Home / รักโบราณ / ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก / ออกเดินทางสู่แคว้นเซี่ย

Share

ออกเดินทางสู่แคว้นเซี่ย

Author: zuey
last update Last Updated: 2026-02-28 20:28:53

หยวนชิงหลิงเงยหน้ามองอ๋องเจ็ดก่อนที่จะทำท่ารอคอยคำพูดต่อไปของเขา

“อะแฮ่ม!! ข้ามาคิดดูแล้วนะ ท่านแม่และท่านย่าของเจ้าเป็นเพียงสตรีที่บอบบางไม่เคยเดินทางไปที่ใดนอกจากเมืองหลวงแห่งนี้ หากต้องเดินทางไกลไปถึงแคว้นเซี่ยย่อมไม่เป็นผลดีต่อพวกนาง อีกอย่างเจ้าไปอยู่ที่นั่นยังไม่รู้เลยว่าจะไปได้ดีหรือไม่ หากปล่อยให้พวกนางไปกับเจ้าจะกลายเป็นภาระของเจ้าเสียมากกว่า เอาอย่างนี้เถอะ เรื่องของครอบครัวเจ้าข้าจะเป็นธุระให้เอง อยู่ที่อาณาเขตของข้า ข้าจะไม่ปล่อยให้พวกเขาต้องลำบากแน่นอน ขอใช้ตำแหน่งอ๋องของข้าเป็นประกัน”

สิ่งที่หยวนชิงหลิงได้เดิมพันเอาไว้กับอ๋องเจ็ดผู้นี้ ถือว่านางชนะแล้ว นางแค่ต้องการรู้ว่าความรู้สึกของเขาที่มีต่อมารดาของนางว่ามีมากมายเพียงใด จึงได้เอ่ยเพื่อกระตุ้นความรู้สึกของเขาเมื่อตอนอยู่ที่สุสานของบิดา

ดูเหมือนความรู้สึกของอ๋องเจ็ดผู้นี้แทบจะเรียกได้ว่า รักจนบ้าคลั่งเลยก็ว่าได้ เขามีความรักต่อมารดาของนางอย่างลึกซึ้งจนนางคิดว่าบางทีแม้แต่ท่านพ่อของนางก็ไม่สามารถทำได้อย่างเขา

หยวนชิงหลิงฉีกยิ้มให้อ๋องเจ็ดอย่างจริงใจเป็นครั้งแรก นางลุกขึ้นคารวะให้กับเขาอีกครั้ง ก่อนที่จะเล่าเรื่องที่องค์ชายห้าทำกับนางในคืนก่อน

“สารเลว!!! เจ้าห้า ข้าไม่คิดว่าเขาจะต่ำช้าได้ถึงเพียงนี้ เพื่ออำนาจแล้วเขาถึงกับยอมทำทุกอย่าง แม้แต่อาญาแผ่นดินก็ไม่เกรงกลัวแล้ว เรื่องนี้ข้าจะต้องกราบทูลต่อฝ่าบาท ตั้งแต่ที่มีพระบรมราชโองการลงมา เจ้าก็อยู่ภายใต้อำนาจของแคว้นเซี่ยแล้ว แต่เขายังกล้าแตะต้องเจ้าเช่นนี้ แสดงว่าไม่เห็นฮ่องเต้อยู่ในสายตา”

หยวนชิงหลิงรู้สึกอุ่นวาบในใจ อย่างน้อยอ๋องเจ็ดก็แตกต่าง เขาไม่ได้เลวเหมือนคนตระกูลฉินคนอื่น ในอดีตด้วยความสามารถของเขาที่เหนือกว่าฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน เขาสามารถนั่งบนบัลลังก์ได้โดยไม่มีผู้ใดกล้ากังขา แต่เพราะผิดหวังจากมารดาของนาง รวมทั้งเขาเบื่อหน่ายการแย่งชิงอำนาจในราชสำนัก จึงได้หนีไปอยู่สถานที่ห่างไกลสุดขอบของดินแดนเช่นนี้

“ท่านอ๋อง หม่อมฉันอยากให้เรื่องนี้แล้วกันไปได้หรือไม่ เพคะ ความจริงองค์ชายห้าก็ได้รับโทษตามที่เขาสมควรได้รับแล้ว เรื่องนี้หม่อมฉันคิดว่าปล่อยให้มันผ่านไปเสียเถิด”

