مشاركة

ของถูก

مؤلف: 橙花
last update تاريخ النشر: 2026-02-27 05:30:11

[ เข้าใจแล้วขอรับเจ้านาย ] เสียงระบบหงอยลงทันที มันเองก็ลืมคิดไปว่าครอบครัวเจ้านายของมันยากจนที่สุดในหมู่บ้าน ถ้าจู่ ๆ เกิดร่ำรวยขึ้นมา คงมีชาวบ้านมากมายอิจฉาตาร้อนและก่อเรื่องให้พวกเขาลำบากเป็นแน่

ถานเซียนเซียนได้ยินเสียงระบบแบบนี้เลยเอ่ยปลอบสักสองสามคำ ก่อนที่พวกเขาจะเดินมาถึงย่านตลาดในเมือง

“อืม… พี่ว่าไปตั้งแผงตรงนั้นดีไหม” ถานจงหยางชี้นิ้วบอกน้อง ๆ เขาเห็นว่าตรงนั้นทำเลดีไม่น้อย หากใครผ่านไปผ่านมาก็สามารถแวะซื้อได้

“ดีขอรับพี่ใหญ่ น้องสาวไปกัน” ถานจงซิงพยักหน้ายิ้มรับคำและหันไปชวนถานเซียนเซียนให้เดินไปพร้อมกัน พวกเขามาแถวนี้ทุกวันเพื่อทำงานแบกหาม บรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่เคยใช้งานพวกเขาต่างร้องทักทายอย่างคุ้นเคย

“ท่านพี่รู้จักคนเยอะเหมือนกันนะเจ้าคะ” ถานเซียนเซียนยิ้มบางเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นพี่ชายทั้งสองได้รับความเอื้อเอ็นดูจากเหล่าพ่อค้าแม่ค้า

“พวกพี่ชายมาทำงานที่นี่ตั้งแต่เด็กแล้วน่ะ” ถานจงซิงตอบอย่างสบาย ๆ

“รีบตั้งแผงกันเถอะ น้องชาย เจ้าไปซื้อกระดาษมาไว้ห่อลูกสนที นี่เงินสองอีแปะ”

ถานจงหยางบอกน้องชายและส่งเงินที่แม่เขาให้ไป ถานจงซิงรับเงินมาแล้วก็วิ่งไปที่ร้านค้าในตลาดอย่างคุ้นเคย เขารู้ดีว่าร้านไหนที่ขายกระดาษราคาถูกสำหรับห่ออาหาร ทำให้ใช้เวลาไม่นานนักเขาก็วิ่งกลับมาพร้อมกระดาษห้าสิบแผ่น

“ได้มาห้าสิบแผ่นขอรับพี่ใหญ่” ถานจงซิงส่งกระดาษให้เมื่อเห็นว่าพี่ชายกับน้องสาวเขาเปิดไหและนำลูกสนออกมาเทวางไว้บนโต๊ะเล็กซึ่งนำมาจากบ้านแล้ว

“อืม… ได้แค่นี้ก็ถือว่ามากแล้ว รอขายของได้ก่อนค่อยซื้อเพิ่มถ้าไม่พอ” ถานจงหยางบอกน้องชาย เขารู้ดีว่าการค้าขายไม่ได้ง่ายดายนัก

“ของว่างอร่อย ๆ ราคาเพียงสิบลูกหนึ่งอีแปะ เชิญพ่อแม่พี่น้องมาชิมก่อนได้เจ้าค่ะ เร่เข้ามา ๆ ของว่างราคาถูก อิ่มอร่อยมากเลยนะเจ้าคะ” ถานเซียนเซียนเห็นว่าทุกอย่างพร้อมขายแล้ว นางจึงตะโกนเรียกลูกค้าอย่างร่าเริง ถ้าพวกเขายังคงเงียบอยู่ก็คงไม่มีลูกค้ามาลิ้มลองลูกสนของบ้านนางเสียทีน่ะสิ

“อ่า… น้องหญิงช่างกล้าหาญนัก” ถานจงซิงอดเขินอายขึ้นมาไม่ได้

“อืม… เจ้าก็ช่วยน้องตะโกนด้วยสิ คนจะได้มาดูของว่างร้านเรา” ถานจงหยางหันไปบอกน้องชายที่เขินจนบิดตัวไปมาแล้ว เขาอดส่ายหน้าเบา ๆ กับท่าทางของน้องชายขี้อายคนนี้ไม่ได้ กลับเป็นน้องสาวพวกเขาที่ใจกล้ามากกว่าเสียอีก

