Masukบทที่ 12 สองชั่วโมงของเพลง
“เพลงว่างวันพฤหัสฯ ห้าโมงครึ่งถึงหนึ่งทุ่มครึ่งค่ะ”
คณินเงียบไปสองวินาที
“แค่นั้น?”
“สองชั่วโมงนะคะ”
“ครับ”
“น้ำเสียงเหมือนโดนลดงบ”
“ผมกำลังคำนวณว่าเดินทางไปร้านอาหารกี่นาที”
เพลงพิณหัวเราะใส่โทรศัพท์ “คุณจะเอาเวลาสองชั่วโมงของเพลงไปเสียบนรถเหรอคะ”
“งั้นคุณเลือก”
“ร้านกาแฟข้างออฟฟิศค่ะ”
คราวนี้เงียบนานกว่าเดิม
“คณิน”
“ครับ”
“รับไม่ไหว?”
“ผมกำลังปรับความคาดหวังของเดตแรก”
“เพลงให้โอกาสถอนตัวนะ”
“ห้าโมงครึ่งเจอกันครับ”
เพลงพิณวางสายพร้อมรอยยิ้ม ก่อนหันกลับไปเห็นพนักงานสองคนกำลังมองอยู่
“ทำงานค่ะ”
ทั้งคู่ก้มหน้าพร้อมกัน แต่ไหล่ยังสั่น
“ถ้ายังขำ เดี๋ยวให้ช่วยตรวจเอกสารย้อนหลังเพิ่มนะคะ”
คราวนี้เงียบสนิท ได้ผลกว่าดุเสียอีก
คณินมาถึงก่อนเวลาสิบนาที
เพลงพิณรู้เพราะตอนห้าโมงยี่สิบสอง เธอมองผ่านกระจกสำนักงานแล้วเห็นรถของเขาจอดอยู่ด้านหน้า
เขาไม่ได้โทรเร่ง ไม่ได้ส่งข้อความว่า ถึงแล้ว แค่นั่งรออยู่ในรถ
เพลงพิณก้มดูเอกสารตรงหน้าอีกครั้ง ก่อนเซ็นอนุมัติงานที่จำเป็นแล้วปิดแฟ้ม
“ถ้ามีเรื่องด่วนโทรหาพี่ค่ะ เรื่องที่รอพรุ่งนี้ได้ ให้รอ”
พนักงานรับคำ
เพลงพิณคว้ากระเป๋า เดินออกจากออฟฟิศตรงเวลาเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน
คณินลงจากรถเมื่อเห็นเธอ
“คุณมาตรงเวลามากค่ะ”
“ผมกลัวถูกหักจากสองชั่วโมง”
“ดีค่ะ เพราะเพลงคิดเป็นนาที”
“เหลือหนึ่งร้อยสิบเก้านาทีแล้วครับ”
เพลงพิณหัวเราะ “ยังไม่เริ่มค่ะ”
“งั้นผมขอให้เริ่มตอนนี้เลย”
เขาผายมือไปทางร้านกาแฟไม่ไกลนัก ไม่มีดอกไม้ ไม่มีร้านหรู ไม่มีแผนพิเศษ แค่ผู้ชายคนหนึ่งที่ดูจริงจังกับเวลาสองชั่วโมงของเธอเกินเหตุ
“คุณสั่งอเมริกาโนไม่หวานจริง ๆ เหรอคะ”
คณินมองแก้วของตัวเอง “มีปัญหาอะไรครับ”
“เข้ากับบุคลิกเกินไป”
“กาแฟเกี่ยวอะไรกับบุคลิก”
“ขม ตรง ไม่มีอะไรเกินจำเป็น”
“คุณกำลังชม?”
“ยังไม่แน่ใจค่ะ”
คณินมองแก้วของเธอบ้าง “แล้วของคุณล่ะครับ”
“ลาเต้เย็น”
“แปลว่า?”
