LOGINหยวนชิงหลิงตะโกนออกไปด้วยความสิ้นหวัง เวลานี้นางคิดที่จะสู้ตายกับองค์ชายห้าเพราะคิดว่าตนเองไม่มีสิ่งใดจะให้เสียแล้ว แต่ก่อนที่เขาจะทันได้แตะต้องตัวนาง ร่างขององค์ชายห้าก็กระเด็นออกห่างลอยละลิ่วกระแทกผนังเสียงดังสนั่น องค์ชายห้ากระอักเลือดออกมาทันที
หยวนชิงหลิงอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง นี่!!เขา บุรุษชุดสีเขียวใบไผ่ผู้ที่ยืนจังก้าขวางระหว่างนางและองค์ชายห้าเอาไว้เขาคือชายชุดดำที่นางช่วยเอาไว้ก่อนหน้านี้ เขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร นางนึกว่าเขาหนีออกไปจากที่นี่แล้ว ก่อนที่ทหารจากวังหลวงจะเข้ามา ความจริงเขาออกไปจากจวนตระกูลหยวนแล้ว แต่เขารู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่างจึงได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง ในตอนนั้นเขากลับมาทันได้เห็นหยวนชิงหลิงโดนองค์ชายห้าตบที่ใบหน้าจนถลาลงไปกองกับพื้นเหมือนนกปีกหัก ภาพที่เห็นกระตุ้นความโกรธภายในใจของเขาให้ปะทุพุ่งขึ้นสูงเทียมฟ้าทันที บุรุษผู้นั้นพยุงหยวนชิงหลิงขึ้น เขาจับใบหน้าของนางพลิกไปด้านข้างเพื่อดูรอยแดงที่เกิดจากฝ่ามือ โทสะที่มีอยู่แล้วยิ่งเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม ดวงตาคมกริบของชายผู้นั้นแดงก่ำแลดูอำมหิตและกระหายเลือด แต่หยวนชิงหลิงกลับไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวเขาเลยสักนิด นิ้วเรียวยาวของเขาแตะที่ใบหน้าของนางแผ่วเบา ความรู้สึกเย็นสบายทำให้ความเจ็บค่อยๆ ทุเลาลง เขาผละจากนางเดินไปลากตัวองค์ชายห้าที่นอนกองอยู่กับพื้น โยนลงไปแทบเท้าของหยวนชิงหลิง “เจ้าจัดการเขาได้ตามสบาย ข้าจะเก็บกวาดให้เอง” หยวนชิงหลิงลังเลเล็กน้อย ถึงแม้นางมั่นใจว่าเขาจะทำได้ตามที่เขาพูดจริงๆ แต่องค์ชายห้ามิใช่คนธรรมดา เขาเป็นถึงเชื้อพระวงศ์แคว้นฉิน อีกทั้งมารดาของเขาก็เป็นถึงฮองเฮา หากว่าองค์ชายห้าหายตัวไป ตระกูลหยวนจะเป็นที่แรกที่ถูกสงสัย เพราะมีใครหลายคนเห็นเขามาที่นี่ อีกทั้งบ่าวไพร่ที่อยู่ภายในจวนตระกูลหยวนต่างก็เป็นคนของเขา นางจะทำให้น้องชายท่านแม่และท่านย่าเป็นอันตรายไม่ได้ “ฉินฉูอี้!! วันนี้เจ้าได้เผยธาตุแท้ของเจ้าให้ข้าเห็นแล้ว สวรรค์ท่านช่างเมตตาต่อข้าเสียจริง ยังมิทันได้แต่งงานกับเจ้าท่านก็บันดาลให้เจ้าเปิดเผยความเลวที่เจ้ามีออกมา