LOGIN“เอาเถอะ เรื่องนี้เราจะไม่ยุ่งปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าก็แล้วกัน ส่วนเรื่องสารลับที่เจ้าส่งมาก่อนหน้านี้นั้น สืบมาอย่างกระจ่างแล้วใช่หรือไม่”
ฮ่องเต้ที่เคยเอ่ยเย้าแหย่หลานชาย กลับมามีท่าทีจริงจังอีกครั้ง เมื่อเอ่ยถึงสารลับที่เซี่ยหวายอีส่งมาก่อนที่เขาจะเคลื่อนทัพกลับมายังเมืองหลวง “แม้ในยามนี้ จะสิ้นแม่ทัพหยวนหมิงไปแล้ว แต่ก็ไม่อาจดูแคลนในความสามารถของแม่ทัพคนใหม่ที่ขึ้นมาทำหน้าที่แทนได้นะพ่ะย่ะค่ะ นอกจากนี้ภายในแคว้นฉินนั้นจากที่กระหม่อมได้ตามสืบดู ดูเหมือนกำลังจะมีคลื่นใต้น้ำ เหล่าองค์ชายต่างก็ต่อสู้แย่งชิงอำนาจกันอย่างลับๆ และผู้ที่พวกเราต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดนั้นคืออ๋องเจ็ด แม้ตัวเขาจะแสดงออกว่าไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับการแย่งชิงใดๆ แต่ที่ชายแดนกลับซ่องสุมกำลังพลเตรียมเอาไว้ กระหม่อมคิดว่าอีกไม่นานแคว้นฉินจะต้องเกิดศึกภายในอย่างแน่นอน” เซี่ยหวายอีเอ่ยออกมาอย่างมั่นใจ หลังจากที่สนทนาหารือกับฮ่องเต้เกี่ยวกับเรื่องภายในกองทัพ ชายหนุ่มก็ขอทูลลาเพื่อกลับไปยังจวนของตนที่ไม่ได้กลับมานานหลายปี ที่นั่นได้พ่อบ้านเหวินที่เข้มงวดเป็นผู้ดูแล ทำให้เซี่ยหวายอีไม่จำเป็นต้องห่วงมากนัก ข่าวลือที่ฮ่องเต้ต้องการแต่งตั้งสนมคนใหม่ถูกเล่าลือไปทั่ววังหลวง ยิ่งหยวนชิงหลิงได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจากนางกำนัลต่างจากสตรีบรรณาการคนอื่น ยิ่งตอกย้ำข่าวลือนั้นเข้าไปอีก ฮองเฮาที่ได้ฟังคำบอกเล่าจากมามาที่รับใช้ข้างกาย นางก็แสดงความไม่พอใจออกมาอย่างไม่ปิดบัง “นางจิ้งจอกจากแคว้นฉินอย่างนั้นหรือ ข้าเองก็อยากจะเห็นกับตาตนเองเช่นกันว่านางจะงดงามดั่งที่ข่าวลือว่าเอาไว้หรือไม่” ต้วนฮองเฮาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ก่อนจะสั่งให้นางกำนัลไปตามหยวนชิงหลิงให้มาเข้าเฝ้าตนที่ตำหนักชิงหนิง เมื่อหยวนชิงหลิงได้รับคำสั่งนางก็ตามนางกำนัลผู้นั้นไปอย่างว่าง่าย แต่ภายในใจนั้นกลับคิดต่างออกไป เห็นทีเรื่องราวครั้งนี้มันจะไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่เห็นเสียแล้ว หยวนชิงหลิงถูกสั่งให้ยืนตากแดดรอที่หน้าตำหนักถึงสองชั่วยาม ก่อนที่นางจะถูกเรียกตัวเข้าพบ เพราะร่างกายที่ได้รับการฝึกยุทธมาบ้างทำให้นางแข็งแรงกว่าสตรีทั่วไป ยืนรอแค่เพียงสองชั่วยามไม่นับว่าเป็นอันใดสำหรับนาง “ถวายบังคมฮองเฮา ขอพระองค์ทรงพระเจริญพันปีพันๆ ปี” ต้วนฮองเฮามิได้สั่งให้นางลุกขึ้น แต่พระนางกำลังพินิจใบหน้างามของหยวนชิงหลิงอยู่เงียบๆ ในแคว้นเซี่ยต้วนฮองเฮาถือว่าตนเองนั้นงดงามเป็นเอกมิมีผู้ใดเทียม แต่เมื่อได้พบหน้าสตรีแคว้นฉินผู้นี้แล้ว ความงามของนางนับว่าเป็นอันใด มิน่าเล่า นางงดงามเช่นนี้เองฝ่าบาทถึงได้หลงใหลในตัวนางตั้งแต่แรกพบ ไม่ได้!!! นางจะปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปมิได้ เป็นเพียงแค่สตรีต่างแคว้นจะมาแย่งความโปรดปรานของฝ่าบาทไปได้อย่างไร หากวันหน้านางให้กำเนิดองค์ชาย ตำแหน่งของบุตรชายของนางจะมิต้องสั่นคลอนเพราะสตรีต่างแคว้นผู้นี้อย่างนั้นหรือ ดวงตาของต้วนฮองเฮาวาวโรจน์อย่างอำมหิต ก่อนจะออกคำสั่งเสียงดัง “ตรีต่างแคว้นผู้นี้กล้าลบหลู่ข้า ทหารจับตัวนางไปประหารเดี๋ยวนี้” ทหารที่อยู่ด้านนอกตำหนักชิงหนิงต่างก็กรู่เข้ามาภายในตามคำสั่ง หยวนชิงหลิงที่คุกเข่าอยู่ถึงกับหน้าเหวอไปทันที นางเล่นใหญ่ถึงเพียงนี้เพื่อกำจัดข้าเลยอย่างนั้นหรือ ฮองเฮาผู้นี้นางโง่เขลาหรือไม่ก็คงเป็นบ้าไปแล้วกระมัง ตนเองถึงจะเป็นสตรีบรรณาการจากแคว้นฉิน แต่ก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นท่านหญิงขั้นสี่คิดที่จะประหารก็ประหารได้ง่ายๆ อย่างนั้นหรือ “เจ้ากำลังสั่งให้ประหารผู้ใดกัน” เสียงทุ้มทรงอำนาจดังมาจากหน้าประตูตำหนัก ทั้งต้วนฮองเฮา นางกำนัลและทหารต่างก็รีบคุกเข่าลงพร้อมกัน “ฝ่าบาท พระองค์มาได้อย่างไรเพคะ” ต้วนฮองเฮาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเท่า ท่าทางกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของนางทำให้หยวนชิงหลิงแอบขำในใจ ใบหน้าของนางในยามนี้เหมือนคนที่กำลังกลืนยาขมเข้าไปทั้งชาม “ถ้าเราไม่มาที่นี่ จะได้เห็นอย่างนั้นหรือว่าเจ้ากำลังสั่งประหารคนทั้งที่ไม่มีความผิด ต้วนชิวหลี คิดว่าตนเป็นฮองเฮาแล้วจะทำสิ่งใดก็ได้อย่างนั้นหรือ เจ้าถึงกับใช้อำนาจในทางที่ผิดสั่งลงโทษผู้อื่นเพื่อความพอใจของตน เราให้คนจับตามองตำหนักของเจ้าตั้งแต่ที่เจ้าให้นางกำนัลไปตามหยวนชิงหลิงมาที่นี่แล้ว