยเจ้าค่ะ พวกข้าอ่านหนังสือไม่ออกและเขียนไม่ได้ เลยไม่สามารถให้พวกท่านจองได้น่ะเจ้าค่ะ” ถานเซียนเซียนถึงแม้จะอ่านออกเขียนได้ แต่ในยุคสมัยเช่นนี้นางไม่อาจแสดงความสามารถออกมาได้
“ช่างเถอะ ๆ ข้าจะมาแต่เช้าก็แล้วกัน” พ่อบ้านได้แต่สงสารเด็กพวกนี้ไม่น้อย จากเสื้อผ้าที่พวกเขาสวมใส่ก็เก่าขาดมากแล้ว การที่เด็กพวกนี้จะอ่านออกเขียนได้ก็คงเป็นไปไม่ได้จริง ๆ นั่นแหละ
หลังจากพูดคุยกับลูกค้าอยู่พักใหญ่ ในที่สุดพวกเขาก็ขายลูกสนย่างหมดเสียที จากนั้นถานเซียนเซียนนำเงินที่มีไปเดินซื้อของในตลาดกับถานเหยาจื่อ นางกลัวว่าถ้าแลกของจากระบบอย่างเดียวจะถูกสงสัยเอาได้
“พี่สาวจะซื้ออะไรบ้างขอรับ” ถานเหยาจื่อถามด้วยสีหน้างุนงง เขาทำอาหารไม่เป็นแต่ชอบกินมาก ถานเหยาจื่ออยากรู้ว่าพี่สาวจะทำอะไรให้กินอีก
“อืม… พี่จะซื้อผักกับปลาไปทำอาหารก็แล้วกัน เมื่อวานเรากินเนื้อไปแล้วนี่นา”
“ขอรับท่านพี่ ข้าจะช่วยถือเอง” ถานเหยาจื่อพยักหน้าหงึกหงักอย่างดีใจ
ถานเซียนเซียนเดินตลาดไม่นานก็ได้ของที่ต้องการครบ นางกับน้องชายถือของกลับไปหาพี่ชายทั้งสองซึ่งรออยู่ด้านนอกตลาดพร้อมรอยยิ้ม
“พวกเรากลับบ้านกันเถิดเจ้าค่ะ ดีที่วันนี้เราขายหมดเร็ว จะได้ไปช่วยท่านลุงกับท่านพ่อทำงานด้วย” ถานเซียนเซียนไม่ลืมว่าที่บ้านยังเหลือลูกสนอีกมาก
“ตกลง ไปกันเถอะ” ถานจงหยางพยักหน้ารับคำน้องสาว พวกเขาเองก็ไม่คิดว่าการค้าขายวันที่สองจะราบรื่นมากถึงขนาดนี้ อีกทั้งลูกค้าหลายคนยังสัญญาว่าพรุ่งนี้จะมาอุดหนุนสินค้าจากร้านของพวกเขาอีก
เมื่อพวกเขากลับถึงบ้านในเวลาต่อมา เด็ก ๆ อดแปลกใจไม่ได้ที่เห็นชาวบ้านเดินป้วนเปี้ยนอยู่ที่หน้าบ้านของพวกเขา
“พวกท่านมาทำอะไรที่นี่ขอรับ” ถานจงหยางขมวดคิ้วถามอย่างไม่ชอบใจนัก
“เพ้ย! พวกเราแค่มาเดินเล่นไม่ใช่หรือยังไง ทำไม! หน้าบ้านพวกเจ้าห้ามคนเดินหรือไงกันเล่า” ชาวบ้านคนหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างหมั่นไส้ พวกเขาเห็นคนบ้านถานสองวันมานี้ทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ ก็อดอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาไม่ได้ น่าเสียดายที่พวกเขาไม่เห็นใครเดินออกมาจากในบ้านเลยสักคน
