FAZER LOGINหยวนชิงหลิงตะโกนออกไปด้วยความสิ้นหวัง เวลานี้นางคิดที่จะสู้ตายกับองค์ชายห้าเพราะคิดว่าตนเองไม่มีสิ่งใดจะให้เสียแล้ว แต่ก่อนที่เขาจะทันได้แตะต้องตัวนาง ร่างขององค์ชายห้าก็กระเด็นออกห่างลอยละลิ่วกระแทกผนังเสียงดังสนั่น องค์ชายห้ากระอักเลือดออกมาทันที
หยวนชิงหลิงอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง นี่!!เขา บุรุษชุดสีเขียวใบไผ่ผู้ที่ยืนจังก้าขวางระหว่างนางและองค์ชายห้าเอาไว้เขาคือชายชุดดำที่นางช่วยเอาไว้ก่อนหน้านี้ เขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร นางนึกว่าเขาหนีออกไปจากที่นี่แล้ว ก่อนที่ทหารจากวังหลวงจะเข้ามา ความจริงเขาออกไปจากจวนตระกูลหยวนแล้ว แต่เขารู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่างจึงได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง ในตอนนั้นเขากลับมาทันได้เห็นหยวนชิงหลิงโดนองค์ชายห้าตบที่ใบหน้าจนถลาลงไปกองกับพื้นเหมือนนกปีกหัก ภาพที่เห็นกระตุ้นความโกรธภายในใจของเขาให้ปะทุพุ่งขึ้นสูงเทียมฟ้าทันที บุรุษผู้นั้นพยุงหยวนชิงหลิงขึ้น เขาจับใบหน้าของนางพลิกไปด้านข้างเพื่อดูรอยแดงที่เกิดจากฝ่ามือ โทสะที่มีอยู่แล้วยิ่งเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม ดวงตาคมกริบของชายผู้นั้นแดงก่ำแลดูอำมหิตและกระหายเลือด แต่หยวนชิงหลิงกลับไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวเขาเลยสักนิด นิ้วเรียวยาวของเขาแตะที่ใบหน้าของนางแผ่วเบา ความรู้สึกเย็นสบายทำให้ความเจ็บค่อยๆ ทุเลาลง เขาผละจากนางเดินไปลากตัวองค์ชายห้าที่นอนกองอยู่กับพื้น โยนลงไปแทบเท้าของหยวนชิงหลิง “เจ้าจัดการเขาได้ตามสบาย ข้าจะเก็บกวาดให้เอง” หยวนชิงหลิงลังเลเล็กน้อย ถึงแม้นางมั่นใจว่าเขาจะทำได้ตามที่เขาพูดจริงๆ แต่องค์ชายห้ามิใช่คนธรรมดา เขาเป็นถึงเชื้อพระวงศ์แคว้นฉิน อีกทั้งมารดาของเขาก็เป็นถึงฮองเฮา หากว่าองค์ชายห้าหายตัวไป ตระกูลหยวนจะเป็นที่แรกที่ถูกสงสัย เพราะมีใครหลายคนเห็นเขามาที่นี่ อีกทั้งบ่าวไพร่ที่อยู่ภายในจวนตระกูลหยวนต่างก็เป็นคนของเขา นางจะทำให้น้องชายท่านแม่และท่านย่าเป็นอันตรายไม่ได้ “ฉินฉูอี้!! วันนี้เจ้าได้เผยธาตุแท้ของเจ้าให้ข้าเห็นแล้ว สวรรค์ท่านช่างเมตตาต่อข้าเสียจริง ยังมิทันได้แต่งงานกับเจ้าท่านก็บันดาลให้เจ้าเปิดเผยความเลวที่เจ้ามีออกมา ดูเหมือนว่าบรรพบุรุษตระกูลหยวนจะยังคงคุ้มครองข้าอยู่ ถึงได้ทำให้ข้าตาสว่างก่อนที่จะจมลงไปในโคลนที่เจ้าสร้างขึ้น” องค์ชายห้าที่สติกลับมาครบถ้วนแล้วนั้น มองไปยังหยวนชิงหลิงและบุรุษชุดสีเขียวใบไผ่ทีละคนด้วยดวงตาวาวโรจน์ ก่อนที่เขาจะเอ่ยขึ้นช้าๆ “หยวนชิงหลิง