ทะลุมิติมาเป็นแม่หม้ายขายน้ำเต้าหู้

ทะลุมิติมาเป็นแม่หม้ายขายน้ำเต้าหู้

last updateHuling Na-update : 2025-05-15
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
Hindi Sapat ang Ratings
40Mga Kabanata
3.0Kviews
Basahin
Idagdag sa library

Share:  

Iulat
Buod
katalogo
I-scan ang code para mabasa sa App

หญิงสาวที่กำลังมีหน้าที่การงานที่มั่นคงในยุคปัจจุบันทั้งยังสร้างความก้าวหน้าให้ชีวิตด้วยการเรียนต่อปริญญาโทอีก แต่ว่าชะตากลับมาพลิกผันเมื่อเธอทำงานหนักมากเกินไปจนต้องจบชีวิตลงแล้วมาเข้าร่างของหญิงสาวในยุค 70's ที่ต้องตายด้วยความรันทดภายในบ้านของอดีตสามี เธอตื่นขึ้นมาอีกครั้งและพบว่ามีอีกหนึ่งชีวิตที่อยู่ในความรับผิดชอบ เด็กชายวัยห้าขวบหน้าตาน่ารักกำลังนั่งร้องไห้อยู่ข้าง ๆ เพราะคิดว่าแม่ของเขาได้ตายไปแล้ว เมื่อความทรงจำทั้งหมดพรั่งพรูเข้ามาเธอก็รู้ว่าจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้อีกต่อไป ถึงเวลาแล้วที่จะต้องฮึดสู้และพาชีวิตของพวกเขาออกไปสู่วันที่ดีกว่า

view more

Kabanata 1

บทที่ 1 หญิงสาวที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

비가 내렸다.

그러나 비도 피 냄새만은 씻어 내리지 못했다.

젖은 흙이 피를 먹어 오래된 쇠처럼 비렸다. 돌계단 틈마다 붉은 물이 고였고, 빗방울이 닿을 때마다 잘게 부서졌다.

형장을 둘러싼 백성들은 숨조차 함부로 쉬지 못했다. 멀리 황궁의 붉은 담이 비안개에 잠겨, 아직 마르지 않은 상처처럼 서 있었다.

심월령은 그 담을 보다가, 천천히 시선을 내렸다.

무릎이 진흙에 반쯤 잠겨 있었다. 한때 대연에서 가장 고운 비단만 두르던 황후의 무릎이었다.

봉황을 수놓은 대례복은 오래전에 벗겨졌다. 금관도, 비녀도 없었다.

남은 것은 죄인의 흰 홑옷 한 벌. 빗물에 무겁게 달라붙은 머리카락. 목에 걸린 나무 죄패 하나뿐이었다.

죄패에는 먹으로 네 글자가 적혀 있었다.

역모 폐후.

먹은 비에 번졌으나, 그 네 글자만은 이상하리만치 선명했다. 누군가 온 나라의 눈에 그 이름을 새겨 넣으려 한 것처럼.

역모라니.

월령은 웃음이 날 뻔했다.

아버지 심도윤은 평생 북녘 변경의 북문을 지킨 장군이었다. 흑령산맥 너머 삭원의 기마를 막느라 세 번의 겨울을 변경에서 보냈고, 그 추위에 손가락 둘을 잃었다.

오라비 심각은 위명서가 즉위하던 날, 반란군의 화살을 등으로 막은 사람이었다. 어린 아란은 아직 비녀도 제대로 꽂지 못하는 아이였다.

그런 심가가 역모를 꾸몄다 했다. 그런 심가의 딸이 황제를 독살하려 했다 했다.

비가 돌계단을 두드렸다. 한 방울, 또 한 방울. 거짓을 세어 보는 소리 같았다.

"폐후 심씨."

높은 단 위에서 음성이 떨어졌다. 월령은 고개를 들었다.

황제 위명서가 그곳에 서 있었다. 금빛 용포에는 비 한 방울 닿지 않았다.

내관이 받쳐 든 검은 우산 아래, 그는 단정했다. 오늘 처형되는 사람이 한때 제 곁에서 밤을 지새우던 여인임을, 잊은 사람처럼.

