Share

ตอนที่ 132 ขโมยของ (1)

Author: Chawin
last update Last Updated: 2026-02-12 14:48:08

67 1-2

            ตอนที่ 132 ขโมยของ (1)

            กลางดึกของค่ำคืนนี้ ปรากฏเสียงย่างเหยียบกรอบแกรบดังขึ้นภายในตัวบ้าน

            เงามืดสีดำสองร่างกำลังย่องเบาตรงเข้ามาอย่างเงียบงัน

            หม่าฟู่เฟิงลดเสียงต่ำกระซิบถามติงเสวี่ยหยานว่า

            “พ่อไม่รู้ว่าเราแอบพิมพ์กุญแจทั้งหมดของบ้านหลังนี้ไว้แล้ว ต่อให้น้องรองกับลูกสาวของมันจะฉลาดแค่ไหน แต่ก็ไม่มีวันหนีรอดไปจากเงื้อมมือของเราได้แน่!”

            ติงเสวี่ยหยานผงกศีรษะตอบเบาๆ

            “ระวังอย่าทำให้พ่อตื่นล่ะ”

            “นี่ไม่ใช่ครั้งแรกสักหน่อย เราจะไปกลัวทำไม?”

            สองสามีภรรยาย่องตรงไปที่ตู้ใส่อาหารอย่างแช่มช้า ก่อนจะหยิบกุญแจดอกหนึ่งออกมาไข ภายใต้แสงจันทร์สลัว การเคลื่อนไหวของพวกเขาทั้งสองเป็นไปอย่างช่ำช่องมาก เมื่อเปิดตู้ออกมาก็พบว่า ภายในนั้นนอกจากของกินแล้ว ยังมีของมีค่าอีกมากมายหลายอย่างทีเดียว

            หม่าฟู่เฟิงและติงเสวี่ยหยานจ้องมองของมีค่าเหล่านั้นด้วยดวงตาเป็นประกาย

            ภายใต้อาการตื่นเต้นดีใจเกินกว่าจะระงับไหว หม่าฟู่เฟิงรีบเอื้อมมือออกไปคว้าสัมผัสของมีค่าเหล่านั้นทันที

            “อ๊ากก!” เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจจนสะดุ้งเฮือกของผู้ชายดังขึ้น ทันใดนั้น เขาก็รีบชักมือกลับออกมาโดยเร็ว ระบายเสียงสั่นเทิ้มด้วยความเจ็บปวดยิ่งยวด

            “อะไรติดอยู่ที่มือฉัน?!!”

            “ไหนเกิดอะไรขึ้น? ให้ฉันดูหน่อย!”

            ติงเสวียหยานรีบคว้ามืออีกฝ่ายเข้ามาพินิจดูใกล้ๆ และพบว่าเป็นกับดักหนูที่บีบรัดอยู่บนนิ้วมือของผู้เป็นสามี

            หม่าฟู่เฟิงหน้าถอดสีซีดเผือดราวแผ่นกระดาษขาว เขาเจ็บปวดจนแทบสิ้นสติ กัดฟันแน่นพยายามประคับประคองสติสัมปชัญญะของตนไว้ แล้วใช้มืออีกข้างง้างถ่างเส้นเหล็กหนาที่บีบงับนิ้วมือของเขาจนเลือดไหลอาบออกมา จากนั้นจึงรีบจับโยนทิ้งไปให้ไกลตัว

            “มีอะไรเกิดขึ้น? เสียงอะไรดังดึกๆดื่นๆแบบนี้จนไม่ต้องหลับต้องนอนกัน?”

            ไฟในบ้านถูกเปิดขึ้นจนสว่างจ้า ปรากฏเป็นผู้เฒ่าติงเดินสวมเสื้อนอนออกมาดู

            ติงเสวี่ยเหม่ยและหลินจิงซูเองก็เช่นกัน ทันทีที่ได้ยินเสียงร้องดังขึ้น ทั้งคู่ก็รีบวิ่งออกมาจากห้องนอนโดยเร็ว

            “พ่อคะ! มือของหม่าฟู่ถูกกับดักหนูหนีบ!”

            ติงเสวี่ยหยานร้องบอกเสียงดังลั่นด้วยความกระวนกระวายใจ และเมื่อหันไปเห็นสองแม่ลูกที่เพิ่งจะมาถึง เธอก็รีบชี้หน้าด่ากราดด้วยความโมโหทันที

            “กับดับหนูที่อยู่ในกองข้าวของนั่นเป็นฝีมือของพวกแกสองคนใช่มั้ย?! ฉันจะแจ้งความจับพวกแกในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา!!”

            หลินจิงซูยักไหล่ปั้นสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้พร้อมกับพูดขึ้นว่า

            “ป้าติงเห็นกับตารึไงว่าพวกเราเป็นคนวางมันไว้? ถ้าไม่ ก็อย่ามาใส่ร้ายกันเสียๆหายๆแบบนี้ ไม่อย่างนั้น พวกหนูเองก็มีสิทธิ์แจ้งความกลับเหมือนกัน”

            “นังเด็กสารเลว! แกยังมีหน้ามาเถียงอีก! ฉันกับหม่าฟู่เห็นกับตาว่ามีกับดักหนูวางอยู่บนกองของมีค่าพวกนี้! ฉัน…”

            ติงเสวี่ยหยานเพิ่งจะรู้ตัวว่า ตนได้เผลอหลุดปากพูดในสิ่งที่ไม่ควรออกไป จึงรีบเบี่ยงประเด็นเปลี่ยนหัวข้อทันควัน

            “ฉันหมายถึงพวกกับข้าวน่ะ! แต่พวกแกไม่ต้องมาตีหน้าซื่อเลย! ปกติแล้วพ่อไม่เคยใช้กับดักหนูแบบนี้! แล้วถ้าไม่ใช่ฝีมือพ่อ ยังจะเป็นฝีมือใครไปได้อีกถ้าไม่ใช่พวกแกสองแม่ลูก!?”

            หลินจิงซูยกมือข้างที่ถือหนังสือเรียนอยู่ขึ้นมาป้องปาก ทำราวกับว่าเพิ่งนึกอะไรขึ้นมาได้ เธอรีบพูดขึ้นทันทีว่า

            “อ่อ หนูนึกออกแล้วค่ะ หนูต้องขอโทษจริงๆนะคะป้าติง พอดีพวกเรากลัวว่าจะมีหนูแอบขึ้นมาแทะอาหารในตู้ และเพื่อความปลอดภัย พวกเราก็เลยไปซื้อกับดักหนูมาวางไว้น่ะค่ะ!”

            “โกหกหน้าด้านๆ! ใครใช้ให้แกวางกับดักหนูในนั้น? อย่ามาแถไม่เข้าเรื่อง!”

            ติงเสวี่ยหยานชี้หน้าคำรามด่าสาวน้อยตรงหน้า สีหน้าท่าทางบ่งบอกถึงความโมโหหงุดหงิดใจอย่างที่สุด

            “ไม่ต้องมีใครใช้หรอกค่ะ ก็หนูเป็นหลานคุณตาไม่ใช่เหรอคะ? แล้วตู้ใส่อาหารนี่ก็เป็นของคุณตาเอง ตัวหนูมีกุญแจสำรองอยู่หนึ่งดอก ส่วนคุณตาก็เป็นคนถือกุญแจดอกหลักไว้ นี่หมายความว่ามีแค่เราสองคนเท่านั้นที่เปิดตู้นี่ได้ ไม่ยักรู้นะคะว่าป้าติงกับคุณลุงก็สามารถเปิดตู้ได้เหมือนกัน?”

            ทันทีที่คำพูดประโยคนี้เปล่งออกจากปากของหลินจิงซู ติงเสวี่ยหยานและหม่าฟู่เฟิงก็ถึงกับหน้าเปลี่ยนสี ใบหน้าเปลี่ยนเป็นน่าเกลียดขึ้นฉับพลัน ราวกับว่ากำลังอมแมลงวันหัวเขียวเน่าไว้ในปาก

            ติงเสวี่ยหยานแอบรู้สึกไม่ถูกชะตากับนังเด็กสาวผุดจากขุมนรกคนนี้อย่างมาก เพราะตั้งแต่วันที่มันเหยียบเข้ามาในบ้านหลังนี้ ก็เหมือนจะไม่มีเรื่องดีๆเป็นสิริมงคลเกิดขึ้นกับชีวิตของเธอเลยสักอย่างเดียว

