ログインหลังจากกลับมาจากบ้านลั่วนางแวะที่ตลาดอีกครั้งเพื่อซื้อของ และนำผ้าปักของแม่สามีชุดใหม่กลับมาให้ท่าน“ข้าคิดไว้แล้วไม่มีผิด นางจะทนลำบากได้อย่างไร”“นั่นสิ โรงกระดาษเจ๊งไม่เป็นท่าไม่พอ หลานชายสองคนหายหัวเงียบ ปล่อยผู้ใหญ่ในบ้านให้ทนทุกข์” “ข่าวว่านางจะกลับสกุลเดิม แต่ทางนั้นก็ขับไล่มา”“ฮูหยินผู้เฒ่าก็ยกหางนาง สุดท้ายเป็นอย่างไร ต้องขายสมบัติกิน” ในขณะที่กำลังเดินผ่านบ้านใหญ่สกุลลั่ว ก็พบว่าชาวบ้านหลายคนจับกลุ่มยื่นดูคนของเฒ่าแก่ร้านขายของเก่ามาขนของมีค่าออกจากจวน“คืออะไรหรือเจ้าคะ” นางหันไปถามเหว่ยเซียวซีที่ยืนมองนิ่งๆ“ขายของมีค่าแลกกับอาหารแห้งหน่ะ สงสัยว่าเฒ่าแกจะรีบเอาไปลงเรือจึงมาขนออกจากบ้านเช่นนี้” นางพยักหน้ารับ เพราะหากใครร้อนเงินก็คงขนไปที่ร้านเฒ่าแก่แต่นี่คนของเฒ่าแก่กลับมาขนเอง“เฒ่าแก่เอาไปลงเรือหน่ะถูกแล้ว แต่ว่าจริงๆแล้วคนบ้านเหวินไม่ยอมเอาของมีค่าไปให้เสียที มีแต่ไปเอาเงินที่เฒ่าแก่ปากเปล่า บางทีก็เอาอาหารมาหลายสิบจิน ครั้งนี้เฒ่าแก่ทนไม่ไหวจึงมาขนเอง” ชาวบ้านคนนึงที่ยืนอยู่ไม่ไกลได้ยินนางและสามีคุยกันจึงขยายความทันทีที่เห็นคนบ้านใหญ่ที่เดินตามลงมาอย่างอาลัยอาวรณ์สิ
คำถามของนางทำหลายๆคนในจวนลั่วเงียบงัน ลั่วลู่หานที่ถือถ้วยใส่ธัญพืชตัดสินใจนั่งลงต่อหน้าพี่สาวผู้มีพระคุณ“เป็นเพราะท่านย่ารู้สึกผิดกับเรื่องที่ผ่านมา ยามนี้เดือดร้อนยังพึ่งพาอาศัยท่านอีก พวกเรา…ไม่กล้าเอามากินใช้ตามใจขอรับ เมื่อมีคนบริจาคก็อยากดิ้นรนด้วยตนเอง” นางมองหน้าทุกคนที่หลบสายตานางก่อนจะถอนหายใจ“เรื่องที่แล้วมาเป็นเพียงแค่ข้ากับมารดาถูกละเลยจากบ้านใหญ่ หลังจากมารดาข้าตายข้าได้อารองรับไปเลี้ยงดู ยามอารองอยู่จวนข้าได้กินอิ่มนอนหลับทุกมื้อ ยามท่านไม่อยู่ยังฝากฝังให้ลู่หานดูแลข้า แล้วเรื่องเพียงเท่านี้ข้าตอบแทนคุณไม่ได้หรือ” นางแหงนหน้าขึ้นเพื่อสกัดกลั้นน้ำตา ก่อนจะเป่าลมออกจากปาก ในจวนนี้มีเพียงน้ำชาที่ดูท่าว่าจะเย็นชืด ขนมหวานที่ควรจะมีสักอย่างก็ไม่มี บ่าวรับใช้ที่ในความทรงจำนางเห็นว่ามีมากมายบัดนี้มีเพียงท่านอาเกาคนรับใช้เก่าแก่ และสาวใช้ข้างกายท่านย่า2คน “ทั้งๆที่ในจวนแห่งนี้ มีคนแก่ เด็ก สตรี และคนท้อง จะอดได้จริงๆหรือเจ้าคะ” เมียรองของท่านอาก็นึกละอายแก่ใจ แต่ยามนี้คนที่บ้านเดิมก็ลำบากไม่ให้พากันมาอยู่ที่นี่ก็คงไม่มีที่ไป“ท่านอา เครื่องทองที่ท่านทำขายยังพอมีหรือไม่ขอรับ”