ไม่นานหลังจากพวกเขาช่วยกันตะโกนเรียกลูกค้าก็มีคนมาลองชิมลูกสนหลายคนเลยทีเดียว แถมคนพวกนั้นต่างกล่าวว่ามันอร่อยและราคาถูกมากจริง ๆ

“ข้าเอาสองอีแปะ” ลูกค้าคนหนึ่งที่ชิมลูกสนแล้วรีบร้องบอก

“ข้าเอาอีแปะเดียวก่อน” ลูกค้าอีกคนพูดขึ้นมาเช่นกัน

เสียงเรียกให้เด็กทั้งสามห่อลูกสนให้ดังไปทั่วหน้าร้านทันที พวกเขาต่างช่วยกันห่อลูกสนและรับเงินกันมือเป็นระวิง ไม่นานกระดาษที่ซื้อมาก็หมดลง ถานจงหยางส่งเงินให้น้องชายไปซื้อมาอีกสามอีแปะ เขาไม่กล้าซื้อมาทีละมาก ๆ เพราะกลัวว่าถ้าใช้ไม่หมดจะเป็นการเสียเงินโดยใช่เหตุ

พ่อค้าแม่ค้าในตลาดเห็นเด็กสองคนมาขายของเข้าก็พากันสอบถามคนที่ซื้อลูกสนไปก่อนหน้านี้อย่างสนอกสนใจ

“พวกเขาขายอะไรกันเหรอ” พ่อค้าคนหนึ่งเห็นคนที่ไปซื้อกำลังเคี้ยวลูกสนตุ้ย ๆ ก็อดถามขึ้นมาไม่ได้ เขาเองก็อยากลองไปซื้อกินดูบ้าง

“ของว่างน่ะเถ้าแก่ เจ้าไปลองชิมดูก่อนได้ อร่อยมากเลยล่ะ แถมราคาถูกมากด้วยนะ ข้ากินแล้วยังรู้สึกอิ่มท้องไม่ต่างจากกินข้าวเลย” ลูกค้าที่ซื้อลูกสนมาบอกพร้อมรอยยิ้มกว้าง หากว่าเขาซื้อของพวกนี้ไปกินแทนอาหารมื้อหลักก็น่าจะได้

“จริงเหรอท่าน” พ่อค้าไม่ค่อยอยากจะเชื่อนัก เขาคิดว่าของว่างเหมาะสำหรับกินเล่นเท่านั้น หากเอามากินแทนข้าวคงไม่อิ่มแน่

“จริงสิ เจ้าไปลองชิมดูที่ร้านเถอะ หวานมันอร่อยเชียวนะ” ลูกค้าคนนั้นพูดจบก็เดินไปซื้อของจำเป็นต่อในตลาด เขารู้ดีว่าสิบปากว่าไม่เท่าลองชิม

พ่อค้าคนนั้นฝากร้านกับแม่ค้าแผงข้าง ๆ ก่อนที่เขาจะวิ่งเหยาะ ๆ ไปหน้าร้านของพวกถานจงหยาง ตอนนี้ลูกค้าหน้าร้านเริ่มบางตาแล้ว

“จงหยาง เอาของว่างเจ้ามาให้ลุงสักสองอีแปะสิ” พ่อค้ายื่นเงินส่งให้

“ขอรับท่านลุง” ถานจงหยางยิ้มกว้างเมื่อมีคนคุ้นเคยมาอุดหนุน เขายังแถมให้พ่อค้าเพิ่มอีกสองลูกตามที่น้องสาวบอกด้วย

“โอ้ อร่อยจริง ๆ นั่นแหละ เอาไว้ลุงจะมาซื้ออีกนะ ลุงไปเฝ้าร้านก่อน” พ่อค้าชิมดูแล้วก็เห็นว่ามันอร่อยและอิ่มท้องอย่างที่เขาถามก่อนหน้านี้ก็ยิ้มกว้างออกมา

“ขอรับท่านลุง” ถานจงหยางพยักหน้ายิ้มออกมาเช่นกัน เขาไม่คิดว่าจะมีคนชอบลูกสนพวกนี้จริง ๆ จากที่เคยกังวลก่อนขาย ตอนนี้เขาเริ่มมีความหวังมากขึ้นแล้ว

