Masukไร้เสียงตอบกลับมา ดูเหมือนเขาจะไม่สนใจเสียงโวยวายเล็กๆ ของนางเลยสักนิด ขายาวก่ายมาที่ต้นข้าของนาง ตอนนี้หยวนชิงหลิงกลายเป็นหมอนข้างของเขาไปเสียแล้ว นางพยายามดิ้นรนอยู่นานจนหมดแรง ในที่สุดนางก็หลับไปทั้งอย่างนั้นโดยที่ไม่รู้ว่าดวงตาคมกริบที่แสนลึกลับของใครบางคน กำลังจ้องมองใบหน้างามอย่างพึงพอใจ
เสียงดังเอะอะจากด้านนอกทำให้หยวนชิงหลิงงัวเงียตื่น สาวใช้ที่เฝ้าหน้าห้องรายงานว่ามีทหารจากวังหลวงกำลังตามหาตัวคนร้าย ดวงตาของนางสว่างวาบ หยวนชิงหลิงดีดตัวขึ้นทันที นางมองไปที่ด้านข้างตนเองพบว่ามันว่างเปล่าไปเสียแล้ว นางใช้มือคลำไปที่เตียงตรงที่บุรุษผู้นั้นเคยนอน มันยังคงอุ่นอยู่แสดงว่าเขาพึ่งจากไปได้ไม่นาน ร่างบางถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก นี่นางกำลังเป็นห่วงเขาอยู่หรือ บุรุษที่ฉวยโอกาสกับนางจะไปเป็นห่วงเขาเพื่ออะไร นางควรปล่อยให้ถูกจับไปน่ะดีแล้ว หยวนชิงหลิงลังเลเล็กน้อยก่อนที่จะเดินไปที่หน้าต่างที่ถูกปิดเอาไว้อย่างสนิท เขาไปแล้วจริงๆ “เหอะ!! จะขอบคุณสักคำก็ไม่มี นิสัยแย่จริงๆ” หยวนชิงหลิงจุดตะเกียงตรวจดูภายในห้องว่าตนเองยังหลงเหลือหลักฐานอะไรทิ้งเอาไว้หรือไม่ ก่อนที่สาวใช้ด้านนอกจะรายงานว่าทหารต้องการตรวจค้นห้องนอนของนาง “ให้พวกเขาเข้ามาได้” หยวนชิงหลิงสวมชุดคลุมปิดมิดชิดจนถึงคอ นางยืนอยู่ที่ประตูทางเข้าพร้อมกับสาวใช้มองดูทหารจากวังหลวงตรวจค้นที่ต่างๆ ภายในห้องของนาง ก่อนที่สายตาของนางจะสะดุดเข้ากับบางอย่างที่รอดพ้นการตรวจจับของทหารไป หยดเลือดนั่นมาได้อย่างไร นางคิดว่าตนเองตรวจดูอย่างละเอียดแล้วเชียวนะ หยวนชิงหลิงเดินไปที่ผนังที่นางถูกจับกดเอาไว้ในตอนแรก นางใช้เท้าเหยียบหยดเลือดนั้นก่อนที่จะขยี้มันแล้วเดินลากขามาที่ประตูหน้าห้องอีกครั้ง ทุกคนภายในห้องต่างมองมาที่นางด้วยสายตาแปลกประหลาด รวมทั้งสาวใช้ของนางด้วย “คือ....วันนี้ข้าเดินมากเกินไปเลยรู้สึกว่าขาจะเป็นตะคริวน่ะ พวกท่านค้นหาคนร้ายต่อได้เลยไม่ต้องสนใจข้า” หยวนชิงหลิงทำท่านวดขาตนเอง สายตาก็คอยสอดส่องว่าทหารตรวจพบสิ่งใดในห้องของนางหรือไม่ ชิ! เจ้าคนชุดดำนั่นสร้างปัญหาร้ายแรงเอาไว้ให้นาง แล้วตัวเองก็เผ่นหนีไปไม่แม้แต่จะขอบคุณสักคำ จำเอาไว้เลยถ้าหากพบกันครั้งหน้านางจะเอาคืนทั้งต้นทั้งดอกเบี้ย หยวนชิงหลิงก่นด่าบุรุษผู้นั้นอยู่ในใจ “หลิงเอ๋อ” เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้นางหันกลับไปมอง องค์ชายห้า เขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร หยวนชิงหลิงย่อตัวทำความเคารพแสดงท่าทางเหินห่าง “คารวะองค์ชายห้าเพคะ พระองค์มาทำอันใดที่จวนของหม่อมฉันดึกดื่นเพียงนี้” หยวนชิงหลิงถามออกไปด้วยน้ำเสียงเย็นชา สายตาของนางมองตรงไปที่พื้น ตอนนี้นางไม่แม้แต่อยากจะมองใบหน้าของเขา “หลิงเอ๋อ เจ้ายังไม่หายโกรธข้าอีกหรือ ข้าบอกเจ้าไปแล้วมิใช่หรือว่าข้าเองก็ไม่สามารถขัดพระประสงค์ของฝ่าบาทได้” องค์ชายห้าถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ นางช่างเป็นคนที่ดื้อรั้นและใจแข็งยิ่งนัก “พวกเจ้าออกไปเถอะ ค้นเพียงเท่านี้ก็พอแล้ว” องค์ชายห้าเอ่ยกับทหารที่กำลังค้นห้องของนาง ก่อนที่ทุกคนจะพากันออกไป “ท่านยังมิได้ตอบคำถามของข้าเลย ว่ามาทำอันใดที่นี่” องค์ชายห้าถอนหายใจออกมาอีกครั้ง “ข้ามาที่นี่ทำไมตัวเจ้าย่อมรู้แก่ใจดี หลิงเอ๋อตอนนี้เจ้าไม่มีจงหย่งโหวคอยคุ้มครองจวนตระกูลหยวนแล้ว ข้าเกรงว่าทหารจะทำอันใดรุนแรงระหว่างตรวจค้น จึงได้รีบมาทั้งที่ข้าเข้านอนไปแล้ว” หากเป็นแต่ก่อนนางคงจะรู้สึกซาบซึ้งใจจนโผเข้าสู่อ้อมแขนของเขาไปแล้ว แต่ตอนนี้นางสงสัยเขาเกี่ยวกับการตายของบิดาแต่นางก็ยังไม่มีหลักฐาน และเรื่องที่บิดาของเขาส่งนางไปให้ศัตรูที่สังหารบุพการี นางจะรู้สึกดีกับเขาเพียงเพราะคำพูดเพียงไม่กี่ประโยคได้อย่างไร “ท่านกลับไปเถอะ ตอนนี้จวนตระกูลหยวนไม่มีอะไรให้ท่านต้องช่วยเหลือแล้ว” หยวนชิงหลิงทำท่าจะปิดประตูห้อง แต่ถูกแขนแข็งแรงขององค์ชายห้าหยุดเอาไว้ ใบหน้าแดงก่ำจ้องมองเขาด้วยความโกรธ “ท่านคิดจะทำอะไร” องค์ชายห้าสอดกายเข้ามาในช่องประตูที่แง้มเอาไว้ก่อนที่จะปิดมันและลงกลอน หยวนชิงหลิงวิ่งไปที่ประตูเพื่อที่จะเปิดออก แต่ถูกแขนของเขารั้งเอาไว้ “หลิงเอ๋อฟังข้าก่อน” หยวนชิงหลิงดิ้นหนีสุดชีวิต นางกำลังจะตะโกนให้คนช่วยแต่องค์ชายห้าใช้มือปิดปากของนางเอาไว้ ความรู้สึกของหยวนชิงหลิงตอนนี้ทั้งรังเกียจและขยะแขยงเขายิ่งกว่ากิ้งกือไส้เดือนเสียอีก นี่สินะคือธาตุแท้ของเขา ตลอดหลายปีมานี้สิ่งที่เขาแสดงออกมาให้นางได้เห็น เป็นเพียงภาพลวงตาที่เขาสร้างขึ้นเท่านั้น “หลิงเอ๋อหยุดดิ้นเสียที ต่อให้เจ้าร้องให้คนช่วยตอนนี้ก็ไร้ประโยชน์” องค์ชายห้าตะคอกนางเสียงดัง “เจ้าคงไม่รู้ว่าหลายปีมานี้ที่ข้าเข้าออกจวนตระกูลหยวนข้าต้องลำบากมากแค่ไหน กว่าจะสามารถซื้อบ่าวรับใช้ของตระกูลหยวนทั้งหมดเอาไว้ได้ข้าต้องจ่ายไปไม่ใช่น้อยเลยนะ ตอนนี้เจ้าและคนตระกูลหยวนอยู่ในกำมือของข้าแล้ว ข้าจะสั่งให้พวกเขาทำอะไรก็ย่อมได้” “แต่ที่ข้าปล่อยเจ้าเอาไว้จนถึงตอนนี้เพราะข้าคิดว่าเจ้ายังพอมีประโยชน์อยู่ แต่อีกไม่กี่วันเจ้าก็จะต้องเดินทางไปที่แคว้นเซี่ยแล้ว ข้าก็ย่อมต้องมาเก็บเกี่ยวผลไม้ที่ข้าเลี้ยงดูเอาไว้จนสุกงอมสิ จะปล่อยให้เจ้าเดรัจฉานตัวไหนที่ไม่รู้จักมาเอาตัวเจ้าไปได้อย่างไร” หยวนชิงหลิงหวีดร้องออกมาจนสุดเสียง แต่มือขององค์ชายห้ายังคงปิดปากของนางเอาไว้แน่น เขาซุกไซร้ไปที่ซอกคอหอมกรุ่นของนางอย่างหื่นกระหาย หยวนชิงหลิงอยากจะกลั้นใจตายเสียตั้งแต่ตอนนี้ นางขยะแขยงสายตาและการสัมผัสที่มาจากเขายิ่งนัก ฉินฉู่อี้เขามันเลวยิ่งกว่าเดรัจฉานที่เขาเอ่ยถึงเสียอีก หลายปีมานี้เหตุใดข้าถึงมองคนสารเลวอย่างฉินฉู่อี้ไม่ออกกันนะ เพราะความโง่เขลาของข้าจึงทำให้ข้าต้องมาพบจุดจบเช่นนี้หรือ สวรรค์ท่านเอาชีวิตข้าไปเถอะ ข้าทนแบกรับไม่ไหวแล้ว เสียงแควก!!ดังขึ้นเบาๆ ทำให้หยวนชิงหลิงรู้ว่าชุดของตนเองถูกฉีกขาด นางพยายามดิ้นรนหนีจนสุดชีวิต ก่อนที่เล็บคมของนางจะข่วนไปที่ใบหน้าของเขา องค์ชายห้าจำต้องผละออกจากร่างบางเพราะรู้สึกเจ็บขึ้นมา “เจ้ากล้าทำร้ายข้าอย่างนั้นหรือ หยวนชิงหลิงดูซิว่าคืนนี้ข้าจะลงโทษเจ้าอย่างไร” หยวนชิงหลิงถุยน้ำลายใส่หน้าขององค์ชายห้า ถึงแม้นางจะสู้แรงของเขาไม่ได้ แต่ขอให้นางได้เหยียดหยามเขาอย่างที่เขากำลังกระทำต่อนางและตระกูลหยวนคืนบ้าง “เจ้า!!” “ข้าทำไม เจ้าคิดที่จะสังหารข้าทิ้งอย่างนั้นหรือ เช่นนั้นก็ทำเสียเลยตอนนี้ ฉินฉู่อี้ข้าคือหยวนชิงหลิงบุตรสาวคนโตของหยวนหมิง แม่ทัพพิทักษ์ดินแดนแคว้นฉิน ข้าไม่เคยเกรงกลัวต่อความตาย” องค์ชายห้ากัดฟันด้วยความโมโห เขาตบเข้าที่ใบหน้าของนางสุดแรงจนร่างของหยวนชิงหลิงเซถลาล้มลงไปกองกับพื้น “ข้าจะไม่ฆ่าเจ้าหรอก ความตายมันสบายเกินไปสำหรับเจ้า แต่ว่าข้าจะทำให้เจ้าต้องร้องครวญครางอยู่ใต้ร่างของข้าจนถึงวันที่เจ้าต้องออกเดินทางไปที่แคว้นเซี่ย เมื่อถึงตอนนั้นข้าอยากจะรู้นักว่าศักดิ์ศรีตระกูลหยวนที่เจ้าภาคภูมิใจหนักหนาจะยังหลงเหลืออยู่หรือไม่” หยวนชิงหลิงหวาดกลัวสายตาที่น่าขยะแขยงที่องค์ชายห้ามองมาที่ตน เขาย่างสามขุมตรงมาที่นางพร้อมทั้งเลียริมฝีปากอย่างหื่นกระหาย ท่าทางกักขฬะที่ฉินฉู่อี้แสดงออกทำให้นางรู้สึกอยากจะอาเจียน “ฉินฉู่อี้เจ้าคนสารเลว ถอยออกไปให้ห่างจากข้านะ”“อ่า!!!