คิดจะโกหกอะไรเราอีก” ต้วนฮองเฮากำลังจะเอ่ยเพื่อแก้ต่างให้ตนเอง แต่ถูกฮ่องเต้ตอกหน้ากลับไป ทำให้นางจำต้องหุบปากเอาไว้ “เจ้าคงจะอยู่ที่นี่อย่างสุขสบายมากเกินไปแล้วกระมัง ถึงได้มีเวลามาคิดแต่เรื่องเหลวไหลเช่นนี้อยู่ได้ ตั้งแต่วันนี้คืนตราคำสั่งของวังหลังมาให้เรา นำไปมอบให้พระสนมอี้เฟย ให้นางดูแลวังหลังแทนฮองเฮา ส่วนฮองเฮาประพฤติมิชอบ ใช้อำนาจในทางที่ผิด ข่มเหงรังแกผู้ที่ด้อยกว่า ให้กักบริเวณห้ามออกจากตำหนักชิงหนิงเป็นเวลาครึ่งปี หากไม่มีคำสั่งจากเราผู้ใดกล้าขัดขืนให้ประหารทันที” เอ่ยจบ ฮ่องเต้ก็สะบัดชุดมังกรสีทองอร่ามเดินออกจากตำหนักชิงหนิงไปอย่างไม่ไยดี ต้วนฮองเฮาที่ได้ยินคำสั่งลงโทษจากฮ่องเต้พระนางถึงกับเป็นลมล้มพับไป นางกำนัลในตำหนักชิงหนิงต่างก็วุ่นวายรีบไปตามหมอหลวงเพื่อมารักษาพระนาง หยวนชิงหลิงที่คุกเข่าอยู่ตั้งแต่ต้น ปรายหางตามองเหตุการณ์วุ่นวายตรงหน้าด้วยใบหน้าเรียบเฉย ก่อนจะเดินออกจากตำหนักชิงหนิงไปด้วยท่าทีสงบนิ่ง เหมือนเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้น ไม่เกี่ยวกับนางเลยแม้แต่นิดเดียว ข่าวลือเรื่องที่ฮองเฮาถูกฮ่องเต้สั่งลงโทษเพราะสตรีบรรณาการจากแคว้นฉิน ถูกเล่าลือออกไปทั่ววังหลวง แม้แต่เหล่าขุนนางที่มาว่าราชการต่างก็รับรู้เรื่องนี้โดยทั่วกัน นั่นยิ่งตอกย้ำข่าวลือก่อนหน้ามากกว่าเดิม สนมนางในที่คิดเล่นงานหยวนชิง หลิงต่างก็เก็บความคิดของตนกลับคืนไป เพราะไม่ต้องการลงเอยเช่นเดียวกับต้วนฮองเฮา สวีไทเฮาเองก็รู้เรื่องนี้เช่นเดียวกัน แต่เรื่องที่พระนางรู้มานั้นต่างจากที่ต้วนฮองเฮารู้ เพราะเรื่องนี้เป็นฮ่องเต้ที่ตรัสกับพระนางด้วยตนเอง หลานชายที่แสนอาภัพของนางตอนนี้คิดเรื่องแต่งงานแล้ว นางที่เป็นย่านั้นก็รู้สึกวางใจขึ้นมาเล็กน้อย ต่อให้สตรีนางนั้นจะมาจากต่างแคว้น แต่ก็ยังดีซะกว่าที่เด็กคนนั้นจะเอาแต่ขลุกอยู่แต่ในกองทัพไม่สนใจเรื่องมีทายาท หลายวันต่อมา พระสนมอี้เฟยก็ได้รับคำสั่งจากฮ่องเต้ให้จัดงานเลี้ยงขึ้นเพื่อเป็นการต้อนรับเหล่าแม่ทัพนายกองที่พึ่งกลับมาจากการศึกกับแคว้นฉิน นางกำนัลแต่งกายให้หยวนชิงหลิงด้วยชุดสีฟ้าอ่อนปักลายนกยวนยางเกาะกิ่งเถาฮวา ใบหน้าเนียนใสและงดงามของนางถูกแต่งแต้มอย่างประณีต ก่อนที่ขันทีที่อยู่ด้านนอกจะเคาะประตูถามนางออกมาเสียงดัง“อ่า!!!