“แปลว่าเพลงกินลาเต้เย็นค่ะ”
เขาเงียบ
เพลงพิณหัวเราะทันที “อย่าพยายามเอาคืนเลยค่ะ คุณไม่ถนัด”
“ผมเพิ่งเริ่ม”
“จีบผู้หญิงนี่ต้องฝึกด้วยเหรอ”
“ผมคิดว่าทุกอย่างฝึกได้”
“น่ากลัวจัง”
“ตรงไหนครับ”
“เดี๋ยวคุณกลับไปทำตารางประเมินผล”
คณินวางแก้วลง “ยังไม่ถึงขนาดนั้น”
“ยัง?”
เขานิ่งไปนิดหนึ่ง
เพลงพิณหัวเราะจนต้องยกมือปิดปาก
“คุณคณินคะ ถ้าจะจีบผู้หญิง อย่าเปิดช่องให้โดนแกล้งง่ายขนาดนี้สิ”
“ปกติไม่มีใครแกล้งผมครับ”
“สงสัยทุกคนกลัว”
“คุณไม่กลัว?”
“ไม่ค่ะ”
“เห็นแล้วครับ”
คำตอบเรียบ ๆ ทำให้เพลงพิณต้องหลบไปหยิบแก้วกาแฟแทน เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่าเขาไม่ได้จีบเก่ง แต่บางครั้งความไม่ตั้งใจนั่นแหละที่รับมือยากกว่า
“แล้วปกติคุณทำอะไรคะ นอกจากทำงาน”
“ออกกำลังกาย อ่านหนังสือ บางทีก็เล่นกอล์ฟ”
“ฟังแล้วชีวิตเป็นระเบียบมาก”
“คุณล่ะครับ”
“ทำงาน เลี้ยงลูก ทำงานกับลูก เลี้ยงลูกระหว่างทำงาน”
คณินหัวเราะ
“ไม่มีอย่างอื่น?”
เพลงพิณคิด “ชอบดูซีรีส์ค่ะ”
“เรื่องล่าสุด?”
“จำไม่ได้”
“แล้วบอกว่าชอบ”
“ชอบค่ะ แต่ไม่มีเวลาดู”
“งั้นไม่นับ”
“ทำไมจะไม่นับ ความชอบไม่ได้หมดอายุเพราะไม่มีเวลาสักหน่อย”
คณินพยักหน้า “ก็จริง”
“คุณนี่เชื่อคนง่ายเหมือนกันนะคะ”
“ผมเลือกเถียงเฉพาะเรื่องที่คุ้ม”
“เพลงไม่คุ้ม?”
“วันนี้มีแค่สองชั่วโมง ผมไม่อยากเสียเวลาเถียง”
เพลงพิณยกแก้วขึ้นดื่ม ซ่อนรอยยิ้มไว้หลังหลอด
หนึ่งชั่วโมงผ่านไปโดยไม่มีใครพูดเรื่องหนี้ ไม่มีโรงงาน ไม่มีเอกสารที่หาย ไม่มีเจ้าหนี้
คณินเล่าเรื่องไปประชุมต่างจังหวัดแล้วผู้จัดการโรงงานเตรียม ข้อมูลมาสามชุดเพราะกลัวเขาถาม ส่วนเพลงพิณเล่าเรื่องสมัยเป็นนางแบบที่เคยต้องยืนถ่ายงานกลางแดดในเสื้อกันหนาว
“แล้วคุณไม่เป็นอะไร?”
