Masukหยวนชิงหลิงเงยหน้ามองอ๋องเจ็ดก่อนที่จะทำท่ารอคอยคำพูดต่อไปของเขา
“อะแฮ่ม!! ข้ามาคิดดูแล้วนะ ท่านแม่และท่านย่าของเจ้าเป็นเพียงสตรีที่บอบบางไม่เคยเดินทางไปที่ใดนอกจากเมืองหลวงแห่งนี้ หากต้องเดินทางไกลไปถึงแคว้นเซี่ยย่อมไม่เป็นผลดีต่อพวกนาง อีกอย่างเจ้าไปอยู่ที่นั่นยังไม่รู้เลยว่าจะไปได้ดีหรือไม่ หากปล่อยให้พวกนางไปกับเจ้าจะกลายเป็นภาระของเจ้าเสียมากกว่า เอาอย่างนี้เถอะ เรื่องของครอบครัวเจ้าข้าจะเป็นธุระให้เอง อยู่ที่อาณาเขตของข้า ข้าจะไม่ปล่อยให้พวกเขาต้องลำบากแน่นอน ขอใช้ตำแหน่งอ๋องของข้าเป็นประกัน” สิ่งที่หยวนชิงหลิงได้เดิมพันเอาไว้กับอ๋องเจ็ดผู้นี้ ถือว่านางชนะแล้ว นางแค่ต้องการรู้ว่าความรู้สึกของเขาที่มีต่อมารดาของนางว่ามีมากมายเพียงใด จึงได้เอ่ยเพื่อกระตุ้นความรู้สึกของเขาเมื่อตอนอยู่ที่สุสานของบิดา ดูเหมือนความรู้สึกของอ๋องเจ็ดผู้นี้แทบจะเรียกได้ว่า รักจนบ้าคลั่งเลยก็ว่าได้ เขามีความรักต่อมารดาของนางอย่างลึกซึ้งจนนางคิดว่าบางทีแม้แต่ท่านพ่อของนางก็ไม่สามารถทำได้อย่างเขา หยวนชิงหลิงฉีกยิ้มให้อ๋องเจ็ดอย่างจริงใจเป็นครั้งแรก นางลุกขึ้นคารวะให้กับเขาอีกครั้ง ก่อนที่จะเล่าเรื่องที่องค์ชายห้าทำกับนางในคืนก่อน “สารเลว!!! เจ้าห้า ข้าไม่คิดว่าเขาจะต่ำช้าได้ถึงเพียงนี้ เพื่ออำนาจแล้วเขาถึงกับยอมทำทุกอย่าง แม้แต่อาญาแผ่นดินก็ไม่เกรงกลัวแล้ว เรื่องนี้ข้าจะต้องกราบทูลต่อฝ่าบาท ตั้งแต่ที่มีพระบรมราชโองการลงมา เจ้าก็อยู่ภายใต้อำนาจของแคว้นเซี่ยแล้ว แต่เขายังกล้าแตะต้องเจ้าเช่นนี้ แสดงว่าไม่เห็นฮ่องเต้อยู่ในสายตา” หยวนชิงหลิงรู้สึกอุ่นวาบในใจ อย่างน้อยอ๋องเจ็ดก็แตกต่าง เขาไม่ได้เลวเหมือนคนตระกูลฉินคนอื่น ในอดีตด้วยความสามารถของเขาที่เหนือกว่าฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน เขาสามารถนั่งบนบัลลังก์ได้โดยไม่มีผู้ใดกล้ากังขา แต่เพราะผิดหวังจากมารดาของนาง รวมทั้งเขาเบื่อหน่ายการแย่งชิงอำนาจในราชสำนัก จึงได้หนีไปอยู่สถานที่ห่างไกลสุดขอบของดินแดนเช่นนี้ “ท่านอ๋อง หม่อมฉันอยากให้เรื่องนี้แล้วกันไปได้หรือไม่ เพคะ ความจริงองค์ชายห้าก็ได้รับโทษตามที่เขาสมควรได้รับแล้ว