Masukหยวนชิงหลิงที่กำลังจะตะโกนขอความช่วยเหลือ จำต้องเงียบปากไป ไม่รู้เพราะอะไรทำให้นางเชื่อว่าบุรุษผู้นี้จะทำตามที่พูดจริงๆ นางพยักหน้าให้เขาในความมืด
“เจ้าเข้ามาที่นี่ต้องการสิ่งใด สิ่งของมีค่าเครื่องประดับหรือ ถ้าหากเจ้าต้องการข้าจะหยิบให้แต่อย่าทำอะไรข้าเลย” หยวนชิงหลิงเอ่ยออกมาเสียงสั่น ท่านพ่อพึ่งจะจากไปไม่นานตระกูลหยวนก็ถูกคนรังแกเสียแล้ว สวรรค์ท่านช่างใจร้ายต่อพวกเรานัก น้ำตาแห่งความน้อยใจในโชคชะตาของนางหลั่งออกมาเงียบๆ ชายชุดดำร่างสูงใหญ่ก้มลงอุ้มนางขึ้นเหมือนเด็กน้อยก่อนที่จะเดินมาที่เตียง หยวนชิงหลิงคิดว่าเขากำลังจะทำมิดีมิร้ายต่อนาง จึงพยายามดิ้นรนเพื่อหนีเอาตัวรอด แต่สตรีร่างเล็กอย่างนางมีหรือจะสู้แรงของบุรุษได้ ชายชุดดำกอดนางเอาไว้ด้วยแขนเพียงข้างเดียว และมืออีกข้างของเขาก็ปิดปากของนางเอาไว้ “เจ้ากำลังคิดเหลวไหลอันใดกัน ข้าเพียงต้องการให้เจ้าช่วยทำแผลให้เท่านั้น เลิกดีดดิ้นเสียทีก่อนที่ข้าจะมีความคิดอย่างอื่น” เสียงทุ้มต่ำแต่แหบพร่าเอ่ยขึ้นเบาๆ หยวนชิงหลิงได้ยินดังนั้นจึงหยุดดิ้น นางที่นั่งอยู่บนตักของเขาค่อยๆ หันไปมองใบหน้าที่อยู่ภายใต้ผ้าสีดำปิดบังเอาไว้ ดวงตาคมกริบแลดูลึกลับจ้องประสานสายตากับนางอย่างค้นหา หยวนชิงหลิงชะงักไปทันที เมื่อนางสบเข้ากับดวงตาคมที่น่าค้นหาของบุรุษชุดดำ สองร่างที่แนบชิดต่างจ้องมองกันและกันเหมือนตกอยู่ในภวังค์ของความรู้สึกบางอย่าง จนกระทั่งนางสัมผัสได้ถึงส่วนที่แข็งขืนกำลังดุนดันที่ก้นของนาง หยวนชิงหลิงอายุสิบเจ็ดแล้ว ถึงนางจะยังไม่เคยแนบชิดกับบุรุษใด แต่นางก็มิได้ไร้เดียงสาถึงเพียงนั้น เรื่องบางอย่างมารดาของนางได้สั่งสอนเพื่อเตรียมตัวให้นางก่อนที่จะออกเรือนแล้ว “เจ้า.....ปล่อยข้านะ” หยวนชิงหลิงเอ่ยเพียงเท่านั้นนางก็เริ่มดิ้นรนออกจากอ้อมแขนของบุรุษชุดดำทันที เวลานี้นางรู้สึกว่าตนเองกำลังถูกคุกคาม หากยังนั่งอยู่เช่นนี้ตัวนางก็จะไม่ปลอดภัย “หยุดดิ้นซะ!! หากว่าเจ้าไม่หยุดข้าสัญญาว่าจะจับเจ้ากดเสียเดี๋ยวนี้” หยวนชิงหลิงชะงักค้างไปอีกครั้ง แต่ครั้งนี้นางใจเย็นลงมากกว่าเดิม เพราะเสียงที่เปล่งออกมาจากบุรุษชุดดำเริ่มต่ำลงเรื่อยๆ เหมือนเขากำลังหมดความอดทนต่อนาง “เช่นนั้น...