“เป็นค่ะ เกือบเป็นลม”
“ทำไมไม่หยุด”
“ตอนนั้นเด็กค่ะ คิดว่างานต้องมาก่อนทุกอย่าง”
“ตอนนี้ล่ะครับ”
เพลงพิณชะงักไปนิดหนึ่ง
“ตอนนี้รู้แล้วว่าถ้าเราล้ม งานก็ไม่ได้รักเราพอจะพาไปโรงพยาบาล”
คณินหัวเราะ
“จริงค่ะ อย่าขำ”
“ผมไม่ได้ขำเรื่องนั้น”
“แล้วขำอะไร”
“คุณพูดเหมือนเคยโกรธงาน”
“เคยค่ะ หลายรอบ แล้วก็กลับไปทำต่อ”
โทรศัพท์ของเพลงพิณสั่นบนโต๊ะ เธอหยิบขึ้นมาดูทันที
ข้อความจากพี่เลี้ยงส่งรูปต้นเพลงกับเพลงขวัญกำลังกินข้าวมาให้ เพลงพิณตอบกลับสั้น ๆ แล้วคว่ำโทรศัพท์ลง
“ลูกเหรอครับ”
“ค่ะ”
“ทุกอย่างเรียบร้อย?”
“ถ้าสองคนยังไม่ตีกันก็ถือว่าเรียบร้อยค่ะ”
คณินพยักหน้า ไม่ถามต่อ
เพลงพิณเหลือบมองนาฬิกา
อีกสี่สิบกว่านาที แปลกดี ตอนหาเวลานัด เธอรู้สึกว่าสองชั่วโมงมากเกินกว่าจะเจียดออกมาจากชีวิตได้ แต่พอนั่งจริงกลับเหลือน้อยกว่าที่คิด
“คุณเพลง”
“คะ”
“ผมถามอะไรได้ไหม”
“ดูหน้าก่อนค่ะว่าคำถามอันตรายหรือเปล่า”
“คุณรำคาญไหมครับ”
“เรื่องอะไร”
“ที่ผมจีบคุณ”
เพลงพิณไม่ได้ตอบทันที คำถามตรงแบบคณิน แต่คราวนี้ไม่มีมุกให้หลบง่าย ๆ
“ไม่รำคาญค่ะ”
เขารอฟังต่อ
เพลงพิณใช้นิ้วหมุนแก้วช้า ๆ
“แค่เพลงยังไม่มีที่ว่างให้เรื่องนี้”
คณินไม่ได้รีบบอกว่าเข้าใจ ไม่ได้บอกว่าจะรอ เขานั่งเงียบอยู่ครู่หนึ่งก่อนพูด
“ผมไม่ได้ขอทั้งหมด”
เพลงพิณเงยหน้าขึ้น
“เหลือไว้ให้ผมนิดเดียวก็พอ”
คราวนี้คนที่ชอบแกล้งเขากลับคิดคำสวนไม่ออก
คณินมองนาฬิกาข้อมือ
“อีกยี่สิบแปดนาทีครับ”
เพลงพิณหลุดหัวเราะ
“นี่คุณจับเวลาจริง ๆ เหรอ”
“คุณให้ผมสองชั่วโมง”
“แล้วถ้าหมด?”
“ก็ส่งคุณกลับไปทำงาน”
“ไม่ขอเพิ่ม?”
“วันนี้ไม่ครับ”
เพลงพิณมองเขา
“ทำไม”
“เดี๋ยวครั้งหน้าคุณไม่ให้มาอีก”
เธอหัวเราะออกมา
“เรียนรู้เร็วเหมือนกันนี่คะ”
“ผมบอกแล้วว่าฝึกได้”
หนึ่งทุ่มยี่สิบแปด คณินเดินมาส่งถึงหน้าออฟฟิศ
เพลงพิณหยุดตรงประตู
“เหลือสองนาทีค่ะ”
“ผมคืนให้”
“ใจดีจัง”
“สะสมไว้ครั้งหน้าได้ไหมครับ”
เพลงพิณหันมามอง
เขายังทำหน้าจริงจังเหมือนเดิม
“เวลามีระบบสะสมด้วยเหรอคะ”
“ถ้าคุณอนุญาตก็มี”
“งั้นเพลงขอคิดดูก่อน”
“ครับ”
คณินไม่เซ้าซี้
เพลงพิณเปิดประตู แต่ยังไม่เดินเข้าไป
“คณินคะ”
“ครับ”
“ครั้งหน้าไม่ต้องกินกาแฟก็ได้นะ”
เขานิ่งไปนิดหนึ่ง
“แปลว่ามีครั้งหน้า?”