ถานเซียนเซียนกับถานจงซิงเองก็ยิ้มออกมาเช่นกัน พวกเขาโชคดีไม่น้อยที่ลูกค้าต่างบอกกันปากต่อปาก ทำให้ตอนนี้ลูกสนที่นำมาขายไปได้เกินครึ่งหนึ่งแล้ว พวกเขาคาดว่าอีกไม่นานก็คงขายหมดและกลับบ้านได้

สามพี่น้องขายลูกสนต่ออีกไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ในที่สุดของที่นำมาก็หมดลงเสียที พวกเขายังบอกลูกค้าที่มาไม่ทันว่าพรุ่งนี้จะมาขายกันแต่เช้าด้วย ทำให้ลูกค้าคนอื่น ๆ ต้องกลับบ้านกันไปก่อน

“พี่ใหญ่ เราจะแวะซื้อของกลับบ้านก่อนไหมเจ้าคะ” ถานเซียนเซียนรู้ดีว่าที่บ้านไม่มีเครื่องปรุงอะไรเหลืออยู่แล้ว นางอยากซื้อน้ำตาลเพื่อไปทำขนมลูกสนและนำมันมาขายในวันพรุ่งนี้ ถานเซียนเซียนคิดเอาไว้แล้วว่าจะเพิ่มราคาเพื่อหากำไร

“เจ้าอยากซื้ออะไรล่ะ เราแวะซื้อก่อนก็ได้” ถานจงหยางยังไม่ได้นับเงินก็จริงอยู่ แต่เท่าที่เขาดูด้วยสายตา เงินที่ขายของได้วันนี้คงมากกว่าหนึ่งร้อยอีแปะแล้ว ถ้าน้องสาวเขาอยากซื้ออะไรกลับไป เขาที่เป็นพี่ชายก็ไม่อยากขัด

“ข้าอยากซื้อน้ำตาลหรือไม่ก็หญ้าหวานเจ้าค่ะพี่ใหญ่ ข้าจะเอาไปทำขนม” ถานเซียนเซียนบอกไปตามความจริง นางต้องรีบทำขนมออกมาเพื่อขายต่อ

“ได้ ๆ พวกพี่จะพาไปซื้อ” ถานจงซิงพยักหน้ารับคำ เขาอยากลองชิมขนมของน้องสาวจะแย่แล้ว ถ้าทำออกมาอร่อย เขาคิดว่าต้องขายได้กำไรมากกว่าที่ขายวันนี้แน่

สามพี่น้องเดินตามกันไปยังร้านขายเครื่องปรุงรสซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตลาดที่พวกเขาอยู่ก่อนหน้านี้ ถานเซียนเซียนเข้าไปสอบถามราคาก็พบว่าน้ำตาลแพงมากถึงจินละห้าร้อยอีแปะเลยทีเดียว สีหน้าของถานเซียนเซียนอดผิดหวังไม่ได้

“หลงจู๊เจ้าคะ ไม่ทราบท่านมีอะไรใช้ปรุงรสหวานได้อีกไหมเจ้าคะ” ถานเซียนเซียนไม่รู้ว่าในยุคสมัยนี้จะมีอะไรใช้แทนน้ำตาลได้บ้าง

“อืม… มีกานเฉ่า(ชะเอม)ที่ใช้เพิ่มรสหวานได้ เจ้าต้องการหรือเปล่า ข้าขายเพียงกำละสองอีแปะเท่านั้น” หลงจู๊เห็นเด็กสาวสีหน้าไม่ดีนักก็อยากช่วยเหลือบ้าง เขามองเสื้อผ้าของสามพี่น้องที่ปะชุนแล้วปะชุนอีกก็นึกสงสาร เสื้อผ้าของเด็กพวกนี้แทบไม่ต่างจากขอทานในเมืองเลยแม้แต่น้อย แต่เด็กพวกนี้กลับดูมีมารยาทมากกว่าและไม่เหมือนขอทานพวกนั้นที่คอยแต่ขอเงินขออาหาร

“ขอบคุณเถ้าแก่เจ้าค่ะ ข้าขอซื้อสองกำนะเจ้าคะ นี่เงินสี่อีแปะ” ถานเซียนเซียนยิ้มกว้างออกมาได้เสียที นางไม่คิดว่ายุคนี้จะมีกานเฉ่าขายด้วย อย่างน้อยถึงไม่มีน้ำตาลแต่การทำขนมของนางก็สามารถใช้กานเฉ่าได้เช่นกัน

