เสพติดรักนายรุ่นพี่ (เซต รุ่นพี่)

เสพติดรักนายรุ่นพี่ (เซต รุ่นพี่)

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-06-07
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
52Bab
6.3KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

"ป่วยก็ไปรักษา! ไม่ใช่มาทำคนอื่นเดือดร้อน!" เขาป่วยเป็นโรคติดเซ็กส์ เขาต้องการแค่เซ็กส์ แต่เธออยากได้ความรักดี ๆ

Lihat lebih banyak

Bab 1

ตอนที่ 00 บทนำ (1)

“รหัสที่พี่จะเรียกต่อไปนี้ ช่วยออกมาหาพี่ๆ ด้านนอกด้วยค่ะ”

“…”

“ศูนย์สามสอง ศูนย์แปดเก้า หนึ่งห้าสี่ หนึ่งห้าแปด สามหนึ่งหก...”

ทันทีที่เสียงของรุ่นพี่ปีสามเงียบลงเสียงซุบซิบคุยกันของเหล่านักศึกษาชั้นปีหนึ่งก็ค่อยๆ ดังขึ้น ฉันกับน้ำค้างหนึ่งในเพื่อนสนิทต่างหันมามองหน้ากัน กำลังจะอ้าปากถามกันเสียงของประธานชมรมเชียร์ของคณะก็ดังกังวาลขึ้นเสียก่อน

“อย่าเสียงดัง อย่าคุยกัน ตั้งใจท่องเนื้อเพลงค่ะ”

เสียงที่ดังแซงแซ่เงียบลงทันที ฉันกับน้ำค้างจึงพยักหน้าให้กันแล้วลุกขึ้นจากที่นั่ง ยัยจินเพื่อนสนิทอีกคนของเราก็ส่งสายตาเป็นเชิงให้กำลังใจมาให้

ก่อนหน้านี้เราอยู่ในห้องซ้อมร้องเพลงเชียร์ของคณะ ซึ่งจะมีทุกเย็นวันพุธ เป็นการซ้อมร้องเพลงของคณะและเพลงมหาวิทยาลัยที่ต้องใช้ร้องในแต่ละกิจกรรม ถือเป็นเรื่องที่ทำต่อๆ กันมาทุกปี และคณะนิเทศศาสตร์ขึ้นชื่อเรื่องการร้องเพลงเชียร์ประสานเสียงที่เพราะที่สุดด้วย

“คือที่พี่เรียกพวกเรามานี้เเพราะพวกพี่จะคัดตัวแทนปีหนึ่งไปประกวดดาวเดือนของมหาวิทยาลัย เลยอยากให้น้องทำตามหัวข้อนี้ให้พี่ดู…” พี่ปีสามคนหนึ่งอธิบายรายละเอียด ฉันกับน้ำค้างก็ตั้งใจฟังก่อนจะหันมามองหน้ากันอีกครั้ง

เราสองคนรู้จักกันได้สองเดือนแล้วตั้งแต่วันที่มาลงทะเบียนจนถึงวันนี้ สนิทกันเพราะวันแรกที่มาลงทะเบียนเรียนยัยน้ำค้างไม่ได้เตรียมเงินมาจ่ายค่าชุดนักศึกษาสำหรับงานพิธีการของมหาลัยแล้วฉันเป็นคนช่วยจ่ายก่อนทั้งหมด

ส่วนจินเพื่อนอีกคนนั้นเรามารู้จักกันตอนรับน้องช่วงอาทิตย์แรกแต่พวกเราสามคนก็สนิทกันมาก

“ค้างขอบายนะคะ ไม่มีเวลาค่ะเพราะทำงาน” น้ำค้างยกมือขึ้นพูด

ฉันพอจะรู้มาอยู่บ้างว่ามันค่อนข้างมีปัญหาเรื่องเงิน ต้องทำงานเสริมเพื่อส่งตัวเองเรียน ไม่ค่อยได้เข้าร่วมกิจกรรมที่ทางมหาวิทยาลัยและคณะจัดขึ้นเท่าไหร่

“อีกแล้วเหรอ” รุ่นพี่คนหนึ่งพูด น้ำเสียงฟังดูไม่ค่อยชอบใจนักจนยัยน้ำค้างทำหน้าไม่ถุกไปด้วย

