LOGIN“ทุกอย่างเป็นเพราะความโลภในอำนาจของท่านมากกว่า อย่าได้มากความเลย มาสู้กันให้รู้แพ้ชนะเสียแต่วันนี้ หากข้าหยวนชิงหลิงพ่ายแพ้และจะต้องตาย ข้าก็จะไม่มีวันเสียใจต่อสิ่งที่ข้าได้เลือก”
การต่อสู้อย่างดุเดือดของทั้งสองยังคงดำเนินต่อไป แม้หยวนชิงหลิงจะมีสรีระที่เป็นรอง แต่กำลังของนางกลับมีมากล้นจนน่าเหลือเชื่อ ทุกครั้งที่ง้าวของนางฟันลงไป ฉินฮ่องเต้แทบจะทนรับแรงของนางไม่ไหว
“เจ้า!!...เจ้าทำเช่นนั้นได้อย่างไร!! เจ้าเป็นเพียงสตรีในห้องหอเท่านั้น เหตุใดถึงมีพละกำลังที่เหนือกว่าข้า จงบอกมา”
หยวนชิงหลิงยกยิ้มภายใต้หมวกเหล็กสีดำ ก่อนเอ่ยออกมาเสียงดัง แต่เสียงของนางกลับไม่เหมือนเสียงของนาง เพราะมันมีหลายเสียงดังประสานกันขึ้น
“เพราะบรรพบุรุษซวนหยวนของข้าอย่างไรเล่า พวกเขาจะคอยอยู่เคียงข้าเสมอ ไม่ว่าข้าจะต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่แข็งแกร่งมากกว่าเพียงใดก็ตาม จงรับผลกรรมที่กระทำมาทั้งหมดเสียเถิด ข้าผู้นี้จะเป็นคนลงโทษเจ้าเอง”
หยวนชิงหลิงฟันง้าวในมือลงไปอีกครั้งจนสุดแรง ในที่สุดทวนของฉินฮ่องเต้ก็ทนรับแรงนั้นไม่ไหว มันถูกฟันหักออกเป็นสองท่อน และตั้งแต่หัวไหล่ลงไปจนถึงกลางอกของเขา ถูกฟันทะลุชุดเกราะจนสะพายแล่ง หยวนชิงหลิงทะยานจากหลังม้าของตนไปถีบฉินฮ่องเต้จนตกลงมาจากหลังม้า
ภาพเหตุการณ์นั้นทุกคนต่างก็ไม่อยากจะเชื่อในสายตา เด็กสาวร่างเล็กจะสามารถเอาชนะบุรุษที่ตัวโตกว่าถึงเท่าตัวได้อย่างเฉียบขาด เสียงโห่ร้องในชัยชนะของนางดังกระหึ่มอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน หยวนชิงหลิงสะบัดเลือดออกจากง้าวของตนก่อนจะปักมันลงไปบนพื้นดิน
“สิ่งนี้ใช่หรือไม่ที่เจ้าต้องการ บันทึกการสร้างอาวุธเหล่านี้ที่ตระกูลซวนหยวนของข้ามีเอาไว้ในครอบครอง เป็นสิ่งที่บรรพบุรุษของเจ้าเองก็ต้องการเมื่อนานมาแล้ว พวกเขาถึงได้อ้างเรื่องการก่อกบฏเพื่อสังหารหมู่คนตระกูลซวนหยวนของข้า”
หยวนชิงหลิงหยิบม้วนกระดาษออกมาจากอกเสื้อ ก่อนฉีกพวกมันออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยจากนั้นจึงโปรยลงไปบนร่างของฉินฮ่องเต้ที่นอนหายใจรวยรินจมกองเลือด เขาไม่สามารถพูดออกมาได้เพราะเลือดที่มากมายที่เขากระอักออกมา มีเพียงเสียงอึกอักที่ดังอยู่ในลำคอเท่านั้น
คนสนิทขององค์ชายห้าที่คิดว่าวันนี้ตนเองก็คงจะหนีความตายไม่พ้นแน่ จึงได้ใช้ช่วงที่ทุกคนอยู่ในอาการตกตะลึงพุ่งหอกไปยังร่างของหยวนชิงหลิง
เคร้ง!!
