Mag-log inวันนี้เริ่มเรียนเป็นวันแรก คิมหันต์กับเหมันต์จองโต๊ะตัวหลังตามเคย เหมันต์ชอบแอบอ่านหนังสือจึงไม่เหมาะจะนั่งหน้าเท่าไหร่ คิมหันต์ก็ชอบงีบหลับ ยิ่งไม่เหมาะกับการนั่งหน้าเข้าไปใหญ่ ขนมปังนั่งกับใบเฟิร์นหน้าห้องเพื่อเลี่ยงกับการต้องถูกคิมหันต์แกล้ง แต่ก็ยังมิวาย
ปั่กก! ขนมปังหันมามองงง ๆ เมื่อรู้สึกว่ามีอะไรกระทบเข้ากับศีรษะเบา ๆ พอมองไปก็เห็นกระดาษที่ถูกขยำเป็นก้อนตกลงที่พื้น คิมหันต์แอบกลั้นหัวเราะแล้วก้มหน้างุดอยู่ใต้โต๊ะ เหมันต์เหลือบมองน้องชาย ไม่อยากถือสาเท่าไหร่นัก ขนมปังหันมามองแต่ไม่เห็นอะไรจึงหันไปเรียนต่อ ปั่กก! คราวนี้ขนมปังเริ่มเคือง ก่อนที่จะก้มทำอะไรใต้โต๊ะงุดคนเดียว คิมหันต์เลิกคิ้วมองอย่างแปลกใจ สงสัยว่าคนอย่างขนมปังจะมุดหัวไปทำอะไร สักพักขนมปังก็ลุกขึ้นแล้ว เดินตรงมาที่เขาพร้อมกับเอาก้อนดินน้ำมันก้อนเบ้อเริ่มฟาดไปที่ศีรษะของคิมหันต์ดัง ปั่กก!!! เสร็จแล้วหญิงสาวก็ทำหน้าหวาดกลัวเหมือนจะร้องไห้ ท่าทางเหมือนคนที่ทำอะไรไม่ถูกกำลังมองหาที่พึ่ง โดยมีเพื่อนทั้งห้องที่มองอย่างตกใจ อาจารย์ที่กำลังสอนเองก็ตะลึง คิมหันต์ถึงกับช็อกไปทันที “นี่เธอทำอะไรเนี่ย” เขาโวยวาย เมื่ออยู่ดี ๆ ก็มีดินน้ำมันก้อนเบ้อเริ่มมาปะไว้บนหัว “กะ ก็นาย อะ เอากระดาษปาหัวฉันก่อน” ขนมปังพูดตะกุกตะกัก ปากเบะเตรียมพร้อมจะร้องไห้ “นี่เธอสองคนทำอะไรไม่เกรงใจครูเลยใช่มั้ย” เสียงตวาดของอาจารย์แสงดาวผู้ที่เป็นคนคุมหอหญิงและกำลังสอนวิชาสังคมร้องขึ้นดังลั่น ทำเอาคนที่กำลังทะเลาะกันสะดุ้ง เฮือก!! “ ก็ยายนี่อยู่ดี ๆ ก็เอาดินน้ำมันมาปาใส่หัวผม” คิมหันต์โวยวายบ้าง พลางหยิบเอาดินน้ำมันออกจากศีรษะ อย่างโกรธ ๆ ดินน้ำมันติดอยู่บนหัวเขาเต็มไปหมด “กะ ก็นาย เอากระดาษมาปาหัวฉันก่อนนี่” ขนมปังเถียงกลับอย่างไม่ยอมเหมือนกัน “ใครเห็นบ้างว่าฉันเอากระดาษปาใส่เธอ” เขาโมเมทั้งที่ตัวเองเป็นคนผิดแท้ ๆ “ฉันเห็น” เสียงของอาจารย์แสงดาวดังขึ้นมา พร้อมกับร่างท้วมที่เดินเข้ามา ตาดุเหมือนยักษ์ไม่มีผิด คิมหันต์หน้าแหย ขนาดลดลงเหลือแค่สองนิ้วเห็นจะได้ พยายามจะยิ้มแต่เป็นเค่ยิ้มเจื่อน “ซวยเลย” เขาบ่นพึมพำอย่างหัวเสีย ไม่คิดว่ายัยปิศาจ (ในความคิดเขา) จะเห็น “เธอยากไปนอนที่ห้องมืดจนตัวสั่นใช่มั้ยคิมหันต์” “มะไม่หรอกครับ ผมไม่ค่อยชอบอะไรมืด ๆ” ชายหนุ่มปฏิเสธเสียงสั่น แต่ก็คิดว่างานนี้เขาคงไม่รอดเป็นแน่ “เหรอ” อาจารย์แสงดาวที่ตอนนี้โกรธจนเลือดขึ้นหน้ายิ้มอย่างสยดสยองก่อนจะหันมาสั่ง “วันนี้เธอไปนอนในห้องมืด และเธอด้วยหนมปัง ข้อหาที่เธอไม่เกรงใจครู” “ไม่นะครับอาจารย์อย่าทำโหดร้ายกับผมอย่างนั้น” คิมหันต์อ้อนวอนทำหน้าตาน่าสงสาร “หรือเธอจะอยู่คนเดียว” “มะ ไม่ครับ มียายเฉิ่มเป็นเพื่อนดีกว่าครับ” เขาพูด พร้อมกับทำหน้าละห้อย “งั้นดี หนึ่งทุ่มตรงพวกเธอต้องเข้าไปในห้องมืด ถ้าช้ากว่านั้นล่ะก็ฉันจะขังเธอเพิ่ม” อาจารย์แสงดาวสั่งเสียงเฉียบขาด คิมหันต์หน้าจ๋อย ขนมปังเบะปากเหมือนจะร้องไห้ เป็นอย่างนี้ทุกทีเลย เธอต้องโดนทำโทษเพราะคิมหันต์ทุกที เวรกรรมอะไรของเธอก็ไม่รู้ เหมันต์แอบขำสมน้ำหน้าน้องชายตัวดี ใบเฟิร์นหน้าแหยเพราะสงสารเพื่อน ส่วนเพื่อนคนอื่นเฉย ๆ เพราะทั้งสองคนนี้โดนลงโทษด้วยกันเป็นประจำ เลยกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วสำหรับเพื่อนในห้อง ............................................................. หนึ่งทุ่มตรง คิมหันต์เดินเข้าในห้องมืดก่อน เป็นห้องที่เหมือนกับห้องในหอพักทุกประการเพียงแต่ไม่มีไฟฟ้าเท่านั้น และอยู่ใต้ดิน จึงเรียกที่นี่ว่าห้องมืด ใช้สำหรับลงโทษนักเรียนงี่เง่าแทนการตี ใครทำผิดต้องมานอนห้องมืด จำนวนแล้วแต่คำสั่งของอาจารย์ที่ลงโทษ คิมหันต์เปิดประตูเข้ามาแล้วนอนลงบนเตียวแข็ง ๆ อย่างเซ็ง ๆ อีกอย่างที่ไม่น่าพิศมัยในห้องมืดก็คือเตียงนอนแข็ง และในห้องไม่มีห้องน้ำส่วนตัว เวลาข้าศึกโจมตีทีต้องวิ่งออกไปเข้าห้องน้ำของโรงเรียน “เพราะยัยเฉิ่มนั่นแหละ คอยดูนะ เข้ามาจะแกล้งให้เข็ด” เขานอนบ่นพึมพำอย่างกับไม่รู้ว่าตัวเองเป็นคนผิด สักพักเสียงกุกกักก็ตามมา พร้อมกับร่างบางที่เดินลงมาอย่างทุลักทุเลนิดหน่อย พร้อมถุงใบใหญ่ ที่เจ้าหล่อนหอบเข้ามาด้วย “มาแล้วเหรอ” “นะ นายเห็นมั้ยล่ะ” ขนมปังตอบอ้อมแอ้ม คิมหันต์อยากจะกระโดดต่อยปากแม่สาวตรงหน้าเหลือเกิน ใครนะคิดว่ายัยนี่เฉิ่มซื่อ ยัยนี่น่ะเฉิ่มกวนประสาทชัด ๆ ร้ายกาจด้วย ปากก็เสียอย่างไม่น่าให้อภัยเลยสักนิด “เธอเอาอะไรมาพะรุงพะรังน่ะ” เขาถามอย่างแปลกใจ ขนมปังไม่ตอบ หยิบเอาโคมไฟ อันเล็กในกระเป๋าออกมากดเปิด ในห้องก็สว่างพรึบ และหญิงสาวก็หยิบเอาผ้าปูที่นอนออกมาปู พร้อมหมอนใบเล็ก และหนังสือเล่มเหมาะ “นี่เธอเอาของพวกนี้เข้ามาได้ไงเนี่ย” ขนมปังหันมามองคิมหันต์งง ๆ ไม่เข้าใจกับคำถามของอีกฝ่าย แต่ก็ตอบไปประสาซื่อว่า “ขะ เขาไม่ได้ห้ามเอาเข้ามานี่นา” “อะไรนะ” คิมหันต์ร้องออกมาอย่างหัวเสีย ก่อนที่จะฟาดงวงฟาดงา อย่างหงุดหงิด นั่นสิ ไม่มีใครเขาห้ามสักหน่อย ว้ากกกก! ทำไมเขาไม่คิด ทำไมเขาคิดไม่ได้ ดูสิ ยัยนั่นเตรียมของมายังกับจะไปปิกนิก ส่วนเขาไม่มีอะไรสักอย่าง อยากจะบ้า ชายหนุ่มเริ่มคลุ้มคลั่ง และยิ่งหนักขึ้นเมื่อเห็นขนมปังหยิบหูฟังบลูทูธออกมาเปิดเพลงในโทรศัพท์มือถือฟัง ยัยนี่ แสบบริสุทธ์จริงๆ “นี่ ยายเฉิ่ม” ................................ “ยายเฉิ่ม” ............................... คิมหันต์โดดลงจากเสียงดึงเอาหูฟังออกจากหูของขนมปัง ก่อนจะกรอกเสียงลงไปในหูเธออย่างดัง “ทำไมไม่บอกว่าเอาของแบบนี้เข้ามาได้ ฮะ” ชายหนุ่มพูดอย่างอารมณ์เสีย ขนมปังหลับตาปี๋ เพราะเขาพูดใส่หูเธอเสียงดัง จนรู้สึกได้ว่าแก้วหูเธอเกือบแตก “ฉะ ฉันนึกว่านายรู้ซะอีก” เจ้าหล่อนหันมาตอบหน้าซื่อๆ ห้าปีที่ผ่านมา คิมหันต์โดนสั่งนอนห้องมืดเป็นประจำ ใครจะไปคิดว่าเขาจะไม่รู้เรื่องนี้ นี่ยัยนี่ว่าเขาโง่ใช่มั้ย ยิ่งคิดคิมหันต์ก็ยิ่งโมโห คิดพาลตีโพยตีพายไปทั่ว “ดี ข้อหาที่เธอไม่บอกฉัน เธอต้องเอาเพลงมาให้ฉันฟังแทน” ไม่พูดเปล่าคิมหันต์ดึงเอาหูฟังออกจากหูของขนมปังเปลี่ยนมาใส่ในหูเขาแทน ขนมปังหน้าเหวอไปทันทีที่ถูกแย่งเอาของไปดื้อ ๆ ลุกขึ้นพยายามแย่งกลับมา แต่ก็ไม่เป็นผลเท่าไหร่ “อะ ไอ้บ้าเอามานะ” ขนมปังวิ่งไล่เอาหูฟังคืนจนเหนื่อยหอบหมดแรง ก่อนจะนั่งลงบนผ้าปูที่นอนของตน คิมหันต์ลอยหน้าลอยตาเอาหูฟังไปฟังหน้าตาเฉย ขนมปังจึงปิดโทรศัพท์มือถือ คิมหันต์หันควับ ถลึงตาดุใส่ “เปิดเดี๋ยวนี้เลยนะ” เขาออกคำส่ง ขนมปังเก็บโทรศัพท์มือถือ พลิกตัวหนี คิมหันต์แยกเขี้ยว โมโหก็โมโห ยัยนี่ทำตัวกวนโอ้ย ! เขาตลอด เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ ขนมปังเห็นคิมหันต์นอนหันหลังให้ ก็ค่อย ๆ ย่องไปข้างหลังคิมหันต์ที่นอนหันหลังฟังเพลงอย่างสบายอารมณ์ หญิงสาวค่อย ๆ เอื้อมมือไปจะดึงเอาของของตัวเองคืน