“ไม่เป็นไรนะ” ฉันตบที่ไหล่ของเพื่อนเบาๆ เป็นการปลอบใจ รู้ว่ามันคงไม่สบายใจที่ต้องทำแบบนี้แต่จะทำยังไงได้ล่ะ คนเรามันก็มีเหตุผลของตัวเอง คนอื่นไม่ได้มาลำบากด้วยสักหน่อย

“น้องระรินมีความสามารถพิเศษอะไรคะ” พี่บ๊วย รุ่นพี่สาวสองคนหนึ่งถามฉันแล้วจ้องหน้าตาไม่กระพริบ

“เอ่อ มะ...ไม่มีค่ะ” ฉันหัวเราะแห้งๆ แล้วหลบสายตาของรุ่นพี่กลับมาที่หน้าเพื่อน

“แต่ในใบสมัครกับใบลงทะเบียนเราเขียนไว้ว่าเล่นเครื่องดนตรีได้สามชนิด” รุ่นพี่พูดเสียงเรียบยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ “คนอื่นเขาอยากขึ้นเวทีกันหมดทำไมเราไม่อยากทำล่ะจ๊ะ”

“คือ...รินไม่ค่อยมีความมั่นใจค่ะพี่”

จริงอยู่ว่าฉันเล่นกีต้าร์ เปียโนและไวโอลินได้บ้าง เพราะพ่อส่งเสริมให้เรียนทุกอย่างแต่ก็ไม่ได้เอาสิ่งไหนไปสานต่อเลยเพราะยิ่งโตขึ้นฉันก็ไม่ค่อยสนใจมันเท่าไหร่ จะมีเล่นบ้างตอนงานโรงเรียนกับเพื่อน

ถึงแม้หลายคนจะชมว่าเล่นดีเล่นเก่งก็เถอะ ฉันไม่เคยเอาจริงเอาจังกับพวกมัน เหตุผลก็เพราะมันมีเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้ฉันอยากจะเอาพวกมันทิ้งไปจากชีวิต

เมื่อตอนที่ฉันไปเรียนดนตรีกับครูท่านหนึ่งซึ่งเป็นผู้ชายอายุห้าสิบกว่าในขณะนั้น เขาทำในสิ่งที่น่าขยะแขยงสำหรับฉัน เขาพยายามจะทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจ หากไม่มีคนเข้าไปช่วยทันฉันคงไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว สิ่งนั้นทำให้ฉันกลัวไม่อยากไปเรียน ไม่อยากจับเครื่องดนตรีพวกนั้นอีกเลย

“เดี๋ยวพวกพี่จะเรียกน้องๆ เข้าไปทีละคนนะคะ คนอื่นๆ ก็นั่งรอไปก่อน คนแรกน้องโอชิน ต่อด้วยน้องบี๋ น้องนุ่น...แล้วก็น้องระรินค่ะ”

หลังจากนั้นพี่ๆ ก็เรียกปีหนึ่งที่ถูกคัดตัวมาเข้าไปในห้องทีละคน จนกระทั่งถึงคิวของฉันที่นั่งรอเข้าไปเป็นคนสุดท้าย ยัยน้ำค้างก็ถูกตัดออกจากตัวเลือกไปนั่งเป็นกำลังใจแทน ตอนนี้มือของฉันมันเย็นเฉียบไปหมดเพราะไม่รู้ว่าเข้าไปในนั้นจะต้องเจอคำถามหรือให้ทำอะไรบ้าง

“สวัสดีค่ะ” ฉันยกมือให้ไหว้พวกรุ่นพี่ทุกคนที่อยู่ในห้องนี้

มีรุ่นพี่นั่งอยู่ในห้องราวหกถึงเจ็ดคน ห้องนี้ไม่ได้มีแสงสว่างมากนักแต่จะมีไฟตรงกลางห้องซึ่งส่องลงมาตรงที่ฉันยืนอยู่พอดี มีกล้องตัวหนึ่งตั้งอยู่ด้านหน้า ไฟกะพริบสีแดงปรากฏอยู่บอกให้รู้ว่ามันกำลังทำงาน เล่นเอาฉันประหม่าไปหมดเพราะมันอย่างกับรายการโทรทัศน์ที่กำลังคัดนักร้องนักแสดงไม่มีผิด

“น้องระริน เคยประกวดอะไรมาบ้างไหมคะ”