“ถ้ามาเดินเล่นจริง ๆ ใครจะว่าพวกท่านได้เล่าขอรับ แต่ถ้ามีคนคิดไม่ดีกับบ้านเรา เราก็คงต้องไปแจ้งผู้ใหญ่บ้านก็เท่านั้น” ถานจงซิงฟังแล้วก็ไม่พอใจ เขาจึงบอกชาวบ้านด้วยใบหน้าบูดบึ้งและไม่ได้ให้ความเคารพชาวบ้านพวกนี้แม้แต่น้อย
“ฮึ! บ้านยากจนอย่างพวกเจ้าน่ะหรือจะมีคนคิดไม่ดี พวกเรากลับกันเถอะ ประเดี๋ยวจะมีกระต่ายตื่นตูมทำให้เราเสียชื่อเสียง” ชาวบ้านอีกคนอดไม่ได้ที่จะพูดกระทบกระเทียบใส่เด็ก ๆ ทั้งสี่คน เขาเฝ้าดูอยู่นานก็ไม่ได้รับผลลัพธ์ดี ๆ จึงหงุดหงิด
“พวกเรารีบเข้าบ้านเถิดเจ้าค่ะ เหยาจื่อปิดบ้านดี ๆ เล่า อย่าให้คนนอกเข้ามาบ้านเราโดยพละการเด็ดขาด” ถานเซียนเซียนพูดขึ้นเสียงดัง นางเองก็ไม่พอใจที่เห็นพวกชาวบ้านมาคอยวนเวียนอยู่หน้าบ้านพวกนางเช่นกัน
“ขอรับท่านพี่ ไว้ใจข้าได้เลย” ถานเหยาจื่อตบอกแปะ ๆ เขาปล่อยให้พี่ ๆ เข้าบ้านไปก่อนและหันไปปิดประตูไม้เก่าหน้าบ้านอย่างมิดชิด
ถานเซียนเซียนเดินเข้าครัวเอาของไปเก็บเสร็จ นางก็ชวนพี่ชายทั้งสองเข้าบ้านไปนับเงินที่ขายของวันนี้ทันที เมื่อวานนางเองก็ไม่มีเวลาแม้แต่จะนับเงิน ทำให้วันนี้ต้องมานั่งคิดคำนวณถึงผลกำไรจากการขายให้เรียบร้อยเสียก่อน
“พวกพี่ชายช่วยกันนับเงินของเมื่อวานกับวันนี้ที่พวกท่านขายได้เลยเจ้าค่ะ ข้าจะนับเงินที่ขายขนมวันนี้หักจากค่าซื้อของออกเช่นกัน” ถานเซียนเซียนเอ่ยขึ้นหลังจากนั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่งหน้าโต๊ะกินข้าวตัวเดียวของบ้าน
“ได้สิ พวกพี่จะช่วยกันนับ” ถานจงหยางพยักหน้าตอบรับ
ทั้งสามคนช่วยกันนับเงินไม่นานก็เสร็จ ถานเหยาจื่อที่วิ่งเข้าบ้านมาเห็นก็ไปนั่งดูว่าบ้านเขาหาเงินได้เท่าไหร่ในช่วงสองวันมานี้
“ขนมที่ข้าขายหักจากค่าซื้อของมีเงินเหลืออยู่สองร้อยอีแปะพอดีเจ้าค่ะ” ถานเซียนเซียนไม่คิดว่านางจะซื้อของมากขนาดนี้ แต่อย่างไรนางก็ซื้อมาแล้วจึงต้องยอมรับ
“ของพวกพี่ชายมีเงินอยู่ทั้งหมดสามร้อยอีแปะ หักจากเงินที่เจ้าซื้อของเมื่อวานแล้ว”
