เข้าสู่ระบบแม้หยวนชิงหลิงจะรู้ว่าที่บิดาของตนต้องสิ้นชีพไป มิได้เป็นเพราะฝีมือของคนแคว้นเซี่ย แต่เป็นเพราะความโลภในอำนาจของคนแคว้นฉินที่พวกเขาตระกูลหยวนใช้เลือดเนื้อเพื่อปกป้อง แต่เมื่อได้ยินพวกเขาเอ่ยถึงบิดาของตนเช่นนั้น นางก็รู้สึกไม่พอใจยิ่งนัก
ดูเหมือนเซี่ยหวายอีจะเข้าใจความรู้สึกของนาง ที่ต้องมาทนฟังเรื่องราวของบิดาผู้ล่วงลับของตน เขาจึงเอ่ยเพื่อตัดบทหันเหความสนใจที่ทุกคนมีต่อหยวนหมิงออกไป “ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ นอกจากสิ่งของที่แคว้นฉินส่งมาเพื่อเป็นบรรณาการแด่พระองค์แล้ว ฉินฮ่องเต้ยังส่งสาวงามมาอีกยี่สิบนาง พระองค์คิดจะทำอย่างไรต่อไป กับพวกนางหรือพ่ะย่ะค่ะ” ฮ่องเต้ที่ละความสนใจไปจากสตรีบรรณาการเหล่านั้นแล้วก่อนหน้านี้ หันมาพินิจสาวงามเหล่านั้นอย่างตั้งใจ ยามนี้ตนเองก็อายุล่วงเลยไปห้าสิบปีแล้ว ไม่มีความคิดที่จะรับสนมนางในใดๆ อีก แต่กลับต้องมาสะดุดตากับสตรีที่งดงามนางหนึ่งที่คุกเข่าอยู่ด้านหน้าตน “เจ้าที่คุกเข่าอยู่ข้างหน้าเรา เงยหน้าขึ้นซิ” ฮ่องเต้ชี้ไปที่หยวนชิงหลิงอย่างเจาะจง ก่อนที่นางจะทำตามรับสั่งอย่างว่าง่าย เมื่อหยวนชิงหลิงเงยหน้าขึ้น จากที่ทุกคนคิดเอาไว้ว่านางนั้นดูงดงามโดดเด่นกว่าสตรีทุกคนที่ถูกส่งมา กลับต้องมาตกตะลึงอีกครั้งกับความงามที่แม้แต่สตรีแคว้นเซี่ยก็มิอาจเทียบได้ “เจ้า... หรือว่า เจ้าคือบุตรสาวของหยวนหมิงอย่างนั้นหรือ” หยวนชิงหลิงนิ่งไปกว่าอึดใจ ก่อนที่นางจะพยักหน้ายอมรับ “เพคะ หม่อมฉันคือบุตรสาวคนโตของหยวนหมิง แม่ทัพแคว้นฉินผู้ล่วงลับ” ที่ฮ่องเต้สามารถจดจำนางได้นั้นเป็นเพราะเมื่อครั้งที่พระองค์ยังเป็นเพียงองค์รัชทายาท เคยแอบเดินทางไปยังแคว้นฉินในฐานะพ่อค้าต่างแดน และเพราะความบังเอิญทำให้พระองค์เคยได้รับความช่วยเหลือจากฮูหยินของหยวนหมิง สตรีที่งดงามที่สุดในดินแดนแคว้นฉิน แม้พระองค์จะได้พบกับสตรีผู้นั้นเพียงแค่ครั้งเดียว ก็ถึงกับเก็บเอานางมาฝันถึงเสียหลายเดือน ช่างน่าเสียดายที่ในเวลานั้น นางแต่งงานกับหยวนหมิงไปก่อนแล้ว ไม่อย่างนั้นพระองค์คงจะพานางกลับมายังแคว้นเซี่ยในฐานะพระชายาของตนอีกคนเป็นแน่ และสตรีที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าของเขานางนี้ มีใบหน้าที่เหมือนกันกับสตรีที่เคยช่วยเหลือตนเอาไว้ถึงแปดส่วน แต่นางดูมีความมั่นใจและโดดเด่นกว่ามารดาของนางนัก “เราเคยได้รับความช่วยเหลือจากท่านแม่ของเจ้าเมื่อนานมาแล้ว ไม่คิดว่าเราทั้งสองจะมีวาสนาได้พบกันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้คนที่เราได้พบกลับเป็นเป็นบุตรสาวของนาง ท่านแม่ของเจ้านางคงจะสบายดีกระมัง” เมื่อเอ่ยถึงสตรีที่เคยอยู่ในใจของตนเช่นนี้ พระองค์ก็อดที่จะรู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมามิได้ ไม่ใช่เพราะตนเองเคยชอบนาง แต่เป็นเพราะตนเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้สามีของนางต้องเสียชีวิต หยวนชิงหลิงส่ายหน้า “หม่อมฉันเองก็ไม่ทราบเพคะ แต่คิดว่าคงจะไม่ดีเท่าใดนัก” หยวนชิงหลิงเอ่ยออกมาด้วยท่าทีเศร้าสร้อย ก่อนจะก้มหน้าหลบสายตาคมกริบของฮ่องเต้ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ ฮ่องเต้เซี่ยเฟยหลงมองท่าทีการแสดงออกของนางด้วยความสงสัย ก่อนจะโบกมือให้ทุกคนแยกย้ายกันออกไป สตรีบรรณาการทั้งยี่สิบนาง ได้ถูกส่งไปยังตำหนักรับรอง ยังมิได้ตัดสินใจว่าพระองค์จะทำเช่นไรกับพวกนาง แต่หยวนชิง หลิงกลับได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจากนางกำนัล เพราะเป็นคำสั่งโดยตรงจากฮ่องเต้ ทุกคนในวังหลวงต่างก็คิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า บางทีครั้งนี้ฝ่าบาทอาจจะรับสนมเข้าวังหลังอีกคน หลังจากที่ห่างหายไปนานหลายปี “อีเอ๋อ เจ้าคิดอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องที่เราจะรับนางเข้าวังหลัง” ฮ่องเต้เซี่ยเฟยหลงเอ่ยหยั่งเชิงหลานชายที่นั่งทำหน้านิ่งเป็นก้อนหินของตน เซี่ยหวายอีที่นั่งจิบชาอย่างสบายอารมณ์ในห้องทรงงาน เงยหน้าขึ้นแสดงอาการตกตะลึงออกมา “พระองค์หมายถึงใครหรือพ่ะย่ะค่ะ” ฮ่องเต้จับสังเกตท่าทีของหลานชาย ก่อนจะเปรยออกมาเบาๆ “จะใครซะอีกเล่า ก็เด็กสาวคนนั้น หยวนชิงหลิง....” “มิได้นะพ่ะย่ะค่ะ พระองค์จะรับสตรีใดเข้าวังหลังก็ได้ทั้งนั้น แต่ต้องมิใช่นาง” ยังไม่ทันที่ฮ่องเต้จะเอ่ยจบเซี่ยหวายอีก็เอ่ยขัดขึ้น เขาแสดงท่าทีไม่พอใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด “เหตุใดจะมิได้เล่า นางเป็นสตรีบรรณาการจากแคว้นฉินที่ถูกส่งมาให้เรา เหตุใดเราจะแต่งตั้งให้นางเป็นสนมมิได้” เซี่ยหวายอีตกตะลึงอีกครั้ง ไม่คิดว่าลุงของตนจะเอ่ยออกมาเช่นนั้น ชายหนุ่มลุกขึ้นด้วยท่าทางไม่พอใจ ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยนำเสียงกระด้าง “นางเป็นของกระหม่อมพ่ะย่ะค่ะ หากฝ่าบาทต้องการแต่งตั้งให้นางเป็นนางสนม กระหม่อมจะพานางหนีออกไปจากแคว้นเซี่ย แล้วจะไม่กลับมาเหยียบที่นี่อีกเลย” ฮ่องเต่เซี่ยเฟยหลงเพียงต้องการหยั่งเชิงดูความรู้สึกของหลานชายเท่านั้น พระองค์ไม่คิดว่าเจ้าเด็กคนนี้จะแสดงท่าทีจริงจังออกมามากมายถึงเพียงนี้ เห็นทีรายงานที่ถูกส่งมาจากกองทัพจะเป็นเรื่องจริงเสียแล้วกระมัง “เจ้าชอบนางอย่างนั้นหรือ” เซี่ยหวายอีพึ่งรู้สึกตัวว่าตนเองถูกผู้เป็นลุงเล่นงานเข้าให้แล้ว ร่างสูงมีท่าทีอึกอัก ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ “พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมยอมรับ แต่นางคิดเช่นไรนั้นตอนนี้ยังไม่รู้” ฮ่องเต้เซี่ยเฟยหลงที่เฝ้ามองการเติบโตของเด็กคนนี้อย่างใกล้ชิด มีหรือที่พระองค์จะไม่รู้ว่าเขาคิดอย่างไร แต่หลายปีมานี้เด็กที่ทำทุกอย่างได้เป็นอย่างดีมาตลอด แม้กระทั่งตอนที่มาขออนุญาตตนเข้าร่วมกองทัพตั้งแต่อายุยังน้อย พระองค์ก็ไม่เคยเห็นเขามีท่าทีจนมุมเช่นนี้มาก่อน “เสด็จพ่อของเจ้าคงจะดีใจที่ได้เห็นบุตรชายของตนเริ่มมองหาสตรีแล้ว หากเจ้ายังครองตัวเป็นโสดอยู่เช่นนี้ต่อไป อีกไม่นานคงมีข่าวลือออกไปว่าจิ้นอ๋องกลายเป็นพวกตัดแขนเสื้อ” ฮ่องเต้เซี่ยเฟยหลงเอ่ยถึงน้องชายร่วมอุทรผู้ล่วงลับของตนด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย ตั้งแต่ที่เซี่ยหวายอีอายุห้าขวบ อดีต จิ้นอ๋องก็ด่วนจากไปด้วยโรคร้าย จิ้นหว่างเฟยที่ต้องสูญเสียสามีไปอย่างกะทันหันยอมรับไม่ได้ถึงกับล้มป่วย และเพียงไม่นานพระนางก็มาจากไปอีกคน เซี่ยหวายอีที่ในเวลานั้นอายุยังน้อย ต้องมาแบกรับทุกอย่างเอาไว้ด้วยตนเอง ยังดีที่ฮ่องเต้รับเขาเข้ามาอยู่ในความดูแล พระองค์เลี้ยงดูเด็กชายดั่งบุตรในอุทร แม้ว่าในข่าวลือเซี่ยหวายอีจะดูเป็นคนเย็นชาและอำมหิต แต่ความเป็นจริงแล้วเขานั้นอ่อนไหวและมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นยิ่งนัก“อ่า!!!ยอดรัก แบบนั้นและ ข้าต้องการแบบนั้น ดันมันเข้ามาอีก แรงกว่านี้ ลึกกว่านี้”เสียงหวานเอ่ยขอร้องด้วยความต้องการที่พุ่งขึ้นสุดขีด เซี่ยหวายอีเองก็ไม่ยอมปล่อยให้นางต้องรอนาน เขากระแทกลงไปแรงๆ ถี่รัว เสียงดัง ปัก ปัก เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังอยู่เป็นนาน กว่าที่สองร่างจะสะท้านเฮือกขึ้นพร้อมกัน หยวนชิงหลิงแตะถึงจุดสุดยอดก่อน นางบีบรัดเขาจนเซี่ยหวายอีทนไม่ไหว จำต้องปลดปล่อยความต้องการของตนเองเข้าไปในกายนนางเต็มที่ทุกหยาดหยด“อ่า!!!ที่รักข้าแตกแล้ว เสร็จแล้ว ข้าเสร็จภายในกายของเจ้าแล้ว”ร่างสูงฟุบหน้าลงไปบนลำคอขาวผ่องของนาง ทั้งที่ยังมิได้ถอดถอนความเป็นชายออกไป นางรู้สึกได้ว่ามันกำลังกระตุกอยู่ภายใน ความเสียวกระสันที่พึ่งผ่านไปมันได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง สองร่างที่พึ่งสงบศึกไปได้ไม่นาน ได้เริ่มก่อสงครามวสันต์ขึ้นอีกครั้ง และอีกครั้ง จนกระทั่งรุ่งอรุณของวันใหม่ได้มาเยือนหยวนชิงหลิงตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดเมื่อยไปทั้งกาย ช่างแตกต่างจากอีกคนที่ยังคงมีเรี่ยวแรงเต็มกำลัง เหมือนพึ่งได้รับน้ำทิพย์ชโลมจิตใจ“ท่านรังแกข้ามาทั้งคืนแล้ว ต่อจากนี้ต้องดูแลปรนนิบัติรับใช้ข้าอย่างที่พูดด้วย”เซี่ยหวายอีกดจู
