Share

ฉินอ๋อง

Author: zuey
last update Last Updated: 2026-02-28 20:28:27

มารดาของนางเองก็เห็นด้วยกับท่านย่า หยวนชิงหลิงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก นางคิดว่าท่านย่าจะต่อต้านเรื่องที่นางเสนอไปเสียอีก

หนทางที่จะไปแคว้นเซียวต้องนั่งรถม้าถึงสองเดือน นางไม่รู้ว่าร่างกายของท่านย่าที่แก่ชราจะทนไหวหรือไม่ ในระหว่างที่หยวนชิงหลิงรู้สึกว่ามาถึงทางตัน แสงสว่างก็มักจะโผล่มานำทางอยู่เสมอ

อ๋องเจ็ดฉินมู่เหยียนผู้ปกครองเมืองเฉิงโจวอาณาเขตที่ติดกับแคว้นเจา สหายในวัยเด็กของบิดาและมารดาของนาง เมืองเฉิงโจวตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของแคว้นฉิน ถึงแม้จะค่อนข้างแห้งแล้งไปสักหน่อยเพราะบางส่วนของอาณาเขตติดกับทุ่งหญ้าของชนเผ่า แต่ที่นั่นนับว่ามีอิสรเสรีสำหรับผู้ที่ไม่ชอบในกฎเกณฑ์ขนบธรรมเนียมและประเพณีอันคร่ำครึของเมืองหลวง ชาวเมืองเฉิงโจวต่างก็เรียกอ๋องเจ็ดว่าเฉิงอ๋อง ตามชื่ออาณาเขตที่เขาได้รับ

เฉิงอ๋องหลังจากที่ได้ทราบข่าวการเสียชีวิตของแม่ทัพหยวนหมิง เขาก็ให้คนส่งสารขออนุญาตเดินทางเข้าเมืองหลวงทันที ส่วนตนเองก็รีบขี่ม้าออกมาก่อนโดยที่ไม่รอพระราชโองการพระราชทานอนุญาตตอบกลับจากฮ่องเต้

เมื่อเฉิงอ๋องเดินทางมาถึงจวนตระกูลหยวน งานศพของสหายรักก็เสร็จสิ้นไปเสียแล้ว เขาซื้อสุราไปสองไหนั่งอยู่หน้าป้ายหลุมศพของแม่ทัพหยวนหมิง ปากก็พร่ำบ่นถึงเรื่องสมัยเด็กไม่หยุด

หยวนชิงหลิงที่พาครอบครัวมาไหว้หลุมศพของบิดและบรรพบุรุษตระกูลหยวนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนออกเดินทางไปยังแคว้นเซี่ย ได้พบเฉิงอ๋องเข้าโดยบังเอิญ นางยังคงจดจำเขาได้เพราะเคยพบเมื่อครั้งตอนที่นางยังเด็ก

เขาดูมีอายุขึ้นเล็กน้อยแต่ความห้าวหาญดั่งชายชาตรีนั้นยังคงเหมือนเดิม และดูเหมือนเขาจะดูดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนเสียด้วยซ้ำ คงเป็นเพราะที่เขตแดนเมืองเฉิงโจวเป็นทุ่งหญ้าทำให้สีผิวที่เคยขาวกระจ่างตอนนี้กลายเป็นสีข้าวสาลีไปเสียแล้ว

“คารวะเฉิงอ๋องเพคะ”

อ๋องเจ็ดที่นั่งเมาอยู่หน้าป้ายหลุมศพแม่ทัพหยวนหมิงเงยหน้าขึ้นมองผู้ที่เอ่ยทักทายตน เมื่อเขาเห็นใบหน้าของนางชัดๆ ชายหนุ่มถึงกับตกใจจนแทบสร่างเมา ที่สตรีที่เขาหลงรักมาทั้งชีวิตยืนอยู่ตรงหน้า เขาขยี้ตาตนเองซ้ำหลายครั้งเพราะคิดว่าตนอาจจะดื่มจะเมาและตาฝาดไป

“เหยาเอ๋อ”

อ๋องเจ็ดเอ่ยขึ้นเบาๆ เป็นไปได้อย่างไร เขารู้สึกเหมือนว่าตนได้พบกับสตรีที่แอบรักเมื่อสิบกว่าปีก่อนอีกครั้ง นางคือสาเหตุที่ทำให้เขายังไม่ยอมแต่งงานมาจนถึงปัจจุบันนี้ เพราะต้องการหนีจากหัวใจตนเองอ๋องเจ็ดจึงขอไปอยู่ในที่ที่ห่างไกล

