ทะลุมิติมาเป็นแม่หม้ายขายน้ำเต้าหู้

ทะลุมิติมาเป็นแม่หม้ายขายน้ำเต้าหู้

last updateDernière mise à jour : 2025-05-15
Langue: Thai
goodnovel16goodnovel
Notes insuffisantes
40Chapitres
2.9KVues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

หญิงสาวที่กำลังมีหน้าที่การงานที่มั่นคงในยุคปัจจุบันทั้งยังสร้างความก้าวหน้าให้ชีวิตด้วยการเรียนต่อปริญญาโทอีก แต่ว่าชะตากลับมาพลิกผันเมื่อเธอทำงานหนักมากเกินไปจนต้องจบชีวิตลงแล้วมาเข้าร่างของหญิงสาวในยุค 70's ที่ต้องตายด้วยความรันทดภายในบ้านของอดีตสามี เธอตื่นขึ้นมาอีกครั้งและพบว่ามีอีกหนึ่งชีวิตที่อยู่ในความรับผิดชอบ เด็กชายวัยห้าขวบหน้าตาน่ารักกำลังนั่งร้องไห้อยู่ข้าง ๆ เพราะคิดว่าแม่ของเขาได้ตายไปแล้ว เมื่อความทรงจำทั้งหมดพรั่งพรูเข้ามาเธอก็รู้ว่าจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้อีกต่อไป ถึงเวลาแล้วที่จะต้องฮึดสู้และพาชีวิตของพวกเขาออกไปสู่วันที่ดีกว่า

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1 หญิงสาวที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

บนชั้นสิบสี่ในตึกแห่งหนึ่งใจกลางกรุงปักกิ่ง ท่ามกลางความวุ่นวายในอาคารสำนักงานหญิงสาวคนหนึ่งกำลังยุ่งอยู่กับงานที่กองจนแทบจะสูงท่วมหัว ไม่ใช่แค่เธอเท่านั้น เพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ต่างก็มีชะตากรรมที่ไม่ต่างกัน

เจินเหยาหญิงสาววัยสามสิบปีผู้มุ่งมั่นในการทำงานและการเรียน หลังจากใช้เวลาในวัยหนุ่มสาวไปกับการทำงานเพื่อสร้างฐานะ เจินเหยาได้เข้าทำงานในบริษัทส่งออกวัตถุดิบจำพวกอาหารแห้งจากประเทศจีน งานของเธอเกี่ยวข้องกับการติดต่อประสานงานกับลูกค้าต่างประเทศ รวมถึงการจัดการเรื่องเอกสารศุลกากรเพื่อส่งออกสินค้าไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ด้วยความรับผิดชอบและความสามารถที่โดดเด่น เจินเหยาได้รับความไว้วางใจจากผู้บริหารและได้รับมอบหมายงานที่ท้าทายอยู่เสมอ

หลังจากส่งอีเมลแจ้งข่าวดีให้กับลูกค้าและหัวหน้าแล้วเจินเหยาก็รู้สึกเหนื่อยล้าอย่างมาก เธอหันมองนาฬิกาบนผนังที่บอกเวลาเกือบห้าทุ่ม วันนี้เป็นวันที่งานของเธอต้องเผชิญกับปัญหาใหญ่ เมื่อสินค้าไม่ผ่านด่านศุลกากรขาเข้าของประเทศปลายทาง ทำให้เกิดความล่าช้าและอาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของบริษัท เจินเหยาจำเป็นต้องรีบแก้ไขสถานการณ์นี้ให้เร็วที่สุด เธอจึงติดต่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายศุลกากรและลูกค้าที่ต่างประเทศ การแก้ปัญหาเหล่านี้ใช้เวลาหลายชั่วโมงจนในที่สุดก็สามารถคลี่คลายสถานการณ์ได้สำเร็จ แต่กว่าจะจัดการเรื่องราวทั้งหมดเสร็จสิ้นก็เล่นเอาดึกดื่น

“เสี่ยวเหยา พี่จะกลับบ้านแล้วนะ เหนื่อยหน่อยนะวันนี้” เสียงของลี่หยุน เพื่อนร่วมงานที่นั่งโต๊ะข้าง ๆ กล่าวขึ้น

เจินเหยาที่กำลังจดจ่ออยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ หันมาสบตากับลี่หยุนแล้วพยักหน้าเบา ๆ ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า “อือ ขอบคุณมากค่ะหยุนเจี่ย กลับดี ๆ นะคะ แล้วเจอกันพรุ่งนี้”

“แน่ใจนะว่าไม่กลับพร้อมกัน วันนี้ทุกคนเหนื่อยมากเลย อย่าหักโหมเกินไปล่ะ” ลี่หยุนพูดด้วยความเป็นห่วง พลางมองดูเจินเหยาที่ยังทำงานไม่เสร็จ