แต่แล้วก็โดนมือใหญ่กระชากตัวลงไปบนที่นอนก่อนที่คนตัวโตจะนอนทับเธอไว้ “ปะ ปล่อยฉันนะ” “ฮ่า ฮ่า ยัยเฉิ่มฝันไปเถอะ ฉันไม่มีทางยอมให้เธอเอาไอ้ที่ฟังเพลงนี่คืนหรอก” ขนมปังดิ้นขลุกขลัก หน้าเสียที่โดนเขาจับได้ “ตะ แต่มันเป็นของของฉันนะ” “ของเธอก็เหมือนของฉันนั่นแหละ” คิมหันต์โมเมเอาง่าย ๆ ไม่ได้สังเกตว่าร่างบางที่โดนเขาทับอยู่ตอนนี้หน้าแดงระเรื่อขนาดไหน “ว่าแต่เธอยังหาไม่เจออีกเหรอไอ้คู่หมั้นของเธอเนี่ย” “ยะ ยังเลย” ขนมปังอึกอักเล็กน้อย ตอบเบา ๆ อ้อมแอ้ม ไม่เต็มเสียงนัก “เหรอ พ่อเธอนี่ก็แปลกนะ จะบอกหน่อยก็ไม่ได้ว่าใครเป็นคู่หมั้นเธอ ทำไมต้องให้เธอมาหาเองก็ไม่รู้เนอะ” “นะ นั่นสิ” ขนมปังยิ้มเจื่อน ๆ หลุบตาสีดำสนิทลงต่ำ “แต่ฉันว่าคนที่เป็นคู่หมั้นเธอนี่ ต้องทำบุญมาน้อยมากแน่เลย” คิมหันต์หัวเราะขำอยู่คนเดียวก่อนจะถามต่อ “แล้วถ้าเธอเจอคู่หมั้นเธอแล้ว เธอจะทำยังไงเหรอ” “มะ ไม่รู้สิ ทักทายมั้ง” “ทักทาย” คิมหันต์ขึ้นเสียงสูง “เธอนี่เฉิ่มชะมัด ดีนะที่ฉันไม่มีแฟนเฉิ่ม ๆ เหมือนเธอ” “ระ เหรอ นายเลยมีแฟนเป็นผู้หญิงเจ้าชู้แทน” ขนมปังพูดตรง ๆ ทำเอาคิมหันต์โมโห เพราะหลายครั้งแล้วที่ขนมปังว่าสายรุ้งแฟนของเขาเป็นคนเจ้าชู้ แม้จะไม่ได้ถือสาอะไร แต่เขาก็ไม่ชอบใจเท่าไหร่ “เธอมันปากไม่ดี สายรุ้งเขารักฉันจะตาย เขาไม่มีทางนอกใจหรอก” “ระ เหรอ” ขนมปัง ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะดิ้นขลุกขลักอีกครั้งให้เขาปล่อยเธอ “ไม่ต้องดิ้นเลย มีเธอเป็นหมอนข้างนี่ก็ดีเหมือนกัน นุ่มดีเป็นบ้า” “ฉะ ฉันไม่ชอบเป็นหมอนข้าง” ร่างบางปฏิเสธ ก่อนจะพยายามผลักคนตัวใหญ่ออกไป “เขาให้เธอลงสมัครเป็นควีนของหอจริง ๆ เหรอ” “มะ ไม่หรอก” “นั่นสิ ฉันก็ว่างั้น ถ้าเธอลงสมัครฉันว่าเพื่อนในห้องช็อกตายแหงเลย” “นะ นั่นสิเนอะ” หญิงสาวหัวเราะแห้ง ๆ แล้วถอนหายใจอีกครั้ง คิมหันต์เงียบไปนาน ก่อนที่จะเอ่ยออกมาอีก “เมื่อไหร่เธอจะถอดแว่นหนา ๆ ออกสักทีนะ ฉันล่ะอยากจะเห็นหน้าเธอแบบเต็ม ๆ สักครั้ง คงจะเป็นบุญตา” คิมหันต์หัวเราะหึหึ แล้วก็ขมวดคิ้วมุ่นเมื่อไม่มีเสียงตอบจากคนที่เขาทับอยู่ จึงพลิกตัวไปดู ก็เห็นว่ายัยเฉิ่มนอนหลับคาแว่นตาหนาไปแล้ว คิมหันต์หัวเราะให้กับหญิงสาวตรงหน้า จะว่าเฉิ่มก็เฉิ่ม แต่บางทีก็ชื่อจนแสบ บางครั้งก็กวนประสาทจนเขาโมโหบ่อย ๆ แต่ยัยนี่ก็เป็นเพื่อนหญิงคนเดียวที่เขายอมสนิทมากด้วยขนาดนี้ บางทีสนิทมากกว่าคนที่เขาคบเป็นแฟนเสียอีก .........................................