เจ้าคิดว่าวันนี้จะรอดพ้นเงื้อมมือข้าไปได้อย่างนั้นหรือ พวกเจ้าสองคนมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายเชื้อพระวงศ์ เตรียมใจชดใช้เอาไว้ได้เลย แต่ก่อนที่เจ้าจะถูกจับตัวไปลงโทษข้าจะเล่นกับเจ้าจนพอใจ แล้วส่งตัวเจ้าให้บรรดาสหายของข้าได้ลิ้มรสหญิงงามอันดับหนึ่งของแคว้นฉินด้วยเช่นกัน ฮ่าๆๆๆ!!!!” องค์ชายห้าหัวเราะออกมาเสียงดังด้วยความสะใจ สายตาของเขามองแทะโลมร่างกายนางอย่างไม่ปิดบัง บุรุษชุดเขียวใบไผ่หยิบชุดคลุมที่อยู่ในตู้ออกมาคลุมร่างของนางเอาไว้ หยวนชิงหลิงแหงนหน้ามองเขาเล็กน้อยอย่างขอบคุณ “ขอบคุณ” ทั้งสองคนมองสบตากันอยู่อย่างนั้นเป็นนาน ในสายตาขององค์ชายห้ามันเป็นสายตาของคู่รักที่รักกันหวานซึ้ง เมื่อเห็นภาพนั้นหัวใจของเขาก็รู้สึกปวดแปลบขึ้นมาทันทีอย่างไม่ทราบสาเหตุ ไม่!! นางเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น ไม่ว่าเดรัจฉานตัวผู้ตัวไหนก็ไม่สามารถแย่งนางไปจากเขาได้ องค์ชายห้าพยายามตะเกียกตะกายจะลุกขึ้นยืน แต่ร่างกายของเขาบาดเจ็บมากเกินไป ทำให้ไม่สามารถประคองตนเองเอาไว้ได้ หยวนชิงหลิงที่เห็นความเคลื่อนไหวนั้น นางก็เดินวนรอบตัวองค์ชายห้าช้าๆ สายตาของนางมองไปที่เขาด้วยความเย็นชา ก่อนที่จะเตะไปที่ขาของเขาจนสุดแรง “นี่สำหรับคำพูดเน่าๆ ที่พ่นออกมาจากปากของเจ้า” องค์ชายห้าร้องโอดโอยเสียงดังด้วยความเจ็บปวด นางยังคงไม่พอใจแค่เพียงเท่านั้น เท้าเล็กๆ ของหยวนชิงหลิงกระทืบลงไปยังกึ่งกลางจุดสืบสกุลของเขาอย่างแรงหลายที จนองค์ชายห้าที่เจ็บปวดจนหน้าเขียวและสลบไป “หึ!คิดที่จะใช้ข้าเป็นของเล่นอย่างนั้นหรือ เช่นนั้นเจ้าก็กลายเป็นขันทีเสียเถอะ” ท่าทางได้ใจของนางเหมือนเด็กเล็กๆ ที่กำลังอวดของเล่นที่ถูกใจ บุรุษชุดเขียวใบไผ่เห็นวิธีการที่นางใช้จัดการกับองค์ชายห้าแล้วเขาก็รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ขึ้นมาทันที ก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วยามเขายังบังคับจูบนางอยู่เลย หวังว่านางจะลืมมันไปแล้วนะ หากต้องกลายเป็นขันทีเช่นองค์ชายห้า เขาจะขอร้องให้นางสังหารเขาทิ้งเสียยังจะดีกว่า หลังจากเก็บกวาดภายในห้องเรียบร้อยแล้ว บุรุษชุดเขียวคิดที่จะพาองค์ชายห้าออกไปจากจวนตระกูลหยวน หยวนชิงหลิงยังรู้สึกเป็นห่วงเรื่องที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ นางจึงเอ่ยสำทับเขาไปอีกรอบ “ห้ามฆ่าเขาเด็ดขาด แค่ทำให้เขาต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ภายในจวนสักสองสามเดือนก็พอ” บุรุษชุดเขียวใบไผ่พยักหน้า ก่อนจะแบกร่างขององค์ชายห้าทะยานหายไปในม่านราตรี วันรุ่งขึ้นนางไม่ได้รับข่าวคราวเกี่ยวกับองค์ชายห้าเลย