LOGINหยวนชิงหลิงที่กำลังจะตะโกนขอความช่วยเหลือ จำต้องเงียบปากไป ไม่รู้เพราะอะไรทำให้นางเชื่อว่าบุรุษผู้นี้จะทำตามที่พูดจริงๆ นางพยักหน้าให้เขาในความมืด
“เจ้าเข้ามาที่นี่ต้องการสิ่งใด สิ่งของมีค่าเครื่องประดับหรือ ถ้าหากเจ้าต้องการข้าจะหยิบให้แต่อย่าทำอะไรข้าเลย” หยวนชิงหลิงเอ่ยออกมาเสียงสั่น ท่านพ่อพึ่งจะจากไปไม่นานตระกูลหยวนก็ถูกคนรังแกเสียแล้ว สวรรค์ท่านช่างใจร้ายต่อพวกเรานัก น้ำตาแห่งความน้อยใจในโชคชะตาของนางหลั่งออกมาเงียบๆ ชายชุดดำร่างสูงใหญ่ก้มลงอุ้มนางขึ้นเหมือนเด็กน้อยก่อนที่จะเดินมาที่เตียง หยวนชิงหลิงคิดว่าเขากำลังจะทำมิดีมิร้ายต่อนาง จึงพยายามดิ้นรนเพื่อหนีเอาตัวรอด แต่สตรีร่างเล็กอย่างนางมีหรือจะสู้แรงของบุรุษได้ ชายชุดดำกอดนางเอาไว้ด้วยแขนเพียงข้างเดียว และมืออีกข้างของเขาก็ปิดปากของนางเอาไว้ “เจ้ากำลังคิดเหลวไหลอันใดกัน ข้าเพียงต้องการให้เจ้าช่วยทำแผลให้เท่านั้น เลิกดีดดิ้นเสียทีก่อนที่ข้าจะมีความคิดอย่างอื่น” เสียงทุ้มต่ำแต่แหบพร่าเอ่ยขึ้นเบาๆ หยวนชิงหลิงได้ยินดังนั้นจึงหยุดดิ้น นางที่นั่งอยู่บนตักของเขาค่อยๆ หันไปมองใบหน้าที่อยู่ภายใต้ผ้าสีดำปิดบังเอาไว้ ดวงตาคมกริบแลดูลึกลับจ้องประสานสายตากับนางอย่างค้นหา หยวนชิงหลิงชะงักไปทันที เมื่อนางสบเข้ากับดวงตาคมที่น่าค้นหาของบุรุษชุดดำ สองร่างที่แนบชิดต่างจ้องมองกันและกันเหมือนตกอยู่ในภวังค์ของความรู้สึกบางอย่าง จนกระทั่งนางสัมผัสได้ถึงส่วนที่แข็งขืนกำลังดุนดันที่ก้นของนาง หยวนชิงหลิงอายุสิบเจ็ดแล้ว ถึงนางจะยังไม่เคยแนบชิดกับบุรุษใด แต่นางก็มิได้ไร้เดียงสาถึงเพียงนั้น เรื่องบางอย่างมารดาของนางได้สั่งสอนเพื่อเตรียมตัวให้นางก่อนที่จะออกเรือนแล้ว “เจ้า.....ปล่อยข้านะ” หยวนชิงหลิงเอ่ยเพียงเท่านั้นนางก็เริ่มดิ้นรนออกจากอ้อมแขนของบุรุษชุดดำทันที เวลานี้นางรู้สึกว่าตนเองกำลังถูกคุกคาม หากยังนั่งอยู่เช่นนี้ตัวนางก็จะไม่ปลอดภัย “หยุดดิ้นซะ!! หากว่าเจ้าไม่หยุดข้าสัญญาว่าจะจับเจ้ากดเสียเดี๋ยวนี้” หยวนชิงหลิงชะงักค้างไปอีกครั้ง แต่ครั้งนี้นางใจเย็นลงมากกว่าเดิม เพราะเสียงที่เปล่งออกมาจากบุรุษชุดดำเริ่มต่ำลงเรื่อยๆ เหมือนเขากำลังหมดความอดทนต่อนาง “เช่นนั้น...