Share

แผนการอันแยบยล

Author: zuey
last update publish date: 2026-03-26 06:08:46

“พระองค์คิดอย่างไรเพคะ ถ้าหากว่าจะยึดเฉิงโจวมาเป็นของแคว้นเซี่ย หม่อมฉันเพียงถามความเห็นดูเท่านั้น หากพระองค์คิดว่ามันไม่คุ้มที่จะเสี่ยงให้เกิดสงครามระหว่างสองแคว้น เช่นนั้น ก็ช่างมันเถิด หม่อมฉันเองก็มิได้ยึดติดกับทรัพย์สินเงินทองเหล่านั้น ห่วงเพียงแต่ว่าหากชุดเกราะและอาวุธตกอยู่ในมือของฉินฮ่องเต้ มันจะกลายเป็นภัยต่อแคว้นน้อยใหญ่ที่อยู่รอบๆ เพคะ”

เรื่องราวเป็นอย่างที่หยวนชิงหลิงกำลังเป็นห่วง ที่อดีตเฉิงอ๋องขอย้ายตนเองมาอยู่ที่เมืองเฉิงโจว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขาได้อ่านบันทึกของบรรพบุรุษตระกูลฉินตั้งแต่เริ่มก่อตั้งราชวงศ์เข้าโดยบังเอิญ

การก่อกบฏจึงได้เริ่มต้นวางแผนขึ้นตั้งแต่ตอนนั้น ผ่านไปเกือบยี่สิบปี การค้นหาห้องลับของตระกูลซวนหยวนที่อยู่ในบันทึกวิธีการสร้างอาวุธและชุดเกราะที่ดีที่สุดของซวนหยวน แม้แต่ทวนเหล็กก็ไม่สามารถสร้างรอยขีดข่วนให้มันได้ หากเขาได้ครอบครองพวกมันแผ่นดินนี้ต้องอยู่ในกำมือเขาแน่

ความคิดของเฉิงอ๋องในเวลานั้นเขามิได้คิดครอบครองแค่เพียงบัลลังก์แคว้นฉินเท่านั้น แต่ความต้องการของเขาไม่ต่างจากฮ่องเต้ผู้ก่อตั้งราชวงศ์ฉิน เข้าต้องการขึ้นเป็นจักรพรรดิผู้ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของแผ่นดินแต่เพียงผู้เดียว

“ความจริงเราเองก็คิดถึงเรื่องนี้เช่นเดียวกัน แต่หากเราเป็นผู้ที่เริ่มก่อสงครามโดยที่แคว้นฉินไร้ความผิด เช่นนั้นเราคงต้องถูกตราหน้าว่าเป็นฮ่องเต้บ้าอำนาจไม่ต่างจากอดีตฉินฮ่องเต้แน่”

หยวนชิงหลิงเมื่อได้ฟังเช่นนั้น นางก็ถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ นางจะกระตุ้นฮ่องเต้ผู้นี้ให้รู้ถึงภัยที่กำลังใกล้เข้ามาอย่างไรดี

“หม่อมฉันผู้ที่ได้อ่านบันทึกของบรรพบุรุษ ตอนที่ไปช่วยครอบครัว กำลังเป็นห่วงว่าฉินฮ่องเต้องค์ปัจจุบันอาจจะกำลังคิดการใหญ่อะไรบางอย่าง พระองค์ถึงได้ทิ้งเวลาที่จะก่อกบฏเอาไว้เนิ่นนานถึงเพียงนี้ บางทีเหตุผลนั้นอาจเป็นเพราะยังหาอาวุธหรือชุดเกราะพวกนั้นยังไม่พบก็เป็นได้นะเพคะ”

เซี่ยหวายอีนั่งฟังการสนทนาของบุคคลทั้งสองโดยที่มิได้เอ่ยสิ่งใดขึ้นมาตั้งแต่ต้น เขาที่คร่ำหวอดอยู่ในสนามรบมาเกือบสิบปี มองว่าเรื่องนี้มีนัยสำคัญบางอย่าง

