LOGIN66 2-2
ตอนที่ 131 มีสิทธิ์อะไรมาไล่?
“นังเด็กไร้การศึกษา! คอยดูเถอะว่าวันนี้ฉันจะให้บทเรียนอะไรเป็นการสั่งสอนแกบ้าง!!”
นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของติงเสวี่ยหยาน ที่ต้องเผชิญพบกับฝีปากอันเฉียบคมของหลินจิงซู และเธอก็รู้สึกโมโหเดือดดาลอย่างมาก ที่ปล่อยให้เด็กน้อยคนหนึ่งปีนเกลียวเล่นหัวได้ขนาดนี้ โดยไม่พูดพล่ามทำเพลง เธอเดินตรงไปยกฝ่ามือขึ้นหวดใส่หลินจิงซูเพื่อหวังตบหน้าสั่งสอน
เสี้ยวอึดใจเดียวกันนั้น ผู้เฒ่าติงก็ทุบกระแทกโต๊ะเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
“พอได้แล้ว!! มัวแต่ส่งเสียงแหกปากดังลั่นแบบนี้ ถ้าคนอื่นได้ยินเข้าคงหัวเราะเยาะพวกเราตาย!”
หม่าฟู่เฟิงแสร้งทำเป็นคนดีเข้าไปห้ามปราบ แต่ทว่าในความเป็นจริง คำพูดที่พ่นออกจากปากนั้นกลับมีแต่สิ่งชั่วร้าย
“พ่อครับ เสวี่ยหยานแค่พูดเพราะหวังดีเท่านั้น ทำไมไม่ลองเอาข้าวของที่เสวี่ยเหม่ยนำมาให้ออกมาแกะดูหน่อยล่ะครับ? เราจะได้รู้กันสักทีว่า สุดท้ายเธอรวยจริงหรือรวยเก๊? อย่าได้ประมาทไปนะครับพ่อ เพราะอาจต้องเสียบ้านหลังนี้ให้พวกเธอสองแม่ลูกไปฟรีๆ!”
เพื่อยุติเรื่องราวความวุ่นวายทั้งหมดลงโดยเร็วที่สุด ผู้เฒ่าติงจึงทำได้เพียงพยักหน้า แล้วล้วงไปหยิบกุญแจออกมา และเตรียมจะเดินไปเปิดตู้นำของออกมาดู
หลินจิงซูผู้อ่านสถานการณ์ขาดตั้งแต่แรก เธอรีบหยุดผู้เฒ่าติงไว้ทันทีและพูดว่า
“คุณตาคะ ไม่จำเป็นต้องเปิดดูหรอกค่ะ หนูจัดของทุกอย่างเข้าไปในตู้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยหมดแล้ว แค่มองจากข้างนอกเข้าไป ก็สามารถมองเห็นสิ่งของที่อยู่ด้านในได้ลางๆแล้วค่ะว่ามีอะไรบ้าง ที่สำคัญ ป้ากับลุงจะเชื่อหรือไม่เชื่อ เราก็ไม่เห็นจะต้องสนใจเลยนี่คะ”
“อีกอย่าง เราเองก็ไม่ได้อยู่บ้านฝั่งตะวันออกซะหน่อย แต่อยู่บ้านฝั่งตะวันตกของคุณตา โดยมารยาทแล้ว ถ้าเจ้าของบ้านไม่อนุญาต ก็ไม่ควรเหยียบเข้ามาตั้งแต่แรกด้วยซ้ำจริงมั้ยคะ? อย่าว่าแต่ป้ากับลุงจะไม่มีสิทธิ์ไล่พวกเราไปไหนเลยนะคะ แต่ป้ากับลุงสองคนต่างหาก ที่มีสิทธิ์อะไรเข้ามาในบ้านของคุณตาโดยไม่ได้รับอนุญาตคะ?”
คำพูดประโยคนี้ของหลินจิงซูดังขึ้นขัดจังหวะได้ทันท่วงที และได้ทำลายแผนการทั้งหมดที่ติงเสวี่ยหยานกับหม่าฟู่เฟิงวางไว้ตั้งแต่แรกจนย่อยยับ
เหตุผลที่ทั้งสองคนจงใจมาโวยวายเสียงดังลั่นอย่างนี้ เป็นเพราะทั้งคู่จ้องจะยึดข้าวของที่ติงเสวี่ยเหม่ยและหลินจิงซูนำมาฝากผู้เฒ่าติง แต่ทว่าช่างน่าเสียดาย แผนการของติงเสวี่ยหยานกับหม่าฟู่เฟิงกำลังจะไปได้สวยแล้วแท้ๆ แต่กลับถูกหลินจิงซูหยุดเอาไว้เสียก่อน
ติงเสวี่ยหยานที่ถูกเปิดโปงแผนการถึงกับหัวร้อนเดือดดาลสุดขีด ตวาดเสียงดังใส่หน้าหลินจิงซู
“นังเด็กเวรแซ่หลิน! แกพูดจากับผู้หลักผู้ใหญ่แบบนี้ได้ยังไง! นังเด็กไม่มีสัมมาคารวะ! นังเด็กหยาบคายไร้การศึกษา!!”