“อืม… ตอนนี้บ้านเราก็มีเงินห้าร้อยอีกแปะแล้วสินะเจ้าคะ พี่ใหญ่เอาเงินพวกนี้ไปให้ป้าสะใภ้เก็บไว้ก่อนเถิดเจ้าค่ะ ประเดี๋ยวค่อยตามข้าไปทำขนมกัน ไม่รู้ว่าป่านนี้พวกท่านลุงกับท่านพ่อจะบดลูกสนได้มากแค่ไหนแล้ว” ถานเซียนเซียนอยากทำขนมให้มากขึ้นเพื่อนำไปขายในวันพรุ่งนี้ กำไรจากขนมของนางมากกว่าที่พวกพี่ชายขายลูกสนย่างเกือบหนึ่งเท่าตัวเลยทีเดียว ถานเซียนเซียนจึงอยากทำให้มากขึ้น
“ได้ ๆ เจ้าไปดูก่อนเถอะ เดี๋ยวพี่ใหญ่ตามไป น้องรองไปช่วยน้องสาวก่อน เหยาจื่อก็ด้วยนะ ไปช่วยท่านอาบดลูกสนย่างเถอะ” ถานจงหยางบอกน้อง ๆ เขาต้องดูแลเงินพวกนี้ให้ดี เพราะที่บ้านยังต้องจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าด้วย
ยี่ซินเห็นลูกชายเดินมาพร้อมถุงเงินในมือก็อดเลิกคิ้วขึ้นถามไม่ได้ว่าเขาต้องการให้นางทำอะไร เพราะตอนนี้นางกำลังช่วยเผาลูกสนอยู่กับน้องสะใภ้
“ท่านแม่ น้องสาวให้ข้านำเงินพวกนี้มาให้ท่านเก็บไว้ขอรับ ทั้งหมดห้าร้อยอีแปะ”
“หืม? พวกเจ้าหาเงินได้มากขนาดนี้เลยเหรอลูก” ยี่ซินอดตกใจไม่ได้
“เพราะขนมของน้องสาวขายดีน่ะขอรับท่านแม่ เงินพวกนี้หักจากที่น้องสาวซื้อของเข้าบ้านให้พวกเรากินแล้วด้วยขอรับ” ถานจงหยางอธิบายพร้อมรอยยิ้ม
“ดี ดี แม่จะเก็บเอาไว้ให้เองนะ เจ้ารีบไปช่วยน้องทำขนมเถอะ พ่อกับอาเจ้าช่วยกันบดลูกสนได้มากพอสมควรแล้ว น่าจะพอให้ทำขนมได้อยู่” ยี่ซินรับถุงเงินมาก่อนจะหันหลังเดินเข้าบ้านเพื่อนำไปเก็บเอาไว้ให้มิดชิด นางยังต้องทำงานต่ออีก
ถานเซียนเซียนเห็นพี่ใหญ่เดินกลับมาพร้อมท่านป้าก็บอกให้เขามาช่วยนางนวดแป้งลูกสนเหมือนเมื่อคืน เด็ก ๆ สี่คนช่วยกันทำงานคนละไม้คนละมือ พวกเขาทำงานไปจนกระทั่งก่อนฟ้ามืด ถานเซียนเซียนเห็นว่าพวกนางทำขนมได้มากกว่าที่นำไปขายวันนี้เกือบสองเท่าแล้วจึงให้ทุกคนหยุดพัก ส่วนนางก็ทำอาหารต่อให้ทุกคนกินเหมือนกับเมื่อวานนี้ ถานเซียนเซียนไม่อยากให้ใครมาวุ่นวายเวลานางทำอาหาร ทำให้คนอื่น ๆ ในบ้านต่างพากันเข้าไปพักผ่อนด้านในกันหมด นางยังแอบแลกอาหารกับระบบเพิ่มอีกสองสามอย่างด้วย