การที่ฉินฮ่องเต้จะกระทำการเคลื่อนกองทัพเพื่อรุกรานดินแดนของแคว้นอื่น หากกระทำเช่นนั้นโดยไร้เหตุผลเขาจะต้องถูกตราหน้าว่าเป็นทรราชของแผ่นดิน และแคว้นอื่นๆ จะต้องผนึกกำลังกันต่อต้านทำให้การรวมแผ่นดินของเขาต้องล้มเหลวแน่

หรือต่อให้เขารวมแผ่นดินได้สำเร็จและขึ้นเป็นจักรพรรดิได้ ก็คงจะไม่มีใครให้ความเคารพอย่างจริงใจ คงมีเพียงความหวาดกลัวและยำเกรงเพราะอำนาจในมือเท่านั้น เมื่อถึงเวลาที่ฉินฮ่องเต้จากไป แคว้นน้อยใหญ่ที่อยู่ใต้อาณัติจะต้องก่อการกบฏแน่

แต่หากต้องการครอบครองแผ่นดินโดยชอบธรรม เช่นนั้นเขาจะต้องสร้างสถานการณ์บางอย่างขึ้น เพื่อที่จะได้โจมตีแคว้นนั้นได้อย่างไร้ข้อครหา เมื่อคิดได้ดังนั้นเซี่ยหวายอีที่นั่งเงียบมาตลอดก็ลุกพรวดขึ้น ก่อนจะมองไปยังฮ่องเต้ด้วยสายตาเป็นคำถาม

“แย่แล้ว!!องค์ชายใหญ่อยู่ที่ใดหรือพ่ะย่ะค่ะ”

หยวนชิงหลิงและฮ่องเต้หันมองหน้ากัน ทั้งสองไม่เข้าใจว่าเหตุใดเขาต้องแสดงท่าทางตื่นตระหนกเพียงนั้น

“จะอยู่ที่ใดได้เล่า เขาก็ต้องอยู่ที่ตำหนักองค์ชายใหญ่ของเขาน่ะสิ เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าเจ้าเป็นคนขอให้ข้ากักบริเวณเขาเอาไว้ จนกว่าเรื่องทุกอย่างจะกระจ่าง”

เซี่ยหวายอีพรวดพราดออกจากห้องทรงงานในตำหนักคุนหนิงไป ก่อนจะเรียกหาคนของตนที่ยืนรออยู่ด้านนอก

“เข่อซิง รีบให้คนไปตรวจสอบดูว่าองค์ชายใหญ่ยังอยู่ที่ตำหนักหรือไม่ พาทหารไปมากหน่อย ถ้าใครกล้าขัดขวางจัดการได้ทันที บอกว่านี่เป็นคำสั่งของข้า”

“พ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋อง”

เข่อซิงประสานมือรับบัญชา ก่อนจะพาทหารออกจากวังหลวงเพื่อไปยังตำหนักขององค์ชายใหญ่ ร่างสูงถอนหายใจออกมาอย่างหนักใจ ขอให้ทันทีเถอะไม่อย่างนั้นได้เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแน่ หยวนชิงหลิงที่เห็นชายหนุ่มวิ่งพรวดพราดออกมาจากตำหนักคุนหนิงด้วยท่าทางร้อนรน นางเองก็รู้สึกเป็นห่วงจึงได้เดินตามออกมาเช่นกัน

“เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นหรือ เหตุใดต้องให้เข่อซิงพาทหารไปด้วย”

เซี่ยหวายอีหันมาทางร่างเล็กก่อนจับมือของนางเอาไว้หลวมๆ

“เข้าไปคุยข้างในเถอะ”

แม้เจ้าตัวจะยังถูกกักบริเวณ แต่หูตาขององค์ชายใหญ่ล้วนมีอยู่ทุกที่ เขาจะเสี่ยงให้เรื่องนี้ถูกเปิดเผยมิได้