เพลงพิณรู้ทันทีว่าพลาด
“เพลงหมายถึงถ้ามีค่ะ”
“ครับ”
“อย่าทำหน้าแบบนั้น”
“ผมยังไม่ได้ทำอะไร”
“นั่นแหละค่ะ”
เธอรีบเดินเข้าประตู
เสียงหัวเราะเบา ๆ ของคณินตามมาจากด้านหลัง
เพลงพิณกลับถึงโต๊ะ เปิดคอมพิวเตอร์ และดึงแฟ้มงานเข้ามา
โทรศัพท์สั่น
คณิน: วันนี้ใช้ไป 118 นาที เหลือ 2 นาทีครับ
เพลงพิณส่ายหน้า ก่อนพิมพ์ตอบ
เพลง: ไม่ทบยอดค่ะ หมดอายุเที่ยงคืน
อีกฝ่ายตอบแทบจะทันที
คณิน: งั้นครั้งหน้าผมขอใหม่
เพลงพิณมองข้อความนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเปิดปฏิทินของตัวเองขึ้นมา ตารางแน่นเหมือนเดิม
งาน ลูก ไลฟ์ นัดโรงงาน ทุกช่องแทบไม่มีที่ว่าง
เธอเลื่อนไปสัปดาห์หน้า แล้วหยุดตรงเย็นวันหนึ่งที่มีช่องว่างอยู่หนึ่งชั่วโมงครึ่ง.
บทที่ 14 คืนที่แม่หลับคาโต๊ะ “แม่หลับ”ต้นเพลงยืนอยู่ข้างโต๊ะทำงาน ใช้นิ้วแตะแขนแม่เบา ๆ เพลงพิณไม่ขยับ เด็กชายแตะอีกครั้ง แรงขึ้นนิดหนึ่ง“แม่”คราวนี้ได้เพียงเสียงครางในลำคอ เพลงพิณฟุบอยู่บนแขนตัวเอง โน้ตบุ๊กยังเปิดค้าง เอกสารกระจายเต็มโต๊ะ ข้างมือมีแก้วกาแฟที่เหลืออยู่ครึ่งแก้ว“แม่ไม่ตื่นเหรอ”เพลงขวัญเดินลากตุ๊กตามาสมทบ“แม่เหนื่อย”“หนูหิว”ต้นเพลงหันไปมองน้อง “กินนมไหม”“ไม่เอา หนูจะกินข้าว”“ต้นทำไม่เป็น”“โทรหาพ่อ”เด็กชายลังเล ก่อนเสียงกริ่งหน้าประตูดังขึ้น ทั้งคู่หันไปพร้อมกันเพลงขวัญวิ่งก่อนทันที“เดี๋ยว!”ต้นเพลงรีบตามไปคว้าแขนน้องไว้ “แม่บอกห้ามเปิดประตูเอง”เสียงกริ่งดังอีกครั้ง เพลงพิณยังไม่ตื่น ต้นเพลงจึงปีนขึ้นโซฟา ชะโงกดูจอเล็กข้างประตู ก่อนทำหน้าไม่พอใจ“ลุง”“ลุงไหน”“ลุงนั่นแหละ”เพลงขวัญกลับดีใจ “ลุงมา!”“เบา ๆ สิ”แต่คนบอกให้เบากลับเป็นฝ่ายวิ่งไปปลุกแม่อีกครั้งคณินยืนรออยู่หน้าประตูเกือบสองนาที กว่าจะได้ยินเสียง เพลงพิณงัวเงียตอบจากด้านใน“ค่ะ...มาแล้วค่ะ”ประตูเปิดออก เธอมองเขาเหมือนใช้เวลาอยู่หลายวินาทีกว่าจะจำได้ว่าเป็นใคร“คณิน?”“ครับ”“คุณมาได้ยังไง”“