ฮ่องเต้จึงพระราชทานอาณาเขตที่ติดกับทุ่งหญ้าให้เขาปกครอง หยวนชิงหลิงได้ยินเขาอุทานเช่นนั้น นางก็ยกยิ้มบางๆ ก่อนที่จะส่ายหน้า

“หม่อมฉันคือหยวนชิงหลิงเพคะ ท่านแม่อยู่ด้านหลัง”

หยวนชิงหลิงหลีกทางให้อ๋องเจ็ดได้พบกับมารดาของตน เรื่องที่อ๋องเจ็ดแอบรักท่านแม่ของนางจนไม่ยอมแต่งงาน นางเคยได้ยินท่านพ่อพูดถึงเรื่องนี้เมื่อครั้งที่ดื่มสุราจนเมามาย ดูเหมือนว่าตอนนี้เขาก็ยังคงไม่เคยเปลี่ยนใจไปจากท่านแม่ของนางสินะ

คนตระกูลฉินบางทีอาจจะมีแค่ท่านกระมังที่ยังสามารถเรียกว่าเป็นมนุษย์ได้ เดิมทีหยวนชิงหลิงไม่อยากที่จะใช้เขาเป็นหมาก แต่ตอนนี้นางไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากขอความช่วยเหลือจากเขา ผู้ที่สามารถคุ้มครองท่านแม่ท่านย่าและน้องชายของนางให้ปลอดภัยได้ก็คงมีแค่เพียงอ๋องเจ็ดผู้นี้เท่านั้น

นางต้องยอมเสี่ยงใช้ความรู้สึกของอ๋องเจ็ดที่มีต่อมารดาของนางให้เป็นประโยชน์ เพราะก่อนที่จะออกเดินทางไปแคว้นเซี่ยนางจะต้องส่งพวกเขาไปที่อาณาเขตของเขาให้ได้เสียก่อน นางถึงจะวางใจ

หลังจากที่ไหว้หลุมศพของบิดาเสร็จแล้ว หยวนชิงหลิงก็ขอคุยกับอ๋องเจ็ดเป็นการส่วนตัว

“อีกไม่นานหม่อมฉันจำต้องต้องเดินทางไปที่แคว้นเซี่ยแล้ว แต่ยังคงรู้สึกเป็นห่วงครอบครัวที่ยังเหลืออยู่ที่นี่ ท่านอ๋องเพคะหม่อมฉันขอถามท่านอย่างตรงไปตรงมาได้หรือไม่ ท่านอ๋องยังคงมีความรู้สึกดีๆ ต่อท่านแม่ของหม่อมฉันอยู่หรือเปล่า”

หลังจากเอ่ยเช่นนั้นออกไป หยวนชิงหลิงก็รอดูท่าทีที่อ๋องเจ็ดจะแสดงออกมาให้เห็น แต่น่าเสียดายที่เขานิ่งเกินไป หากว่าเขาไม่รู้สึกอันใดกับท่านแม่ของนางแล้ว ก็คงมีทางเดียวคือต้องพาพวกเขาเดินทางไปที่แคว้นเซี่ยพร้อมกับตน

“ต้องขออภัยที่หม่อมฉันถามอย่างเสียมารยาทต่อพระองค์ เช่นนั้นพวกเราต้องขอตัวก่อน”

หยวนชิงหลิงเดินมาหาครอบครัวของตนที่รออยู่ในรถม้า แต่เสียงเรียกจากทางด้านหลังก็ดังขึ้น

“ข้ารู้ว่าสถานการณ์ของเจ้าตอนนี้เป็นเช่นไร แต่ข้าหาใช่เบี้ยที่เจ้าจะใช้เพื่อปกป้องครอบครัว หยวนชิงหลิงเจ้ายังเด็กเกินไปที่จะใช้เล่ห์เหลี่ยมพวกนี้”

หยวนชิงหลิงยกยิ้มมุมปาก นางคาดเดาเอาไว้แล้วว่าเฉิงอ๋องผู้นี้คงจะมิใช่คนโง่ แถมออกจะฉลาดไปเสียด้วยซ้ำ แต่นั่นแหละคนฉลาดมักจะผิดพลาดเพราะเรื่องความรู้สึก นางหันหลังกลับไปมองชายวัยกลางคนด้วยใบหน้าเรียเฉย ก่อนที่จะเอ่ยบางอย่างขึ้น