저 얼굴을 사랑했었다.

이제는 남의 이야기처럼 아득했다.

그가 처음 손을 내밀던 날, 대연의 봄은 유난히 따뜻했다. 살구꽃이 바람을 타고 떨어지던 오후였다.

꽃그늘 아래, 그의 목소리는 햇살처럼 부드러웠다.

'그대가 곁에 있다면, 이 황궁도 외롭지 않겠소.'

그 한마디가 얼마나 가벼웠는지, 그녀는 너무 늦게 알았다.

그때의 살구꽃은 달았다. 눈앞을 희게 흐리고, 마음의 문턱을 소리 없이 넘었다.

그녀는 아버지의 걱정도, 오라비의 긴 침묵도, 사람들이 낮게 삼키던 말들도 외면했다. 다정한 목소리 하나면 세상의 그늘을 다 가릴 수 있다고 믿었다.

그렇게 황후가 되었다.

그리고 황후가 된 뒤에야 알았다. 붉은 담 안의 등불은 밤마다 고왔으나, 그 불빛 아래에서 누가 소리 없이 지워지는지는 아무도 보지 못한다는 것을.

"마지막으로 할 말이 있는가."

위명서의 목소리는 여전히 아름다웠다. 다정하게 들리도록 태어난 목소리였다.

월령은 갈라진 입술을 열었다. 혀끝에 피와 빗물이 함께 고였다.

"아버지는, 역모를 꾸미지 않았습니다."

군중이 술렁였다. 위명서의 눈썹이 희미하게 움직였다.

"오라비도, 아란도, 심가의 누구도 폐하를 배신하지 않았습니다."

"그만하라."

"폐하께서 그 사실을, 모르실 리 없습니다."

빗소리가 커졌다. 어쩌면 군중이 한꺼번에 숨을 들이켜는 소리였는지도 몰랐다.

위명서는 한참을 월령을 내려다보았다. 곤원전에서 밤늦도록 그녀의 머리를 쓰다듬던 사내는, 그 눈 안에 없었다.

거기에는 황좌를 지키기 위해서라면 무엇이든 태울 수 있는 군주만 있었다.

"그대는 끝까지 짐을 실망시키는군."

월령은 그제야 웃었다.

목 안쪽이 찢어져 피 섞인 숨이 새어 나왔다. 그런데도 입가가 조금 올라가는 것만으로, 형장의 사람들이 더 깊이 얼어붙었다.

"그대가 가만히 있었다면, 심가의 어린 목숨 하나쯤은 살릴 수 있었을 것이다."

아란.

그 이름은 혀끝까지 올라오지 못했다.

대신 별궁의 연기가 먼저 떠올랐다. 불타는 처마, 재 냄새, 뒤돌아보지 못하고 끌려가던 제 팔. 불길 쪽으로 달려가던 작은 등 하나.

내관들은 그녀의 팔을 붙잡았고, 위명서는 단 한 번도 돌아보지 않았다.

그날부터 월령은 밤마다 조금씩 비어 갔다.

오늘 형장에 오른 것은, 그 빈 껍데기의 마지막 조각이었다.