ยอดรัก แบบนั้นและ ข้าต้องการแบบนั้น ดันมันเข้ามาอีก แรงกว่านี้ ลึกกว่านี้”เสียงหวานเอ่ยขอร้องด้วยความต้องการที่พุ่งขึ้นสุดขีด เซี่ยหวายอีเองก็ไม่ยอมปล่อยให้นางต้องรอนาน เขากระแทกลงไปแรงๆ ถี่รัว เสียงดัง ปัก ปัก เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังอยู่เป็นนาน กว่าที่สองร่างจะสะท้านเฮือกขึ้นพร้อมกัน หยวนชิงหลิงแตะถึงจุดสุดยอดก่อน นางบีบรัดเขาจนเซี่ยหวายอีทนไม่ไหว จำต้องปลดปล่อยความต้องการของตนเองเข้าไปในกายนนางเต็มที่ทุกหยาดหยด“อ่า!!!ที่รักข้าแตกแล้ว เสร็จแล้ว ข้าเสร็จภายในกายของเจ้าแล้ว”ร่างสูงฟุบหน้าลงไปบนลำคอขาวผ่องของนาง ทั้งที่ยังมิได้ถอดถอนความเป็นชายออกไป นางรู้สึกได้ว่ามันกำลังกระตุกอยู่ภายใน ความเสียวกระสันที่พึ่งผ่านไปมันได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง สองร่างที่พึ่งสงบศึกไปได้ไม่นาน ได้เริ่มก่อสงครามวสันต์ขึ้นอีกครั้ง และอีกครั้ง จนกระทั่งรุ่งอรุณของวันใหม่ได้มาเยือนหยวนชิงหลิงตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดเมื่อยไปทั้งกาย ช่างแตกต่างจากอีกคนที่ยังคงมีเรี่ยวแรงเต็มกำลัง เหมือนพึ่งได้รับน้ำทิพย์ชโลมจิตใจ“ท่านรังแกข้ามาทั้งคืนแล้ว ต่อจากนี้ต้องดูแลปรนนิบัติรับใช้ข้าอย่างที่พูดด้วย”เซี่ยหวายอีกดจู
“เช่นนั้นให้ข้าปรนนิบัติเจ้าดีหรือไม่ ฮูหยิน”หยวนชิงหลิงไม่คิดว่าตนเองจะมาได้ยินคำพูดเช่นนี้ออกมาจากปากของเขา ใบหน้างามที่ยามนี้ไร้เครื่องประทินโฉมมันช่างงดงามเกลี้ยงเกลาดูสะอาดตาไม่ต่างจากเด็กทารก ดวงตาคมของเซี่ยหวายอีที่มองอยู่นั้นอดที่จะกดจูบไปที่แก้มของนางมิได้“ฮูหยิน วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าเป็นของข้าอย่างสมบูรณ์”ก่อนงานแต่งงานหลายวัน เขาได้สอบถามและศึกษาเรื่องบนเตียงมาจากสหายร่วมรบมาแล้ว เกี่ยวกับการทำให้สตรีมีความสุขในคืนเข้าหอ ร่างสูงค่อยๆ แทะเล็มริมฝีปากอวบอิ่มของนางช้าๆ มือสองข้างที่ยังว่างอยู่ก็ไม่หยุดนิ่ง เขาสัมผัสนางไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย แม้เวลานี้ทั้งสองจะสวมใส่อาภรณ์แต่ก็ยังรับรู้ถึงสัมผัสของกันและกันได้ความรู้สึกแปลกใหม่ที่นางได้รับในเวลานี้ช่างแตกต่างจากที่ผ่านมาที่เขาเคยสัมผัสนางอย่างสิ้นเชิง ท้องน้อยของนางในเวลานี้มันเหมือนกับมีบางอย่างขมวดเข้าหากันจากนั้นจึงคลายออก ทุกการสัมผัสจากเขามันทำให้ข่นอ่อนในกายนางพร้อมใจกันลุกชูชันขึ้นลิ้นร้อนของเซี่ยหวายอีเริ่มรุกล้ำเข้ามาในอาณาเขตของหยวนชิงหลิง ร่างสูงสอดลิ้นหนาเข้าไปในปากของนางเกี่ยวกระหวัดรัดรึงลิ้นนุ่มหยุ่นอย่างเชื่อ