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องจัดการ” เจินเหยาตอบพร้อมกับยิ้มเล็กน้อย แต่ก็ไม่สามารถซ่อนความเหนื่อยล้าได้

ลี่หยุนพยักหน้าอย่างเข้าใจ “โอเค งั้นพี่ไปก่อนนะ แล้วอย่าอยู่ดึกจนเกินไปล่ะ” หลังจากนั้นเธอก็เดินไปหยิบกระเป๋าและออกจากออฟฟิศ

เจินเหยาหันกลับไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์พร้อมกับถอนหายใจเบา ๆ ในใจเธอรู้ดีว่าตัวเองควรจะหยุดพัก แต่ความกังวลเกี่ยวกับงานทำให้เธอไม่สามารถหยุดพักได้เลย

"วันนี้ต้องกลับบ้านดึกอีกแล้วสินะ" เธอพึมพำกับตัวเองขณะที่เก็บของลงในกระเป๋าเตรียมตัวกลับบ้าน ถึงแม้ว่าร่างกายจะเหนื่อยล้าแต่จิตใจกลับไม่ยอมแพ้ เธอยังคงมุ่งมั่นและตั้งใจทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเสมอ

เจินเหยากลับมาถึงบ้านในสภาพที่เหนื่อยล้าเต็มที ทันทีที่เปิดประตูห้องเช่าเล็ก ๆ ออก ความเงียบสงบภายในห้องทำให้เธอรู้สึกโล่งใจเล็กน้อย ห้องนี้แม้จะไม่หรูหราแต่ก็เป็นที่พักผ่อนที่เจินเหยาหวงแหนที่สุด เธอวางกระเป๋าลงบนโต๊ะและทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ตัวเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ใกล้ ๆ

"ไม่ไหวแล้วจริง ๆ วันนี้" เจินเหยาพึมพำกับตัวเองพร้อมกับยกมือขึ้นนวดขมับที่ปวดตึงจากความเครียด การทำงานหนักมาทั้งวันไม่ใช่สิ่งใหม่สำหรับเธอ เธอเคยชินกับการที่ต้องทำงานจนดึกดื่นไปเสียแล้ว 

หลังจากพักสายตาอยู่ครู่หนึ่งเจินเหยาก็ลุกขึ้นเดินไปที่โต๊ะทำงาน ซึ่งมีคอมมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กและหนังสือเรียนวางอยู่อย่างเรียบร้อย เธอกำลังเรียนปริญญาโทในคณะบริหารธุรกิจที่มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ตั้งใจว่าจะต้องจบการศึกษาให้ได้ภายในภาคการศึกษานี้ ไม่เพียงแค่เป็นการพิสูจน์ความสามารถของตัวเองแต่ยังเป็นการเพิ่มโอกาสในการเติบโตในสายงานที่เธอรักอีกด้วย

การเรียนปริญญาโทควบคู่ไปกับการทำงานเต็มเวลาไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเจินเหยา การจัดการเวลาให้ลงตัวระหว่างการทำงานและการเรียนเป็นสิ่งที่เธอต้องฝึกฝนมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการบริหารเวลาและแรงกายในการทำวิทยานิพนธ์

เมื่อเปิดคอมพิวเตร์โน้ตบุ๊กขึ้นมาก็เริ่มต้นทำงานวิทยานิพนธ์ทันที แม้จะเหนื่อยแค่ไหนแต่เธอก็ไม่ยอมให้ตัวเองหยุด เธอเข้าใจดีว่าการทำวิทยานิพนธ์ต้องใช้ความทุ่มเทและความใส่ใจในรายละเอียดมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอมีอยู่เสมอ

“ต้องทำให้เสร็จเร็วที่สุด” เจินเหยาพูดกับตัวเองเบา ๆ พร้อมกับมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เต็มไปด้วยข้อมูลและกราฟต่าง ๆ

เวลาค่อย ๆ ผ่านไปเธอยังคงนั่งทำงานด้วยความตั้งใจ แสงไฟจากโคมไฟบนโต๊ะทำงานเป็นแหล่งแสงสว่างเดียวที่มีในห้องขณะนี้ เจินเหยารู้สึกถึงความเหนื่อยล้าแต่ก็ถอดใจไม่ได้ สมองของเธอหมุนไปพร้อมกับข้อมูลและทฤษฎีต่าง ๆ ที่ต้องเขียนลงไป 

ช่วงเวลาหลายวันที่ผ่านมาเจินเหยาดำเนินชีวิตที่เต็มไปด้วยความเครียดและความกดดัน เธอทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับการทำงานและการเรียนซึ่งเป็นสิ่งที่เธอถือว่าเป็นเป้าหมายสำคัญที่สุดในชีวิตตอนนี้ ทั้งสองอย่างต้องใช้พลังงานอย่างมากทำให้เจินเหยาแทบไม่มีเวลาเหลือสำหรับการดูแลตัวเอง