ดูเหมือนว่าบรรพบุรุษตระกูลหยวนจะยังคงคุ้มครองข้าอยู่ ถึงได้ทำให้ข้าตาสว่างก่อนที่จะจมลงไปในโคลนที่เจ้าสร้างขึ้น” องค์ชายห้าที่สติกลับมาครบถ้วนแล้วนั้น มองไปยังหยวนชิงหลิงและบุรุษชุดสีเขียวใบไผ่ทีละคนด้วยดวงตาวาวโรจน์ ก่อนที่เขาจะเอ่ยขึ้นช้าๆ “หยวนชิงหลิง เจ้าคิดว่าวันนี้จะรอดพ้นเงื้อมมือข้าไปได้อย่างนั้นหรือ พวกเจ้าสองคนมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายเชื้อพระวงศ์ เตรียมใจชดใช้เอาไว้ได้เลย แต่ก่อนที่เจ้าจะถูกจับตัวไปลงโทษข้าจะเล่นกับเจ้าจนพอใจ แล้วส่งตัวเจ้าให้บรรดาสหายของข้าได้ลิ้มรสหญิงงามอันดับหนึ่งของแคว้นฉินด้วยเช่นกัน ฮ่าๆๆๆ!!!!” องค์ชายห้าหัวเราะออกมาเสียงดังด้วยความสะใจ สายตาของเขามองแทะโลมร่างกายนางอย่างไม่ปิดบัง บุรุษชุดเขียวใบไผ่หยิบชุดคลุมที่อยู่ในตู้ออกมาคลุมร่างของนางเอาไว้ หยวนชิงหลิงแหงนหน้ามองเขาเล็กน้อยอย่างขอบคุณ “ขอบคุณ” ทั้งสองคนมองสบตากันอยู่อย่างนั้นเป็นนาน ในสายตาขององค์ชายห้ามันเป็นสายตาของคู่รักที่รักกันหวานซึ้ง เมื่อเห็นภาพนั้นหัวใจของเขาก็รู้สึกปวดแปลบขึ้นมาทันทีอย่างไม่ทราบสาเหตุ ไม่!! นางเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น ไม่ว่าเดรัจฉานตัวผู้ตัวไหนก็ไม่สามารถแย่งนางไปจากเขาได้ องค์ชายห้าพยายามตะเกียกตะกายจะลุกขึ้นยืน แต่ร่างกายของเขาบาดเจ็บมากเกินไป ทำให้ไม่สามารถประคองตนเองเอาไว้ได้ หยวนชิงหลิงที่เห็นความเคลื่อนไหวนั้น นางก็เดินวนรอบตัวองค์ชายห้าช้าๆ สายตาของนางมองไปที่เขาด้วยความเย็นชา ก่อนที่จะเตะไปที่ขาของเขาจนสุดแรง “นี่สำหรับคำพูดเน่าๆ ที่พ่นออกมาจากปากของเจ้า” องค์ชายห้าร้องโอดโอยเสียงดังด้วยความเจ็บปวด นางยังคงไม่พอใจแค่เพียงเท่านั้น เท้าเล็กๆ ของหยวนชิงหลิงกระทืบลงไปยังกึ่งกลางจุดสืบสกุลของเขาอย่างแรงหลายที จนองค์ชายห้าที่เจ็บปวดจนหน้าเขียวและสลบไป “หึ!คิดที่จะใช้ข้าเป็นของเล่นอย่างนั้นหรือ เช่นนั้นเจ้าก็กลายเป็นขันทีเสียเถอะ” ท่าทางได้ใจของนางเหมือนเด็กเล็กๆ ที่กำลังอวดของเล่นที่ถูกใจ บุรุษชุดเขียวใบไผ่เห็นวิธีการที่นางใช้จัดการกับองค์ชายห้าแล้วเขาก็รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ขึ้นมาทันที ก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วยามเขายังบังคับจูบนางอยู่เลย หวังว่านางจะลืมมันไปแล้วนะ หากต้องกลายเป็นขันทีเช่นองค์ชายห้า