“ทุกอย่างเป็นเพราะความโลภในอำนาจของท่านมากกว่า อย่าได้มากความเลย มาสู้กันให้รู้แพ้ชนะเสียแต่วันนี้ หากข้าหยวนชิงหลิงพ่ายแพ้และจะต้องตาย ข้าก็จะไม่มีวันเสียใจต่อสิ่งที่ข้าได้เลือก”การต่อสู้อย่างดุเดือดของทั้งสองยังคงดำเนินต่อไป แม้หยวนชิงหลิงจะมีสรีระที่เป็นรอง แต่กำลังของนางกลับมีมากล้นจนน่าเหลือเชื่อ ทุกครั้งที่ง้าวของนางฟันลงไป ฉินฮ่องเต้แทบจะทนรับแรงของนางไม่ไหว“เจ้า!!...เจ้าทำเช่นนั้นได้อย่างไร!! เจ้าเป็นเพียงสตรีในห้องหอเท่านั้น เหตุใดถึงมีพละกำลังที่เหนือกว่าข้า จงบอกมา”หยวนชิงหลิงยกยิ้มภายใต้หมวกเหล็กสีดำ ก่อนเอ่ยออกมาเสียงดัง แต่เสียงของนางกลับไม่เหมือนเสียงของนาง เพราะมันมีหลายเสียงดังประสานกันขึ้น“เพราะบรรพบุรุษซวนหยวนของข้าอย่างไรเล่า พวกเขาจะคอยอยู่เคียงข้าเสมอ ไม่ว่าข้าจะต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่แข็งแกร่งมากกว่าเพียงใดก็ตาม จงรับผลกรรมที่กระทำมาทั้งหมดเสียเถิด ข้าผู้นี้จะเป็นคนลงโทษเจ้าเอง”หยวนชิงหลิงฟันง้าวในมือลงไปอีกครั้งจนสุดแรง ในที่สุดทวนของฉินฮ่องเต้ก็ทนรับแรงนั้นไม่ไหว มันถูกฟันหักออกเป็นสองท่อน และตั้งแต่หัวไหล่ลงไปจนถึงกลางอกของเขา ถูกฟันทะลุชุดเกราะจนสะพายแล่
“เจ้าจงนำสารนี้ไปบอกแก่ผู้นำทัพคนต่อไปของพวกเจ้าซะ ข้าจิ้นอ๋องจะรออยู่ที่นี่ หากไม่ยอมแพ้พวกเขาจะมีจุดจบไม่ต่างจากหลี่ฮั่งชาง แต่ถ้ายอมแพ้ก็จะมีเพียงคนผู้เดียวเท่านั้นที่ต้องถูกสังหาร”เอ่ยจบร่างสูงก็กระโดดขึ้นหลังม้า ก่อนจะควบกลับเข้าเมืองจิ่งโจวไป ทิ้งความวุ่นวายโกลาหลเอาไว้เบื้องหลังหยวนชิงหลิงที่แฝงตัวอยู่ในกองทัพมานานนับเดือน เวลานี้นางได้รู้แล้วว่ามีใครบ้างที่อยู่คนละฝั่งกับหลี่ฮั่งชาง และมีใครบ้างที่หักหลังบิดาของนางในตอนนั้น ใบหน้างามข่มความโกรธแค้นเอาไว้ในส่วนลึก เพราะยังไม่ถึงเวลาที่น่าจะเปิดเผยตัวตอนนี้นางวางแผนที่จะปลุกปั่นให้พวกเขาแตกแยกออกเป็นสองฝ่าย ผู้ที่ไม่คิดยอมแพ้เหล่านั้นต่างก็นำทัพออกไปต่อสู้กับจิ้นอ๋องในสนามรบ สุดท้ายจุดจบของพวกเขาล้วนไม่ต่างกันทหารสามแสนนายในกองทัพเวลานี้เหลือไม่ถึงครึ่ง เพราะการกระทำที่แสนอวดดีของพวกเขา คิดว่าตนเองมีพันธมิตรจากต่างแคว้นแล้วจะสามารถหยิ่งผยองได้ ตัวอย่างมีให้เห็นแล้ว แม่ทัพแคว้นฉินสามคนถูกตัดหัวแขวนประจานเอาไว้ที่ประตูเมือง สร้างความหวาดกลัวแก่กองทัพฉินยิ่งนัก“บังอาจนัก!! เจ้าเด็กที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมผู้นั้น กล้ามาอวดดีก
“พวกเราชาวเฉิงโจว ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับสงครามที่ฮ่องเต้ชั่วนั่นก่อขึ้นหรอก ไปเสียได้ก็ดีที่นี่ไม่จำเป็นต้องมีเจ้าเมือง เขาอยู่ที่นี่ก็เอาแต่กดขี่ชาวบ้านบังคับให้ขุดภูเขา แต่กลับไม่บอกว่าขุดหาอะไร ก่อนหน้านี้ก็เกิดการต่อสู้ขึ้นที่หุบเขาหินนั่น จิ้นอ๋องสังหารอะไร ตอนนั้นข้าไปตรวจดูสภาพของที่นั่นเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต เป็นพวกเขาที่สังหารกันเอง ไม่มีร่องรอยของผู้บุกรุกเลยสักนิด อีกทั้งคนที่หนีรอดมาจากที่นั่นก็พูดเหมือนกันว่า คนของเฉิงอ๋องจู่โจมคนขององค์ชายห้า ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันจนถึงเช้า และองค์ชายห้าได้รับบาดเจ็บสาหัสกลับมา เป็นข้าที่รักษาให้เขาจนรอดมาได้”หยวนชิงหลิงกระจ่างแล้วว่าเสียงต่อสู้ในคืนนั้นคืออะไร ตอนนั้นคนขององค์ชายห้าช่างมาได้เหมาะเจาะตรงเวลาเสียจริง“ท่านหมอ ท่านแน่ใจหรือขอรับ วันเวลาท่านได้บันทึกเอาไว้หรือไม่”“วะ!!! เจ้าหนุ่มนี่ ข้าเป็นหมอมายี่สิบปี ข้าบันทึกทุกอย่างเอาไว้เป็นหลักฐานทั้งหมด ถ้าหากเจ้าไม่เชื่อข้าจะเอาให้เจ้าดูก็ได้ เจ้าคนที่รอดชีวิตมาในตอนนั้น ข้าเองก็รักษาเขาจนหายดีแล้ว”หยวนชิงหลิงยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม นางลุกขึ้นจับแขนของท่านหมอเขย่าเบาๆ ก่อนจะเอ่ย
หลายครั้งที่เขาเองก็ถูกฟันและถูกแทง มีเพียงเสียงดังเคร้ง!! ขึ้นเท่านั้น แต่ร่างกายของเขากลับไม่รู้สึกว่าตนเองได้รับบาดเจ็บที่ใดเลย คนตระกูลซวนหยวนช่างเก่งกาจยิ่งนัก ที่สามารถสร้างอาวุธที่แข็งแกร่งจนน่าหวาดกลัวพวกนี้ขึ้นมาได้ เขาเองก็ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหากพวกมันไปตกอยู่ในกำมือของจอมทรราชที่บ้าอำนาจ แผ่นดินจะลุกเป็นไฟเช่นไรหนึ่งชั่วยามต่อมา