ทุกเย็นหลังจากทำงานเสร็จเธอจะกลับมาบ้านและเริ่มทำวิทยานิพนธ์ต่อทันที บ่อยครั้งที่เจินเหยานั่งทำงานจนลืมเวลา ข้าวปลาไม่ยอมกิน นอนพักเพียงไม่กี่ชั่วโมงแล้วก็ตื่นมาทำงานต่อเป็นวัฏจักร ร่างกายของเธอเริ่มเหนื่อยล้ามากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ด้วยความมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้จึงไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองหยุดพัก

เช้าวันหนึ่งหลังจากคืนที่เธอทำวิทยานิพนธ์จนโต้รุ่ง เจินเหยาก็รู้สึกถึงความเหนื่อยล้าที่เกินกว่าจะบรรยายได้ แต่เธอก็ยังคงลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานและเตรียมตัวไปทำงานที่บริษัทเหมือนเช่นทุกวัน เธอเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำและเปลี่ยนชุด ในขณะที่เธอกำลังอาบน้ำอยู่นั้นความปวดหัวที่เธอเคยรู้สึกมาก่อนหน้านี้เริ่มรุนแรงขึ้น

"ทำไมถึงปวดหัวขนาดนี้" เจินเหยาพึมพำกับตัวเองขณะที่น้ำไหลรดผ่านใบหน้าและไหล่ ความรุนแรงของอาการปวดหัวทำให้เธอต้องเอามือจับศีรษะพยายามบรรเทาความเจ็บปวดแต่ก็ไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้นเลย เธอรู้สึกเหมือนทุกอย่างหมุนรอบตัวเอง ภาพที่เห็นเริ่มพร่ามัวและเสียงในหัวก็เหมือนจะดังก้องขึ้นมา

เธอรีบปิดน้ำแล้วพยุงตัวออกจากห้องน้ำอย่างยากลำบาก ขาเริ่มอ่อนแรงจนแทบยืนไม่ไหว จากนั้นก็เดินโซเซไปที่เตียงนอนและทิ้งตัวลงนั่ง พยายามหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อให้ร่างกายสงบลง แต่ความปวดหัวกลับรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้เธอรู้สึกว่าทนไม่ไหวอีกต่อไป

"นี่มันอะไรกันเนี่ย..." เธอพูดด้วยเสียงที่แทบจะไม่ได้ยินเองขณะที่พยายามเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ใกล้ ๆ ตั้งใจจะโทรเรียกรถพยาบาลเพราะรู้สึกว่าตัวเองอาจจะเป็นอะไรที่มากกว่าความเหนื่อยล้าธรรมดา

มือของเจินเหยาสั่นขณะที่กดเบอร์โทรฉุกเฉิน ร่างกายเริ่มไม่มีแรงที่จะประคองตัวเองอีกต่อไป ความรู้สึกเหมือนหัวจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ ทำให้แทบไม่สามารถคิดอะไรได้อีก เธอกดหมายเลขโทรออกและยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู แต่ก่อนที่จะพูดอะไรได้ก็รู้สึกว่าความมืดมิดค่อย ๆ กลืนกินสติไปจนหมดสิ้น

เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลที่รับสายได้ยินเสียงการโทรเข้ามา แต่ไม่มีเสียงพูดจากเจินเหยา พวกเขาพยายามเรียกและถามชื่อหรือที่อยู่ของผู้ที่โทรมา แต่สิ่งที่ได้กลับเป็นความเงียบสงัด ซึ่งทำให้พวกเขารู้สึกกังวลว่าผู้ที่โทรมาอาจจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น

"สวัสดีค่ะ…มีเรื่องเร่งด่วนอะไรให้ช่วยเหรอคะ" เจ้าหน้าที่พูดคำนี้ซ้ำอยู่หลายครั้ง

เจินเหยานอนหมดสติอยู่บนเตียง โทรศัพท์มือถือที่อยู่ในมือหล่นลงบนพื้นห้อง เธอไม่สามารถรับรู้ได้อีกต่อไป ร่างกายที่เคยแข็งแรงและเต็มไปด้วยพลังงานตอนนี้กลับกลายเป็นเพียงเงาของตัวตนเดิมที่กำลังลอยลับไปในความมืด

เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ โดยที่ไม่มีใครรู้ว่าเจินเหยาอยู่ในสภาพใด ไม่มีใครมาช่วยเธอในเวลานั้น ความเงียบงันและความเหน็บหนาวเข้ามากลืนกินห้องเล็ก ๆ  สติสัมปชัญญะของเจินเหยาเริ่มหลุดลอยออกไปเรื่อย ๆ เหมือนกับตกลงไปในความมืดที่ไม่มีที่สิ้นสุด ไม่มีแสงสว่าง ไม่มีเสียงใด ๆ เพียงแต่ความรู้สึกเจ็บปวดและความเหนื่อยล้าที่ทับถมเข้ามาเท่านั้น