คิมหันต์โวยวายโหวกเหวกในห้องแต่งตัว ที่ขนมปังไม่ยอมปลุกเขา แถมแม่คนจอมเฉิ่มก็พูดเหมือนเดิม“นะ นายไม่ได้บอกไว้นี่” เออ เขาไม่ได้บอกหรอก อยากจะบ้ากับยัยนี่จริง ๆ คิมหันต์กระแทกตัวลงนั่งที่เก้าอี้ หน้าตายุ่งเหยิงเพราะเมื่อคืนไม่ได้นอน เอาแต่คิดเรื่องสายรุ้งไปมาทั้งคืน“นี่นายเลิกทำหน้ายุ่งได้มั๊ย คิดว่าตัวเองหล่อมากหรือไงฮะ” เพื่อนที่ต้องทำหน้าที่แต่งหน้าให้โวยวายลั่นเมื่อคิมหันต์เอาแต่หน้าเบ้“จะแต่งมั้ย ไม่แต่งก็ไม่ต้องแต่ง” เขาโวยกลับเสียงดังลั่น ก่อนจะเอามือยีผมด้วยความโมโห ไอ้พี่บ้าเอ้ย คิดยังไงมาเอาเขาไปประกวดบ้าบออะไรแบบนี้ทำไมก็ไม่รู้ปึง !!! เพื่อนสาวประเภทสองโยนเครื่องมือแต่งหน้าทิ้งด้วยความโมโห“ไม่แต่งแล้ว ไอ้คนเรื่องมาก” แล้วเจ้าตัวก็เดินฉับ ๆ ออกไปด้วยความโมโห“นะ นายไปว่าเขาทำไม” ขนมปังเอ่ยถาม“ก็เขาอยากโวยวายทำไมเล่า” คิมหันต์พูดอย่างหงุดหงิด อารมณ์ไม่ดีเท่าไหร่“ขะ เขาอุตส่าห์แต่งให้ นะ นายใจร้าย” ขนมปังต่อว่า ทั้งที่ทำท่าทางหวาดๆ“ฉันไม่ได้ขอร้องให้เขามาแต่งให้นี่” คิมหันต์ว่าใส่“ขะเขามีน้ำใจ”“เธอนี่มัน………..” คิมหันต์เถียงไม่ออก เมื่อแม่คนซื่อพูดจนเขารู้สึกผ
คิมหันต์ยืนตัวแข็งอยู่สักพัก ก่อนจะดึงร่างนั้นออกอย่างแรง สายลมเองก็ยืนตะลึงตาค้างเหมือนกัน“เฮ้ย ใครปิดไฟวะ” คิมหันต์โวยวายเสียงดัง ก่อนที่ไฟสลัว ๆ จะสว่างพรึบพรับขึ้นมา สายรุ้งล้มแอ้งแม้งร้องโอดโอยอยู่ที่พื้น ขนมปังยืนงงๆหน้าแหย เหมือนเคย สายลมยืนอยู่อีกมุม คิมหันต์รีบเดินเข้าไปประคองสายรุ้ง“เป็นไงบ้างสายรุ้ง”“เจ็บ” สายรุ้งจุกเพราะโดนผลักอย่างแรง“ฉะ ฉันช่วยมั้ย” ขนมปังเดินเข้ามาประคองอีกคน“ไม่เป็นไร” คิมหันต์บอกก่อนจะประคองสายรุ้งออกไป ขนมปังหันมามองสายลม ก่อนจะบอก“ยะ แย่จังเนอะ” เธอขยับแว่นเล็กน้อย“ไปข้างนอกกัน” สายลมเอ่ยชวน“ปะ ไปทำไม” ขนมปังถามงงๆ“ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย” สายลมบอกพร้อมกับยิ้มบาง ๆใต้ต้นไม้ใหญ่ที่หลังโรงเรียน