ログイン“ขนมเหล่านี้ไม่สามารถทำมาทีละมาก ๆ ได้ ต้องขอโทษท่านลุงท่านป้าทุกท่านด้วยนะเจ้าคะ ถ้าใครมาก่อนในวันพรุ่งนี้ก็จะได้กินแน่นอนเจ้าค่ะ” ถานเซียนเซียนอธิบายด้วยความใจเย็น นางไม่คิดว่าคนจะชอบขนมที่มีราคาแพงกว่ามากถึงเพียงนี้
“ได้ ๆ พวกลุงป้าจะรีบมาแต่เช้า เจ้าน่าจะให้พวกเราจองได้นะแม่หนู พวกเราจะได้ไม่พลาดของอร่อย ๆ” ชายสูงวัยคนนึ่งเอ่ยขึ้น เขาเป็นพ่อบ้านจากตระกูลเศรษฐีในเมืองนี้และได้รับคำสั่งให้มาซื้อของว่างจากร้านเด็กพวกนี้พอดี
“อ่า… ขอโทษท่านลุงด้วยเจ้าค่ะ พวกข้าอ่านหนังสือไม่ออกและเขียนไม่ได้ เลยไม่สามารถให้พวกท่านจองได้น่ะเจ้าค่ะ” ถานเซียนเซียนถึงแม้จะอ่านออกเขียนได้ แต่ในยุคสมัยเช่นนี้นางไม่อาจแสดงความสามารถออกมาได้
“ช่างเถอะ ๆ ข้าจะมาแต่เช้าก็แล้วกัน” พ่อบ้านได้แต่สงสารเด็กพวกนี้ไม่น้อย จากเสื้อผ้าที่พวกเขาสวมใส่ก็เก่าขาดมากแล้ว การที่เด็กพวกนี้จะอ่านออกเขียนได้ก็คงเป็นไปไม่ได้จริง ๆ นั่นแหละ
หลังจากพูดคุยกับลูกค้าอยู่พักใหญ่ ในที่สุดพวกเขาก็ขายลูกสนย่างหมดเสียที จากนั้นถานเซียนเซียนนำเงินที่มีไปเดินซื้อของในตลาดกับถานเหยาจื่อ นางกลัวว่าถ้าแลกของจากระบบอย่างเดียวจะถูกสงสัยเอาได้
“พี่สาวจะซื้ออะไรบ้างขอรับ” ถานเหยาจื่อถามด้วยสีหน้างุนงง เขาทำอาหารไม่เป็นแต่ชอบกินมาก ถานเหยาจื่ออยากรู้ว่าพี่สาวจะทำอะไรให้กินอีก
“อืม… พี่จะซื้อผักกับปลาไปทำอาหารก็แล้วกัน เมื่อวานเรากินเนื้อไปแล้วนี่นา”
“ขอรับท่านพี่ ข้าจะช่วยถือเอง” ถานเหยาจื่อพยักหน้าหงึกหงักอย่างดีใจ
ถานเซียนเซียนเดินตลาดไม่นานก็ได้ของที่ต้องการครบ นางกับน้องชายถือของกลับไปหาพี่ชายทั้งสองซึ่งรออยู่ด้านนอกตลาดพร้อมรอยยิ้ม
“พวกเรากลับบ้านกันเถิดเจ้าค่ะ ดีที่วันนี้เราขายหมดเร็ว จะได้ไปช่วยท่านลุงกับท่านพ่อทำงานด้วย” ถานเซียนเซียนไม่ลืมว่าที่บ้านยังเหลือลูกสนอีกมาก
“ตกลง ไปกันเถอะ” ถานจงหยางพยักหน้ารับคำน้องสาว พวกเขาเองก็ไม่คิดว่าการค้าขายวันที่สองจะราบรื่นมากถึงขนาดนี้ อีกทั้งลูกค้าหลายคนยังสัญญาว่าพรุ่งนี้จะมาอุดหนุนสินค้าจากร้านของพวกเขาอีก
เมื่อพวกเขากลับถึงบ้านในเวลาต่อมา เด็ก ๆ อดแปลกใจไม่ได้ที่เห็นชาวบ้านเดินป้วนเปี้ยนอยู่ที่หน้าบ้านของพวกเขา
“พวกท่านมาทำอะไรที่นี่ขอรับ” ถานจงหยางขมวดคิ้วถามอย่างไม่ชอบใจนัก