ไม่กี่นาทีหลังจากนั้นทีมกู้ภัยของโรงพยาบาลได้รับแจ้งจากศูนย์ว่ามีสายโทรศัพท์ที่น่าสงสัยมาจากเบอร์โทรศัพท์ของเจินเหยา พวกเขาเร่งออกไปยังสถานที่ตามที่ได้รับแจ้งเพื่อหาผู้ที่อาจจะประสบเหตุการณ์ฉุกเฉิน ในขณะที่ทางโรงพยาบาลก็พยายามติดต่อไปยังเบอร์โทรศัพท์นั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่ก็ยังไม่มีใครตอบรับ

ในขณะที่ร่างกายของเจินเหยาเริ่มเข้าสู่สภาวะไม่รู้สึกตัวอีกต่อไป ประตูห้องของเธอถูกเปิดออกโดยทีมกู้ภัยที่รีบรุดเข้ามาตามการแจ้งเหตุ พวกเขาพบหญิงสาวนอนหมดสติอยู่บนเตียง ใบหน้าซีดเซียวและไม่มีสัญญาณของการตอบสนองใด ๆ

"เธอไม่หายใจแล้ว" หนึ่งในทีมกู้ภัยตะโกนขึ้นอย่างเร่งรีบ ขณะที่คนอื่น ๆ พยายามทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างรวดเร็ว ทุกคนต่างทำงานอย่างเร่งรีบเพื่อพยายามช่วยชีวิตเธอ

เจินเหยาในขณะนี้เหมือนจะหลุดพ้นจากความรู้สึกเจ็บปวดทั้งหมด ร่างกายของเธอไม่ได้รับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวอีกต่อไป ทุกอย่างเงียบสงัดและไม่มีเสียงรบกวน ทุกความคิดและความรู้สึกเริ่มจางหายไปเหมือนกับแสงไฟที่ค่อย ๆ ดับลง

ความรู้สึกสุดท้ายที่เธอรู้สึกคือการหลุดพ้นจากโลกที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เสียงต่าง ๆ ค่อย ๆ หายไปในระยะไกล ขณะที่เธอจมดิ่งลงไปในความเงียบงันที่ไม่มีที่สิ้นสุด