เขาจะขอร้องให้นางสังหารเขาทิ้งเสียยังจะดีกว่า หลังจากเก็บกวาดภายในห้องเรียบร้อยแล้ว บุรุษชุดเขียวคิดที่จะพาองค์ชายห้าออกไปจากจวนตระกูลหยวน หยวนชิงหลิงยังรู้สึกเป็นห่วงเรื่องที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ นางจึงเอ่ยสำทับเขาไปอีกรอบ “ห้ามฆ่าเขาเด็ดขาด แค่ทำให้เขาต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ภายในจวนสักสองสามเดือนก็พอ” บุรุษชุดเขียวใบไผ่พยักหน้า ก่อนจะแบกร่างขององค์ชายห้าทะยานหายไปในม่านราตรี วันรุ่งขึ้นนางไม่ได้รับข่าวคราวเกี่ยวกับองค์ชายห้าเลย นางไม่รู้ว่าเขาใช้วิธีใดมาจัดการให้เรื่องทั้งหมดเงียบลง แต่ตอนนี้ถือว่านางยังสามารถสบายใจได้เปลาะหนึ่ง หยวนชิงหลิงจัดการขายบ่าวภายในจวนทิ้งทั้งหมด ส่วนบ่าวเก่าแก่ที่เคยทำงานในจวนตระกูลหยวนมาตั้งแต่สมัยที่ท่านย่าของนางเป็นฮูหยินใหม่ๆ หยวนชิงหลิงคืนสัญญาซื้อขายทาสและจ่ายเงินให้พวกเขามากพอที่จะสามารถออกไปตั้งตัวภายนอกได้ เดิมนางคิดที่จะจากไปโดยทิ้งจวนตระกูลหยวนให้อยู่ในความดูแลของมารดา แต่ดูเหมือนนางจะชะล่าใจจนเกินไป จึงทำให้จวนของนางอยู่ภายใต้การควบคุมขององค์ชายห้าได้ หยวนชิงหลิงเดินไปหามารดาและท่านย่าที่พักอยู่ในเรือนเดียวกัน เพื่อสะดวกต่อการดูแล “ท่านย่า ท่านแม่ อี้เอ๋อ ข้ามีเรื่องที่ต้องบอกพวกท่าน เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่เราทุกคนจำต้องตัดสินใจร่วมกัน” หยวนชิงหลิงเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นที่เรือนของนางเมื่อคืนอย่างละเอียด ยกเว้นเรื่องที่นางถูกบุรุษชุดดำบังคับจูบ “พวกเดรัจฉานเลี้ยงไม่เชื่อง กล้าสมคบคิดกับผู้อื่นทำร้ายนายเจ้าของจวนทั้งที่สัญญาทาสของพวกมันอยู่ในมือของข้า หลิงเอ๋อหลานทำถูกแล้ว ตอนนี้ตระกูลหยวนของเราก็เป็นอย่างนี้แล้วเราจะไว้ใจผู้ใดมิได้ ย่ามิใช่ผู้ที่จะยึดติดกับสิ่งของและวัตถุ สิ่งสำคัญคือเราจะต้องหาสถานที่ปลอดภัยกว่านี้เพื่อเลี้ยงดูอี้เอ๋อให้ดี ไม่อย่างนั้นองค์ชายห้าคงไม่ยอมปล่อยพวกเราตระกูลหยวนเอาไว้แน่”“ใบหน้าของเจ้าเสียโฉมแล้วจากนี้ไปแม้แต่นางบำเรอในกองทัพเจ้าก็เป็นไม่ได้ ตีตราทาสที่ใบหน้าของนาง จากนี้ไปนางจะต้องทำงานชั้นต่ำทุกอย่างในคณะเดินทาง หลังจากไปถึงแคว้นเซี่ยแล้วส่งนางไปยังซ่องนางโลมชั้นต่ำที่สุด ให้รับลูกค้าวันละห้าสิบคนเป็นเวลาหนึ่งปี