“เพ้ย! พวกเราแค่มาเดินเล่นไม่ใช่หรือยังไง ทำไม! หน้าบ้านพวกเจ้าห้ามคนเดินหรือไงกันเล่า” ชาวบ้านคนหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างหมั่นไส้ พวกเขาเห็นคนบ้านถานสองวันมานี้ทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ ก็อดอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาไม่ได้ น่าเสียดายที่พวกเขาไม่เห็นใครเดินออกมาจากในบ้านเลยสักคน
“ถ้ามาเดินเล่นจริง ๆ ใครจะว่าพวกท่านได้เล่าขอรับ แต่ถ้ามีคนคิดไม่ดีกับบ้านเรา เราก็คงต้องไปแจ้งผู้ใหญ่บ้านก็เท่านั้น” ถานจงซิงฟังแล้วก็ไม่พอใจ เขาจึงบอกชาวบ้านด้วยใบหน้าบูดบึ้งและไม่ได้ให้ความเคารพชาวบ้านพวกนี้แม้แต่น้อย
“ฮึ! บ้านยากจนอย่างพวกเจ้าน่ะหรือจะมีคนคิดไม่ดี พวกเรากลับกันเถอะ ประเดี๋ยวจะมีกระต่ายตื่นตูมทำให้เราเสียชื่อเสียง” ชาวบ้านอีกคนอดไม่ได้ที่จะพูดกระทบกระเทียบใส่เด็ก ๆ ทั้งสี่คน เขาเฝ้าดูอยู่นานก็ไม่ได้รับผลลัพธ์ดี ๆ จึงหงุดหงิด
“พวกเรารีบเข้าบ้านเถิดเจ้าค่ะ เหยาจื่อปิดบ้านดี ๆ เล่า อย่าให้คนนอกเข้ามาบ้านเราโดยพละการเด็ดขาด” ถานเซียนเซียนพูดขึ้นเสียงดัง นางเองก็ไม่พอใจที่เห็นพวกชาวบ้านมาคอยวนเวียนอยู่หน้าบ้านพวกนางเช่นกัน
“ขอรับท่านพี่ ไว้ใจข้าได้เลย” ถานเหยาจื่อตบอกแปะ ๆ เขาปล่อยให้พี่ ๆ เข้าบ้านไปก่อนและหันไปปิดประตูไม้เก่าหน้าบ้านอย่างมิดชิด
ถานเซียนเซียนเดินเข้าครัวเอาของไปเก็บเสร็จ นางก็ชวนพี่ชายทั้งสองเข้าบ้านไปนับเงินที่ขายของวันนี้ทันที เมื่อวานนางเองก็ไม่มีเวลาแม้แต่จะนับเงิน ทำให้วันนี้ต้องมานั่งคิดคำนวณถึงผลกำไรจากการขายให้เรียบร้อยเสียก่อน
“พวกพี่ชายช่วยกันนับเงินของเมื่อวานกับวันนี้ที่พวกท่านขายได้เลยเจ้าค่ะ ข้าจะนับเงินที่ขายขนมวันนี้หักจากค่าซื้อของออกเช่นกัน” ถานเซียนเซียนเอ่ยขึ้นหลังจากนั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่งหน้าโต๊ะกินข้าวตัวเดียวของบ้าน
“ได้สิ พวกพี่จะช่วยกันนับ” ถานจงหยางพยักหน้าตอบรับ
ทั้งสามคนช่วยกันนับเงินไม่นานก็เสร็จ ถานเหยาจื่อที่วิ่งเข้าบ้านมาเห็นก็ไปนั่งดูว่าบ้านเขาหาเงินได้เท่าไหร่ในช่วงสองวันมานี้
“ขนมที่ข้าขายหักจากค่าซื้อของมีเงินเหลืออยู่สองร้อยอีแปะพอดีเจ้าค่ะ” ถานเซียนเซียนไม่คิดว่านางจะซื้อของมากขนาดนี้ แต่อย่างไรนางก็ซื้อมาแล้วจึงต้องยอมรับ
“ของพวกพี่ชายมีเงินอยู่ทั้งหมดสามร้อยอีแปะ หักจากเงินที่เจ้าซื้อของเมื่อวานแล้ว”