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres
Pas de commentaire
40
บทที่ 1 หญิงสาวที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
บนชั้นสิบสี่ในตึกแห่งหนึ่งใจกลางกรุงปักกิ่ง ท่ามกลางความวุ่นวายในอาคารสำนักงานหญิงสาวคนหนึ่งกำลังยุ่งอยู่กับงานที่กองจนแทบจะสูงท่วมหัว ไม่ใช่แค่เธอเท่านั้น เพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ต่างก็มีชะตากรรมที่ไม่ต่างกันเจินเหยาหญิงสาววัยสามสิบปีผู้มุ่งมั่นในการทำงานและการเรียน หลังจากใช้เวลาในวัยหนุ่มสาวไปกับการทำงานเพื่อสร้างฐานะ เจินเหยาได้เข้าทำงานในบริษัทส่งออกวัตถุดิบจำพวกอาหารแห้งจากประเทศจีน งานของเธอเกี่ยวข้องกับการติดต่อประสานงานกับลูกค้าต่างประเทศ รวมถึงการจัดการเรื่องเอกสารศุลกากรเพื่อส่งออกสินค้าไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ด้วยความรับผิดชอบและความสามารถที่โดดเด่น เจินเหยาได้รับความไว้วางใจจากผู้บริหารและได้รับมอบหมายงานที่ท้าทายอยู่เสมอหลังจากส่งอีเมลแจ้งข่าวดีให้กับลูกค้าและหัวหน้าแล้วเจินเหยาก็รู้สึกเหนื่อยล้าอย่างมาก เธอหันมองนาฬิกาบนผนังที่บอกเวลาเกือบห้าทุ่ม วันนี้เป็นวันที่งานของเธอต้องเผชิญกับปัญหาใหญ่ เมื่อสินค้าไม่ผ่านด่านศุลกากรขาเข้าของประเทศปลายทาง ทำให้เกิดความล่าช้าและอาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของบริษัท เจินเหยาจำเป็นต้องรีบแก้ไขสถานการณ์นี้ให้เร็วที
Read More
บทที่ 2 สะใภ้บ้านจาง
ที่หมู่บ้านหนี่จวงเมื่อห้าสิบปีที่แล้ว หมู่บ้านหนึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของมณฑลเสฉวนซึ่งค่อนข้างยากจน คนในหมู่บ้านส่วนใหญ่ต่างทำงานที่คอมมูนมีส่วนน้อยที่จะไปรับจ้างหรือว่าทำงานอย่างอื่นในเมือง ด้วยสังคมสมัยนั้นยังไม่เปิดกว้างชาวบ้านเหล่านี้จึงไม่ค่อยมีทางเลือกสักเท่าไร จะทำมาค้าขายขายอะไรก็เป็นเรื่องยากไปหมด อีกทั้งเศรษฐกิจก็ไม่ค่อยจะดีเว่ยเถียนเถียนหญิงสาวหน้าตางดงามผิวพรรณผุดผ่องราวกับลูกคุณหนูแต่ต้องทนทุกข์กับชีวิตที่เธอไม่เคยคาดคิดว่าจะต้องเจอ เธอต้องทำงานหนักเพื่อเลี้ยงดูครอบครัวสามีที่ไม่สนใจทำงานทำการใด ๆ นอกจากการใช้จ่ายเงินของเธอไปวัน ๆวันหนึ่งเว่ยเถียนเถียนกลับมาจากคอมมูนหลังจากทำงานเก็บผักมาตลอดทั้งวัน เธอเดินเข้าบ้านด้วยความเหนื่อยล้า ร่างกายของเธออ่อนแรงจากการทำงานหนักบนแปลงผักกลางแดด แสงแดดที่แผดเผาทำให้ผิวที่เคยขาวนวลกลายเป็นคล้ำขึ้นและหยาบกร้าน แต่เธอยังต้องอดทนเพื่อครอบครัวที่เธอได้ถูกบังคับให้ดูแลเมื่อเปิดประตูเข้าบ้านสิ่งแรกที่เธอเห็นคือแม่สามีที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ในห้องนั่งเล่น แม่สามีของเธอเป็นหญิงวัยกลางคนที่มีหน้าตาหยิ่งยโส เธอสวมเสื้อผ้าอย
Read More
บทที่ 3 แม่ของเด็กน้อยจากไปแล้ว