Palawakin
Susunod na Kabanata
I-download

Pinakabagong kabanata

Higit pang Kabanata
Walang Komento
40 Kabanata
บทที่ 1 หญิงสาวที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
บนชั้นสิบสี่ในตึกแห่งหนึ่งใจกลางกรุงปักกิ่ง ท่ามกลางความวุ่นวายในอาคารสำนักงานหญิงสาวคนหนึ่งกำลังยุ่งอยู่กับงานที่กองจนแทบจะสูงท่วมหัว ไม่ใช่แค่เธอเท่านั้น เพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ต่างก็มีชะตากรรมที่ไม่ต่างกันเจินเหยาหญิงสาววัยสามสิบปีผู้มุ่งมั่นในการทำงานและการเรียน หลังจากใช้เวลาในวัยหนุ่มสาวไปกับการทำงานเพื่อสร้างฐานะ เจินเหยาได้เข้าทำงานในบริษัทส่งออกวัตถุดิบจำพวกอาหารแห้งจากประเทศจีน งานของเธอเกี่ยวข้องกับการติดต่อประสานงานกับลูกค้าต่างประเทศ รวมถึงการจัดการเรื่องเอกสารศุลกากรเพื่อส่งออกสินค้าไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ด้วยความรับผิดชอบและความสามารถที่โดดเด่น เจินเหยาได้รับความไว้วางใจจากผู้บริหารและได้รับมอบหมายงานที่ท้าทายอยู่เสมอหลังจากส่งอีเมลแจ้งข่าวดีให้กับลูกค้าและหัวหน้าแล้วเจินเหยาก็รู้สึกเหนื่อยล้าอย่างมาก เธอหันมองนาฬิกาบนผนังที่บอกเวลาเกือบห้าทุ่ม วันนี้เป็นวันที่งานของเธอต้องเผชิญกับปัญหาใหญ่ เมื่อสินค้าไม่ผ่านด่านศุลกากรขาเข้าของประเทศปลายทาง ทำให้เกิดความล่าช้าและอาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของบริษัท เจินเหยาจำเป็นต้องรีบแก้ไขสถานการณ์นี้ให้เร็วที
Magbasa pa
บทที่ 2 สะใภ้บ้านจาง
ที่หมู่บ้านหนี่จวงเมื่อห้าสิบปีที่แล้ว หมู่บ้านหนึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของมณฑลเสฉวนซึ่งค่อนข้างยากจน คนในหมู่บ้านส่วนใหญ่ต่างทำงานที่คอมมูนมีส่วนน้อยที่จะไปรับจ้างหรือว่าทำงานอย่างอื่นในเมือง ด้วยสังคมสมัยนั้นยังไม่เปิดกว้างชาวบ้านเหล่านี้จึงไม่ค่อยมีทางเลือกสักเท่าไร จะทำมาค้าขายขายอะไรก็เป็นเรื่องยากไปหมด อีกทั้งเศรษฐกิจก็ไม่ค่อยจะดีเว่ยเถียนเถียนหญิงสาวหน้าตางดงามผิวพรรณผุดผ่องราวกับลูกคุณหนูแต่ต้องทนทุกข์กับชีวิตที่เธอไม่เคยคาดคิดว่าจะต้องเจอ เธอต้องทำงานหนักเพื่อเลี้ยงดูครอบครัวสามีที่ไม่สนใจทำงานทำการใด ๆ นอกจากการใช้จ่ายเงินของเธอไปวัน ๆวันหนึ่งเว่ยเถียนเถียนกลับมาจากคอมมูนหลังจากทำงานเก็บผักมาตลอดทั้งวัน เธอเดินเข้าบ้านด้วยความเหนื่อยล้า ร่างกายของเธออ่อนแรงจากการทำงานหนักบนแปลงผักกลางแดด แสงแดดที่แผดเผาทำให้ผิวที่เคยขาวนวลกลายเป็นคล้ำขึ้นและหยาบกร้าน แต่เธอยังต้องอดทนเพื่อครอบครัวที่เธอได้ถูกบังคับให้ดูแลเมื่อเปิดประตูเข้าบ้านสิ่งแรกที่เธอเห็นคือแม่สามีที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ในห้องนั่งเล่น แม่สามีของเธอเป็นหญิงวัยกลางคนที่มีหน้าตาหยิ่งยโส เธอสวมเสื้อผ้าอย