“อืม… ตอนนี้บ้านเราก็มีเงินห้าร้อยอีกแปะแล้วสินะเจ้าคะ พี่ใหญ่เอาเงินพวกนี้ไปให้ป้าสะใภ้เก็บไว้ก่อนเถิดเจ้าค่ะ ประเดี๋ยวค่อยตามข้าไปทำขนมกัน ไม่รู้ว่าป่านนี้พวกท่านลุงกับท่านพ่อจะบดลูกสนได้มากแค่ไหนแล้ว” ถานเซียนเซียนอยากทำขนมให้มากขึ้นเพื่อนำไปขายในวันพรุ่งนี้ กำไรจากขนมของนางมากกว่าที่พวกพี่ชายขายลูกสนย่างเกือบหนึ่งเท่าตัวเลยทีเดียว ถานเซียนเซียนจึงอยากทำให้มากขึ้น
“ได้ ๆ เจ้าไปดูก่อนเถอะ เดี๋ยวพี่ใหญ่ตามไป น้องรองไปช่วยน้องสาวก่อน เหยาจื่อก็ด้วยนะ ไปช่วยท่านอาบดลูกสนย่างเถอะ” ถานจงหยางบอกน้อง ๆ เขาต้องดูแลเงินพวกนี้ให้ดี เพราะที่บ้านยังต้องจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าด้วย
ยี่ซินเห็นลูกชายเดินมาพร้อมถุงเงินในมือก็อดเลิกคิ้วขึ้นถามไม่ได้ว่าเขาต้องการให้นางทำอะไร เพราะตอนนี้นางกำลังช่วยเผาลูกสนอยู่กับน้องสะใภ้
“ท่านแม่ น้องสาวให้ข้านำเงินพวกนี้มาให้ท่านเก็บไว้ขอรับ ทั้งหมดห้าร้อยอีแปะ”
“หืม? พวกเจ้าหาเงินได้มากขนาดนี้เลยเหรอลูก” ยี่ซินอดตกใจไม่ได้
“เพราะขนมของน้องสาวขายดีน่ะขอรับท่านแม่ เงินพวกนี้หักจากที่น้องสาวซื้อของเข้าบ้านให้พวกเรากินแล้วด้วยขอรับ” ถานจงหยางอธิบายพร้อมรอยยิ้ม
“ดี ดี แม่จะเก็บเอาไว้ให้เองนะ เจ้ารีบไปช่วยน้องทำขนมเถอะ พ่อกับอาเจ้าช่วยกันบดลูกสนได้มากพอสมควรแล้ว น่าจะพอให้ทำขนมได้อยู่” ยี่ซินรับถุงเงินมาก่อนจะหันหลังเดินเข้าบ้านเพื่อนำไปเก็บเอาไว้ให้มิดชิด นางยังต้องทำงานต่ออีก
ถานเซียนเซียนเห็นพี่ใหญ่เดินกลับมาพร้อมท่านป้าก็บอกให้เขามาช่วยนางนวดแป้งลูกสนเหมือนเมื่อคืน เด็ก ๆ สี่คนช่วยกันทำงานคนละไม้คนละมือ พวกเขาทำงานไปจนกระทั่งก่อนฟ้ามืด ถานเซียนเซียนเห็นว่าพวกนางทำขนมได้มากกว่าที่นำไปขายวันนี้เกือบสองเท่าแล้วจึงให้ทุกคนหยุดพัก ส่วนนางก็ทำอาหารต่อให้ทุกคนกินเหมือนกับเมื่อวานนี้ ถานเซียนเซียนไม่อยากให้ใครมาวุ่นวายเวลานางทำอาหาร ทำให้คนอื่น ๆ ในบ้านต่างพากันเข้าไปพักผ่อนด้านในกันหมด นางยังแอบแลกอาหารกับระบบเพิ่มอีกสองสามอย่างด้วย
“พรุ่งนี้พ่อกับอาของเจ้าว่าจะขึ้นเขาไปเก็บลูกสนเพิ่มสักหน่อย พวกเจ้าไปขายของในเมืองกันแต่เช้าเลยก็แล้วกันนะ” ถานจื่อบอกระหว่างกำลังกินมื้อเย็นแสนอร่อยที่หลานสาวของเขาทำให้พร้อมรอยยิ้มกว้าง ลูกสนในบ้านใช้ไปเยอะแล้ว เขาจึงกลัวว่าหากพวกมันหมดก่อนจะทำให้ลูกหลานไม่สามารถไปขายของได้