“พรุ่งนี้พ่อกับอาของเจ้าว่าจะขึ้นเขาไปเก็บลูกสนเพิ่มสักหน่อย พวกเจ้าไปขายของในเมืองกันแต่เช้าเลยก็แล้วกันนะ” ถานจื่อบอกระหว่างกำลังกินมื้อเย็นแสนอร่อยที่หลานสาวของเขาทำให้พร้อมรอยยิ้มกว้าง ลูกสนในบ้านใช้ไปเยอะแล้ว เขาจึงกลัวว่าหากพวกมันหมดก่อนจะทำให้ลูกหลานไม่สามารถไปขายของได้
“ขอรับท่านพ่อ ข้าจะพาน้อง ๆ ขายของให้เสร็จเร็ว ๆ จะได้มาช่วยพวกท่านทำงานที่บ้านด้วยขอรับ” ถานจงหยางพยักหน้ารับคำทันที เขารู้ดีว่าช่วงนี้ยุ่งอยู่กับการขายของในเมือง ทำให้ไม่มีเวลาขึ้นเขาไปเก็บลูกสนกลับมา
“เซียนเซียน ลูกสอนแม่กับป้าสะใภ้ทำขนมก็ได้นะลูก ลูกจะได้พักผ่อนบ้าง เจ้ากลับมาบ้านก็ยังทำงานและทำอาหารให้พวกเราคนเดียวอีก แม่กลัวลูกจะป่วย” ฟู่เหมยอดพูดขึ้นไม่ได้ นางเห็นสองวันมานี้ลูกสาวทำงานจนหัวหมุนไปหมด
“ได้เจ้าค่ะท่านแม่ รอกินข้าวเสร็จข้าจะสอนพวกท่านนะเจ้าคะ” ถานเซียนเซียนเห็นว่าการทำขนมไม่ได้ยุ่งยากอะไร อีกทั้งนางจะได้มีเวลาคิดวิธีหาเงินอย่างอื่นด้วย
มื้อค่ำวันนี้เป็นอีกมื้อที่ทุกคนกินข้าวจนอิ่มท้อง พวกเขาต่างไม่มีใครกินมื้อเที่ยงมานานแล้ว โชคดีที่ช่วงนี้ที่บ้านพอจะมีเงินอยู่บ้าง ทำให้ครอบครัวพวกเขาจากที่เคยได้กินรากไม้วันละมื้อก็เปลี่ยนเป็นได้กินข้าววันละสองมื้อแล้ว
หลังอาหารค่ำ ถานเซียนเซียนสอนแม่กับป้าสะใภ้ไม่นานก็ชวนกันกลับเข้าบ้านไปนอนพักผ่อน เพราะเมื่อคืนนางนอนดึกตื่นเช้า ทำให้ตอนนี้รู้สึกง่วงนอนมากกว่าทุกวันเสียอีก ถานเซียนเซียนไม่ลืมว่าร่างกายนี้ยังไม่แข็งแรงนัก
เช้าตรู่วันต่อมา ถานเซียนเซียนทำอาหารที่มีวัตถุดิบเหลืออยู่ให้ทุกคนกินเป็นมื้อเช้า แน่นอนว่านางไม่ให้ใครเข้ามาช่วยในครัวเช่นเคย คนอื่น ๆ จึงไม่มีใครรู้ว่าถานเซียนเซียนนำของดี ๆ แบบนี้มาจากไหนให้พวกเขากิน แต่ในเมื่อนางทำออกมาแล้ว พวกเขาก็ไม่อยากกินเหลือให้นางต้องเสียน้ำใจ
“ท่านพี่ ข้ากับน้องสะใภ้จะขึ้นเขาด้วยนะเจ้าคะ หลายคนไปช่วยกันจะได้เก็บเยอะขึ้นสักหน่อยนะ” ยี่ซินบอกหลังจากส่งลูก ๆ หลาน ๆ ออกไปขายของแล้ว
“ตกลง ท่านพ่ออยู่คนเดียวได้ใช่ไหมขอรับ ถ้าใครมาก็อย่าให้เข้าบ้านนะขอรับ ข้ายังไม่อยากให้ใครรู้ว่าเรากำลังทำอะไรกันอยู่” ถานจื่อพยักหน้ารับคำภรรยา ก่อนจะหันไปกำชับพ่อของตนเอง เขารู้นิสัยพ่อของตัวเองดีว่าเป็นยังไง
“พ่อรู้แล้วน่า นี่เป็นหนทางทำมาหากินอย่างเดียวที่เรามีอยู่ พ่อจะกล้าปากมากได้ยังไงกันเล่า พวกเจ้าขึ้นเขาไปอย่างสบายใจเถอะ” ถานฟานกล่าวยืนยัน เขามีหรือจะกล้าทำให้ลูกหลานต้องลำบากอีก“เช่นนั้นพวกเรารีบไปก่อนนะขอรับ” ถานม่อจือบอกและชวนฟู่เหวยออกจากบ้านไปพร้อมกับพี่ชายพี่สะใภ้ของเขาซึ่งกำลังเดินนำหน้าอยู่ ทั้งสี่คนเดินตามกันไปโดยมีชาวบ้านสองสามคนพบเห็นและเอ่ยทักทายพวกเขาอย่างอยากรู้อยากเห็น เพราะในหมู่บ้านมีเพียงคนบ้านถานเท่านั้นที่ขึ้นเขาบ่อย ๆ ทั้งที่บนภูเขาก็ไม่มีสิ่งใดให้พวกเขาเก็บมากินได้นานแล้ว“พวกเจ้าขึ้นเขากันอีกแล้วหรือ? ข้าไม่เห็นว่าพวกเจ้าจะได้อะไรดี ๆ ติดไม้ติ
“ขนมเหล่านี้ไม่สามารถทำมาทีละมาก ๆ ได้ ต้องขอโทษท่านลุงท่านป้าทุกท่านด้วยนะเจ้าคะ ถ้าใครมาก่อนในวันพรุ่งนี้ก็จะได้กินแน่นอนเจ้าค่ะ” ถานเซียนเซียนอธิบายด้วยความใจเย็น นางไม่คิดว่าคนจะชอบขนมที่มีราคาแพงกว่ามากถึงเพียงนี้“ได้ ๆ พวกลุงป้าจะรีบมาแต่เช้า เจ้าน่าจะให้พวกเราจองได้นะแม่หนู พวกเราจะได้ไม่พลาดของอร่อย ๆ” ชายสูงวัยคนนึ่งเอ่ยขึ้น เขาเป็นพ่อบ้านจากตระกูลเศรษฐีในเมืองนี้และได้รับคำสั่งให้มาซื้อของว่างจากร้านเด็กพวกนี้พอดี“อ่า… ขอโทษท่านลุงด้วยเจ้าค่ะ พวกข้าอ่านหนังสือไม่ออกและเขียนไม่ได้ เลยไม่สามารถให้พวกท่านจองได้น่ะเจ้าค่ะ” ถานเซียนเซียนถึงแม้จะอ่านออกเขียนได้ แต่ในยุคสมัยเช่นนี้นางไม่อาจแสดงความสามารถออกมาได้“ช่างเถอะ ๆ ข้าจะมาแต่เช้าก็แล้วกัน” พ่อบ้านได้แต่สงสารเด็กพวกนี้ไม่น้อย
[ ทราบแล้วขอรับ ] ระบบตอบรับอย่างจริงจัง มันไม่รู้หรอกว่าเจ้านายต้องการแลกสิ่งใดจากมันบ้าง แต่อย่างน้อยการแลกเปลี่ยนลูกสนก็ทำให้มันมีแต้มเพิ่มขึ้นมาก ทั้งสามกลับถึงบ้านก่อนพระอาทิตย์ตกดิน ถานเซียนเซียนให้พี่ชายช่วยยกไหเปล่าไปใส่ลูกสนที่ครอบครัวนางช่วยกันทำตอนไปขายของ ส่วนนางก็ถือของที่ซื้อมาและของที่แลกกับระบบเข้าครัวไป[ ระบบ แลกน้ำสะอาดใส่ให้เต็มโอ่งทั้งหมด ] ถานเซียนเซียนเดินไปเห็นว่าน้ำใช้ของที่บ้านแทบจะไม่มีเหลือให้ต