เสียงโลหะสองชิ้นกระทบกันเสียงดัง แต่กลับไม่สามารถสร้างรอยขีดข่วนให้นางได้ เซี่ยหวายอีที่นั่งอยู่บนหลังม้าซัดทวนที่อยู่ในมือของตนไปยังร่างของบุรุษผู้นั้นลอยไปไกลปักคาพื้นดินในท่ายืน อาวุธในมือของเขาหลุดออกไปพร้อมกับลมหายใจสุดท้าย
สองกองทัพต่างถอยร่นกลับไปยังฐานที่มั่นเดิมของตน สนธิสัญญาสงบศึกของทั้งสองแคว้นได้ถูกเขียนขึ้นอีกครั้ง เวลานี้แคว้นฉินปราศจากผู้นำแล้ว และฮองเฮาก็ถูกเหล่าขุนนางปลดออกจากตำแหน่งส่งไปอยู่ตำหนักเย็นห้ามก้าวขาออกมาตลอดชีวิต จากนั้นจึงแต่งตั้งองค์ชายแปดที่เกิดจากกุ้ยเหรินเล็กๆ และอดีตฮ่องเต้ขึ้นนั่งบัลลังก์แทน
เรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในแคว้นฉินหยวนชิงหลิงไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว เพราะนางถือว่าภารกิจสุดท้ายของตนได้ลุล่วงแล้ว ส่วนองค์ชายใหญ่ที่ได้ทราบข่าวว่าพันธมิตรของตนพ่ายแพ้ให้แก่สตรีผู้หนึ่ง เขาก็เตรียมตัวที่จะหนีออกจากเมืองหลวง เพราะแผนการของตนได้ถูกเปิดโปงแล้ว แต่ก็ไม่เร็วเท่าฮ่องเต้ที่สั่งให้ทหารจับตาดูเขาเอาไว้ องค์ชายใหญ่ถูกตั้งข้อหาก่อกบฏและถูกสั่งปลดให้เป็นสามัญชน จากนั้นจึงถูกคุมขังที่สุสานราชวงศ์เซี่ยห้ามออกมาตลอดชีวิต
ส่วนคนขององค์ชายใหญ่ ชางรุ่ยได้นำกำลังทหารออกไปปราบปราม มีทั้งผู้ที่ยอมแพ้และผู้ที่ถูกสังหาร แต่สุดท้ายพวกเขาเหล่านั้นก็ไม่พ้นโทษก่อกบฏ ถูกตัดหัวเสียบประจานเอาไว้เป็นเยี่ยงอย่างนานนับเดือน
เหล่าแคว้นพันธมิตรของฉินฮ่องเต้ เมื่อได้ทราบข่าวว่าเขาได้พ่ายแพ้และถูกสังหารไปแล้ว และยังมารู้เรื่องความชั่วที่เขากระทำมาทั้งหมด ผู้นำแคว้นเหล่านั้นต่างก็เปลี่ยนสีหน้าได้อย่างรวดเร็ว ของกำนัลมีค่ามากมายถูกส่งมายังแคว้นเซี่ยเพื่อเป็นการไถ่โทษที่พวกตนหูเบา
ส่วนเรื่องอาวุธและชุดเกราะเหล่านั้น หยวนชิงหลิงมอบให้เป็นของกำนัลแด่เซี่ยหวายอี ผู้ที่จะต้องแต่งงานเป็นสามีของนางในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
“ท่านแน่ใจหรือที่จะแต่งให้ข้าเวลานี้ข้าเหลือเพียงแค่เปลือกนอกอีกแล้ว ข้าคู่ควรเป็นพระชายาจิ้นอ๋องของท่านหรือไม่”
ร่างบางในอ้อมแขนอบอุ่น เอ่ยขึ้นอย่างเย้าแหย่บุรุษที่นั่งอยู่ด้านหลัง
“ไม่เป็นไร ข้ารวย ต่อให้ตอนนี้เจ้าไม่เหลือแม้แต่อาภรณ์ห่มร่าง ข้าก็ยังยืนยันว่าจะแต่งให้เจ้า”