ผู้เฒ่าติงเกือบจะถูกลูกสาวและหม่าฟู่เฟิงหลอกได้สำเร็จอยู่แล้วเชียว แต่โชคยังดีที่ได้หลินจิงซูร้องเตือนสติไว้ได้ทัน เมื่อรู้ตัวว่าเกือบจะถูกหลอก ผู้เฒ่าติงก็ยิ่งระเบิดอารมณ์เดือดดาลลุกเป็นไฟ ทันใดนั้น เขาก็หวดฝ่ามือตบเข้าใส่ใบหน้าของติงเสวี่ยหยานฉาดใหญ่จนเสียงดังสนั่น!
“พวกแก! ไสหัวกลับไปบ้านตะวันออกซะ!!”
ติงเสวี่ยหยานที่ถูกตบรีบยกมือขึ้นกุมใบหน้าไว้ และชักสีหน้าแสดงท่าทีไม่เต็มใจมากขึ้น
ตาแก่คนนี้ไม่เคยโมโหรุนแรงใส่เธอขนาดนี้มาก่อนในชีวิต แต่ครั้งนี้กลับถึงขั้นลงไม้ลงมือใช้กำลัง ทั้งหมดเพียงเพราะถูกน้องรองและลูกสาวของมันปั่นหัวยั่วยุ!
เห็นว่าภรรยาถูกตบหน้า หม่าฟู่เฟิงก็รู้ตัวได้ทันที วันนี้ต่อให้ฝืนต่อไปก็คงไม่มีประโยชน์อะไรอีก ทางเดียวที่เหลือในเวลานี้คือต้องล่าถอยเท่านั้น
“เสวี่ยหยาน พวกเรากลับกันเถอะ กลับกันก่อนเถอะ”
“ไม่! หนูไม่ยอม! ทำไมพ่อถึงเอาแต่เข้าข้างน้องรอง!!”
ติงเสวี่ยหยานเริ่มแหกปากส่งเสียงร้องโวยวาย ระเบิดน้ำตาทำตัวงอแงไร้แก่นสาร จนสุดท้ายก็เป็นหม่าฟู่เฟิงที่ต้องบังคับลากตัวอีกฝ่ายกลับไป
ผู้เฒ่าติงโมโหเดือดดาลจนหน้ามืด ทิ้งตัวนั่งแผ่ลงบนม้านั่งตรงนั้น
เห็นท่าไม่ค่อยจะดี ติงเสวี่ยเหม่ยจึงรีบเดินเข้าไปประคอง และช่วยนวดคลึงขมับทั้งสองข้างของผู้เป็นพ่อ
“พ่อคะ อย่าโมโหไปเลยนะคะ พี่เค้าก็เป็นพวกขวานผ่าซากแบบนี้มาตลอดอยู่แล้ว ทางที่ดีอย่าเถียงกับเธอเลยจะดีกว่า”
“พี่สาวของแกน่ะ ตั้งแต่แต่งงานอยู่กินกับหม่าฟู่ พวกมันก็เริ่มพากันทำตัวเหลวแหลก แม้แต่ทรัพย์สมบัติและที่ดินตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษตระกูลหม่า ยังถูกพวกมันทั้งคู่ผลาญซะเกลี้ยง! เมื่อไม่นานมานี้ สองคนนี้ก็ต้องการจะขายบ้านตระกูลติงหลังนี้ โชคยังดีที่ฉันเก็บรักษาโฉนดบ้านไว้เป็นอย่างดี ฉันจะไม่ปล่อยให้พวกมันทำสำเร็จได้แน่!”
ผู้เฒ่าติงกัดฟันแน่นด้วยความขมขื่นใจ เขารู้สึกอาภัพในโชคชะตาของตนเองจริงๆ
“มันเป็นกรรมอะไรของฉันกันนะ! ถึงได้มีลูกอกตัญญูอย่างมัน!”
หลินจิงซูทอดสายตาจ้องมองแผ่นหลังของติงเสวี่ยหยานและหม่าฟู่เฟิงที่กำลังพากันเดินจากไป ดวงตาคู่สวยของสาวน้อยเปี่ยมไปด้วยนัยยะสำคัญมากมาย
เท่าที่เธอเคยรู้มา หม่าฟู่เฟิงไม่ใช่คนดีอะไรเลย และเขาจะไม่มีวันยอมเลิกตามราวีง่ายๆอย่างแน่นอน จนกว่าจะได้รับผลประโยชน์อะไรสักอย่าง
ดูท่าเรื่องการแบ่งมรดกของผู้เฒ่าติงในชีวิตก่อนหน้า คงจะมีเบื้องลึกเบื้องหลังซุกซ่อนอยู่จริงๆ!
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