ยอดรัก แบบนั้นและ ข้าต้องการแบบนั้น ดันมันเข้ามาอีก แรงกว่านี้ ลึกกว่านี้”เสียงหวานเอ่ยขอร้องด้วยความต้องการที่พุ่งขึ้นสุดขีด เซี่ยหวายอีเองก็ไม่ยอมปล่อยให้นางต้องรอนาน เขากระแทกลงไปแรงๆ ถี่รัว เสียงดัง ปัก ปัก เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังอยู่เป็นนาน กว่าที่สองร่างจะสะท้านเฮือกขึ้นพร้อมกัน หยวนชิงหลิงแตะถึงจุดสุดยอดก่อน นางบีบรัดเขาจนเซี่ยหวายอีทนไม่ไหว จำต้องปลดปล่อยความต้องการของตนเองเข้าไปในกายนนางเต็มที่ทุกหยาดหยด“อ่า!!!ที่รักข้าแตกแล้ว เสร็จแล้ว ข้าเสร็จภายในกายของเจ้าแล้ว”ร่างสูงฟุบหน้าลงไปบนลำคอขาวผ่องของนาง ทั้งที่ยังมิได้ถอดถอนความเป็นชายออกไป นางรู้สึกได้ว่ามันกำลังกระตุกอยู่ภายใน ความเสียวกระสันที่พึ่งผ่านไปมันได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง สองร่างที่พึ่งสงบศึกไปได้ไม่นาน ได้เริ่มก่อสงครามวสันต์ขึ้นอีกครั้ง และอีกครั้ง จนกระทั่งรุ่งอรุณของวันใหม่ได้มาเยือนหยวนชิงหลิงตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดเมื่อยไปทั้งกาย ช่างแตกต่างจากอีกคนที่ยังคงมีเรี่ยวแรงเต็มกำลัง เหมือนพึ่งได้รับน้ำทิพย์ชโลมจิตใจ“ท่านรังแกข้ามาทั้งคืนแล้ว ต่อจากนี้ต้องดูแลปรนนิบัติรับใช้ข้าอย่างที่พูดด้วย”เซี่ยหวายอีกดจู
“เช่นนั้นให้ข้าปรนนิบัติเจ้าดีหรือไม่ ฮูหยิน”หยวนชิงหลิงไม่คิดว่าตนเองจะมาได้ยินคำพูดเช่นนี้ออกมาจากปากของเขา ใบหน้างามที่ยามนี้ไร้เครื่องประทินโฉมมันช่างงดงามเกลี้ยงเกลาดูสะอาดตาไม่ต่างจากเด็กทารก ดวงตาคมของเซี่ยหวายอีที่มองอยู่นั้นอดที่จะกดจูบไปที่แก้มของนางมิได้“ฮูหยิน วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าเป็นของข้าอย่างสมบูรณ์”ก่อนงานแต่งงานหลายวัน เขาได้สอบถามและศึกษาเรื่องบนเตียงมาจากสหายร่วมรบมาแล้ว เกี่ยวกับการทำให้สตรีมีความสุขในคืนเข้าหอ ร่างสูงค่อยๆ แทะเล็มริมฝีปากอวบอิ่มของนางช้าๆ มือสองข้างที่ยังว่างอยู่ก็ไม่หยุดนิ่ง เขาสัมผัสนางไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย แม้เวลานี้ทั้งสองจะสวมใส่อาภรณ์แต่ก็ยังรับรู้ถึงสัมผัสของกันและกันได้ความรู้สึกแปลกใหม่ที่นางได้รับในเวลานี้ช่างแตกต่างจากที่ผ่านมาที่เขาเคยสัมผัสนางอย่างสิ้นเชิง ท้องน้อยของนางในเวลานี้มันเหมือนกับมีบางอย่างขมวดเข้าหากันจากนั้นจึงคลายออก ทุกการสัมผัสจากเขามันทำให้ข่นอ่อนในกายนางพร้อมใจกันลุกชูชันขึ้นลิ้นร้อนของเซี่ยหวายอีเริ่มรุกล้ำเข้ามาในอาณาเขตของหยวนชิงหลิง ร่างสูงสอดลิ้นหนาเข้าไปในปากของนางเกี่ยวกระหวัดรัดรึงลิ้นนุ่มหยุ่นอย่างเชื่อ
“ทุกอย่างเป็นเพราะความโลภในอำนาจของท่านมากกว่า อย่าได้มากความเลย มาสู้กันให้รู้แพ้ชนะเสียแต่วันนี้ หากข้าหยวนชิงหลิงพ่ายแพ้และจะต้องตาย ข้าก็จะไม่มีวันเสียใจต่อสิ่งที่ข้าได้เลือก”การต่อสู้อย่างดุเดือดของทั้งสองยังคงดำเนินต่อไป แม้หยวนชิงหลิงจะมีสรีระที่เป็นรอง แต่กำลังของนางกลับมีมากล้นจนน่าเหลือเชื่อ ทุกครั้งที่ง้าวของนางฟันลงไป ฉินฮ่องเต้แทบจะทนรับแรงของนางไม่ไหว“เจ้า!!...เจ้าทำเช่นนั้นได้อย่างไร!! เจ้าเป็นเพียงสตรีในห้องหอเท่านั้น เหตุใดถึงมีพละกำลังที่เหนือกว่าข้า จงบอกมา”หยวนชิงหลิงยกยิ้มภายใต้หมวกเหล็กสีดำ ก่อนเอ่ยออกมาเสียงดัง แต่เสียงของนางกลับไม่เหมือนเสียงของนาง เพราะมันมีหลายเสียงดังประสานกันขึ้น“เพราะบรรพบุรุษซวนหยวนของข้าอย่างไรเล่า พวกเขาจะคอยอยู่เคียงข้าเสมอ ไม่ว่าข้าจะต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่แข็งแกร่งมากกว่าเพียงใดก็ตาม จงรับผลกรรมที่กระทำมาทั้งหมดเสียเถิด ข้าผู้นี้จะเป็นคนลงโทษเจ้าเอง”หยวนชิงหลิงฟันง้าวในมือลงไปอีกครั้งจนสุดแรง ในที่สุดทวนของฉินฮ่องเต้ก็ทนรับแรงนั้นไม่ไหว มันถูกฟันหักออกเป็นสองท่อน และตั้งแต่หัวไหล่ลงไปจนถึงกลางอกของเขา ถูกฟันทะลุชุดเกราะจนสะพายแล่
“เจ้าจงนำสารนี้ไปบอกแก่ผู้นำทัพคนต่อไปของพวกเจ้าซะ ข้าจิ้นอ๋องจะรออยู่ที่นี่ หากไม่ยอมแพ้พวกเขาจะมีจุดจบไม่ต่างจากหลี่ฮั่งชาง แต่ถ้ายอมแพ้ก็จะมีเพียงคนผู้เดียวเท่านั้นที่ต้องถูกสังหาร”เอ่ยจบร่างสูงก็กระโดดขึ้นหลังม้า ก่อนจะควบกลับเข้าเมืองจิ่งโจวไป ทิ้งความวุ่นวายโกลาหลเอาไว้เบื้องหลังหยวนชิงหลิงที่แฝงตัวอยู่ในกองทัพมานานนับเดือน เวลานี้นางได้รู้แล้วว่ามีใครบ้างที่อยู่คนละฝั่งกับหลี่ฮั่งชาง และมีใครบ้างที่หักหลังบิดาของนางในตอนนั้น ใบหน้างามข่มความโกรธแค้นเอาไว้ในส่วนลึก เพราะยังไม่ถึงเวลาที่น่าจะเปิดเผยตัวตอนนี้นางวางแผนที่จะปลุกปั่นให้พวกเขาแตกแยกออกเป็นสองฝ่าย