หยวนชิงหลิงยกมือปิดปากหัวเราะชอบใจ ในคำตอบของเขา
“เช่นนั้นท่านจะยินยอมไปกับข้าหรือไม่ ไปยังดินแดนที่บรรพบุรุษของข้าเคยอาศัยอยู่”
เซี่ยหวายอีหมุนร่างบางในอ้อมแขนของตนให้มาเผชิญหน้า ก่อนจะกดจูบลงไปที่มุมปากของนางแผ่วเบาดั่งปีกแมลงปอเล่นน้ำ
“ไม่ว่าเจ้าจะอยู่ที่ใด ข้าจะตามเจ้าไปทุกที่ไม่ว่าที่นั่นจะเป็นนรกที่แสนลำบาก หรือสวรรค์ที่แสนศิวิไลซ์ ที่ใดมีเจ้าที่นั่นย่อมต้องมีข้า”
หลังจากนั้นไม่กี่วัน งานแต่งงานระหว่างจิ้นอ๋องและท่านหญิงลู่จิวก็ได้ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ แน่นอนว่าเจ้าภาพย่อมต้องเป็นฮ่องเต้และไทเฮา หยวนชิงหลิงถูกปลุกให้ตื่นขึ้นแต่งตัวตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง เวลานี้นางนั่งอยู่อย่างเดียวดายภายในห้องหอที่ถูกตกแต่งด้วยผ้าแพรสีแดงมงคล
เสียงเปิดประตูห้องดังขึ้นแผ่วเบา ทำให้นางเปิดผ้าคลุม หน้าออกดู ร่างสูงในชุดเจ้าบ่าวสีแดงเดินโซเซมาที่นาง ก่อนจะล้มฟุบลงไปด้วยความมึนเมา
“พวกเขาให้ท่านดื่มเข้าไปมากเท่าไหร่กันแน่เนี่ย ถึงได้ประคองสติเอาไว้ไม่ได้เช่นนี้”
หยวนชิงหลิงสั่งสาวใช้ที่เฝ้าอยู่ด้านนอก ให้ยกน้ำเข้ามาและช่วยนางเปลี่ยนชุดให้จิ้นอ๋อง กว่าทุกอย่างจะเสร็จสิ้น นางก็เหนื่อยล้าจนเหงื่อโทรมกาย หยวนชิงหลิงเองก็เปลี่ยนชุดเจ้าสาวออก ก่อนจะอาบน้ำชำระกายอยู่ด้านหลังฉากกั้น
เมื่อนางกลับมายังเตียงนอน พบว่าร่างสูงกำลังนอนตะแคงมองมายังนางด้วยท่าทางเจ้าเล่ห์ ท่าทีมึนเมาดั่งเช่นก่อนหน้านี้ไม่มีให้เห็นอีกแล้ว
“นี่...ท่านหลอกข้าอย่างนั้นหรือ รู้หรือไม่ว่าขนาดตัวของท่านและข้านั้นต่างกันเพียงใด ข้าต้องเหนื่อยแทบตาย แต่ท่านกลับนอนสบายให้ข้าปรนนิบัติ มันช่างน่านัก”
หยวนชิงหลิงกอดอกก่อนสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง ด้วยอาการแง่งอน เซี่ยหวายอีที่นอนอยู่บนเตียงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จากนั้นก้าวเพียงไม่กี่ก้าวก็มาถึงตัวนาง ร่างบางถูกอุ้มจนลอยหวือขึ้นจากพื้น ก่อนที่เขาจะพานางกลับมายังเตียงนอนของทั้งสองคน