“ไม่เลยค่ะ” ฉันรีบตอบ ทั้งที่ในใจผุดขึ้นมาได้ว่าเคยเข้าประกวดหนูน้อยนพมาศตั้งแต่สมัยเด็กจนได้ฉายาหนูน้อยร้อยสายสะพาย เพราะแม่พาเดินสายประกวดจนกระทั่งฉันอยู่ในวัยที่ปฏิเสธได้แม่ถึงยอมให้หยุดเพราะฉันเหนื่อยมากจนไม่ไหวและมีพ่อคอยช่วย คอยพูดว่าฉันควรได้ทำในสิ่งที่เด็กควรทำ เติบโตอย่างอิสระ

หลังจากนั้นแล้วยังเคยเป็นดาวโรงเรียนแบบถูกเพื่อนบังคับให้ลงแข่งแลกกับการไม่ต้องเป็นหัวหน้าชั้นอีก ขืนบอกไปแบบนั้นคงได้กลายเป็นตัวตลกที่รุ่นพี่หัวเราะเยาะ เดี๋ยวพวกรุ่นพี่จะหาว่าฉันอยากลงประกวดครั้งนี้จนเอาตำแหน่งกระจอกงอกง่อยมาอวด เข้าใจกันผิดไปหมดแน่

“อืม ลองแนะนำตัวคราวๆ ให้พี่หน่อยสิ ไม่ต้องเกรงนะ เอาแบบที่เราสบาย เหมือนแนะนำตัวกับครูหน้าห้อง”

“สวัสดีค่ะ ดิฉันนางสาวรินรดา รัตนประภาศิริ นักศึกษาชั้นปีที่หนึ่ง คณะนิเทศน์ศาสตร์ สาขาวิชาการโฆษณาค่ะ”

“น้องระรินมีความสามารถอะไรบ้างคะ”

ฉันหยุดคิดสองวินาที อยากจะบอกว่าไม่มีเหมือนก่อนหน้าแต่พวกเขาคงรู้หมดแล้วเพราะพี่บ๊วยก็เพิ่งจะว่าฉันไป จึงต้องบอกไปตามความเป็นจริง

“ที่พอเล่นได้ก็กีต้าร์ เปียโนและไวโอลินค่ะ”

“ถนัดอะไรมากที่สุดคะ”

“เปียโนค่ะ”

เหตุผลก็เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่แม่สอนตั้งแต่เด็กและเรียนเพิ่มกับครูผู้หญิงอีกคน ก่อนที่จะไปเรียนกับไอ้แก่คนนั้น แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์วันนั้นฉันก็อยู่ห่างจากสายดนตรีมาตลอดและพ่อกับแม่ไม่ได้รบเร้าให้ทำเหมือนอย่างเคย ถ้ากลับไปเล่นอีกก็อาจจะต้องรื้อฟื้นมันหนักหน่อย