“ขอรับท่านพ่อ ข้าจะพาน้อง ๆ ขายของให้เสร็จเร็ว ๆ จะได้มาช่วยพวกท่านทำงานที่บ้านด้วยขอรับ” ถานจงหยางพยักหน้ารับคำทันที เขารู้ดีว่าช่วงนี้ยุ่งอยู่กับการขายของในเมือง ทำให้ไม่มีเวลาขึ้นเขาไปเก็บลูกสนกลับมา
“เซียนเซียน ลูกสอนแม่กับป้าสะใภ้ทำขนมก็ได้นะลูก ลูกจะได้พักผ่อนบ้าง เจ้ากลับมาบ้านก็ยังทำงานและทำอาหารให้พวกเราคนเดียวอีก แม่กลัวลูกจะป่วย” ฟู่เหมยอดพูดขึ้นไม่ได้ นางเห็นสองวันมานี้ลูกสาวทำงานจนหัวหมุนไปหมด
“ได้เจ้าค่ะท่านแม่ รอกินข้าวเสร็จข้าจะสอนพวกท่านนะเจ้าคะ” ถานเซียนเซียนเห็นว่าการทำขนมไม่ได้ยุ่งยากอะไร อีกทั้งนางจะได้มีเวลาคิดวิธีหาเงินอย่างอื่นด้วย
มื้อค่ำวันนี้เป็นอีกมื้อที่ทุกคนกินข้าวจนอิ่มท้อง พวกเขาต่างไม่มีใครกินมื้อเที่ยงมานานแล้ว โชคดีที่ช่วงนี้ที่บ้านพอจะมีเงินอยู่บ้าง ทำให้ครอบครัวพวกเขาจากที่เคยได้กินรากไม้วันละมื้อก็เปลี่ยนเป็นได้กินข้าววันละสองมื้อแล้ว
หลังอาหารค่ำ ถานเซียนเซียนสอนแม่กับป้าสะใภ้ไม่นานก็ชวนกันกลับเข้าบ้านไปนอนพักผ่อน เพราะเมื่อคืนนางนอนดึกตื่นเช้า ทำให้ตอนนี้รู้สึกง่วงนอนมากกว่าทุกวันเสียอีก ถานเซียนเซียนไม่ลืมว่าร่างกายนี้ยังไม่แข็งแรงนัก
เช้าตรู่วันต่อมา ถานเซียนเซียนทำอาหารที่มีวัตถุดิบเหลืออยู่ให้ทุกคนกินเป็นมื้อเช้า แน่นอนว่านางไม่ให้ใครเข้ามาช่วยในครัวเช่นเคย คนอื่น ๆ จึงไม่มีใครรู้ว่าถานเซียนเซียนนำของดี ๆ แบบนี้มาจากไหนให้พวกเขากิน แต่ในเมื่อนางทำออกมาแล้ว พวกเขาก็ไม่อยากกินเหลือให้นางต้องเสียน้ำใจ
“ท่านพี่ ข้ากับน้องสะใภ้จะขึ้นเขาด้วยนะเจ้าคะ หลายคนไปช่วยกันจะได้เก็บเยอะขึ้นสักหน่อยนะ” ยี่ซินบอกหลังจากส่งลูก ๆ หลาน ๆ ออกไปขายของแล้ว
“ตกลง ท่านพ่ออยู่คนเดียวได้ใช่ไหมขอรับ ถ้าใครมาก็อย่าให้เข้าบ้านนะขอรับ ข้ายังไม่อยากให้ใครรู้ว่าเรากำลังทำอะไรกันอยู่” ถานจื่อพยักหน้ารับคำภรรยา ก่อนจะหันไปกำชับพ่อของตนเอง เขารู้นิสัยพ่อของตัวเองดีว่าเป็นยังไง