เจ้าปล่อยข้าก่อนได้หรือไม่ เจ้ากอดข้าเอาไว้เช่นนี้ข้าจะไปหยิบกล่องยามาได้อย่างไร” ได้ผล บุรุษชุดดำยอมปล่อยนางให้เป็นอิสระ หยวนชิง หลิงเดินไปเปิดตู้เพื่อหยิบกล่องยาออกมา นางกำลังจะจุดตะเกียงเพื่อให้มองเห็นภายในห้อง แต่ถูกฝ่ามือใหญ่หยุดเอาไว้ก่อน “ห้ามจุดตะเกียงนะ เจ้าคิดที่ประกาศให้ผู้อื่นรู้หรือไงว่าในห้องของเจ้ามีบุรุษซ่อนตัวอยู่” หยวนชิงหลิงแสดงสีหน้าไม่พอใจ นางส่งค้อนให้เขาหนึ่งวงก่อนที่จะเดินไปเปิดหน้าต่างเพื่อให้แสงจันทร์ส่องเข้ามาแทน ถ้าหากเจ้าไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าในห้องของข้ามีบุรุษ เจ้าก็ไม่ควรที่จะเข้ามาในนี้ตั้งแต่แรกสิ นางเอ่ยบริภาษเขาในใจอย่างเดือดดาล “เจ้าบาดเจ็บตรงไหน” ชายชุดดำถอดชุดของเขาออกทำให้มองเห็นกล้ามเนื้อที่เรียงตัวสวยงาม เพียงแสงจันทร์ที่ส่องเข้ามาภายในห้องทำให้มองเห็นได้ไม่ชัด แต่ทั่วทั้งหน้าอกและแผ่นหลังของเขามีรอยแผลเป็นทั้งใหม่และเก่ามากมาย จนนางเผลอตัวสัมผัสมันเข้าอย่างไม่ตั้งใจ “เจ้าเป็นใครกันแน่ เหตุใดถึงมีแผลมากมายเพียงนี้” นางพึมพำกับตนเองเบาๆ แต่มีหรือจะรอดพ้นจากการได้ยินของผู้ฝึกยุทธอย่างเขา ดวงตาคมกริบจ้องมองใบหน้างามที่กำลังมองไปยังแผลบนหน้าอกของตนอย่างเหม่อลอย หยวนชิงหลิงเริ่มทำแผลให้ชายชุดดำด้วยความชำนาญ ถึงแม้วรยุทธของนางจะฝึกได้เท่าแมวสามขา แต่นางก็เคยทำแผลให้องค์ชายห้าบ่อยๆ เรื่องนี้ถือว่านางมีพรสวรรค์อยู่บ้าง “เสร็จแล้ว” หยวนชิงหลิงมองชุดสีดำที่ขาดวิ่นและชุ่มไปด้วยเลือดของเขาก่อนที่จะมองชุดขาวที่เต็มไปด้วยเลือดของตน นางจะถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ พรุ่งนี้จะอ้างเหตุผลใดกับสาวใช้ที่มาทำความสะอาดดีนะ “ข้าคิดว่าเจ้าคงกลับไปในสภาพเช่นนี้มิได้แน่ เพราะถ้ามือปราบในเมืองหลวงเห็นเข้าคงไม่มีทางปล่อยเจ้าเอาไว้แน่” หยวนชิงหลิงเดินไปที่ตู้เก็บเสื้อผ้าของตน นางหยิบชุดบุรุษออกมาให้เขาเปลี่ยน “นี่เป็นชุดที่ข้าเย็บเองเพื่อส่งไปให้ท่านพ่อที่ชายแดน ดูเหมือนตอนนี้เขาไม่จำเป็นจะต้องใช้แล้ว เจ้ารับมันไว้เถอะ” นางยื่นชุดสีเขียวใบไผ่ให้บุรุษตรงหน้า รูปร่างของเขาไม่ต่างจากบิดานางเท่าใดนัก คงจะใส่ได้กระมัง หยวนชิงหลิงพยักพเยิดให้เขาเข้าไปเปลี่ยนชุดที่ด้านหลังฉากกั้น ก่อนที่ตัวนางจะจัดการทำลายหลักฐานทั้งหมดภายในห้อง ไม่นาน บุรุษผู้นั้นก็เดินออกมาจากหลังฉากกั้น บนใบหน้าของเขายังคงมีผ้าสีดำปิดบังเอาไว้ หยวนชิงหลิงชี้ไปที่หน้าต่างก่อนที่ตนเองจะถือชุดนอนไปที่หลังฉากกั้นเช่นกัน น้ำสะอาดที่สาวใช้เตรียมเอาไว้ให้นางอาบได้เย็นไปนานแล้ว แต่ตัวของนางยามนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดของเขา คงจะนอนต่อด้วยสภาพเช่นนี้มิได้ เสียงน้ำจ๋อมแจ๋มดังขึ้นที่ด้านหลังฉากกั้นเป็นระยะ ดีที่ตอนนี้เป็นช่วงฤดูร้อน ไม่อย่างนั้นนางคงจะหนาวตายเพราะต้องลุกมาอาบน้ำเย็นตอนกลางดึกเป็นแน่ หยวนชิงหลิงอาบน้ำเสร็จนางก็เปลี่ยนเป็นชุดนอนสีขาวบางเบาที่นางสวมใส่เป็นปกติทุกวัน เมื่อเดินกลับมาที่เตียงก็พบว่า มีร่างสูงของบุรุษผู้นั้นกำลังนอนหลับตาอยู่ หยวนชิงหลิงรู้สึกโมโหขึ้นมาทันที “นี่!! ข้าบอกให้เจ้ากลับไปแล้วมิใช่หรือ” นางมองไปยังหน้าต่างที่ถูกปิดเอาไว้อย่างเรียบร้อย ก่อนจะยกมือขึ้นตบที่หน้าผากของตนเบาๆ อย่างจนใจ “ที่ข้าชี้ไปที่หน้าต่างคือให้เจ้ากลับไป ไม่ใช่ให้เจ้าปิดมัน นี่เจ้าโง่จริงหรือแสร้งโง่กันแน่เนี่ย” ร่างสูงยังคงนอนนิ่งมองมาที่นางด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนที่จะตบลงไปสองทีที่ว่างด้านข้างตน “เลิกคิดเรื่องนั้นไปเลยข้าไม่มีวัน.....” แขนยาวกระตุกร่างเล็กเบาๆ ก่อนที่นางจะถลาซบลงไปที่อกแกร่ง แขนอีกข้างของบุรุษผู้นั้นกอดรัดร่างงามของนางเข้ามาในอ้อมอก ก่อนที่จะตบไปที่แผ่นหลังบอบบางเบาๆ คล้ายกำลังกล่อมเด็ก “ปล่อยข้านะ นี่เจ้าคิดที่จะฉวยโอกาสกับผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตของเจ้าอย่างนั้นหรือ”“ใบหน้าของเจ้าเสียโฉมแล้วจากนี้ไปแม้แต่นางบำเรอในกองทัพเจ้าก็เป็นไม่ได้ ตีตราทาสที่ใบหน้าของนาง จากนี้ไปนางจะต้องทำงานชั้นต่ำทุกอย่างในคณะเดินทาง หลังจากไปถึงแคว้นเซี่ยแล้วส่งนางไปยังซ่องนางโลมชั้นต่ำที่สุด ให้รับลูกค้าวันละห้าสิบคนเป็นเวลาหนึ่งปี เมื่อครบหนึ่งปีให้ส่งนางไปทำงานที่เหมืองเกลือ”หลี่อันหรงที่ได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจลนลาน นางพยายามคลานมาที่เท้าของเซี่ยหวายอีเพื่อขอความเมตตา แต่ถูกเขาเตะกระเด็นออกไปไกล คนของเขานำโซ่ตรวนมาคล้องมือและเท้าของนางเอาไว้ จากนั้นจึงลากนางออกไปไม่แม้แต่จะเรียกหมอมารักษา“ทุกคนจงจำวันนี้เอาไว้ให้ดี ต่อไปพูดแต่เรื่องที่ควรพูด แยกย้ายไปทำหน้าที่ของตนได้แล้ว อีกไม่ช้าเราจะออกเดินทางกันต่อ”หยวนชิงหลิงที่ยืนก้มหน้าอยู่ที่เดิมค่อยๆ เดินหันหลังจากไป เสียงของหลี่อันหรงที่สบถด่าทอว่าร้ายบิดาของนางยังคงดังก้องอยู่ภายในหัว หยวนชิงหลิงรู้สึกหายใจไม่ออก เหมือนมีบางอย่างกำลังกดทับหัวใจของนาง ภาพเบื้องหน้าที่นางเห็นค่อยๆ หดแคบลงและมืดดำทีละน้อยร่างบางซวนเซไปด้านหน้าก่อนที่จะล้มลง เซี่ยหวายอีมองตามแผ่นหลังที่ดูโดดเดี่ยวของนางเดินกลับไปที่รถม้าด้วยสายตาเป็นห่วง เขาส
สตรีบรรณาการเหล่านั้นที่รายล้อมหยวนชิงหลิง หลังจากที่ได้ยินความจริงจากปากนาง บ้างก็ร้องไห้ บ้างก็ทรุดตัวลงกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง ให้พวกนางรู้เสียตั้งแต่ตอนนี้จะได้ปรับตัวทัน ดีกว่าไปรู้ทีหลังแล้วต้องมานั่งเสียใจและแตกสลายด้วยความจริงที่ว่าพวกนางถูกคนทั้งครอบครัวทอดทิ้ง“หยุดร้องไห้เสียเถิด ตอนนี้ไม่มีใครสามารถช่วยเหลือพวกเราได้แล้ว ทุกอย่างมันเป็นเพียงเรื่องของการเมืองเท่านั้น พวกเราก็เป็นแค่เพียงตัวหมากเล็กๆ ของพวกเขา จากนี้ไปก็จงพยายามปรับตัวให้ได้ เผื่อว่าวันหน้าต้องอยู่ในช่วงชีวิตที่ลำบากจะได้ไม่ต้องมานั่งนึกเสียใจทีหลัง”หยวนชิงหลิงเอ่ยปลอบพวกนางเสียงอ่อนโยน นางเพียงหวังว่าสตรีเหล่านี้จะเข้มแข็งขึ้นในไม่ช้า และยืนได้ด้วยขาของตนเองทุกคำพูดของนางกระทบจิตใจของใครหลายคน รวมถึงบุรุษที่ยืนอยู่ด้านหลังต้นไม้ที่ใช้กางกระโจม เขามองใบหน้าเล็กที่มีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นมาที่หน้าผากเพราะความร้อนของกองไฟที่นางใช้ทำอาหาร เขาอยากจะเอื้อมมือไปเช็ดให้นางแต่แล้วก็ต้องหยุดการกระทำของตนเอาไว้“คิดบ้าอันใดของข้าอยู่กันแน่ นางก็เป็นแค่เพียงตัวยุ่งเท่านั้น เลิกสนใจนางไปเสีย”เซี่ยวหวายอีรีบเดินออกไปจากตร
เอ่ยจบนางก็ลงจากรถม้าตามมาด้วยจ้าวหงอิง สตรีทั้งสองเดินย้อนกลับไปที่รถม้าคันเล็กที่นางนั่งโดยสารมา ด้านในมีสตรีสามคนและหนึ่งในนั้นคือหลี่อันหรง“เจ้ามาทำอันใดที่นี่”หลี่อันหรงตกใจมากที่เห็นหยวนชิงหลิง นางยังจำความเจ็บปวดที่หยวนชิงหลิงตบนางได้ หลี่อันหรงเผลอยกมือขึ้นกุมที่ใบหน้าของตนอย่างลืมตัว“ข้าจะมาทำอันใดที่นี่ก็หาใช่ธุระกงการของเจ้า