เจ้าปล่อยข้าก่อนได้หรือไม่ เจ้ากอดข้าเอาไว้เช่นนี้ข้าจะไปหยิบกล่องยามาได้อย่างไร” ได้ผล บุรุษชุดดำยอมปล่อยนางให้เป็นอิสระ หยวนชิง หลิงเดินไปเปิดตู้เพื่อหยิบกล่องยาออกมา นางกำลังจะจุดตะเกียงเพื่อให้มองเห็นภายในห้อง แต่ถูกฝ่ามือใหญ่หยุดเอาไว้ก่อน “ห้ามจุดตะเกียงนะ เจ้าคิดที่ประกาศให้ผู้อื่นรู้หรือไงว่าในห้องของเจ้ามีบุรุษซ่อนตัวอยู่” หยวนชิงหลิงแสดงสีหน้าไม่พอใจ นางส่งค้อนให้เขาหนึ่งวงก่อนที่จะเดินไปเปิดหน้าต่างเพื่อให้แสงจันทร์ส่องเข้ามาแทน ถ้าหากเจ้าไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าในห้องของข้ามีบุรุษ เจ้าก็ไม่ควรที่จะเข้ามาในนี้ตั้งแต่แรกสิ นางเอ่ยบริภาษเขาในใจอย่างเดือดดาล “เจ้าบาดเจ็บตรงไหน” ชายชุดดำถอดชุดของเขาออกทำให้มองเห็นกล้ามเนื้อที่เรียงตัวสวยงาม เพียงแสงจันทร์ที่ส่องเข้ามาภายในห้องทำให้มองเห็นได้ไม่ชัด แต่ทั่วทั้งหน้าอกและแผ่นหลังของเขามีรอยแผลเป็นทั้งใหม่และเก่ามากมาย จนนางเผลอตัวสัมผัสมันเข้าอย่างไม่ตั้งใจ “เจ้าเป็นใครกันแน่ เหตุใดถึงมีแผลมากมายเพียงนี้” นางพึมพำกับตนเองเบาๆ แต่มีหรือจะรอดพ้นจากการได้ยินของผู้ฝึกยุทธอย่างเขา ดวงตาคมกริบจ้องมองใบหน้างามที่กำลังมองไปยังแผลบนหน้าอกของตนอย่างเหม่อลอย หยวนชิงหลิงเริ่มทำแผลให้ชายชุดดำด้วยความชำนาญ ถึงแม้วรยุทธของนางจะฝึกได้เท่าแมวสามขา แต่นางก็เคยทำแผลให้องค์ชายห้าบ่อยๆ เรื่องนี้ถือว่านางมีพรสวรรค์อยู่บ้าง “เสร็จแล้ว” หยวนชิงหลิงมองชุดสีดำที่ขาดวิ่นและชุ่มไปด้วยเลือดของเขาก่อนที่จะมองชุดขาวที่เต็มไปด้วยเลือดของตน นางจะถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ พรุ่งนี้จะอ้างเหตุผลใดกับสาวใช้ที่มาทำความสะอาดดีนะ “ข้าคิดว่าเจ้าคงกลับไปในสภาพเช่นนี้มิได้แน่ เพราะถ้ามือปราบในเมืองหลวงเห็นเข้าคงไม่มีทางปล่อยเจ้าเอาไว้แน่” หยวนชิงหลิงเดินไปที่ตู้เก็บเสื้อผ้าของตน นางหยิบชุดบุรุษออกมาให้เขาเปลี่ยน “นี่เป็นชุดที่ข้าเย็บเองเพื่อส่งไปให้ท่านพ่อที่ชายแดน ดูเหมือนตอนนี้เขาไม่จำเป็นจะต้องใช้แล้ว เจ้ารับมันไว้เถอะ” นางยื่นชุดสีเขียวใบไผ่ให้บุรุษตรงหน้า รูปร่างของเขาไม่ต่างจากบิดานางเท่าใดนัก คงจะใส่ได้กระมัง หยวนชิงหลิงพยักพเยิดให้เขาเข้าไปเปลี่ยนชุดที่ด้านหลังฉากกั้น ก่อนที่ตัวนางจะจัดการทำลายหลักฐานทั้งหมดภายในห้อง ไม่นาน บุรุษผู้นั้นก็เดินออกมาจากหลังฉากกั้น บนใบหน้าของเขายังคงมีผ้าสีดำปิดบังเอาไว้ หยวนชิงหลิงชี้ไปที่หน้าต่างก่อนที่ตนเองจะถือชุดนอนไปที่หลังฉากกั้นเช่นกัน น้ำสะอาดที่สาวใช้เตรียมเอาไว้ให้นางอาบได้เย็นไปนานแล้ว แต่ตัวของนางยามนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดของเขา คงจะนอนต่อด้วยสภาพเช่นนี้มิได้ เสียงน้ำจ๋อมแจ๋มดังขึ้นที่ด้านหลังฉากกั้นเป็นระยะ ดีที่ตอนนี้เป็นช่วงฤดูร้อน ไม่อย่างนั้นนางคงจะหนาวตายเพราะต้องลุกมาอาบน้ำเย็นตอนกลางดึกเป็นแน่ หยวนชิงหลิงอาบน้ำเสร็จนางก็เปลี่ยนเป็นชุดนอนสีขาวบางเบาที่นางสวมใส่เป็นปกติทุกวัน เมื่อเดินกลับมาที่เตียงก็พบว่า มีร่างสูงของบุรุษผู้นั้นกำลังนอนหลับตาอยู่ หยวนชิงหลิงรู้สึกโมโหขึ้นมาทันที “นี่!! ข้าบอกให้เจ้ากลับไปแล้วมิใช่หรือ” นางมองไปยังหน้าต่างที่ถูกปิดเอาไว้อย่างเรียบร้อย ก่อนจะยกมือขึ้นตบที่หน้าผากของตนเบาๆ อย่างจนใจ “ที่ข้าชี้ไปที่หน้าต่างคือให้เจ้ากลับไป ไม่ใช่ให้เจ้าปิดมัน นี่เจ้าโง่จริงหรือแสร้งโง่กันแน่เนี่ย” ร่างสูงยังคงนอนนิ่งมองมาที่นางด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนที่จะตบลงไปสองทีที่ว่างด้านข้างตน “เลิกคิดเรื่องนั้นไปเลยข้าไม่มีวัน.....” แขนยาวกระตุกร่างเล็กเบาๆ ก่อนที่นางจะถลาซบลงไปที่อกแกร่ง แขนอีกข้างของบุรุษผู้นั้นกอดรัดร่างงามของนางเข้ามาในอ้อมอก ก่อนที่จะตบไปที่แผ่นหลังบอบบางเบาๆ คล้ายกำลังกล่อมเด็ก “ปล่อยข้านะ นี่เจ้าคิดที่จะฉวยโอกาสกับผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตของเจ้าอย่างนั้นหรือ”“อ่า!!!ยอดรัก แบบนั้นและ ข้าต้องการแบบนั้น ดันมันเข้ามาอีก แรงกว่านี้ ลึกกว่านี้”เสียงหวานเอ่ยขอร้องด้วยความต้องการที่พุ่งขึ้นสุดขีด เซี่ยหวายอีเองก็ไม่ยอมปล่อยให้นางต้องรอนาน เขากระแทกลงไปแรงๆ ถี่รัว เสียงดัง ปัก ปัก เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังอยู่เป็นนาน กว่าที่สองร่างจะสะท้านเฮือกขึ้นพร้อมกัน หยวนชิงหลิงแตะถึงจุดสุดยอดก่อน นางบีบรัดเขาจนเซี่ยหวายอีทนไม่ไหว จำต้องปลดปล่อยความต้องการของตนเองเข้าไปในกายนนางเต็มที่ทุกหยาดหยด“อ่า!!!ที่รักข้าแตกแล้ว เสร็จแล้ว ข้าเสร็จภายในกายของเจ้าแล้ว”ร่างสูงฟุบหน้าลงไปบนลำคอขาวผ่องของนาง ทั้งที่ยังมิได้ถอดถอนความเป็นชายออกไป นางรู้สึกได้ว่ามันกำลังกระตุกอยู่ภายใน ความเสียวกระสันที่พึ่งผ่านไปมันได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง สองร่างที่พึ่งสงบศึกไปได้ไม่นาน ได้เริ่มก่อสงครามวสันต์ขึ้นอีกครั้ง และอีกครั้ง จนกระทั่งรุ่งอรุณของวันใหม่ได้มาเยือนหยวนชิงหลิงตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดเมื่อยไปทั้งกาย ช่างแตกต่างจากอีกคนที่ยังคงมีเรี่ยวแรงเต็มกำลัง เหมือนพึ่งได้รับน้ำทิพย์ชโลมจิตใจ“ท่านรังแกข้ามาทั้งคืนแล้ว ต่อจากนี้ต้องดูแลปรนนิบัติรับใช้ข้าอย่างที่พูดด้วย”เซี่ยหวายอีกดจู