เรื่องนี้หม่อมฉันคิดว่าปล่อยให้มันผ่านไปเสียเถิด” จะปล่อยให้ฮ่องเต้รู้เรื่องที่นางทำร้ายองค์ชายห้าไม่ได้เพราะวันนั้นนางได้ช่วยเหลือคนชุดดำที่บุกเข้าไปในวังหลวงเอาไว้ หากให้ทางการรู้ตระกูลหยวนคงต้องโทษกบฏแน่นอน ส่วนเรื่องที่องค์ชายห้าจะฟ้องร้องนางหรือไม่นั้นนางไม่กังวล เพราะเขาผิดตั้งงแต่แรกที่คิดขืนใจนาง อีกอย่างเขาคงไม่กล้าให้ใครรู้กระมังว่าตนได้กลายเป็นขันทีไปแล้ว ถ้าหากเรื่องนี้ถูกแพร่งพรายออกไปสิทธิ์การเข้าช่วงชิงบัลลังก์ของเขาเป็นอันต้องล่มแน่นอน ก่อนที่จะสั่งสอนเขาหยวนชิงหลิงได้คำนวณเรื่องนี้เอาไว้ล่วงหน้าแล้ว “ได้ข้ารับปากเจ้า” อ๋องเจ็ดรับคำ ตอนนี้นางก็วางใจได้แล้วว่าครอบครัวของนางจะต้องปลอดภัยอยู่ภายใต้อาณาเขตเฉิงโจวของเขา วันที่หยวนชิงหลิงต้องออกเดินทางไปยังแคว้นเซี่ยพร้อมคณะราชทูตก็มาถึง ชาวเมืองต่างก็มารอส่งนางที่หน้าประตูเมืองอย่างเนืองแน่น ภาพเหตุการณ์วันที่ขบวนศพของบิดกลับมาจากเมืองเหออัน หยวนชิงหลิงจำได้ว่ามีผู้คนมากมายเช่นกับวันนี้ พวกเขาต่างก็ซาบซึ้งในบุญคุณของตระกูลหยวนที่คอยปกป้องชายแดนเพื่อให้ประชาชนแคว้นฉินอยู่อย่างสงบสุข เมื่อทายาทของตระกูลหยวนต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนไปอยู่ที่แคว้นของศัตรู พวกเขาต่างรู้สึกโกรธแค้นต่อฮ่องเต้ที่กระทำต่อตระกูลหยวนอย่างไร้ความยุติธรรม แต่จะมีใครเล่าที่กล้าท้าทายอำนาจของทรราชผู้นั้น ดังนั้นชาวเมืองจึงทำได้เพียงมาส่งนางและให้กำลังใจต่อนางเท่านั้น “ขอบคุณทุกท่านที่มาส่งข้าในวันนี้ หากมีโอกาสอีกครั้งชิงหลิงจะต้องกลับมาเยือนที่แคว้นฉินอีกแน่นอน ขอให้ทุกท่านโปรดรักษาตัวด้วย ลาก่อน” นางกลับขึ้นไปบนรถม้าเรียบร้อยแล้ว องครักษ์จึงให้สัญญาณเคลื่อนขบวนออกเดินทาง ชาวเมืองต่างก็วิ่งตามรถม้าของนาง บางคนถึงกับหลั่งน้ำตาและก่นด่าสาปแช่งฮ่องเต้ที่ทำกับผู้ภักดีอย่างตระกูลหยวนได้ เสียงตะโกนขอให้โชคดี ดังก้องตามหลังรถม้ามา หยวนชิงหลิงเปิดม่านหน้าต่างรถม้าโบกมือให้ชาวเมืองทั้งน้ำตา ภาพเหตุการณ์ทุกอย่างล้วนอยู่ในสายตาของคนในคณะราชทูตแคว้นเซี่ย พวกเขาไม่คิดว่าประชาชนแคว้นฉินจะชื่นชมตระกูลหยวนของแม่ทัพหยวนหมิงมากมายเพียงนี้ ทั้งๆ ที่เขาก็ตายไปแล้วแต่สายตาแห่งความเลื่อมใสก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง หยวนชิงหลิงมิได้ให้มารดาท่านย่าและน้องชายของนางมาส่ง