“ขอบใจเจ้ามาก นี่กานเฉ่าสองกำ” หลงจู๊เดินไปหยิบกานเฉ่ามาส่งให้เด็กสาวตรงหน้าพร้อมรอยยิ้มบาง เขาอดเอ็นดูเด็กสาวท่าทางคล่องแคล่วคนนี้ไม่ได้

“น้องสาว เจ้าจะซื้ออย่างอื่นเพิ่มไหม” ถานจงหยางถามอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าน้องสาวต้องการซื้ออะไรไปทำอาหารที่บ้านหรือเปล่า

“ท่านพี่อยากกินอะไรเป็นมื้อเย็นเจ้าคะ ข้าจะได้ซื้อของไปทำให้” ถานเซียนเซียนลืมไปเลยว่าที่บ้านนางไม่มีเครื่องปรุง แต่ด้วยราคาสินค้าที่แพงมาก ทำให้นางอยากใช้แต้มแลกเปลี่ยนกับระบบมากกว่า

“ไม่มี ๆ พวกพี่ชายกินอะไรก็ได้” ถานจงหยางรีบส่ายหน้าตอบ เขากลัวว่าเงินที่หามาได้วันนี้จะหมดเสียก่อน อีกทั้งที่บ้านยังมีลูกสนอีกเป็นจำนวนมาก พวกเขาสามารถกินมันแทนข้าวได้เช่นกัน

“ถ้าอย่างนั้นเรากลับบ้านกันเถิดเจ้าค่ะ ข้าจะทำของอร่อย ๆ ให้กิน” ถานเซียนเซียนตัดสินใจแลกของกับระบบเพื่อทำอาหารค่ำแทน

ระหว่างทางถานเซียนเซียนแลกของกับระบบโดยให้ของทั้งหมดวางอยู่บนรถเข็นและนางจะบอกพวกพี่ชายว่าแอบไปซื้อมาแทน เพราะตอนขายของนั้นถานเซียนเซียนเกิดปวดท้องขึ้นมา นางเลยไปเข้าห้องน้ำที่โรงเตี๊ยม ถานเซียนเซียนจึงคิดใช้เหตุผลนี้ในการนำของจากระบบออกมา

[ เนื้อหนึ่งชั่ง เกลือ น้ำตาล น้ำมัน แป้ง ไข่ แลกเปลี่ยนสำเร็จ ] ระบบเอ่ยขึ้น ถึงแม้ว่าเจ้านายมันจะแลกของมาเพียงเล็กน้อย มันก็เข้าใจเหตุผลของนางดี

[ ขอบใจเจ้ามาก รอให้ข้าได้ขึ้นเขาอีกครั้งก่อน ข้าจะแลกลูกสนกับเจ้า ] ถานเซียนเซียนเห็นว่าใช้ลูกสนแลกนั้นได้แต้มมากกว่าฟืน นางจึงเลือกจะลองใช้ลูกสนก่อนเป็นอันดับแรก รอให้นางเก็บเงินได้มากกว่านี้ ถานเซียนเซียนจึงจะวางแผนต่อไป

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ถานเซียนเซียนเกษตรกรข้ามภพ   ข้าคือเกษตรกร