------------------

เรื่องที่สองของเซต รุ่นพี่ เป็นพี่ไมเนอร์เองค่า

ผู้ชายที่จะทำให้คุณนักอ่านหมั่นไส้อยากหยิกหูพี่แกเบาๆ อิอิ

ขอฝากกดติดตามไรท์ กดหัวใจ และกดเข้าชั้นกันด้วยนะคะ ❤️

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
52 Bab
ตอนที่ 00 บทนำ (1)
“รหัสที่พี่จะเรียกต่อไปนี้ ช่วยออกมาหาพี่ๆ ด้านนอกด้วยค่ะ”“…”“ศูนย์สามสอง ศูนย์แปดเก้า หนึ่งห้าสี่ หนึ่งห้าแปด สามหนึ่งหก...”ทันทีที่เสียงของรุ่นพี่ปีสามเงียบลงเสียงซุบซิบคุยกันของเหล่านักศึกษาชั้นปีหนึ่งก็ค่อยๆ ดังขึ้น ฉันกับน้ำค้างหนึ่งในเพื่อนสนิทต่างหันมามองหน้ากัน กำลังจะอ้าปากถามกันเสียงของประธานชมรมเชียร์ของคณะก็ดังกังวาลขึ้นเสียก่อน“อย่าเสียงดัง อย่าคุยกัน ตั้งใจท่องเนื้อเพลงค่ะ”เสียงที่ดังแซงแซ่เงียบลงทันที ฉันกับน้ำค้างจึงพยักหน้าให้กันแล้วลุกขึ้นจากที่นั่ง ยัยจินเพื่อนสนิทอีกคนของเราก็ส่งสายตาเป็นเชิงให้กำลังใจมาให้ก่อนหน้านี้เราอยู่ในห้องซ้อมร้องเพลงเชียร์ของคณะ ซึ่งจะมีทุกเย็นวันพุธ เป็นการซ้อมร้องเพลงของคณะและเพลงมหาวิทยาลัยที่ต้องใช้ร้องในแต่ละกิจกรรม ถือเป็นเรื่องที่ทำต่อๆ กันมาทุกปี และคณะนิเทศศาสตร์ขึ้นชื่อเรื่องการร้องเพลงเชียร์ประสานเสียงที่เพราะที่สุดด้วย“คือที่พี่เรียกพวกเรามานี้เเพราะพวกพี่จะคัดตัวแทนปีหนึ่งไปประกวดดาวเดือนของมหาวิทยาลัย เลยอยากให้น้องทำตามหัวข้อนี้ให้พี่ดู…” พี่ปีสามคนหนึ่งอธิบายรายละเอียด ฉันกับน้ำค้างก็ตั้งใจฟังก่อนจะหันมามองหน้ากันอีก
Baca selengkapnya
ตอนที่ 00 บทนำ (2)
“เป็นยังไงบ้าง” น้ำค้างเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ เพราะมันต้องนั่งรอฉันอยู่ด้านนอก“เย็นวาบ อย่างกับ,หย่ากับห้องมืด” ฉันพูดแล้วลูบแขนตัวเองเป็นการอธิบายความรู้สึกทั้งหมด“ตื่นเต้นแทนแล้ว” ยัยน้ำค้างทำท่าทางลุ้น เมื่อพี่บ๊วยเดินออกมาพร้อมกับรุ่นพี่คนอื่นๆ“โอเคค่ะน้องๆ เนื่องจากปีนี้เรามีเวลาค่อนข้างจำกัดเพราะทางมหาลัยแจ้งมาค่อนข้างช้า เลยไม่มีเวลาประกวดเพื่อคัดคนลงแข่ง แต่พวกพี่ก็มีความเห็นแบบเดียวกันว่าเลือกคนนี้ลงประกวด” พี่บ๊วยพูดอธิบายก่อนจะหันไปหาเพื่อนของตัวเองแล้วหันหน้ามาทางพวกเรา แล้วสายตาคู่นั้นก็หยุดอยู่ที่ฉัน เล่นเอาเสียวสันหลังวาบ “พี่ๆ เลือกน้องระรินนะคะ ขอบคุณน้องๆ ที่ให้ความร่วมมือกับพวกพี่มากๆ ค่ะ กลับไปทำกิจกรรมกันต่อได้เลย”แค่พี่บ๊วยพูดไปแบบนั้นทุกคนต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย ยกเว้นพวกปีหนึ่งที่ถูกเรียกมาพร้อมกันนี้ บางคนก็ทำเหมือนไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ จะมีก็แต่ยัยน้ำค้างนี่ล่ะที่หน้ายิ้มเหมือนเชียร์ฉันอยู่ข้างเวที“สู้ๆ นะแกทำได้อยู่แล้ว แกเก่ง แกสวย” ยัยน้ำค้างให้กำลังใจ แต่บอกตามตรงมันไม่ได้ทำให้รู้สึกดีขึ้นเลยฉันไม่เคยคิดที่จะทำอะไรแบบนี้ ชอบใช้ชีวิตไปวันๆ ไม่อยากเป็นจุ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 01(1)
