로그인ด้วยวิธีทรมานร่างกายโดยการถอนเล็บมือ ห้องนี้จึงกลายเป็นสถานที่ทรมานราวกับนรก แรงดึงอันรุนแรงจากอดีตนักเลงข้างถนนคนนั้นกระชากชั้นป้องกันปลายนิ้วออกมาอย่างบังคับจนเลือดไหลเสียงกรีดร้องยาวด้วยความเจ็บปวดดังก้องสนั่นในห้องปิดแห่งนี้ เสียงร้องโหยหวนชวนเวทนานั้นสะท้อนกับผนังคอนกรีตหนา บาดหูทุกคนที่ได้ยินอัญชัญปิดหูแน่น พลางซ่อนใบหน้าไว้หลังไหล่ของผม เธอขดตัวด้วยความหวาดกลัว ไม่อาจทนเห็นความโหดเหี้ยมตรงหน้าได้ผมเพียงยืนกอดอก มองดูกระบวนการอำมหิตนี้ด้วยสายตาเย็นเยียบราวน้ำแข็ง ไม่มีพื้นที่สำหรับความเมตตาให้เบี้ยของไพโรจน์ที่หมายเอาชีวิตครอบครัวของผม"นั่นเพิ่งเล็บเดียว แกยังเหลืออีกเก้าเล็บให้ถอน" พี่กฤษณ์หันคีมกลับไปอีกครั้ง"พอแล้ว! พอแล้ว พี่! เจ็บชิบหายเลย ไอ้เหี้ย!" ชายคนนั้นกลิ้งไปมาบนพื้น พลางกุมปลายนิ้วที่แดงก่ำของตัวเอง"ที่ซ่อนของกรรมการบริษัทตัวปลอมนั่นอยู่ที่ไหน?!" ผมตวาดพลางก้าวเข้าไปข้างหน้า"ผมไม่รู้ที่อยู่แน่ชัด! พวกมันย้ายที่กันบ่อย!"พี่กฤษณ์ไม่ผ่อนปรนให้เลย และหนีบเล็บนิ้วกลางของเชลยคนนั้นทันที การกระชากอย่างหยาบคายครั้งที่สองเกิดขึ้นอีกครั้งโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
เสียงกระดูกดังร้าวดังอย่างน่าสะอิดสะเอียน ทำลายความเงียบของลานจอดรถใต้ดิน จมูกของชายคนนั้นหัก เลือดสดๆ ไหลทะลักออกมาเปื้อนแจ็กเก็ตหนังของเขา ร่างใหญ่ของเขาล้มครืนลงไปขวางทางออกของบันไดเลื่อนที่หยุดทำงานตรงมุมสุดของลานจอดรถ ศัตรูที่ยังมีสติอยู่เพียงคนเดียวเริ่มถอยเท้าไปข้างหลังชายในแจ็กเก็ตหนังคนนั้นสั่นเทาอย่างหนัก เมื่อเห็นพวกพ้องของตัวเองนอนแน่นิ่งหมดสภาพ ความหวาดกลัวต่อความดุดันของคู่หูนักสู้ข้างถนนทำให้ความกล้าของนักเลงรับจ้างคนนั้นหดหายไปในพริบตาเขาโยนมีดพับลงบนพื้นแล้วพยายามหันหลังกลับ แผนหลบหนีไปยังทางออกที่ใกล้ที่สุดของเขาถูกสัญชาตญาณเฉียบคมของเพื่อนเก่าผมอ่านออกหมดแล้วน่าเสียดายที่มือใหญ่ของพี่กฤษณ์คว้าคอเสื้อด้านหลังแจ็กเก็ตของเขาไว้ได้ก่อน นักเลงเชลยคนนั้นถูกลากอย่างหยาบคายไปตามพื้นทันที"ไว้ชีวิตด้วยครับ พี่! ผมแค่ถูกสั่งมาเฉยๆ!" "ปากมากนะมึง ไอ้เวร! เข้าไปในนั้น!" "มือผมเจ็บนะครับ พี่! ปล่อยผมเถอะ!" "กูจะหักคอมึง ถ้ายังกล้าตะโกนแหกปากอยู่ตรงนี้!"ชายร่างยักษ์ใช้เข่ากดกรามของเชลยไว้ แล้วเปิดประตูท้ายรถตู้ ศัตรูของเราถูกยัดเข้าไปในท้ายรถเช่าอย่างรุนแรงราวกับกระสอบข