เช้าวันต่อมาเว่ยเถียนเถียนตื่นขึ้นมาตามปกติ หลังจากค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความฝันอันเงียบสงบ การตื่นนอนในบ้านเล็ก ๆ ที่เธออาศัยอยู่ไม่ได้เป็นเวลาที่เธอรู้สึกผ่อนคลายเลยแม้แต่น้อย เสียงไก่ขันบ่งบอกถึงการเริ่มต้นของวันใหม่ แต่สำหรับเว่ยเถียนเถียนมันคือการเริ่มต้นของวันแห่งความเหนื่อยล้าและความกดดันที่ต้องเผชิญกับครอบครัวสามีที่เรียกร้องสิ่งต่าง ๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุดทันทีที่เธอลุกขึ้นจากเตียงและเริ่มจัดการกับงานบ้านประจำวัน เสียงเรียกจากแม่สามีก็ดังขึ้นจากห้องข้าง ๆ "เถียนเถียน รีบมานี่สิ ฉันมีเรื่องจะพูดกับเธอ" เว่ยเถียนเถียนรีบลุกไปหาแม่สามีที่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น โดยมีน้องสาวสามีนั่งอยู่ข้าง ๆ ทั้งคู่แต่งตัวเรียบร้อยพร้อมจะออกไปข้างนอก เห็นได้ชัดว่าพวกเขากำลังจะไปเที่ยวตลาดในเมืองอย่างที่เคยทำบ่อย ๆ"เถียนเถียน แม่กับน้องสาวจะไปตลาดในเมืองวันนี้ เอาเงินมาให้พวกเราหน่อย" แม่สามีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่มีความเกรงใจใด ๆ"แม่คะ วันนี้ฉันอาจจะให้เงินไม่ได้ค่ะ พอดีว่ามีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ต้องจัดการด้วย" เว่ยเถียนเถียนพยายามพูดอย่างสุภาพเพื่อหลีกเลี่ยงก
Read More
บทที่ 4 ฉันจะไม่ยอมให้เป็นแบบนี้อีกต่อไป
เจินเหยาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกปวดหัวอย่างหนัก มือข้างหนึ่งสัมผัสไปที่ศีรษะพบว่าเลือดไหลออกมานิดหน่อย เธอเริ่มจำได้ว่าตอนที่ปวดหัวรุนแรงนั้นอาจจะล้มแล้วไปกระแทกอะไรเข้า แต่เมื่อลืมตาขึ้นมากลับต้องตกใจอย่างมากเพราะที่นี่ไม่ใช่โรงพยาบาลแต่กลับเป็นบ้านแบบชนบทหลังหนึ่งเธอพยายามมองไปรอบ ๆ เพื่อทำความเข้าใจว่าตัวเองอยู่ที่ไหน บ้านหลังนี้ดูเก่าและมีสภาพทรุดโทรม มีเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่ดูเหมือนทำเองและไม่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าทันสมัยใด ๆ ที่เธอคุ้นเคย เจินเหยารู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างดูแปลกตาและเหมือนกับว่าอยู่คนละยุคสมัยอย่างไรอย่างนั้นเสียงเด็กร้องไห้ดังมาจากด้านข้าง เจินเหยาหันไปมองตามเสียงนั้นพบว่าเป็นเด็กผู้ชายอายุประมาณห้าขวบ เด็กน้อยนั่งอยู่ข้าง ๆ และกำลังร้องไห้เสียใจ แต่เมื่อเขาเห็นว่าเธอฟื้นขึ้นมาแล้วก็เปลี่ยนสีหน้าและร้องตะโกนด้วยความดีใจ "แม่ฟื้นแล้ว ๆ!"เด็กน้อยพุ่งเข้ามากอดเจินเหยาด้วยความรักและความห่วงใย ทำให้รู้สึกอึดอัดแต่ก็อบอุ่นในเวลาเดียวกัน เธอพยายามปรับตัวและหันกลับมามองเด็กน้อยที่กอดเธอแน่น น้ำตาของเขายังเปียกแก้มอยู่และแววตาก็เต็มไปด้วยความหวังเ
Read More
บทที่ 5 เริ่มต้นชีวิติใหม่
“ฉันมีเรื่องหนึ่งที่จะขอร้องค่ะ” เว่ยเถียนเถียนพูดขึ้น“เรื่องอะไรก็ว่ามาเถอะ ถ้าถูกต้องตามหลักฏหมายย่อมได้อย่างแน่นอน” หัวหน้าหมู่บ้านตอบ“ฉันอยากให้ลูกชายไปกับฉันด้วยค่ะ” เว่ยเถียนตอบเสียงดังเพื่อประกาศให้ชาวบ้านที่อยู่ที่นั่นรู้ตัว “เพราะว่าบ้านจางตอนนี้ไม่มีเงินเลย ช่วงที่ผ่านก็ใช้เงินมรดกที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้ฉันเป็นค่าใช้จ่ายในบ้านมาตลอด จางกวนหย่งเองก็ไม่มีงานการให้ทำเป็นหลักแหล่ง แม้กระทั่งงานที่คอมมูนเขาก็ไปไม่ทำเลยด้วยซ้ำ ดังนั้นฉันคิดว่าเขาและแม่ของเขาไมสามารถเลี้ยงดูอบรมให้ลูกชายของฉันเป็นคนดีได้ ดังนั้นการให้เขาไปอยู่กับฉันจะเป็นการดีที่สุด” เว่ยเถียนเถียนอธิบาย“ได้ยังไงกัน เด็กแซ่จางก็ต้องเป็นลูกหลานบ้านจาง ยังไงเขาก็ต้องอยู่ที่นี่” นางหยางเจี่ยรีบคัดค้านขึ้นมาทันที“แต่ว่าฉันมีเงินมากพอที่จะเลี้ยงลูกได้” เว่ยเถียนเถียนยืนยัน “และฉันก็มั่นใจว่าจะสอนลูกให้เป็นคนดีได้ ไม่ใช่ครอบครัวที่พ่อติดการพนัน ย่าและอาสาวที่เอาแต่ใช้เงินไปวัน ๆ“แล้วออกจากบ้านไปเธอจะไ