หลังมื้อเช้าวันต่อมา ขบวนของถานเซียนเซียนก็ออกเดินทางกันอีกครั้งอย่างไม่เร่งร้อน ถานเซียนเซียนที่เพิ่งกินอิ่ม พอขึ้นรถม้าได้ไม่นานก็หลับไปสิบห้าวันต่อมา การเดินทางดั่งหอยทากของถานเซียนเซียนในที่สุดก็จบลงเสียที นางไปส่งครอบครัวลุงใหญ่กับท่านปู่ไว้ที่จ้วงจื่อก่อน จากนั้นนางกับต้วนหยูก็กลับจวนโหวเพื่อเตรียมเข้าเฝ้าฝ่าบาทในวันพรุ่งนี้ เพราะพวกเขาส่งคนไปแจ้งกำหนดการมาถึงให้คนในวังทราบแล้วตั้งแต่สองวันก่อน“พี่ใหญ่ ไม่ได้พบกันเสียนาน พวกท่านสบายดีนะขอรับ” ถานม่อจือถามพี่ชายที่เพิ่งเดินออกจากเรือนที่พวกเขาเลือกเอาไว้ให้มายังห้องโถงรับแขก“สบายดีมากเลยล่ะ พวกเจ้าเล่าเป็นอย่างไรบ้าง” ถานจื่อเองก็นึกห่วงน้องชายไม่น้อยไปกว่าถานม่อจือเช่นเดียวกัน“พวกเราก็สบายดีขอรับ ตั้งแต่ได้ทำน้ำหอมขาย พวกเราก็ไม่ได้ทำงานสวนอีกเลยขอรับท่านพี่ อ้อ รอพวกท่านหายเหนื่อยก่อน ข้ากับฟู่เหมยจะพาท่านไปดูเครื่องทำน้ำหอมนะขอรับ ในนั้นพวกเราเก็บน้ำหอมที่ผสมแล้วไว้ให้พวกท่านด้วยคนละขวด ข้าคิดว่าพวกท่านต้องชอบแน่ขอรับ” ถานม่อจือกล่าวพร้อมรอยยิ้มกว้าง เขากับเมียใช้เวลาว่างผสมน้ำหอมให้เป็นกลิ่นที่เหมาะกับบุคลิกของคนในครอบคร
“คารวะท่านปู่ขอรับ/เจ้าค่ะ” ต้วนหยูกับถานเซียนเซียนเห็นถานฟานมาถึงก็รีบลุกขึ้นค้อมกายคำนับอย่างนอบน้อม พวกเขาเห็นถานฟานดูสบายดีก็อดยกยิ้มไม่ได้“ไฮ้ ตามสบาย ๆ จะมากพิธีไปทำไมกัน พวกเจ้ามาได้อย่างไร ปู่ได้ข่าวว่าพวกเจ้ามีภารกิจที่ฝ่าบาทมอบให้มิใช่หรือ” ถานฟานรู้ข่าวลูกหลานจากจดหมายที่ถานม่อจือให้คนส่งมายังหมู่บ้านทุกเดือน“พวกเราเสร็จงานแล้วขอรับ เซียนเซียนเลยอยากแวะมาเยี่ยมทุกคนที่นี่ก่อนจะเดินทางกลับเมืองหลวงน่ะขอรับ” ต้วนหยูตอบแทนถานเซียนเซียนที่เอาแต่เล่นกับหลานชายของนางซึ่งพี่สะใภ้พามาหาก่อนหน้านี้“อ้อ มาถึงกันตั้งแต่เมื่อใดเล่า เดินทางเหนื่อยหรือไม่” ถานฟานกลัวหลาน ๆ จะเหนื่อยล้าเกินไปจากการเดินทางไกล“ไม่เหนื่อยเลยขอรับ พวกเราไม่ได้เร่งร้อนเดินทางนัก” ต้วนหยูบอกยิ้ม ๆ เขาเห็นท่าทางสดใสของถานเซียนเซียนก็อดคิดถึงตอนที่นางให้กำเนิดบุตรไม่ได้ หากว่าเป็นลูกของพวกเขาเอง ถานเซียนเซียนจะอารมณ์ดีมากสักแค่ไหนกันที่ได้เล่นกับลูก“อืม… เที่ยงนี้อยู่กินข้าวกับปู่นะ เดี๋ยวปู่จะให้คนไปตักปลามาทำอาหารให้พวกเจ้ากินกัน ปลาในสระบ้านเราออกลูกออกหลานมาจนกินไม่ทันแล้ว” ถานฟานที่มักจะกินปลาแทบทุกวันเ