ตอนที่ 1หนึ่งสัปดาห์หลังจากที่รับรู้ว่าตัวเองต้องเข้าประกวด ทุกๆ เย็นฉันจะต้องมาซ้อมเดิน ซ้อมตอบคำถามและทำการแสดงกับกาย จนเราสองคนสนิทกันมากขึ้นฉันเลือกการแสดงเป็นเล่นเปียโน ส่วนกายจะร้องเพลงสากลคู่กัน เวลาซ้อมพวกเราจึงต้องใช้หอประชุมของคณะที่มักจะเป็นสถานที่จัดกิจกรรมต่างๆ และจัดละครเวทีบ่อยๆ แต่หากว่าวันไหนที่ไม่มีกิจกรรมมันก็จะเงียบมาก แถมยังมืดจนน่ากลัวเลยโชคดีที่พี่บ๊วยพาพวกรุ่นพี่จะมาอยู่เป็นเพื่อน ชมการแสดงของพวกเราทุกวัน เลยทำให้มันไม่น่ากลัวอย่างที่คิดไว้ แล้วยังมีบางวันที่ยัยจินกับน้ำค้างมาดูฉันซ้อมด้วย“ยัยระริน วันนี้พวกเราไม่ได้ไปอยู่เป็นเพื่อนนะ ฉันต้องกลับบ้านส่วนยัยน้ำค้างก็ไปทำงาน”ตอนนี้เป็นเวลาเลิกเรียนวิชาสุดท้าย พวกเราลงจากตึกมาที่ลานจอดรถเพื่อที่จะแยกย้ายกลับหอ แต่มีแค่ฉันที่ต้องอยู่รอซ้อมเพราะปกติฉันต้องกลับบ้านหลังเลิกเรียน ช่วงนี้จึงกลับบ้านดึกบ่อยๆ แต่เพราะมีรถที่พ่อซื้อให้เป็นของขวัญตอนสอบติดเลยไม่ลำบากเท่าน้ำค้างที่มันต้องใช้มอเตอร์ไซต์เดินทางดึกดื่นหลังเลิกงานกลางคืน“ไม่เป็นไร ฉันรู้แล้ว”“ขอรุ่นพี่สิ อย่ากลับดึกมาก” น้ำค้างบอกด้วยความเป็นห่วง“อืม วัน
Baca selengkapnya
ตอนที่ 01 (2)
คำพูดของเขาทำเอาใบหน้าของฉันเห่อร้อนขึ้นมาทันที แกล้งเหลือบมองเขานิดหนึ่งก่อนจะหันกลับมาเพราะเขินจะแย่ไม่กล้าสบตาเลย ท่าทางแบบนี้คงมีแต่สาวมาติดเป็นพรวน อันตรายน่าดู“ถามเหมือนมีอะไร”“…” เขาหัวเราะในลำคอก่อนจะเอื้อมมือม้วนปอยผมของฉันเล่นวินาทีแรกฉันตกใจ แต่วินาทีต่อมาก็ต้องใจสั่นกับพฤติกรรมนั้นของเขา พี่ไมเนอร์เป็นคนแบบไหนกันนะ“เห็นแวบแรกพี่ก็สะดุดตาแล้ว” คำพูดเรียบง่ายแต่ซ่อนความหวานอยู่ภายในของเขาชวนให้ฉันหวั่นไหวเหลือเกิน แต่พนายามนิ่งไว้ไม่อยากให้เขารู้ว่าฉันกำลังทรมานใจกับคำพูดแบบนั้นขนาดไหน“แกล้งชมหรือเปล่าคะ”เขาเก่งนะที่ทำให้บทสนทนาของคนที่ไม่เคยรู้จักกันมันฟังดูเหมือนเรารู้จักกันมาระยะหนึ่งแล้วภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำ แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็อยากต่อเวลาเพื่อทำความรู้จักเขาอีกสักหน่อย“ไม่ได้แกล้ง พูดจริงๆ” มือของเขาที่ม้วนผมฉันเล่นอยู่นั้นผละออกไป เมื่อมีสายโทรเข้าของใครบางคน “เออ ว่าไง”ดูเหมือนคนปลายสายจะเป็นผู้ชายแถมยังบ่นอะไรมากมายแต่ฉันฟังไม่รู้เรื่อง ที่พอเดาออกว่าเป็นเพศไหนก็เพราะในนี้มันเงียบมากๆ“ก็มึงนัดกูห้าโมง พวกไอ้ฟิวส์ก็ยังไม่ไปจะมาเร่งเพื่อ!” น้ำเสีย