    หลังมื้อเช้าวันต่อมา ขบวนของถานเซียนเซียนก็ออกเดินทางกันอีกครั้งอย่างไม่เร่งร้อน ถานเซียนเซียนที่เพิ่งกินอิ่ม พอขึ้นรถม้าได้ไม่นานก็หลับไปสิบห้าวันต่อมา การเดินทางดั่งหอยทากของถานเซียนเซียนในที่สุดก็จบลงเสียที นางไปส่งครอบครัวลุงใหญ่กับท่านปู่ไว้ที่จ้วงจื่อก่อน จากนั้นนางกับต้วนหยูก็กลับจวนโหวเพื่อเตรียมเข้าเฝ้าฝ่าบาทในวันพรุ่งนี้ เพราะพวกเขาส่งคนไปแจ้งกำหนดการมาถึงให้คนในวังทราบแล้วตั้งแต่สองวันก่อน“พี่ใหญ่ ไม่ได้พบกันเสียนาน พวกท่านสบายดีนะขอรับ” ถานม่อจือถามพี่ชายที่เพิ่งเดินออกจากเรือนที่พวกเขาเลือกเอาไว้ให้มายังห้องโถงรับแขก“สบายดีมากเลยล่ะ พวกเจ้าเล่าเป็นอย่างไรบ้าง” ถานจื่อเองก็นึกห่วงน้องชายไม่น้อยไปกว่าถานม่อจือเช่นเดียวกัน“พวกเราก็สบายดีขอรับ ตั้งแต่ได้ทำน้ำหอมขาย พวกเราก็ไม่ได้ทำงานสวนอีกเลยขอรับท่านพี่ อ้อ รอพวกท่านหายเหนื่อยก่อน ข้ากับฟู่เหมยจะพาท่านไปดูเครื่องทำน้ำหอมนะขอรับ ในนั้นพวกเราเก็บน้ำหอมที่ผสมแล้วไว้ให้พวกท่านด้วยคนละขวด ข้าคิดว่าพวกท่านต้องชอบแน่ขอรับ” ถานม่อจือกล่าวพร้อมรอยยิ้มกว้าง เขากับเมียใช้เวลาว่างผสมน้ำหอมให้เป็นกลิ่นที่เหมาะกับบุคลิกของคนในครอบคร

  • ถานเซียนเซียนเกษตรกรข้ามภพ   ชวนไปเมืองหลวง

    “คารวะท่านปู่ขอรับ/เจ้าค่ะ” ต้วนหยูกับถานเซียนเซียนเห็นถานฟานมาถึงก็รีบลุกขึ้นค้อมกายคำนับอย่างนอบน้อม พวกเขาเห็นถานฟานดูสบายดีก็อดยกยิ้มไม่ได้“ไฮ้ ตามสบาย ๆ จะมากพิธีไปทำไมกัน พวกเจ้ามาได้อย่างไร ปู่ได้ข่าวว่าพวกเจ้ามีภารกิจที่ฝ่าบาทมอบให้มิใช่หรือ” ถานฟานรู้ข่าวลูกหลานจากจดหมายที่ถานม่อจือให้คนส่งมายังหมู่บ้านทุกเดือน“พวกเราเสร็จงานแล้วขอรับ เซียนเซียนเลยอยากแวะมาเยี่ยมทุกคนที่นี่ก่อนจะเดินทางกลับเมืองหลวงน่ะขอรับ” ต้วนหยูตอบแทนถานเซียนเซียนที่เอาแต่เล่นกับหลานชายของนางซึ่งพี่สะใภ้พามาหาก่อนหน้านี้“อ้อ มาถึงกันตั้งแต่เมื่อใดเล่า เดินทางเหนื่อยหรือไม่” ถานฟานกลัวหลาน ๆ จะเหนื่อยล้าเกินไปจากการเดินทางไกล“ไม่เหนื่อยเลยขอรับ พวกเราไม่ได้เร่งร้อนเดินทางนัก” ต้วนหยูบอกยิ้ม ๆ เขาเห็นท่าทางสดใสของถานเซียนเซียนก็อดคิดถึงตอนที่นางให้กำเนิดบุตรไม่ได้ หากว่าเป็นลูกของพวกเขาเอง ถานเซียนเซียนจะอารมณ์ดีมากสักแค่ไหนกันที่ได้เล่นกับลูก“อืม… เที่ยงนี้อยู่กินข้าวกับปู่นะ เดี๋ยวปู่จะให้คนไปตักปลามาทำอาหารให้พวกเจ้ากินกัน ปลาในสระบ้านเราออกลูกออกหลานมาจนกินไม่ทันแล้ว” ถานฟานที่มักจะกินปลาแทบทุกวันเ