“เช่นนั้นให้ข้าปรนนิบัติเจ้าดีหรือไม่ ฮูหยิน”หยวนชิงหลิงไม่คิดว่าตนเองจะมาได้ยินคำพูดเช่นนี้ออกมาจากปากของเขา ใบหน้างามที่ยามนี้ไร้เครื่องประทินโฉมมันช่างงดงามเกลี้ยงเกลาดูสะอาดตาไม่ต่างจากเด็กทารก ดวงตาคมของเซี่ยหวายอีที่มองอยู่นั้นอดที่จะกดจูบไปที่แก้มของนางมิได้“ฮูหยิน วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าเป็นของข้าอย่างสมบูรณ์”ก่อนงานแต่งงานหลายวัน เขาได้สอบถามและศึกษาเรื่องบนเตียงมาจากสหายร่วมรบมาแล้ว เกี่ยวกับการทำให้สตรีมีความสุขในคืนเข้าหอ ร่างสูงค่อยๆ แทะเล็มริมฝีปากอวบอิ่มของนางช้าๆ มือสองข้างที่ยังว่างอยู่ก็ไม่หยุดนิ่ง เขาสัมผัสนางไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย แม้เวลานี้ทั้งสองจะสวมใส่อาภรณ์แต่ก็ยังรับรู้ถึงสัมผัสของกันและกันได้ความรู้สึกแปลกใหม่ที่นางได้รับในเวลานี้ช่างแตกต่างจากที่ผ่านมาที่เขาเคยสัมผัสนางอย่างสิ้นเชิง ท้องน้อยของนางในเวลานี้มันเหมือนกับมีบางอย่างขมวดเข้าหากันจากนั้นจึงคลายออก ทุกการสัมผัสจากเขามันทำให้ข่นอ่อนในกายนางพร้อมใจกันลุกชูชันขึ้นลิ้นร้อนของเซี่ยหวายอีเริ่มรุกล้ำเข้ามาในอาณาเขตของหยวนชิงหลิง ร่างสูงสอดลิ้นหนาเข้าไปในปากของนางเกี่ยวกระหวัดรัดรึงลิ้นนุ่มหยุ่นอย่างเชื่อ
“ทุกอย่างเป็นเพราะความโลภในอำนาจของท่านมากกว่า อย่าได้มากความเลย มาสู้กันให้รู้แพ้ชนะเสียแต่วันนี้ หากข้าหยวนชิงหลิงพ่ายแพ้และจะต้องตาย ข้าก็จะไม่มีวันเสียใจต่อสิ่งที่ข้าได้เลือก”การต่อสู้อย่างดุเดือดของทั้งสองยังคงดำเนินต่อไป แม้หยวนชิงหลิงจะมีสรีระที่เป็นรอง แต่กำลังของนางกลับมีมากล้นจนน่าเหลือเชื่อ ทุกครั้งที่ง้าวของนางฟันลงไป ฉินฮ่องเต้แทบจะทนรับแรงของนางไม่ไหว“เจ้า!!...เจ้าทำเช่นนั้นได้อย่างไร!! เจ้าเป็นเพียงสตรีในห้องหอเท่านั้น เหตุใดถึงมีพละกำลังที่เหนือกว่าข้า จงบอกมา”หยวนชิงหลิงยกยิ้มภายใต้หมวกเหล็กสีดำ ก่อนเอ่ยออกมาเสียงดัง แต่เสียงของนางกลับไม่เหมือนเสียงของนาง เพราะมันมีหลายเสียงดังประสานกันขึ้น“เพราะบรรพบุรุษซวนหยวนของข้าอย่างไรเล่า พวกเขาจะคอยอยู่เคียงข้าเสมอ ไม่ว่าข้าจะต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่แข็งแกร่งมากกว่าเพียงใดก็ตาม จงรับผลกรรมที่กระทำมาทั้งหมดเสียเถิด ข้าผู้นี้จะเป็นคนลงโทษเจ้าเอง”หยวนชิงหลิงฟันง้าวในมือลงไปอีกครั้งจนสุดแรง ในที่สุดทวนของฉินฮ่องเต้ก็ทนรับแรงนั้นไม่ไหว มันถูกฟันหักออกเป็นสองท่อน และตั้งแต่หัวไหล่ลงไปจนถึงกลางอกของเขา ถูกฟันทะลุชุดเกราะจนสะพายแล่