Baca selengkapnya
ตอนที่ 02(1)
หลังจากวันนั้นฉันกับพี่ไมเนอร์ก็คุยกันผ่านข้อความทุกวันเป็นเวลาเกือบเดือน มีบ้างที่เขามาดูซ้อมประกวดของฉันแต่ก็มาในฐานะรุ่นพี่ มากับเพื่อนสโมสรนักศึกษาบ้าง จะเรียกว่าตั้งใจมาดูก็ไม่ใช่เสียทีเดียว คงมาทำธุระของเขามากกว่า“ตั้งแต่เพื่อนลงประกวดดาวคณะนี่มีออร่าขึ้นเลยน้า” เสียงของยัยจินเอ่ยแซว ยัยน้ำค้างก็ยิ้มพลางหัวเราะตาม“กว่าจะได้ขนาดนี้ก็หมดไปเยอะนะคะ” ฉันตอกกลับพวกมันทั้งที่จริงก็ไม่ได้ทำอะไรเลยสักอย่าง แต่ช่วงนี้แทบไม่ได้ออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งเพราะรุ่นพี่สั่งเอาไว้ อย่างกับเก็บตัวประกวดนางงามระดับประเทศ“ฉันต้องไปทำบ้างแล้วมั้ง หนุ่มๆ ทั้งรคณะจะได้ตามจีบเหมือนมันบ้าง”“ถามว่าเพื่อนเราเล่นด้วยไหม” ยัยน้ำค้างพูดต่อ“ไม่จ่ะ หรือมีคนในใจแล้วก็ไม่รู้” ยัยจินแกล้งเบะปากใส่ฉันเหมือนคนกำลังหมั่นไส้จริงอยู่ว่ามีพวกรุ่นพี่ทั้งในและนอกคณะมาพูดคุยเชิงจีบ แต่ฉันไม่ได้สนใจเท่าไหร่ เพราะช่วงนี้ซ้อมหนักจนรู้สึกเหนื่อยแทบไม่เหลือเวลาให้คิดอะไร แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีคนที่สนใจจะเรียกว่ามีคนในใจก็ไม่ถูก เพราะฉันเว้นระยะห่างจากพี่ไมเนอร์เสมอ จากคำแนะนำของรุ่นพี่หลายคนที่เป็นห่วง แต่ก็มีอะไรบางอย่างท
Baca selengkapnya
ตอนที่ 02(2)
“เป็นอะไรยัยระริน หน้าแดง”“หา!” ฉันรีบยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองที่มันยังร้อนไม่หาย นี่ขนาดว่าตัวเขาไม่ได้อยู่บริเวณนี้แล้วนะ “ร้อน”“ไม่สบายหรือเปล่า” น้ำค้างถามแล้วมองหน้าฉันด้วยความเป็นห่วง “แกซ้อมหนักทุกวันขนาดนี้”“คงมีนิดหน่อยเดี๋ยวกินยาเอา”“ประกวดอาทิตย์หน้านี้แล้ว สู้ๆ นะ ถ้าติดหนึ่งในสามจะเลี้ยงเบียร์ลังนึง” ยัยจินว่า“ร้านไหนเขาให้เข้า”“โอ๊ย ไม่ยากค่ะสาวๆ มีอยู่ร้านนึงกินยันหว่างยังได้เลย” มันพูดอวดแล้วก็ตักข้าวคำโตเข้าปากด้วยความหิวจินเป็นคนน่ารักแต่มันชอบทำตัวห้าวๆ พูดมาก แถมยังแซวผู้ชายเหมือนไม่จริงจัง แล้วมันก็บ่นว่าจีบใครไม่ติดก็เพราะท่าทางมันเล่นๆ แบบนี้ไงใครเขาจะคิดว่ามันเอาจริง“งั้นก็จัดไป” น้ำค้างว่าแต่ถูกยัยจินสวนกลับ“ไหนแกบอกว่าไม่ดื่ม”“ก็ไปเที่ยวกับพวกแก”“เดี๋ยวไปทำงานร้านเหล้าก็หัดดื่มกับเขาบ้างนะ” จินบอกเพื่อนแล้วก็หันมาหาฉันต่อ “แกต้องติดหนึ่งในสามเท่านั้นงั้นไม่เลี้ยง”“คงไม่ได้เสียเงินแล้วมั้ง คณะอื่นเขามีแต่สวยๆ” ฉันบอกแล้วขำกับตัวเอง“เท่าที่ดูแกก็ไม่แพ้ใครเลยนะ อย่ามาด้อยค่าตัวเอง คนกดไลค์ให้แกเยอะสุดด้วย” ยัยจินเอ่ยแล้วน้ำค้างก็พยักหน้าเห็นด้วย “ถ้าค