  • ถานเซียนเซียนเกษตรกรข้ามภพ   เยี่ยมท่านปู่

    ต้วนหยูกับถานเซียนเซียนพักผ่อนอยู่ที่เมืองถิงสือเพียงสามวัน ก่อนที่พวกเขาจะเดินทางออกจากเมืองถิงสือไปยังด่านเมฆาโดยใช้เวลามากถึงสองวัน“น้องหญิง พักกันที่ด่านก่อนดีกว่านะ พรุ่งนี้ค่อยเดินทางต่อ” ต้วนหยูเห็นว่าใกล้จะถึงยามพระอาทิตย์ตกดินแล้ว“ก็ได้เจ้าค่ะ ท่านพี่ให้คนตั้งค่ายเถอะ” ถานเซียนเซียนความจริงอยากเดินทางผ่านช่องแคบก่อนค่อยหยุดพัก เพียงแต่การเดินทางยามค่ำคืนบนเส้นทางนี้ยังอันตรายเกินไป เพราะตลอดเส้นทางเป็นทางแคบยาวไปมากกว่าสามสิบลี้ นางจึงไม่อยากขัดใจต้วนหยูที่ให้หยุดพักบริเวณด่านตรวจ เมื่อก่อน ด้านหน้าด่านตรวจนี้จะมีผู้อพยพจำนวนมากอาศัยอยู่ แต่ตั้งแต่ทางการเกณฑ์ผู้อพยพไปสร้างคลองส่งน้ำ ที่นี่ก็ไม่มีผู้อพยพเหลืออยู่อีกต่อไป พวกเขาต่างช่วยกันขุดคลองส่งน้ำไปยังถิ่นฐานของตนเองจนทำให้พวกเขาได้กลับไปอยู่ที่บ้านเดิมกันแทบจะหมดแล้ว มีเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้นที่ย้ายถิ่นฐานเข้าไปอยู่ในเมืองอื่นแต่ก็ไม่ได้ไกลจากบ้านเดิมของพวกเขามากนัก“ท่านพี่ ข้าอยากไปเยี่ยมท่านปู่ที่หมู่บ้านก่อนกลับเมืองหลวงได้ไหมเจ้าคะ” ถานเซียนเซียนเอ่ยถามก่อนเข้านอนบนรถม้าคืนนั้น นางคิดมาพักใหญ่แล้วแต่ไม่กล้าถามต้วน

  • ถานเซียนเซียนเกษตรกรข้ามภพ   ผู้มีพระคุณ

    “น้องหญิงไม่ต้องรีบร้อน ใจเย็น ๆ รับรองว่าเราไปถึงถิงสือตรงเวลาแน่นอน” ต้วนหยูได้แต่ต้องให้คำมั่นกับถานเซียนเซียน เขาไม่อยากให้นางอารมณ์เสีย ถานเซียนเซียนเห็นสีหน้าจริงจังของต้วนหยูเข้าก็ไม่อยากงอแงอีก นางกลัวว่าเขาจะรำคาญที่นางงี่เง่าเอาแต่ใจมากเกินไป เมื่อสามเดือนก่อน ต้วนหยูกับถานเซียนเซียนทราบข่าวจากองครักษ์ลับว่าฝ่าบาทส่งขุนนางกรมเกษตรมาเรียนรู้วิธีการปลูกดอกบัวที่เมืองถิงสือ พระองค์ยังมีรับสั่งให้ขุนนางเหล่านั้นตรวจสอบที่ดินในเมืองอื่นเพื่อหาดินที่เหมือนกับเมืองถิงสือด้วย เนื่องจากฝ่าบาทเห็นว่าการทำสวนบัวนี้สามารถช่วยเหลือราษฎรที่มีที่ดินซึ่งไม่สามารถปลูกพืชได้มาก พระองค์จึงคิดจะส่งเสริมราษฎรให้ทำสวนบัวเพิ่มขึ้นสิบเจ็ดวันต่อมา ขบวนของถานเซียนเซียนมาถึงหน้าประตูเมืองถิงสือที่ตอนนี้มีชาวบ้านมากมายมานั่งรอรับเสด็จอยู่เป็นจำนวนมาก เสียงถวายพระพรดังก้องไปทั่วบริเวณเมื่อรถม้าของนางเคลื่อนผ่าน ทำเอาถานเซียนเซียนรู้สึกแปลกใจไม่น้อย“เกิดอะไรขึ้นเจ้าคะท่านพี่ เหตุใดชาวบ้านจึงมากันมากมายเช่นนี้” ถานเซียนเซียนอดกังวลไม่ได้ นางกลัวว่าพวกเขาจะมีสิ่งใดให้นางช่วยหรือไม่จึงได้พากันมาเช่นนี้