การกระทำของนางคือการตอบแทนบุญคุณญาติผู้ใหญ่อย่างนึง อย่างน้อยแม้จะไม่ได้รับการเลี้ยงดูแถมยังถูกกันออกจากบิดาในตอนเด็ก แต่ร่างเดิมไม่เคยถูกผู้เป็นย่าทุบตี หรือน้องๆทำร้ายนั่นคือสิ่งที่คิด ส่วนเรื่องอาสะใภ้นางคิดว่านี่คือกรรมในแบบฉบับที่ควรได้รับ3วันผ่านไป ความอดอยากเริ่มทวีคูน ตอนนี้บ้านหลังใหม่เสร็จเรียบร้อยทุกตารางนิ้ว นางยังสั่งทำกลอนประตูแบบโลกเดิมอีกด้วย ช่างตีเหล็กที่เห็นว่ามันใช้งานได้ดี ก็ขอนำแบบของนางไปทำเพื่อขายหลังจากนั้นนางยังได้รับข่าวของคนบ้านลั่ว อาสะใภ้ และคนบ้านเหวินอยู่เนื่องๆ ยิ่งตอนนี้มาเดินตลาด ทุกอย่างประดังประเดเข้าหูตลอดทาง“เห็นข่าวว่านายอำเภอหัวสั่งให้หย่าขาด เพราะลั่วฟ่านเฉิงประพฤติตนไม่งาม นอกจากดื่มสุราเมามาย เล่นไพ่นกกระจอกทั้งวัน ยังแต่งตัวคล้ายนางโลมอยู่ชั้นบนสุดของหอโคมเขียว“ นางกับเหว่ยเซียวซีนั่งฟังทุกอย่างในร้านน้ำชา คนเป็นสามีมองหน้านางเล็กน้อย แต่นางยังคีบอาหารกินตามปกติ”ป่านนี้อารองคงกลับจี้โจว เพราะภรรยารองใกล้คลอดเต็มที“ จู่ๆนางก็เป็นห่วงน้องชายอย่างลู่หาน”แต่ข้าคิดว่าไม่ จี้โจวลำบากกว่าเราเยอะน่าจะพากันมาอยู่ที่นี่มากกว่า หากอยากไปสกุลลั่วข
เจ็บปวดจากฝ่ามือของลั่วเฟินเยว่แล้วเหวินฮูหยินยังเจ็บปวดกับคำพูดนางอีก“เมื่อคนทั้งจวนรวมถึงคนรับใช้หรือแม้แต่บ้านใกล้เรือนเคียงต่างรู้ว่ามีขบวนรถม้าไปรับตัวลู่อิ่นออกมา อ้างว่ามารดาคิดถึง ท่านลองคิดสิว่านี่มันเข้าข่ายหลวงลวงหรือไม่!! เรื่องนี้จะไม่จบที่หน้าจวนเหวิน แต่ต้องไปจบที่ว่าการอำเภอหัวเท่านั้น!!” คำพูดของลั่วเฟินเยว่ทำบุรุษที่ฟังจากในจวนเหวินเริ่มลุกออกมา “เจ้ากำลังทำให้เรื่องมันใหญ่โต” ผู้เฒ่าเหวินหรือท่านปู่ของสามีนางรีบออกตัวทันที“ท่านลุกออกมาได้แล้วหรือ ทั้งๆที่ก็เห็นคนในสกุลเหวินกระทำการใดลงไปบ้าง สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นไม่น้อย ท่านนั่งดูดายไม่แก้ไขเหตุการณ์ ไม่เหมาะกับผู้นำตระกูลจริงๆ”“เจ้า!! หึ้ย!!” จะเถียงก็เถียงไม่ออกในเมื่อนางพูดความจริงทุกคำ!!“ต่อจากนี้ไม่ใช่ข้อพิพาทของบ้านสามกับบ้านใหญ่เหวิน แต่ต่อจากนี้จะเป็นเรื่องของสองตระกูล คนบ้านลั่วจนลงแล้วอย่างไร คิดหรือว่าไม่มีอำนาจในมือ” นางกวาดตามองทุกคนนิ่งๆ ตอนนี้ด้านหลังนางมีทั้งคนสกุลลั่ว สามี และแม่สามีของนางที่หยัดยืนอยู่เคียงข้าง“อารอง ท่านเป็นบิดา รวมถึงเป็นผู้นำตระกูล เรื่องร้องเรียนท่านทำได้เลยในฐานะบิ