Baca selengkapnya
ตอนที่ 02 (3)
หลังจากที่เราตกลงกันแล้วพี่ไมเนอร์ก็พาไปกินข้าวที่ชั้นบนสุดของห้างระหว่างที่เรารอเวลาเข้าโรงหนัง ทุกอย่างเขาจ่ายหมด สายเปย์ขั้นสุดแบบนี้คงหมดไปเยอะแล้วกับพวกสาวๆเราเลือกหนังที่กำลังเป็นกระแสในช่วงนี้ เป็นหนังเกี่ยวกับการเอาชีวิตรอดบนดาวดวงหนึ่งของนักบินอวกาศ มีข่าวว่าหนังเรื่องนี้ทำยอดขายเกนพันล้านในวันแรกที่เข้าฉายเลยทีเดียว ดีหน่อยที่วันนี้คนค่อนข้างเบาบางลงแล้วที่นั่งที่เราต้องการและมีความเห็นตรงดันว่ามันเป็นมุมที่ดีที่สุดยังว่างให้จองก่อนหน้าที่หนังจะฉายเพียงสองชั่วโมง“หนาวหรือเปล่า”“นิดหน่อยค่ะ” ฉันตอบแต่ใจจริงก็หนาวอยู่เหมือนกัน เพราะดันถอดเสื้อคลุมเก็บไว้ในรถตัวเองตั้งแต่ตอนเย็นแล้วพี่ไมเนอร์ก็ทำให้ฉันตกใจเมื่อเขาทิ้งเสื้อยีนส์ของตัวเองที่เพิ่งถอดมาคลุมตัวฉันแล้วเขาก็กลับไปนั่งดูหนัง เหมือนจะจบไม่มีอะไรต่อแต่เขาทำให้ฉันหวั่นไหวอีกรอบเมื่อเขาสอดมือของตัวเองเข้ามาในเสื้อแล้วจับมือฉันไว้หนังที่ฉายอยู่ตรงหน้าไม่ได้ทำให้เข้ามาสู่การประมวลผลในสมองเลย เพราะตอนนี้สมองของฉันมันตีรวนกันกับสิ่งที่เขาทำจนมึน หัวใจก็สั่นไหวระรัว“หนาวแล้วเอามาในรินทำไม”“แบบนี้อุ่นกว่า” เขาเอียงตัวมาพู
Baca selengkapnya
ตอนที่ 03 Sex addiction (1)
หลังจากเกิดเหตุการณ์วันนั้นฉันก็ไม่ได้เจอพี่ไมเนอร์อีกเลย แม้แต่ข้อความที่เราคุยกันทุกวันก็หยุดอยู่ที่บทสนทนาก่อนหน้านั้น จนตอนนี้ฉันก็ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ว่าที่ผ่านมาเขาเข้ามาในชีวิตเพื่ออะไรกันแน่“ระริน”“ว่า...” ฉันหันไปหาเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ข้างกัน เมื่ออยู่ๆ มันก็เรียกแถมสะกิดแขนจนฉันรำคาญต้องเลิกสนใจงานตัวเองที่ทำอยู่นั้นตอนนี้เรานั่งอยู่ข้างตึกเรียนวิชาสุดท้าย นั่งทำงานที่อาจารย์สั่งและจะต้องส่งวันศุกร์นี้ แต่เพราะฉันต้องไปเตรียมตัวประกวดในวันศุกร์พอดีฉันถึงต้องรีบทำมันให้เสร็จ พรุ่งนี้รุ่นพี่ก็นัดให้ไปเจอทั้งวันอีก“หล่อ” ยัยจินทำตาค้าง แล้วมองไปอีกฝั่งหนึ่งที่เป็นตึกคู่กันกับตึกนี้ มีจุดที่ให้เดินเชื่อมไปหากันได้ฉันหันไปมองสิ่งที่มันพูดถึงแล้วก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นใครบางคนกำลังเดินมาทางนี้พอดี ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยเห็นหน้าเห็นตาในคณะสักครั้งเหมือนไม่ได้เรียนอยู่คณะเดียวกัน จะเป็นใครไม่ได้หรอกนอกจากพี่ไมเนอร์!หัวใจดวงน้อยๆ ที่มันอยู่อย่างสงบมาตลอดทั้งวันเริ่มเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ เพิ่มจังหวะเร็วขึ้นทุกครั้งที่เท้าของเขาก้าวเข้ามาใกล้จุดที่เรานั่งกันอยู่ โชคดีหน่อยที่