ต้วนหยูกับถานเซียนเซียนพักผ่อนอยู่ที่เมืองถิงสือเพียงสามวัน ก่อนที่พวกเขาจะเดินทางออกจากเมืองถิงสือไปยังด่านเมฆาโดยใช้เวลามากถึงสองวัน“น้องหญิง พักกันที่ด่านก่อนดีกว่านะ พรุ่งนี้ค่อยเดินทางต่อ” ต้วนหยูเห็นว่าใกล้จะถึงยามพระอาทิตย์ตกดินแล้ว“ก็ได้เจ้าค่ะ ท่านพี่ให้คนตั้งค่ายเถอะ” ถานเซียนเซียนความจริงอยากเดินทางผ่านช่องแคบก่อนค่อยหยุดพัก เพียงแต่การเดินทางยามค่ำคืนบนเส้นทางนี้ยังอันตรายเกินไป เพราะตลอดเส้นทางเป็นทางแคบยาวไปมากกว่าสามสิบลี้ นางจึงไม่อยากขัดใจต้วนหยูที่ให้หยุดพักบริเวณด่านตรวจ เมื่อก่อน ด้านหน้าด่านตรวจนี้จะมีผู้อพยพจำนวนมากอาศัยอยู่ แต่ตั้งแต่ทางการเกณฑ์ผู้อพยพไปสร้างคลองส่งน้ำ ที่นี่ก็ไม่มีผู้อพยพเหลืออยู่อีกต่อไป พวกเขาต่างช่วยกันขุดคลองส่งน้ำไปยังถิ่นฐานของตนเองจนทำให้พวกเขาได้กลับไปอยู่ที่บ้านเดิมกันแทบจะหมดแล้ว มีเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้นที่ย้ายถิ่นฐานเข้าไปอยู่ในเมืองอื่นแต่ก็ไม่ได้ไกลจากบ้านเดิมของพวกเขามากนัก“ท่านพี่ ข้าอยากไปเยี่ยมท่านปู่ที่หมู่บ้านก่อนกลับเมืองหลวงได้ไหมเจ้าคะ” ถานเซียนเซียนเอ่ยถามก่อนเข้านอนบนรถม้าคืนนั้น นางคิดมาพักใหญ่แล้วแต่ไม่กล้าถามต้วน
“น้องหญิงไม่ต้องรีบร้อน ใจเย็น ๆ รับรองว่าเราไปถึงถิงสือตรงเวลาแน่นอน” ต้วนหยูได้แต่ต้องให้คำมั่นกับถานเซียนเซียน เขาไม่อยากให้นางอารมณ์เสีย ถานเซียนเซียนเห็นสีหน้าจริงจังของต้วนหยูเข้าก็ไม่อยากงอแงอีก นางกลัวว่าเขาจะรำคาญที่นางงี่เง่าเอาแต่ใจมากเกินไป เมื่อสามเดือนก่อน ต้วนหยูกับถานเซียนเซียนทราบข่าวจากองครักษ์ลับว่าฝ่าบาทส่งขุนนางกรมเกษตรมาเรียนรู้วิธีการปลูกดอกบัวที่เมืองถิงสือ พระองค์ยังมีรับสั่งให้ขุนนางเหล่านั้นตรวจสอบที่ดินในเมืองอื่นเพื่อหาดินที่เหมือนกับเมืองถิงสือด้วย เนื่องจากฝ่าบาทเห็นว่าการทำสวนบัวนี้สามารถช่วยเหลือราษฎรที่มีที่ดินซึ่งไม่สามารถปลูกพืชได้มาก พระองค์จึงคิดจะส่งเสริมราษฎรให้ทำสวนบัวเพิ่มขึ้นสิบเจ็ดวันต่อมา ขบวนของถานเซียนเซียนมาถึงหน้าประตูเมืองถิงสือที่ตอนนี้มีชาวบ้านมากมายมานั่งรอรับเสด็จอยู่เป็นจำนวนมาก เสียงถวายพระพรดังก้องไปทั่วบริเวณเมื่อรถม้าของนางเคลื่อนผ่าน ทำเอาถานเซียนเซียนรู้สึกแปลกใจไม่น้อย“เกิดอะไรขึ้นเจ้าคะท่านพี่ เหตุใดชาวบ้านจึงมากันมากมายเช่นนี้” ถานเซียนเซียนอดกังวลไม่ได้ นางกลัวว่าพวกเขาจะมีสิ่งใดให้นางช่วยหรือไม่จึงได้พากันมาเช่นนี้
