Share

ฉินอ๋อง

Penulis: zuey
last update Tanggal publikasi: 2026-02-28 20:28:27

มารดาของนางเองก็เห็นด้วยกับท่านย่า หยวนชิงหลิงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก นางคิดว่าท่านย่าจะต่อต้านเรื่องที่นางเสนอไปเสียอีก

หนทางที่จะไปแคว้นเซียวต้องนั่งรถม้าถึงสองเดือน นางไม่รู้ว่าร่างกายของท่านย่าที่แก่ชราจะทนไหวหรือไม่ ในระหว่างที่หยวนชิงหลิงรู้สึกว่ามาถึงทางตัน แสงสว่างก็มักจะโผล่มานำทางอยู่เสมอ

อ๋องเจ็ดฉินมู่เหยียนผู้ปกครองเมืองเฉิงโจวอาณาเขตที่ติดกับแคว้นเจา สหายในวัยเด็กของบิดาและมารดาของนาง เมืองเฉิงโจวตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของแคว้นฉิน ถึงแม้จะค่อนข้างแห้งแล้งไปสักหน่อยเพราะบางส่วนของอาณาเขตติดกับทุ่งหญ้าของชนเผ่า แต่ที่นั่นนับว่ามีอิสรเสรีสำหรับผู้ที่ไม่ชอบในกฎเกณฑ์ขนบธรรมเนียมและประเพณีอันคร่ำครึของเมืองหลวง ชาวเมืองเฉิงโจวต่างก็เรียกอ๋องเจ็ดว่าเฉิงอ๋อง ตามชื่ออาณาเขตที่เขาได้รับ

เฉิงอ๋องหลังจากที่ได้ทราบข่าวการเสียชีวิตของแม่ทัพหยวนหมิง เขาก็ให้คนส่งสารขออนุญาตเดินทางเข้าเมืองหลวงทันที ส่วนตนเองก็รีบขี่ม้าออกมาก่อนโดยที่ไม่รอพระราชโองการพระราชทานอนุญาตตอบกลับจากฮ่องเต้

เมื่อเฉิงอ๋องเดินทางมาถึงจวนตระกูลหยวน งานศพของสหายรักก็เสร็จสิ้นไปเสียแล้ว เขาซื้อสุราไปสองไหนั่งอยู่หน้าป้ายหลุมศพของแม่ทัพหยวนหมิง ปากก็พร่ำบ่นถึงเรื่องสมัยเด็กไม่หยุด

หยวนชิงหลิงที่พาครอบครัวมาไหว้หลุมศพของบิดและบรรพบุรุษตระกูลหยวนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนออกเดินทางไปยังแคว้นเซี่ย ได้พบเฉิงอ๋องเข้าโดยบังเอิญ นางยังคงจดจำเขาได้เพราะเคยพบเมื่อครั้งตอนที่นางยังเด็ก

เขาดูมีอายุขึ้นเล็กน้อยแต่ความห้าวหาญดั่งชายชาตรีนั้นยังคงเหมือนเดิม และดูเหมือนเขาจะดูดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนเสียด้วยซ้ำ คงเป็นเพราะที่เขตแดนเมืองเฉิงโจวเป็นทุ่งหญ้าทำให้สีผิวที่เคยขาวกระจ่างตอนนี้กลายเป็นสีข้าวสาลีไปเสียแล้ว

“คารวะเฉิงอ๋องเพคะ”

อ๋องเจ็ดที่นั่งเมาอยู่หน้าป้ายหลุมศพแม่ทัพหยวนหมิงเงยหน้าขึ้นมองผู้ที่เอ่ยทักทายตน เมื่อเขาเห็นใบหน้าของนางชัดๆ ชายหนุ่มถึงกับตกใจจนแทบสร่างเมา ที่สตรีที่เขาหลงรักมาทั้งชีวิตยืนอยู่ตรงหน้า เขาขยี้ตาตนเองซ้ำหลายครั้งเพราะคิดว่าตนอาจจะดื่มจะเมาและตาฝาดไป

“เหยาเอ๋อ”