นางไม่รู้ว่าเขาใช้วิธีใดมาจัดการให้เรื่องทั้งหมดเงียบลง แต่ตอนนี้ถือว่านางยังสามารถสบายใจได้เปลาะหนึ่ง หยวนชิงหลิงจัดการขายบ่าวภายในจวนทิ้งทั้งหมด ส่วนบ่าวเก่าแก่ที่เคยทำงานในจวนตระกูลหยวนมาตั้งแต่สมัยที่ท่านย่าของนางเป็นฮูหยินใหม่ๆ หยวนชิงหลิงคืนสัญญาซื้อขายทาสและจ่ายเงินให้พวกเขามากพอที่จะสามารถออกไปตั้งตัวภายนอกได้ เดิมนางคิดที่จะจากไปโดยทิ้งจวนตระกูลหยวนให้อยู่ในความดูแลของมารดา แต่ดูเหมือนนางจะชะล่าใจจนเกินไป จึงทำให้จวนของนางอยู่ภายใต้การควบคุมขององค์ชายห้าได้ หยวนชิงหลิงเดินไปหามารดาและท่านย่าที่พักอยู่ในเรือนเดียวกัน เพื่อสะดวกต่อการดูแล “ท่านย่า ท่านแม่ อี้เอ๋อ ข้ามีเรื่องที่ต้องบอกพวกท่าน เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่เราทุกคนจำต้องตัดสินใจร่วมกัน” หยวนชิงหลิงเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นที่เรือนของนางเมื่อคืนอย่างละเอียด ยกเว้นเรื่องที่นางถูกบุรุษชุดดำบังคับจูบ “พวกเดรัจฉานเลี้ยงไม่เชื่อง กล้าสมคบคิดกับผู้อื่นทำร้ายนายเจ้าของจวนทั้งที่สัญญาทาสของพวกมันอยู่ในมือของข้า หลิงเอ๋อหลานทำถูกแล้ว ตอนนี้ตระกูลหยวนของเราก็เป็นอย่างนี้แล้วเราจะไว้ใจผู้ใดมิได้ ย่ามิใช่ผู้ที่จะยึดติดกับสิ่งของและวัตถุ สิ่งสำคัญคือเราจะต้องหาสถานที่ปลอดภัยกว่านี้เพื่อเลี้ยงดูอี้เอ๋อให้ดี ไม่อย่างนั้นองค์ชายห้าคงไม่ยอมปล่อยพวกเราตระกูลหยวนเอาไว้แน่”“อ่า!!!ยอดรัก แบบนั้นและ ข้าต้องการแบบนั้น ดันมันเข้ามาอีก แรงกว่านี้ ลึกกว่านี้”เสียงหวานเอ่ยขอร้องด้วยความต้องการที่พุ่งขึ้นสุดขีด เซี่ยหวายอีเองก็ไม่ยอมปล่อยให้นางต้องรอนาน เขากระแทกลงไปแรงๆ ถี่รัว เสียงดัง ปัก ปัก เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังอยู่เป็นนาน กว่าที่สองร่างจะสะท้านเฮือกขึ้นพร้อมกัน หยวนชิงหลิงแตะถึงจุดสุดยอดก่อน นางบีบรัดเขาจนเซี่ยหวายอีทนไม่ไหว จำต้องปลดปล่อยความต้องการของตนเองเข้าไปในกายนนางเต็มที่ทุกหยาดหยด“อ่า!!!ที่รักข้าแตกแล้ว เสร็จแล้ว ข้าเสร็จภายในกายของเจ้าแล้ว”ร่างสูงฟุบหน้าลงไปบนลำคอขาวผ่องของนาง ทั้งที่ยังมิได้ถอดถอนความเป็นชายออกไป นางรู้สึกได้ว่ามันกำลังกระตุกอยู่ภายใน ความเสียวกระสันที่พึ่งผ่านไปมันได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง สองร่างที่พึ่งสงบศึกไปได้ไม่นาน ได้เริ่มก่อสงครามวสันต์ขึ้นอีกครั้ง และอีกครั้ง จนกระทั่งรุ่งอรุณของวันใหม่ได้มาเยือนหยวนชิงหลิงตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดเมื่อยไปทั้งกาย ช่างแตกต่างจากอีกคนที่ยังคงมีเรี่ยวแรงเต็มกำลัง เหมือนพึ่งได้รับน้ำทิพย์ชโลมจิตใจ“ท่านรังแกข้ามาทั้งคืนแล้ว ต่อจากนี้ต้องดูแลปรนนิบัติรับใช้ข้าอย่างที่พูดด้วย”เซี่ยหวายอีกดจู