จะปล่อยให้ฮ่องเต้รู้เรื่องที่นางทำร้ายองค์ชายห้าไม่ได้เพราะวันนั้นนางได้ช่วยเหลือคนชุดดำที่บุกเข้าไปในวังหลวงเอาไว้ หากให้ทางการรู้ตระกูลหยวนคงต้องโทษกบฏแน่นอน

ส่วนเรื่องที่องค์ชายห้าจะฟ้องร้องนางหรือไม่นั้นนางไม่กังวล เพราะเขาผิดตั้งงแต่แรกที่คิดขืนใจนาง อีกอย่างเขาคงไม่กล้าให้ใครรู้กระมังว่าตนได้กลายเป็นขันทีไปแล้ว ถ้าหากเรื่องนี้ถูกแพร่งพรายออกไปสิทธิ์การเข้าช่วงชิงบัลลังก์ของเขาเป็นอันต้องล่มแน่นอน ก่อนที่จะสั่งสอนเขาหยวนชิงหลิงได้คำนวณเรื่องนี้เอาไว้ล่วงหน้าแล้ว

“ได้ข้ารับปากเจ้า”

อ๋องเจ็ดรับคำ ตอนนี้นางก็วางใจได้แล้วว่าครอบครัวของนางจะต้องปลอดภัยอยู่ภายใต้อาณาเขตเฉิงโจวของเขา วันที่หยวนชิงหลิงต้องออกเดินทางไปยังแคว้นเซี่ยพร้อมคณะราชทูตก็มาถึง ชาวเมืองต่างก็มารอส่งนางที่หน้าประตูเมืองอย่างเนืองแน่น

ภาพเหตุการณ์วันที่ขบวนศพของบิดกลับมาจากเมืองเหออัน หยวนชิงหลิงจำได้ว่ามีผู้คนมากมายเช่นกับวันนี้ พวกเขาต่างก็ซาบซึ้งในบุญคุณของตระกูลหยวนที่คอยปกป้องชายแดนเพื่อให้ประชาชนแคว้นฉินอยู่อย่างสงบสุข

เมื่อทายาทของตระกูลหยวนต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนไปอยู่ที่แคว้นของศัตรู พวกเขาต่างรู้สึกโกรธแค้นต่อฮ่องเต้ที่กระทำต่อตระกูลหยวนอย่างไร้ความยุติธรรม แต่จะมีใครเล่าที่กล้าท้าทายอำนาจของทรราชผู้นั้น ดังนั้นชาวเมืองจึงทำได้เพียงมาส่งนางและให้กำลังใจต่อนางเท่านั้น

“ขอบคุณทุกท่านที่มาส่งข้าในวันนี้ หากมีโอกาสอีกครั้งชิงหลิงจะต้องกลับมาเยือนที่แคว้นฉินอีกแน่นอน ขอให้ทุกท่านโปรดรักษาตัวด้วย ลาก่อน”

นางกลับขึ้นไปบนรถม้าเรียบร้อยแล้ว องครักษ์จึงให้สัญญาณเคลื่อนขบวนออกเดินทาง ชาวเมืองต่างก็วิ่งตามรถม้าของนาง บางคนถึงกับหลั่งน้ำตาและก่นด่าสาปแช่งฮ่องเต้ที่ทำกับผู้ภักดีอย่างตระกูลหยวนได้ เสียงตะโกนขอให้โชคดี ดังก้องตามหลังรถม้ามา หยวนชิงหลิงเปิดม่านหน้าต่างรถม้าโบกมือให้ชาวเมืองทั้งน้ำตา

ภาพเหตุการณ์ทุกอย่างล้วนอยู่ในสายตาของคนในคณะราชทูตแคว้นเซี่ย พวกเขาไม่คิดว่าประชาชนแคว้นฉินจะชื่นชมตระกูลหยวนของแม่ทัพหยวนหมิงมากมายเพียงนี้ ทั้งๆ ที่เขาก็ตายไปแล้วแต่สายตาแห่งความเลื่อมใสก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

หยวนชิงหลิงมิได้ให้มารดาท่านย่าและน้องชายของนางมาส่ง เพราะเกรงว่าพวกเขาจะทำใจแยกจากนางไม่ได้ นางจึงบอกลาที่จวนตระกูลหยวนและฝากฝังครอบครัวของนางไว้ในมือของอ๋องเจ็ด