อ๋องเจ็ดเอ่ยขึ้นเบาๆ เป็นไปได้อย่างไร เขารู้สึกเหมือนว่าตนได้พบกับสตรีที่แอบรักเมื่อสิบกว่าปีก่อนอีกครั้ง นางคือสาเหตุที่ทำให้เขายังไม่ยอมแต่งงานมาจนถึงปัจจุบันนี้ เพราะต้องการหนีจากหัวใจตนเองอ๋องเจ็ดจึงขอไปอยู่ในที่ที่ห่างไกล

ฮ่องเต้จึงพระราชทานอาณาเขตที่ติดกับทุ่งหญ้าให้เขาปกครอง หยวนชิงหลิงได้ยินเขาอุทานเช่นนั้น นางก็ยกยิ้มบางๆ ก่อนที่จะส่ายหน้า

“หม่อมฉันคือหยวนชิงหลิงเพคะ ท่านแม่อยู่ด้านหลัง”

หยวนชิงหลิงหลีกทางให้อ๋องเจ็ดได้พบกับมารดาของตน เรื่องที่อ๋องเจ็ดแอบรักท่านแม่ของนางจนไม่ยอมแต่งงาน นางเคยได้ยินท่านพ่อพูดถึงเรื่องนี้เมื่อครั้งที่ดื่มสุราจนเมามาย ดูเหมือนว่าตอนนี้เขาก็ยังคงไม่เคยเปลี่ยนใจไปจากท่านแม่ของนางสินะ

คนตระกูลฉินบางทีอาจจะมีแค่ท่านกระมังที่ยังสามารถเรียกว่าเป็นมนุษย์ได้ เดิมทีหยวนชิงหลิงไม่อยากที่จะใช้เขาเป็นหมาก แต่ตอนนี้นางไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากขอความช่วยเหลือจากเขา ผู้ที่สามารถคุ้มครองท่านแม่ท่านย่าและน้องชายของนางให้ปลอดภัยได้ก็คงมีแค่เพียงอ๋องเจ็ดผู้นี้เท่านั้น

นางต้องยอมเสี่ยงใช้ความรู้สึกของอ๋องเจ็ดที่มีต่อมารดาของนางให้เป็นประโยชน์ เพราะก่อนที่จะออกเดินทางไปแคว้นเซี่ยนางจะต้องส่งพวกเขาไปที่อาณาเขตของเขาให้ได้เสียก่อน นางถึงจะวางใจ

หลังจากที่ไหว้หลุมศพของบิดาเสร็จแล้ว หยวนชิงหลิงก็ขอคุยกับอ๋องเจ็ดเป็นการส่วนตัว

“อีกไม่นานหม่อมฉันจำต้องต้องเดินทางไปที่แคว้นเซี่ยแล้ว แต่ยังคงรู้สึกเป็นห่วงครอบครัวที่ยังเหลืออยู่ที่นี่ ท่านอ๋องเพคะหม่อมฉันขอถามท่านอย่างตรงไปตรงมาได้หรือไม่ ท่านอ๋องยังคงมีความรู้สึกดีๆ ต่อท่านแม่ของหม่อมฉันอยู่หรือเปล่า”

หลังจากเอ่ยเช่นนั้นออกไป หยวนชิงหลิงก็รอดูท่าทีที่อ๋องเจ็ดจะแสดงออกมาให้เห็น แต่น่าเสียดายที่เขานิ่งเกินไป หากว่าเขาไม่รู้สึกอันใดกับท่านแม่ของนางแล้ว ก็คงมีทางเดียวคือต้องพาพวกเขาเดินทางไปที่แคว้นเซี่ยพร้อมกับตน

“ต้องขออภัยที่หม่อมฉันถามอย่างเสียมารยาทต่อพระองค์ เช่นนั้นพวกเราต้องขอตัวก่อน”

หยวนชิงหลิงเดินมาหาครอบครัวของตนที่รออยู่ในรถม้า แต่เสียงเรียกจากทางด้านหลังก็ดังขึ้น

“ข้ารู้ว่าสถานการณ์ของเจ้าตอนนี้เป็นเช่นไร แต่ข้าหาใช่เบี้ยที่เจ้าจะใช้เพื่อปกป้องครอบครัว หยวนชิงหลิงเจ้ายังเด็กเกินไปที่จะใช้เล่ห์เหลี่ยมพวกนี้”