เพราะเกรงว่าพวกเขาจะทำใจแยกจากนางไม่ได้ นางจึงบอกลาที่จวนตระกูลหยวนและฝากฝังครอบครัวของนางไว้ในมือของอ๋องเจ็ด รถม้าวิ่งโยกเยกมาตลอดทางจนกระทั่งถึงยามอู่ (11.00-13.00) ทหารองครักษ์จึงได้ให้สัญญาณหยุดขบวนเพื่อพักทานอาหารเที่ยง และให้ม้าที่วิ่งมาตลอดทางได้พักเช่นกัน หยวนชิง หลิงลงมาจากรถม้าของนาง เพื่อดูว่าพวกเขามีสิ่งใดให้ตนช่วยหรือไม่ นอกจากนางที่ถูกแต่งตั้งให้เป็นท่านหญิงขั้นสี่แล้ว ยังมีหญิงงามอีกยี่สิบคนที่ถูกส่งไปเป็นเครื่องบรรณาการแก่แคว้นเซี่ย หยวนชิงหลิงไม่ได้คิดว่าตนเองที่ถูกแต่งตั้งให้เป็นเสี้ยนจู่แล้วนางจะสามารถถืออภิสิทธิ์เหนือผู้อื่น ครอบครัวของนางมักจะสั่งสอนลูกหลานในตระกูลว่าทุกคนเกิดมาล้วนแต่เท่าเทียม ทำให้นางไม่เคยดูถูกหรือเหยียดหยามผู้ที่ด้อยกว่า “นี่มันอันใดกัน!! อาหารเช่นนี้พวกข้าจะกินเข้าไปได้อย่างไร พวกเราคือบรรณาการจากแคว้นฉินนะ มิใช่ทาส หากดูแลพวกเราไม่ดีระวังพวกเจ้าจะถูกลงโทษ” เสียงโวยวายดังมาจากรถม้าที่อยู่ด้านหลัง หยวนชิงหลิงถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย นี่คิดว่าตนเองยังมีสิทธิ์เลือกอยู่อีกหรือ ทันทีที่พวกเจ้าก้าวพ้นจากหน้าประตูเมือง ชีวิตของพวกเจ้าจะอยู่หรือตายล้วนแล้วแต่อยู่ในกำมือของคนแคว้นเซี่ย ช่างโง่เขลานัก หยวนชิงหลิงเลิกสนใจพวกนาง และหันมาช่วยเหล่าพ่อครัวทำอาหารโดยไม่สนใจสายตาของผู้คนรอบข้างที่กำลังมองมา นางทำอาหารง่ายๆ หลายอย่าง ทำให้พ่อครัวที่มีไม่กี่คนสามารถเบาแรงไปได้หลายส่วน ขบวนคณะราชทูตแคว้นเซี่ยมีผู้ร่วมเดินทางมากมาย นอกจากเครื่องบรรณการที่เป็นมนุษย์แล้วยังมี ทองคำหลายสิบหีบ สมุนไพรหายาก อาวุธและม้า ทำให้เหล่าองครักษ์ต้องทำงานหนักมากกว่าเดิมหลายเท่า “เสี้ยนจู่ เราต้องขอบคุณท่านมากนะขอรับ ที่มาช่วยทำอาหาร ไม่อย่างนั้นเพียงแค่พวกเราคงไม่สามารถทำอาหารให้คนมากมายได้ทันแน่” หยวนชิงหลิงยิ้มให้เหล่าพ่อครัวที่ถือว่า ในขบวนนี้เป็นชนชั้นที่ต่ำต้อยอย่างจริงใจ “ไม่เป็นไร พวกท่านเรียกข้าว่าชิงหลิงก็ได้ อย่าได้เรียกข้าว่าเสี้ยนจู่เลย มันเป็นเพียงฐานะที่ถูกอุปโลกน์ขึ้นมาโดยฮ่องเต้แคว้นฉินก็เท่านั้น ตัวข้าหาใช่เชื้อพระวงศ์จริงๆ”“อ่า!!!