ผมด่าสาปความโง่ของอัญชัญเสียงดัง ที่ขยับตัวคนเดียวท่ามกลางสถานการณ์สงครามอันตรายถึงชีวิต เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมการลักพาตัวเป็นครั้งที่สอง ผมรีบดึงพี่กฤษณ์ไปด้วยทันทีรถตู้เช่าคันหนึ่งถูกเร่งความเร็วสุดกำลัง ฝ่าการจราจรติดขัดช่วงเวลาเลิกงาน ล้อรถของพวกเราพุ่งอย่างดุดันตรงไปยังศูนย์การค้าที่เป็นสถานที่นัดพบอันตรายนั้นใกล้เวลาพลบค่ำ บรรยากาศบริเวณล็อบบี้ห้างดูแน่นขนัดไปด้วยผู้คนที่มาเที่ยวช่วงสุดสัปดาห์ อัญชัญนั่งไขว่ห้างอยู่บริเวณด้านนอกของคาเฟ่ เธอสั่งเครื่องดื่มเย็นไปหนึ่งแก้วแว่นกันแดดกรอบใหญ่ถูกใช้โดยตั้งใจเพื่ออำพรางสีหน้าเคร่งเครียดของเธอ ดวงตาคมกริบของพี่กฤษณ์กำลังจับตาดูตำแหน่งของผู้หญิงสะเพร่าคนนั้นอย่างละเอียดจากชั้นสองของอาคาร "ตำแหน่งคุณหนูอัญชัญยังปลอดภัย อยู่ในสายตาครับ บัญญัติ" พี่กฤษณ์รายงานผ่านอุปกรณ์สื่อสารไร้สายของผม"อย่าละสายตาแม้แต่วินาทีเดียวนะ พี่" ผมเตรียมพร้อมเฝ้าดูจากหลังเสาคอนกรีตยักษ์เป้าหมายสาวไฮโซที่รอคอย ในที่สุดก็ปรากฏตัวจากทางประตูหมุนของล็อบบี้หลัก เธอถือกระเป๋าหนังสัตว์เลื้อยคลานราคาเป็นร้อยล้าน ฝ้ายกอดทักทายแบบหอมแก้มซ้ายขวากับอัญช
ความเหนื่อยล้าทางใจดูเหมือนจะทรมานความคิดของอัญชัญอย่างหนัก ตั้งแต่เมื่อคืน หญิงสาวเอาแต่รู้สึกว่าตัวเองเป็นแค่ภาระที่ต้องให้คนอื่นปกป้อง โดยไม่มีโอกาสแม้แต่นิดที่จะตอบแทนอะไรได้คำพูดห้วนๆ ของผมเมื่อตอนบ่ายยังติดอยู่ในหัวเธอ ทุกครั้งที่ลลิตากับดาราถูกชมว่ามีประโยชน์ อัญชัญ ก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองดูเล็กลงเรื่อยๆ อยู่ตรงมุมห้องแคบๆ นั้นมือซ้ายของเธอค่อยๆ หยิบปากกาสีดำออกมาจากกระเป๋าสะพาย รายชื่อกรรมการบริษัทหุ่นเชิดถูกเธอคัดลอกลงบนกระดาษโน้ตพกพาแผ่นหนึ่งจากรายชื่อยาวเหยียดนั้น ตัวตนหลายคนในรายชื่อนั้นเป็นคนที่เธอรู้จักดีเลย ชื่อเหล่านั้นเป็นพ่อแม่แท้ๆ ของเพื่อนในแวดวงเที่ยวกลางคืนของเธอในสังคมไฮโซของมหาวิทยาลัย"ฉันรู้จักตาแก่เจ้าของบาร์หรูนี่ดีเลย" อัญชัญพึมพำเบาๆ จนแทบไม่มีใครในห้องได้ยินไม่มีใครสังเกตเห็นเสียงพึมพำนั้น ผมกำลังยุ่งอยู่กับการวางเส้นทางอพยพสำรองกับพี่กฤษณ์ที่ระเบียงหลังบ้าน ส่วนลลิตากับดาราก็ยังจมอยู่หน้าจอแล็ปท็อป“ถ้าตรอกด้านหน้าถูกจับได้ เราไปทางคลองด้านหลังนะพี่ น้ำกำลังลดพอดี” ผมพูดพลางชี้ไปที่ภาพร่างคร่าวๆ บนกระดาษลังเก่า“ปลอดภัยครับบอส ลูกน้องผมเตรียมรถก
เมื่อเปิดตู้เซฟใบเล็กนั้น มือของผมก็คลำเข้าไปด้านในและเจอกระเป๋าหนังเก่าๆ ใบหนึ่งที่เต็มไปด้วยฝุ่น ตัวล็อกโลหะบนกระเป๋าคลาสสิกใบนั้นขึ้นสนิมไปตามกาลเวลาแล้วทันทีที่ผมฝืนเปิดฝามันออก กลิ่นกระดาษเก่าก็พุ่งออกมากระแทกโพรงจมูกทันที สมุดบัญชีธนาคารต่างประเทศกองหนึ่งถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบมากอยู่ด้านในหัวใจของผมเต้นรัวเร็วตอนพลิกดูทีละหน้าๆ ที่เต็มไปด้วยตัวเลขมหาศาล สมุดบัญชีเหล่านั้นบันทึกเส้นทางเงินฟอกมาตั้งแต่สิบกว่าปีก่อน ซึ่งทั้งหมดไหลไปรวมอยู่กับทรัพย์สินอสังหาริมทรัพย์ปลอมๆ หลายร้อยรายการที่แท้นี่ก็คือหลักฐานของจริงที่คุณฤทธิ์ซ่อนไว้อย่างแน่นหนามาตลอด ตามคำสั่งของพ่อผู้ล่วงลับของผมที่ก้นกระเป๋า มีกระดาษสีเหลืองซีดแผ่นเล็กๆ สอดอยู่ พับครึ่งไว้ บนนั้นมีเพียงประโยคสั้นๆ ประโยคเดียว เขียนด้วยหมึกสีน้ำเงินที่เริ่มจางแล้วใช้สิ่งนี้ก็ต่อเมื่อครอบครัวของฉันถูกบีบจนจนตรอกจริงๆลายมือนั้นทำให้หน้าอกของผมอึดอัดขึ้นมาทันที แม้จากไปแล้ว พ่อผู้ล่วงลับก็ยังพยายามปกป้องพวกเราทุกคน โดยไม่เสียเวลา ผมปิดกระเป๋าใบนั้นกลับแล้วกอดแน่นไว้ใต้แจ็กเก็ต ตั้งใจเดินขึ้นบันไดไปยังล็อบบี้ให้ดูสบาย
พี่กฤษณ์ตามเข้ามาพร้อมกระเป๋าเป้ใบใหญ่ที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์เอาตัวรอด อดีตเจ้าพ่อข้างถนนคนนั้นรีบรูดม่านหน้าต่างให้สนิท เพื่อไม่ให้กิจกรรมของพวกเราถูกมองเห็นจากด้านนอกเพื่อจะตัดสัญญาณติดตามผ่านดาวเทียมของศัตรูให้ขาดสนิท เราจึงต้องใช้วิธีสุดโต่งทันที"เอามือถือของทุกคนมากองไว้บนพรมนี้เดี๋ยวนี้" พี่กฤษณ์หยิบค้อนเหล็กออกมาจากกระเป๋า"พี่จะทำอะไรกับมือถือหนูเนี่ย?! ในนั้นมีงานมหาลัยทั้งหมดเลยนะ!" อัญชัญร้องเสียงหลงอย่างกลั้นไว้ เมื่อเห็นมือถือราคาแพงของตัวเองถูกแย่งไปอย่างแรง"จีพีเอสจากเศษขยะพวกนี้ทำให้ตำแหน่งเราโดนจับได้ครับ คุณหนู!" พี่กฤษณ์ตอบ พลางวางของแบนๆ นั้นลงบนกระเบื้องเซรามิก"แต่หนูต้องใช้อินเทอร์เน็ตติดต่อมหาลัยนะ!" เด็กสาวยังพยายามปกป้องของมีค่าของตัวเอง"ชีวิตครอบครัวพวกคุณแพงกว่าเรื่องทำวิทยานิพนธ์เยอะครับ คุณหนูอัญชัญ!" พี่กฤษณ์ยกค้อนเหล็กขึ้นสูงอย่างไม่ปรานีทันที"บ้าเอ๊ย! ทุบเบาๆ หน่อยสิ!" อัญชัญหลับตาแน่น ไม่อาจทนดูภาพสยองนั้นได้เพียงพริบตาเดียว สมาร์ตโฟนทั้งหมดของครอบครัวนี้ก็แตกกระจายเป็นชิ้นๆ เศษซากอิเล็กทรอนิกส์มูลค่าหลายสิบล้านนั้นถูกกวาดจนเกลี้ยง แล้วพี่กฤ
หัวใจผมแทบจะกระเด็นหลุดออกมาทางลำคอด้วยความตกใจ"ชิบหายแล้ว! ทำไมต้องมาเหยียบกิ่งไม้ตอนนี้ด้วยวะเนี่ย ถ้าโดนจับได้กูโดนไล่ออกแน่ๆ ซวยแล้วไง ไอ้บัญญัติ รีบคิดหาทางออกสิวะ อย่ามัวแต่ไปจดจ่ออยู่ที่ข้างล่างนั่น!"ท่ามกลางความลนลานนั้น สมองน้อยๆ ของผมกลับทำงานได้อย่างเหลือเชื่ออ๊ะ!คิดออกแล้วแทนที
"บัญญัติ ตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป แกมาคอยดูแลลูกสาวทั้งสามคนของฉัน!"ยังไม่ทันที่ผมจะได้ตอบรับหรือแค่พยักหน้าแต่อย่างใด เสียงอันแข็งกร้าวก็ดังมาจากทางบันไดก แทรกขัดจังหวะพวกเราเสียก่อนเจ้าของเสียงคือคุณหนูลลิตา ลูกสาวคนโตของคุณนายอารยา เธอสวยหยาดเยิ้มก็จริง แต่ร้ายยิ่งกว่าแม่เสือที่หวงลูกน้อยเสียอี
"ขะ-ขาว เนียน หุ่นก็เพรียว! แล้วก็ หลังนี่โคตรสวยเลย ให้ตายสิ นี่มันนางฟ้าหรือไงวะ? แต่นางฟ้าทำไมตัวเล็กจังเลยล่ะ?"คุณหนูดาราก้มตัวเล็กน้อย ยกขาข้างหนึ่งขึ้นวางบนเก้าอี้ตัวเล็กที่บุผ้ากำมะหยี่ มือของเธอกำลังทาโลชั่นลงบนน่องเรียวที่ทั้งยาวทั้งเนียน"โอ้โห แม่เจ้าโว้ย… นี่ตาฉันฝาดหรือมีนางฟ้ามาอาบน
เอี๊ยดดดดดด!รถหยุดกะทันหัน ห่างจากตัวรถบัสบ้าคันนั้นแค่ไม่กี่เซนติเมตร แรงสั่นสะเทือนค่อนข้างแรงจากการเบรกฉุกเฉินร่างของคุณหนูกัญญาพุ่งไปข้างหน้าเพราะเธอคาดเข็มขัดนิรภัยไม่ถูกต้อง ยังดีที่ถุงลมนิรภัยไม่ทำงานแต่เพราะความตกใจกลัวจนแทบขาดใจเมื่อเห็นกันชนรถบัสอยู่ตรงหน้า คุณหนูกัญญาจึงคว้าอะไรสักอ