            ได้ฟังเช่นนั้น ผู้เฒ่าติงคล้ายจะตระหนักได้ถึงอะไรบางอย่าง เขารีบวิ่งไปเปิดตู้เซฟอีกแห่งที่อยู่ข้างเคียงกันทันที และเร่งตรวจสอบว่าสิ่งมีค่าอะไรได้สูญหายไปบ้าง

            นอกจากโฉนดที่ดินแล้ว สิ่งที่หายไปยังมีนาฬิกาเรือนทองคำที่ได้รับสืบทอดมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ และชุดเครื่องลายครามมีมูลค่าอีกชุดหนึ่งที่หายไป

            และไม่ว่าผู้เฒ่าติงจะพยายามค้นหาทุกซอกทุกมุมภายในบ้านแล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่พบสิ่งล้ำค่าที่สุดสามชิ้นที่ว่าเลย

            “ของพวกนั้นหายไปไหน?”

            ผู้เฒ่าติงตวาดถามเสียงดังลั่นใส่สองสามีภรรยา

            ติงเสวี่ยหยานและหม่าฟู่เฟิงแสร้งตีหน้าซื่อ ทำเหมือนไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น

            “อะไรหายเหรอ? พวกเราไม่รู้เรื่องด้วยซะหน่อย!”

            “ไม่รู้อย่างงั้นเหรอ?”

                  ผู้เฒ่าติงคว้าเก้าอี้นั่งทานข้าวขึ้นมาขว้างใส่คนทั้งสองอย่างไร้ปราณี

                  หม่าฟู่เฟิงถึงกับร้องเสียงดังลั่น

                  “โอ๊ย! คุณพ่อครับ มีอะไรก็ค่อยพูดค่อยจากันก็ได้นี่ครับ!”

                  “พวกแกสองคนขโมยสมบัติของฉันไปไว้ที่ไหน?!!”

                  ผู้เฒ่าติงคำรามลั่น

                  “อะไรหายล่ะครับ! พวกเราไม่รู้จริงๆ!”

                  หม่าฟู่เฟิงปิดปากสนิท ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ยอมรับผิด

                  “โฉนดบ้าน นาฬิกาข้อมือ แล้วก็เครื่องลายครามจิงเต๋อเจิ้น! ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นสมบัติที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษตระกูลติงของเราทั้งนั้น!!”

                  ผู้เฒ่าติงกัดฟันพูดด้วยความเคียดแค้นเกลียดชัง

                  “พ่อคะ ถึงแม้เราจะมีกุญแจสำรองของหลังบ้านนี้ก็จริง แต่เราก็เปิดแค่ตู้ใส่อาหารเท่านั้น! ไม่เคยเปิดตู้เซฟหรืออย่างอื่นเลยค่ะ!”

                  ติงเสวี่ยหยานยังคงปฏิเสธเสียงแข็ง วินาทีเดียวกันนั้น เธอก็หันไปใส่ร้ายป้ายสีสองแม่ลูกอย่างติงเสวี่ยเหม่ยและหลินจิงซูทันที อีกทั้งยังชี้หน้าสาดโคลนใส่ไม่ยั้งว่า

                  “ตั้งแต่วินาทีแรกที่พวกมันสองแม่ลูกก้าวเท้ามาเหยียบที่นี่ ก็มีแต่เรื่องร้ายๆเกิดขึ้น! บางทีพวกมันอาจจะแอบขโมยกุญแจของพ่อไป แล้วก็กวาดของมีค่าในบ้านเราไปจนหมดก็ได้! จากนั้น พวกมันก็โยนความผิดให้หนูกับหม่าฟู่เป็นแพะรับบาปแทน!”

                  “ใช่แล้วครับคุณพ่อ! เรื่องนี้เราจะต้องตรวจสอบให้ชัดเจนก่อน! จะมากล่าวหาพวกเราฝ่ายเดียวแบบนี้ มันไม่ยุติธรรมเลย!”

                  หม่าฟู่เฟิงเริ่มพูดจาตัดพ้อด้วยน้ำเสียงโศกเศร้า

                 

                 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต (จบบริบูรณ์)

    263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 471 ความจริงในอดีต

    262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง

    262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย

    261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ

    260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก

    259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status