ยอดรัก แบบนั้นและ ข้าต้องการแบบนั้น ดันมันเข้ามาอีก แรงกว่านี้ ลึกกว่านี้”เสียงหวานเอ่ยขอร้องด้วยความต้องการที่พุ่งขึ้นสุดขีด เซี่ยหวายอีเองก็ไม่ยอมปล่อยให้นางต้องรอนาน เขากระแทกลงไปแรงๆ ถี่รัว เสียงดัง ปัก ปัก เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังอยู่เป็นนาน กว่าที่สองร่างจะสะท้านเฮือกขึ้นพร้อมกัน หยวนชิงหลิงแตะถึงจุดสุดยอดก่อน นางบีบรัดเขาจนเซี่ยหวายอีทนไม่ไหว จำต้องปลดปล่อยความต้องการของตนเองเข้าไปในกายนนางเต็มที่ทุกหยาดหยด“อ่า!!!ที่รักข้าแตกแล้ว เสร็จแล้ว ข้าเสร็จภายในกายของเจ้าแล้ว”ร่างสูงฟุบหน้าลงไปบนลำคอขาวผ่องของนาง ทั้งที่ยังมิได้ถอดถอนความเป็นชายออกไป นางรู้สึกได้ว่ามันกำลังกระตุกอยู่ภายใน ความเสียวกระสันที่พึ่งผ่านไปมันได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง สองร่างที่พึ่งสงบศึกไปได้ไม่นาน ได้เริ่มก่อสงครามวสันต์ขึ้นอีกครั้ง และอีกครั้ง จนกระทั่งรุ่งอรุณของวันใหม่ได้มาเยือนหยวนชิงหลิงตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดเมื่อยไปทั้งกาย ช่างแตกต่างจากอีกคนที่ยังคงมีเรี่ยวแรงเต็มกำลัง เหมือนพึ่งได้รับน้ำทิพย์ชโลมจิตใจ“ท่านรังแกข้ามาทั้งคืนแล้ว ต่อจากนี้ต้องดูแลปรนนิบัติรับใช้ข้าอย่างที่พูดด้วย”เซี่ยหวายอีกดจู
“เช่นนั้นให้ข้าปรนนิบัติเจ้าดีหรือไม่ ฮูหยิน”หยวนชิงหลิงไม่คิดว่าตนเองจะมาได้ยินคำพูดเช่นนี้ออกมาจากปากของเขา ใบหน้างามที่ยามนี้ไร้เครื่องประทินโฉมมันช่างงดงามเกลี้ยงเกลาดูสะอาดตาไม่ต่างจากเด็กทารก ดวงตาคมของเซี่ยหวายอีที่มองอยู่นั้นอดที่จะกดจูบไปที่แก้มของนางมิได้“ฮูหยิน วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าเป็นของข้าอย่างสมบูรณ์”ก่อนงานแต่งงานหลายวัน เขาได้สอบถามและศึกษาเรื่องบนเตียงมาจากสหายร่วมรบมาแล้ว เกี่ยวกับการทำให้สตรีมีความสุขในคืนเข้าหอ ร่างสูงค่อยๆ แทะเล็มริมฝีปากอวบอิ่มของนางช้าๆ มือสองข้างที่ยังว่างอยู่ก็ไม่หยุดนิ่ง เขาสัมผัสนางไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย แม้เวลานี้ทั้งสองจะสวมใส่อาภรณ์แต่ก็ยังรับรู้ถึงสัมผัสของกันและกันได้ความรู้สึกแปลกใหม่ที่นางได้รับในเวลานี้ช่างแตกต่างจากที่ผ่านมาที่เขาเคยสัมผัสนางอย่างสิ้นเชิง ท้องน้อยของนางในเวลานี้มันเหมือนกับมีบางอย่างขมวดเข้าหากันจากนั้นจึงคลายออก ทุกการสัมผัสจากเขามันทำให้ข่นอ่อนในกายนางพร้อมใจกันลุกชูชันขึ้นลิ้นร้อนของเซี่ยหวายอีเริ่มรุกล้ำเข้ามาในอาณาเขตของหยวนชิงหลิง ร่างสูงสอดลิ้นหนาเข้าไปในปากของนางเกี่ยวกระหวัดรัดรึงลิ้นนุ่มหยุ่นอย่างเชื่อ