รถม้าวิ่งโยกเยกมาตลอดทางจนกระทั่งถึงยามอู่ (11.00-13.00) ทหารองครักษ์จึงได้ให้สัญญาณหยุดขบวนเพื่อพักทานอาหารเที่ยง และให้ม้าที่วิ่งมาตลอดทางได้พักเช่นกัน หยวนชิง หลิงลงมาจากรถม้าของนาง เพื่อดูว่าพวกเขามีสิ่งใดให้ตนช่วยหรือไม่

นอกจากนางที่ถูกแต่งตั้งให้เป็นท่านหญิงขั้นสี่แล้ว ยังมีหญิงงามอีกยี่สิบคนที่ถูกส่งไปเป็นเครื่องบรรณาการแก่แคว้นเซี่ย หยวนชิงหลิงไม่ได้คิดว่าตนเองที่ถูกแต่งตั้งให้เป็นเสี้ยนจู่แล้วนางจะสามารถถืออภิสิทธิ์เหนือผู้อื่น ครอบครัวของนางมักจะสั่งสอนลูกหลานในตระกูลว่าทุกคนเกิดมาล้วนแต่เท่าเทียม ทำให้นางไม่เคยดูถูกหรือเหยียดหยามผู้ที่ด้อยกว่า

“นี่มันอันใดกัน!! อาหารเช่นนี้พวกข้าจะกินเข้าไปได้อย่างไร พวกเราคือบรรณาการจากแคว้นฉินนะ มิใช่ทาส หากดูแลพวกเราไม่ดีระวังพวกเจ้าจะถูกลงโทษ”

เสียงโวยวายดังมาจากรถม้าที่อยู่ด้านหลัง หยวนชิงหลิงถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย นี่คิดว่าตนเองยังมีสิทธิ์เลือกอยู่อีกหรือ ทันทีที่พวกเจ้าก้าวพ้นจากหน้าประตูเมือง ชีวิตของพวกเจ้าจะอยู่หรือตายล้วนแล้วแต่อยู่ในกำมือของคนแคว้นเซี่ย ช่างโง่เขลานัก

หยวนชิงหลิงเลิกสนใจพวกนาง และหันมาช่วยเหล่าพ่อครัวทำอาหารโดยไม่สนใจสายตาของผู้คนรอบข้างที่กำลังมองมา นางทำอาหารง่ายๆ หลายอย่าง ทำให้พ่อครัวที่มีไม่กี่คนสามารถเบาแรงไปได้หลายส่วน

ขบวนคณะราชทูตแคว้นเซี่ยมีผู้ร่วมเดินทางมากมาย นอกจากเครื่องบรรณการที่เป็นมนุษย์แล้วยังมี ทองคำหลายสิบหีบ สมุนไพรหายาก อาวุธและม้า ทำให้เหล่าองครักษ์ต้องทำงานหนักมากกว่าเดิมหลายเท่า

“เสี้ยนจู่ เราต้องขอบคุณท่านมากนะขอรับ ที่มาช่วยทำอาหาร ไม่อย่างนั้นเพียงแค่พวกเราคงไม่สามารถทำอาหารให้คนมากมายได้ทันแน่”

หยวนชิงหลิงยิ้มให้เหล่าพ่อครัวที่ถือว่า ในขบวนนี้เป็นชนชั้นที่ต่ำต้อยอย่างจริงใจ

“ไม่เป็นไร พวกท่านเรียกข้าว่าชิงหลิงก็ได้ อย่าได้เรียกข้าว่าเสี้ยนจู่เลย มันเป็นเพียงฐานะที่ถูกอุปโลกน์ขึ้นมาโดยฮ่องเต้แคว้นฉินก็เท่านั้น ตัวข้าหาใช่เชื้อพระวงศ์จริงๆ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ประชดประชัน