“ใช่เพคะ ความจริงหม่อมฉันอยากจะขอให้เฉิงอ๋องเห็นแก่ความรู้สึกเก่าก่อนช่วยปกป้องมารดาและครอบครัว แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้คงจะไม่จำเป็นแล้ว”

หยวนชิงหลิงเดินไปถึงรถม้าก่อนที่จะเอ่ยประโยคทิ้งท้ายเอาไว้

“ที่นี่ท่านแม่และน้องชายของหม่อมฉันไร้ที่พึ่งพิง หากวันหน้าหม่อมฉันไปได้ดีที่แคว้นเซี่ย คงจะไม่พาพวกเขากลับมาเหยียบที่แคว้นฉินอีกแล้ว”

นางย่อตัวทำความเคารพอย่างอ่อนช้อย ก่อนที่จะกลับขึ้นบนรถม้าไป ไม่รู้ว่าเวลาล่วงเลยผ่านไปนานเท่าใด รถม้าตระกูลหยวนก็วิ่งหายลับไปนานแล้ว แต่อ๋องเจ็ดยังคงยืนแข็งทื่อ อยู่ที่หน้าป้ายหลุมศพของแม่ทัพหยวนหมิงเช่นเดิม เสียงของหยวนชิงหลิงยังคงดังก้องอยู่ภายในโสตของเขาซ้ำไปซ้ำมา อย่างที่ไม่สามารถลบมันออกไปได้

ถ้าหากนางไม่กลับมาที่แคว้นฉินอีกเลยตลอดชีวิต เขาก็จะไม่มีวันได้พบนางอีกแล้ว ไม่ได้!! เช่นนั้นมันก็ไม่ต่างอะไรจากการที่พวกเขาตายจากกันไปน่ะสิ เขาจะยอมให้นางทำเช่นนั้นไม่ได้

หยวนชิงหลิงจัดการขายสิ่งของภายในจวนตระกูลหยวนทั้งหมด นางได้ประกาศให้ชาวเมืองรู้ว่าตนเองจะพาครอบครัวไปอยู่ที่แคว้นเซี่ยด้วย แม้ฮ่องเต้จะทรงทราบเรื่องนี้จากปากของคนสนิทแต่ก็มิได้เอ่ยทัดทาน

หนึ่งวันก่อนออกเดินทาง หยวนชิงหลิงกำลังเตรียมสิ่งของที่จำเป็นสำหรับเดินทางไกลอยู่กับมารดาของนาง เสียงกีบม้าย่ำเท้าอยู่ที่ด้านหน้าเรือน ทำให้พวกนางสองแม่ลูกหันไปมองทางต้นเสียงพร้อมกัน เป็นอ๋องเจ็ดนั่นเอง ด้านหลังยังมีองครักษ์ติดตามมาอีกสองคน พวกเดินตรงมาที่หยวนชิงหลิงและมารดาของนาง

“ถวายบังคมเฉิงอ๋องเพคะ”

สองแม่ลูกลุกขึ้นทำความเคารพอ๋องเจ็ดพร้อมกัน กิริยาท่าทางของพวกนางที่แสดงออกมา เหมือนกันจนแทบแยกไม่ออก

“ลมอะไรหอมท่านอ๋องมายังจวนร้างแห่งนี้เล่าเพคะ”

หยวนชิงหลิงถามอ๋องเจ็ดด้วยใบหน้าเรียบเฉย ส่วนมือของนางก็ยังไม่หยุดจัดเตรียมข้าวของ เหมือนการมาของเขานั้นไม่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง นางช่างเป็นแม่นางที่ฉลาดเฉลียวและเป็นตัวแสบที่รับมือได้ยากเสียจริง