[ เข้าใจแล้วขอรับเจ้านาย ] เสียงระบบหงอยลงทันที มันเองก็ลืมคิดไปว่าครอบครัวเจ้านายของมันยากจนที่สุดในหมู่บ้าน ถ้าจู่ ๆ เกิดร่ำรวยขึ้นมา คงมีชาวบ้านมากมายอิจฉาตาร้อนและก่อเรื่องให้พวกเขาลำบากเป็นแน่ ถานเซียนเซียนได้ยินเสียงระบบแบบนี้เลยเอ่ยปลอบสักสองสามคำ ก่อนที่พวกเขาจะเดินมาถึงย่านตลาดในเมือง“อืม… พี่ว่าไปตั้งแผงตรงนั้นดีไหม” ถานจงหยางชี้นิ้วบอกน้อง ๆ เขาเห็นว่าตรงนั้นทำเลดีไม่น้อย หากใครผ่านไปผ่านมาก็สามารถแวะซื้อได้“ดีขอรับพี่ใหญ่ น้องสาวไปกัน” ถานจงซิงพยักหน้ายิ้มรับคำและหันไปชวนถานเซียนเซี
ชาวบ้านในหมู่บ้านเห็นกลุ่มคนตระกูลถานเดินผ่านไปก็ได้แต่สงสัยว่าพวกเขาขึ้นเขาไปเก็บอะไร เหตุใดจึงต้องปกปิดมิดชิดแบบนี้“เฮ้! ถานจื่อ พวกเจ้าขึ้นเขาไปเก็บของดีอะไรมา เหตุใดจึงไม่บอกกันบ้างเล่า” ชาวบ้านขาเผือกอดตะโกนถามขึ้นมาไม่ได้เมื่อเห็นว่าพวกเขากำลังจะเดินผ่านไป“แค่ฟืนเท่านั้น พวกเรากลัวมันจะหล่นระหว่างทางน่ะ” ถานจื่อต้องโกหกออกไปอย่างช่วยไม่ได้ พวกเขาตกลงกันแล้วว่าจะเก็บเรื่องลูกสนไว้เป็นความลับ“แค่ฟืนเหตุใดต้องปิดบังด้วยเล่า พวกเจ้าแน่ใจนะว่าไม่ได้ซ่อนอะไรดี ๆ ไว้น่ะ” ชาวบ้านอีกคนที่สอดส่องคนบ้านถานอยู่นานสองนานอดเดินออกมาขวางไว้ไม่ได้“
“ผู้มีพระคุณของเจ้าช่างจิตใจดีนักเซียนเซียน คราวหน้าหากเขาต้องการความช่วยเหลือก็ให้มาบอกพวกเราได้นะลูก” ถานม่อจือยิ้มบอกลูกสาว เขาเองก็รู้สึกว่าน้ำที่กินเข้าไปช่วยให้ร่างกายที่เคยไร้เรี่ยวแรงกลับมามีพลังมากขึ้น“ลูกทราบแล้วเจ้าค่ะท่านพ่อ อืม… ทุกคนคิดว่าถ้าเรานำลูกสนไปขายจะดีไหมเจ้าคะ ข้าเห็นว่าบนเขายังมีลูกสนอีกเป็นจำนวนมาก เผื่อว่าจะมีคนสนใจซื้อไปกินน่ะเจ้าค่ะ บ้านเราจะได้มีเงินเพิ่มขึ้น พี่ใหญ่กับพี่รองก็ไม่ต้องเหนื่อยทำงานแบกหามอีกด้วยนะเจ้าคะ” ถานเซียนเซียนคิดมาสักพักแล้วเรื่องหาเงิน นางจึงเลือกจะถามความคิดเห็นกับคนในครอบครัวดูก่อน อย่างไรเสียนี่ก็เป็นช่วงภัยพิบัติ ตัวนางเองก็ไม่รู้ว่าจะมีคนมาซื้อของพวกนี้กินหรือไม่“ลุงว่าลองดูก็ไม่เลวนะ อย่างไรเสียเราก็ไม่ได้ลงทุนอะไรอยู่แล้วนี่นา เพียงแต่ลุงกลัวว่าพวกชาวบ้านจะรู้เข้าน่ะสิ” ถานจื่อกังวลเรื่องชาวบ้านมาก เขาค