    “ใบหน้าของเจ้าเสียโฉมแล้วจากนี้ไปแม้แต่นางบำเรอในกองทัพเจ้าก็เป็นไม่ได้ ตีตราทาสที่ใบหน้าของนาง จากนี้ไปนางจะต้องทำงานชั้นต่ำทุกอย่างในคณะเดินทาง หลังจากไปถึงแคว้นเซี่ยแล้วส่งนางไปยังซ่องนางโลมชั้นต่ำที่สุด ให้รับลูกค้าวันละห้าสิบคนเป็นเวลาหนึ่งปี เมื่อครบหนึ่งปีให้ส่งนางไปทำงานที่เหมืองเกลือ”หลี่อันหรงที่ได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจลนลาน นางพยายามคลานมาที่เท้าของเซี่ยหวายอีเพื่อขอความเมตตา แต่ถูกเขาเตะกระเด็นออกไปไกล คนของเขานำโซ่ตรวนมาคล้องมือและเท้าของนางเอาไว้ จากนั้นจึงลากนางออกไปไม่แม้แต่จะเรียกหมอมารักษา“ทุกคนจงจำวันนี้เอาไว้ให้ดี ต่อไปพูดแต่เรื่องที่ควรพูด แยกย้ายไปทำหน้าที่ของตนได้แล้ว อีกไม่ช้าเราจะออกเดินทางกันต่อ”หยวนชิงหลิงที่ยืนก้มหน้าอยู่ที่เดิมค่อยๆ เดินหันหลังจากไป เสียงของหลี่อันหรงที่สบถด่าทอว่าร้ายบิดาของนางยังคงดังก้องอยู่ภายในหัว หยวนชิงหลิงรู้สึกหายใจไม่ออก เหมือนมีบางอย่างกำลังกดทับหัวใจของนาง ภาพเบื้องหน้าที่นางเห็นค่อยๆ หดแคบลงและมืดดำทีละน้อยร่างบางซวนเซไปด้านหน้าก่อนที่จะล้มลง เซี่ยหวายอีมองตามแผ่นหลังที่ดูโดดเดี่ยวของนางเดินกลับไปที่รถม้าด้วยสายตาเป็นห่วง เขาส

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ให้บทเรียนแก่หลี่อันหรง

    สตรีบรรณาการเหล่านั้นที่รายล้อมหยวนชิงหลิง หลังจากที่ได้ยินความจริงจากปากนาง บ้างก็ร้องไห้ บ้างก็ทรุดตัวลงกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง ให้พวกนางรู้เสียตั้งแต่ตอนนี้จะได้ปรับตัวทัน ดีกว่าไปรู้ทีหลังแล้วต้องมานั่งเสียใจและแตกสลายด้วยความจริงที่ว่าพวกนางถูกคนทั้งครอบครัวทอดทิ้ง“หยุดร้องไห้เสียเถิด ตอนนี้ไม่มีใครสามารถช่วยเหลือพวกเราได้แล้ว ทุกอย่างมันเป็นเพียงเรื่องของการเมืองเท่านั้น พวกเราก็เป็นแค่เพียงตัวหมากเล็กๆ ของพวกเขา จากนี้ไปก็จงพยายามปรับตัวให้ได้ เผื่อว่าวันหน้าต้องอยู่ในช่วงชีวิตที่ลำบากจะได้ไม่ต้องมานั่งนึกเสียใจทีหลัง”หยวนชิงหลิงเอ่ยปลอบพวกนางเสียงอ่อนโยน นางเพียงหวังว่าสตรีเหล่านี้จะเข้มแข็งขึ้นในไม่ช้า และยืนได้ด้วยขาของตนเองทุกคำพูดของนางกระทบจิตใจของใครหลายคน รวมถึงบุรุษที่ยืนอยู่ด้านหลังต้นไม้ที่ใช้กางกระโจม เขามองใบหน้าเล็กที่มีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นมาที่หน้าผากเพราะความร้อนของกองไฟที่นางใช้ทำอาหาร เขาอยากจะเอื้อมมือไปเช็ดให้นางแต่แล้วก็ต้องหยุดการกระทำของตนเอาไว้“คิดบ้าอันใดของข้าอยู่กันแน่ นางก็เป็นแค่เพียงตัวยุ่งเท่านั้น เลิกสนใจนางไปเสีย”เซี่ยวหวายอีรีบเดินออกไปจากตร