Magbasa pa
บทที่ 3 แม่ของเด็กน้อยจากไปแล้ว
เช้าวันต่อมาเว่ยเถียนเถียนตื่นขึ้นมาตามปกติ หลังจากค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความฝันอันเงียบสงบ การตื่นนอนในบ้านเล็ก ๆ ที่เธออาศัยอยู่ไม่ได้เป็นเวลาที่เธอรู้สึกผ่อนคลายเลยแม้แต่น้อย เสียงไก่ขันบ่งบอกถึงการเริ่มต้นของวันใหม่ แต่สำหรับเว่ยเถียนเถียนมันคือการเริ่มต้นของวันแห่งความเหนื่อยล้าและความกดดันที่ต้องเผชิญกับครอบครัวสามีที่เรียกร้องสิ่งต่าง ๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุดทันทีที่เธอลุกขึ้นจากเตียงและเริ่มจัดการกับงานบ้านประจำวัน เสียงเรียกจากแม่สามีก็ดังขึ้นจากห้องข้าง ๆ "เถียนเถียน รีบมานี่สิ ฉันมีเรื่องจะพูดกับเธอ" เว่ยเถียนเถียนรีบลุกไปหาแม่สามีที่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น โดยมีน้องสาวสามีนั่งอยู่ข้าง ๆ ทั้งคู่แต่งตัวเรียบร้อยพร้อมจะออกไปข้างนอก เห็นได้ชัดว่าพวกเขากำลังจะไปเที่ยวตลาดในเมืองอย่างที่เคยทำบ่อย ๆ"เถียนเถียน แม่กับน้องสาวจะไปตลาดในเมืองวันนี้ เอาเงินมาให้พวกเราหน่อย" แม่สามีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่มีความเกรงใจใด ๆ"แม่คะ วันนี้ฉันอาจจะให้เงินไม่ได้ค่ะ พอดีว่ามีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ต้องจัดการด้วย" เว่ยเถียนเถียนพยายามพูดอย่างสุภาพเพื่อหลีกเลี่ยงก
Magbasa pa
บทที่ 4 ฉันจะไม่ยอมให้เป็นแบบนี้อีกต่อไป
เจินเหยาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกปวดหัวอย่างหนัก มือข้างหนึ่งสัมผัสไปที่ศีรษะพบว่าเลือดไหลออกมานิดหน่อย เธอเริ่มจำได้ว่าตอนที่ปวดหัวรุนแรงนั้นอาจจะล้มแล้วไปกระแทกอะไรเข้า แต่เมื่อลืมตาขึ้นมากลับต้องตกใจอย่างมากเพราะที่นี่ไม่ใช่โรงพยาบาลแต่กลับเป็นบ้านแบบชนบทหลังหนึ่งเธอพยายามมองไปรอบ ๆ เพื่อทำความเข้าใจว่าตัวเองอยู่ที่ไหน บ้านหลังนี้ดูเก่าและมีสภาพทรุดโทรม มีเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่ดูเหมือนทำเองและไม่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าทันสมัยใด ๆ ที่เธอคุ้นเคย เจินเหยารู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างดูแปลกตาและเหมือนกับว่าอยู่คนละยุคสมัยอย่างไรอย่างนั้นเสียงเด็กร้องไห้ดังมาจากด้านข้าง เจินเหยาหันไปมองตามเสียงนั้นพบว่าเป็นเด็กผู้ชายอายุประมาณห้าขวบ เด็กน้อยนั่งอยู่ข้าง ๆ และกำลังร้องไห้เสียใจ แต่เมื่อเขาเห็นว่าเธอฟื้นขึ้นมาแล้วก็เปลี่ยนสีหน้าและร้องตะโกนด้วยความดีใจ "แม่ฟื้นแล้ว ๆ!"เด็กน้อยพุ่งเข้ามากอดเจินเหยาด้วยความรักและความห่วงใย ทำให้รู้สึกอึดอัดแต่ก็อบอุ่นในเวลาเดียวกัน เธอพยายามปรับตัวและหันกลับมามองเด็กน้อยที่กอดเธอแน่น น้ำตาของเขายังเปียกแก้มอยู่และแววตาก็เต็มไปด้วยความหวังเ