บทที่ 13 ความผิดที่เป็นของเธอ“อันนี้ก็ลายเซ็นพี่เพลงค่ะ”เพลงพิณรับเอกสารมาเทียบกับอีกสองแผ่นบนโต๊ะ เหมือนกัน ไม่ใช่ลายเซ็นที่ถูกตัดแปะ ไม่ใช่ของปลอมที่ต้องเพ่งถึงจะเห็นความผิดปกติมันเป็นลายมือของเธอเอง“แล้วใบนี้ล่ะคะ”พนักงานเลื่อนมาให้อีกใบ เพลงพิณมองไม่ถึงห้าวินาที“ของพี่ค่ะ”คนในห้องเงียบลง สามรายการที่สงสัยกลายเป็นห้า และสี่ในห้ามีลายเซ็นของเธอ พนักงานคนหนึ่งพูดขึ้นเบา ๆ“แต่ตอนนั้นเอกสารทั้งหมดผ่านคนดูแลก่อนมาถึงพี่เพลงนะคะ”“พี่รู้ค่ะ”“งั้นก็อาจเป็นเพราะข้อมูลที่เขาให้พี่”“อาจจะค่ะ”เพลงพิณวางกระดาษลง“แต่ลายเซ็นเป็นของพี่”ไม่มีใครพูดต่อ เธอเลื่อนแฟ้มทั้งหมดออกจากกัน ก่อนหยิบกระดาษเปล่ามาวางตรงกลางโต๊ะ“แยกใหม่ค่ะ”“แยกยังไงคะ”“อะไรที่บริษัทต้องจ่ายอยู่แล้ว ต่อให้เราไม่ชอบตัวเลขนั้น ก็แยกไว้กองหนึ่ง”เธอเขียนคำว่า ภาระของบริษัท“อะไรที่เกิดจากการบริหารพลาดของพี่ เซ็นโดยไม่ตรวจให้ละเอียด สั่งของเกิน ขยายเร็วเกิน หรืออะไรก็ตามที่เรามีหลักฐานชัดว่าเป็นการตัดสินใจของพี่ เอาไว้อีกกอง”ปากกาหยุดครู่หนึ่ง ก่อนเขียนความผิดของเราพนักงานมองคำบนกระดาษ“แล้วกองสุดท้าย?”เพลงพิณดึ
บทที่ 12 สองชั่วโมงของเพลง“เพลงว่างวันพฤหัสฯ ห้าโมงครึ่งถึงหนึ่งทุ่มครึ่งค่ะ”คณินเงียบไปสองวินาที“แค่นั้น?”“สองชั่วโมงนะคะ”“ครับ”“น้ำเสียงเหมือนโดนลดงบ”“ผมกำลังคำนวณว่าเดินทางไปร้านอาหารกี่นาที”เพลงพิณหัวเราะใส่โทรศัพท์ “คุณจะเอาเวลาสองชั่วโมงของเพลงไปเสียบนรถเหรอคะ”“งั้นคุณเลือก”“ร้านกาแฟข้างออฟฟิศค่ะ”คราวนี้เงียบนานกว่าเดิม“คณิน”“ครับ”“รับไม่ไหว?”“ผมกำลังปรับความคาดหวังของเดตแรก”“เพลงให้โอกาสถอนตัวนะ”“ห้าโมงครึ่งเจอกันครับ”เพลงพิณวางสายพร้อมรอยยิ้ม ก่อนหันกลับไปเห็นพนักงานสองคนกำลังมองอยู่“ทำงานค่ะ”ทั้งคู่ก้มหน้าพร้อมกัน แต่ไหล่ยังสั่น“ถ้ายังขำ เดี๋ยวให้ช่วยตรวจเอกสารย้อนหลังเพิ่มนะคะ”คราวนี้เงียบสนิท ได้ผลกว่าดุเสียอีกคณินมาถึงก่อนเวลาสิบนาทีเพลงพิณรู้เพราะตอนห้าโมงยี่สิบสอง