“เช่นนั้นให้ข้าปรนนิบัติเจ้าดีหรือไม่ ฮูหยิน”หยวนชิงหลิงไม่คิดว่าตนเองจะมาได้ยินคำพูดเช่นนี้ออกมาจากปากของเขา ใบหน้างามที่ยามนี้ไร้เครื่องประทินโฉมมันช่างงดงามเกลี้ยงเกลาดูสะอาดตาไม่ต่างจากเด็กทารก ดวงตาคมของเซี่ยหวายอีที่มองอยู่นั้นอดที่จะกดจูบไปที่แก้มของนางมิได้“ฮูหยิน วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าเป็นของข้าอย่างสมบูรณ์”ก่อนงานแต่งงานหลายวัน เขาได้สอบถามและศึกษาเรื่องบนเตียงมาจากสหายร่วมรบมาแล้ว เกี่ยวกับการทำให้สตรีมีความสุขในคืนเข้าหอ ร่างสูงค่อยๆ แทะเล็มริมฝีปากอวบอิ่มของนางช้าๆ มือสองข้างที่ยังว่างอยู่ก็ไม่หยุดนิ่ง เขาสัมผัสนางไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย แม้เวลานี้ทั้งสองจะสวมใส่อาภรณ์แต่ก็ยังรับรู้ถึงสัมผัสของกันและกันได้ความรู้สึกแปลกใหม่ที่นางได้รับในเวลานี้ช่างแตกต่างจากที่ผ่านมาที่เขาเคยสัมผัสนางอย่างสิ้นเชิง ท้องน้อยของนางในเวลานี้มันเหมือนกับมีบางอย่างขมวดเข้าหากันจากนั้นจึงคลายออก ทุกการสัมผัสจากเขามันทำให้ข่นอ่อนในกายนางพร้อมใจกันลุกชูชันขึ้นลิ้นร้อนของเซี่ยหวายอีเริ่มรุกล้ำเข้ามาในอาณาเขตของหยวนชิงหลิง ร่างสูงสอดลิ้นหนาเข้าไปในปากของนางเกี่ยวกระหวัดรัดรึงลิ้นนุ่มหยุ่นอย่างเชื่อ
“ทุกอย่างเป็นเพราะความโลภในอำนาจของท่านมากกว่า อย่าได้มากความเลย มาสู้กันให้รู้แพ้ชนะเสียแต่วันนี้ หากข้าหยวนชิงหลิงพ่ายแพ้และจะต้องตาย ข้าก็จะไม่มีวันเสียใจต่อสิ่งที่ข้าได้เลือก”การต่อสู้อย่างดุเดือดของทั้งสองยังคงดำเนินต่อไป แม้หยวนชิงหลิงจะมีสรีระที่เป็นรอง แต่กำลังของนางกลับมีมากล้นจนน่าเหลือเชื่อ ทุกครั้งที่ง้าวของนางฟันลงไป ฉินฮ่องเต้แทบจะทนรับแรงของนางไม่ไหว“เจ้า!!...เจ้าทำเช่นนั้นได้อย่างไร!! เจ้าเป็นเพียงสตรีในห้องหอเท่านั้น เหตุใดถึงมีพละกำลังที่เหนือกว่าข้า จงบอกมา”หยวนชิงหลิงยกยิ้มภายใต้หมวกเหล็กสีดำ ก่อนเอ่ยออกมาเสียงดัง แต่เสียงของนางกลับไม่เหมือนเสียงของนาง เพราะมันมีหลายเสียงดังประสานกันขึ้น“เพราะบรรพบุรุษซวนหยวนของข้าอย่างไรเล่า พวกเขาจะคอยอยู่เคียงข้าเสมอ ไม่ว่าข้าจะต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่แข็งแกร่งมากกว่าเพียงใดก็ตาม จงรับผลกรรมที่กระทำมาทั้งหมดเสียเถิด ข้าผู้นี้จะเป็นคนลงโทษเจ้าเอง”หยวนชิงหลิงฟันง้าวในมือลงไปอีกครั้งจนสุดแรง ในที่สุดทวนของฉินฮ่องเต้ก็ทนรับแรงนั้นไม่ไหว มันถูกฟันหักออกเป็นสองท่อน และตั้งแต่หัวไหล่ลงไปจนถึงกลางอกของเขา ถูกฟันทะลุชุดเกราะจนสะพายแล่