Magbasa pa
บทที่ 5 เริ่มต้นชีวิติใหม่
“ฉันมีเรื่องหนึ่งที่จะขอร้องค่ะ” เว่ยเถียนเถียนพูดขึ้น“เรื่องอะไรก็ว่ามาเถอะ ถ้าถูกต้องตามหลักฏหมายย่อมได้อย่างแน่นอน” หัวหน้าหมู่บ้านตอบ“ฉันอยากให้ลูกชายไปกับฉันด้วยค่ะ” เว่ยเถียนตอบเสียงดังเพื่อประกาศให้ชาวบ้านที่อยู่ที่นั่นรู้ตัว “เพราะว่าบ้านจางตอนนี้ไม่มีเงินเลย ช่วงที่ผ่านก็ใช้เงินมรดกที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้ฉันเป็นค่าใช้จ่ายในบ้านมาตลอด จางกวนหย่งเองก็ไม่มีงานการให้ทำเป็นหลักแหล่ง แม้กระทั่งงานที่คอมมูนเขาก็ไปไม่ทำเลยด้วยซ้ำ ดังนั้นฉันคิดว่าเขาและแม่ของเขาไมสามารถเลี้ยงดูอบรมให้ลูกชายของฉันเป็นคนดีได้ ดังนั้นการให้เขาไปอยู่กับฉันจะเป็นการดีที่สุด” เว่ยเถียนเถียนอธิบาย“ได้ยังไงกัน เด็กแซ่จางก็ต้องเป็นลูกหลานบ้านจาง ยังไงเขาก็ต้องอยู่ที่นี่” นางหยางเจี่ยรีบคัดค้านขึ้นมาทันที“แต่ว่าฉันมีเงินมากพอที่จะเลี้ยงลูกได้” เว่ยเถียนเถียนยืนยัน “และฉันก็มั่นใจว่าจะสอนลูกให้เป็นคนดีได้ ไม่ใช่ครอบครัวที่พ่อติดการพนัน ย่าและอาสาวที่เอาแต่ใช้เงินไปวัน ๆ“แล้วออกจากบ้านไปเธอจะไ
Magbasa pa
บทที่ 6 มิติแห่งความหวัง
เว่ยเถียนเถียนตื่นขึ้นมาในตอนบ่าย ทว่าเธอก็ยังรู้สึกปวดหัวอยู่ไม่น้อย อาจจะเป็นเพราะความตึงเครียดที่เจอมาตลอดทั้งวันก็เลยทำให้ไม่สบายเนื้อสบายตัวสักเท่าไร ส่วนลูกชายวัยห้าขวบของเธอนั้นกำลังเดินไปเดินมาเพื่อสำรวจห้องเช่าที่ซึ่งเป็นบ้านใหม่ของพวกเขาอยู่เธอหันไปพูดกับจางเสวียอี้ลูกชายอันเป็นแสงสว่างในชีวิตของเธอ "แม่ขอพักผ่อนต่อสักหน่อยนะเสวียอี้ ส่วนลูกอยากไปสำรวจรอบ ๆ บ้านใหม่หรือเปล่า"จางเสวียอี้ยิ้มอย่างกระตือรือร้น "ครับแม่ ผมอยากไปสำรวจดูรอบ ๆ นิดหน่อย จะได้รู้ว่าแถวบ้านใหม่นี้มีอะไรบ้าง”"งั้นก็ไปเถอะ แต่อย่าไปไกลเกินไปนะและกลับบ้านก่อนค่ำด้วย" เว่ยเถียนเถียนยิ้มให้ลูกชายจางเสวียอี้พยักหน้าและออกจากบ้านเช่าด้วยความตื่นเต้น เขามองดูรอบ ๆ บริเวณที่พักใหม่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ทุกอย่างดูแปลกตาและน่าสนใจสำหรับเด็กน้อยอย่างเขา บ้านเช่าของพวกเขาอยู่ใกล้กับตลาด ทำให้ได้เห็นผู้คนมากมายที่มาเดินซื้อของ จางเสวียอี้เดินผ่านร้านค้าต่าง ๆ ที่มีสินค้ามากมายทั้งของกิน ของใช้ และของตกแต่งในขณะที่จางเสวียอี้สำรวจตลาดก็ได้ยินเสียงพูดคุยและเสียงหัวเรา