หยวนชิงหลิงยกยิ้มมุมปาก นางคาดเดาเอาไว้แล้วว่าเฉิงอ๋องผู้นี้คงจะมิใช่คนโง่ แถมออกจะฉลาดไปเสียด้วยซ้ำ แต่นั่นแหละคนฉลาดมักจะผิดพลาดเพราะเรื่องความรู้สึก นางหันหลังกลับไปมองชายวัยกลางคนด้วยใบหน้าเรียเฉย ก่อนที่จะเอ่ยบางอย่างขึ้น

“ใช่เพคะ ความจริงหม่อมฉันอยากจะขอให้เฉิงอ๋องเห็นแก่ความรู้สึกเก่าก่อนช่วยปกป้องมารดาและครอบครัว แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้คงจะไม่จำเป็นแล้ว”

หยวนชิงหลิงเดินไปถึงรถม้าก่อนที่จะเอ่ยประโยคทิ้งท้ายเอาไว้

“ที่นี่ท่านแม่และน้องชายของหม่อมฉันไร้ที่พึ่งพิง หากวันหน้าหม่อมฉันไปได้ดีที่แคว้นเซี่ย คงจะไม่พาพวกเขากลับมาเหยียบที่แคว้นฉินอีกแล้ว”

นางย่อตัวทำความเคารพอย่างอ่อนช้อย ก่อนที่จะกลับขึ้นบนรถม้าไป ไม่รู้ว่าเวลาล่วงเลยผ่านไปนานเท่าใด รถม้าตระกูลหยวนก็วิ่งหายลับไปนานแล้ว แต่อ๋องเจ็ดยังคงยืนแข็งทื่อ อยู่ที่หน้าป้ายหลุมศพของแม่ทัพหยวนหมิงเช่นเดิม เสียงของหยวนชิงหลิงยังคงดังก้องอยู่ภายในโสตของเขาซ้ำไปซ้ำมา อย่างที่ไม่สามารถลบมันออกไปได้

ถ้าหากนางไม่กลับมาที่แคว้นฉินอีกเลยตลอดชีวิต เขาก็จะไม่มีวันได้พบนางอีกแล้ว ไม่ได้!! เช่นนั้นมันก็ไม่ต่างอะไรจากการที่พวกเขาตายจากกันไปน่ะสิ เขาจะยอมให้นางทำเช่นนั้นไม่ได้

หยวนชิงหลิงจัดการขายสิ่งของภายในจวนตระกูลหยวนทั้งหมด นางได้ประกาศให้ชาวเมืองรู้ว่าตนเองจะพาครอบครัวไปอยู่ที่แคว้นเซี่ยด้วย แม้ฮ่องเต้จะทรงทราบเรื่องนี้จากปากของคนสนิทแต่ก็มิได้เอ่ยทัดทาน

หนึ่งวันก่อนออกเดินทาง หยวนชิงหลิงกำลังเตรียมสิ่งของที่จำเป็นสำหรับเดินทางไกลอยู่กับมารดาของนาง เสียงกีบม้าย่ำเท้าอยู่ที่ด้านหน้าเรือน ทำให้พวกนางสองแม่ลูกหันไปมองทางต้นเสียงพร้อมกัน เป็นอ๋องเจ็ดนั่นเอง ด้านหลังยังมีองครักษ์ติดตามมาอีกสองคน พวกเดินตรงมาที่หยวนชิงหลิงและมารดาของนาง

“ถวายบังคมเฉิงอ๋องเพคะ”

สองแม่ลูกลุกขึ้นทำความเคารพอ๋องเจ็ดพร้อมกัน กิริยาท่าทางของพวกนางที่แสดงออกมา เหมือนกันจนแทบแยกไม่ออก

“ลมอะไรหอมท่านอ๋องมายังจวนร้างแห่งนี้เล่าเพคะ”