“กลับมาแล้วหรือ ทีนี้จะบอกเราได้หรือยังว่ามีเรื่องเร่งด่วนอะไรกันแน่ ถึงได้รีบร้อนออกไปเช่นนี้”

เซี่ยหวายอีกราบทูลเรื่องที่เขาคาดเดาเอาไว้ในใจแก่ฮ่องเต้ เพราะเขาคิดว่าฉินฮ่องเต้จะต้องใช้เรื่องนี้เป็นชนวนในการก่อสงครามแน่

หนึ่งชั่วยามต่อมา เข่อซิงและทหารผู้ติดตามย้อนกลับมายังวังหลวงอีกครั้ง ทุกคนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเพราะเกิดการปะทะขึ้นที่ตำหนักขององค์ชายใหญ่ และเข่อซิงได้รายงานว่าองค์ชายใหญ่ยังคงเก็บตัวอยู่แต่เพียงภายในตำหนัก มิได้ออกไปที่ใด ตามคำสั่งของฮ่องเต้

เซี่ยหวายอียังคงรู้สึกแคลงใจในการกระทำขององค์ชายใหญ่ เขาคิดว่าการคาดเดานี้น่าจะไม่มีข้อผิดพลาด ดูเหมือนตอนนี้เขากำลังพลาดบางอย่างไป

ช่วงเวลาที่เซี่ยหวายอียังคงหารือกับฮ่องเต้เซี่ยอยู่ที่เมืองหลวง กองทัพแคว้นฉินก็เข้าประชิดชายแดนเมืองจิ่งโจวทันที แต่ที่นั่นยังมีชางรุ่ยที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพรักษาการแทนชั่วคราว ระหว่างที่เซี่ยหวายอีกับเข่อซิงออกตามหาหยวนชิงหลิง

เหตุผลที่แคว้นฉินใช้โจมตีแคว้นเซี่ยในตอนนี้ก็คือ แคว้นเซี่ยได้ทำลายสนธิสัญญาสงบศึกระหว่างกัน และจิ้นอ๋องได้ลอบเข้าไปยังเมืองเฉิงโจวที่ตั้งอยู่ในเขตแดนของแคว้นฉินเพื่อลอบสังหารองค์ชายห้า พระโอรสเพียงพระองค์เดียวของฉินฮ่องเต้ ข่าวนี้ได้ถูกกระพือออกไปทั่วทุกแคว้นและทุกคนต่างก็เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง

เรื่องนี้สร้างความเศร้าโศกเสียใจแก่ราชวงศ์แคว้นฉินยิ่งนัก ฉินฮ่องเต้ได้ส่งราชทูตเดินทางมายังแคว้นเซี่ยเพื่อเรียกร้องให้ฮ่องเต้เซี่ยส่งตัวจิ้นอ๋องออกมารับผิดชอบต่อการกระทำของตน ยังมีแคว้นน้อยใหญ่ที่เป็นพันธมิตรต่างก็ออกมาประณามการกระทำของจิ้นอ๋องด้วย

หยวนชิงหลิงไม่คิดว่าเรื่องที่เซี่ยหวายอีคาดการเอาไว้ก่อนหน้านี้จะเป็นเรื่องจริง เขาคิดว่าองค์ชายใหญ่จะต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อให้เขาหลุดจากตำแหน่งแม่ทัพ แต่ไม่คิดว่าเขาจะกล้าสังหารองค์ชายห้าเพื่อให้แผนของตนเองประสบผลสำเร็จ แต่ตัวเขาอยู่ที่นี่แล้วเขาทำเช่นนั้นได้อย่างไร