Magbasa pa
บทที่ 7 น้ำเต้าหู้
แม่ลูกกินข้าวกันเสร็จก็เริ่มทำความสะอาดบ้าน เว่ยเถียนเถียนสำรวจดูข้าวของในบ้านว่ามีอะไรพอใช้ได้บ้าง เธอเดินไปที่ห้องครัวแล้วเปิดดูภายในตู้พบว่ามีหม้อใบใหญ่สภาพดีวางอยู่บนชั้นล่างสุด ข้าง ๆ กันมีถังและกะละมังสองสามใบ เธอยังเห็นกระทะและอุปกรณ์ครัวอื่น ๆ อีกเล็กน้อยที่สามารถใช้ในการทำอาหารได้ เธอคิดกับตัวเองว่า “เราควรจะใช้ของเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์ เริ่มจากทำอะไรที่ง่าย ๆ และราคาไม่แพงขายก่อน”เมื่อหันไปมองลูกชายที่กำลังเช็ดโต๊ะอยู่ ความทรงจำของเจ้าของร่างก็ผุดขึ้นมาในหัวใจ เธอนึกถึงตอนที่จางเสวียอี้ยังเด็กเขาชอบกินน้ำเต้าหู้มาก เว่ยเถียนเถียนมักจะต้มน้ำเต้าหู้ร้อน ๆ ให้เขากินทุกเช้าก่อนที่เธอจะออกไปทำงานที่คอมมูน ความสุขของลูกชายในตอนนั้นเป็นสิ่งที่เธอไม่เคยลืมเลือนเมื่อคิดได้เช่นนั้นจึงตัดสินใจที่จะทำน้ำเต้าหู้ขาย เธอเดินเข้าไปใกล้ลูกชายที่กำลังเช็ดโต๊ะอย่างขยันขันแข็ง"เสวียอี้" เธอเรียกลูกชายด้วยน้ำเสียงอบอุ่นจางเสวียอี้เงยหน้าขึ้นมองแม่ "ครับแม่ มีอะไรให้ผมช่วยอีกไหมครับ""แม่ว่าพวกเราทำน้ำเต้าหู้ขายกันดีไหม น่าจะเป็นอะไรที่ทำง่ายแ
Magbasa pa
บทที่ 8 มีน้ำเต้าหู้แล้วก็ต้องมีปาท่องโก๋ด้วยสิ
หลังจากที่เห็นผลตอบรับจากการขายน้ำเต้าหู้ในวันแรกดีเกินคาดเว่ยเถียนเถียนก็เริ่มคิดแผนการสำหรับวันถัดไป เธอตัดสินใจว่าจะเพิ่มปริมาณน้ำเต้าหู้ให้มากขึ้นและยังมีความคิดที่จะเพิ่มเมนูใหม่คือปาท่องโก๋เข้ามาขายควบคู่กันด้วย เนื่องจากน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋เป็นของคู่กันที่หลายคนชื่นชอบเช้าวันรุ่งขึ้นเว่ยเถียนเถียนปลุกจางเสวียอี้แต่เช้าเพื่อมาขายย้ำเต้าหู้ช่วย หลังจากปิดร้านก็ชวนกันไปตลาดเพื่อหาซื้อของที่จำเป็นสำหรับการขยายกิจการเล็ก ๆ ของพวกเขา"เสวียอี้...วันนี้เราจะไปซื้อหม้อใบใหญ่กว่าเดิมนะ จะได้ทำทีเดียวได้เยอะ ๆ หน่อย" เว่ยเถียนเถียนบอกลูกชายจางเสวียอี้พยักหน้ารับอย่างตื่นเต้น การได้ไปเดินตลาดและช่วยแม่เลือกของเป็นสิ่งที่เขาอยากทำเป็นอย่างยิ่งทั้งสองเดินทางมาถึงตลาด เว่ยเถียนเถียนเดินเลือกหม้อขนาดใหญ่กว่าที่เคยใช้ พร้อมทั้งเลือกเตาที่สามารถวางได้หน้าร้าน เพื่อจะได้ทำน้ำเต้าหู้สด ๆ ให้ลูกค้าดูได้เลย นอกจากนี้ยังเดินหาซื้ออุปกรณ์สำหรับการทำปาท่องโก๋ ทั้งกระทะใบใหญ่ ตะหลิว ไม้นวดแป้ง และอื่น ๆ อีกมากมายหลังจากได้ของครบทั้งสองคนก็เดินทางกลับบ้าน จางเส
Magbasa pa
บทที่ 9 กลับมาเยี่ยมบ้าน