เธอมองผ่านกระจกสำนักงานแล้วเห็นรถของเขาจอดอยู่ด้านหน้าเขาไม่ได้โทรเร่ง ไม่ได้ส่งข้อความว่า ถึงแล้ว แค่นั่งรออยู่ในรถเพลงพิณก้มดูเอกสารตรงหน้าอีกครั้ง ก่อนเซ็นอนุมัติงานที่จำเป็นแล้วปิดแฟ้ม“ถ้ามีเรื่องด่วนโทรหาพี่ค่ะ เรื่องที่รอพรุ่งนี้ได้ ให้รอ”พนักงานรับคำเพลงพิณคว้ากระเป๋า เดินออก
บทที่ 11 ผู้ชายสองคนในบ้านเดียวกัน “แม่ครับ พ่อมาแล้ว!”ต้นเพลงวิ่งผ่านห้องรับแขกไปถึงประตู ก่อนเพลงพิณจะทันได้ลุกจากพื้นเสียอีก“ต้น เดินดี ๆ ครับ”ไม่มีผล เด็กชายเปิดประตูแล้วโผเข้าหาศิรากรทันที“พ่อ!”ศิรากรก้มรับลูก “คิดถึงพ่อขนาดนี้เลย?”“ครับ วันนี้ผมจะเอาไดโนเสาร์ไปด้วย”“คราวก่อนเอาไปแล้วไม่ยอมเอากลับ”“คราวนี้เอากลับครับ”“พ่อจะลองเชื่อดู”เพลงพิณส่ายหน้า ก่อนหันกลับมาเก็บของเล่นที่เพลงขวัญเทกระจายไว้บนพื้น“ขวัญคะ พ่อมาแล้ว เก็บของก่อนค่ะ”“ลุงช่วยอยู่”มือของเพลงพิณชะงักคณินที่นั่งอยู่ข้างกล่องตัวต่อเงยหน้าขึ้นมองเด็กหญิง“ผมยังไม่ได้ตกลงว่าจะช่วยนะครับ”เพลงขวัญยื่นตัวต่อให้หนึ่งชิ้น“ช่วยค่ะ”“นี่คือขอหรือสั่งครับ”เด็กสามขวบคิดไม่ถึงสองวินาที“สั่งค่ะ”เพลงพิณหลุดหัวเราะ“สมควรแล้วค่ะ ไปถามเอง”คณินรับตัวต่อมาใส่กล่อง ก่อนเงาร่างหนึ่งจะหยุดอยู่ตรงทางเข้าห้องรับแขกเสียงต้นเพลงดังขึ้นก่อน“พ่อครับ นี่ลุงคณิน”คราวนี้ไม่มีใครหัวเราะเพลงพิณลุกขึ้น “คณินคะ นี่ศิรากร พ่อของเด็ก ๆ ค่ะ”คณินวางตัวต่อในมือลงแล้วลุกตาม ผู้ชายสองคนมองหน้ากันอยู่ครู่หนึ่ง ศิรากรเป็นฝ่ายยื่นมือก่
บทที่ 10 วันที่เขาหายไป“ไฟล์นี้เปิดไม่ได้ค่ะพี่เพลง”เพลงพิณเงยหน้าจากเอกสารทันที“ไฟล์ไหน”พนักงานหมุนโน้ตบุ๊กให้ดู “ประวัติเบิกสินค้าของเดือนนี้ค่ะ เมื่อวานหนูยังเปิดได้อยู่เลย”เพลงพิณลุกจากเก้าอี้บนหน้าจอขึ้นเพียงข้อความว่าไม่พบไฟล์ต้นทาง“ในชุดที่สำรองไว้มีไหม”“มีค่ะ แต่เป็นข้อมูลถึงวันที่เราสำรอง ส่วนไฟล์ที่แก้หลังจากนั้นไม่มี”“เช็กถังขยะกับประวัติการแก้หรือยัง”“เช็กแล้วค่ะ”เพลงพิณนิ่งไปครู่หนึ่ง