“เจ้าจงนำสารนี้ไปบอกแก่ผู้นำทัพคนต่อไปของพวกเจ้าซะ ข้าจิ้นอ๋องจะรออยู่ที่นี่ หากไม่ยอมแพ้พวกเขาจะมีจุดจบไม่ต่างจากหลี่ฮั่งชาง แต่ถ้ายอมแพ้ก็จะมีเพียงคนผู้เดียวเท่านั้นที่ต้องถูกสังหาร”เอ่ยจบร่างสูงก็กระโดดขึ้นหลังม้า ก่อนจะควบกลับเข้าเมืองจิ่งโจวไป ทิ้งความวุ่นวายโกลาหลเอาไว้เบื้องหลังหยวนชิงหลิงที่แฝงตัวอยู่ในกองทัพมานานนับเดือน เวลานี้นางได้รู้แล้วว่ามีใครบ้างที่อยู่คนละฝั่งกับหลี่ฮั่งชาง และมีใครบ้างที่หักหลังบิดาของนางในตอนนั้น ใบหน้างามข่มความโกรธแค้นเอาไว้ในส่วนลึก เพราะยังไม่ถึงเวลาที่น่าจะเปิดเผยตัวตอนนี้นางวางแผนที่จะปลุกปั่นให้พวกเขาแตกแยกออกเป็นสองฝ่าย ผู้ที่ไม่คิดยอมแพ้เหล่านั้นต่างก็นำทัพออกไปต่อสู้กับจิ้นอ๋องในสนามรบ สุดท้ายจุดจบของพวกเขาล้วนไม่ต่างกันทหารสามแสนนายในกองทัพเวลานี้เหลือไม่ถึงครึ่ง เพราะการกระทำที่แสนอวดดีของพวกเขา คิดว่าตนเองมีพันธมิตรจากต่างแคว้นแล้วจะสามารถหยิ่งผยองได้ ตัวอย่างมีให้เห็นแล้ว แม่ทัพแคว้นฉินสามคนถูกตัดหัวแขวนประจานเอาไว้ที่ประตูเมือง สร้างความหวาดกลัวแก่กองทัพฉินยิ่งนัก“บังอาจนัก!! เจ้าเด็กที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมผู้นั้น กล้ามาอวดดีก
“พวกเราชาวเฉิงโจว ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับสงครามที่ฮ่องเต้ชั่วนั่นก่อขึ้นหรอก ไปเสียได้ก็ดีที่นี่ไม่จำเป็นต้องมีเจ้าเมือง เขาอยู่ที่นี่ก็เอาแต่กดขี่ชาวบ้านบังคับให้ขุดภูเขา แต่กลับไม่บอกว่าขุดหาอะไร ก่อนหน้านี้ก็เกิดการต่อสู้ขึ้นที่หุบเขาหินนั่น จิ้นอ๋องสังหารอะไร ตอนนั้นข้าไปตรวจดูสภาพของที่นั่นเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต เป็นพวกเขาที่สังหารกันเอง ไม่มีร่องรอยของผู้บุกรุกเลยสักนิด อีกทั้งคนที่หนีรอดมาจากที่นั่นก็พูดเหมือนกันว่า คนของเฉิงอ๋องจู่โจมคนขององค์ชายห้า ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันจนถึงเช้า และองค์ชายห้าได้รับบาดเจ็บสาหัสกลับมา เป็นข้าที่รักษาให้เขาจนรอดมาได้”หยวนชิงหลิงกระจ่างแล้วว่าเสียงต่อสู้ในคืนนั้นคืออะไร ตอนนั้นคนขององค์ชายห้าช่างมาได้เหมาะเจาะตรงเวลาเสียจริง“ท่านหมอ ท่านแน่ใจหรือขอรับ วันเวลาท่านได้บันทึกเอาไว้หรือไม่”“วะ!!! เจ้าหนุ่มนี่ ข้าเป็นหมอมายี่สิบปี ข้าบันทึกทุกอย่างเอาไว้เป็นหลักฐานทั้งหมด ถ้าหากเจ้าไม่เชื่อข้าจะเอาให้เจ้าดูก็ได้ เจ้าคนที่รอดชีวิตมาในตอนนั้น ข้าเองก็รักษาเขาจนหายดีแล้ว”หยวนชิงหลิงยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม นางลุกขึ้นจับแขนของท่านหมอเขย่าเบาๆ ก่อนจะเอ่ย