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ความจริงที่แสนเจ็บปวด

    เอ่ยจบนางก็ลงจากรถม้าตามมาด้วยจ้าวหงอิง สตรีทั้งสองเดินย้อนกลับไปที่รถม้าคันเล็กที่นางนั่งโดยสารมา ด้านในมีสตรีสามคนและหนึ่งในนั้นคือหลี่อันหรง“เจ้ามาทำอันใดที่นี่”หลี่อันหรงตกใจมากที่เห็นหยวนชิงหลิง นางยังจำความเจ็บปวดที่หยวนชิงหลิงตบนางได้ หลี่อันหรงเผลอยกมือขึ้นกุมที่ใบหน้าของตนอย่างลืมตัว“ข้าจะมาทำอันใดที่นี่ก็หาใช่ธุระกงการของเจ้า หลบไปหรืออยากจะโดนเหมือนครั้งก่อน”หยวนชิงหลิงยกมือขึ้นทำท่าจะตี หลี่อันหรงและสตรีอีกสองนางรีบวิ่งลงจากรถม้าราวกับผึ้งแตกรัง นางหันไปพยักหน้าให้จ้าวหงอิงเข้าไปเก็บของที่นางนำติดตัวมาทั้งหมด เมื่อเสร็จแล้วพวกนางก็เดินจากไป โดยที่ไม่สนใจสายตาที่มองมาอย่างจะกินเลือดกินเนื้อของหลี่อันหรง“อันธพาลหยวนชิงหลิง!! ฝากไว้ก่อนเถอะถึงแคว้นเซี่ยเมื่อใดข้าจัดการเจ้าแน่”หยวนชิงหลิงพาจ้าวหงอิงกลับมาที่รถม้าของนางอีกครั้งหลังจากเก็บข้าวของเรียบร้อยแล้ว อาเฟยก็มาตามนางไปทำอาหาร“ท่านหญิงลู่จิว องครักษ์จับปลามาแล้วขอรับ”หยวนชิงหลิงก้าวลงมาจากรถม้า“ข้าบอกแล้วว่าให้เรียกชื่อข้าตามสบาย ช่างเถอะ ปลาเล่าอยู่ไหน”ข้าจะกล้าเอ่ยนามของท่านออกมาตรงๆ ได้อย่างไร เพียงแค่ข้าอยู่

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   เจ้าคือเขา

    จ้าวหงอิงถึงกับน้ำตาคลอ ก่อนหน้านี้นางนั่งรถม้าคันเดียวกับหลี่อันหรง วันไหนที่มีอาหารที่ดีหน่อยนางก็จะยึดเอาไว้เป็นของตนเอง ในรถม้าที่ต้องนั่งสี่คนเวลานอนหลี่อันหรงก็จะแบ่งพื้นที่ไปเสียครึ่ง อีกสามคนต้องนั่งเบียดกันหลับ ตั้งแต่ออกจากเมืองหลวงมีเพียงเมื่อคืนเท่านั้นที่นางนอนหลับได้สนิทหยวนชิงหลิงมองนางด้วยสายตาไม่เข้าใจ แค่ผัดผักใส่ไข่เจ้าถึงกับร้องไห้เลยหรือ เห็นทีก่อนหน้านี้เจ้าคงจะลำบากจริงๆ หยวนชิงหลิงเอ่ยปลอบนางสองสามคำ ก่อนที่สตรีทั้งสองจะทานอาหารของตน“ยาของข้าเล่า”หยวนชิงหลิงเดินมาหาอาเฟยที่กำลังเคี่ยวยาอยู่“เสร็จแล้วขอรับ”หยวนชิงหลิงขมวดคิ้วก่อนที่จะบีบจมูกแล้วดื่มยาลงไปจนหมดชาม นางเป็นคนที่เกลียดการดื่มยามาก แต่หนทางไปยังแคว้นเซี่ยยังอีกยาวไกล จะปล่อยให้ตนเองป่วยจนเป็นภาระของผู้อื่นมิได้“ตอนเที่ยงข้าอยากกินปลาย่าง ถึงอย่างไรวันนี้ก็หยุดพักที่นี่หนึ่งวัน เราไปจับปลากันดีกว่า”นางเอ่ยชวนอาเฟยและพ่อครัวที่อยู่ตรงนั้นอีกสองสามคน สายตาคมกริบของใครคนหนึ่งที่นั่งอยู่ในกระโจมแบบเปิด กำลังมองมาที่ร่างบาง เมื่อคืนเกือบตายยังไม่รู้จักเข็ดหลาบ วันนี้กลับไปรนหาที่อีกแล้ว นางช่างเป็นส