“ทุกอย่างเป็นเพราะความโลภในอำนาจของท่านมากกว่า อย่าได้มากความเลย มาสู้กันให้รู้แพ้ชนะเสียแต่วันนี้ หากข้าหยวนชิงหลิงพ่ายแพ้และจะต้องตาย ข้าก็จะไม่มีวันเสียใจต่อสิ่งที่ข้าได้เลือก”การต่อสู้อย่างดุเดือดของทั้งสองยังคงดำเนินต่อไป แม้หยวนชิงหลิงจะมีสรีระที่เป็นรอง แต่กำลังของนางกลับมีมากล้นจนน่าเหลือเชื่อ ทุกครั้งที่ง้าวของนางฟันลงไป ฉินฮ่องเต้แทบจะทนรับแรงของนางไม่ไหว“เจ้า!!...เจ้าทำเช่นนั้นได้อย่างไร!! เจ้าเป็นเพียงสตรีในห้องหอเท่านั้น เหตุใดถึงมีพละกำลังที่เหนือกว่าข้า จงบอกมา”หยวนชิงหลิงยกยิ้มภายใต้หมวกเหล็กสีดำ ก่อนเอ่ยออกมาเสียงดัง แต่เสียงของนางกลับไม่เหมือนเสียงของนาง เพราะมันมีหลายเสียงดังประสานกันขึ้น“เพราะบรรพบุรุษซวนหยวนของข้าอย่างไรเล่า พวกเขาจะคอยอยู่เคียงข้าเสมอ ไม่ว่าข้าจะต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่แข็งแกร่งมากกว่าเพียงใดก็ตาม จงรับผลกรรมที่กระทำมาทั้งหมดเสียเถิด ข้าผู้นี้จะเป็นคนลงโทษเจ้าเอง”หยวนชิงหลิงฟันง้าวในมือลงไปอีกครั้งจนสุดแรง ในที่สุดทวนของฉินฮ่องเต้ก็ทนรับแรงนั้นไม่ไหว มันถูกฟันหักออกเป็นสองท่อน และตั้งแต่หัวไหล่ลงไปจนถึงกลางอกของเขา ถูกฟันทะลุชุดเกราะจนสะพายแล่
“เจ้าจงนำสารนี้ไปบอกแก่ผู้นำทัพคนต่อไปของพวกเจ้าซะ ข้าจิ้นอ๋องจะรออยู่ที่นี่ หากไม่ยอมแพ้พวกเขาจะมีจุดจบไม่ต่างจากหลี่ฮั่งชาง แต่ถ้ายอมแพ้ก็จะมีเพียงคนผู้เดียวเท่านั้นที่ต้องถูกสังหาร”เอ่ยจบร่างสูงก็กระโดดขึ้นหลังม้า ก่อนจะควบกลับเข้าเมืองจิ่งโจวไป ทิ้งความวุ่นวายโกลาหลเอาไว้เบื้องหลังหยวนชิงหลิงที่แฝงตัวอยู่ในกองทัพมานานนับเดือน เวลานี้นางได้รู้แล้วว่ามีใครบ้างที่อยู่คนละฝั่งกับหลี่ฮั่งชาง และมีใครบ้างที่หักหลังบิดาของนางในตอนนั้น ใบหน้างามข่มความโกรธแค้นเอาไว้ในส่วนลึก เพราะยังไม่ถึงเวลาที่น่าจะเปิดเผยตัวตอนนี้นางวางแผนที่จะปลุกปั่นให้พวกเขาแตกแยกออกเป็นสองฝ่าย ผู้ที่ไม่คิดยอมแพ้เหล่านั้นต่างก็นำทัพออกไปต่อสู้กับจิ้นอ๋องในสนามรบ สุดท้ายจุดจบของพวกเขาล้วนไม่ต่างกันทหารสามแสนนายในกองทัพเวลานี้เหลือไม่ถึงครึ่ง เพราะการกระทำที่แสนอวดดีของพวกเขา คิดว่าตนเองมีพันธมิตรจากต่างแคว้นแล้วจะสามารถหยิ่งผยองได้ ตัวอย่างมีให้เห็นแล้ว แม่ทัพแคว้นฉินสามคนถูกตัดหัวแขวนประจานเอาไว้ที่ประตูเมือง สร้างความหวาดกลัวแก่กองทัพฉินยิ่งนัก“บังอาจนัก!! เจ้าเด็กที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมผู้นั้น กล้ามาอวดดีก
“พวกเราชาวเฉิงโจว ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับสงครามที่ฮ่องเต้ชั่วนั่นก่อขึ้นหรอก ไปเสียได้ก็ดีที่นี่ไม่จำเป็นต้องมีเจ้าเมือง เขาอยู่ที่นี่ก็เอาแต่กดขี่ชาวบ้านบังคับให้ขุดภูเขา แต่กลับไม่บอกว่าขุดหาอะไร ก่อนหน้านี้ก็เกิดการต่อสู้ขึ้นที่หุบเขาหินนั่น จิ้นอ๋องสังหารอะไร ตอนนั้นข้าไปตรวจดูสภาพของที่นั่นเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต เป็นพวกเขาที่สังหารกันเอง ไม่มีร่องรอยของผู้บุกรุกเลยสักนิด อีกทั้งคนที่หนีรอดมาจากที่นั่นก็พูดเหมือนกันว่า คนของเฉิงอ๋องจู่โจมคนขององค์ชายห้า ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันจนถึงเช้า และองค์ชายห้าได้รับบาดเจ็บสาหัสกลับมา เป็นข้าที่รักษาให้เขาจนรอดมาได้”หยวนชิงหลิงกระจ่างแล้วว่าเสียงต่อสู้ในคืนนั้นคืออะไร ตอนนั้นคนขององค์ชายห้าช่างมาได้เหมาะเจาะตรงเวลาเสียจริง“ท่านหมอ ท่านแน่ใจหรือขอรับ วันเวลาท่านได้บันทึกเอาไว้หรือไม่”“วะ!!! เจ้าหนุ่มนี่ ข้าเป็นหมอมายี่สิบปี ข้าบันทึกทุกอย่างเอาไว้เป็นหลักฐานทั้งหมด ถ้าหากเจ้าไม่เชื่อข้าจะเอาให้เจ้าดูก็ได้ เจ้าคนที่รอดชีวิตมาในตอนนั้น ข้าเองก็รักษาเขาจนหายดีแล้ว”หยวนชิงหลิงยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม นางลุกขึ้นจับแขนของท่านหมอเขย่าเบาๆ ก่อนจะเอ่ย
หลายครั้งที่เขาเองก็ถูกฟันและถูกแทง มีเพียงเสียงดังเคร้ง!! ขึ้นเท่านั้น แต่ร่างกายของเขากลับไม่รู้สึกว่าตนเองได้รับบาดเจ็บที่ใดเลย คนตระกูลซวนหยวนช่างเก่งกาจยิ่งนัก ที่สามารถสร้างอาวุธที่แข็งแกร่งจนน่าหวาดกลัวพวกนี้ขึ้นมาได้ เขาเองก็ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหากพวกมันไปตกอยู่ในกำมือของจอมทรราชที่บ้าอำนาจ แผ่นดินจะลุกเป็นไฟเช่นไรหนึ่งชั่วยามต่อมา