เป็นที่เดียวที่คนไม่พลุกพล่านนักสายลมนั่งอยู่ที่พื้นใต้ต้นไม้ ขนมปังนั่งลงข้างๆอย่างแปลกใจ “มะ มีอะไรเหรอ” สายลมมองหน้าเธอนิ่ง จนขนมปังต้องหลบสายตาและเอ่ยถามอีก “ถะ ถ้านายไม่พูดฉันไปนะ”“ฉันชอบเธอ” สายลมโพล่งออกมาในที่สุด“หะ หา” ขนมปังตกใจ ทั้งงุนงง เธอไม่คิดเลย ไม่เคยคิดเลยซักนิดว่าจะมีใครมาพูดอย่างนี้ด้วย“ฉันชอบที่เธอใจดี ดูตื่นเต้นตลอดเว
ใบเฟิร์นบ่นกระปอดกระแปดที่คิมหันต์กับขนมปังหายไป ป่านนี้แล้วยังไม่มา เพราะใกล้จะถึงรอบที่คิมหันต์กับเหมันต์ต้องเป็นผีแล้ว อีกทั้งบัตรรอบนี้ก็ขายหมดแล้วด้วย นักเรียนหญิงที่เป็นเหล่าแฟนคลับของพ่อเทพบุตรมาออกันเต็มหน้าบ้านผีสิง เหมันต์แต่งตัวอยู่ข้างใน เขามองชุดที่ตัวเองแต่งอย่างเขินๆ ใบเฟิร์นเดินลากกระโปรงสุ่มเข้ามาบ่นงองแงงข้างในผีสิงเป็นห้องมืดๆ มีไฟดวงเล็ก ๆ เป็นระยะห่าง ๆ สลัว ๆ สีเขียวกับสีเหลือง โครงกระดูกแขวนต่องแต่ง มีตุ๊กตา แมงมุม ตะขาบ วางไว้เป็นหย่อม ๆ พร้อมกับเปิดเพลงโหยหวนที่ฟังแล้วน่าขนลุกพิลึก“ป่านนี้ไปไหนนะตาบ้าเอ๊ย” ใบเฟิร์นเดินเข้ามาอย่างระมัดระวัง เพราะข้างในค่อนข้างมืด เธอต้องเอาไฟฉายส่องเข้ามา“ยังไม่มาอีกเหรอ” เหมันต์เอ่ยถาม ก่อนจะเขียนขอบตาให้ดำ ๆ เหมือนผี“ยังน่ะสิ โทรตามร้อยรอบแล้วเนี่ย” ใบเฟิร์นหงุดหงิดกับคิมหันต์และกับชุดด้วยเพราะชุดนี้ทำให้เธอล้มหน้าคะมำมาสองรอบแล้ว“มานี่” เหมันต์ดึงมือใบเฟิร์นมา ก่อนจะวาดขอบตาให้เธอเป็นสีดำ“ทำอะไร”“แต่งหน้าผีน่ะสิ” เขาบอกขรึมๆ ก่อนจะลงมือวาดรอยคล้ำที่หน้าเธออีกหลายแห่ง ไม่นานทั้งสองคนก็เป็นผีฝรั่งโดยสมบูรณ์ คิมหั
เพื่อนในห้องเข้ามาตกแต่งบ้านผีสิงที่โรงยิมกันอย่างขะมักเขม้น ส่วนใครที่ต้องแต่งเป็นผีก็ตรวจดูชุดผีของตัวเองให้เรียบร้อย เหมันต์พลิกดูชุดผีโบราณของตัวเองอย่างเจื่อน ๆ หันมาถามใบเฟิร์นที่ท่าทางไม่ต่างกันนัก“ฉันต้องแต่งชุดนี้จริงๆเหรอ” เขาถามหน้าเสีย เมื่อเห็นชุดแบบผีฝรั่งโบราณที่ดูยุ่งเหยิงพิกล ใบเฟิร์นเองก็ยิ้มแหยๆ“นั่นสิ ดูชุดฉันสิ ตลกพิลึก” สาวแสนสวยทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อเห็นชุดที่เพื่อน ๆ หามาให้ เป็นชุดผีฝรั่งโบราณเหมือนกัน แต่เป็นแบบผู้หญิงที่เป็นกระโปรงสุ่มใหญ่ ๆกับเสื้อปิดไปถึงคอ“แลกกันมั้ย” ใบเฟิร์นพูดตลก ๆ ทำเอาคนที่นิ่งเกือบตลอดเวลาหน้าเหวอไปทันที “ฮ่ะ ฮ่ะ ฉันล้อเล่นน่า แต่ดูชุดนายสิสะอาดเป็นบ้า ของฉันทั้งเก่าทั้งซีดเลย ก็อย่างว่าแหละ ฉันไม่ใช่พ่อผีเทพบุตรที่ต้องขายจูบเหมือนนายนี่นา”“เดี๋ยวฉันส่งซักให้” เหมันต์อาสา“ไม่เป็นไรล่ะ ฉันว่าตอนนี้เราสงสารคิมหันต์ก่อนดีกว่า”ทั้งสองคนหันมาทางคิมหันต์ที่หยิบชุดผีมัมมี่ของเขามาดู แล้วใช้นิ้วหยิบเหมือนรังเกียจซะเต็มประดา พลางทำสีหน้าเจื่อน ๆ แหย ๆ นี่เขาต้องใส่ชุดนี้จริง ๆ เหรอเนี่ย ชุดผ้าสีชาเปื้อนเลือดขาด ๆ แบบนี
“นี่พวกเธอทำอะไรกันหา” อาจารย์แสงดาวที่ตอนนี้หน้าเหมือนนางยักษ์มีเขี้ยวตวาดเสียงดังลั่น มีอาจารย์โชติช่วงยืนอยู่ข้างหลังทำหน้าแหย ๆ เพื่อนทั้งห้องยืนล้อมเป็นวงกลม คิมหันต์กับขนมปังที่หน้าเลอะไปด้วยเมจิกสีแดงยืนยิ้มแหยโดยเฉพาะขนมปังที่ในมือยังถือเมจิกสีแดงไว้ เบะปากเหมือนจะร้องไห้ตามเคย“ทำอย่างที่เห็นน่ะครับ” คิมหันต์ตอบเสียงเจื่อน นึกรู้ชะตากรรมขึ้นมาทันที“เหรอ” อาจารย์แสงดาวเสียงเครียดขึ้นกว่าเดิม “สงสัยว่าเธอคงจะคิดถึงห้องมืดมากสินะ”“มะ ไม่คิดค่ะ” ขนมปังตอบเสียงสั่น เพื่อนบางคนแอบหัวเราะหน้าตาของเธอที่เต็มไปด้วยเมจิก“แล้วนี่อะไรกัน ฉันให้เธอทำงานห้องไม่ใช่ให้มานั่งวาดหน้ากันเล่น”“พอดีมันเบื่อๆน่ะครับ เลยอยากทำอะไรที่เป็นศิลปะซักหน่อย” เจ้าตัวเฉไฉไปได้แบบหน้าด้าน ๆ“มะ ไม่ใช่ค่ะ” ขนมปังโพล่งขึ้น อาจารย์แสงดาวหันขวับทันที คิมหันต์รีบส่งสายตาที่มีรังสีอำมหิตมาที่สาวน้อยทันที “ชะ ใช่ก็ได้” เจ้าตัวพูดแล้วก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา“แล้วใครเขาสั่งเขาสอนให้เอาปะทัดโยนใส่เพื่อน หาคิมหันต์”“ขะ เขาคิดเองค่ะ” ขนมปังพูดซื่อ ๆ ทำเอาเพื่อนๆ นั่งกุมขมับกันเป็นแถว ยัยนี่นี่นะ ปากไม่ได้เ
เพื่อน ๆ นั่งทำหน้ากากผีอยู่ที่หน้าห้อง ขนมปังกับใบเฟิร์นกำลังทำความสะอาดห้องเรียน โดยมีเหมันต์กับสายลมช่วย ส่วนคิมหันต์ยังไม่กลับจากเฝ้าเทวดาบนสวรรค์ตั้งแต่คาบภาษาอังกฤษ“คิมหันต์นี่นะ มันน่าจะเอาน้ำถูพื้นสาดซะจริง” ใบเฟิร์นบ่นไปเช็ดกระดานไป“นะ นั่นสิ” ขนมปังช่วยเสริม ทั้งที่ทำหน้าหวาด ๆ ทำเอาสายลมยิ้มขำ รู้สึกชอบในความเงอะงะที่น่ารักของขนมปังขึ้นมา“เออนี่แล้วใครจะเป็นตัวแทนห้องลงประกวดคิงกับควีนของหอปีนี้ล่ะ” เสียงของพัตเตอร์ดังลั่นมาจากหน้าห้อง