“เช่นนั้นให้ข้าปรนนิบัติเจ้าดีหรือไม่ ฮูหยิน”หยวนชิงหลิงไม่คิดว่าตนเองจะมาได้ยินคำพูดเช่นนี้ออกมาจากปากของเขา ใบหน้างามที่ยามนี้ไร้เครื่องประทินโฉมมันช่างงดงามเกลี้ยงเกลาดูสะอาดตาไม่ต่างจากเด็กทารก ดวงตาคมของเซี่ยหวายอีที่มองอยู่นั้นอดที่จะกดจูบไปที่แก้มของนางมิได้“ฮูหยิน วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าเป็นของข้าอย่างสมบูรณ์”ก่อนงานแต่งงานหลายวัน เขาได้สอบถามและศึกษาเรื่องบนเตียงมาจากสหายร่วมรบมาแล้ว เกี่ยวกับการทำให้สตรีมีความสุขในคืนเข้าหอ ร่างสูงค่อยๆ แทะเล็มริมฝีปากอวบอิ่มของนางช้าๆ มือสองข้างที่ยังว่างอยู่ก็ไม่หยุดนิ่ง เขาสัมผัสนางไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย แม้เวลานี้ทั้งสองจะสวมใส่อาภรณ์แต่ก็ยังรับรู้ถึงสัมผัสของกันและกันได้ความรู้สึกแปลกใหม่ที่นางได้รับในเวลานี้ช่างแตกต่างจากที่ผ่านมาที่เขาเคยสัมผัสนางอย่างสิ้นเชิง ท้องน้อยของนางในเวลานี้มันเหมือนกับมีบางอย่างขมวดเข้าหากันจากนั้นจึงคลายออก ทุกการสัมผัสจากเขามันทำให้ข่นอ่อนในกายนางพร้อมใจกันลุกชูชันขึ้นลิ้นร้อนของเซี่ยหวายอีเริ่มรุกล้ำเข้ามาในอาณาเขตของหยวนชิงหลิง ร่างสูงสอดลิ้นหนาเข้าไปในปากของนางเกี่ยวกระหวัดรัดรึงลิ้นนุ่มหยุ่นอย่างเชื่อ
“ทุกอย่างเป็นเพราะความโลภในอำนาจของท่านมากกว่า อย่าได้มากความเลย มาสู้กันให้รู้แพ้ชนะเสียแต่วันนี้ หากข้าหยวนชิงหลิงพ่ายแพ้และจะต้องตาย ข้าก็จะไม่มีวันเสียใจต่อสิ่งที่ข้าได้เลือก”การต่อสู้อย่างดุเดือดของทั้งสองยังคงดำเนินต่อไป แม้หยวนชิงหลิงจะมีสรีระที่เป็นรอง แต่กำลังของนางกลับมีมากล้นจนน่าเหลือเชื่อ ทุกครั้งที่ง้าวของนางฟันลงไป ฉินฮ่องเต้แทบจะทนรับแรงของนางไม่ไหว“เจ้า!!...เจ้าทำเช่นนั้นได้อย่างไร!! เจ้าเป็นเพียงสตรีในห้องหอเท่านั้น เหตุใดถึงมีพละกำลังที่เหนือกว่าข้า จงบอกมา”หยวนชิงหลิงยกยิ้มภายใต้หมวกเหล็กสีดำ ก่อนเอ่ยออกมาเสียงดัง แต่เสียงของนางกลับไม่เหมือนเสียงของนาง เพราะมันมีหลายเสียงดังประสานกันขึ้น“เพราะบรรพบุรุษซวนหยวนของข้าอย่างไรเล่า พวกเขาจะคอยอยู่เคียงข้าเสมอ ไม่ว่าข้าจะต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่แข็งแกร่งมากกว่าเพียงใดก็ตาม จงรับผลกรรมที่กระทำมาทั้งหมดเสียเถิด ข้าผู้นี้จะเป็นคนลงโทษเจ้าเอง”หยวนชิงหลิงฟันง้าวในมือลงไปอีกครั้งจนสุดแรง ในที่สุดทวนของฉินฮ่องเต้ก็ทนรับแรงนั้นไม่ไหว มันถูกฟันหักออกเป็นสองท่อน และตั้งแต่หัวไหล่ลงไปจนถึงกลางอกของเขา ถูกฟันทะลุชุดเกราะจนสะพายแล่