เมื่อวานเธอสั่งจำกัดสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลบางส่วน เช้านี้ไฟล์ที่เกี่ยวข้องกับรายการเบิกสินค้ากลับหาย ถ้าบังเอิญก็ตรงเวลาเกินไปหน่อย“อย่าเพิ่งกู้คืนในระบบหลักนะคะ”พนักงานชะงัก “ทำไมคะ”“ถ้าเขารู้ว่าเรามีสำเนา เขาก็รู้ว่าเราสงสัยตรงไหน”เพลงพิณกลับไปนั่ง“เอาชุดสำรองมาเทียบกับเอกสารกระดาษก่อน แล้วดูว่าสามล็อตที่ไม่มีปลายทาง ใครเป็นคนสร้างรายการ ใครแก้ล่าสุด”“แล้วคนที่ถูกจำกัดสิทธิ์ล่ะคะ ถ้าเขาถาม?”“บอกว่าพี่กำลังจัดระบบใหม่”“เขาจะเชื่อเหรอคะ”เพลงพิณหยิบปากกาขึ้นมา“ไม่ต้องเชื่อก็ได้ค่ะ”เพราะถ้ามีใครกำลังลบร่องรอยจริง อย่างน้อยตอนนี้เธอก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายเริ่มขยับโทรศัพท์เงียบผิ
บทที่ 9 คนที่ไม่ถามยอดหนี้“ถ้าคุณเพลงยังจ่ายตามกำหนดเดิมไม่ได้ ทางผมขอให้ปิดยอดส่วนนี้ภายในสิ้นเดือนครับ”เพลงพิณมองตัวเลขที่ถูกวงไว้บนเอกสาร ก่อนเงยหน้าขึ้น“ยอดนี้เพลงรับค่ะ แต่สิ้นเดือนทำไม่ได้”ชายสองคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามมองหน้ากัน“ก่อนหน้านี้คุณเพลงก็ขอเลื่อนมาแล้วนะครับ”“ทราบค่ะ”“ถ้าอย่างนั้นทางเราคงต้องดำเนินการตามขั้นตอน”“ถ้าต้องทำก็ทำค่ะ แต่ถ้าจะให้เพลงรับปากว่าสิ้นเดือนจ่ายหมด ทั้งที่รู้ว่าทำไม่ได้ เพลงไม่รับปาก”ห้องประชุมเงียบลง อีกฝ่ายคงไม่ได้คาดว่าเจ้าของบริษัทที่กำลังมีปัญหาจะตอบตรงขนาดนี้เพลงพิณเลื่อนเอกสารกลับไปกลางโต๊ะ“เพลงจ่ายก้อนแรกได้วันที่สิบห้า หลังจากนั้นขอแบ่งอีกสองงวด”“นานไปครับ”“งั้นพี่เสนอมาได้ค่ะ แต่อย่าเอาสิ้นเดือนยอดเดียว เพลงทำไม่ได้จริง ๆ”“ถ้าลดเหลือสองงวด?”“สองงวดได้ แต่ก้อนแรกต้องตามวันที่เพลงบอก”ชายที่อายุมากกว่าหยิบเครื่องคิดเลขมากด ก่อนหันไปคุยกับคนข้าง ๆ เบา ๆเพลงพิณไม่ได้เร่ง โทรศัพท์บนตักสั่นสองครั้ง เธอไม่หยิบขึ้นมาดู เมื่อคืนยังนั่งหัวเราะกับข้อความของคณินอยู่แท้ ๆ เช้านี้กลับต้องมานั่งต่อรองว่าจะคืนเงินใครได้วันไหนชีวิตเธอช่วงนี