หยวนชิงหลิงถามอ๋องเจ็ดด้วยใบหน้าเรียบเฉย ส่วนมือของนางก็ยังไม่หยุดจัดเตรียมข้าวของ เหมือนการมาของเขานั้นไม่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง นางช่างเป็นแม่นางที่ฉลาดเฉลียวและเป็นตัวแสบที่รับมือได้ยากเสียจริง

“ข้า....”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   บทส่งท้าย ชีวิตอิสรเสรี

    “อ่า!!!ยอดรัก แบบนั้นและ ข้าต้องการแบบนั้น ดันมันเข้ามาอีก แรงกว่านี้ ลึกกว่านี้”เสียงหวานเอ่ยขอร้องด้วยความต้องการที่พุ่งขึ้นสุดขีด เซี่ยหวายอีเองก็ไม่ยอมปล่อยให้นางต้องรอนาน เขากระแทกลงไปแรงๆ ถี่รัว เสียงดัง ปัก ปัก เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังอยู่เป็นนาน กว่าที่สองร่างจะสะท้านเฮือกขึ้นพร้อมกัน หยวนชิงหลิงแตะถึงจุดสุดยอดก่อน นางบีบรัดเขาจนเซี่ยหวายอีทนไม่ไหว จำต้องปลดปล่อยความต้องการของตนเองเข้าไปในกายนนางเต็มที่ทุกหยาดหยด“อ่า!!!ที่รักข้าแตกแล้ว เสร็จแล้ว ข้าเสร็จภายในกายของเจ้าแล้ว”ร่างสูงฟุบหน้าลงไปบนลำคอขาวผ่องของนาง ทั้งที่ยังมิได้ถอดถอนความเป็นชายออกไป นางรู้สึกได้ว่ามันกำลังกระตุกอยู่ภายใน ความเสียวกระสันที่พึ่งผ่านไปมันได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง สองร่างที่พึ่งสงบศึกไปได้ไม่นาน ได้เริ่มก่อสงครามวสันต์ขึ้นอีกครั้ง และอีกครั้ง จนกระทั่งรุ่งอรุณของวันใหม่ได้มาเยือนหยวนชิงหลิงตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดเมื่อยไปทั้งกาย ช่างแตกต่างจากอีกคนที่ยังคงมีเรี่ยวแรงเต็มกำลัง เหมือนพึ่งได้รับน้ำทิพย์ชโลมจิตใจ“ท่านรังแกข้ามาทั้งคืนแล้ว ต่อจากนี้ต้องดูแลปรนนิบัติรับใช้ข้าอย่างที่พูดด้วย”เซี่ยหวายอีกดจู

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ช่วงเวลาแห่งความสุข

    “เช่นนั้นให้ข้าปรนนิบัติเจ้าดีหรือไม่ ฮูหยิน”หยวนชิงหลิงไม่คิดว่าตนเองจะมาได้ยินคำพูดเช่นนี้ออกมาจากปากของเขา ใบหน้างามที่ยามนี้ไร้เครื่องประทินโฉมมันช่างงดงามเกลี้ยงเกลาดูสะอาดตาไม่ต่างจากเด็กทารก ดวงตาคมของเซี่ยหวายอีที่มองอยู่นั้นอดที่จะกดจูบไปที่แก้มของนางมิได้“ฮูหยิน วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าเป็นของข้าอย่างสมบูรณ์”ก่อนงานแต่งงานหลายวัน เขาได้สอบถามและศึกษาเรื่องบนเตียงมาจากสหายร่วมรบมาแล้ว เกี่ยวกับการทำให้สตรีมีความสุขในคืนเข้าหอ ร่างสูงค่อยๆ แทะเล็มริมฝีปากอวบอิ่มของนางช้าๆ มือสองข้างที่ยังว่างอยู่ก็ไม่หยุดนิ่ง เขาสัมผัสนางไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย แม้เวลานี้ทั้งสองจะสวมใส่อาภรณ์แต่ก็ยังรับรู้ถึงสัมผัสของกันและกันได้ความรู้สึกแปลกใหม่ที่นางได้รับในเวลานี้ช่างแตกต่างจากที่ผ่านมาที่เขาเคยสัมผัสนางอย่างสิ้นเชิง ท้องน้อยของนางในเวลานี้มันเหมือนกับมีบางอย่างขมวดเข้าหากันจากนั้นจึงคลายออก ทุกการสัมผัสจากเขามันทำให้ข่นอ่อนในกายนางพร้อมใจกันลุกชูชันขึ้นลิ้นร้อนของเซี่ยหวายอีเริ่มรุกล้ำเข้ามาในอาณาเขตของหยวนชิงหลิง ร่างสูงสอดลิ้นหนาเข้าไปในปากของนางเกี่ยวกระหวัดรัดรึงลิ้นนุ่มหยุ่นอย่างเชื่อ