ขุนนางในราชสำนัก ที่อยู่ฝั่งองค์ชายใหญ่เองก็ถวายฎีกาต่อฮ่องเต้ไม่เว้นแต่ละวัน เพื่อให้ส่งตัวจิ้นอ๋องไปยังแคว้นเซี่ย เพราะพวกเขาเกรงว่าแคว้นฉินจะผนึกกำลังกับแคว้นข้างเคียงเพื่อโจมตีแคว้นเซี่ยเพียงแคว้นเดียว เมื่อถึงตอนนั้นต่อให้ส่ง จิ้นอ๋องไป ทุกอย่างก็คงจะสายเกินไปแล้ว

“ฝ่าบาท พระองค์ทรงต้องตัดสินใจได้แล้วนะเพคะ หม่อมฉันขอเวลาเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น ช่วงนี้ขอให้พระองค์ทรงถ่วงเวลาพวกเขาเอาไว้ก่อน ได้หรือไม่”

ฮ่องเต่เซี่ยมีท่าทางคิดหนัก พระองค์รู้ว่าหลายแคว้นต่างยำเกรงต่อความสามารถของจิ้นอ๋อง แต่ถ้าเขาส่งตัวจิ้นอ๋องไปยังแคว้นฉินก็ไม่ต่างจากส่งเนื้อเข้าปากเสือ และหากต้องให้เขาส่งหลานชายที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขที่เหลือเพียงคนเดียวของน้องชายให้ไปอยู่ในกำมือของศัตรู เขาไม่มีทางทำเช่นนั้นแน่ ต่อให้ต้องเปิดศึกกับแคว้นเซี่ย หรือแคว้นอื่นๆ ก็ตามที

“ได้ เราให้เวลาเจ้าหนึ่งเดือน หนึ่งเดือนเท่านั้น ท่านหญิงลู่จิวได้โปรดช่วยอีเอ๋อด้วย ความอยู่รอดของเขาอยู่ในกำมือของเจ้าแล้ว”

หยวนชิงหลิงคุกเข่าประสานมือลงตรงหน้าชายวัยกลางคน ก่อนเดินออกจากวังหลวงไปด้วยท่าทางเด็ดเดี่ยว

ในระหว่างที่กำลังทำการเจรจาส่งตัวจิ้นอ๋องให้แคว้นฉิน หยวนชิงหลิงเข่อซิงและคนอีกจำนวนหนึ่ง ลอบเดินทางกลับไปยังเฉิงโจวอีกครั้ง ครั้งนี้นางใช้ทางลัดที่สั้นที่สุด และเป็นเส้นทางที่เจ้าม้าเป็นผู้นำทางพวกนางไป หยวนชิงหลิงได้แต่หวังว่านางจะกลับมาทันก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

“ตอนนี้ท่านอ๋องกำลังถูกกักตัวเอาไว้ภายในตำหนัก ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ดั่งใจ เมื่อพวกเจ้าเดินทางถึงหุบเขาหิน ก็จงทำการขนย้ายอาวุธและชุดเกราะไปยังจิ่งโจวได้เลย ไม่จำเป็นต้องรอข้า”

เอ่ยจบนางก็ควบม้าไปอีกเส้นทางทันที มิได้บอกเอาไว้ว่านางต้องการที่จะทำสิ่งใดกันแน่ เวลานี้นางวางเรื่องทั้งหมดเอาไว้ที่เดิมพันนี้เท่านั้น นางไม่รู้ว่ามันจะสำเร็จหรือว่าแผนการนี้จะคร่าชีวิตของนาง แต่หยวนชิงหลิงยังเชื่อมั่นว่าในกองทัพยังมีคนที่เชื่อมั่นในตัวบิดาและตระกูลหยวนของนางอยู่