  • ถานเซียนเซียนเกษตรกรข้ามภพ   สวนบัว

    ถานเซียนเซียนเดินดูที่ดินต่ออีกพักใหญ่ ก่อนที่นางจะชวนพวกเขากลับเข้าเมืองถิงสือเพื่อเขียนแผนผังการทำฟาร์มบัวของนาง“น้องหญิงมีอะไรให้พี่ช่วยหรือเปล่า” ต้วนหยูเห็นนางเขียนหนังสืออยู่นานตั้งแต่กลับมาถึงจวนจึงอดเป็นห่วงไม่ได้“ตอนนี้ยังไม่มีเจ้าค่ะ ท่านพี่ไปตรวจสอบเสบียงเสร็จแล้วหรือเจ้าคะ” ถานเซียนเซียนยังคงก้มหน้าก้มตาเขียนต่อทั้งที่เพิ่งถามสามีเสร็จ“อืม… ตรวจได้กว่าครึ่งแล้วล่ะ เจ้าเมืองจัดเก็บได้อย่างเป็นระเบียบ พี่เลยตรวจได้เร็วกว่าที่คาดเอาไว้น่ะ” ต้วนหยูนั่งลงช่วยฝนหมึกให้ถานเซียนเซียน“อา… เช่นนั้นงานของท่านพี่ก็เสร็จเร็วกว่ากำหนดสิเจ้าคะ แบบนี้สวนบัวของข้าคงจัดการไม่ทันเวลาที่เราต้องออกเดินทางไปซานหลางสิเจ้าคะ” ถานเซียนเซียนอดกังวลไม่ได้ นางยังต้องสอนคนงานที่เจ้าเมืองถิงสือหาให้ก่อนจึงจะวางใจได้“เจ้าไม่ต้องรีบ พี่จะรอจนกว่าเจ้าจัดการที่ดินผืนนั้นเสร็จค่อยออกเดินทาง อย่างไรเสียก็ยังเหลือเมืองทางตะวันตกที่ต้องตรวจสอบอีกแค่สี่เมืองเท่านั้น” ต้วนหยูไม่ได้เร่งร้อนที่จะตรวจงานมากนัก เขาแค่อยากตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนจากไป“ขอบคุณท่านพี่ที่เข้าใจข้านะเจ้าคะ” ถานเซียนเซียนหันไปหอมแก้มข

  • ถานเซียนเซียนเกษตรกรข้ามภพ   พัฒนาอย่างลับ ๆ

    [ ระบบ ดินที่นี่เหมาะสมที่จะปลูกแตงโมหรือเปล่า ] ถานเซียนเซียนคิดว่าที่นี่น่าจะสามารถส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกแตงโมขายได้บ้าง[ หากเปลี่ยนดินใหม่ก็จะปลูกได้ผลผลิตดีมากขอรับ เจ้านายต้องการแลกเปลี่ยนหรือไม่ขอรับ ] ระบบในที่สุดก็หาเรื่องแลกเปลี่ยนกับถานเซียนเซียนได้เสียที[ อืม… รอก่อนเถอะ พรุ่งนี้ข้าจะสำรวจดูว่าตรงไหนที่ฝ่าบาทพระราชทานให้ ข้าจะจ้างชาวบ้านปลูกแตงโมเพิ่มในที่ดินสามร้อยหมู่นั่นเอง ] ถานเซียนเซียนยังไม่รู้เลยว่าที่ดินในเมืองนี้ของนางอยู่ที่ใด หากว่ามีคลองน้ำไหลผ่าน นางก็จะให้คนขุดทางน้ำเพิ่มในที่ดินผืนนั้นแล้วจึงมอบเมล็ดพันธุ์ให้พวกเขานำไปปลูกเลี้ยงชีพ[ ทราบแล้วขอรับ ] ระบบเองก็หวังว่าจะมีการแลกเปลี่ยนครั้งใหญ่ เพื่อที่มันจะได้สะสมคะแนนสำหรับการอัพเกรดครั้งที่สี่ซึ่งยังเหลืออีกหลายคะแนนกว่าจะครบ ขบวนของถานเซียนเซียนเดินทางตรงไปยังที่ว่าการเมืองซึ่งตั้งอยู่ด้านในเมืองถิงสือโดยที่สองข้างทางมีทหารคอยคุ้มกันอย่างแน่นหนา ชาวเมืองที่เห็นเข้าต่างสงสัยว่าพวกนางเป็นคนใหญ่คนโตจากที่ใด เพียงแต่พอเห็นทหารหน้าตาขึงขังจำนวนมาก พวกเขาจึงทำได้แค่เดินตามไปดูอยู่ห่าง ๆ เท่านั้น“ถวายพระพรท่าน

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status