ใบเฟิร์นหันมาขยิบตาให้เหมันต์อย่างรู้กัน ก่อนที่เหมันต์จะเดินไปหาพัตเตอร์ที่กำลังจะเขียนรายชื่อส่ง และลากเพื่อนออกไปที่อื่นแทน“อะไรนะ ขนมปังกับคิมหันต์เนี่ยนะ” พัตเตอร์ร้องลั่น“นายจะเสียงดังทำไม” เหมันต์ทำหน้าดุ“นายโกหกแน่ ๆ โอเคฉันไม่เถียงคิมหันต์ลงสมัครเป็นคิงไม่แปลก แต่ยัยหนมปังเป็นควีนนี่นะ แล้วห้องเราจะมีโอกาสสักกี่เปอร์เซ็นต์”“ฉันจะทำให้หนมปังป็นควีนของหอให้ได้” เหมันต์พูดยืนยัน แต่พัตเตอร์ยังส่ายหน้า ไม่ยอม“ก็ให้ใบเฟิร์นเหมือนเดิมแหละดีแล้ว ยังไงยายนั่นก็ได้เป็นแหง ๆ”“นายก็รู้ว่าถ้าใบเฟิร์นลงปีนี้ ไม่มีคนมาสมัครแน่ ๆ” เ
สี่ทุ่มแล้ว และกินอิ่มแล้ว ขนมปังกับใบเฟิร์น พยายามหาทางกลับไปที่หอ คิมหันต์ไปส่งสายรุ้งก่อนหน้าแล้ว ในห้องมีเพียงเหมันต์กับสายลม สายลมจึงเอ่ยลาสองสาว ตอนแรกเขาบอกว่าจะช่วยพาสองสาวกลับหอ แต่ขนมปังบอกว่าไม่เป็นไรเพราะเขาเพิ่งมาอยู่ ยังไม่รู้เส้นทางดีนัก คิมหันต์เปิดประตูเข้ามาทำเอาในห้องสะดุ้ง เฮือก
ในห้องกำลังสุมหัวปรึกษากันว่างานเปิดโรงเรียนปีนี้จะทำอะไรกันดี แต่ก็ไม่ได้ข้อตกลงกันซักที เพราะคนโน้นก็เอาอย่างนี้ คนนี้ก็จะเอาอย่างโน้น ทำเอาเสียงเถียงกันดังลั่นห้อง จนสุดท้ายคิมหันต์ก็ทนไม่ไหว ส่งเสียงมาจากหลังห้อง“บ้านผีสิง” คิมหันต์โพล่งขึ้น ทำเอาเพื่อนที่จับกลุ่มหันมามองกันขวับ จ้องเขาราว
คาบแรกเป็นวิชาคณิตศาสตร์ วิชาที่แสนจะเป็นที่น่าเบื่อและไม่เคยเป็นที่สนใจของคิมหันต์ เขาจึงชิงหลับไปก่อนตั้งแต่อาจารย์ยังไม่เข้ามาสอนปั่บ ปั่บ!!!เสียงไม้กระทบกับโต๊ะ ของอาจารย์สาว หน้าตาคมคนหนึ่งดังขึ้น“ตื่น ตื่น คิมหันต์ ที่นี่โรงเรียนนะ” อาจารย์ส่งเสียงดุมา แต่ไม่มีทีท่าว่าคนที่หลับอยู่จะขยับต
ขนมปังเดินออกมาจากห้องมืดกลับมาอาบน้ำแต่เช้าพร้อมกับรายงานอาจารย์แสงดาวว่าเธอได้ถูกลงโทษเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะไปรับประทานอาหารเช้าที่โรงอาหารพร้อมกับใบเฟิร์น สักพักโต๊ะของเธอก็สะเทือนเมื่อมีมือของใครไม่รู้มาทุบโต๊ะ ดัง ปัง!!! พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นสายรุ้งมองเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ขนมปังมองเธอหวาด ๆ