เสียงการต่อสู้ได้เงียบลงหรือจะพูดให้ถูกคือการสังหารอยู่ฝ่ายเดียว ศพที่ไม่สมประกอบกระจุยกระจายเกลื่อนพื้นดิน ไม่มีร่างไหนที่ยังอยู่ครบสมบูรณ์เลยสักร่าง เลือดสดๆ ไหลเจิ่งนองเต็มพื้นดิน เหมือนสายฝนที่พึ่งหยุดตกไปได้ไม่นานเซี่ยหวายอีหลับตาลงสักพักก่อนลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดคนตระกูลซวนหยวนถึงได้พ่ายแพ้ในการสู้รบ ทั้งที่พวกเขามีอาวุธชั้นดีอยู่ในมือ ก่อนหน้านี้เขาได้ฟังเรื่องราวเพียงคร่าวๆ เท่านั้น สงสัยหลังเสร็จจากศึกในครั้งนี้คงต้องขออ่านบันทึกม้วนนั้นของตระกูลซวนหยวนจากหยวนชิงหลิงเสียแล้วร่างสูงเดินไปยังม้าที่วิ่งเตลิดเพราะการต่อสู้ไปไม่ไกล ก่อนจะกระโดดขึ้นหลังของมัน จากนั้นเร่งควบไปยังเส้นทางเมืองจิ่งโจว สถานที่ที่จะต้องสะสางและยุ
หนึ่งเดือนหลังจากนั้น ฮ่องเต้เซี่ยต้องทนรับแรงกดดันของเหล่าขุนนางในราชสำนักอย่างหนัก เพราะชายแดนทั้งสี่ทิศของแคว้นเซี่ยในเวลานี้ถูกทหารของแคว้นต่างๆ เข้าประชิดหมดทุกทาง เพื่อกดดันให้พระองค์ส่งตัวจิ้นอ๋องไปยังแคว้นฉิน แต่พระองค์ทรงไม่ยินยอมองค์ชายใหญ่ที่เก็บตัวเงียบมาตลอด ได้เข้ามายังวังหลวงพร้อมเห
“พระองค์คิดอย่างไรเพคะ ถ้าหากว่าจะยึดเฉิงโจวมาเป็นของแคว้นเซี่ย หม่อมฉันเพียงถามความเห็นดูเท่านั้น หากพระองค์คิดว่ามันไม่คุ้มที่จะเสี่ยงให้เกิดสงครามระหว่างสองแคว้น เช่นนั้น ก็ช่างมันเถิด หม่อมฉันเองก็มิได้ยึดติดกับทรัพย์สินเงินทองเหล่านั้น ห่วงเพียงแต่ว่าหากชุดเกราะและอาวุธตกอยู่ในมือของฉินฮ่องเต้
“ท่านอนไม่หลับอย่างนั้นหรือ หรือว่าเพราะข้านอนดิ้นจนไปรบกวนการนอนของท่านกัน ต้องขออภัย ต้องขออภัย”หยวนชิงหลิงยกมือประสานขึ้น ก่อนจะเอ่ยขออภัยเซี่ยหวายอี แต่การที่นางนอนเตียงเดียวกับเขาทำให้นางรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก เพราะอย่างนั้นนางจึงหลับสนิทจนถึงเช้าเซี่ยหวายอีมองค้อนร่างเล็กในชุดเด็กหนุ่ม
“อี้เอ๋อพี่ฝากท่านแม่กับท่านย่าไว้ที่เจ้าด้วยนะ แล้วพี่จะรีบกลับมา”หยวนชิงหลิงกดกลไกเปิดห้องลับก่อนจะออกจากที่นั่นไปอย่างรวดเร็วร่างบางทะยานไปยังทางออก นางสงสัยว่าก่อนหน้านี้ที่นางได้ยินเสียงการต่อสู้ เป็นนางที่คิดไปเองหรือเกิดการต่อสู้ขึ้นจริงๆ หยวนชิงหลิงแอบไปยังทางออกที่คนของเฉิงอ๋องใช้เป็นที่