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   เก็บเอาไว้เป็นความลับ

    องครักษ์ร่างสูงนามเข่อซิง ที่ยืนอยู่ด้านนอกเพื่อรอรับคำสั่ง เดินจากไปและไม่นานเขาก็กลับมาพร้อมสตรีใบหน้างดงามนางหนึ่ง ท่าทางของนางแลดูมึนงงเพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่นางก็ทำตามคำสั่งขององครักษ์ผู้นั้นแต่โดยดีโดยมิได้ปริปากถาม“จงเก็บเรื่องที่เจ้าเห็นในคืนนี้เอาไว้เป็นความลับ หากข้าได้ยินว่ามีผู้ใดเอ่ยถึงเรื่องนี้ ข้าจะฝังเจ้าเอาไว้กลางป่า”เซี่ยหวายอีหรือจิ้นอ๋องที่ปลอมตัวเป็นองครักษ์คุ้มกันขบวนราชทูต ข่มขู่จ้าวหงอิงก่อนที่เขาจะลงจากรถม้าไป จ้าวหงอิงที่นั่งตัวลีบอยู่ในมุมหนึ่งของรถม้าถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนที่จะช่วยเปลี่ยนชุดที่เปียกชื้นออกจากร่างของหยวนชิงหลิง“ท่านไปทำอันใดมากันแน่ท่านหญิงลู่จิว”จ้าวหงอิงมองใบหน้างามที่กำลังหลับสนิทก่อนจะเอ่ยขึ้นเบาๆ นางส่ายหน้าให้กับความอยากรู้อยากเห็นของตนเอง“เฮ่อ!!!อย่ารู้เลยจะดีกว่า ไม่อย่างนั้นได้อายุสั้นแน่ๆ ท่านหญิงท่านเองก็คงจะลำบากไม่น้อยเช่นกันสินะ ข้ายังหวังว่าสักวันพวกเราจะได้กลับไปพบหน้าครอบครัวที่แคว้นฉินอีกครั้ง”จ้าวหงอิงมองสำรวจภายในรถม้าที่หยวนชิงหลิงโดยสารมา รถม้าของนางที่ได้รับสิทธิ์นั่งมาคนเดียวช่างกว้างขวาง ภายในก็ถูกบุนวมเ

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ความรู้สึกที่แสนคุ้นเคย

    นางเอ่ยออกมาอย่างจริงใจ ก่อนที่จะนั่งรับทานอาหารพร้อมกับพ่อครัวเหล่านั้นโดยที่ไม่ถือตัวเลยสักนิด“เหอะ!!เสแสร้ง”หลี่อันหรงบิดปากพูดอย่างไม่พอใจ ก่อนที่จะโยนชามอาหารลงไปข้างๆ หยวนชิงหลิง เหล่าพ่อครัวและองครักษ์ต่างก็มองการกระทำของนางเป็นตาเดียว หยวนชิงหลิงลุกขึ้นยืนช้าๆ ชายชุดของนางเปียกชุ่มไปด้วยน้ำแกง“ข้าไม่รู้ว่าเจ้าไม่พอใจสิ่งใดในตัวข้า ถึงได้แสดงกิริยาไร้มารยาทเช่นนี้ออกมา เมื่อก่อนเจ้าอาจจะเคยเป็นบุตรสาวของขุนนางใหญ่ในแคว้นฉิน เคยอยู่เหนือผู้คนมากมาย หลายคนต้องคอยเอาใจและรองรับโทสะของเจ้า แต่ข้าหาใช่บ่าวไพร่ของเจ้า”นางตบใบหน้าของหลี่อันหรงสองครั้งติดกัน ทำเอาทุกคนถึงกับอึ้ง แม่นางผู้นี้มือไวจริงๆ เพียงทำชุดของนางสกปรกเท่านั้นนางก็ลงไม้ลงมือเสียแล้ว“เจ้า!!”“หุบปาก!!! และจงอยู่ให้ห่างข้าเอาไว้ หากเจ้ายังอยากใช้ปากนั่นทานอาหารอยู่”หยวนชิงหลิงมองหลี่อันหรงด้วยสายตาเอาจริง หลี่อันหรงทำสิ่งใดไม่ได้ นางทำได้เพียงรีบวิ่งกลับไปที่รถม้าของตน หยวนชิงหลิงก้มลงหยิบชามที่หลี่อันหรงโยนใส่นาง ก่อนที่จะนำมันไปล้าง“อาหารที่นางไม่ชอบกิน แต่สำหรับชาวบ้านธรรมดามันคืออาหารที่พวกเขาต่อให้ฝันถึงก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status