เมื่อครบหนึ่งปีให้ส่งนางไปทำงานที่เหมืองเกลือ”หลี่อันหรงที่ได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจลนลาน นางพยายามคลานมาที่เท้าของเซี่ยหวายอีเพื่อขอความเมตตา แต่ถูกเขาเตะกระเด็นออกไปไกล คนของเขานำโซ่ตรวนมาคล้องมือและเท้าของนางเอาไว้ จากนั้นจึงลากนางออกไปไม่แม้แต่จะเรียกหมอมารักษา“ทุกคนจงจำวันนี้เอาไว้ให้ดี ต่อไปพูดแต่เรื่องที่ควรพูด แยกย้ายไปทำหน้าที่ของตนได้แล้ว อีกไม่ช้าเราจะออกเดินทางกันต่อ”หยวนชิงหลิงที่ยืนก้มหน้าอยู่ที่เดิมค่อยๆ เดินหันหลังจากไป เสียงของหลี่อันหรงที่สบถด่าทอว่าร้ายบิดาของนางยังคงดังก้องอยู่ภายในหัว หยวนชิงหลิงรู้สึกหายใจไม่ออก เหมือนมีบางอย่างกำลังกดทับหัวใจของนาง ภาพเบื้องหน้าที่นางเห็นค่อยๆ หดแคบลงและมืดดำทีละน้อยร่างบางซวนเซไปด้านหน้าก่อนที่จะล้มลง เซี่ยหวายอีมองตามแผ่นหลังที่ดูโดดเดี่ยวของนางเดินกลับไปที่รถม้าด้วยสายตาเป็นห่วง เขาส
สตรีบรรณาการเหล่านั้นที่รายล้อมหยวนชิงหลิง หลังจากที่ได้ยินความจริงจากปากนาง บ้างก็ร้องไห้ บ้างก็ทรุดตัวลงกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง ให้พวกนางรู้เสียตั้งแต่ตอนนี้จะได้ปรับตัวทัน ดีกว่าไปรู้ทีหลังแล้วต้องมานั่งเสียใจและแตกสลายด้วยความจริงที่ว่าพวกนางถูกคนทั้งครอบครัวทอดทิ้ง“หยุดร้องไห้เสียเถิด ตอนนี้ไม่มีใครสามารถช่วยเหลือพวกเราได้แล้ว ทุกอย่างมันเป็นเพียงเรื่องของการเมืองเท่านั้น พวกเราก็เป็นแค่เพียงตัวหมากเล็กๆ ของพวกเขา จากนี้ไปก็จงพยายามปรับตัวให้ได้ เผื่อว่าวันหน้าต้องอยู่ในช่วงชีวิตที่ลำบากจะได้ไม่ต้องมานั่งนึกเสียใจทีหลัง”หยวนชิงหลิงเอ่ยปลอบพวกนางเสียงอ่อนโยน นางเพียงหวังว่าสตรีเหล่านี้จะเข้มแข็งขึ้นในไม่ช้า และยืนได้ด้วยขาของตนเองทุกคำพูดของนางกระทบจิตใจของใครหลายคน รวมถึงบุรุษที่ยืนอยู่ด้านหลังต้นไม้ที่ใช้กางกระโจม เขามองใบหน้าเล็กที่มีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นมาที่หน้าผากเพราะความร้อนของกองไฟที่นางใช้ทำอาหาร เขาอยากจะเอื้อมมือไปเช็ดให้นางแต่แล้วก็ต้องหยุดการกระทำของตนเอาไว้“คิดบ้าอันใดของข้าอยู่กันแน่ นางก็เป็นแค่เพียงตัวยุ่งเท่านั้น เลิกสนใจนางไปเสีย”เซี่ยวหวายอีรีบเดินออกไปจากตร
เอ่ยจบนางก็ลงจากรถม้าตามมาด้วยจ้าวหงอิง สตรีทั้งสองเดินย้อนกลับไปที่รถม้าคันเล็กที่นางนั่งโดยสารมา ด้านในมีสตรีสามคนและหนึ่งในนั้นคือหลี่อันหรง“เจ้ามาทำอันใดที่นี่”หลี่อันหรงตกใจมากที่เห็นหยวนชิงหลิง นางยังจำความเจ็บปวดที่หยวนชิงหลิงตบนางได้ หลี่อันหรงเผลอยกมือขึ้นกุมที่ใบหน้าของตนอย่างลืมตัว“ข้าจะมาทำอันใดที่นี่ก็หาใช่ธุระกงการของเจ้า หลบไปหรืออยากจะโดนเหมือนครั้งก่อน”หยวนชิงหลิงยกมือขึ้นทำท่าจะตี หลี่อันหรงและสตรีอีกสองนางรีบวิ่งลงจากรถม้าราวกับผึ้งแตกรัง นางหันไปพยักหน้าให้จ้าวหงอิงเข้าไปเก็บของที่นางนำติดตัวมาทั้งหมด เมื่อเสร็จแล้วพวกนางก็เดินจากไป โดยที่ไม่สนใจสายตาที่มองมาอย่างจะกินเลือดกินเนื้อของหลี่อันหรง“อันธพาลหยวนชิงหลิง!! ฝากไว้ก่อนเถอะถึงแคว้นเซี่ยเมื่อใดข้าจัดการเจ้าแน่”หยวนชิงหลิงพาจ้าวหงอิงกลับมาที่รถม้าของนางอีกครั้งหลังจากเก็บข้าวของเรียบร้อยแล้ว อาเฟยก็มาตามนางไปทำอาหาร“ท่านหญิงลู่จิว องครักษ์จับปลามาแล้วขอรับ”หยวนชิงหลิงก้าวลงมาจากรถม้า“ข้าบอกแล้วว่าให้เรียกชื่อข้าตามสบาย ช่างเถอะ ปลาเล่าอยู่ไหน”ข้าจะกล้าเอ่ยนามของท่านออกมาตรงๆ ได้อย่างไร เพียงแค่ข้าอยู่
จ้าวหงอิงถึงกับน้ำตาคลอ ก่อนหน้านี้นางนั่งรถม้าคันเดียวกับหลี่อันหรง วันไหนที่มีอาหารที่ดีหน่อยนางก็จะยึดเอาไว้เป็นของตนเอง ในรถม้าที่ต้องนั่งสี่คนเวลานอนหลี่อันหรงก็จะแบ่งพื้นที่ไปเสียครึ่ง อีกสามคนต้องนั่งเบียดกันหลับ ตั้งแต่ออกจากเมืองหลวงมีเพียงเมื่อคืนเท่านั้นที่นางนอนหลับได้สนิทหยวนชิงหลิงมองนางด้วยสายตาไม่เข้าใจ แค่ผัดผักใส่ไข่เจ้าถึงกับร้องไห้เลยหรือ เห็นทีก่อนหน้านี้เจ้าคงจะลำบากจริงๆ หยวนชิงหลิงเอ่ยปลอบนางสองสามคำ ก่อนที่สตรีทั้งสองจะทานอาหารของตน“ยาของข้าเล่า”หยวนชิงหลิงเดินมาหาอาเฟยที่กำลังเคี่ยวยาอยู่“เสร็จแล้วขอรับ”หยวนชิงหลิงขมวดคิ้วก่อนที่จะบีบจมูกแล้วดื่มยาลงไปจนหมดชาม นางเป็นคนที่เกลียดการดื่มยามาก แต่หนทางไปยังแคว้นเซี่ยยังอีกยาวไกล จะปล่อยให้ตนเองป่วยจนเป็นภาระของผู้อื่นมิได้“ตอนเที่ยงข้าอยากกินปลาย่าง ถึงอย่างไรวันนี้ก็หยุดพักที่นี่หนึ่งวัน เราไปจับปลากันดีกว่า”นางเอ่ยชวนอาเฟยและพ่อครัวที่อยู่ตรงนั้นอีกสองสามคน สายตาคมกริบของใครคนหนึ่งที่นั่งอยู่ในกระโจมแบบเปิด กำลังมองมาที่ร่างบาง เมื่อคืนเกือบตายยังไม่รู้จักเข็ดหลาบ วันนี้กลับไปรนหาที่อีกแล้ว นางช่างเป็นส