“เจ้าจงนำสารนี้ไปบอกแก่ผู้นำทัพคนต่อไปของพวกเจ้าซะ ข้าจิ้นอ๋องจะรออยู่ที่นี่ หากไม่ยอมแพ้พวกเขาจะมีจุดจบไม่ต่างจากหลี่ฮั่งชาง แต่ถ้ายอมแพ้ก็จะมีเพียงคนผู้เดียวเท่านั้นที่ต้องถูกสังหาร”เอ่ยจบร่างสูงก็กระโดดขึ้นหลังม้า ก่อนจะควบกลับเข้าเมืองจิ่งโจวไป ทิ้งความวุ่นวายโกลาหลเอาไว้เบื้องหลังหยวนชิงหลิงที่แฝงตัวอยู่ในกองทัพมานานนับเดือน เวลานี้นางได้รู้แล้วว่ามีใครบ้างที่อยู่คนละฝั่งกับหลี่ฮั่งชาง และมีใครบ้างที่หักหลังบิดาของนางในตอนนั้น ใบหน้างามข่มความโกรธแค้นเอาไว้ในส่วนลึก เพราะยังไม่ถึงเวลาที่น่าจะเปิดเผยตัวตอนนี้นางวางแผนที่จะปลุกปั่นให้พวกเขาแตกแยกออกเป็นสองฝ่าย ผู้ที่ไม่คิดยอมแพ้เหล่านั้นต่างก็นำทัพออกไปต่อสู้กับจิ้นอ๋องในสนามรบ สุดท้ายจุดจบของพวกเขาล้วนไม่ต่างกันทหารสามแสนนายในกองทัพเวลานี้เหลือไม่ถึงครึ่ง เพราะการกระทำที่แสนอวดดีของพวกเขา คิดว่าตนเองมีพันธมิตรจากต่างแคว้นแล้วจะสามารถหยิ่งผยองได้ ตัวอย่างมีให้เห็นแล้ว แม่ทัพแคว้นฉินสามคนถูกตัดหัวแขวนประจานเอาไว้ที่ประตูเมือง สร้างความหวาดกลัวแก่กองทัพฉินยิ่งนัก“บังอาจนัก!! เจ้าเด็กที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมผู้นั้น กล้ามาอวดดีก
“พวกเราชาวเฉิงโจว ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับสงครามที่ฮ่องเต้ชั่วนั่นก่อขึ้นหรอก ไปเสียได้ก็ดีที่นี่ไม่จำเป็นต้องมีเจ้าเมือง เขาอยู่ที่นี่ก็เอาแต่กดขี่ชาวบ้านบังคับให้ขุดภูเขา แต่กลับไม่บอกว่าขุดหาอะไร ก่อนหน้านี้ก็เกิดการต่อสู้ขึ้นที่หุบเขาหินนั่น จิ้นอ๋องสังหารอะไร ตอนนั้นข้าไปตรวจดูสภาพของที่นั่นเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต เป็นพวกเขาที่สังหารกันเอง ไม่มีร่องรอยของผู้บุกรุกเลยสักนิด อีกทั้งคนที่หนีรอดมาจากที่นั่นก็พูดเหมือนกันว่า คนของเฉิงอ๋องจู่โจมคนขององค์ชายห้า ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันจนถึงเช้า และองค์ชายห้าได้รับบาดเจ็บสาหัสกลับมา เป็นข้าที่รักษาให้เขาจนรอดมาได้”หยวนชิงหลิงกระจ่างแล้วว่าเสียงต่อสู้ในคืนนั้นคืออะไร ตอนนั้นคนขององค์ชายห้าช่างมาได้เหมาะเจาะตรงเวลาเสียจริง“ท่านหมอ ท่านแน่ใจหรือขอรับ วันเวลาท่านได้บันทึกเอาไว้หรือไม่”“วะ!!! เจ้าหนุ่มนี่ ข้าเป็นหมอมายี่สิบปี ข้าบันทึกทุกอย่างเอาไว้เป็นหลักฐานทั้งหมด ถ้าหากเจ้าไม่เชื่อข้าจะเอาให้เจ้าดูก็ได้ เจ้าคนที่รอดชีวิตมาในตอนนั้น ข้าเองก็รักษาเขาจนหายดีแล้ว”หยวนชิงหลิงยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม นางลุกขึ้นจับแขนของท่านหมอเขย่าเบาๆ ก่อนจะเอ่ย