“ข้า....”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ประชดประชัน

    “ใบหน้าของเจ้าเสียโฉมแล้วจากนี้ไปแม้แต่นางบำเรอในกองทัพเจ้าก็เป็นไม่ได้ ตีตราทาสที่ใบหน้าของนาง จากนี้ไปนางจะต้องทำงานชั้นต่ำทุกอย่างในคณะเดินทาง หลังจากไปถึงแคว้นเซี่ยแล้วส่งนางไปยังซ่องนางโลมชั้นต่ำที่สุด ให้รับลูกค้าวันละห้าสิบคนเป็นเวลาหนึ่งปี เมื่อครบหนึ่งปีให้ส่งนางไปทำงานที่เหมืองเกลือ”หลี่อันหรงที่ได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจลนลาน นางพยายามคลานมาที่เท้าของเซี่ยหวายอีเพื่อขอความเมตตา แต่ถูกเขาเตะกระเด็นออกไปไกล คนของเขานำโซ่ตรวนมาคล้องมือและเท้าของนางเอาไว้ จากนั้นจึงลากนางออกไปไม่แม้แต่จะเรียกหมอมารักษา“ทุกคนจงจำวันนี้เอาไว้ให้ดี ต่อไปพูดแต่เรื่องที่ควรพูด แยกย้ายไปทำหน้าที่ของตนได้แล้ว อีกไม่ช้าเราจะออกเดินทางกันต่อ”หยวนชิงหลิงที่ยืนก้มหน้าอยู่ที่เดิมค่อยๆ เดินหันหลังจากไป เสียงของหลี่อันหรงที่สบถด่าทอว่าร้ายบิดาของนางยังคงดังก้องอยู่ภายในหัว หยวนชิงหลิงรู้สึกหายใจไม่ออก เหมือนมีบางอย่างกำลังกดทับหัวใจของนาง ภาพเบื้องหน้าที่นางเห็นค่อยๆ หดแคบลงและมืดดำทีละน้อยร่างบางซวนเซไปด้านหน้าก่อนที่จะล้มลง เซี่ยหวายอีมองตามแผ่นหลังที่ดูโดดเดี่ยวของนางเดินกลับไปที่รถม้าด้วยสายตาเป็นห่วง เขาส

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ให้บทเรียนแก่หลี่อันหรง

    สตรีบรรณาการเหล่านั้นที่รายล้อมหยวนชิงหลิง หลังจากที่ได้ยินความจริงจากปากนาง บ้างก็ร้องไห้ บ้างก็ทรุดตัวลงกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง ให้พวกนางรู้เสียตั้งแต่ตอนนี้จะได้ปรับตัวทัน ดีกว่าไปรู้ทีหลังแล้วต้องมานั่งเสียใจและแตกสลายด้วยความจริงที่ว่าพวกนางถูกคนทั้งครอบครัวทอดทิ้ง“หยุดร้องไห้เสียเถิด ตอนนี้ไม่มีใครสามารถช่วยเหลือพวกเราได้แล้ว ทุกอย่างมันเป็นเพียงเรื่องของการเมืองเท่านั้น พวกเราก็เป็นแค่เพียงตัวหมากเล็กๆ ของพวกเขา จากนี้ไปก็จงพยายามปรับตัวให้ได้ เผื่อว่าวันหน้าต้องอยู่ในช่วงชีวิตที่ลำบากจะได้ไม่ต้องมานั่งนึกเสียใจทีหลัง”หยวนชิงหลิงเอ่ยปลอบพวกนางเสียงอ่อนโยน นางเพียงหวังว่าสตรีเหล่านี้จะเข้มแข็งขึ้นในไม่ช้า และยืนได้ด้วยขาของตนเองทุกคำพูดของนางกระทบจิตใจของใครหลายคน รวมถึงบุรุษที่ยืนอยู่ด้านหลังต้นไม้ที่ใช้กางกระโจม เขามองใบหน้าเล็กที่มีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นมาที่หน้าผากเพราะความร้อนของกองไฟที่นางใช้ทำอาหาร เขาอยากจะเอื้อมมือไปเช็ดให้นางแต่แล้วก็ต้องหยุดการกระทำของตนเอาไว้“คิดบ้าอันใดของข้าอยู่กันแน่ นางก็เป็นแค่เพียงตัวยุ่งเท่านั้น เลิกสนใจนางไปเสีย”เซี่ยวหวายอีรีบเดินออกไปจากตร

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ความจริงที่แสนเจ็บปวด

    เอ่ยจบนางก็ลงจากรถม้าตามมาด้วยจ้าวหงอิง สตรีทั้งสองเดินย้อนกลับไปที่รถม้าคันเล็กที่นางนั่งโดยสารมา ด้านในมีสตรีสามคนและหนึ่งในนั้นคือหลี่อันหรง“เจ้ามาทำอันใดที่นี่”หลี่อันหรงตกใจมากที่เห็นหยวนชิงหลิง นางยังจำความเจ็บปวดที่หยวนชิงหลิงตบนางได้ หลี่อันหรงเผลอยกมือขึ้นกุมที่ใบหน้าของตนอย่างลืมตัว“ข้าจะมาทำอันใดที่นี่ก็หาใช่ธุระกงการของเจ้า หลบไปหรืออยากจะโดนเหมือนครั้งก่อน”หยวนชิงหลิงยกมือขึ้นทำท่าจะตี หลี่อันหรงและสตรีอีกสองนางรีบวิ่งลงจากรถม้าราวกับผึ้งแตกรัง นางหันไปพยักหน้าให้จ้าวหงอิงเข้าไปเก็บของที่นางนำติดตัวมาทั้งหมด เมื่อเสร็จแล้วพวกนางก็เดินจากไป โดยที่ไม่สนใจสายตาที่มองมาอย่างจะกินเลือดกินเนื้อของหลี่อันหรง“อันธพาลหยวนชิงหลิง!! ฝากไว้ก่อนเถอะถึงแคว้นเซี่ยเมื่อใดข้าจัดการเจ้าแน่”หยวนชิงหลิงพาจ้าวหงอิงกลับมาที่รถม้าของนางอีกครั้งหลังจากเก็บข้าวของเรียบร้อยแล้ว อาเฟยก็มาตามนางไปทำอาหาร“ท่านหญิงลู่จิว องครักษ์จับปลามาแล้วขอรับ”หยวนชิงหลิงก้าวลงมาจากรถม้า“ข้าบอกแล้วว่าให้เรียกชื่อข้าตามสบาย ช่างเถอะ ปลาเล่าอยู่ไหน”ข้าจะกล้าเอ่ยนามของท่านออกมาตรงๆ ได้อย่างไร เพียงแค่ข้าอยู่

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   เจ้าคือเขา

    จ้าวหงอิงถึงกับน้ำตาคลอ ก่อนหน้านี้นางนั่งรถม้าคันเดียวกับหลี่อันหรง วันไหนที่มีอาหารที่ดีหน่อยนางก็จะยึดเอาไว้เป็นของตนเอง ในรถม้าที่ต้องนั่งสี่คนเวลานอนหลี่อันหรงก็จะแบ่งพื้นที่ไปเสียครึ่ง อีกสามคนต้องนั่งเบียดกันหลับ ตั้งแต่ออกจากเมืองหลวงมีเพียงเมื่อคืนเท่านั้นที่นางนอนหลับได้สนิทหยวนชิงหลิงมองนางด้วยสายตาไม่เข้าใจ แค่ผัดผักใส่ไข่เจ้าถึงกับร้องไห้เลยหรือ เห็นทีก่อนหน้านี้เจ้าคงจะลำบากจริงๆ หยวนชิงหลิงเอ่ยปลอบนางสองสามคำ ก่อนที่สตรีทั้งสองจะทานอาหารของตน“ยาของข้าเล่า”หยวนชิงหลิงเดินมาหาอาเฟยที่กำลังเคี่ยวยาอยู่“เสร็จแล้วขอรับ”หยวนชิงหลิงขมวดคิ้วก่อนที่จะบีบจมูกแล้วดื่มยาลงไปจนหมดชาม นางเป็นคนที่เกลียดการดื่มยามาก แต่หนทางไปยังแคว้นเซี่ยยังอีกยาวไกล จะปล่อยให้ตนเองป่วยจนเป็นภาระของผู้อื่นมิได้“ตอนเที่ยงข้าอยากกินปลาย่าง ถึงอย่างไรวันนี้ก็หยุดพักที่นี่หนึ่งวัน เราไปจับปลากันดีกว่า”นางเอ่ยชวนอาเฟยและพ่อครัวที่อยู่ตรงนั้นอีกสองสามคน สายตาคมกริบของใครคนหนึ่งที่นั่งอยู่ในกระโจมแบบเปิด กำลังมองมาที่ร่างบาง เมื่อคืนเกือบตายยังไม่รู้จักเข็ดหลาบ วันนี้กลับไปรนหาที่อีกแล้ว นางช่างเป็นส