ถานเซียนเซียนเดินดูที่ดินต่ออีกพักใหญ่ ก่อนที่นางจะชวนพวกเขากลับเข้าเมืองถิงสือเพื่อเขียนแผนผังการทำฟาร์มบัวของนาง“น้องหญิงมีอะไรให้พี่ช่วยหรือเปล่า” ต้วนหยูเห็นนางเขียนหนังสืออยู่นานตั้งแต่กลับมาถึงจวนจึงอดเป็นห่วงไม่ได้“ตอนนี้ยังไม่มีเจ้าค่ะ ท่านพี่ไปตรวจสอบเสบียงเสร็จแล้วหรือเจ้าคะ” ถานเซียนเซียนยังคงก้มหน้าก้มตาเขียนต่อทั้งที่เพิ่งถามสามีเสร็จ“อืม… ตรวจได้กว่าครึ่งแล้วล่ะ เจ้าเมืองจัดเก็บได้อย่างเป็นระเบียบ พี่เลยตรวจได้เร็วกว่าที่คาดเอาไว้น่ะ” ต้วนหยูนั่งลงช่วยฝนหมึกให้ถานเซียนเซียน“อา… เช่นนั้นงานของท่านพี่ก็เสร็จเร็วกว่ากำหนดสิเจ้าคะ แบบนี้สวนบัวของข้าคงจัดการไม่ทันเวลาที่เราต้องออกเดินทางไปซานหลางสิเจ้าคะ” ถานเซียนเซียนอดกังวลไม่ได้ นางยังต้องสอนคนงานที่เจ้าเมืองถิงสือหาให้ก่อนจึงจะวางใจได้“เจ้าไม่ต้องรีบ พี่จะรอจนกว่าเจ้าจัดการที่ดินผืนนั้นเสร็จค่อยออกเดินทาง อย่างไรเสียก็ยังเหลือเมืองทางตะวันตกที่ต้องตรวจสอบอีกแค่สี่เมืองเท่านั้น” ต้วนหยูไม่ได้เร่งร้อนที่จะตรวจงานมากนัก เขาแค่อยากตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนจากไป“ขอบคุณท่านพี่ที่เข้าใจข้านะเจ้าคะ” ถานเซียนเซียนหันไปหอมแก้มข
[ ระบบ ดินที่นี่เหมาะสมที่จะปลูกแตงโมหรือเปล่า ] ถานเซียนเซียนคิดว่าที่นี่น่าจะสามารถส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกแตงโมขายได้บ้าง[ หากเปลี่ยนดินใหม่ก็จะปลูกได้ผลผลิตดีมากขอรับ เจ้านายต้องการแลกเปลี่ยนหรือไม่ขอรับ ] ระบบในที่สุดก็หาเรื่องแลกเปลี่ยนกับถานเซียนเซียนได้เสียที[ อืม… รอก่อนเถอะ พรุ่งนี้ข้าจะสำรวจดูว่าตรงไหนที่ฝ่าบาทพระราชทานให้ ข้าจะจ้างชาวบ้านปลูกแตงโมเพิ่มในที่ดินสามร้อยหมู่นั่นเอง ] ถานเซียนเซียนยังไม่รู้เลยว่าที่ดินในเมืองนี้ของนางอยู่ที่ใด หากว่ามีคลองน้ำไหลผ่าน นางก็จะให้คนขุดทางน้ำเพิ่มในที่ดินผืนนั้นแล้วจึงมอบเมล็ดพันธุ์ให้พวกเขานำไปปลูกเลี้ยงชีพ[ ทราบแล้วขอรับ ] ระบบเองก็หวังว่าจะมีการแลกเปลี่ยนครั้งใหญ่ เพื่อที่มันจะได้สะสมคะแนนสำหรับการอัพเกรดครั้งที่สี่ซึ่งยังเหลืออีกหลายคะแนนกว่าจะครบ ขบวนของถานเซียนเซียนเดินทางตรงไปยังที่ว่าการเมืองซึ่งตั้งอยู่ด้านในเมืองถิงสือโดยที่สองข้างทางมีทหารคอยคุ้มกันอย่างแน่นหนา ชาวเมืองที่เห็นเข้าต่างสงสัยว่าพวกนางเป็นคนใหญ่คนโตจากที่ใด เพียงแต่พอเห็นทหารหน้าตาขึงขังจำนวนมาก พวกเขาจึงทำได้แค่เดินตามไปดูอยู่ห่าง ๆ เท่านั้น“ถวายพระพรท่าน