“อ่า!!!ยอดรัก แบบนั้นและ ข้าต้องการแบบนั้น ดันมันเข้ามาอีก แรงกว่านี้ ลึกกว่านี้”เสียงหวานเอ่ยขอร้องด้วยความต้องการที่พุ่งขึ้นสุดขีด เซี่ยหวายอีเองก็ไม่ยอมปล่อยให้นางต้องรอนาน เขากระแทกลงไปแรงๆ ถี่รัว เสียงดัง ปัก ปัก เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังอยู่เป็นนาน กว่าที่สองร่างจะสะท้านเฮือกขึ้นพร้อมกัน หยวนชิงหลิงแตะถึงจุดสุดยอดก่อน นางบีบรัดเขาจนเซี่ยหวายอีทนไม่ไหว จำต้องปลดปล่อยความต้องการของตนเองเข้าไปในกายนนางเต็มที่ทุกหยาดหยด“อ่า!!!ที่รักข้าแตกแล้ว เสร็จแล้ว ข้าเสร็จภายในกายของเจ้าแล้ว”ร่างสูงฟุบหน้าลงไปบนลำคอขาวผ่องของนาง ทั้งที่ยังมิได้ถอดถอนความเป็นชายออกไป นางรู้สึกได้ว่ามันกำลังกระตุกอยู่ภายใน ความเสียวกระสันที่พึ่งผ่านไปมันได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง สองร่างที่พึ่งสงบศึกไปได้ไม่นาน ได้เริ่มก่อสงครามวสันต์ขึ้นอีกครั้ง และอีกครั้ง จนกระทั่งรุ่งอรุณของวันใหม่ได้มาเยือนหยวนชิงหลิงตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดเมื่อยไปทั้งกาย ช่างแตกต่างจากอีกคนที่ยังคงมีเรี่ยวแรงเต็มกำลัง เหมือนพึ่งได้รับน้ำทิพย์ชโลมจิตใจ“ท่านรังแกข้ามาทั้งคืนแล้ว ต่อจากนี้ต้องดูแลปรนนิบัติรับใช้ข้าอย่างที่พูดด้วย”เซี่ยหวายอีกดจู
“เช่นนั้นให้ข้าปรนนิบัติเจ้าดีหรือไม่ ฮูหยิน”หยวนชิงหลิงไม่คิดว่าตนเองจะมาได้ยินคำพูดเช่นนี้ออกมาจากปากของเขา ใบหน้างามที่ยามนี้ไร้เครื่องประทินโฉมมันช่างงดงามเกลี้ยงเกลาดูสะอาดตาไม่ต่างจากเด็กทารก ดวงตาคมของเซี่ยหวายอีที่มองอยู่นั้นอดที่จะกดจูบไปที่แก้มของนางมิได้“ฮูหยิน วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าเป็นของข้าอย่างสมบูรณ์”ก่อนงานแต่งงานหลายวัน เขาได้สอบถามและศึกษาเรื่องบนเตียงมาจากสหายร่วมรบมาแล้ว เกี่ยวกับการทำให้สตรีมีความสุขในคืนเข้าหอ ร่างสูงค่อยๆ แทะเล็มริมฝีปากอวบอิ่มของนางช้าๆ มือสองข้างที่ยังว่างอยู่ก็ไม่หยุดนิ่ง เขาสัมผัสนางไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย แม้เวลานี้ทั้งสองจะสวมใส่อาภรณ์แต่ก็ยังรับรู้ถึงสัมผัสของกันและกันได้ความรู้สึกแปลกใหม่ที่นางได้รับในเวลานี้ช่างแตกต่างจากที่ผ่านมาที่เขาเคยสัมผัสนางอย่างสิ้นเชิง ท้องน้อยของนางในเวลานี้มันเหมือนกับมีบางอย่างขมวดเข้าหากันจากนั้นจึงคลายออก ทุกการสัมผัสจากเขามันทำให้ข่นอ่อนในกายนางพร้อมใจกันลุกชูชันขึ้นลิ้นร้อนของเซี่ยหวายอีเริ่มรุกล้ำเข้ามาในอาณาเขตของหยวนชิงหลิง ร่างสูงสอดลิ้นหนาเข้าไปในปากของนางเกี่ยวกระหวัดรัดรึงลิ้นนุ่มหยุ่นอย่างเชื่อ