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   บรรพบุรุษช่วยเหลือ

    “ทุกอย่างเป็นเพราะความโลภในอำนาจของท่านมากกว่า อย่าได้มากความเลย มาสู้กันให้รู้แพ้ชนะเสียแต่วันนี้ หากข้าหยวนชิงหลิงพ่ายแพ้และจะต้องตาย ข้าก็จะไม่มีวันเสียใจต่อสิ่งที่ข้าได้เลือก”การต่อสู้อย่างดุเดือดของทั้งสองยังคงดำเนินต่อไป แม้หยวนชิงหลิงจะมีสรีระที่เป็นรอง แต่กำลังของนางกลับมีมากล้นจนน่าเหลือเชื่อ ทุกครั้งที่ง้าวของนางฟันลงไป ฉินฮ่องเต้แทบจะทนรับแรงของนางไม่ไหว“เจ้า!!...เจ้าทำเช่นนั้นได้อย่างไร!! เจ้าเป็นเพียงสตรีในห้องหอเท่านั้น เหตุใดถึงมีพละกำลังที่เหนือกว่าข้า จงบอกมา”หยวนชิงหลิงยกยิ้มภายใต้หมวกเหล็กสีดำ ก่อนเอ่ยออกมาเสียงดัง แต่เสียงของนางกลับไม่เหมือนเสียงของนาง เพราะมันมีหลายเสียงดังประสานกันขึ้น“เพราะบรรพบุรุษซวนหยวนของข้าอย่างไรเล่า พวกเขาจะคอยอยู่เคียงข้าเสมอ ไม่ว่าข้าจะต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่แข็งแกร่งมากกว่าเพียงใดก็ตาม จงรับผลกรรมที่กระทำมาทั้งหมดเสียเถิด ข้าผู้นี้จะเป็นคนลงโทษเจ้าเอง”หยวนชิงหลิงฟันง้าวในมือลงไปอีกครั้งจนสุดแรง ในที่สุดทวนของฉินฮ่องเต้ก็ทนรับแรงนั้นไม่ไหว มันถูกฟันหักออกเป็นสองท่อน และตั้งแต่หัวไหล่ลงไปจนถึงกลางอกของเขา ถูกฟันทะลุชุดเกราะจนสะพายแล่

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   เปิดโปงความจริง

    “เจ้าจงนำสารนี้ไปบอกแก่ผู้นำทัพคนต่อไปของพวกเจ้าซะ ข้าจิ้นอ๋องจะรออยู่ที่นี่ หากไม่ยอมแพ้พวกเขาจะมีจุดจบไม่ต่างจากหลี่ฮั่งชาง แต่ถ้ายอมแพ้ก็จะมีเพียงคนผู้เดียวเท่านั้นที่ต้องถูกสังหาร”เอ่ยจบร่างสูงก็กระโดดขึ้นหลังม้า ก่อนจะควบกลับเข้าเมืองจิ่งโจวไป ทิ้งความวุ่นวายโกลาหลเอาไว้เบื้องหลังหยวนชิงหลิงที่แฝงตัวอยู่ในกองทัพมานานนับเดือน เวลานี้นางได้รู้แล้วว่ามีใครบ้างที่อยู่คนละฝั่งกับหลี่ฮั่งชาง และมีใครบ้างที่หักหลังบิดาของนางในตอนนั้น ใบหน้างามข่มความโกรธแค้นเอาไว้ในส่วนลึก เพราะยังไม่ถึงเวลาที่น่าจะเปิดเผยตัวตอนนี้นางวางแผนที่จะปลุกปั่นให้พวกเขาแตกแยกออกเป็นสองฝ่าย ผู้ที่ไม่คิดยอมแพ้เหล่านั้นต่างก็นำทัพออกไปต่อสู้กับจิ้นอ๋องในสนามรบ สุดท้ายจุดจบของพวกเขาล้วนไม่ต่างกันทหารสามแสนนายในกองทัพเวลานี้เหลือไม่ถึงครึ่ง เพราะการกระทำที่แสนอวดดีของพวกเขา คิดว่าตนเองมีพันธมิตรจากต่างแคว้นแล้วจะสามารถหยิ่งผยองได้ ตัวอย่างมีให้เห็นแล้ว แม่ทัพแคว้นฉินสามคนถูกตัดหัวแขวนประจานเอาไว้ที่ประตูเมือง สร้างความหวาดกลัวแก่กองทัพฉินยิ่งนัก“บังอาจนัก!! เจ้าเด็กที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมผู้นั้น กล้ามาอวดดีก