Read More
บทที่ 6 มิติแห่งความหวัง
เว่ยเถียนเถียนตื่นขึ้นมาในตอนบ่าย ทว่าเธอก็ยังรู้สึกปวดหัวอยู่ไม่น้อย อาจจะเป็นเพราะความตึงเครียดที่เจอมาตลอดทั้งวันก็เลยทำให้ไม่สบายเนื้อสบายตัวสักเท่าไร ส่วนลูกชายวัยห้าขวบของเธอนั้นกำลังเดินไปเดินมาเพื่อสำรวจห้องเช่าที่ซึ่งเป็นบ้านใหม่ของพวกเขาอยู่เธอหันไปพูดกับจางเสวียอี้ลูกชายอันเป็นแสงสว่างในชีวิตของเธอ "แม่ขอพักผ่อนต่อสักหน่อยนะเสวียอี้ ส่วนลูกอยากไปสำรวจรอบ ๆ บ้านใหม่หรือเปล่า"จางเสวียอี้ยิ้มอย่างกระตือรือร้น "ครับแม่ ผมอยากไปสำรวจดูรอบ ๆ นิดหน่อย จะได้รู้ว่าแถวบ้านใหม่นี้มีอะไรบ้าง”"งั้นก็ไปเถอะ แต่อย่าไปไกลเกินไปนะและกลับบ้านก่อนค่ำด้วย" เว่ยเถียนเถียนยิ้มให้ลูกชายจางเสวียอี้พยักหน้าและออกจากบ้านเช่าด้วยความตื่นเต้น เขามองดูรอบ ๆ บริเวณที่พักใหม่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ทุกอย่างดูแปลกตาและน่าสนใจสำหรับเด็กน้อยอย่างเขา บ้านเช่าของพวกเขาอยู่ใกล้กับตลาด ทำให้ได้เห็นผู้คนมากมายที่มาเดินซื้อของ จางเสวียอี้เดินผ่านร้านค้าต่าง ๆ ที่มีสินค้ามากมายทั้งของกิน ของใช้ และของตกแต่งในขณะที่จางเสวียอี้สำรวจตลาดก็ได้ยินเสียงพูดคุยและเสียงหัวเรา
Read More
บทที่ 7 น้ำเต้าหู้
แม่ลูกกินข้าวกันเสร็จก็เริ่มทำความสะอาดบ้าน เว่ยเถียนเถียนสำรวจดูข้าวของในบ้านว่ามีอะไรพอใช้ได้บ้าง เธอเดินไปที่ห้องครัวแล้วเปิดดูภายในตู้พบว่ามีหม้อใบใหญ่สภาพดีวางอยู่บนชั้นล่างสุด ข้าง ๆ กันมีถังและกะละมังสองสามใบ เธอยังเห็นกระทะและอุปกรณ์ครัวอื่น ๆ อีกเล็กน้อยที่สามารถใช้ในการทำอาหารได้ เธอคิดกับตัวเองว่า “เราควรจะใช้ของเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์ เริ่มจากทำอะไรที่ง่าย ๆ และราคาไม่แพงขายก่อน”เมื่อหันไปมองลูกชายที่กำลังเช็ดโต๊ะอยู่ ความทรงจำของเจ้าของร่างก็ผุดขึ้นมาในหัวใจ เธอนึกถึงตอนที่จางเสวียอี้ยังเด็กเขาชอบกินน้ำเต้าหู้มาก เว่ยเถียนเถียนมักจะต้มน้ำเต้าหู้ร้อน ๆ ให้เขากินทุกเช้าก่อนที่เธอจะออกไปทำงานที่คอมมูน ความสุขของลูกชายในตอนนั้นเป็นสิ่งที่เธอไม่เคยลืมเลือนเมื่อคิดได้เช่นนั้นจึงตัดสินใจที่จะทำน้ำเต้าหู้ขาย เธอเดินเข้าไปใกล้ลูกชายที่กำลังเช็ดโต๊ะอย่างขยันขันแข็ง"เสวียอี้" เธอเรียกลูกชายด้วยน้ำเสียงอบอุ่นจางเสวียอี้เงยหน้าขึ้นมองแม่ "ครับแม่ มีอะไรให้ผมช่วยอีกไหมครับ""แม่ว่าพวกเราทำน้ำเต้าหู้ขายกันดีไหม น่าจะเป็นอะไรที่ทำง่ายแ
Read More
บทที่ 8 มีน้ำเต้าหู้แล้วก็ต้องมีปาท่องโก๋ด้วยสิ
หลังจากที่เห็นผลตอบรับจากการขายน้ำเต้าหู้ในวันแรกดีเกินคาดเว่ยเถียนเถียนก็เริ่มคิดแผนการสำหรับวันถัดไป เธอตัดสินใจว่าจะเพิ่มปริมาณน้ำเต้าหู้ให้มากขึ้นและยังมีความคิดที่จะเพิ่มเมนูใหม่คือปาท่องโก๋เข้ามาขายควบคู่กันด้วย เนื่องจากน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋เป็นของคู่กันที่หลายคนชื่นชอบเช้าวันรุ่งขึ้นเว่ยเถียนเถียนปลุกจางเสวียอี้แต่เช้าเพื่อมาขายย้ำเต้าหู้ช่วย หลังจากปิดร้านก็ชวนกันไปตลาดเพื่อหาซื้อของที่จำเป็นสำหรับการขยายกิจการเล็ก ๆ ของพวกเขา"เสวียอี้...