“ทุกอย่างเป็นเพราะความโลภในอำนาจของท่านมากกว่า อย่าได้มากความเลย มาสู้กันให้รู้แพ้ชนะเสียแต่วันนี้ หากข้าหยวนชิงหลิงพ่ายแพ้และจะต้องตาย ข้าก็จะไม่มีวันเสียใจต่อสิ่งที่ข้าได้เลือก”การต่อสู้อย่างดุเดือดของทั้งสองยังคงดำเนินต่อไป แม้หยวนชิงหลิงจะมีสรีระที่เป็นรอง แต่กำลังของนางกลับมีมากล้นจนน่าเหลือเชื่อ ทุกครั้งที่ง้าวของนางฟันลงไป ฉินฮ่องเต้แทบจะทนรับแรงของนางไม่ไหว“เจ้า!!...เจ้าทำเช่นนั้นได้อย่างไร!! เจ้าเป็นเพียงสตรีในห้องหอเท่านั้น เหตุใดถึงมีพละกำลังที่เหนือกว่าข้า จงบอกมา”หยวนชิงหลิงยกยิ้มภายใต้หมวกเหล็กสีดำ ก่อนเอ่ยออกมาเสียงดัง แต่เสียงของนางกลับไม่เหมือนเสียงของนาง เพราะมันมีหลายเสียงดังประสานกันขึ้น“เพราะบรรพบุรุษซวนหยวนของข้าอย่างไรเล่า พวกเขาจะคอยอยู่เคียงข้าเสมอ ไม่ว่าข้าจะต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่แข็งแกร่งมากกว่าเพียงใดก็ตาม จงรับผลกรรมที่กระทำมาทั้งหมดเสียเถิด ข้าผู้นี้จะเป็นคนลงโทษเจ้าเอง”หยวนชิงหลิงฟันง้าวในมือลงไปอีกครั้งจนสุดแรง ในที่สุดทวนของฉินฮ่องเต้ก็ทนรับแรงนั้นไม่ไหว มันถูกฟันหักออกเป็นสองท่อน และตั้งแต่หัวไหล่ลงไปจนถึงกลางอกของเขา ถูกฟันทะลุชุดเกราะจนสะพายแล่
“เจ้าจงนำสารนี้ไปบอกแก่ผู้นำทัพคนต่อไปของพวกเจ้าซะ ข้าจิ้นอ๋องจะรออยู่ที่นี่ หากไม่ยอมแพ้พวกเขาจะมีจุดจบไม่ต่างจากหลี่ฮั่งชาง แต่ถ้ายอมแพ้ก็จะมีเพียงคนผู้เดียวเท่านั้นที่ต้องถูกสังหาร”เอ่ยจบร่างสูงก็กระโดดขึ้นหลังม้า ก่อนจะควบกลับเข้าเมืองจิ่งโจวไป ทิ้งความวุ่นวายโกลาหลเอาไว้เบื้องหลังหยวนชิงหลิงที่แฝงตัวอยู่ในกองทัพมานานนับเดือน เวลานี้นางได้รู้แล้วว่ามีใครบ้างที่อยู่คนละฝั่งกับหลี่ฮั่งชาง และมีใครบ้างที่หักหลังบิดาของนางในตอนนั้น ใบหน้างามข่มความโกรธแค้นเอาไว้ในส่วนลึก เพราะยังไม่ถึงเวลาที่น่าจะเปิดเผยตัวตอนนี้นางวางแผนที่จะปลุกปั่นให้พวกเขาแตกแยกออกเป็นสองฝ่าย ผู้ที่ไม่คิดยอมแพ้เหล่านั้นต่างก็นำทัพออกไปต่อสู้กับจิ้นอ๋องในสนามรบ สุดท้ายจุดจบของพวกเขาล้วนไม่ต่างกันทหารสามแสนนายในกองทัพเวลานี้เหลือไม่ถึงครึ่ง