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ศึกที่นางเป็นผู้เลือก

    “พวกเราชาวเฉิงโจว ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับสงครามที่ฮ่องเต้ชั่วนั่นก่อขึ้นหรอก ไปเสียได้ก็ดีที่นี่ไม่จำเป็นต้องมีเจ้าเมือง เขาอยู่ที่นี่ก็เอาแต่กดขี่ชาวบ้านบังคับให้ขุดภูเขา แต่กลับไม่บอกว่าขุดหาอะไร ก่อนหน้านี้ก็เกิดการต่อสู้ขึ้นที่หุบเขาหินนั่น จิ้นอ๋องสังหารอะไร ตอนนั้นข้าไปตรวจดูสภาพของที่นั่นเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต เป็นพวกเขาที่สังหารกันเอง ไม่มีร่องรอยของผู้บุกรุกเลยสักนิด อีกทั้งคนที่หนีรอดมาจากที่นั่นก็พูดเหมือนกันว่า คนของเฉิงอ๋องจู่โจมคนขององค์ชายห้า ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันจนถึงเช้า และองค์ชายห้าได้รับบาดเจ็บสาหัสกลับมา เป็นข้าที่รักษาให้เขาจนรอดมาได้”หยวนชิงหลิงกระจ่างแล้วว่าเสียงต่อสู้ในคืนนั้นคืออะไร ตอนนั้นคนขององค์ชายห้าช่างมาได้เหมาะเจาะตรงเวลาเสียจริง“ท่านหมอ ท่านแน่ใจหรือขอรับ วันเวลาท่านได้บันทึกเอาไว้หรือไม่”“วะ!!! เจ้าหนุ่มนี่ ข้าเป็นหมอมายี่สิบปี ข้าบันทึกทุกอย่างเอาไว้เป็นหลักฐานทั้งหมด ถ้าหากเจ้าไม่เชื่อข้าจะเอาให้เจ้าดูก็ได้ เจ้าคนที่รอดชีวิตมาในตอนนั้น ข้าเองก็รักษาเขาจนหายดีแล้ว”หยวนชิงหลิงยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม นางลุกขึ้นจับแขนของท่านหมอเขย่าเบาๆ ก่อนจะเอ่ย

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ข่าวลือการเสียชีวิตขององค์ชายห้า