ผู้ที่ไม่คิดยอมแพ้เหล่านั้นต่างก็นำทัพออกไปต่อสู้กับจิ้นอ๋องในสนามรบ สุดท้ายจุดจบของพวกเขาล้วนไม่ต่างกันทหารสามแสนนายในกองทัพเวลานี้เหลือไม่ถึงครึ่ง เพราะการกระทำที่แสนอวดดีของพวกเขา คิดว่าตนเองมีพันธมิตรจากต่างแคว้นแล้วจะสามารถหยิ่งผยองได้ ตัวอย่างมีให้เห็นแล้ว แม่ทัพแคว้นฉินสามคนถูกตัดหัวแขวนประจานเอาไว้ที่ประตูเมือง สร้างความหวาดกลัวแก่กองทัพฉินยิ่งนัก“บังอาจนัก!! เจ้าเด็กที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมผู้นั้น กล้ามาอวดดีก
“พวกเราชาวเฉิงโจว ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับสงครามที่ฮ่องเต้ชั่วนั่นก่อขึ้นหรอก ไปเสียได้ก็ดีที่นี่ไม่จำเป็นต้องมีเจ้าเมือง เขาอยู่ที่นี่ก็เอาแต่กดขี่ชาวบ้านบังคับให้ขุดภูเขา แต่กลับไม่บอกว่าขุดหาอะไร ก่อนหน้านี้ก็เกิดการต่อสู้ขึ้นที่หุบเขาหินนั่น จิ้นอ๋องสังหารอะไร ตอนนั้นข้าไปตรวจดูสภาพของที่นั่นเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต เป็นพวกเขาที่สังหารกันเอง ไม่มีร่องรอยของผู้บุกรุกเลยสักนิด อีกทั้งคนที่หนีรอดมาจากที่นั่นก็พูดเหมือนกันว่า คนของเฉิงอ๋องจู่โจมคนขององค์ชายห้า ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันจนถึงเช้า และองค์ชายห้าได้รับบาดเจ็บสาหัสกลับมา เป็นข้าที่รักษาให้เขาจนรอดมาได้”หยวนชิงหลิงกระจ่างแล้วว่าเสียงต่อสู้ในคืนนั้นคืออะไร ตอนนั้นคนขององค์ชายห้าช่างมาได้เหมาะเจาะตรงเวลาเสียจริง“ท่านหมอ ท่านแน่ใจหรือขอรับ วันเวลาท่านได้บันทึกเอาไว้หรือไม่”“วะ!!! เจ้าหนุ่มนี่ ข้าเป็นหมอมายี่สิบปี ข้าบันทึกทุกอย่างเอาไว้เป็นหลักฐานทั้งหมด ถ้าหากเจ้าไม่เชื่อข้าจะเอาให้เจ้าดูก็ได้ เจ้าคนที่รอดชีวิตมาในตอนนั้น ข้าเองก็รักษาเขาจนหายดีแล้ว”หยวนชิงหลิงยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม นางลุกขึ้นจับแขนของท่านหมอเขย่าเบาๆ ก่อนจะเอ่ย
หลายครั้งที่เขาเองก็ถูกฟันและถูกแทง มีเพียงเสียงดังเคร้ง!! ขึ้นเท่านั้น แต่ร่างกายของเขากลับไม่รู้สึกว่าตนเองได้รับบาดเจ็บที่ใดเลย คนตระกูลซวนหยวนช่างเก่งกาจยิ่งนัก ที่สามารถสร้างอาวุธที่แข็งแกร่งจนน่าหวาดกลัวพวกนี้ขึ้นมาได้ เขาเองก็ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหากพวกมันไปตกอยู่ในกำมือของจอมทรราชที่บ้าอำนาจ แผ่นดินจะลุกเป็นไฟเช่นไรหนึ่งชั่วยามต่อมา เสียงการต่อสู้ได้เงียบลงหรือจะพูดให้ถูกคือการสังหารอยู่ฝ่ายเดียว ศพที่ไม่สมประกอบกระจุยกระจายเกลื่อนพื้นดิน ไม่มีร่างไหนที่ยังอยู่ครบสมบูรณ์เลยสักร่าง เลือดสดๆ ไหลเจิ่งนองเต็มพื้นดิน เหมือนสายฝนที่พึ่งหยุดตกไปได้ไม่นานเซี่ยหวายอีหลับตาลงสักพักก่อนลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดคนตระกูลซวนหยวนถึงได้พ่ายแพ้ในการสู้รบ ทั้งที่พวกเขามีอาวุธชั้นดีอยู่ในมือ ก่อนหน้านี้เขาได้ฟังเรื่องราวเพียงคร่าวๆ เท่านั้น สงสัยหลังเสร็จจากศึกในครั้งนี้คงต้องขออ่านบันทึกม้วนนั้นของตระกูลซวนหยวนจากหยวนชิงหลิงเสียแล้วร่างสูงเดินไปยังม้าที่วิ่งเตลิดเพราะการต่อสู้ไปไม่ไกล ก่อนจะกระโดดขึ้นหลังของมัน จากนั้นเร่งควบไปยังเส้นทางเมืองจิ่งโจว สถานที่ที่จะต้องสะสางและยุ
หนึ่งเดือนหลังจากนั้น ฮ่องเต้เซี่ยต้องทนรับแรงกดดันของเหล่าขุนนางในราชสำนักอย่างหนัก เพราะชายแดนทั้งสี่ทิศของแคว้นเซี่ยในเวลานี้ถูกทหารของแคว้นต่างๆ เข้าประชิดหมดทุกทาง เพื่อกดดันให้พระองค์ส่งตัวจิ้นอ๋องไปยังแคว้นฉิน แต่พระองค์ทรงไม่ยินยอมองค์ชายใหญ่ที่เก็บตัวเงียบมาตลอด ได้เข้ามายังวังหลวงพร้อมเห
“พระองค์คิดอย่างไรเพคะ ถ้าหากว่าจะยึดเฉิงโจวมาเป็นของแคว้นเซี่ย หม่อมฉันเพียงถามความเห็นดูเท่านั้น หากพระองค์คิดว่ามันไม่คุ้มที่จะเสี่ยงให้เกิดสงครามระหว่างสองแคว้น เช่นนั้น ก็ช่างมันเถิด หม่อมฉันเองก็มิได้ยึดติดกับทรัพย์สินเงินทองเหล่านั้น ห่วงเพียงแต่ว่าหากชุดเกราะและอาวุธตกอยู่ในมือของฉินฮ่องเต้
“ท่านอนไม่หลับอย่างนั้นหรือ หรือว่าเพราะข้านอนดิ้นจนไปรบกวนการนอนของท่านกัน ต้องขออภัย ต้องขออภัย”หยวนชิงหลิงยกมือประสานขึ้น ก่อนจะเอ่ยขออภัยเซี่ยหวายอี แต่การที่นางนอนเตียงเดียวกับเขาทำให้นางรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก เพราะอย่างนั้นนางจึงหลับสนิทจนถึงเช้าเซี่ยหวายอีมองค้อนร่างเล็กในชุดเด็กหนุ่ม
“อี้เอ๋อพี่ฝากท่านแม่กับท่านย่าไว้ที่เจ้าด้วยนะ แล้วพี่จะรีบกลับมา”หยวนชิงหลิงกดกลไกเปิดห้องลับก่อนจะออกจากที่นั่นไปอย่างรวดเร็วร่างบางทะยานไปยังทางออก นางสงสัยว่าก่อนหน้านี้ที่นางได้ยินเสียงการต่อสู้ เป็นนางที่คิดไปเองหรือเกิดการต่อสู้ขึ้นจริงๆ หยวนชิงหลิงแอบไปยังทางออกที่คนของเฉิงอ๋องใช้เป็นที่