เพราะการกระทำที่แสนอวดดีของพวกเขา คิดว่าตนเองมีพันธมิตรจากต่างแคว้นแล้วจะสามารถหยิ่งผยองได้ ตัวอย่างมีให้เห็นแล้ว แม่ทัพแคว้นฉินสามคนถูกตัดหัวแขวนประจานเอาไว้ที่ประตูเมือง สร้างความหวาดกลัวแก่กองทัพฉินยิ่งนัก“บังอาจนัก!! เจ้าเด็กที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมผู้นั้น กล้ามาอวดดีก
“พวกเราชาวเฉิงโจว ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับสงครามที่ฮ่องเต้ชั่วนั่นก่อขึ้นหรอก ไปเสียได้ก็ดีที่นี่ไม่จำเป็นต้องมีเจ้าเมือง เขาอยู่ที่นี่ก็เอาแต่กดขี่ชาวบ้านบังคับให้ขุดภูเขา แต่กลับไม่บอกว่าขุดหาอะไร ก่อนหน้านี้ก็เกิดการต่อสู้ขึ้นที่หุบเขาหินนั่น จิ้นอ๋องสังหารอะไร ตอนนั้นข้าไปตรวจดูสภาพของที่นั่นเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต เป็นพวกเขาที่สังหารกันเอง ไม่มีร่องรอยของผู้บุกรุกเลยสักนิด อีกทั้งคนที่หนีรอดมาจากที่นั่นก็พูดเหมือนกันว่า คนของเฉิงอ๋องจู่โจมคนขององค์ชายห้า ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันจนถึงเช้า และองค์ชายห้าได้รับบาดเจ็บสาหัสกลับมา เป็นข้าที่รักษาให้เขาจนรอดมาได้”หยวนชิงหลิงกระจ่างแล้วว่าเสียงต่อสู้ในคืนนั้นคืออะไร ตอนนั้นคนขององค์ชายห้าช่างมาได้เหมาะเจาะตรงเวลาเสียจริง“ท่านหมอ ท่านแน่ใจหรือขอรับ วันเวลาท่านได้บันทึกเอาไว้หรือไม่”“วะ!!! เจ้าหนุ่มนี่ ข้าเป็นหมอมายี่สิบปี ข้าบันทึกทุกอย่างเอาไว้เป็นหลักฐานทั้งหมด ถ้าหากเจ้าไม่เชื่อข้าจะเอาให้เจ้าดูก็ได้ เจ้าคนที่รอดชีวิตมาในตอนนั้น ข้าเองก็รักษาเขาจนหายดีแล้ว”หยวนชิงหลิงยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม นางลุกขึ้นจับแขนของท่านหมอเขย่าเบาๆ ก่อนจะเอ่ย
หลายครั้งที่เขาเองก็ถูกฟันและถูกแทง มีเพียงเสียงดังเคร้ง!! ขึ้นเท่านั้น แต่ร่างกายของเขากลับไม่รู้สึกว่าตนเองได้รับบาดเจ็บที่ใดเลย คนตระกูลซวนหยวนช่างเก่งกาจยิ่งนัก ที่สามารถสร้างอาวุธที่แข็งแกร่งจนน่าหวาดกลัวพวกนี้ขึ้นมาได้ เขาเองก็ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหากพวกมันไปตกอยู่ในกำมือของจอมทรราชที่บ้าอำนาจ แผ่นดินจะลุกเป็นไฟเช่นไรหนึ่งชั่วยามต่อมา เสียงการต่อสู้ได้เงียบลงหรือจะพูดให้ถูกคือการสังหารอยู่ฝ่ายเดียว