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   บทส่งท้าย ชีวิตอิสรเสรี

    “อ่า!!!ยอดรัก แบบนั้นและ ข้าต้องการแบบนั้น ดันมันเข้ามาอีก แรงกว่านี้ ลึกกว่านี้”เสียงหวานเอ่ยขอร้องด้วยความต้องการที่พุ่งขึ้นสุดขีด เซี่ยหวายอีเองก็ไม่ยอมปล่อยให้นางต้องรอนาน เขากระแทกลงไปแรงๆ ถี่รัว เสียงดัง ปัก ปัก เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังอยู่เป็นนาน กว่าที่สองร่างจะสะท้านเฮือกขึ้นพร้อมกัน หยวนชิงหลิงแตะถึงจุดสุดยอดก่อน นางบีบรัดเขาจนเซี่ยหวายอีทนไม่ไหว จำต้องปลดปล่อยความต้องการของตนเองเข้าไปในกายนนางเต็มที่ทุกหยาดหยด“อ่า!!!ที่รักข้าแตกแล้ว เสร็จแล้ว ข้าเสร็จภายในกายของเจ้าแล้ว”ร่างสูงฟุบหน้าลงไปบนลำคอขาวผ่องของนาง ทั้งที่ยังมิได้ถอดถอนความเป็นชายออกไป นางรู้สึกได้ว่ามันกำลังกระตุกอยู่ภายใน ความเสียวกระสันที่พึ่งผ่านไปมันได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง สองร่างที่พึ่งสงบศึกไปได้ไม่นาน ได้เริ่มก่อสงครามวสันต์ขึ้นอีกครั้ง และอีกครั้ง จนกระทั่งรุ่งอรุณของวันใหม่ได้มาเยือนหยวนชิงหลิงตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดเมื่อยไปทั้งกาย ช่างแตกต่างจากอีกคนที่ยังคงมีเรี่ยวแรงเต็มกำลัง เหมือนพึ่งได้รับน้ำทิพย์ชโลมจิตใจ“ท่านรังแกข้ามาทั้งคืนแล้ว ต่อจากนี้ต้องดูแลปรนนิบัติรับใช้ข้าอย่างที่พูดด้วย”เซี่ยหวายอีกดจู

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ช่วงเวลาแห่งความสุข

    “เช่นนั้นให้ข้าปรนนิบัติเจ้าดีหรือไม่ ฮูหยิน”หยวนชิงหลิงไม่คิดว่าตนเองจะมาได้ยินคำพูดเช่นนี้ออกมาจากปากของเขา ใบหน้างามที่ยามนี้ไร้เครื่องประทินโฉมมันช่างงดงามเกลี้ยงเกลาดูสะอาดตาไม่ต่างจากเด็กทารก ดวงตาคมของเซี่ยหวายอีที่มองอยู่นั้นอดที่จะกดจูบไปที่แก้มของนางมิได้“ฮูหยิน วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าเป็นของข้าอย่างสมบูรณ์”ก่อนงานแต่งงานหลายวัน เขาได้สอบถามและศึกษาเรื่องบนเตียงมาจากสหายร่วมรบมาแล้ว เกี่ยวกับการทำให้สตรีมีความสุขในคืนเข้าหอ ร่างสูงค่อยๆ แทะเล็มริมฝีปากอวบอิ่มของนางช้าๆ มือสองข้างที่ยังว่างอยู่ก็ไม่หยุดนิ่ง เขาสัมผัสนางไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย แม้เวลานี้ทั้งสองจะสวมใส่อาภรณ์แต่ก็ยังรับรู้ถึงสัมผัสของกันและกันได้ความรู้สึกแปลกใหม่ที่นางได้รับในเวลานี้ช่างแตกต่างจากที่ผ่านมาที่เขาเคยสัมผัสนางอย่างสิ้นเชิง ท้องน้อยของนางในเวลานี้มันเหมือนกับมีบางอย่างขมวดเข้าหากันจากนั้นจึงคลายออก ทุกการสัมผัสจากเขามันทำให้ข่นอ่อนในกายนางพร้อมใจกันลุกชูชันขึ้นลิ้นร้อนของเซี่ยหวายอีเริ่มรุกล้ำเข้ามาในอาณาเขตของหยวนชิงหลิง ร่างสูงสอดลิ้นหนาเข้าไปในปากของนางเกี่ยวกระหวัดรัดรึงลิ้นนุ่มหยุ่นอย่างเชื่อ