    หลายครั้งที่เขาเองก็ถูกฟันและถูกแทง มีเพียงเสียงดังเคร้ง!! ขึ้นเท่านั้น แต่ร่างกายของเขากลับไม่รู้สึกว่าตนเองได้รับบาดเจ็บที่ใดเลย คนตระกูลซวนหยวนช่างเก่งกาจยิ่งนัก ที่สามารถสร้างอาวุธที่แข็งแกร่งจนน่าหวาดกลัวพวกนี้ขึ้นมาได้ เขาเองก็ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหากพวกมันไปตกอยู่ในกำมือของจอมทรราชที่บ้าอำนาจ แผ่นดินจะลุกเป็นไฟเช่นไรหนึ่งชั่วยามต่อมา เสียงการต่อสู้ได้เงียบลงหรือจะพูดให้ถูกคือการสังหารอยู่ฝ่ายเดียว ศพที่ไม่สมประกอบกระจุยกระจายเกลื่อนพื้นดิน ไม่มีร่างไหนที่ยังอยู่ครบสมบูรณ์เลยสักร่าง เลือดสดๆ ไหลเจิ่งนองเต็มพื้นดิน เหมือนสายฝนที่พึ่งหยุดตกไปได้ไม่นานเซี่ยหวายอีหลับตาลงสักพักก่อนลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดคนตระกูลซวนหยวนถึงได้พ่ายแพ้ในการสู้รบ ทั้งที่พวกเขามีอาวุธชั้นดีอยู่ในมือ ก่อนหน้านี้เขาได้ฟังเรื่องราวเพียงคร่าวๆ เท่านั้น สงสัยหลังเสร็จจากศึกในครั้งนี้คงต้องขออ่านบันทึกม้วนนั้นของตระกูลซวนหยวนจากหยวนชิงหลิงเสียแล้วร่างสูงเดินไปยังม้าที่วิ่งเตลิดเพราะการต่อสู้ไปไม่ไกล ก่อนจะกระโดดขึ้นหลังของมัน จากนั้นเร่งควบไปยังเส้นทางเมืองจิ่งโจว สถานที่ที่จะต้องสะสางและยุ

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   สั่งระดมพล

    หนึ่งเดือนหลังจากนั้น ฮ่องเต้เซี่ยต้องทนรับแรงกดดันของเหล่าขุนนางในราชสำนักอย่างหนัก เพราะชายแดนทั้งสี่ทิศของแคว้นเซี่ยในเวลานี้ถูกทหารของแคว้นต่างๆ เข้าประชิดหมดทุกทาง เพื่อกดดันให้พระองค์ส่งตัวจิ้นอ๋องไปยังแคว้นฉิน แต่พระองค์ทรงไม่ยินยอมองค์ชายใหญ่ที่เก็บตัวเงียบมาตลอด ได้เข้ามายังวังหลวงพร้อมเห

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   แผนการอันแยบยล

    “พระองค์คิดอย่างไรเพคะ ถ้าหากว่าจะยึดเฉิงโจวมาเป็นของแคว้นเซี่ย หม่อมฉันเพียงถามความเห็นดูเท่านั้น หากพระองค์คิดว่ามันไม่คุ้มที่จะเสี่ยงให้เกิดสงครามระหว่างสองแคว้น เช่นนั้น ก็ช่างมันเถิด หม่อมฉันเองก็มิได้ยึดติดกับทรัพย์สินเงินทองเหล่านั้น ห่วงเพียงแต่ว่าหากชุดเกราะและอาวุธตกอยู่ในมือของฉินฮ่องเต้

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ท่านนอนไม่หลับหรือ

    “ท่านอนไม่หลับอย่างนั้นหรือ หรือว่าเพราะข้านอนดิ้นจนไปรบกวนการนอนของท่านกัน ต้องขออภัย ต้องขออภัย”หยวนชิงหลิงยกมือประสานขึ้น ก่อนจะเอ่ยขออภัยเซี่ยหวายอี แต่การที่นางนอนเตียงเดียวกับเขาทำให้นางรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก เพราะอย่างนั้นนางจึงหลับสนิทจนถึงเช้าเซี่ยหวายอีมองค้อนร่างเล็กในชุดเด็กหนุ่ม

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ความอุ่นใจเมื่ออยู่ในอ้อมแขน

    “อี้เอ๋อพี่ฝากท่านแม่กับท่านย่าไว้ที่เจ้าด้วยนะ แล้วพี่จะรีบกลับมา”หยวนชิงหลิงกดกลไกเปิดห้องลับก่อนจะออกจากที่นั่นไปอย่างรวดเร็วร่างบางทะยานไปยังทางออก นางสงสัยว่าก่อนหน้านี้ที่นางได้ยินเสียงการต่อสู้ เป็นนางที่คิดไปเองหรือเกิดการต่อสู้ขึ้นจริงๆ หยวนชิงหลิงแอบไปยังทางออกที่คนของเฉิงอ๋องใช้เป็นที่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status