หัวหน้าหมู่หยางป๋อประจำการอยู่ที่ค่ายทหารชายแดนได้รับอนุญาตให้ลาพักเป็นเวลาสั้นๆ เพื่อกลับมาเยี่ยมบ้านหลังจากที่เขาต้องใช้ชีวิตในค่ายทหารมากว่าหกปี ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงหยางป๋อเดินทางมาด้วยรถไฟใช้เวลาร่วมสามวันสามคืน เมื่อรถไฟหยุดที่สถานีในเมืองเขาก็ก้าวลงจากรถไฟด้วยท่าทางองอาจ มาดมั่น ชุดเครื่องแบบทหารที่ตัดเย็บอย่างดีทำให้ดูมีสง่าราศี รูปร่างสูงใหญ่ของเขาและกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งจากการฝึกซ้อมที่หนักหน่วงทำให้ผู้คนรอบข้างต่างต้องชื่นชม หยางป๋อในวัยยี่สิบหกปีนั้นเป็นหนุ่มหล่อที่มีเสน่ห์อย่างมาก ใบหน้าคมเข้มและดวงตาที่แฝงไปด้วยความมุ่งมั่น ทำให้สาวๆ ที่เดินผ่านไปมาต่างพากันมองตามด้วยความสนใจสายลมเย็นๆ ของฤดูใบไม้ร่วงพัดผ่านมาพร้อมกับใบไม้ที่ร่วงหล่น หยางป๋อสูดลมหายใจลึกๆ รู้สึกสดชื่นที่ได้กลับมาเยี่ยมบ้านเกิดอีกครั้ง หลังจากที่ต้องอดทนกับการฝึกซ้อมและภารกิจหนักหน่วงที่ค่ายทหารมาตลอด หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความสุขที่ได้กลับมาเจอครอบครัวเขามองไปรอบๆ สถานีรถไฟที่คุ้นเคย เห็นร้านค้าขนาดเล็กที่ยังคงตั้งอยู่ในที่เดิม ๆ ผู้คนเดินจับจ่ายซื้อของกันอย่างคึก
Magbasa pa
บทที่ 10 รักแรก
หยางป๋อเดินทางกลับมาถึงบ้าน สายลมอ่อนพัดผ่านท้องทุ่งนาและกลิ่นหอมของดอกไม้ลอยมาตามลม บรรยากาศที่บ้านเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความตื่นเต้น เมื่อคนในครอบครัวเห็นเขาก้าวเข้ามาในบ้าน นางหลิวหู่แม่ของหยางป๋อรีบวิ่งออกมาพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า นางโผกอดลูกชายแน่น หยางสุ่ยพ่อของหยางป๋อซึ่งเป็นชายชราที่ยังแข็งแรงแม้จะมีอายุแล้วก็ยิ้มกว้างพลางตบหลังลูกชายเบา ๆ"ต้าป๋อ ลูกกลับมาแล้ว แม่คิดถึงลูกมาก" นางหลิวหู่พูดด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความดีใจ"ผมก็คิดถึงพ่อกับแม่ครับ" หยางป๋อตอบพลางยิ้มให้แม่ของเขา เขาหันไปกอดพ่อและยิ้มให้กับน้องสาวที่กำลังยืนยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวเรียงเป็นแถวทันทีที่ข่าวการกลับมาของหยางป๋อแพร่กระจายไปทั่วหมู่บ้าน เพื่อนบ้านที่สนิทกับบ้านหยางเขาก็เริ่มทยอยกันมาเยี่ยมเยียน ทุกคนต่างนำของขวัญและสิ่งของมามอบให้เขาเป็นการต้อนรับกลับบ้าน มีทั้งผลไม้สด อาหารพื้นบ้าน และข้าวของเครื่องใช้ในค่ำคืนนั้นคนบ้านหยางได้จัดงานเลี้ยงต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ที่ลานบ้าน แสงไฟจากโคมสว่างไสวทั่วบริเวณ กลิ่นหอมของอาหารที่นางหยางเจี่ยทำเองลอยมาตามลม มีทั้งเป็ดตุ๋น หมูสามชั้นต้มซีอ
Magbasa pa
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status