วันนี้เราจะไปซื้อหม้อใบใหญ่กว่าเดิมนะ จะได้ทำทีเดียวได้เยอะ ๆ หน่อย" เว่ยเถียนเถียนบอกลูกชายจางเสวียอี้พยักหน้ารับอย่างตื่นเต้น การได้ไปเดินตลาดและช่วยแม่เลือกของเป็นสิ่งที่เขาอยากทำเป็นอย่างยิ่งทั้งสองเดินทางมาถึงตลาด เว่ยเถียนเถียนเดินเลือกหม้อขนาดใหญ่กว่าที่เคยใช้ พร้อมทั้งเลือกเตาที่สามารถวางได้หน้าร้าน เพื่อจะได้ทำน้ำเต้าหู้สด ๆ ให้ลูกค้าดูได้เลย นอกจากนี้ยังเดินหาซื้ออุปกรณ์สำหรับการทำปาท่องโก๋ ทั้งกระทะใบใหญ่ ตะหลิว ไม้นวดแป้ง และอื่น ๆ อีกมากมายหลังจากได้ของครบทั้งสองคนก็เดินทางกลับบ้าน จางเส
Read More
บทที่ 9 กลับมาเยี่ยมบ้าน
หัวหน้าหมู่หยางป๋อประจำการอยู่ที่ค่ายทหารชายแดนได้รับอนุญาตให้ลาพักเป็นเวลาสั้นๆ เพื่อกลับมาเยี่ยมบ้านหลังจากที่เขาต้องใช้ชีวิตในค่ายทหารมากว่าหกปี ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงหยางป๋อเดินทางมาด้วยรถไฟใช้เวลาร่วมสามวันสามคืน เมื่อรถไฟหยุดที่สถานีในเมืองเขาก็ก้าวลงจากรถไฟด้วยท่าทางองอาจ มาดมั่น ชุดเครื่องแบบทหารที่ตัดเย็บอย่างดีทำให้ดูมีสง่าราศี รูปร่างสูงใหญ่ของเขาและกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งจากการฝึกซ้อมที่หนักหน่วงทำให้ผู้คนรอบข้างต่างต้องชื่นชม หยางป๋อในวัยยี่สิบหกปีนั้นเป็นหนุ่มหล่อที่มีเสน่ห์อย่างมาก ใบหน้าคมเข้มและดวงตาที่แฝงไปด้วยความมุ่งมั่น ทำให้สาวๆ ที่เดินผ่านไปมาต่างพากันมองตามด้วยความสนใจสายลมเย็นๆ ของฤดูใบไม้ร่วงพัดผ่านมาพร้อมกับใบไม้ที่ร่วงหล่น หยางป๋อสูดลมหายใจลึกๆ รู้สึกสดชื่นที่ได้กลับมาเยี่ยมบ้านเกิดอีกครั้ง หลังจากที่ต้องอดทนกับการฝึกซ้อมและภารกิจหนักหน่วงที่ค่ายทหารมาตลอด หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความสุขที่ได้กลับมาเจอครอบครัวเขามองไปรอบๆ สถานีรถไฟที่คุ้นเคย เห็นร้านค้าขนาดเล็กที่ยังคงตั้งอยู่ในที่เดิม ๆ ผู้คนเดินจับจ่ายซื้อของกันอย่างคึก
Read More
บทที่ 10 รักแรก
หยางป๋อเดินทางกลับมาถึงบ้าน สายลมอ่อนพัดผ่านท้องทุ่งนาและกลิ่นหอมของดอกไม้ลอยมาตามลม บรรยากาศที่บ้านเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความตื่นเต้น เมื่อคนในครอบครัวเห็นเขาก้าวเข้ามาในบ้าน นางหลิวหู่แม่ของหยางป๋อรีบวิ่งออกมาพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า นางโผกอดลูกชายแน่น หยางสุ่ยพ่อของหยางป๋อซึ่งเป็นชายชราที่ยังแข็งแรงแม้จะมีอายุแล้วก็ยิ้มกว้างพลางตบหลังลูกชายเบา ๆ"ต้าป๋อ ลูกกลับมาแล้ว แม่คิดถึงลูกมาก" นางหลิวหู่พูดด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความดีใจ"ผมก็คิดถึงพ่อกับแม่ครับ" หยางป๋อตอบพลางยิ้มให้แม่ของเขา เขาหันไปกอดพ่อและยิ้มให้กับน้องสาวที่กำลังยืนยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวเรียงเป็นแถวทันทีที่ข่าวการกลับมาของหยางป๋อแพร่กระจายไปทั่วหมู่บ้าน เพื่อนบ้านที่สนิทกับบ้านหยางเขาก็เริ่มทยอยกันมาเยี่ยมเยียน ทุกคนต่างนำของขวัญและสิ่งของมามอบให้เขาเป็นการต้อนรับกลับบ้าน มีทั้งผลไม้สด อาหารพื้นบ้าน และข้าวของเครื่องใช้ในค่ำคืนนั้นคนบ้านหยางได้จัดงานเลี้ยงต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ที่ลานบ้าน แสงไฟจากโคมสว่างไสวทั่วบริเวณ กลิ่นหอมของอาหารที่นางหยางเจี่ยทำเองลอยมาตามลม มีทั้งเป็ดตุ๋น หมูสามชั้นต้มซีอ
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status