หลบไปหรืออยากจะโดนเหมือนครั้งก่อน”หยวนชิงหลิงยกมือขึ้นทำท่าจะตี หลี่อันหรงและสตรีอีกสองนางรีบวิ่งลงจากรถม้าราวกับผึ้งแตกรัง นางหันไปพยักหน้าให้จ้าวหงอิงเข้าไปเก็บของที่นางนำติดตัวมาทั้งหมด เมื่อเสร็จแล้วพวกนางก็เดินจากไป โดยที่ไม่สนใจสายตาที่มองมาอย่างจะกินเลือดกินเนื้อของหลี่อันหรง“อันธพาลหยวนชิงหลิง!! ฝากไว้ก่อนเถอะถึงแคว้นเซี่ยเมื่อใดข้าจัดการเจ้าแน่”หยวนชิงหลิงพาจ้าวหงอิงกลับมาที่รถม้าของนางอีกครั้งหลังจากเก็บข้าวของเรียบร้อยแล้ว อาเฟยก็มาตามนางไปทำอาหาร“ท่านหญิงลู่จิว องครักษ์จับปลามาแล้วขอรับ”หยวนชิงหลิงก้าวลงมาจากรถม้า“ข้าบอกแล้วว่าให้เรียกชื่อข้าตามสบาย ช่างเถอะ ปลาเล่าอยู่ไหน”ข้าจะกล้าเอ่ยนามของท่านออกมาตรงๆ ได้อย่างไร เพียงแค่ข้าอยู่
จ้าวหงอิงถึงกับน้ำตาคลอ ก่อนหน้านี้นางนั่งรถม้าคันเดียวกับหลี่อันหรง วันไหนที่มีอาหารที่ดีหน่อยนางก็จะยึดเอาไว้เป็นของตนเอง ในรถม้าที่ต้องนั่งสี่คนเวลานอนหลี่อันหรงก็จะแบ่งพื้นที่ไปเสียครึ่ง อีกสามคนต้องนั่งเบียดกันหลับ ตั้งแต่ออกจากเมืองหลวงมีเพียงเมื่อคืนเท่านั้นที่นางนอนหลับได้สนิทหยวนชิงหลิงมองนางด้วยสายตาไม่เข้าใจ แค่ผัดผักใส่ไข่เจ้าถึงกับร้องไห้เลยหรือ เห็นทีก่อนหน้านี้เจ้าคงจะลำบากจริงๆ หยวนชิงหลิงเอ่ยปลอบนางสองสามคำ ก่อนที่สตรีทั้งสองจะทานอาหารของตน“ยาของข้าเล่า”หยวนชิงหลิงเดินมาหาอาเฟยที่กำลังเคี่ยวยาอยู่“เสร็จแล้วขอรับ”หยวนชิงหลิงขมวดคิ้วก่อนที่จะบีบจมูกแล้วดื่มยาลงไปจนหมดชาม นางเป็นคนที่เกลียดการดื่มยามาก แต่หนทางไปยังแคว้นเซี่ยยังอีกยาวไกล จะปล่อยให้ตนเองป่วยจนเป็นภาระของผู้อื่นมิได้“ตอนเที่ยงข้าอยากกินปลาย่าง ถึงอย่างไรวันนี้ก็หยุดพักที่นี่หนึ่งวัน เราไปจับปลากันดีกว่า”นางเอ่ยชวนอาเฟยและพ่อครัวที่อยู่ตรงนั้นอีกสองสามคน สายตาคมกริบของใครคนหนึ่งที่นั่งอยู่ในกระโจมแบบเปิด กำลังมองมาที่ร่างบาง เมื่อคืนเกือบตายยังไม่รู้จักเข็ดหลาบ วันนี้กลับไปรนหาที่อีกแล้ว นางช่างเป็นส