นางพยักหน้าเห็นด้วยหลังจากไปขายของที่ตลาด พบว่าร้านลวงต่างขยับราคาขึ้นเป็นแถบ และถึงแม้ว่าจะมีของที่ซื้อขายได้ในมิติ แต่ก็ต้องเลือกซื้อมาตามความเหมาะสมไม่ให้เกิดความสงสัย ทั้งยังตั้งใจว่าการค้าขายของนางจะดำเนินต่อไป ในราคาเดิม สถานการณ์เช่นนี้ไม่ควรเอาเปรียบกัน เมื่อได้ข้อสรุปกับตัวเองเสร็จสรรพ จึงจัดการยื่นกระดาษที่นางวาดห้องน้ำไปให้สามีและแม่สามีดู”ห้องน้ำให้ข้าเขียนรูปให้นะเจ้าคะ“ สิ่งเดียวที่นางขอคือห้องน้ำเท่านั้น ทั้งยังเขียนว่าพื้นควรทำเช่นไร ส้วมที่ทำนางต่อบ่อเกอะไปหลังบ้านด้วยเพื่อความสะอาด ทั้งยังมีอ่างน้ำที่ก่อนเป็นอ่างปูนขนาดใหญ่ในห้องน้ำ ทั้งเพื่อเก็บน้ำและรักษาอุณภูมิน้ำได้ โดยร้องขอให้เหวินเซียวซี ช่วยตัดไม้ไผ่มาไว้ทำร่องรองน้ำฝนจากหลังคาด้วย”ดีๆ ความคิดเจ้าทันโลกเช่นนี้เอาตามเฟินเยว่ว่า“ สุดท้ายสามคน แม่ ลูกชายและลูกสะใภ้จึงพากันมาหาช่างทำบ้านในหมู่บ้านที่พวกเขามีทั้งกำลังคนและกำลังของเพราะไม่ว่าจะเป็นกระเบื้องหรือปูนหยาบรวมถึงทราย คนบ้านนี้มีหมด พรุ่งนี้ก็เริ่มทำได้เลย ”ฝั่งนี้พวกท่านลุงก่อสร้างตามที่อาเยว่เขียนรูป ส่วนอีกฝั่งต้องรอฝั่งนี้เสร็จก่อนค่อยลื้อไม่เช่นน
หลังจากพูดคุยกันสักพักแม่สามีที่วันนี้อาจเจอเรื่องบ้านใหญ่ให้เจ็บช้ำอีกรอบมีอาการป่วยนิดหน่อย จนนางต้องจัดสำรับกินข้าวพร้อมกัน ก่อนจัดยาและส่งท่านเข้านอน จึงเดินออกมาดูดาวหน้าบ้านเพื่อคลายความกังวลในใจ“นอนไม่หลับหรือทั้งๆที่วันนี้เจ้าเองก็เหนื่อยมาก” เขาอาบน้ำเสร็จแล้ว แต่หานางไม่เจอจึงออกมาดูพร้อมผ้าห่มผืนบาง“ท่านคิดว่า…หากเราไม่ให้บทเรียนคนพวกนั้นเลย วันหน้าเขาจะ…สำนึกเองได้จริงๆหรือ” สิ่งที่สามีและแม่สามีของนางกระทำไม่ใช่การใช้ไม้อ่อนก็จริง แต่ก็ถือว่าไม่เด็ดขาดพอ เมื่อในใจยังมีความรู้สึกกับเรื่องนี้อยู่“เฟินเยว่…ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายจริงๆที่ข้าจะไม่เอาความกับคนพวกนั้น ต่อไปจะไม่มีอีก ทุกอย่างเพียงเพราะข้าเห็นแก่บิดาที่ล่วงลับ” เขาเดินมานั่งเคียงข้างนางบนม้านั่งตัวยาว ก่อนจะนำผ้าห่มผืนบางมาคลุมไหล่นางเอาไว้“ท่านกับแม่สามีอาจจะยอมให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายแต่…หากเจอกันที่ใด สอดปากขึ้นพูดมากเมื่อไหร่…อย่าหาว่าข้าไม่เตือน!!“ แน่นอนว่าความโกรธยังกรุ่นอยู่และนางเกลียดพวกถือดีมาแต่ไหนแต่ไรจริงๆทั้งสองคนตกอยู่ในความเงียบคล้ายทบทวนบางอย่างก่อนนางจะถามถึงสิ่งที่กำลังจะกระทบชีวิตใ