หลายครั้งที่เขาเองก็ถูกฟันและถูกแทง มีเพียงเสียงดังเคร้ง!! ขึ้นเท่านั้น แต่ร่างกายของเขากลับไม่รู้สึกว่าตนเองได้รับบาดเจ็บที่ใดเลย คนตระกูลซวนหยวนช่างเก่งกาจยิ่งนัก ที่สามารถสร้างอาวุธที่แข็งแกร่งจนน่าหวาดกลัวพวกนี้ขึ้นมาได้ เขาเองก็ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหากพวกมันไปตกอยู่ในกำมือของจอมทรราชที่บ้าอำนาจ แผ่นดินจะลุกเป็นไฟเช่นไรหนึ่งชั่วยามต่อมา เสียงการต่อสู้ได้เงียบลงหรือจะพูดให้ถูกคือการสังหารอยู่ฝ่ายเดียว ศพที่ไม่สมประกอบกระจุยกระจายเกลื่อนพื้นดิน ไม่มีร่างไหนที่ยังอยู่ครบสมบูรณ์เลยสักร่าง เลือดสดๆ ไหลเจิ่งนองเต็มพื้นดิน เหมือนสายฝนที่พึ่งหยุดตกไปได้ไม่นานเซี่ยหวายอีหลับตาลงสักพักก่อนลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดคนตระกูลซวนหยวนถึงได้พ่ายแพ้ในการสู้รบ ทั้งที่พวกเขามีอาวุธชั้นดีอยู่ในมือ ก่อนหน้านี้เขาได้ฟังเรื่องราวเพียงคร่าวๆ เท่านั้น สงสัยหลังเสร็จจากศึกในครั้งนี้คงต้องขออ่านบันทึกม้วนนั้นของตระกูลซวนหยวนจากหยวนชิงหลิงเสียแล้วร่างสูงเดินไปยังม้าที่วิ่งเตลิดเพราะการต่อสู้ไปไม่ไกล ก่อนจะกระโดดขึ้นหลังของมัน จากนั้นเร่งควบไปยังเส้นทางเมืองจิ่งโจว สถานที่ที่จะต้องสะสางและยุ
หนึ่งเดือนหลังจากนั้น ฮ่องเต้เซี่ยต้องทนรับแรงกดดันของเหล่าขุนนางในราชสำนักอย่างหนัก เพราะชายแดนทั้งสี่ทิศของแคว้นเซี่ยในเวลานี้ถูกทหารของแคว้นต่างๆ เข้าประชิดหมดทุกทาง เพื่อกดดันให้พระองค์ส่งตัวจิ้นอ๋องไปยังแคว้นฉิน แต่พระองค์ทรงไม่ยินยอมองค์ชายใหญ่ที่เก็บตัวเงียบมาตลอด ได้เข้ามายังวังหลวงพร้อมเห
“พระองค์คิดอย่างไรเพคะ ถ้าหากว่าจะยึดเฉิงโจวมาเป็นของแคว้นเซี่ย หม่อมฉันเพียงถามความเห็นดูเท่านั้น หากพระองค์คิดว่ามันไม่คุ้มที่จะเสี่ยงให้เกิดสงครามระหว่างสองแคว้น เช่นนั้น ก็ช่างมันเถิด หม่อมฉันเองก็มิได้ยึดติดกับทรัพย์สินเงินทองเหล่านั้น ห่วงเพียงแต่ว่าหากชุดเกราะและอาวุธตกอยู่ในมือของฉินฮ่องเต้
“ท่านอนไม่หลับอย่างนั้นหรือ หรือว่าเพราะข้านอนดิ้นจนไปรบกวนการนอนของท่านกัน ต้องขออภัย ต้องขออภัย”หยวนชิงหลิงยกมือประสานขึ้น ก่อนจะเอ่ยขออภัยเซี่ยหวายอี แต่การที่นางนอนเตียงเดียวกับเขาทำให้นางรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก เพราะอย่างนั้นนางจึงหลับสนิทจนถึงเช้าเซี่ยหวายอีมองค้อนร่างเล็กในชุดเด็กหนุ่ม
“อี้เอ๋อพี่ฝากท่านแม่กับท่านย่าไว้ที่เจ้าด้วยนะ แล้วพี่จะรีบกลับมา”หยวนชิงหลิงกดกลไกเปิดห้องลับก่อนจะออกจากที่นั่นไปอย่างรวดเร็วร่างบางทะยานไปยังทางออก นางสงสัยว่าก่อนหน้านี้ที่นางได้ยินเสียงการต่อสู้ เป็นนางที่คิดไปเองหรือเกิดการต่อสู้ขึ้นจริงๆ หยวนชิงหลิงแอบไปยังทางออกที่คนของเฉิงอ๋องใช้เป็นที่