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   บรรพบุรุษช่วยเหลือ

    “ทุกอย่างเป็นเพราะความโลภในอำนาจของท่านมากกว่า อย่าได้มากความเลย มาสู้กันให้รู้แพ้ชนะเสียแต่วันนี้ หากข้าหยวนชิงหลิงพ่ายแพ้และจะต้องตาย ข้าก็จะไม่มีวันเสียใจต่อสิ่งที่ข้าได้เลือก”การต่อสู้อย่างดุเดือดของทั้งสองยังคงดำเนินต่อไป แม้หยวนชิงหลิงจะมีสรีระที่เป็นรอง แต่กำลังของนางกลับมีมากล้นจนน่าเหลือเชื่อ ทุกครั้งที่ง้าวของนางฟันลงไป ฉินฮ่องเต้แทบจะทนรับแรงของนางไม่ไหว“เจ้า!!...เจ้าทำเช่นนั้นได้อย่างไร!! เจ้าเป็นเพียงสตรีในห้องหอเท่านั้น เหตุใดถึงมีพละกำลังที่เหนือกว่าข้า จงบอกมา”หยวนชิงหลิงยกยิ้มภายใต้หมวกเหล็กสีดำ ก่อนเอ่ยออกมาเสียงดัง แต่เสียงของนางกลับไม่เหมือนเสียงของนาง เพราะมันมีหลายเสียงดังประสานกันขึ้น“เพราะบรรพบุรุษซวนหยวนของข้าอย่างไรเล่า พวกเขาจะคอยอยู่เคียงข้าเสมอ ไม่ว่าข้าจะต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่แข็งแกร่งมากกว่าเพียงใดก็ตาม จงรับผลกรรมที่กระทำมาทั้งหมดเสียเถิด ข้าผู้นี้จะเป็นคนลงโทษเจ้าเอง”หยวนชิงหลิงฟันง้าวในมือลงไปอีกครั้งจนสุดแรง ในที่สุดทวนของฉินฮ่องเต้ก็ทนรับแรงนั้นไม่ไหว มันถูกฟันหักออกเป็นสองท่อน และตั้งแต่หัวไหล่ลงไปจนถึงกลางอกของเขา ถูกฟันทะลุชุดเกราะจนสะพายแล่

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   เปิดโปงความจริง

    “เจ้าจงนำสารนี้ไปบอกแก่ผู้นำทัพคนต่อไปของพวกเจ้าซะ ข้าจิ้นอ๋องจะรออยู่ที่นี่ หากไม่ยอมแพ้พวกเขาจะมีจุดจบไม่ต่างจากหลี่ฮั่งชาง แต่ถ้ายอมแพ้ก็จะมีเพียงคนผู้เดียวเท่านั้นที่ต้องถูกสังหาร”เอ่ยจบร่างสูงก็กระโดดขึ้นหลังม้า ก่อนจะควบกลับเข้าเมืองจิ่งโจวไป ทิ้งความวุ่นวายโกลาหลเอาไว้เบื้องหลังหยวนชิงหลิงที่แฝงตัวอยู่ในกองทัพมานานนับเดือน เวลานี้นางได้รู้แล้วว่ามีใครบ้างที่อยู่คนละฝั่งกับหลี่ฮั่งชาง และมีใครบ้างที่หักหลังบิดาของนางในตอนนั้น ใบหน้างามข่มความโกรธแค้นเอาไว้ในส่วนลึก เพราะยังไม่ถึงเวลาที่น่าจะเปิดเผยตัวตอนนี้นางวางแผนที่จะปลุกปั่นให้พวกเขาแตกแยกออกเป็นสองฝ่าย ผู้ที่ไม่คิดยอมแพ้เหล่านั้นต่างก็นำทัพออกไปต่อสู้กับจิ้นอ๋องในสนามรบ สุดท้ายจุดจบของพวกเขาล้วนไม่ต่างกันทหารสามแสนนายในกองทัพเวลานี้เหลือไม่ถึงครึ่ง เพราะการกระทำที่แสนอวดดีของพวกเขา คิดว่าตนเองมีพันธมิตรจากต่างแคว้นแล้วจะสามารถหยิ่งผยองได้ ตัวอย่างมีให้เห็นแล้ว แม่ทัพแคว้นฉินสามคนถูกตัดหัวแขวนประจานเอาไว้ที่ประตูเมือง สร้างความหวาดกลัวแก่กองทัพฉินยิ่งนัก“บังอาจนัก!! เจ้าเด็กที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมผู้นั้น กล้ามาอวดดีก