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   เก็บเอาไว้เป็นความลับ

    องครักษ์ร่างสูงนามเข่อซิง ที่ยืนอยู่ด้านนอกเพื่อรอรับคำสั่ง เดินจากไปและไม่นานเขาก็กลับมาพร้อมสตรีใบหน้างดงามนางหนึ่ง ท่าทางของนางแลดูมึนงงเพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่นางก็ทำตามคำสั่งขององครักษ์ผู้นั้นแต่โดยดีโดยมิได้ปริปากถาม“จงเก็บเรื่องที่เจ้าเห็นในคืนนี้เอาไว้เป็นความลับ หากข้าได้ยินว่ามีผู้ใดเอ่ยถึงเรื่องนี้ ข้าจะฝังเจ้าเอาไว้กลางป่า”เซี่ยหวายอีหรือจิ้นอ๋องที่ปลอมตัวเป็นองครักษ์คุ้มกันขบวนราชทูต ข่มขู่จ้าวหงอิงก่อนที่เขาจะลงจากรถม้าไป จ้าวหงอิงที่นั่งตัวลีบอยู่ในมุมหนึ่งของรถม้าถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนที่จะช่วยเปลี่ยนชุดที่เปียกชื้นออกจากร่างของหยวนชิงหลิง“ท่านไปทำอันใดมากันแน่ท่านหญิงลู่จิว”จ้าวหงอิงมองใบหน้างามที่กำลังหลับสนิทก่อนจะเอ่ยขึ้นเบาๆ นางส่ายหน้าให้กับความอยากรู้อยากเห็นของตนเอง“เฮ่อ!!!อย่ารู้เลยจะดีกว่า ไม่อย่างนั้นได้อายุสั้นแน่ๆ ท่านหญิงท่านเองก็คงจะลำบากไม่น้อยเช่นกันสินะ ข้ายังหวังว่าสักวันพวกเราจะได้กลับไปพบหน้าครอบครัวที่แคว้นฉินอีกครั้ง”จ้าวหงอิงมองสำรวจภายในรถม้าที่หยวนชิงหลิงโดยสารมา รถม้าของนางที่ได้รับสิทธิ์นั่งมาคนเดียวช่างกว้างขวาง ภายในก็ถูกบุนวมเ

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ความรู้สึกที่แสนคุ้นเคย

    นางเอ่ยออกมาอย่างจริงใจ ก่อนที่จะนั่งรับทานอาหารพร้อมกับพ่อครัวเหล่านั้นโดยที่ไม่ถือตัวเลยสักนิด“เหอะ!!เสแสร้ง”หลี่อันหรงบิดปากพูดอย่างไม่พอใจ ก่อนที่จะโยนชามอาหารลงไปข้างๆ หยวนชิงหลิง เหล่าพ่อครัวและองครักษ์ต่างก็มองการกระทำของนางเป็นตาเดียว หยวนชิงหลิงลุกขึ้นยืนช้าๆ ชายชุดของนางเปียกชุ่มไปด้วยน้ำแกง“ข้าไม่รู้ว่าเจ้าไม่พอใจสิ่งใดในตัวข้า ถึงได้แสดงกิริยาไร้มารยาทเช่นนี้ออกมา เมื่อก่อนเจ้าอาจจะเคยเป็นบุตรสาวของขุนนางใหญ่ในแคว้นฉิน เคยอยู่เหนือผู้คนมากมาย หลายคนต้องคอยเอาใจและรองรับโทสะของเจ้า แต่ข้าหาใช่บ่าวไพร่ของเจ้า”นางตบใบหน้าของหลี่อันหรงสองครั้งติดกัน ทำเอาทุกคนถึงกับอึ้ง แม่นางผู้นี้มือไวจริงๆ เพียงทำชุดของนางสกปรกเท่านั้นนางก็ลงไม้ลงมือเสียแล้ว“เจ้า!!”“หุบปาก!!! และจงอยู่ให้ห่างข้าเอาไว้ หากเจ้ายังอยากใช้ปากนั่นทานอาหารอยู่”หยวนชิงหลิงมองหลี่อันหรงด้วยสายตาเอาจริง หลี่อันหรงทำสิ่งใดไม่ได้ นางทำได้เพียงรีบวิ่งกลับไปที่รถม้าของตน หยวนชิงหลิงก้มลงหยิบชามที่หลี่อันหรงโยนใส่นาง ก่อนที่จะนำมันไปล้าง“อาหารที่นางไม่ชอบกิน แต่สำหรับชาวบ้านธรรมดามันคืออาหารที่พวกเขาต่อให้ฝันถึงก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status