องครักษ์ร่างสูงนามเข่อซิง ที่ยืนอยู่ด้านนอกเพื่อรอรับคำสั่ง เดินจากไปและไม่นานเขาก็กลับมาพร้อมสตรีใบหน้างดงามนางหนึ่ง ท่าทางของนางแลดูมึนงงเพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่นางก็ทำตามคำสั่งขององครักษ์ผู้นั้นแต่โดยดีโดยมิได้ปริปากถาม“จงเก็บเรื่องที่เจ้าเห็นในคืนนี้เอาไว้เป็นความลับ หากข้าได้ยินว่ามีผู้ใดเอ่ยถึงเรื่องนี้ ข้าจะฝังเจ้าเอาไว้กลางป่า”เซี่ยหวายอีหรือจิ้นอ๋องที่ปลอมตัวเป็นองครักษ์คุ้มกันขบวนราชทูต ข่มขู่จ้าวหงอิงก่อนที่เขาจะลงจากรถม้าไป จ้าวหงอิงที่นั่งตัวลีบอยู่ในมุมหนึ่งของรถม้าถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนที่จะช่วยเปลี่ยนชุดที่เปียกชื้นออกจากร่างของหยวนชิงหลิง“ท่านไปทำอันใดมากันแน่ท่านหญิงลู่จิว”จ้าวหงอิงมองใบหน้างามที่กำลังหลับสนิทก่อนจะเอ่ยขึ้นเบาๆ นางส่ายหน้าให้กับความอยากรู้อยากเห็นของตนเอง“เฮ่อ!!!อย่ารู้เลยจะดีกว่า ไม่อย่างนั้นได้อายุสั้นแน่ๆ ท่านหญิงท่านเองก็คงจะลำบากไม่น้อยเช่นกันสินะ ข้ายังหวังว่าสักวันพวกเราจะได้กลับไปพบหน้าครอบครัวที่แคว้นฉินอีกครั้ง”จ้าวหงอิงมองสำรวจภายในรถม้าที่หยวนชิงหลิงโดยสารมา รถม้าของนางที่ได้รับสิทธิ์นั่งมาคนเดียวช่างกว้างขวาง ภายในก็ถูกบุนวมเ
นางเอ่ยออกมาอย่างจริงใจ ก่อนที่จะนั่งรับทานอาหารพร้อมกับพ่อครัวเหล่านั้นโดยที่ไม่ถือตัวเลยสักนิด“เหอะ!!เสแสร้ง”หลี่อันหรงบิดปากพูดอย่างไม่พอใจ ก่อนที่จะโยนชามอาหารลงไปข้างๆ หยวนชิงหลิง เหล่าพ่อครัวและองครักษ์ต่างก็มองการกระทำของนางเป็นตาเดียว หยวนชิงหลิงลุกขึ้นยืนช้าๆ ชายชุดของนางเปียกชุ่มไปด้วยน้ำแกง“ข้าไม่รู้ว่าเจ้าไม่พอใจสิ่งใดในตัวข้า ถึงได้แสดงกิริยาไร้มารยาทเช่นนี้ออกมา เมื่อก่อนเจ้าอาจจะเคยเป็นบุตรสาวของขุนนางใหญ่ในแคว้นฉิน เคยอยู่เหนือผู้คนมากมาย หลายคนต้องคอยเอาใจและรองรับโทสะของเจ้า แต่ข้าหาใช่บ่าวไพร่ของเจ้า”นางตบใบหน้าของหลี่อันหรงสองครั้งติดกัน ทำเอาทุกคนถึงกับอึ้ง แม่นางผู้นี้มือไวจริงๆ เพียงทำชุดของนางสกปรกเท่านั้นนางก็ลงไม้ลงมือเสียแล้ว“เจ้า!!”“หุบปาก!!! และจงอยู่ให้ห่างข้าเอาไว้ หากเจ้ายังอยากใช้ปากนั่นทานอาหารอยู่”หยวนชิงหลิงมองหลี่อันหรงด้วยสายตาเอาจริง หลี่อันหรงทำสิ่งใดไม่ได้ นางทำได้เพียงรีบวิ่งกลับไปที่รถม้าของตน หยวนชิงหลิงก้มลงหยิบชามที่หลี่อันหรงโยนใส่นาง ก่อนที่จะนำมันไปล้าง“อาหารที่นางไม่ชอบกิน แต่สำหรับชาวบ้านธรรมดามันคืออาหารที่พวกเขาต่อให้ฝันถึงก