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ศึกที่นางเป็นผู้เลือก

    “พวกเราชาวเฉิงโจว ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับสงครามที่ฮ่องเต้ชั่วนั่นก่อขึ้นหรอก ไปเสียได้ก็ดีที่นี่ไม่จำเป็นต้องมีเจ้าเมือง เขาอยู่ที่นี่ก็เอาแต่กดขี่ชาวบ้านบังคับให้ขุดภูเขา แต่กลับไม่บอกว่าขุดหาอะไร ก่อนหน้านี้ก็เกิดการต่อสู้ขึ้นที่หุบเขาหินนั่น จิ้นอ๋องสังหารอะไร ตอนนั้นข้าไปตรวจดูสภาพของที่นั่นเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต เป็นพวกเขาที่สังหารกันเอง ไม่มีร่องรอยของผู้บุกรุกเลยสักนิด อีกทั้งคนที่หนีรอดมาจากที่นั่นก็พูดเหมือนกันว่า คนของเฉิงอ๋องจู่โจมคนขององค์ชายห้า ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันจนถึงเช้า และองค์ชายห้าได้รับบาดเจ็บสาหัสกลับมา เป็นข้าที่รักษาให้เขาจนรอดมาได้”หยวนชิงหลิงกระจ่างแล้วว่าเสียงต่อสู้ในคืนนั้นคืออะไร ตอนนั้นคนขององค์ชายห้าช่างมาได้เหมาะเจาะตรงเวลาเสียจริง“ท่านหมอ ท่านแน่ใจหรือขอรับ วันเวลาท่านได้บันทึกเอาไว้หรือไม่”“วะ!!! เจ้าหนุ่มนี่ ข้าเป็นหมอมายี่สิบปี ข้าบันทึกทุกอย่างเอาไว้เป็นหลักฐานทั้งหมด ถ้าหากเจ้าไม่เชื่อข้าจะเอาให้เจ้าดูก็ได้ เจ้าคนที่รอดชีวิตมาในตอนนั้น ข้าเองก็รักษาเขาจนหายดีแล้ว”หยวนชิงหลิงยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม นางลุกขึ้นจับแขนของท่านหมอเขย่าเบาๆ ก่อนจะเอ่ย

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ข่าวลือการเสียชีวิตขององค์ชายห้า