“เจ้าจงนำสารนี้ไปบอกแก่ผู้นำทัพคนต่อไปของพวกเจ้าซะ ข้าจิ้นอ๋องจะรออยู่ที่นี่ หากไม่ยอมแพ้พวกเขาจะมีจุดจบไม่ต่างจากหลี่ฮั่งชาง แต่ถ้ายอมแพ้ก็จะมีเพียงคนผู้เดียวเท่านั้นที่ต้องถูกสังหาร”เอ่ยจบร่างสูงก็กระโดดขึ้นหลังม้า ก่อนจะควบกลับเข้าเมืองจิ่งโจวไป ทิ้งความวุ่นวายโกลาหลเอาไว้เบื้องหลังหยวนชิงหลิงที่แฝงตัวอยู่ในกองทัพมานานนับเดือน เวลานี้นางได้รู้แล้วว่ามีใครบ้างที่อยู่คนละฝั่งกับหลี่ฮั่งชาง และมีใครบ้างที่หักหลังบิดาของนางในตอนนั้น ใบหน้างามข่มความโกรธแค้นเอาไว้ในส่วนลึก เพราะยังไม่ถึงเวลาที่น่าจะเปิดเผยตัวตอนนี้นางวางแผนที่จะปลุกปั่นให้พวกเขาแตกแยกออกเป็นสองฝ่าย ผู้ที่ไม่คิดยอมแพ้เหล่านั้นต่างก็นำทัพออกไปต่อสู้กับจิ้นอ๋องในสนามรบ สุดท้ายจุดจบของพวกเขาล้วนไม่ต่างกันทหารสามแสนนายในกองทัพเวลานี้เหลือไม่ถึงครึ่ง เพราะการกระทำที่แสนอวดดีของพวกเขา คิดว่าตนเองมีพันธมิตรจากต่างแคว้นแล้วจะสามารถหยิ่งผยองได้ ตัวอย่างมีให้เห็นแล้ว แม่ทัพแคว้นฉินสามคนถูกตัดหัวแขวนประจานเอาไว้ที่ประตูเมือง สร้างความหวาดกลัวแก่กองทัพฉินยิ่งนัก“บังอาจนัก!! เจ้าเด็กที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมผู้นั้น กล้ามาอวดดีก
“พวกเราชาวเฉิงโจว ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับสงครามที่ฮ่องเต้ชั่วนั่นก่อขึ้นหรอก ไปเสียได้ก็ดีที่นี่ไม่จำเป็นต้องมีเจ้าเมือง เขาอยู่ที่นี่ก็เอาแต่กดขี่ชาวบ้านบังคับให้ขุดภูเขา แต่กลับไม่บอกว่าขุดหาอะไร ก่อนหน้านี้ก็เกิดการต่อสู้ขึ้นที่หุบเขาหินนั่น จิ้นอ๋องสังหารอะไร ตอนนั้นข้าไปตรวจดูสภาพของที่นั่นเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต เป็นพวกเขาที่สังหารกันเอง ไม่มีร่องรอยของผู้บุกรุกเลยสักนิด อีกทั้งคนที่หนีรอดมาจากที่นั่นก็พูดเหมือนกันว่า คนของเฉิงอ๋องจู่โจมคนขององค์ชายห้า ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันจนถึงเช้า และองค์ชายห้าได้รับบาดเจ็บสาหัสกลับมา เป็นข้าที่รักษาให้เขาจนรอดมาได้”หยวนชิงหลิงกระจ่างแล้วว่าเสียงต่อสู้ในคืนนั้นคืออะไร ตอนนั้นคนขององค์ชายห้าช่างมาได้เหมาะเจาะตรงเวลาเสียจริง“ท่านหมอ ท่านแน่ใจหรือขอรับ วันเวลาท่านได้บันทึกเอาไว้หรือไม่”“วะ!!! เจ้าหนุ่มนี่ ข้าเป็นหมอมายี่สิบปี ข้าบันทึกทุกอย่างเอาไว้เป็นหลักฐานทั้งหมด ถ้าหากเจ้าไม่เชื่อข้าจะเอาให้เจ้าดูก็ได้ เจ้าคนที่รอดชีวิตมาในตอนนั้น ข้าเองก็รักษาเขาจนหายดีแล้ว”หยวนชิงหลิงยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม นางลุกขึ้นจับแขนของท่านหมอเขย่าเบาๆ ก่อนจะเอ่ย