หลายครั้งที่เขาเองก็ถูกฟันและถูกแทง มีเพียงเสียงดังเคร้ง!! ขึ้นเท่านั้น แต่ร่างกายของเขากลับไม่รู้สึกว่าตนเองได้รับบาดเจ็บที่ใดเลย คนตระกูลซวนหยวนช่างเก่งกาจยิ่งนัก ที่สามารถสร้างอาวุธที่แข็งแกร่งจนน่าหวาดกลัวพวกนี้ขึ้นมาได้ เขาเองก็ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหากพวกมันไปตกอยู่ในกำมือของจอมทรราชที่บ้าอำนาจ แผ่นดินจะลุกเป็นไฟเช่นไรหนึ่งชั่วยามต่อมา เสียงการต่อสู้ได้เงียบลงหรือจะพูดให้ถูกคือการสังหารอยู่ฝ่ายเดียว ศพที่ไม่สมประกอบกระจุยกระจายเกลื่อนพื้นดิน ไม่มีร่างไหนที่ยังอยู่ครบสมบูรณ์เลยสักร่าง เลือดสดๆ ไหลเจิ่งนองเต็มพื้นดิน เหมือนสายฝนที่พึ่งหยุดตกไปได้ไม่นานเซี่ยหวายอีหลับตาลงสักพักก่อนลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดคนตระกูลซวนหยวนถึงได้พ่ายแพ้ในการสู้รบ ทั้งที่พวกเขามีอาวุธชั้นดีอยู่ในมือ ก่อนหน้านี้เขาได้ฟังเรื่องราวเพียงคร่าวๆ เท่านั้น สงสัยหลังเสร็จจากศึกในครั้งนี้คงต้องขออ่านบันทึกม้วนนั้นของตระกูลซวนหยวนจากหยวนชิงหลิงเสียแล้วร่างสูงเดินไปยังม้าที่วิ่งเตลิดเพราะการต่อสู้ไปไม่ไกล ก่อนจะกระโดดขึ้นหลังของมัน จากนั้นเร่งควบไปยังเส้นทางเมืองจิ่งโจว สถานที่ที่จะต้องสะสางและยุ
หนึ่งเดือนหลังจากนั้น ฮ่องเต้เซี่ยต้องทนรับแรงกดดันของเหล่าขุนนางในราชสำนักอย่างหนัก เพราะชายแดนทั้งสี่ทิศของแคว้นเซี่ยในเวลานี้ถูกทหารของแคว้นต่างๆ เข้าประชิดหมดทุกทาง เพื่อกดดันให้พระองค์ส่งตัวจิ้นอ๋องไปยังแคว้นฉิน แต่พระองค์ทรงไม่ยินยอมองค์ชายใหญ่ที่เก็บตัวเงียบมาตลอด ได้เข้ามายังวังหลวงพร้อมเห
“พระองค์คิดอย่างไรเพคะ ถ้าหากว่าจะยึดเฉิงโจวมาเป็นของแคว้นเซี่ย หม่อมฉันเพียงถามความเห็นดูเท่านั้น หากพระองค์คิดว่ามันไม่คุ้มที่จะเสี่ยงให้เกิดสงครามระหว่างสองแคว้น เช่นนั้น ก็ช่างมันเถิด หม่อมฉันเองก็มิได้ยึดติดกับทรัพย์สินเงินทองเหล่านั้น ห่วงเพียงแต่ว่าหากชุดเกราะและอาวุธตกอยู่ในมือของฉินฮ่องเต้
“ท่านอนไม่หลับอย่างนั้นหรือ หรือว่าเพราะข้านอนดิ้นจนไปรบกวนการนอนของท่านกัน ต้องขออภัย ต้องขออภัย”หยวนชิงหลิงยกมือประสานขึ้น ก่อนจะเอ่ยขออภัยเซี่ยหวายอี แต่การที่นางนอนเตียงเดียวกับเขาทำให้นางรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก เพราะอย่างนั้นนางจึงหลับสนิทจนถึงเช้าเซี่ยหวายอีมองค้อนร่างเล็กในชุดเด็กหนุ่ม
“อี้เอ๋อพี่ฝากท่านแม่กับท่านย่าไว้ที่เจ้าด้วยนะ แล้วพี่จะรีบกลับมา”หยวนชิงหลิงกดกลไกเปิดห้องลับก่อนจะออกจากที่นั่นไปอย่างรวดเร็วร่างบางทะยานไปยังทางออก นางสงสัยว่าก่อนหน้านี้ที่นางได้ยินเสียงการต่อสู้ เป็นนางที่คิดไปเองหรือเกิดการต่อสู้ขึ้นจริงๆ หยวนชิงหลิงแอบไปยังทางออกที่คนของเฉิงอ๋องใช้เป็นที่