    หลายครั้งที่เขาเองก็ถูกฟันและถูกแทง มีเพียงเสียงดังเคร้ง!! ขึ้นเท่านั้น แต่ร่างกายของเขากลับไม่รู้สึกว่าตนเองได้รับบาดเจ็บที่ใดเลย คนตระกูลซวนหยวนช่างเก่งกาจยิ่งนัก ที่สามารถสร้างอาวุธที่แข็งแกร่งจนน่าหวาดกลัวพวกนี้ขึ้นมาได้ เขาเองก็ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหากพวกมันไปตกอยู่ในกำมือของจอมทรราชที่บ้าอำนาจ แผ่นดินจะลุกเป็นไฟเช่นไรหนึ่งชั่วยามต่อมา เสียงการต่อสู้ได้เงียบลงหรือจะพูดให้ถูกคือการสังหารอยู่ฝ่ายเดียว ศพที่ไม่สมประกอบกระจุยกระจายเกลื่อนพื้นดิน ไม่มีร่างไหนที่ยังอยู่ครบสมบูรณ์เลยสักร่าง เลือดสดๆ ไหลเจิ่งนองเต็มพื้นดิน เหมือนสายฝนที่พึ่งหยุดตกไปได้ไม่นานเซี่ยหวายอีหลับตาลงสักพักก่อนลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดคนตระกูลซวนหยวนถึงได้พ่ายแพ้ในการสู้รบ ทั้งที่พวกเขามีอาวุธชั้นดีอยู่ในมือ ก่อนหน้านี้เขาได้ฟังเรื่องราวเพียงคร่าวๆ เท่านั้น สงสัยหลังเสร็จจากศึกในครั้งนี้คงต้องขออ่านบันทึกม้วนนั้นของตระกูลซวนหยวนจากหยวนชิงหลิงเสียแล้วร่างสูงเดินไปยังม้าที่วิ่งเตลิดเพราะการต่อสู้ไปไม่ไกล ก่อนจะกระโดดขึ้นหลังของมัน จากนั้นเร่งควบไปยังเส้นทางเมืองจิ่งโจว สถานที่ที่จะต้องสะสางและยุ

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   สั่งระดมพล

    หนึ่งเดือนหลังจากนั้น ฮ่องเต้เซี่ยต้องทนรับแรงกดดันของเหล่าขุนนางในราชสำนักอย่างหนัก เพราะชายแดนทั้งสี่ทิศของแคว้นเซี่ยในเวลานี้ถูกทหารของแคว้นต่างๆ เข้าประชิดหมดทุกทาง เพื่อกดดันให้พระองค์ส่งตัวจิ้นอ๋องไปยังแคว้นฉิน แต่พระองค์ทรงไม่ยินยอมองค์ชายใหญ่ที่เก็บตัวเงียบมาตลอด ได้เข้ามายังวังหลวงพร้อมเห

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ท่านนอนไม่หลับหรือ

    “ท่านอนไม่หลับอย่างนั้นหรือ หรือว่าเพราะข้านอนดิ้นจนไปรบกวนการนอนของท่านกัน ต้องขออภัย ต้องขออภัย”หยวนชิงหลิงยกมือประสานขึ้น ก่อนจะเอ่ยขออภัยเซี่ยหวายอี แต่การที่นางนอนเตียงเดียวกับเขาทำให้นางรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก เพราะอย่างนั้นนางจึงหลับสนิทจนถึงเช้าเซี่ยหวายอีมองค้อนร่างเล็กในชุดเด็กหนุ่ม

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ความอุ่นใจเมื่ออยู่ในอ้อมแขน

    “อี้เอ๋อพี่ฝากท่านแม่กับท่านย่าไว้ที่เจ้าด้วยนะ แล้วพี่จะรีบกลับมา”หยวนชิงหลิงกดกลไกเปิดห้องลับก่อนจะออกจากที่นั่นไปอย่างรวดเร็วร่างบางทะยานไปยังทางออก นางสงสัยว่าก่อนหน้านี้ที่นางได้ยินเสียงการต่อสู้ เป็นนางที่คิดไปเองหรือเกิดการต่อสู้ขึ้นจริงๆ หยวนชิงหลิงแอบไปยังทางออกที่คนของเฉิงอ๋องใช้เป็นที่

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ตระกูลซวนหยวน

    “ในบันทึกได้เขียนเอาไว้ว่า ตระกูลฉินและซวนหยวนเป็นเพียงคนกลุ่มเล็กๆ ที่ออกเดินทางเร่ร่อนอยู่ในทุ่งหญ้า ไร้แผ่นดินที่อยู่เป็นหลักแหล่ง แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป ครอบครัวของพวกเขาก็เริ่มใหญ่ขึ้นและมีสมาชิกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นหัวหน้าตระกูลจึงได้คิดสร้างดินแดนเป็นของตนเองขึ้น แต่ในระหว่างนั้นพวกเขาก็ถู

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status