ศพที่ไม่สมประกอบกระจุยกระจายเกลื่อนพื้นดิน ไม่มีร่างไหนที่ยังอยู่ครบสมบูรณ์เลยสักร่าง เลือดสดๆ ไหลเจิ่งนองเต็มพื้นดิน เหมือนสายฝนที่พึ่งหยุดตกไปได้ไม่นานเซี่ยหวายอีหลับตาลงสักพักก่อนลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดคนตระกูลซวนหยวนถึงได้พ่ายแพ้ในการสู้รบ ทั้งที่พวกเขามีอาวุธชั้นดีอยู่ในมือ ก่อนหน้านี้เขาได้ฟังเรื่องราวเพียงคร่าวๆ เท่านั้น สงสัยหลังเสร็จจากศึกในครั้งนี้คงต้องขออ่านบันทึกม้วนนั้นของตระกูลซวนหยวนจากหยวนชิงหลิงเสียแล้วร่างสูงเดินไปยังม้าที่วิ่งเตลิดเพราะการต่อสู้ไปไม่ไกล ก่อนจะกระโดดขึ้นหลังของมัน จากนั้นเร่งควบไปยังเส้นทางเมืองจิ่งโจว สถานที่ที่จะต้องสะสางและยุ
“ในบันทึกได้เขียนเอาไว้ว่า ตระกูลฉินและซวนหยวนเป็นเพียงคนกลุ่มเล็กๆ ที่ออกเดินทางเร่ร่อนอยู่ในทุ่งหญ้า ไร้แผ่นดินที่อยู่เป็นหลักแหล่ง แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป ครอบครัวของพวกเขาก็เริ่มใหญ่ขึ้นและมีสมาชิกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นหัวหน้าตระกูลจึงได้คิดสร้างดินแดนเป็นของตนเองขึ้น แต่ในระหว่างนั้นพวกเขาก็ถู
ทุกคนส่ายหน้า เพราะความเร่งรีบทำให้พวกเขาไม่ทันได้สังเกตว่ามีการต่อสู้เกิดขึ้นหรือไม่ แต่เรื่องที่บุตรสาวบอกว่าบิดาที่ตายจากไปแล้วมาช่วยพวกตน เรื่องนี้ฟังดูแล้วน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก“ลูกพูดจริงหรือ มิใช่ว่าคิดไปเองนะ หลิงเอ๋อลูกก็รู้ว่าพ่อของลูกเขา...ตายไปแล้ว”เสียงสุดท้ายของนางเบาลงจนแทบไม่ได้ยิน
ความรู้สึกของหยวนหมิงในเวลานี้ทั้งความสุขและเศร้าผสมปนเป ถึงแม้จะมีผู้คนมากมายยกย่องสรรเสริญให้เขาเป็นดั่งยอดนักรบที่คอยปกป้องผืนแผ่นดิน แต่ในความเป็นจริงเขากลับเป็นบิดาและสามีที่ล้มเหลว หยวนหมิงไม่อาจเอ่ยขอให้ครอบครัวให้อภัยตน แต่เขาต้องการทำหน้าที่บิดาและสามีเป็นครั้งสุดท้าย“หลิงเอ๋อ ได้เวลาตื่น
หยวนชิงหลิงหยิบชุดเกราะที่วางอยู่มุมหนึ่งขึ้นมาพิจารณาเล็กน้อย ชุดนี้ถูกตีขึ้นมาได้อย่างประณีตเลยทีเดียวจากนั้นจึงใช้มือเคาะไปที่ชุดเกราะนั้นเบาๆ เสียงใสดังกังวานขึ้นท่ามกลางห้องโถงขนาดใหญ่นางหยิบทวนที่อยู่ใกล้มือขึ้นมา จากนั้นจึงจ้วงแทงไปยังชุดเกราะนั้นเต็มแรง ไร้รอยขีดข่วน หยวนชิงหลิงคิดว่าแรงขอ