องครักษ์ร่างสูงนามเข่อซิง ที่ยืนอยู่ด้านนอกเพื่อรอรับคำสั่ง เดินจากไปและไม่นานเขาก็กลับมาพร้อมสตรีใบหน้างดงามนางหนึ่ง ท่าทางของนางแลดูมึนงงเพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่นางก็ทำตามคำสั่งขององครักษ์ผู้นั้นแต่โดยดีโดยมิได้ปริปากถาม“จงเก็บเรื่องที่เจ้าเห็นในคืนนี้เอาไว้เป็นความลับ หากข้าได้ยินว่ามีผู้ใดเอ่ยถึงเรื่องนี้ ข้าจะฝังเจ้าเอาไว้กลางป่า”เซี่ยหวายอีหรือจิ้นอ๋องที่ปลอมตัวเป็นองครักษ์คุ้มกันขบวนราชทูต ข่มขู่จ้าวหงอิงก่อนที่เขาจะลงจากรถม้าไป จ้าวหงอิงที่นั่งตัวลีบอยู่ในมุมหนึ่งของรถม้าถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนที่จะช่วยเปลี่ยนชุดที่เปียกชื้นออกจากร่างของหยวนชิงหลิง“ท่านไปทำอันใดมากันแน่ท่านหญิงลู่จิว”จ้าวหงอิงมองใบหน้างามที่กำลังหลับสนิทก่อนจะเอ่ยขึ้นเบาๆ นางส่ายหน้าให้กับความอยากรู้อยากเห็นของตนเอง“เฮ่อ!!!อย่ารู้เลยจะดีกว่า ไม่อย่างนั้นได้อายุสั้นแน่ๆ ท่านหญิงท่านเองก็คงจะลำบากไม่น้อยเช่นกันสินะ ข้ายังหวังว่าสักวันพวกเราจะได้กลับไปพบหน้าครอบครัวที่แคว้นฉินอีกครั้ง”จ้าวหงอิงมองสำรวจภายในรถม้าที่หยวนชิงหลิงโดยสารมา รถม้าของนางที่ได้รับสิทธิ์นั่งมาคนเดียวช่างกว้างขวาง ภายในก็ถูกบุนวมเ
นางเอ่ยออกมาอย่างจริงใจ ก่อนที่จะนั่งรับทานอาหารพร้อมกับพ่อครัวเหล่านั้นโดยที่ไม่ถือตัวเลยสักนิด“เหอะ!!เสแสร้ง”หลี่อันหรงบิดปากพูดอย่างไม่พอใจ ก่อนที่จะโยนชามอาหารลงไปข้างๆ หยวนชิงหลิง เหล่าพ่อครัวและองครักษ์ต่างก็มองการกระทำของนางเป็นตาเดียว หยวนชิงหลิงลุกขึ้นยืนช้าๆ ชายชุดของนางเปียกชุ่มไปด้วยน้ำแกง“ข้าไม่รู้ว่าเจ้าไม่พอใจสิ่งใดในตัวข้า ถึงได้แสดงกิริยาไร้มารยาทเช่นนี้ออกมา เมื่อก่อนเจ้าอาจจะเคยเป็นบุตรสาวของขุนนางใหญ่ในแคว้นฉิน เคยอยู่เหนือผู้คนมากมาย หลายคนต้องคอยเอาใจและรองรับโทสะของเจ้า แต่ข้าหาใช่บ่าวไพร่ของเจ้า”นางตบใบหน้าของหลี่อันหรงสองครั้งติดกัน ทำเอาทุกคนถึงกับอึ้ง แม่นางผู้นี้มือไวจริงๆ เพียงทำชุดของนางสกปรกเท่านั้นนางก็ลงไม้ลงมือเสียแล้ว“เจ้า!!”“หุบปาก!!! และจงอยู่ให้ห่างข้าเอาไว้ หากเจ้ายังอยากใช้ปากนั่นทานอาหารอยู่”หยวนชิงหลิงมองหลี่อันหรงด้วยสายตาเอาจริง หลี่อันหรงทำสิ่งใดไม่ได้ นางทำได้เพียงรีบวิ่งกลับไปที่รถม้าของตน หยวนชิงหลิงก้มลงหยิบชามที่หลี่อันหรงโยนใส่นาง ก่อนที่จะนำมันไปล้าง“อาหารที่นางไม่ชอบกิน แต่สำหรับชาวบ้านธรรมดามันคืออาหารที่พวกเขาต่อให้ฝันถึงก