เสียงการต่อสู้ได้เงียบลงหรือจะพูดให้ถูกคือการสังหารอยู่ฝ่ายเดียว ศพที่ไม่สมประกอบกระจุยกระจายเกลื่อนพื้นดิน ไม่มีร่างไหนที่ยังอยู่ครบสมบูรณ์เลยสักร่าง เลือดสดๆ ไหลเจิ่งนองเต็มพื้นดิน เหมือนสายฝนที่พึ่งหยุดตกไปได้ไม่นานเซี่ยหวายอีหลับตาลงสักพักก่อนลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดคนตระกูลซวนหยวนถึงได้พ่ายแพ้ในการสู้รบ ทั้งที่พวกเขามีอาวุธชั้นดีอยู่ในมือ ก่อนหน้านี้เขาได้ฟังเรื่องราวเพียงคร่าวๆ เท่านั้น สงสัยหลังเสร็จจากศึกในครั้งนี้คงต้องขออ่านบันทึกม้วนนั้นของตระกูลซวนหยวนจากหยวนชิงหลิงเสียแล้วร่างสูงเดินไปยังม้าที่วิ่งเตลิดเพราะการต่อสู้ไปไม่ไกล ก่อนจะกระโดดขึ้นหลังของมัน จากนั้นเร่งควบไปยังเส้นทางเมืองจิ่งโจว สถานที่ที่จะต้องสะสางและยุ
หนึ่งเดือนหลังจากนั้น ฮ่องเต้เซี่ยต้องทนรับแรงกดดันของเหล่าขุนนางในราชสำนักอย่างหนัก เพราะชายแดนทั้งสี่ทิศของแคว้นเซี่ยในเวลานี้ถูกทหารของแคว้นต่างๆ เข้าประชิดหมดทุกทาง เพื่อกดดันให้พระองค์ส่งตัวจิ้นอ๋องไปยังแคว้นฉิน แต่พระองค์ทรงไม่ยินยอมองค์ชายใหญ่ที่เก็บตัวเงียบมาตลอด ได้เข้ามายังวังหลวงพร้อมเห
“พระองค์คิดอย่างไรเพคะ ถ้าหากว่าจะยึดเฉิงโจวมาเป็นของแคว้นเซี่ย หม่อมฉันเพียงถามความเห็นดูเท่านั้น หากพระองค์คิดว่ามันไม่คุ้มที่จะเสี่ยงให้เกิดสงครามระหว่างสองแคว้น เช่นนั้น ก็ช่างมันเถิด หม่อมฉันเองก็มิได้ยึดติดกับทรัพย์สินเงินทองเหล่านั้น ห่วงเพียงแต่ว่าหากชุดเกราะและอาวุธตกอยู่ในมือของฉินฮ่องเต้
“ท่านอนไม่หลับอย่างนั้นหรือ หรือว่าเพราะข้านอนดิ้นจนไปรบกวนการนอนของท่านกัน ต้องขออภัย ต้องขออภัย”หยวนชิงหลิงยกมือประสานขึ้น ก่อนจะเอ่ยขออภัยเซี่ยหวายอี แต่การที่นางนอนเตียงเดียวกับเขาทำให้นางรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก เพราะอย่างนั้นนางจึงหลับสนิทจนถึงเช้าเซี่ยหวายอีมองค้อนร่างเล็กในชุดเด็กหนุ่ม
“อี้เอ๋อพี่ฝากท่านแม่กับท่านย่าไว้ที่เจ้าด้วยนะ แล้วพี่จะรีบกลับมา”หยวนชิงหลิงกดกลไกเปิดห้องลับก่อนจะออกจากที่นั่นไปอย่างรวดเร็วร่างบางทะยานไปยังทางออก นางสงสัยว่าก่อนหน้านี้ที่นางได้ยินเสียงการต่อสู้ เป็นนางที่คิดไปเองหรือเกิดการต่อสู้ขึ้นจริงๆ หยวนชิงหลิงแอบไปยังทางออกที่คนของเฉิงอ๋องใช้เป็นที่