Baca selengkapnya
ตอนที่ 03 Sex addiction (2)
“แกเก่งที่สุดแล้วเพื่อนรัก”การแข่งขันจบลงไปแล้ว สุดท้ายฉันก็ยังได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่งมาครอง ไม่ได้เสียใจอะไรที่ฉันไม่ได้ตำแหน่งเพราะเท่านี้ก็ถือว่าเกินคาดมากๆ แล้ว“ไม่คิดว่าจะได้ที่สองกับเขา มีแต่คนสวยเก่งทั้งนั้น”ตอนลงจากเวทีประกวดช่วงพัก ก็มีรุ่นพี่ถามมาบ้างว่าเกิดอะไรขึ้นตอนที่กำลังแสดงอยู่ ฉันคิดคำตอบไว้แล้วว่าเป็นเพราะความตื่นเต้น ขอโทษพวกพี่ๆ ไปเพราะไม่อยากทำให้พวกเขาผิดหวัง โชคดีที่มีแต่คนเข้าใจ“แกสวยสุดแล้วนะ ถ้าไม่สะดุดที่การแสดงอาจจะไปเป็น” น้ำค้างเอ่ยแล้วพูดต่อ “แต่ดีแล้วที่ไม่ได้ตำแหน่ง เพราะถ้าแกดังแล้วจะไม่ได้มาบ้าผู้ชายกับยัยจิน เดี๋ยวก็ได้ไปทำนั่นทำนี่”พวกมันหัวเราะชอบใจใหญ่ ก็ถูกอย่างที่พวกมันว่าเพราะถ้าได้เป็นดาวมหาลัยงานกิจกรรมก็จะเพิ่มขึ้น เวลาเรียนก็จะถูกเบียดไปด้วย ฉันไม่เคยคิดอยากได้ตำแหน่งพวกนี้เลยเพราะมันจะทำให้ชีวิตที่เคยสุขสบายหายไปกับตา ไม่ได้เหมือนกับตอนเด็กที่ประกวดเสร็จรับรางวัลบนเวทีแล้วกลับบ้าน“ระริน มาหาคุณแม่หน่อยค่า”“ค่ะ”ฉันรีบลุกไปตามเสียงเรียกของรุ่นพี่สาวสองที่รู้จักกันตั้งแต่ตอนซ้อม เธอเป็นทั้งคนสอนและพาฉันไปแต่งหน้าประทินโฉมวันน
Baca selengkapnya
ตอนที่ 04 ชอบรุ่นพ่อ ไม่ใช่รุ่นพี่ (1)
ตั้งแต่วันนั้นฉันก็ไม่ได้เจอพี่ไมเนอร์อีกเลย แม้แต่ในคณะก็ไม่เคยเจอกัน อีกอย่างช่วงเทอมสองนี้เขาเองก็คงมีเรียนน้อยลงหรือแทบไม่มีเลยก็ว่าได้เพราะเคยได้ยินมาว่าพี่ไมเนอร์เก็บวิชาเรียนไปเกือบหมดแล้วช่วงที่เราคุยกันเหมือนเขาจะหายไปจากชีวิตแล้วโดยสมบูรณ์เอาเข้าจริงๆ ฉันก็ไม่เคยลืมคนอย่างเขาได้เลย ถึงแม้จะไม่ได้เจอกันแต่ก็ยังอยากเจออย่างรู้ว่าเขาเป็นยังไง แต่ก็ไม่ได้อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเขาอีกแล้ว แค่อยากรู้ความเป็นไปก็เท่านั้น สิ่งที่ทำได้ก็แค่แอบส่องดูชีวิตเขาผ่านทางโซเชียลมีเดียเท่านั้น“ไปดูเขาแข่งบอลกันไหม”“ไม่ได้ไปด้วยนะ วันนี้ต้องทำงาน” ยัยน้ำค้างที่เพิ่งตื่นจากความง่วงงันเอ่ยเสียงแหบพร่า หลังจากที่พวกเราเลิกเรียนแล้วพามันมาแอบงีบอยู่ตรงสวนหย่อมใต้ต้นไม้ใหญ่หลังคณะช่วงนี้มันเพิ่งเริ่มงานร้านเหล้าทำให้ต้องนอนดึกประจำ กลางวันก็เป็นอย่างที่เห็น มีเวลาว่างเมื่อไหร่คือต้องหาเวลางีบตลอด ใครไม่รู้คงคิดว่ามันขี้เกียจหรือเที่ยวดื่มจนดึก ทว่าเพื่อนฉันคนนี้มันกลับดื่มไม่เป็นเลยสักนิดเดียว“ไปก็ได้ เบื่อๆ”วันนี้หลังเลิกเรียนไม่มีกิจกรรมอะไร จะกลับบ้านไปก็คงเบื่อ ไปหาอะไรเจริญหูเจริญตาดูบ้า
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status