หลายครั้งที่เขาเองก็ถูกฟันและถูกแทง มีเพียงเสียงดังเคร้ง!! ขึ้นเท่านั้น แต่ร่างกายของเขากลับไม่รู้สึกว่าตนเองได้รับบาดเจ็บที่ใดเลย คนตระกูลซวนหยวนช่างเก่งกาจยิ่งนัก ที่สามารถสร้างอาวุธที่แข็งแกร่งจนน่าหวาดกลัวพวกนี้ขึ้นมาได้ เขาเองก็ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหากพวกมันไปตกอยู่ในกำมือของจอมทรราชที่บ้าอำนาจ แผ่นดินจะลุกเป็นไฟเช่นไรหนึ่งชั่วยามต่อมา เสียงการต่อสู้ได้เงียบลงหรือจะพูดให้ถูกคือการสังหารอยู่ฝ่ายเดียว ศพที่ไม่สมประกอบกระจุยกระจายเกลื่อนพื้นดิน ไม่มีร่างไหนที่ยังอยู่ครบสมบูรณ์เลยสักร่าง เลือดสดๆ ไหลเจิ่งนองเต็มพื้นดิน เหมือนสายฝนที่พึ่งหยุดตกไปได้ไม่นานเซี่ยหวายอีหลับตาลงสักพักก่อนลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดคนตระกูลซวนหยวนถึงได้พ่ายแพ้ในการสู้รบ ทั้งที่พวกเขามีอาวุธชั้นดีอยู่ในมือ ก่อนหน้านี้เขาได้ฟังเรื่องราวเพียงคร่าวๆ เท่านั้น สงสัยหลังเสร็จจากศึกในครั้งนี้คงต้องขออ่านบันทึกม้วนนั้นของตระกูลซวนหยวนจากหยวนชิงหลิงเสียแล้วร่างสูงเดินไปยังม้าที่วิ่งเตลิดเพราะการต่อสู้ไปไม่ไกล ก่อนจะกระโดดขึ้นหลังของมัน จากนั้นเร่งควบไปยังเส้นทางเมืองจิ่งโจว สถานที่ที่จะต้องสะสางและยุ
“มาเถอะ ในเมื่อเจ้าคิดที่จะติดตามข้าแล้ว เช่นนั้นก็พาข้าไปที่แห่งนั้น เพราะตอนนี้ข้ายังมีภารกิจสำคัญที่ต้องช่วยเหลือครอบครัวอยู่”หยวนชิงหลิงควบม้าตรงไปยังเส้นทางที่นางได้ฟังมาจากเถ้าแก่ร้านบะหมี่ เมื่อนางควบม้ามาถึงตีนภูเขาหินก็เป็นเวลาดึกมากแล้ว เพราะว่าขี่ม้ามาจึงทำให้ไปย่นระยะเวลาในการเดินทางได
ร่างบางในคราบหนุ่มน้อยกล่าวขอบคุณนางจากนั้นจึงปิดประตูห้อง ห้องเล็กห้องนี้ถูกทำความสะอาดเป็นอย่างดี แสดงให้เห็นว่าฮูหยินเถ้าแก่ร้านบะหมี่นั้นเข้ามาทำความสะอาดอยู่เป็นประจำ ทำให้นางรู้สึกคิดถึงมารดาของตนขึ้นมาทันที“ท่านแม่ ตอนนี้ท่านอยู่ที่ไหนกันแน่”ทางด้านของเซี่ยหวายอี แม้เวลานี้จะยังไม่มีข่าวคร
“พ่อหนุ่ม เจ้าไม่ใช่คนที่นี่ใช่หรือไม่ หน้าตาไม่คุ้นเลย”หยวนชิงหลิงกระแอมไอเล็กน้อยเพราะสำลักน้ำซุป จนเถ้าแก่วัยกลางคนต้องรีบเทน้ำชาส่งให้นาง“เถ้าแก่ท่านรู้ได้อย่างไร”เถ้าแก่ร้านบะหมี่ถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างท้อแท้“จะไม่รู้ได้อย่างไร ข้าที่ขายบะหมี่ที่นี่มายี่สิบปีมีใครบ้างที่ข้าไม่รู้จัก อีกย่า
“หลิงเอ๋อ ข้าเองก็ไม่ชอบใจนักที่จะต้องแยกจากเจ้า แต่ที่ชายแดนนั้นอันตรายยิ่งนัก ไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะเกิดเหตุการณ์ใดขึ้นบ้าง แต่ถ้าหากเจ้าอยู่ที่นี่ภายในจวนจิ้นอ๋อง เช่นนั้นข้าก็จะได้ทำหน้าที่ของตนได้วางใจ เพราะว่าเจ้ายังปลอดภัยอยู่ในอาณาเขตของข้า”หยวนชิงหลิงเข้าใจในความหมายที่เขากำลังสื่อ แต่ที่น







